เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 41 of 52<<373839404142434445>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 401
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Sep. 2006,02:17  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ คุณ tanravee

ขอบคุณค่ะ ที่ติดตามอ่านเสมอ

เนื่องจากนำคอมพ์ไปล้างเครื่องเมื่อวาน
วันนี้อะไรๆเลยยังไม่เข้าที่เข้าทาง

แล้วพบกันใหม่นะคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 402
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Sep. 2006,02:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE


                                     
                        มุ่งมั่นบริกรรม

ยุคสมัยที่ญี่ปุ่นบุกเข้าโจมตีประเทศจีน พระอาจารย์ท่านหนึ่งขณะที่
เดินไปยังที่แห่งหนึ่ง ได้พบกับทหารญี่ปุ่น ทหารญี่ปุ่นยกปืนขึ้นมาเล็ง
แล้วจะยิง พระอาจารย์รีบวิ่งหนี วิ่งไป ท่องไปว่า “พระโพธิสัตว์กวนอิม
พระโพธิสัตว์กวนอิม” ที่สุดปรากฏว่าปืนยิงไม่ออก ทหารญี่ปุ่นนั้นจึงเปลี่ยน
มาใช้มีด แล้ววิ่งตามไปไล่แทง

พระอาจารย์มุ่งมั่นแต่จะวิ่งหนีเอาชีวิต จึงไม่ได้สนใจอะไร ในจิตก็มุ่งมั่น
แต่บริกรรมเรียกนาม “โพธิสัตว์กวนอิม โพธิสัตว์กวนอิม” ตามปกติพระ
อาจารย์ใช้เส้นทางนั้นเป็นประจำ จึงค่อนข้างจะชำนาญในพื้นที่ จึงสามารถ
หลบหนีจากการไล่ฆ่าได้

บังเอิญวิ่งมาถึงบ้านของประสกหลังหนึ่ง พระอาจารย์จึงวิ่งเข้าไปหลบที่
บ้านหลังนั้น ประสกนั้นเห็นจึงถามขึ้นว่า “พระอาจารย์ ท่านเป็นอะไรไปหรือ?”
ไม่ว่าประสกจะถามอะไร พระอาจารย์นั้นก็ยังบริกรรมต่อไปไม่หยุด


จิตที่มุ่งมั่นต่อการบริกรรม บริกรรมต่อเนื่องไปไม่ขาดสาย เมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง
จิตสมานรวมเป็นหนึ่งไปกับคำบริกรรม เมื่อนั้นจิตจะหลุดพ้นจากความทุกข์
จนถึงจุดที่สงบนิ่ง


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง


http://www.palungjit.com/board/showthread.php?t=29594

ลิ้งค์ที่ให้มาเป็นเพลงบทสวดเจ้าแม่กวนอิมบทหนึ่งไพเราะมาก
คิดว่าลูกหลานชาวจีนส่วนใหญ่น่าจะท่องเป็น
เพราะมีวางอยู่ตามศาลเจ้าแทบทุกศาลเจ้า
บทสวดไม่ยาวมาก มีความหมายของเนื้อหาอยู่ในตัว

ขอขอบคุณและขออนุโมทนาสาธุเจ้าของลิ้งค์ด้วยค่ะ

                     廣大靈感觀音真言

南無大慈大悲救苦救難廣大靈感觀世音菩薩摩訶薩
นะโมมหาเมตตา มหากรุณา ฉุดช่วยให้พ้นทุกข์พ้นเคราะห์พระโพธิสัตว์กวนอิมผู้ยิ่งใหญ่

南無大慈大悲救苦救難廣大靈感觀世音菩薩摩訶薩
นะโมมหาเมตตา มหากรุณา ฉุดช่วยให้พ้นทุกข์พ้นเคราะห์พระโพธิสัตว์กวนอิมผู้ยิ่งใหญ่

南無大慈大悲救苦救難廣大靈感觀世音菩薩摩訶薩
นะโมมหาเมตตา มหากรุณา ฉุดช่วยให้พ้นทุกข์พ้นเคราะห์พระโพธิสัตว์กวนอิมผู้ยิ่งใหญ่

南無佛,南無法,南無僧,南無救苦救難觀世音菩薩
นะโมพระพุทธ นะโมพระธรรม นะโมพระสงฆ์ นะโมฉุดช่วยให้พ้นทุกข์พ้นเคราะห์พระโพธิสัตว์กวนอิม

(怛垤哆唵,伽囉伐哆伽囉伐哆,伽訶伐哆囉伽伐哆,囉伽伐哆娑婆訶 天羅神 地羅神)

人離難 難離身,一切災殃化為塵,
คนห่างไกลจากเคราะห์ เคราะห์ห่างไกลจากกาย ทุกข์โศกเคราะห์ทั้งหลายกลายเป็นผงธุลี

(南無摩訶般若波羅蜜)

คำในวงเล็บที่ไม่ได้แปลเป็นชื่อของเทพเจ้าทั้งหลาย

na mo da ci da bei jiu ku jiu nan guang da ling gan guan shi yin pu sa mo ho sa
na mo da ci da bei jiu ku jiu nan guang da ling gan guan shi yin pu sa mo ho sa
na mo da ci da bei jiu ku jiu nan guang da ling gan guan shi yin pu sa mo ho sa
na mo fo. na mo fa. na mo sen. na mo jiu ku jiu nan guan shi yin pu sa.
dan zhi duo. an. qie luo fa duo qie luo fa duo. qie ho fa duo luo qie fa duo. luo qie fa duo. suo po ho.
tian luo shen di luo shen. ren li nun nun li shen. yi qie zai yang hua wei chen. na mo mo ho bo luo po luo mi.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 403
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Sep. 2006,03:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (6)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 404
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Sep. 2006,00:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



            ๙๒. ใจและจิต

พระรูปหนึ่งถามท่านราชครูว่า “เซนคือชื่อหนึ่งของใจ
และใจก็คือพุทธะที่ไม่มีเพิ่ม ไม่มีดับ แต่อาจารย์เซนทั้งหลาย
ก็นำคำว่า “ใจ” มาใช้เป็น “จิต” เลยอยากจะเรียนถามท่านว่า
“ใจ” และ “จิต” แตกต่างกันอย่างไร?”

“ยามหลงวนอยู่ย่อมมีความแตกต่าง แต่เมื่อรู้แจ้งแล้วก็จะไม่แตกต่าง”

พระรูปนั้นถามต่อว่า “ในคัมภีร์บอกว่า จิตพุทธะเป็นสิ่งที่เที่ยง
แต่ใจนั้นไม่เที่ยง แล้วท่านทำไมถึงพูดว่าไม่แตกต่าง?”

“เจ้าเอาแต่ไปถกคิดแต่เรื่องของคำพูดไม่คิดถึงหลักการ เหมือนกับ
หน้าหนาวน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง หน้าร้อนน้ำแข็งกลายเป็นน้ำ ยามหลง
จิตเป็นใจ ยามรู้แจ้งใจเป็นจิต จิตและใจก็เหมือนกันอยู่แล้ว
เพียงแต่ยามไม่รู้กับยามรู้แล้วแตกต่างกัน” ท่านราชครูตอบ

ในศาสนาเรา จิตและใจมีคำเรียกอยู่มากมาย เช่น โฉมหน้าดั้งเดิม
จิตเดิมแท้ และอื่นๆ นี่เป็นวิธีการต่างๆที่จะทำให้เรารู้จักตนเอง
หลงกับรู้แม้จะมีความแตกต่าง แต่จิตดั้งเดิมไม่แตกต่าง เหมือนกับทอง
เมื่อมาหลอมเป็นต่างหู เป็นแหวนเครื่องประดับที่แตกต่างกันไป
แต่ตัวเนื้อแท้ของมันก็คือทองนั่นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 405
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Sep. 2006,00:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (7)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 406
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Oct. 2006,00:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                       แสงสว่างสองด้าน

คบเพลิงสองอัน ได้รับบัญชาจากเทพเจ้าแห่งไฟ ให้ไปสำรวจเรื่องราวและ
ที่ต่างๆในโลกมนุษย์ คบเพลิงสองอัน อันที่หนึ่งเป็นคบเพลิงที่ยังไม่มีเปลวไฟ
อันที่สองเป็นคบเพลิงที่จุดติดไฟสว่างไสวแล้ว

ผ่านไปไม่นาน เมื่อคบเพลิงสองอันกลับมา ก็ได้รายงานถึงเรื่องราวที่ได้สำรวจมา

คบเพลิงอันที่หนึ่งกล่าวว่า โลกทั้งโลกตกอยู่ในความมืดมิด รู้สึกว่าสภาพที่เห็น
เลวร้ายมาก แทบว่าจะถึงจุดที่เลวร้ายที่สุดแล้ว

แต่คบเพลิงอันที่สองกลับรายงานในสิ่งที่ตรงกันข้ามกัน เขาบอกว่า
ไม่ว่าจะไปในที่ใดๆ ก็จะสามารถหาพบจุดที่เป็นแสงสว่างส่วนหนึ่ง
และคิดว่าโลกนี้ยังมีสิ่งที่เป็นความหวังมากมาย

เมื่อได้ยินรายงานของทั้งสอง เทพเจ้าแห่งไฟพูดกับคบเพลิงอันแรกว่า
“เจ้าควรจะถามตัวเองอีกสักหน่อยว่า “มีความมืดอีกเท่าไหร่ที่ตัวเจ้าสร้าง
ขึ้นมาเอง”
 ลองคิดดู .........
จริงด้วย มีความมืดมิดเท่าไหร่ที่ตัวเราสร้างขึ้นมาเอง?
เมื่อเราตกอยู่ในความเศร้าโศก ควรจะเป็นเทพแห่งแสงสว่าง
ที่ส่องสว่างให้ตัวเองลุกขึ้นมา ปลุกพลังแห่งจิตตนเอง
ก็จะทำให้ตนเองมีความสว่างขึ้นมา โลกของเรายังมีความหวังอีกมากมาย


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 407
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Oct. 2006,00:55 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (8)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 408
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Oct. 2006,00:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                  พระจันทร์กำลังจ้องมองอยู่

มีครอบครัวหนึ่ง แม้จะไม่ร่ำรวย แต่ก็ไม่ถึงกับยากจนมากนัก แต่ว่า
หัวหน้าครอบครัวคือพ่อ มักจะใช้เวลาช่วงกลางคืนไปขโมยผักของชาวบ้าน

มีอยู่คืนหนึ่ง พาลูกชายอายุเจ็ดขวบไปด้วย เมื่อผู้เป็นพ่อมุดรั้วเข้าไปข้างในแล้ว
ก็กำชับลูกชายซึ่งอยู่ด้านนอกว่า “ถ้ามีคนเดินผ่านมาให้ส่งสัญญาณบอกด้วย
เผื่อพ่อจะได้หลบทัน”

ตอนแรกขโมยผักกาดมาได้ห้าหัว แต่คิดว่าวันนี้มีผู้ช่วย น่าจะขโมยให้เยอะหน่อย
แต่ได้ยินเสียงลูกชายส่งเสียงมาว่า “พ่อ มีคนกำลังมองอยู่”

ผู้เป็นพ่อตกใจ รีบทิ้งหัวผักกาดแล้วมุดรั้วออกมา พาลูกชายหนีเข้าไปในพงหญ้า

ผ่านไปสักครู่ ก็ไม่เห็นมีใครเดินผ่านมา ผู้เป็นพ่อจึงถามลูกชายว่า
“ไหนเจ้าบอกว่ามีคนเดินมา ทำไมไม่เห็นแม้แต่เงา แล้วคนนั้นอยู่ที่ไหนล่ะ?”
“พ่อลองเงยหน้าขึ้นดูซิ พระจันทร์กำลังจ้องมองอยู่”

ได้ยินคำของลูกชาย ผู้เป็นพ่อนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เงยหน้าขึ้นไปมองพระจันทร์
พฤติกรรมและการกระทำของตนเองทุกขณะ พระจันทร์กำลังจ้องมองอยู่จริงๆ

ผู้เป็นพ่อละอายแก่ใจต่อพฤติกรรมของตนเองยิ่งนัก แต่ก็รู้สึกดีใจที่ลูกชาย
เตือนสติให้ได้คิด ค่อยๆจูงมือลูกชายแล้วเดินกลับไปอย่างเงียบๆ
พร้อมกับสาบานกับตนเองว่า ต่อไปจะไม่ขโมยของๆใครอีก



ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 409
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Oct. 2006,00:07 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (9)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 410
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Oct. 2006,21:21 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



               ๙๓. กินข้าวนอนหลับ

มีนักปฏิบัติธรรมท่านหนึ่งถามพระอาจารย์ว่า “ท่านมีเคล็ดลับการปฏิบัติ
ธรรมที่ลึกล้ำหรือเปล่า?”
พระอาจารย์  :  มี
นักปฏิบัติ    :  มีเคล็ดลับอะไรบ้าง?
พระอาจารย์  :  เมื่อหิวก็กินข้าว เมื่อง่วงก็นอน
นักปฏิบัติ    :  คนทั่วไปก็ต้องกินข้าวนอนหลับอยู่แล้ว
             แล้วจะแตกต่างจากการปฏิบัติธรรมของท่านอย่างไร
พระอาจารย์  :  ไม่เหมือน
นักปฏิบัติ    :  ไม่เหมือนอย่างไร?
พระอาจารย์  :  คนโดยทั่วไป เวลากินข้าวก็คิดไปถึงเรื่องราวต่างๆ
           ร้อยแปดพันเก้า เวลานอนก็ฟุ้งซ่านจนไม่เป็นอันนอน

กินข้าวนอนหลับ ฟังไปเหมือนกับเป็นสิ่งที่ง่ายๆ แต่จะมีสักกี่คนที่กินอย่าง
มีสติ จิตไม่ส่ายไปคิดถึงสิ่งอื่นๆ หรือเวลาทำกิจกรรมอื่น สติก็ไม่ได้จ่ออยู่กับ
สิ่งที่ทำ จิตกลับวิ่งไปอยู่ที่อื่นตามแต่กิเลสจะพาไป และเวลานอนก็นอนหลับ
ได้อย่างสุขสงบไร้กังวล

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ปกติเรียบง่ายที่สุด…….
แต่จะปฏิบัติจนถึงสภาวธรรมที่เรียบง่ายสงบที่สุด จำเป็นจะต้องผ่านการฝึกฝน
จิตจนถึงขั้นที่ไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆ สามารถปล่อยวาง และเข้าใจถึงความเป็นอนิจจังได้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 41 of 52<<373839404142434445>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com