เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 47 of 52<<434445464748495051>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 461
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2006,01:31  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (26)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 462
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2006,11:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



            ๑๐๐. อย่าลืมว่าตัวเจ้าคือเจ้า

มีสตรีนางหนึ่งเนื่องจากเกิดเป็นลูกนอกสมรสของพ่อแม่ จึงเป็นทุกข์
เครียดกับเรื่องนี้มาตลอด ไม่ว่าเจ้าหล่อนจะไปทางไหน ความคิดนี้ก็
ติดตามเป็นเงาดำตามตัวไป ทำร้ายจิตใจตนเองเสมอมา

วันหนึ่งเมื่อหล่อนเครียดจนทนไม่ไหวจึงไปกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตาย
แต่ก็มีผู้ช่วยไว้ได้ทัน และแนะนำให้หล่อนไปที่วัดเพื่อหาทางสว่าง

สตรีนางนั้นเลยไปหาพระอาจารย์ทีวัดแห่งหนึ่ง พร้อมกับเล่าเรื่องราว
ความเป็นมาต่างๆให้ฟัง เมื่อพระอาจารย์ฟังจบก็ไม่พูดอะไร ได้แต่สั่งให้
หล่อนนั่งสมาธิ

นั่งสมาธิผ่านไปได้สามวัน จิตก็ยังไม่สงบ กลับรู้สึกอับอายต่อเรื่องราวต่างๆ
ของตัวเอง ยิ่งคิดยิ่งเครียด คิดจะไปหาพระอาจารย์ เพื่อจะด่าให้สะใจ

“เจ้าคิดจะด่าข้าใช่ไหม? ขอให้เจ้านั่งสงบอีกสักพัก ความคิดนี้ของเจ้าก็จะ
หายไป พระอาจารย์รีบพูดก่อนที่หญิงนั้นจะเอ่ยปากออกมา ทำให้เจ้าหล่อน
รู้สึกแปลกใจและเกิดความนับถือขึ้นมาในใจ เลยทำตามแล้วนั่งสมาธิต่อไป

นั่งไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงพระอาจารย์ถามมาเบาๆว่า “ก่อนที่เจ้าจะเกิดมา
เป็นลูกนอกสมรสเจ้าเป็นใคร?”

สตรีนางนั้นเหมือนกับเส้นสายภายในสมองถูกกระตุกไปชั่วขณะ หล่อนใช้สอง
มือปิดหน้าของตัวเองแล้วร้องไห้เสียงดังขึ้นมาว่า “ข้าก็คือข้า ข้าก็คือข้า”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 463
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Oct. 2006,11:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (27)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 464
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2006,01:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



           ๑๐๑.  กลิ่นอายแห่งการฆ่า

ราชวงศ์ซ่งมีนายพลท่านหนึ่ง ขณะเมื่อทำสงครามเสร็จสิ้น
เคลื่อนพลผ่านอารามแห่งหนึ่ง เหล่าภิกษุในอารามรู้ดีว่า นายพลท่านนี้
มุทะลุดุดัน ทุกคนเลยหนีไปซ่อนจนหมด เหลือแต่เจ้าอาวาสที่นั่ง
สมาธิอยู่หน้าพระประธาน

นายพลนั้นเรียกท่าน ท่านก็ไม่สนใจ แล้วก็ยังไม่ยังไม่สนใจจะมองด้วย
นายพลนั้นเห็นแล้วก็โมโหยิ่งนัก พูดว่า “กองทัพของข้าผ่านมาที่นี่
ทำไมเจ้าแม้แต่ทักทายสักคำก็ยังไม่มี? ท่านกล้าเสียมรรยาทเช่นนี้
ไม่รู้เลยหรือว่า คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเจ้านี้ คือนายพลที่ฆ่าคนได้โดยไม่
ทันได้กระพริบตาเลยหรือ?”

พระอาจารย์ได้ยินแล้วจึงลืมตาขึ้นมา แล้วพูดว่า “นายพลที่ขึ้นเสียงขู่คำราม
ต่อหน้าพระ ช่างไร้มรรยาทสิ้นดี แล้วเจ้าไม่กลัวเหตุต้นผลกรรมที่จะตอบสนองหรือ?”

“อะไรเหตุต้นผลกรรมที่จะตอบสนองหรือไม่สนอง แล้วเจ้าไม่กลัวตายหรือ?”

“แล้วเจ้าไม่รู้เลยหรือว่า คนที่นั่งอยู่หน้าเจ้านี้ เป็นพระที่ไม่กลัวความตายเลย”

นายพลท่านนั้นรู้สึกอึ้งในความกล้าของพระอาจารย์ท่านนี้ และก็ถูกความนิ่ง
สงบของท่านสยบให้ยอมอยู่ในทีพูดเสียงอ่อนขึ้นว่า

“อารามใหญ่โตขนาดนี้ ทำไมจึงเหลือท่านเพียงคนเดียว รูปอื่นๆไปไหนกันหมด?”

"เพียงแต่เจ้าตีกลองขึ้นมา เมื่อคนอื่นๆได้ยินเสียงกลองก็จะกลับมา”พระอาจารย์ตอบ

นายพลท่านนั้นจึงตีกลองขึ้นอย่างรุนแรง ตีอยู่นาน ก็ไม่มีผู้ใดเดินออกมา
จึงพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ก็ตีกลองแล้ว ทำไมไม่เห็นมีใครกลับมาเลย?”

“เป็นเพราะว่าตอนที่ท่านตีกลอง กลิ่นอายแห่งการฆ่าแฝงอยู่อย่างมากมาย
เจ้าลองสวด “นะโมไปตีกลองไป แล้วดูซิ”

นายพลท่านนั้นเลยตีกลองไปสวดไป ไม่นานพระที่แอบซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ
ก็ค่อยๆทยอยออกมา นายพลนั้นรู้สึกแปลกใจยิ่งนัก จึงถามพระอาจารย์ท่านนั้น
ว่าชื่ออะไร เมื่อนายพลท่านนั้นรู้ชื่อแล้วถึงกับคุกเข่า แล้วก็ขอโทษอย่างนอบน้อม
พร้อมกับพูดว่า “ที่แท้คือพระอาจารย์ที่มีภูมิธรรมสูงส่งและมีชื่อเสียงลือนามไปทั่ว
ท่านอาจารย์ โปรดได้ช่วยชี้แนะว่า “เมื่ออยู่ในสงครามทำอย่างไรจึงจะชนะ?”

“ข้าไม่รู้” พระอาจารย์ตอบ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 465
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2006,01:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (28)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 466
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2006,23:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



           บัตรผ่านประตูสวรรค์

ฝาแฝดคู่หนึ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมๆกัน ผลปรากฏว่า ผู้เป็นพี่ชาย
ได้รับใบตอบรับเข้าเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ส่วนคนน้องสอบเข้าที่
ไหนไม่ได้เลย

ฝาแฝดสองพี่น้องหน้าตาเหมือนกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่อุปนิสัย
ไปกันคนละทาง ผู้เป็นพี่ซื่อสัตย์จริงใจ พูดน้อย ส่วนคนน้องร่าเริงว่องไว ช่างพูด

ผู้เป็นพี่นำใบตอบรับจากมหาวิทยาลัยให้พ่อแม่ซึ่งยากจนและเจ็บป่วยดูอย่าง
เงียบๆและพูดอะไรไม่ออก ส่วนผู้เป็นน้องได้แต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องไม่ยอม
กินไม่ยอมทำอะไร แล้วพร่ำแต่พูดว่า “สวรรค์ไม่มีตามองไม่เห็นผู้มีความสามารถ”

ผู้เป็นพ่อครุ่นคิดด้วยความหนักใจไม่หลับไม่นอนถึงสองคืน แล้วตัดสินใจพูดกับ
ลูกชายคนโตว่า “ให้น้องเจ้าเข้าไปเรียนแทนเถอะ น้องเจ้าเกิดมาก็เป็นผู้ที่เหมาะ
กับที่จะได้เล่าเรียนมากกว่า”

ผู้เป็นพี่จึงนำใบตอบรับไปให้แก่น้องชาย แล้วพูดขึ้นมาว่า

“นี่ไม่ใช่บัตรผ่านไปประตูสวรรค์ ขออย่าได้นำความหวังทั้งหมดมาวางไว้กับใบนี้”

ฝ่ายน้องชายไม่เข้าใจถามว่า “แล้วนี่คือใบอะไร?”

“ใบที่ดูดน้ำใบหนึ่ง มันดูดแต่น้ำเหงื่อน้ำแรงอย่างเดียว”

ผู้เป็นน้องสั่นหัว แล้วนึกขำที่พี่ชายพูดอะไรโง่ๆ

วันเปิดภาคเรียนมาถึง น้องชายแบกสัมภาระเข้าไปในเมืองเพื่อจะได้เข้า
ไปเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองใหญ่ ผู้เป็นพี่ได้ให้พ่อที่ร่างกาย
อ่อนแอและเจ็บป่วยบ่อยๆหยุดทำงานและรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ส่วนตนเอง
ก็ไปทำงานอยู่ในโรงงานปูนซีเมนต์แห่งหนึ่ง โดยเริ่มงานจากเป็นคนงาน
ทำงานทั่วไป ไต่เต้าไปเรื่อยๆจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีชี่อเสียงลือกระ
ฉ่อนไปทั่ววงการ

ส่วนคนน้องเมื่อเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย ปีแรกยังพอดูเหมือนเป็นผู้ที่ยัง
ใฝ่การศึกษาอยู่ และยังมีการเขียนจดหมายถามไถ่ถึงอาการป่วยของผู้เป็นพ่อบ้าง
เมื่อขึ้นปีสอง ได้รู้จักและรักกับลูกสาวของเศรษฐีคนหนึ่ง

ลูกสาวของเศรษฐีทุ่มเทเงินให้เขาจ่ายอย่างไม่อั้น ตลอดระยะเวลาสองปีไม่เคย
ขอเงินจากทางบ้านเลย และทำตัวหรูหราฟุ่มเฟือย แต่งกายทันสมัย กลายเป็น
หนุ่มรูปงามที่มีรสนิยมสูง

เมื่ออยู่ปีที่สี่ ได้เลิกคบกับลูกสาวเศรษฐี เลยทำตัวเสเพล เข้าคลับบาร์ เล่นเน็ต
ไม่ได้สนใจการเรียนเลย แต่ก็ยังเรียนจนจบออกมาได้

หลังจากหางานทำจนทั่วในเมืองใหญ่ แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้ จึงกลับมาหางานทำ
ในบ้านเกิด แต่ก็ยังรู้สึกละอายใจในความรู้สึก จึงไม่ได้กลับไปหาพ่อแม่ในขณะ
ที่ตกอับยากจนถึงที่สุด

เมื่อผ่านการแนะนำจากศูนย์หางานแห่งหนึ่ง จึงได้เข้าไปสมัครงานกับบริษัท
ค้าวัสดุก่อสร้าง หลังจากผ่านการทดสอบมาหลายขั้นตอน ก็ได้เข้าไปพบกับ
ประธานบริษัท แต่ท่านประธานก็ไม่ยอมให้เข้าพบ ที่สุดเลขาก็มาแจ้งว่า
ทางบริษัทรับเขาเข้าทำงานแล้ว แต่ต้องไปทำงานเป็นคนงานที่โรงงานก่อน

เขารู้สึกเสียความรู้สึกมาก จึงร้องขอเข้าพบท่านประธาน เลขาจึงนำกระดาษ
ใบหนึ่งมาให้เขา เมื่อเปิดอ่านดูมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า
“หากอยากขึ้นสวรรค์ ควรจะลงนรกก่อน”

เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาเป็นผู้เป็นพี่ชายเดินเข้ามา แล้วนั่งที่เก้าอี้ท่านประธาน
หน้าของเขารู้สึกเหมือนถูกเผาจนร้อนและแดง

ความแตกต่างของสวรรค์กับนรกก็อยู่ที่สภาวะจิตนั่นเอง ไม่ใช่อยู่ที่สภาวะแวดล้อม


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 467
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2006,23:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (29)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 468
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Oct. 2006,02:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




สมาธิอยู่หนใด ในใจ บนหิ้ง หรือสรรพสิ่งรอบตัว

เวลาเข้าป่า เจอแม่น้ำ ลำธาร ริ้วคลื่น สายลม ภูเขา ไบไม้เขียวๆ
ดูเพลินๆ ทำไมมัน สงบดี ผ่อนคลายดี

หามุมมองชมต้นไม้ - ดูภาพวิว - เกิดสมาธิ 20 กรรมวิธี

1.ชมดอกไม้
2.ชมสวนใบไม้เขียวสด
3.ชมไม้ใบหนา
4.ชมไม้อ่อนแตกใบ
5.ชมใบไม้แก่จัด
6.ชมป่าโปร่ง
7.ชมทุ่งนาข้าวงอกงาม
8.ชมภูเขาเขียว
9.ชมน้ำตกพริ้ว
10.ชมหมู่เมฆลอยลิ่ว ๆ
11.ชมเสียงฟ้าร้องเปรี้ยง !
12.ชมท้องฟ้าหมู่เมฆมีพลังงาน
13.ชมทะลทรายแห้งแล้ง
14.ชมฝูงนกบิน - ทิวเมฆดำ
15.ชมหมู่นักพรตสงบนิ่ง
16.ชมเมืองลับแล
17.ชมเรือใบทะเล-เท้งเต้ง
18.ชมไม้กระถางดูบอนไซ
19.ชมต้นไม้สูงลิ่ว ๆ
20.ชมต้นหลิวลู่ลม

http://asia.pg.photos.yahoo.com/ph.....src=ph

http://asia.pg.photos.yahoo.com/ph.....src=ph

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 469
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Oct. 2006,03:26 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ขอบคุณค่ะ คุณ ultraman
ตามอ่านอยู่หลายหน้า รู้สึกว่าใช่เลย สิ่งต่างๆที่อยู่ในหนังสือ
หลายๆอย่างวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

โดยเฉพาะบทความด้านบน ทำให้นึกถึงสมัยประถมที่เรียนการใช้สีน้ำ
และพู่กัน วันนั้นได้วาดภูเขาไฟฟูจียาม่า ภูเขาเป็นสีขาวเพราะถูกปกคลุม
ด้วยหิมะ ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส มีปลายกิ่งของดอกซากุระสีชมพูเข้มหลายๆกิ่ง
แซมออกมา ทาบกับท้องฟ้า สวยประทับใจมาก ยังจำมาได้จนถึงทุกวันนี้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 470
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Oct. 2006,03:34 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



                 คนปลูกป่า

ที่เชิงเขาแห่งหนึ่ง ขณะที่เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น
เห็นชราที่เดินเหินไม่ค่อยสะดวกท่านหนึ่ง กำลังแบกถุงเมล็ดพันธุ์พืช
มาเต็มหลังถุงหนึ่ง ในมือก็ถือพลั่วไว้อันหนึ่ง แล้วก็ใช้พลั่วนั้นพรวนดินแล้ว
ใส่เมล็ดพันธุ์แล้วกลบดินไว้

ทุกคนจึงมองการกระทำของชายชราผู้นั้นอย่างแปลกใจ ชายชรานั้นพูด
ขึ้นว่า “ปู่หยอดเมล็ดพันธุ์ไว้ใกล้ๆบริเวณนี้ถึงหนึ่งหมื่นต้น แต่คิดว่า
ที่จะแตกยอดอ่อนออกมาคงจะมีเพียงหนึ่งในร้อย แม้โอกาสจะมีไม่มาก
ปู่ก็ยังหวังว่า ช่วงสุดท้ายของชีวิตได้กระทำทำสิ่งอันมีคุณค่าบ้าง”

ยี่สิบปีผ่านไป เด็กๆกลุ่มนั้นได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และกลับมาที่
เชิงเขานั้นอีก ภูมิทัศน์แถวนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึง ที่ๆบริเวณนั้นกลายเป็น
ป่าที่มีต้นไม้อุดมสมบูรณ์สวยงามยิ่งนัก ดูแลเขียวชอุ่มร่มรื่นไปทั้งป่า
ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นเพราะการกระทำของชายชราคนนั้นนั่นเอง



ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 47 of 52<<434445464748495051>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com