เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 48 of 52<<444546474849505152>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 471
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Oct. 2006,03:41  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (30)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 472
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Oct. 2006,01:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




           มุมชีวิตที่เปิดกว้าง

นิทานเปรียบเทียบ : ความสุขที่มองไม่เห็น


ชายหนุ่มคนหนึ่ง ประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสุข ไม่มีอะไรเป็นที่พอใจ
หรือได้ดังใจสำหรับตัวเขาเลย
จึงคิดที่จะดั้นด้นเดินทางไปพบพระเซน
เพื่อขอคำแนะนำและด้วยความหวังว่าจะพบความสุขที่แท้จริง
พระเซนมองเขานิ่งอยู่ขณะหนึ่งแล้วจึงกล่าวกับเขาว่า

“ท่านมองออกไปทางหน้าต่างสิ และบอกอาตมาถึงสิ่งที่ท่านเห็น”

ชายหนุ่มมองออกไปข้างนอก วิวด้านนอกวัดสวยและร่มรื่น
มีผู้คนแต่งชุดหลากสีสันกำลังมาไหว้พระ
ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส ด้านข้างเขาเห็นสระน้ำร่มรื่น
จึงเผลอมองด้วยความเพลิดเพลินชั่วขณะหนึ่ง
แล้วจึงหันมาบอกพระว่า

“ผมเห็นผู้คนมากมายผ่านไปมาบนถนนเข้ามายังวัด
เห็นสระน้ำที่ด้านนอกไกลออกไป ทิวทัศน์ของวัดร่มรื่นมาก ”

พระเซนยื่นกระจกบานหนึ่งให้เขา กล่าวว่า
“คราวนี้เจ้าลองส่องกระจกดูสิ แล้วบอกข้าว่าเจ้าเห็นอะไร”
ชายผู้นั้นมองตัวเองในกระจกแล้วยิ้ม ก่อนจะตอบทันทีโดยไม่ต้องคิดว่า
“ผมมองเห็นตัวเองในกระจก”

พระเซนจึงถามต่อไปว่า...
“แล้วท่านมองเห็นคนอื่นมั้ย”
ชายหนุ่มนิ่งงัน
“........................................”

พระเซนจึงกล่าวต่อว่า...
“ท่านลองคิดดูสิว่า
บานหน้าต่างและกระจกส่องหน้าเป็นผลผลิตจากวัตถุชนิดเดียวกันคือแก้ว
แต่กระจกถูกเคลือบด้วยวัสดุด้านหลังเพื่อสะท้อนด้านเดียว
ซึ่งทำให้ท่านมองเห็นแต่ตัวเอง
แต่ในขณะที่ท่านมองผ่านทางกระจกใสของหน้าต่าง ท่านมองเห็นคนอื่นๆ
และโลกภายนอก

อาตมาเปรียบเทียบกระจก 2 ชนิด ให้ท่านเห็น
กระจกนี้ก็เหมือนกับใจของเรา
ถ้าเราปิดกั้นไม่ให้มันโปร่งใส มันก็จะเห็นอะไรด้านเดียวเสมอ
เมื่อท่านเห็นแต่ตัวท่านอยู่เพียงสิ่งเดียว
โลกของท่านก็มีแต่ท่านเป็นศูนย์กลาง
จะมีสิ่งใดที่ได้ดั่งใจท่าน เมื่อเอาตัวท่านเป็นที่ตั้ง
แต่ถ้าท่านปลดปล่อยจิตใจให้มันโปร่งใส
ท่านจะเห็นอะไรทะลุผ่านจิตใจของเราออกไปอีกกว้างไกล
ได้เห็นโลกในความเป็นจริง และตระหนักว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของโลก

มุมชีวิตที่มองอย่างปิดกั้น
ย่อมต่างจากมุมชีวิตที่เปิดกว้างและเปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้าสู่ใจของท่านเอง.."
พระเซน ยิ้ม ชายหนุ่มยิ้ม.....
แล้วคนที่อ่านได้อะไร........



ที่มา  FWD MAIL

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 473
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Oct. 2006,01:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (31)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 474
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Oct. 2006,02:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



           
          ๑๐๒. ล้างหน้าปฏิวัติใจ

พระอาจารย์ท่านหนึ่งเป็นคนเคร่งครัดปฏิบัติธรรมมาก
ชั่วชีวิตของท่านไม่เคยที่จะเบื่อหน่ายและเกียจคร้านต่อการปฏิบัติ
เมื่อล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา ก็มีข่าวมาจากที่บ้านเกิดว่า หลานชาย
ของท่าน วันๆเอาแต่กินเหล้าเคล้านารีและเหล้า ไม่ยอมทำมาหากิน
ที่บ้านของพี่สาวของท่านแทบจะหมดเนื้อหมดตัวแล้ว ผู้เป็นบิดา
อยากจะนิมนต์ท่านให้กลับไปเทศน์โปรดหลานชาย
เผื่อจะได้กลับเนื้อกลับตัว ประพฤติตนเป็นคนดีต่อไป

พระอาจารย์จึงเดินทางกลับไปที่บ้านเกิด หลานชายเห็นหลวงลุงกลับมา
รู้สึกดีใจยิ่งนัก สนทนาพูดคุยกับหลวงลุงถูกคอยิ่งนัก

พระอาจารย์นั่งสมาธิอยู่บนเตียงทั้งคืน ครั้นรุ่งเช้าก็จะลาจากไป
พูดกับหลานชายว่า “ข้าคิดว่าข้าคงแก่แล้วจริงๆ สองมือก็สั่นตลอดเวลา
เจ้าช่วยผูกเชือกรองเท้าให้ข้าหน่อยได้ไหม?”

หลานชายดีใจที่ได้ปรนนิบัติหลวงลุงยิ่งนัก พระอาจารย์กล่าวว่า
“ขอบใจนะ เจ้าดูซิ คนเราเมื่อยามแก่ สังขารก็เสื่อมลงไปทุกวันทุกวัน
เจ้าต้องดูแลรักษาตัวเองให้ดีนะ ฉวยโอกาสที่ยังหนุ่มยังแน่น ประพฤติตน
ให้เป็นคนดี สร้างพื้นฐานของชีวิตให้มั่นคง”

พระอาจารย์พูดจบก็ลาจากไป ไม่เอ่ยตำหนิถึงความประพฤติที่เลวร้าย
ของหลานชายแม้แต่คำเดียว แต่ว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลานชายของ
ท่านก็ไม่เคยประพฤติตนเป็นคนเสเพลอีกเลย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 475
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Oct. 2006,02:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (32)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 476
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Oct. 2006,01:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



           ความแหลมคมของปัญญา

พระท่านหนึ่งเทศน์ขึ้นว่า “ข้ามีดาบอยู่เล่มหนึ่ง ทั้งสามารถฆ่าคนได้
และสามารถช่วยให้คนมีชีวิตใหม่ได้ พวกเจ้ารู้หรือเปล่าว่า
เป็นดาบอะไร? และในสถานการณ์ไหนข้าถึงจะใช้มัน แต่พวกเจ้า
ต้องระวังหน่อย เมื่อพวกเจ้าเจอดาบนี้อาจจะพล่าชีวิตของพวกเจ้า

มีนายพลท่านหนึ่ง เมื่อได้ฟังคนพูดให้ฟังถึงเรื่องนี้รู้สึกไม่ชอบใจ
จึงไปที่วัดไปหาพระอาจารย์ท่านนั้น หยิบดาบขึ้นมาแล้วพูดว่า
“ข้าได้ยินมาว่าท่านมีดาบเล่มหนึ่ง สามารถฆ่าคนและช่วยให้
คนมีชีวิตใหม่ได้ แต่ท่านเป็นบรรพชิต ท่านจะมีดาบไว้ครอบ
ครองได้อย่างใด? และหากท่านมีดาบอย่างนั้นจริง ขอให้นำ
มาให้ข้าดู ไม่อย่างนั้นข้าจะใช้ดาบนี้ฆ่าท่าน”

พระอาจารย์ยิ้มน้อยๆแล้วพูดเบาๆว่า “หากเจ้าต้องการที่จะชื่นชม
ดาบนี้จริงๆข้าจะให้เจ้าดู”
“ขอให้ข้าดูเดี๋ยวนี้”
“มันก็อยู่ที่ด้านหลังของเจ้า ดูซิ”
ขณะที่นายพลท่านนั้นกำลังจะหันกลับไปดู พระอาจารย์ใช้หมัด
ชกไปที่ลำคอของนายพลแล้วพูดว่า “ นี่คือดาบของข้า เจ้าได้
ตายไปแล้ว”
นายพลท่านนั้นรู้สึกตกใจที่ถูกจู่โจมจนล้มลง ลุกขึ้นมา และยอม
รับความกล้าหาญและการบำเพ็ญภาวนาที่ทำให้มีความนิ่งขนาดนั้นได้
เลยรู้สึกเลื่อมใสและศรัทธาพระอาจารย์ยิ่งนัก

นี่คือ ความแหลมคมของปัญญา ขณะเมื่อเมื่อประสบกับ
ปัญหาและภัยอันตรายมาถึงตัว มีแต่สติและปัญญาเท่านั้นที่จะฉุดช่วยให้พ้น
จากสภาวการณ์นั้นได้ จึงจำต้องบ่มเพาะและฝึกฝนบำเพ็ญ
ภาวนาจิตให้สงบนิ่ง


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 477
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Oct. 2006,01:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (33)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 478
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Nov. 2006,23:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



....คุณจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า  สมาธิภาวนา ไม่ใช่การพยายามไปให้ถึงสภาวะจิตที่สมบูรณ์แบบในฝัน  อีกทั้งไม่ใช่การบริหารใจ  สมาธิภาวนาเป็นเพียงการพยายามมองให้เห็นสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง ไม่มีอะไรที่ลี้ลับทั้งสิ้น ฉะนั้นเราต้องทำให้ทุกอย่างเรียบง่ายสามัญจนถึงขั้นที่กลายเป็นสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบันโดยไม่คาดหวัง  ไม่ตัดสิน และปาศจากความคิดเห็นใดๆ อีกทั้งต้องไม่คิดว่าเรากำลังต่อสู้กับ  "ความชั่วร้าย" หรือต่อสู้เพื่อ "ความดีงาม"

                        จาก   ภาวนาคือชีวิต   
                       เชอเกียม  ตรุงปะ นิพนธ์

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 479
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Nov. 2006,01:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



คำกล่าวของเซนที่ว่า เมื่อปฏิบัติธรรมถึงที่สุดแล้ว จะเห็นภูเขาเป็นภูเขาเหมือนเดิม
การปฏิบัติธรรมคือการมองทุกสิ่งตามความเป็นจริง
เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
ทุกอิริยาบถ ทุกสภาวะจิต ทุกสภาวธรรม ดังประวัติตอนหนึ่งของท่านอวิ๋นกุเถระ


ท่าน อวิ๋นกุเถระ บวชเมื่ออายุได้ 25 ปี ได้ตัดขาดจากกิจนิมนต์ทั้งหมด
นั่งเข้าที่เป็นระยะๆ จาก 7 วันเป็น 14 วันครั้ง จนถึง 49 วัน แล้วกำหนด
ใหม่จาก 1 เดือนครั้ง เป็น 2 เดือนครั้ง จนถึงหนึ่งปีเต็ม ไม่เคยก้าวล่วง
ธรณีกุฏิของท่านไปเลย จิตท่านใสใจสว่าง

แต่ท่านอาจารย์ของอวิ๋นกุเถระอธิบายว่า

“การฝึกจิตเช่นนี้ ไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้”

แล้วท่านก็ฝึกให้อวิ๋นกุเถระฝึกมหาสติปัฏฐานสี่ ติดตามการเกิด-ดับของจิตให้ได้ทุกขณะ

ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใด จงตั้งกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ณ ที่นั้น
เมื่ออยู่ในความรู้สึกอย่างไร จงตั้งเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน ณ ความรู้สึกนั้น
เมื่ออยู่ในสภาพจิตอย่างไร จงตั้งจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ณ สภาพนั้น
เมื่อเผชิญกับสภาวธรรมใด จงตั้งธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ณ สภาวะนั้น

ฝึกให้สติและสัมปชัญญะคอยกำกับบทบาททุกขณะของปัจจุบัน
ให้รู้เท่าทัน ให้รู้ทันท่วงที ให้รู้อย่างไม่ยินดียินร้าย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 480
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Nov. 2006,01:49 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



                        ปฏิวัตินอกและใน

ในโลกนี้มีสามสิ่งที่แหลมคม คือความคมของปากกา ความคมของลิ้น
และความคมของดาบ สิ่งที่แหลมคมที่สุดของสามสิ่งนี้คือ ……

ความแหลมคมของปากกา ตัวอักษรสามารถบาดเข้าไปในที่ที่ดาบและลิ้น
เข้าไปไม่ถึง และดาบเป็นสิ่งที่ทื่อที่สุด เพราะมันเป็นเพียงแค่อาวุธ

แต่มีที่ที่หนึ่งที่ปากกาไปไม่ถึง คือความแหลมคมของมหาเมตตามหากรุณา
ในสัจธรรมของปัญญาแห่งเซน และความแหลมคมของมันจะเกิดหรือดับ
เป็นไปตามความต้องการของครรลองตามสภาวะ เป็นความสะอาดสงบ
จึงทำให้สามารถกรีดลงไปได้ทุกที่

เซนคือจิตที่เปลี่ยนจากความสับสนวุ่นวาย มาเป็นจิตที่บริสุทธิ์ หากคุณมีจิตที่
บริสุทธิ์ เมื่อจะกระทำการอันใดๆ หรือจะอยู่ในสถานที่ใดๆ ก็ไม่อาจมีสิ่งใดมา
เป็นอุปสรรคได้

การภาวนาเป็นการเข้าใจจิตตนเอง วิปัสสนาจนเห็นแจ้ง และฉุดช่วยผู้คน
หากท่านอยากเข้าใจสัจธรรมที่แท้ คุณจะต้องปฏิวัติจิตของตนเอง
ทั้งภายในและภายนอก

หากคุณปฏิวัติทั้งภายในภายนอก ก็จะไม่มีภายในและภายนอก ภายใน
ภายนอกรวมเป็นหนึ่ง เมื่อเห็นท้องฟ้า ก็เป็นแค่สีฟ้า เห็นต้นไม้ใบหญ้า
ก็เป็นเพียงแค่สีเขียว เมื่อจะกระทำการใดๆ จิตจะจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ ก็จะ
หลุดพ้นจากสิ่งที่มาพันธนาการจิตของตนเอง


ที่มา จากอินเตอร์เน็ต

เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 48 of 52<<444546474849505152>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com