เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 50 of 52<<46474849505152>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 491
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Nov. 2006,01:22  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



             ๑๐๔.วางลงตั้งนานแล้ว

พระอาจารย์และพระอีกรูปหนึ่งขณะที่เดินทางจะข้ามคลองแห่งหนึ่ง
เนื่องจากช่วงนั้นเป็นหน้าฝน น้ำในคลองจึงลึกมากกว่าปกติ เห็น
หญิงสาวแต่งกายด้วยผ้าไหมสวยงามคนหนึ่ง ยืนลังเลและไม่กล้า
จะข้ามไป เพราะไม่แน่ใจว่าน้ำในคลองนั้นจะลึกแค่ไหน

พระอาจารย์จึงอุ้มหญิงสาวนั้นข้ามน้ำไป พระอีกรูปหนึ่งเห็นสภาพนั้น
แล้วรู้สึกไม่สบายใจยิ่งนัก เก็บความอึดอัดใจไว้จนค่ำจึงพูดขึ้นว่า
“พวกเราบรรพชิตไม่ควรจะเข้าใกล้หญิงสาว และยิ่งเป็นสาวแรกรุ่น
และสวยงามก็จะยิ่งเป็นอันตรายมากเพิ่มขึ้นไปอีก ทำไมท่านถึง
ล่วงละเมิดต่อศีลเช่นนี้?”

“ เจ้าพูดถึงหญิงสาวที่ข้ามคลองคนนั้นหรือ?
ข้าวางหล่อนลงตั้งนานแล้ว
ทำไมเจ้าถึงยังอุ้มหล่อนอยู่อีก”

               
             
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 492
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Nov. 2006,02:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                           ๑๐๕. ไม่มีเวลาแก่

มีพระรูปหนึ่ง หลังจากที่ไปศึกษาเล่าเรียนและไปฝึกปฏิบัติธรรมตามสำนักต่างๆ
ผ่านไปถึง 20 ปี ก็กลับมาอยู่กับพระอาจารย์ฝ๋อกวงตามเดิม

เมื่อกลับมาถึงก็บอกเล่าทุกข์สุขและสิ่งที่ได้เล่าเรียน เพื่อที่จะให้พระอาจารย์ทดสอบ
ว่าตัวเองปฏิบัติธรรมไปถึงไหนแล้ว พระอาจารย์นั่งฟังอย่างตั้งใจ ด้วยแววตาที่เต็ม
ไปด้วยเมตตาจิต

แล้วลูกศิษย์ก็ถามพระอาจารย์ว่า “20ปีที่ผ่านมานี้ ท่านอาจารย์ทำอะไรไปบ้าง?”
“ทุกวันอาจารย์ก็สอนศิษย์ บรรยายธรรม เขียนคัมภีร์ รู้สึกถึงสิ่งดีงามของทุกวัน
ทุกๆวันก็ทำแต่สิ่งที่เป็นสาระประโยชน์ และมีความสุข”

“พระอาจารย์ทำอย่างนี้เหนื่อยและหนักเกินไปแล้ว ควรจะต้องนึกถึงการพักผ่อน
บ้าง ดูแลร่างกายและสุขภาพ มิฉะนั้นท่านจะต้องแก่แน่ๆ”

พระอาจารย์ตอบว่า “ข้าไม่มีเวลาแก่ กลางวันต้องคอยต้อนรับและบรรยายธรรม
ให้กับผู้มีจิตศรัทธา กลับมาที่ห้องพักยังต้องคอยอ่านข้อความที่ลูกศิษย์เขียนมา
ถามธัมมะ แล้วยังต้องเขียนคัมภีร์ ทุกวันก็ต้องอยู่กับสิ่งที่ทำที่ไม่รู้จักหมด แล้วไหน
จะยังมีเวลาที่รู้สึกว่าแก่ ?  คนบางคนแม้จะยังหนุ่มแน่น แต่กายและจิตที่อ่อนล้า
ก็รู้สึกว่าตัวเองแก่แล้ว บางคนอายุมากแล้วแต่ในจิตยังกล้าแกร่ง ยังรู้สึกมีกำลัง
วังชาเต็มเปี่ยม สุขภาพดีเยี่ยม”

ตอนรุ่งสางพระรูปนั้น ได้ยินเสียงสวดมนต์และเสียงเคาะปลาไม้แว่วแผ่วมา
การปฏิบัติตนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของพระอาจารย์โดนจิตให้กับพระรูปนั้น
ยิ่งนัก ในหูยังเหมือนกับได้ยินพระอาจารย์พูดว่า “ข้าไม่มีเวลาแก่”
การใช้ชีวิตและปฏิบัติตนเช่นนี้ทำให้ผู้คนศรัทธาและเลื่อมใสยิ่งนัก
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 493
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Nov. 2006,07:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

“ข้าไม่มีเวลาแก่” นี่ดีนะคะ

          แต่พวกเราแก่แบบไม่มีเวล่ำเวลานี่สิแย่เลย  tongue.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 494
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Nov. 2006,02:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ พี่แอ๊ด

จริงๆแล้วแปลเรื่องนี้ไว้นานแล้วแต่ไม่กล้านำมาโพสท์
กลัวจะเป็นกระทู้ล่อเป้าจุดชนวนให้เกิดศึกระหว่างคนในบ้าน

มีหลายๆเรื่องในนิทานเซนที่ไม่กล้าแปล
เพราะเกรงจะเกิดศึกภายนอกเว็บเพราะตนเองเป็นต้นเหตุ
คนที่อ่านกระทู้ในเว็บศาสนาบ่อยๆ จะรู้ซึ้งดีว่าข้างในเป็นอย่างใด

จึงมีคำกล่าวที่ว่า

คนรู้ ไม่พูด เพราะพูดไปไม่มีวันจบ..
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 495
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Nov. 2006,03:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



          ๑๐๖. พระอาจารย์กับขอทาน

มีขอทานที่มีแขนเพียงข้างหนึ่ง มาขอทานที่วัดกับพระอาจารย์ท่านหนึ่ง
พระอาจารย์พูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจและชี้ไปที่กองอิฐที่อยู่ริมกำแพงวัดว่า
“เจ้าขนย้ายกองอิฐนี้ไปที่หลังวัดก่อน”

ขอทานนั้นพูดขึ้นมาอย่างขัดเคืองว่า “ข้าพเจ้ามีแขนเพียงข้างเดียว จะย้าย
อิฐเหล่านี้ได้อย่างไร? ไม่อยากจะให้ ก็ไม่ต้องให้ ทำไมต้องกลั่นแกล้งกันด้วย?”

พระอาจารย์ไม่พูดอะไร แต่ใช้แขนข้างหนึ่งยกอิฐขึ้นมาแล้วพูดว่า
“งานอย่างนี้ มีแขนข้างเดียวก็ทำได้”

ขอทานนั้นจึงใช้แขนข้างเดียวนั้นยกอิฐ ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมง ถึงจะขนย้ายอิฐนั้นหมด
พระอาจารย์จึงให้เงินกับขอทานนั้นไป ขอทานนั้นกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง
“ไม่ต้องมาขอบคุณข้า เงินเหล่านี้เป็นค่าแรงของเจ้า”
“ข้าพเจ้าไม่มีวันลืมท่าน”พูดจบก็แสดงความคารวะอย่างจริงใจ แล้วลาจากไป

ผ่านไปสักระยะหนึ่งก็มีขอทานอีกคนหนึ่งมาขอทานที่วัด พระอาจารย์พาเขาไปที่
กองอิฐหลังวัด แล้วชี้ไปที่กองอิฐพร้อมกับพูดว่า
“ย้ายกองอิฐไปที่หน้าวัดแล้วจะจ่ายค่าแรงให้”
ขอทานที่มีแขนขาครบกับมองอย่างเหยียดหยามแล้วเดินจากไป

เหล่าลูกศิษย์ไม่เข้าใจถามพระอาจารย์ขึ้นมาว่า “ครั้งก่อนให้ขอทานย้ายอิฐจากหน้าวัดไปหลังวัด
ครั้งนี้สั่งย้ายจากหลังวัดไปหน้าวัด ท่านต้องการจะให้อิฐไปไว้ที่ไหน?”

“อิฐจะไว้ด้านหน้าหรือด้านหลังก็เหมือนกัน แต่การจะเคลื่อนย้ายหรือไม่นั้น
ในแง่ของขอทานย่อมจะต่างกัน” พระอาจารย์ตอบ

หลายปีผ่านไป มีคหบดีท่านหนึ่งมาที่วัดลักษณะท่าทางดูสง่างาม แต่ที่ขาดก็คือ
มีแขนเพียงข้างหนึ่ง เขาคือผู้ที่ใช้แขนข้างเดียวเคลื่อนย้ายอิฐ ตั้งแต่พระอาจารย์
ใช้ให้เขาทำงาน เขาถึงรู้คุณค่าของตัวเอง หลังจากนั้นก็อาศัยตัวเองต่อสู้อุปสรรค
ต่างๆจนประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ขอทานที่มีแขนขาครบ ยังคงขอทานตลอดไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 496
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Nov. 2006,02:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                   ๑๐๗.   ไยต้องใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อย

พระอาจารย์และศิษย์ที่แยกย้ายกันไปคนละที่ ไม่ได้พบหน้ากันเป็น
แรมปี ต่างฝ่ายต่างก็รู้สึกรำลึกถึงซึ่งกันและกัน เมื่อได้พบหน้ากัน
พระอาจารย์จึงถามขึ้นว่า “ในหนึ่งปีที่ผ่านมาเจ้าได้ทำอะไรมาบ้าง?”

“ข้าพเจ้าได้บุกเบิกที่รกร้างแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ปลูกธัญพืชและผัก
นานาชนิด ทุกวันก็ตักน้ำมารดน้ำผัก คอยถากหญ้าและกำจัดแมลง
ได้ผลผลิตที่ค่อนข้างดีมาก”

“พระอาจารย์ชมเชยว่า “ในหนึ่งปีมานี้เจ้าทำอะไรที่เป็นสาระมากจริงๆ”
ลูกศิษย์จึงถามอาจารย์บ้างว่า “แล้วท่านได้ทำอะไรบ้าง?”
“ข้าได้ผ่านกลางวันไปแล้วก็เป็นกลางคืน” พระอาจารย์ตอบ

“ในหนึ่งปีมานี้ท่านได้ทำอะไรที่เป็นสาระมากจริงๆ” ลูกศิษย์พูดไปโดย
ไม่ทันยั้งคิด พูดไปแล้วจึงรู้สึกว่า ไม่ควรพูดอย่างนั้น เพราะเหมือนกับเป็น
การพูดเสียดสีประชดประชันอยู่ในคำพูดนั้น จนรู้สึกละอายจนหน้าแดง
พร้อมกับคิดในใจว่า “พูดไปอย่างนี้ พระอาจารย์ต้องนึกว่าเราเยาะเย้ยท่าน
ไม่สมควรเลยที่จะพูดอย่างนั้นออกไป”

กิริยาอาการนั้นพระอาจารย์สังเกตเห็นนานแล้ว ขณะที่ศิษย์กำลังจะหาทางแก้
สถานการณ์นั้น พระอาจารย์จึงตำหนิว่า “แค่คำพูดไม่กี่คำ ทำไมต้องกังวล
จนเป็นเรื่องใหญ่เล่า?”

ลูกศิษย์นึกไปสักครู่ จึงเข้าใจถึงความหมายของพระอาจารย์ว่า “ความพลาดพลั้ง
โดยบังเอิญหรือความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจ ถ้าไม่ใช่เป็นความจงใจ แล้วก็ไม่ได้เกิดผล
เสียอะไรร้ายแรง ก็ปล่อยให้ผ่านไป ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องนำมาเก็บไว้ในใจอีก”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 497
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Nov. 2006,09:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จริงครับ เลือกเว็บลง ด้วย ดูจริตเว็บด้วย

บางเว็บ ชอบแบบอภิธรรม
บางเว็บ ชอบ แบบดูจิต อย่างลานธรรม
บางเว็บ ชอบแบบนิมิต เล่นฌาน
บางเว็บ กลางๆ
บางเว็บ มหายาน
บางเว็บ สาธารณะมาก อย่างในพันธ์ทิป คนหลาย จริต

เว็บแบบใหน กลุ่มคนแบบนั้น นิสัยจะมีส่วนคล้ายๆ กัน
ลง ผิดเว็บมา เถียงกันไม่จบ ลงเรื่อง มหายาน นี่ยิ่งต้องระวัง


คนหลายจริต ธรรมก็มี ระดับ หยาบ ปานกลาง ละเอียด สุขุม ต่างกัน
ปัจจัตตัง แต่ ละคนก็ต่างกัน ตามวาสนาเค้า

ธรรมในระดับละเอียด เหมือนคนใบ้ กิน รสหวาน
บรรยาย ความหวานได้เพียงท่าทาง เท่านั้น
รสหวาน คือ ปัจจัตตังเฉพาะตัว
ท่าทางของคนใบ้ คือ ภาษา บัญญติ สมมุติโลก

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 498
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Dec. 2006,03:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (ultraman @ 29 พย. 2006,21:58)
ธรรมในระดับละเอียด เหมือนคนใบ้ กิน รสหวาน
บรรยาย ความหวานได้เพียงท่าทาง เท่านั้น
รสหวาน คือ ปัจจัตตังเฉพาะตัว

สวัสดีค่ะ คุณ ultraman
วันนี้เขียนได้ดีจัง ชอบมากเลย

บ่อยครั้งที่รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ไม่รู้จะบอกกับเขาอย่างไง
เขาเป็นผู้ใหญ่กว่าเรา แม้จะร่ำรวยและอายุมากแล้ว
แต่ก็หาความสุขในชีวิตไม่ได้ ปล่อยวางไม่ลง ทิฐิแรงกล้า

บางคนบอกเขาอ้อมๆแต่เขาก็ยังขาดความเชื่อและศรัทธา
ขาดความต่อเนื่อง ทำแล้วทิ้งไปกลางคัน เสียใจจังที่ช่วย
ไม่ได้ แม้จะเป็นญาติผู้ใหญ่ที่รักเหมือนแม่

เห็นที่เขียนด้านบนทำให้นึกถึงบทสนทนาของนิทานเซนตอนหนึ่ง
ลูกศิษย์    เขาสามารถบรรยายธรรมได้อย่างลึกซึ้งและแจ่มแจ้ง
           ถ้าหากไม่นับว่าเขาเข้าใจ “เซน”แล้วจะเหมือนอะไร?
อาจารย์     เหมือนนกแก้วหัดพูดภาษาคน
ลูกศิษย์     คนใบ้กินน้ำผึ้งกับนกแก้วหัดพูด แตกต่างกันอย่างไร?
อาจารย์    คนใบ้กินน้ำผึ้งคือ”รู้”
           อุปมาดั่งคนดื่มน้ำย่อมจะรู้อยู่แก่ใจดี ว่าน้ำนั้นเป็นอย่างไร?
           เด็กหัดพูด ย่อมจะไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่พูด

นิทานเซนแม้จะเป็นเพียงนิทานแต่ก็ได้อะไรจากหลายๆแง่คิดและหลายๆ
คำพูดที่นำมาใช้เป็นทางปฏิบัติได้ เมื่อก่อนที่เริ่มปฏิบัติใหม่ๆ อาจารย์บอกให้
ทำกายคตาสติทุกวัน ตอนนั้นยังถามอาจารย์เลยว่า ทำไมต้องพิจารณาทุกวัน
ซ้ำๆซากๆ อาจารย์ก็อธิบายให้ฟัง ตอนนั้นไม่เข้าใจหรอกว่าอาจารย์พูดอะไร?

แต่โชคดีที่แม้จะสงสัยแต่ก็ทำตาม เพราะตอนนั้นรู้แต่เรื่องของสติปัฏฐานสี่
เท่านั้น แม้จะทำกสิณน้ำเป็นแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่านั่นคืออะไร

ที่สุดก็รู้ได้ด้วยตัวเองว่าการทำกายคตาสติมีประโยชน์อย่างไร
ใช้ทำอะไรได้บ้าง ตลอดจนกล้าปลงอสุภ

แม้จะแยกรูปนามออกจากจิตได้แล้ว ก็ได้เพียงแค่ระดับหนึ่ง
ต่อมาแปลนิทานเซนแล้วที่ได้มากที่สุดคือ ชีวิตประจำวันคือการปฏิบัติธรรม
จิตปกติคือมรรค ถ้าหากยังไม่ลงตัวอยู่กับชีวิต การงาน กินข้าว นอนหลับ
รัก โกรธ หลง คงยากที่จะไปถึงฝั่งได้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 499
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Dec. 2006,03:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                 ๑๐๘. หานซานกับสือเต๋อ

หานซานเป็นอุบาสกที่อาศัยอยู่ในวัด ไม่ได้บวช ไม่ได้ปฏิบัติธรรม
ได้แต่แต่งกลอนผ่านไปวันๆ ไม่ได้สนใจแม้จะกินข้าวปลาอาหาร
บางครั้งไปกินข้าวที่เหลือๆจากในครัว จึงทำให้รู้จักและสนิทสนม
กับสือเต๋อซึ่งทำงานอยู่ในครัว พวกเขาพูดคุยได้ทุกเรื่อง บางครั้ง
สนุกสนานจนลืมตัว พระและคนในวัดต่างก็คิดว่าสองคนนี้ ไม่ค่อยจะเต็ม

วันหนึ่งขณะที่สือเต๋อกวาดลานวัดอยู่ ภิกษุชรารูปหนึ่งถามเขาว่า
“ชื่อของเจ้าคือสือเต๋อ เป็นชื่อที่ท่านเจ้าอาวาสตั้งให้ แปลว่าเก็บได้
เพราะท่านเก็บเจ้ามาจากในป่า แล้วชื่อจริงของเจ้าคืออะไร?”

สือเต๋อวางไม้กวาดแล้วไม่พูดอะไร แต่ในใจเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
ภิกษุชราก็รู้สึกไม่ค่อยดี จึงไม่ได้ถามอะไรต่อไป แล้วก็เดินเลี่ยงไป

หานซานอยู่ใกล้กับที่นั่นพอดี จึงทุบอกแล้วส่งเสียงดังว่า “สวรรค์ สวรรค์”
สือเต๋อจึงถามว่า “เจ้าตะโกนอะไร?”
“บ้านทางทิศตะวันออกมีคนตาย แต่ไปแขวนพวงหรีดที่บ้านทางทิศตะวันตก
เจ้าไม่เคยได้ยินคำนี้หรือ?”
ว่าแล้วทั้งสองก็หัวเราะเสียงดัง กระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน

ทุกๆเดือนที่วัดจะจัดให้มีการปฏิบัติและบรรยายธรรม หานซานและสือเต๋อ
ก็มักจะอยู่ร่วมปฏิบัติด้วยเสมอ ขณะเมื่อทุกคนสวดมนต์เสร็จแล้ว
สือเต๋อพูดขึ้นว่า “พวกเจ้ามาสวดมนต์ทุกๆเดือน ทุกๆวัน สวดได้อะไรขึ้นมาบ้าง?”
ผู้บรรยายธรรมวันนั้นโกรธมาก พร้อมกับด่าว่าต่างๆนานา
หานซานซึ่งอยู่ที่นั่นด้วยพูดขึ้นว่า
“ข้าเคยได้ยินมาว่า ไม่โกรธคือการถือศีล จิตสงบคือการถือบวช
ท่านพูดจาทำร้ายจิตใจคน จิตเดิมแท้ของพวกเราก็เหมือนกับจิต
ของท่าน เพียงแต่เราไม่ได้ผ่านพิธีการบวชก็เท่านั้น”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 500
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Dec. 2006,01:17 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



                ๑๐๙.  ชงชา

ขณะที่พระศิษย์พี่รูปหนึ่งกำลังยกยามาให้พระศิษย์น้องที่นอนป่วย
อยู่บนเตียง พูดขึ้นว่า “ถึงเวลากินยาแล้ว ศิษย์น้อง”
ศิษย์น้องค่อยๆลืมตาขึ้นมาแล้วพูดว่า “ศิษย์พี่ ถ้าหากทิ้งเปลือก
เปล่าๆนี้แล้ว พวกเรายังจะพบกันได้ที่ไหนอีก?”
ศิษย์พี่ยิ้มๆแล้วพูดว่า “ที่ที่ไม่เกิดไม่ดับ แล้วแต่กรรมสัมพันธ์จะพาไป”

“ท่านทำไมถึงพูดจาไม่สร้างสรรค์เลย ทำไมไม่พูดว่า ในจักรวาล
นี้ทุกแห่งหนล้วนแต่มีกรรมสัมพันธ์ เมื่อทุกๆที่เราก็พบกันได้ ทำไม
จะต้องมาจำกัดว่าจะต้องไปพบกันที่ๆไม่เกิดและไม่ดับ”

ศิษย์พี่ได้ยินพูดอย่างนั้นแล้ว ก็ไม่พูดอะไร ลุกขึ้นยืนแล้วหยิบหมวก
ทำท่าจะเดินออกไป ศิษย์น้องจึงถามว่า “หยิบหมวกทำไม?”
“กันลมกันฝน ใช้ประโยชน์ได้เองแหละ”
“เมื่อออกไปข้างนอก ลมพัดทีเดียวก็บินไปแล้ว แล้วจะทำอะไรได้
แล้วกายเนื้อรวมทั้งเปลือกนอกนี้ เมื่ออนิจจังของความเป็นความตาย
มาถึงไม่ใช่กลายเป็นเถ้าถ่านสูญสลายไปหรือ?”

“อย่างน้อยก็ยังพอจะมีอะไรปกปิด คงจะมีประโยชน์อะไรบ้างหรอก” ศิษย์พี่ตอบ
“ชีวิตใหญ่อย่างนี้ จะปกปิดอะไรได้สักเท่าไหร่”
“ศิษย์น้อง แม้ชีวิตคนเราจะดูเหมือนว่างเปล่า ไม่มีอะไรน่า
จะเหลือไว้ให้อาลัยอาวรณ์ แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีชีวิตอยู่อย่าง
ให้มีรสชาติของการไม่ยึดติดและกังวล ทำอย่างนี้ถึงจะมีความหมาย
ของชีวิตที่ไม่ดับชั่วนิรันดร์”

ศิษย์น้องได้ฟังแล้วก็ค่อยๆลุกจากเตียง ไปหยิบใบชาจากลิ้นชัก
ลงใส่กาแล้วเติมน้ำ ศิษย์พี่เห็นแล้วรีบเข้าไปประคอง
“เจ้าคิดจะทำอะไร? ยังไม่หายไข้ลงจากเตียงทำไม
รีบกลับไปนอนเถิด”
“ข้าจะชงชา”
“ชงชา ชงให้ใครดื่ม?”
“มีคนหนึ่งจะดื่ม”
แล้วทำไมคนนั้นเขาไม่ชงเอง”
ดีนะ ที่ข้ายังมีเปลือกเปล่าอันนี้อยู่ ยังอยากมีชีวิตอยู่อย่างมีรสชาติ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 50 of 52<<46474849505152>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com