เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 51 of 52<<474849505152>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 501
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Dec. 2006,06:52  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีเรื่องราวมากมาย  พี่ไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักหรอกค่ะ  แต่ที่คุณแสงดาวตั้งใจมาโพสต์ให้พวกเราอ่าน อ่านแล้วได้สะกิดใจบ้าง  ได้คิดแตกต่างบ้าง  พี่ก็ว่าเป็นบุญโขแล้วล่ะค่ะ  

           ขอบคุณ  คุณแสงดาวและ คุณ ultramanด้วยค่ะ   bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 502
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Dec. 2006,07:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



การฝึกสมาธิที่ดีที่สุด คือ วิธีหนึ่งที่จะไหลไปได้อย่างอิสระ
ไม่ผูกยึดสิ่งใดไว้ เพราะว่าเมื่อเราได้ผูกยึดกับอะไรไว้
เราจะถูกตรึงไว้กับที่โดยการผูกยึดของเราเอง
การมีเสรีภาพที่จะไหลไปสู่สมาธิเบื้องสูง

มันสวยงามไหมล่ะ !

เมื่ออาจารย์คนหนึ่งถูกถามว่า

"เมื่อท่านฝึกสมาธิ ท่านสำรวมใจไว้ที่ใหน "

อาจารย์ตอบว่า

" ไม่มีวัตถุ ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีเป้าหมาย "

คัดบางส่วนจากหนังสือ ดุลยภาพแห่งชีวิต ของท่าน ตาร์ถัง ตุลกุ ทอนดุป

...................................

ต้นสายนิกายพุทธ

ดั่งแม่น้ำ
ต้นธารเดียวกันแต่แตกออกเป็นสายๆ ต่าง ตามภูมิประเทศ กลิ่นสีแม่น้ำ ย่อมแตกต่าง
แม้สายใหน แม่น้ำก็ยัง ความชุ่มฉ่ำ ให้พฤกษา นานาสัตว์ เสมอ

เนื้อแท้ เหมือนกัน ต่างแค่ลีลา ยี้ห้อ ที่ห่อหุ้ม
อ่านหลายๆ ที่ มองทะลุนิกาย ทะลุ อาจารย์กันไปเลย ไม่ต้องยึดติด
ก่อนจะละ ก็ เกาะก่อน ใช้สมมุติโลก ให้เป็นประโยชน์

ไหล ลง มหาสมุทรแห่ง วิมุติ คือ สุดท้าย

สมัยหนึ่ง ผมเคยไปถ้ำไก่หล่น พบหนังสือปรัชญาปารมิตา
ตรงที่นั่งหลวงปู่พุทธะอิสระ ครั้งแรกที่แตะๆ คลำๆ บางประโยค มึนเลย
มันใช้ สัญญาท่องจำ ไป อ่านมันได้แค่อักษร ไม่ใช่ปัญญา

ผมซื้อ เพชรตัดทำลาย วัชรเฉทิกา ปรัชญาปารมิตาสูตร
ฉบับท่านติชนัทฮันต์ มาอ่านตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง ชอบอ่าน
ท่านติช นัท ฮันต์ กล่าวว่า อ่านพระธรรมซ้ำไป ซ้ำมาแหละดี
อย่าไปเบื่อ ผมอ่านไปไม่จบหรอกทิ้งไว้เลยปวดหัว

ท่านติชนัทฮันต์ เข้าใจ
เพชรตัดทำลาย วัชรเฉทิกา ปรัชญาปารมิตาสูตร
ตอนเขียนบทกวีบทหนึ่ง แว๊บหนึ่ง มันเป็นการหยั่งเห็นเฉพาะท่าน
คงเหมือน ตอนท่านเว่ยหลาง(ผมจำชื่อถูกใหม )
ฟังบทสวด ปรัชญาปารมิตาสูตร แล้วสว่าง กระมัง

รสชาติการอ่าน ปรัชญาปารมิตาสูตร ก่อนปฏิบัติ ขณะปฏิบัติ หลังปฏิบัติ มันต่างกันครับ

ถึงช่วงหนึ่งเราจะเห็น อักษรมันรวมกันจุดเดียวเลย

ผมโดนเวทนาเล่นอย่างหนัก และ เจอบางอย่าง 2 ครั้ง
ผมจำจนวันตายเลย ผมจึงรัก ปรัชญาปารมิตาสูตร
ท่านนาคารชุน ท่านตรุงปะ หลวงปู่พุทธะอิสระ
ท่านติชนัทฮันตร์ หลวงพ่อเทียน หลวงพ่อฤาษี ท่านพุทธทาส มาก ๆ

เวลาเกิดเรื่อง ขันธ์มารบีบหนักๆ คิดอะไรไม่ออก พอดีนึกถึงธรรมของท่าน แล้วมันผ่อน ขันธ์ 5 เบา

ผมไม่ติดอาจาร์องค์ใหนหรอก แต่ สิ่งที่ท่านสอน พอลองใช้มัน ได้
ไม่ถึงขนาดเปรี้ยงๆ ขอแค่ประกายหิ่งห้อย ให้พอเกาะ ชื่นใจแล้วครับ

วิถีจิต เป็นกุศล มันจะสะสม พอเจอหนักๆ มันมากองรวมกัน
จะช่วยหนุนส่ง ปัญญาเพียงแค่ ประกาย อัด กับขันธ์ 5 ผมจำจนวันตาย
ช่วงหลังๆ จะจด มโหรสพทางวิญญาณ ประสบการณ์ทางวิญญาณไว้
ว่าจะเอามาเรียบเรียง ผมเขียนไว้มันจะดิบๆ
ถ้าเอามาเกลา ๆ สักวันมันจะมีประโยชน์กับคนอื่น

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 503
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Dec. 2006,07:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



เสียงลำธารคือองค์พระพุทธะ
ภูดอยคือธรรมกายศรี
แปดหมื่นสี่พันมาในราตรี
เอ่ยวจีบอกใครอย่างไรหนอ


เขียนถวายเจ้าอาวาสวัดตงหลิน
- ซูตงเปอ กวีเอกยุคราชวงค์ซ่ง -


เห็น เส้นผม หยดน้ำ พยับแดด ใบ้ไม้ ภูเขา อักษร
ปรากฏการณ์ ต่างๆ แม้แต่ ตัวเวทนา คำด่า อาจม มองดีๆ
มันจะมี ธรรมกายพระตถาคต ซ่อนอยู่

ได้อ่านไดอาล๊อก ความคิด การโพส ของชาวบ้าน อยู่หลายปี
ตอบขอบคุณ ที่เขาชี้ทางให้เข้าที่บ้างครับ เคยผิดพลาดมา
อยากจะโพสแบบคนธรรมดา แบบศิษย์ดื้อกลับใจ ครับ

ผมกลัวคุยๆ จะ ติดรู้น้อยฝอยเป็นเข่ง รู้ไปหมดแต่อดไม่ได้
ผมเคยโพสไก่ไปหลายตัว
ในบางเว็บ ไม่ลบ กลับไปอ่านยังตลกตัวเองอยู่
การโพสมันมี การเติบโตครับ เคยโพสซนๆ ช่วงหลังพยายามตั้งสติโพสครับ

พี่แอ๊ดช่วงแรก ไม่กล้าโพสได้แต่อ่านๆ มันกริ่งเกรงๆ อยู่
เห็นโพสๆ ไป กลัวจะเบื่อกันเลย หาโฆษณามาสลับบ้าง
ถือว่าเป็นโฆษณา ละกัน sit01.gif

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 504
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Dec. 2006,01:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ คุณ ultraman
ขอบคุณที่นำแนวคิด แนวการปฏิบัติ และประสบการณ์มาแบ่งปันให้
รู้สึกว่า ความคิดและแนวการปฏิบัติของเราใกล้เคียงกันมาก

วันก่อนหยิบหนังสือเรื่องเหลี่ยวฝานติดไปเตรียมจะอ่านที่ที่ทำงาน
ก็เห็นคุณโพสท์เรื่องเหลี่ยวฝานวันนั้น
เมื่อวานตอนกลางวันขณะที่กำลังหาหนังสือเรียนให้นักเรียนบังเอิญ
เห็นคัมภีร์เพชรตัดทำลาย วัชรเฉทิกา อยู่ในตู้ด้วย เลยหยิบมาอ่าน
และหาตอนที่ท่านเว่ยหล่างฟังบทสวดแล้วสว่างด้วย
ก็เห็นคุณโพสท์เมื่อวานอีก

ชอบบทความที่พูดถึงนี้มาก ลึกซึ้งและวิเคราะห์ได้ตรงจุดที่สุด

ต้นสายนิกายพุทธ
ดั่งแม่น้ำ
ต้นธารเดียวกันแต่แตกออกเป็นสายๆ ต่าง ตามภูมิประเทศ กลิ่นสีแม่น้ำ ย่อมแตกต่าง
แม้สายไหน แม่น้ำก็ยัง ความชุ่มฉ่ำ ให้พฤกษา นานาสัตว์ เสมอ


ด้วยความที่เป็นผู้หญิง และที่บ้านไม่ชอบให้ไปใช้ชีวิตแบบผู้ปฏิบัติธรรม
จึงได้แต่ฝึกปฏิบัติและอ่านตำราอยู่กับบ้าน แต่ก็แปลกที่ตำราที่อยากจะได้
มักจะมีผู้นำมาให้ เช่น คัมภีร์เพชรตัดทำลาย วัชรเฉทิกา ไม่เคยคิดเลยว่า
จะได้มาเพราะไม่ใช่หนังสือที่จะหาซื้อได้ง่ายๆแม้แต่ตามวัดก็ไม่ใช่จะมีทุกวัด
แต่ที่สุดคัมภีร์เล่มนี้ก็ข้ามน้ำข้ามทะเลมาอยู่ที่บ้านจนได้

จึงอยากจะแปลความหมายคร่าวๆถึงท่อนที่ท่านเว่ยหล่างได้ยินมาฝาก
(คุณอาจจะจำผิดนิดหน่อยไม่ใช่คัมภีร์บทสวด ปรัชญาปารมิตาสูตร นะคะ)

พึงให้เกิดจิตที่สะอาดและสงบ ไม่ไปยึดติดธรรมารมณ์ทั้งหลาย
พึงไม่ให้มีสิ่งใดยึดติดอยู่ จนจิตเกิดสภาวะอื่นขึ้นมา


มีเวลาและโอกาสขอเรียนเชิญให้มาโพสท์อีกนะคะ
ยังคอยติดตามอ่านอยู่เสมอค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 505
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Dec. 2006,01:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                           ๑๑๐. เปรียบเทียบใหญ่เล็ก

มีพระธุดงค์จากสองวัดใหญ่ในประเทศเกาหลีเมื่อธุดงค์มาเจอกัน เลยเดินทาง
ไปธุดงค์ด้วยกัน เมื่อนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ต่างคนต่างพูดถึงวัดของตนเอง

พระรูปหนึ่งพูดว่า “วัดที่อยู่นับว่าเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดและมีพระอาศัยอยู่มากที่สุด
ในประเทศ”
“พระอีกรูปหนึ่งพูดว่า “วัดที่ข้าอยู่ ทุกครั้งที่ข้าจะฉันข้าว ต้องนั่งเรือไปตักแกงจืดที่อีกฟากหนึ่งแน่ะ”
พระรูปที่หนึ่งพูดต่อว่า “ พวกเราที่อยู่ในวัดเมื่อนั่งถ่ายทุกข์ ต้องคอยถึงสามนาที
ถึงจะได้ยินเสียงอุจาระกระทบน้ำ”

บังเอิญใต้ร่มไม้ใกล้ๆกันนั้นมีพระอีกรูปหนึ่งนั่งอยู่ พูดขึ้นมาว่า “วัดที่ข้าอยู่ถึง
จะเป็นวัดที่ใหญ่จริง เพราะพระทุกรูปที่อยู่ในวัดล้วนแต่มีความว่างเปล่า
พวกเจ้าทั้งสองสามารถออกไปจากความว่างเปล่านี้ได้หรือเปล่า?”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 506
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Dec. 2006,00:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (แสงดาว @ 04 ธค. 2006,13:14)
             
บังเอิญใต้ร่มไม้ใกล้ๆกันนั้นมีพระอีกรูปหนึ่งนั่งอยู่ พูดขึ้นมาว่า “วัดที่ข้าอยู่ถึง
จะเป็นวัดที่ใหญ่จริง เพราะพระทุกรูปที่อยู่ในวัดล้วนแต่มีความว่างเปล่า
พวกเจ้าทั้งสองสามารถออกไปจากความว่างเปล่านี้ได้หรือเปล่า?”


      ฮ่าๆ ตลกดีจัง  laugh1.gif   เอ้อ...ข้อความนี้มันหมายความว่ายังไงล่ะคะคุณแสงดาว ใช่หมายถึงการปล่อยวางหรือเปล่าคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 507
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Dec. 2006,02:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ พี่แอ๊ด

เรื่องการบรรยายธรรม หรือตีความแสงดาวไม่ถนัดจริงๆค่ะ
ขอส่งไม้ไปให้พี่คิลินหรือคุณ ultraman

พี่คิลินหรือคุณ ultraman ช่วยหน่อยนะคะ  help.gif   help.gif   help.gif

แสงดาวชั่วโมงบินยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับพี่คิลินหรือคุณ ultraman
หากจะประเมินผลการปฏิบัติแล้วสิ่งที่ได้น่าจะคือ

มีความสุขในชีวิต มีจิตที่เบิกบาน รู้จักพอ รู้จักปล่อยวางและไม่ยึดติด
เข้าใจดีถึง ทุกขัง อนิจจังและอนัตตา

แต่พี่สาวก็บอกว่าตัวเองมีความสุขเพราะไม่มีเรื่องให้ทุกข์ต่างหาก
แต่โดยส่วนตัวคิดว่าจิตที่ฝึกมาดีแล้ว แม้ทุกข์มาถึงก็อาจจะเสียหลักในช่วงแรกๆ
แล้วก็จะค่อยๆปรับตัวได้ เพราะก็ฝึกไม่ยึดติดกับทุกข์หรือสุขอยู่แล้ว

คิดว่าการยึดติดกับทุกข์หรือสุข หรือบุคคลหรือวัตถุ หรือร่างกายหรือจิตของเราเอง
เป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะเราอาจจะสูญเสียสิ่งเหล่านี้ไปเมื่อไหร่ก็ได้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 508
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Dec. 2006,02:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




           ๑๑๑. ปฏิบัติธรรมสี่สิบปี

พระอาจารย์ท่านหนึ่งสนใจเรื่องของศาสนาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
และก็ออกบวชตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม ศึกษาธรรมอยู่ระยะหนึ่ง
แล้วก็ขึ้นไปสร้างกระท่อมเป็นที่พักอยู่บนภูเขาลูกหนึ่ง

ยามปกติก็จะดื่มน้ำในลำธารแก้กระหาย ทุกวันฉันเพลด้วยผลไม้
เพียงมื้อเดียวเท่านั้น เป็นอย่างนี้ทุกวันจนเวลาล่วงเลยจากวันเป็นปี

วันหนึ่งมีชายตัดฝืนเดินผ่านกุฏินั้น เห็นพระอาจารย์เข้า จึงถามขึ้นด้วยความแปลกใจว่า

“ท่านปฏิบัติธรรมอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?”

“ประมาณสี่สิบหน้าหนาวแล้ว”

“ท่านบำเพ็ญอยู่ที่นี่เพียงรูปเดียวหรือ?”

"ในป่าลึกอย่างนี้ ภาวนาเพียงคนเดียวก็นับว่าเยอะแล้ว จะต้องให้มีคนเยอะๆทำไม?”

“หรือว่าท่านไม่มีสหายธรรมเลยหรือ?”

พระอาจารย์เลยตบมือขึ้นสามครั้ง สิ้นเสียง ก็มีเสือกลุ่มหนึ่งเดินออกมา
ชายตัดฟืนเห็นแล้วก็สะดุ้งสุดตัว พระอาจารย์บอกว่าไม่ต้องกลัว
แล้วสั่งให้เสือเดินออกไป

พระอาจารย์พูดต่อว่า “เจ้าคงเห็นแล้วซินะ สหายข้ามีเยอะแยะ
ภูเขาแม่น้ำผืนดิน ต้นไม้ต้นหญ้าไม้ดอก จิ้งจอกหนอนเสือ ล้วนแต่เป็นเพื่อนของข้า”

ชายตัดฟืนได้ยินได้เห็นแล้วก็รู้สึกศรัทธายิ่งนัก จึงตัดสินใจบวชเข้ามาสู่ร่มกาสาวพัสตร์

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็มีผู้มาปฏิบัติธรรมหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
ที่นั่นมีเมฆขาวลอยฟูฟ่องผ่านเขาเขียวขจี มีต้นไม้ใบหญ้าอยู่คอยต้อนรับผู้คน
มีเสือเดินกวางผ่าน มีนกบินมีเสียงแมลงหรีดร้องเรไร
ที่สุดก็กลายเป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่เผยแพร่ลัทธิเซนแห่งใหญ่แห่งหนึ่ง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 509
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Dec. 2006,11:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ครับ..จะมาแปลปริศนาธรรมนิทานเซนเรื่องที่ ๑๑๐

อ่านเรื่องนี้แล้ว ผมนึกถึงเรื่องที่ให้ปริศนาธรรมทำนองเดียวกัน เรื่องนั้นคือ ไซอิ๋ว ตอนเห้งเจียอาละวาดสวรรค์

ไซอิ๋ว เป็นนิยายจีนที่ชื่นชอบมากตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้ก็ยังชอบ แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นปริศนาในใจผมมาตลอดนั่นก็คือ ทำไมเห้งเจียซึ่งมีอิทธิฤทธิ์มากมาย เหาะเหินเดินอากาศได้ มีฉายาว่าสี่เทียนไต้เซีย (หมายถึงผู้เป็นใหญ่ในทิศทั้งสี่) ขึ้นไปอาละวาดสวรรค์ เทวดาบนสวรรค์ครั่นคร้ามปราบไม่ได้  ทำไมจึงมาพ่ายแพ้ถูกพระยูไลปราบเสียได้

เมื่อเจอต่อหน้าพระยูไล เห้งเจียก็อวดท้าทายความสามารถของตน ว่าตนตีลังกาเหาะเหินไปได้ไกลเป็นหมื่นๆลี้  ท้าทายพระยูไลว่าใครจะไปได้ไกลกว่ากัน พระยูไลรับคำท้า

เห้งเจียก็ตีลังกาเหาะไปอย่างรวดเร็ว จนไปเจอภูเขาห้าลูกขวางกั้นไว้ ก็ทำเครื่องหมายไว้ว่าตนมาถึงที่นี่  แล้วเหาะกลับมาเจอพระยูไล

ผลประกฎว่า ภูเขาห้าลูกที่เห้งเจียเข้าใจว่าได้ไปไกลจนสุดขั้วโลกนั้น ที่แท้คือนิ้วทั้งห้าของพระยูไล 

ปริศนาธรรมตรงนี้ ตรงกับคำตรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า "เราคือโลก โลกคือเรา" ความหมายก็คือ เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ไม่แปลกแยกจากธรรมชาติ 
เมื่อเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เห้งเจียก็กระโดดไม่พ้นจากธรรมชาติ

คำว่า ความว่างเปล่า คือ อนัตตา ความไม่มีตัวตน
หมายถึงที่สุดแล้ว ทุกสิ่งคือความว่างเปล่า
เมื่อเป็นความว่างเปล่า ก็ไม่มีใหญ่ไม่มีเล็ก ไม่ต้องเปรียบเทียบ เพราะทุกสิ่งที่สุดแล้วไม่มีตัวตน yin-yang.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 510
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Dec. 2006,06:22 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

bowsdown.gif ขอบพระคุณค่ะ พอเข้าใจได้ตามตัวหนังสือ แต่ก็ไม่ลึกซึ้ง อิอิ  แล้วทำไมจึงถามว่า

     "พวกเจ้าทั้งสองสามารถออกไปจากความว่างเปล่านี้ได้หรือเปล่า?”

     ทำไมถึงถามว่าออกไปจากล่ะคะ ทำไมไม่ถามว่าพวกเจ้าเข้าไปสู่ความว่างเปล่านี้ได้หรือเปล่า?

       withstupid.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 51 of 52<<474849505152>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com