เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 7 of 52<<34567891011>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: นิทานเซน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 61
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Oct. 2005,22:24  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



11   คุณธรรมอันดีงามที่สุดของคนเราคือ ความเมตตา
    ความดีงามของคนเราไม่ได้อยู่ที่ความสวยงาม
    การมีทรัพย์สินมากมาย มีความสามารถล้นเหลือ
    ดังนั้นยอมที่จะเป็นคนไม่มีความสามารถอะไร
    ไม่มีการศึกษา แต่จะไม่ยอมให้ขาดความเมตตา
     เพราะความเมตตาคือคุณธรรมอันแท้จริง

12   ความกล้าหาญที่สุดของคนเราคือ กล้ายอมรับผิด
     คนเราต้องมีความกล้า ความกล้าไม่ใช่กล้าชกต่อยกับผู้อื่น
     และก็ไม่ใช่ไปชิงดีชิงเด่นกับผู้อื่น เอาชนะคะคานกับผู้อื่น
     แต่เป็นการรู้สำนึกว่าบางสิ่งตัวเองไม่ควรพูด ไม่ควรทำอย่างนั้น
     ไม่ควรไปขัดขวางอย่างนี้ คนที่สามารถรู้สำนึกว่าตัวเองผิด
     จึงจะเป็นผู้กล้าหาญที่สุด

13   รายรับที่มากที่สุดของคนเราคือความรู้จักพอ
     ทุกๆคนก็หวังแต่จะให้ตัวเองได้ ตัวเองประสบผลสำเร็จ
     ได้รับผลประโยชน์ หากไม่รู้จักพอ แม้จะนอนอยู่บนวิมาน
     กับเหมือนกับนอนอยู่ในนรก หากรู้จักพออยู่ในนรก
     ก็เหมือนกับอยู่บนวิมาน ดังนั้นความรู้จักพอจึงเป็น
     เป็นรายรับที่มากที่สุด

14   การบุกเบิกทรัพยากรที่มีอยู่ของตัวเองที่มีค่ามากที่สุดคือความศรัทธา
    ใครๆก็พูดกันว่า ต้องบุกเบิกทรัพยากรมาใช้
    ทรัพยากรนั้นไม่ได้หมายถึง สินแร่ในป่า
    สิ่งล้ำค่าในทะเล และก็ไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติ
    แต่ในความศรัทธามีทรัพย์สิน มีคุณธรรม มีสิ่งล้ำค่า

15   สิ่งที่คนเราควรมีให้มากที่สุดคือความรู้สำนึกในบุญคุณของผู้อื่น
     คนประเภทไหนร่ำรวยที่สุด คนประเภทไหนยากจนที่สุด
     คนยากจนคือคนที่อยากจะได้อยู่ร่ำไป
    คนมั่งมีคือคนที่มีแต่ความรู้สึกขอบคุณ และคิดแต่จะเจือจานช่วยเหลือผู้อื่น
    ดังนั้น ผู้ที่มีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ ถนอมสิ่งที่ตนมีอยู่ จึงเป็นผู้ที่มีมากที่สุด


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 62
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Oct. 2005,03:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



16   สิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุดคือ ความใจกว้าง
    ทุกคนก็หวังจะให้ตัวเองเป็นผู้มีการศึกษาอบรม
    ดังมีคำกล่าวว่า “ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความนุ่มนวล
    แต่จะต้องเคร่งครัดต่อตัวเอง”
    คนอื่นจะปฏิบัติต่อเราดีหรือไม่ เราก็สามารถเข้าใจ
    และยอมรับได้ นี่คือสิ่งที่ควรบ่มเพาะให้มีมากที่สุด


17   ต้นทุนที่มากที่สุดของคนเราคือ ศักดิ์ศรี
    คนจะเป็นคนได้ต้องมีศักดิ์ศรี
    ก็เพราะว่าคนเรามีศักดิ์ศรี ด้วยเหตุนี้อะไรก็เสียสละได้
    แต่ว่าเมื่อผ่านการบีบคั้นของความเสียสละก็ยังคงเหลือศักดิ์ศรีไว้
    ดังนั้นสำหรับศักดิ์ศรีความเป็นคนของทุกคนจึงต้องให้ความสำคัญ
    และรักษามันไว้

18  ความปลื้มปีติที่มากที่สุดของคนเรา คือความสุขจากรสพระธรรม
    คนส่วนใหญ่มักจะหาความสุขจากสิ่งล่อที่เป็นกิเลสและวัตถุ
    เช่นจากคำชมเชยเพียงคำเดียว ก็เป็นปลื้มไปเสียครึ่งวัน
    แต่ความสุขจากคำชมเชยเดี๋ยวเดียวก็ผ่านไปแล้ว

    ความสุขที่ได้จากการมีทรัพย์สิน แต่ว่าทรัพย์สินก็เหมือนสายน้ำไหล
    ชั่วประเดี๋ยวก็ใช้หมดแล้ว

    ความสุขที่ได้จากการท่องเที่ยว
    แต่ว่าพันลี้หมื่นลี้กระพริบตาผ่านไป ความสุขก็ผ่านไป

    มีความปลื้มปีติเพียงสิ่งเดียวที่จะยังอยู่ตลอดไปคือความสุขจากรสพระธรรม
    ปีติสุขจากธัมมะ ได้จาก ปัญญา ตัวรู้ และการภาวนา
    เป็นสิ่งที่สามารถมีได้ตลอดชีวิต ไม่สูญสลายตลอดไป

19  ความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนเราคือ ความปลอดภัย
   ทรัพย์สินเงินทองและเกียรติยศ เป็นสิ่งที่คนปรารถนาอยากมีมากที่สุด
   แต่ว่าเมื่อได้ทรัพย์สินและชื่อเสียงแล้ว ก็ขาดความปลอดภัย
   ชีวิตอย่างนี้ย่อมไม่มีความหมาย ดังที่กล่าวว่า
   ความปลอดภัย สงบสุขคือวาสนา

20  สิ่งที่ควรจะสร้างให้มีมากที่สุดคือ เพื่อประโยชน์สุขของมวลชน
   ประโยชน์สุขของมวลชนได้จาก เมตตาจิต ความมีน้ำใจที่ดีงาม
   เช่นพูดในสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับทุกคน
   ทำในสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับทุกคน
   จะสร้างถนนหรือสร้างสะพาน ขอเพียงให้เป็นประโยชน์กับทุกคน
   ตัวเองก็ยินดีที่จะเสียสละแรงงานและแรงใจที่จะไปช่วย


เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานเซน นิทานเซนจะมีหมายเลขกำกับที่ชื่อเรื่อง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 63
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Oct. 2005,01:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




๒๑. ( ๑๘ อรหันต์ทองคำ )


    ที่เชิงเขาผู่ถอ มีชายหาฟืนและครอบครัวอาศัยอยู่หลังหนึ่ง ครอบครัวนี้เลี้ยงชีพด้วยการหาฟืนมาหลายชั่วคนแล้ว ทุกๆเช้าชายคนนี้จะออกไปหาฟืนแต่เช้า กว่าจะกลับก็ค่ำมืด ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก หากินมาไม่พอเลี้ยงปากท้อง ภรรยาของเขาเมื่อไปวัด จึงมักจะวิงวอนขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตา ช่วยเหลือให้หลุดพ้นจากความทุกข์ยาก

เหมือนสวรรค์มีตา วันหนึ่งโชคลาภก็มาถึง ชายหาฟืนคนนั้น ขุดพบรูปปั้นอรหันต์ทองคำมา 1 องค์ ชั่วพริบตานั้นเขาก็กลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาทันที เลยไปซื้อบ้านและไร่นา พร้อมกับจัดงานเลี้ยงฉลองกินกับญาติสนิทมิตรสหายกันอย่างครึกครื้น

ตามความเป็นจริงแล้วชายคนนั้นน่าจะรู้จักพอแล้ว น่าจะรู้จักรสชาติของเศรษฐีแล้ว แต่ก็อิ่มอกอิ่มใจได้ไม่นาน ความทุกข์กังวล ก็เริ่มมาแล้ว ถึงกับกินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ ผุดลุกผุดนั่งทั้งวัน

ภรรยาของเขาจึงเตือนว่า “ตอนนี้บ้านเราเรื่องกินเรื่องอยู่ก็ไม่ขาด  อะไร ทั้งยังมีเรือกสวนไร่นา บ้านหลังงาม เจ้ายังจะทุกข์กังวลอะไรอีก ? แม้จะมีขโมย ชั่วเวลาประเดี๋ยวประด๋าว ก็คงจะขโมยอะไรได้ไม่หมด เจ้าคนผีเฮงซวย เจ้าคนเกิดมาเพื่อจะจนตลอดชีวิต “

ชายหาฟืนได้ยินภรรยาพูดอย่างนั้น จึงพูดอย่างรำคาญว่า  “ แม่บ้านอย่างเจ้าจะรู้อะไร ? กลัวคนขโมยนั้นเรื่องเล็ก แต่เรื่องของ 18 อรหันต์ทองคำนี่ซี ข้าเพิ่งจะได้มาองค์เดียว อีก 17 องค์ ข้ายังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ? แล้วข้าจะสบายใจได้อย่างไร ? ที่สุดชายตัดฟืนซึ่งคิดกังวลแต่เรื่องอยากได้ 17 อรหันต์ทองคำที่เหลือ ก็ล้มป่วยลง ป่วยได้ไม่นานก็ตายไป


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 64
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Oct. 2005,01:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




๒๒. เงินแลกกับปัญญา


    ครั้ง่หนึ่ง ขณะที่ชายคนหนึ่งกำลังซ่อมกำแพงที่ถล่มลงมา หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก เขาได้ขุดพบทองคำก้อนใหญ่ ก้อนหนึ่ง เลยกลายเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา

ชายคนนั้นรู้ตัวเองดีว่า ตัวเองค่อนข้างโง่ จึงไปปรึกษากับพระอาจารย์ท่านหนึ่ง พระอาจารย์แนะนำว่า “เจ้ามีเงิน ผู้อื่นมีปัญญา เจ้าทำไมไม่ใช้เงินไปซื้อปัญญาของคนอื่น”

ชายคนนั้นจึงเข้าไปในเมืองเจอพระรูปหนึ่ง ชายนั้นจึงถามพระรูปนั้นว่า “ท่านจะขายปัญญาของท่านให้แก่ข้าพเจ้าได้หรือเปล่า” พระนั้นตอบว่า ปัญญาของอาตมาแพงนะ เจ้าสู้ไหวหรือ?” “ขอเพียงซื้อปัญญาได้แพงเท่าไหร่ ข้าพเจ้าก็สู้” ชายนั้นตอบ

“เมื่อเจ้าพบสิ่งที่ยากลำบากใจ เจ้าอย่าเพิ่งเร่งรีบตัดสินใจ ให้เดินไปข้างหน้า 3 ก้าว หลังจากนั้นเดินถอยไปข้างหลัง 3 ก้าว ทำซ้ำอย่างนี้ อีก 3 ครั้ง เจ้าก็จะได้ปัญญา”

“ปัญญา ง่ายอย่างนี้หรือ?” ชายคนนั้นทำท่าไม่เชื่อและลังเล กลัว  พระรูปนั้นจะหลอกเอาเงิน พระรูปนั้นอ่านสายตานั้นออก จึงพูดว่า

“เจ้ากลับไปก่อน ถ้าหากเจ้ารู้สึกว่าปัญญาของข้าพเจ้าไม่คุ้มกับเงินเหล่านี้ เจ้าก็ไม่ต้องกลับมาแล้ว หากเจ้าคิดว่าคุ้ม เจ้าค่อยกลับมา”

เมื่อกลับถึงบ้านในตอนค่ำมืด ชายคนนั้นเห็นเหมือนกับภรรยา กำลังนอนอยู่กับคนอื่น จึงถืออีโต้เข้าไปหวังจะฆ่าคนนั้น  แต่ทันใดนั้นนึกถึงคำพูดของพระรูปนั้นในตอนกลางวัน

จึงเดินไปข้างหน้า 3 ก้าว เดินถอยหลัง 3 ก้าว ทำซ้ำอีก 3 ครั้ง ขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น คนที่นอนอยู่กับภรรยาของเขาพูดขึ้นว่า “ลูกเอ๊ย ดึกๆอย่างนี้ทำอะไรอยู่นั่น?”

ชายคนนั้นเมื่อรู้ว่าเป็นเสียงมารดาของตนเอง จึงคิดในใจว่า  “หากกลางวันนี้ไม่ซื้อปัญญามา วันนี้คงจะฆ่าแม่ของตนเองแล้ว”

วันรุ่งขึ้นจึงรีบนำเงินไปถวายพระรูปนั้นแต่เช้า


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 65
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2005,04:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




๒๓. เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ


    เหล่าลูกศิษย์ถามพระอาจารย์ว่า “ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ” อาจารย์จึงพูดว่า “วันนี้พวกเราจะเรียนเรื่องธรรมดาๆและง่ายที่สุด” ให้ทุกคนแกว่งแขนไปข้างหน้าให้สุด แล้วแกว่งไปข้างหลังให้สุดเช่นกัน พระอาจารย์สาธิตให้ดู พร้อมกับกำชับว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้แกว่งแขนวันละ 300 ครั้ง ทุกคนทำได้หรือเปล่า ?”

เหล่าลูกศิษย์รู้สึกสงสัยจึงถามว่า “ทำไมต้องทำเรื่องอย่างนี้” พระอาจารย์ตอบว่า “หลังจากทำเรื่องนี้แล้ว ผ่านไปหนึ่งปี พวกเจ้าจะรู้ว่า  ทำอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จ” เหล่าลูกศิษย์คิดในใจว่า “เรื่องง่ายๆอย่างนี้ ทำไมถึงจะทำไม่ได้”

หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือน พระอาจารย์ถามเหล่าลูกศิษย์ว่า “เรื่องที่อาจารย์สั่งให้ทำ มีใครยังทำอยู่หรือเปล่า? ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ยังตอบอย่างมั่นคงว่า ยังทำอยู่ พระอาจารย์รู้สึกพอใจ พยักหน้าบอกว่า “ดีๆ”

และเมื่อผ่านไปอีกหนึ่งเดือน พระอาจารย์ก็ถามอีกว่า “ตอนนี้ใครยังทำอยู่อีก” ที่สุดก็เหลือเพียงครึ่งเดียวที่บอกว่าทำแล้ว

หนึ่งปีผ่านไป พระอาจารย์ถามทุกคนว่า "พวกเจ้าจงบอกซิว่า การออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนแบบง่ายๆ ยังมีใครยังคงทำอยู่ ?” ตอนนี้มีเพียงคนเดียว ที่ตอบว่ายังคงทำอยู่

พระอาจารย์จึงพูดว่า “อาจารย์เคยบอกกับพวกเจ้าว่า เมื่อทำเรื่องนี้เสร็จ  พวกเจ้าจะรู้ว่าทำอย่างไรจึงจะประสบผลสำเร็จ ตอนนี้สิ่งที่อาจารย์อยากจะบอกพวกเจ้าคือ เรื่องที่ทำง่ายที่สุดในโลก บ่อยครั้งก็เป็นเรื่องที่ทำยากที่สุด เรื่องที่ทำยากที่สุด ที่บอกว่าง่าย เพราะขอเพียงยอมไปทำ ใครๆก็สามารถทำได้
 
และที่บอกว่าเรื่องง่ายทำยาก ก็เพราะว่า คนที่ทำได้อย่างแท้จริง ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่น้อยคนจะทำได้

หลังจากนั้น พระรูปที่ทำต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ก็ได้เป็นเจ้าอาวาสองค์ต่อไป ในบรรดาศิษย์ทั้งหลายมีพระรูปนี้ที่ประสบความสำเร็จอยู่รูปเดียว


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 66
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2005,09:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif  เรื่องง่ายที่ทำยาก  ดีจังนะคะ  เพราะคนเรามักคิดว่ามันง่ายๆเลยไม่ทำ  จึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ   ภาพก็สวยมากๆเลยค่ะคุณแสงดาว  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 67
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,01:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






๒๔. เจ้าแม่กวนอิมแสดงธรรม


    ฮ่องเต้องค์หนึ่งโปรดเสวยหอยมือแมวมาก ชาวประมงจะต้องนำหอยมาส่งในวังทุกๆวัน วันหนึ่งขณะที่พ่อครัวแกะเปลือกหอยอยู่เห็นด้านในมีลักษณะแข็งๆ มองดูเหมือนรูปเจ้าแม่กวนอิม รูปทรงสวยงาม ดูแล้วให้เกิดความน่านับถือและศรัทธายิ่งนัก

พ่อครัวเลยรีบนำไปถวายฮ่องเต้ ฮ่องเต้ได้นำหอยนี้ไปใส่ไว้ในผอบทองคำ แล้วนำไปไว้ที่วัด เพื่อให้ชาวเมืองได้สักการะบูชา

เมื่อฮ่องเต้ออกว่าราชการจึงถามเหล่าขุนนางว่า “การปรากฏตัวของพระโพธิสัตว์เป็นเรื่องที่น่าประหลาดยิ่งนัก ไม่ทราบว่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือเกิดลางดีอะไรหรือเปล่า?”

ขุนนางท่านหนึ่งตอบว่า เรื่องนี้เกินกว่าที่คนธรรมดาจะรู้ได้ ที่ภูเขาต้าฮว๋า มีอาจารย์เซนท่านหนึ่ง สามารถเข้าถึงธรรมที่ล้ำลึกได้ หากพระองค์ต้องการจะทราบเรื่องนี้ก็ไปนิมนต์เชิญมาที่ในวังได้

เมื่อพระอาจารย์มาถึงในวัง ได้พูดกับฮ่องเต้ว่า “วัตถุไม่มีสิ่งใดตอบสนอง แต่เป็นการก่อให้เกิดความศรัทธาและเชื่อมั่น

เมื่อผู้ที่พระโพธิสัตว์ต้องการฉุดช่วย ก็จะปรากฏตัวออกมา เพื่อแสดงธรรม ครั้งนี้ที่พระโพธิสัตว์แสดงตัวออกมา ก็เพื่อจะแสดงธรรมให้กับฮ่องเต้”

“พระโพธิสัตว์ปรากฏตัวออกมาแล้ว แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ยินเสียงท่านแสดงธรรมเลย” ฮ่องเต้ถามอีก

“พระโพธิสัตว์ปรากฏตัวออกมาในหอย พระองค์ทรงเชื่อหรือเปล่า?”

“ข้าพเจ้าเห็นเรื่องประหลาดอย่างนี้มากับตา ต้องเชื่อแน่นอน” ฮ่องเต้ตอบ

“เมื่อพระองค์ทรงเชื่อ พระโพธิสัตว์ก็ได้แสดงธรรมจนจบสิ้นแล้ว” พระอาจารย์ตอบ


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 68
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,02:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






บทเพลงแห่งเซน

"การมีอยู่" ไม่ใช่ "การมีอยู่"
"การไม่มีอยู่" ไม่ใช่ "การไม่มีอยู่"
หากพลาดจากกฏนี้ไปแม้เพียงเท่าเส้นผม
จุดหมายก็จะอยู่ห่างไกลถึงพันไมล์
เมื่อลืมตาตื่นขึ้นสู่ความเป็นจริง
ความดีที่เป็นรูปแบบใดๆย่อมไม่ปรากฏ
บุญกุศลที่ทำด้วยความยึดมั่น
ย่อมนำความเพลิดเพลินยินดีมาให้
แต่ก็เหมือนกับการยิงลูกศรขึ้นไปในอากาศ
เมื่อหมดแรงมันก็ตกลงมาที่พื้นอีก
จงทำงานตามลำพังเสมอ
จงเดินตามลำพังเสมอ
ศากยบุตรล้วนยากจนทางกาย
แต่ไม่ยากจนในวิถีทางแห่งเซน
เขาสวมเสื้อผ้าที่เก่าขาดเสมอ
แต่ย่อมแฝงเพชรอันมีค่ามิได้อยู่ภายใน
แม้ว่าจะใช้มันอย่างอิสระเพื่อช่วยผู้คนที่ผ่านพบ
ย่อมไม่มีทางที่จะใช้ได้หมดสิ้น
เมื่อไม่เข้าใจความหมายอันล้ำลึกของสรรพสิ่ง
สันติสุขแท้จริงของจิตใจก็ถูกรบกวนไม่ให้มีอยู่
การเปิดใจรับผัสสะและความคิดอย่างเต็มที่
ด้วยดวงจิตที่ตระหนักรู้ เป็นสิ่งเดียวกับธรรมชาติเดิมแท้.

จากคุณ : ธรรมธารา - [ 20 ต.ค. 48 13:23:45 ]





อ่านที่ pantip แล้วชอบเลยนำมาลงไว้
ขออนุญาตและขอบคุณคุณ ธรรมธาราด้วยค่ะ
ชอบสองข้อความนี้มาก


บุญกุศลที่ทำด้วยความยึดมั่น
ย่อมนำความเพลิดเพลินยินดีมาให้
แต่ก็เหมือนกับการยิงลูกศรขึ้นไปในอากาศ
เมื่อหมดแรงมันก็ตกลงมาที่พื้นอีก


การเปิดใจรับผัสสะและความคิดอย่างเต็มที่
ด้วยดวงจิตที่ตระหนักรู้ เป็นสิ่งเดียวกับธรรมชาติเดิมแท้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 69
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2005,03:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะพี่แอ๊ด
 
ชอบนิทานเรื่องที่ว่าเหมือนกัน หลายข้อความพูดได้ประทับใจจริงๆ
เรื่องง่ายๆแต่เรามักไม่ค่อยได้ทำ เช่นพูดดีกับพ่อแม่ ออกกำลังกาย
ทำจิตให้ผ่องใส การทำอะไรควรทำต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
   
เมื่อวานนี้เป็นวันที่จิตตกมากที่สุด คอมเดี้ยง นิทานเซนพร้อมภาพบางส่วนที่ยังไม่ได้เซฟเก็บไว้ ลิ๊งค์ใน Favorites ทั้งหมด หายไปเลย

ไม่รู้สึกขี้เกียจถ้าต้องแปลใหม่ แต่ไม่ได้เก็บต้นฉบับไว้
จำไม่ได้ว่าเอามาจากที่ไหนบ้าง ตามลิ๊งค์ไปไม่ถูกแล้ว

เห็นจิตตัวเองเบื่อและท้อ แต่ก็ไม่อยากเอาจิตลงไปร่วมแสดงด้วย
ความเบื่อและท้อเลยไม่หนาแน่น และรู้ดีว่า ผ่านไปอีกนิด
จิตเราก็ผ่องใสเหมือนเดิมแล้ว เลยไม่รู้จะท้อไปด้วยทำไม

เมื่อเช้าในความอุเบกขายังมีเบื่อท้อนิดๆ แต่ตอนนี้หายดีแล้ว
มีความสุขเหมือนเดิม

อยากจะคุยกับพี่แอ๊ดอีก แต่ถึงเวลาทำอย่างอื่นแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ
โอกาสหน้าคงได้คุยกันอีก
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 70
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2005,00:44 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE






๒๕. คำสอนของปรมาจารย์ตั้กม๊อ


    ท่านโพธิธรรมตั้กม๊อ เป็นชาวอินเดีย เป็นสังฆนายกของนิกายเซนองค์ที่ 28 ของนิกายเซน  (องค์แรกคือพระมหากัสสปะ องค์ที่สองคือพระอานนท์)  แต่ชาวจีนนับท่านเป็นองค์แรก ของนิกายเซนของจีน ท่านอยู่ที่เมืองจีนประมาณ 50 กว่าปี

จากคัมภีร์เล่มหนึ่งท่านกล่าวว่า ผู้ที่จะปฏิบัติธรรมได้ดี จะต้องมีความศรัทธาและเชื่อมั่นก่อน ถึงจะเข้าถึงธรรมได้ดี

ส่วนการนั่งสมาธินั่งนั้น เมื่อนั่งจนสงบนิ่งเหมือนไม่มีลมหายใจ  จิตหยุดกระเพื่อม ความรู้สึกไม่รับผัสสะที่มาจากภายนอกทั้งหมด จิตแน่วแน่และมั่นคงดั่งหินผา จะสามารถเข้าสู่ทางเดินแห่งการรู้แจ้งได้

ส่วนการดำเนินจิตในชีวิตประจำวัน จะต้องเข้าถึงหลักดังนี้

1.  กฏแห่งกรรม เมื่อพบความทุกข์ใดๆ ก็ต้องสำนึกว่า   ความทุกข์และความเจ็บปวดเป็นผลกรรมจากการกระทำในชาติก่อน  เพราะเหตุนี้จึงไม่ควรหลงโกรธโทษฟ้าดิน ยอมรับผลกรรม โดยไม่โอดครวญและหลงโทษสิ่งใดๆ

2.  ไปตามครรลองของธรรมชาติ แม้ว่าทุกอย่างจะเกิดจากเหตุ  สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม แต่ทุกสิ่งก็เป็นอนัตตา  ทุกข์สุขความเป็นไปของชีวิต เกิดจากกรรมภายในภายนอก  เป็นตัวกำหนด ยามเมื่อมีเงินทองเกียรติยศชื่อเสียง   พึงสำเหนียกว่า เป็นผลจาการกระทำในอดีต แต่เมื่อเสวยผลบุญจนสิ้นสุด ก็จะกลายเป็นไม่มี ได้หรือเสียเป็นไปตามกรรม  จิตไม่มีเพิ่มหรือลด ดีมาก็ไม่กระเพื่อมเป็นไปตามครรลอง

3.  ไม่แสวงหาสิ่งใดๆ คนในโลกนี้ล้วนแต่มีความโลภ  คนมีปัญญาถึงจะเข้าใจถึงความเป็นจริง  นึกถึงเมื่อวนเวียนอยู่ในสามโลกอันยาวนาน   นึกถึงความทุกข์ของการมีกายมีการแสวงหา   เมื่อมาถึงการรู้แจ้งถึงการแสวงหาสิ่งเหล่านี้  จิตก็จะหยุดดิ้นรน ก็จะเข้าถึงมรรคที่แท้จริงได้

4.  บำเพ็ญตนใน 6 สิ่งนี้คือ ทำทาน รักษาศีล อดทน  ใฝ่ก้าวหน้า จิตสงบ เดินทางสายกลางและสุญตา


Offline
Top of Page Profile Contact Info 
513 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Sep. 2005,00:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 7 of 52<<34567891011>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com