เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 2<<12

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: สาระแห่งชีวิต คือรักและเมตตา, พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก: วัดสุนันทวนาราม< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,22:49  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เมตตา คือความรัก ความปรารถนาดีให้เขามีความสุข

การเจริญพรหมวิหาร ๔ เริ่มต้นด้วยเจริญเมตตาก่อน
เพราะกรุณา มุทิตา และอุเบกขานั้น เป็นคุณธรรมที่สูงขึ้น
ไปตามลำดับ ต้องใช้กำลังสติปัญญามากยิ่ง ๆ ขึ้นไป

เมตตาเป็นบารมีอย่างหนึ่ง
เริ่มต้นให้ฝึกมีเมตตาแก่ตนเองก่อน
พยายามฝึกหัดขัดเกลาจิตใจให้มีความรู้สึกที่ดีออกมา
ให้เป็นตามธรรมชาติ และให้สังเกต
ศึกษาถึงความรู้สึกนึกคิด
ที่เป็นข้าศึกคอยกีดขวงไม่ให้เกิดความรู้สึกที่ดีออกมา
ความรู้สึกที่ไม่ดี จริตนิสัยที่จะคิดไปในทางที่ไม่ดี
ซึ่งจะตรงข้ามกับเมตตา ทั้งทางกาย วาจา ใจ
เช่น คิดอาฆาตพยาบาท คิดเบียดเบียน
คิดแต่เรื่องกามารมณ์
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้าศึกต่อความเมตตา
กามารมณ์ คือความรักใคร่พอใจในเรื่องของกาม
กามราคะตัณหาเป็นอุปสรรคในการมีเมตตา
เป็นความรู้สึกที่ทำให้เกิดความเห็นแก่ตัว
อยากจะได้เขามาเป็นของเรา เมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการ
มักเกิดความไม่พอใจ โกรธแค้น
บางครั้งก็ถึงกับฆ่าตัวตาย ทำลายชีวิตเขา
ถ้าเราสามารถรักษาศีลให้มั่นคงได้
ก็จะไม่เกิดเรื่องเดือดร้อนไปเบียดเบียนใคร
แต่ถ้ากามารมณ์รุนแรงมาก
ก็ควรที่จะพิจารณาร่างกายของตน
เป็นอสุภะ ไม่สวย ไม่งาม เป็นปฏิกูล
พยายามสงบระงับซึ่งกามารมณ์ จนรู้สึกได้ว่า
ทุกคนเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้องของเรา
คือถ้าอยู่ในวัยเดียวกับพ่อแม่
ก็ให้ทำความรู้สึกเหมือนเป็นพ่อแม่
ถ้าวัยเดียวกั้บพี่ชายพี่สาว หรือน้องชายน้องสาว
ก็ทำความรู้สึกเหมือนเป็นพี่ชายพี่สาว
หรือน้องชายน้องสาวตามนั้น ทำให้อารมณ์เย็น
ใจเย็น หลุดจากโทสะ จากราคะ ทำให้มีความพอใจ
สุขใจ และพยายามให้ความปรารถนาดีนี้
เผื่อแผ่ไปถึงยังทุกคน

ฝึกคิดในทางบวก มองโลกในแง่ดี
เรื่องส่วนตัวและเรื่องรอบ ๆ ตัวทั้งโลก
เมื่อไม่ดี ไม่ถูกใจ ให้พักไว้ สงบเงียบอยู่ในใจ
รู้อยู่ เห็นอยู่ แต่ไม่ต้องปรุงแต่งขึ้นมา มีหิริโอตตัปปะ
ต่อคำว่า “ไม่ดี” รักษาใจ รักษาความรู้สึกที่ดีไว้
เมื่อรู้สึกดี ก็สบายใจ สุขใจ คิดดี พูดดี ทำดี
ส่งความรู้สึก กระแสจิตของใจดี สุขใจนี้ออกไป
ความเมตตาจะทำให้เราไม่คิดร้าย ไม่พูดร้าย และ
ไม่ทำร้ายใคร ที่สุของความเมตตา
คือจะไม่มีความพยาบาทเกิดขึ้นในใจ
แม้ว่าจะมีผู้อื่นคิดร้าย พูดร้าย ทำร้ายเราก็ตาม
เป็นความเมตตาที่ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ
เป็นเมตตาที่มีให้แม้แต่กับศัตรู
ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ว่า
“แม้ถูกเขาจับมัดมือมัดเท้า
แล้วเอาเลื่อยมาเลื่อยจนร่างกาย
ขาดออกเป็น ๒ ท่อน หากยังคิดโกรธ อาฆาต
พยาบาทอยู่ ผู้นั้นไม่ชื่อว่าเห็นธรรม”


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,22:53 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

กรุณา คือความสงสาร

เมื่อเห็นเขามีความทุกข์ ก็คิดหาทางช่วยเหลือ
ปลดเปลื้องทุกข์ของเขา

กรุณาต่อตนเอง หมายถึงมีจิตใจอยากจะช่วยเหลือ
ตนเองให้พ้นจากทุกข์ ด้วยการสำรวจตัวเอง
มองดูชีวิตตัวเอง เริ่มต้นที่การกระทำด้วย กาย วาจา
มีอะไรบ้างที่เราควรแก้ไข ปรับปรุงตน
เริ่มต้นตรวจดูด้วยศีล ด้วยกฎหมาย ระเบียบ วินัย
กติกาของสังคม หรือจากการที่ พ่อแม่ ครู อาจารย์
หรือเพื่อน ๆ ได้ว่ากล่างตักเตือนเรามีอะไรบ้าง
จุดอ่อน จุดบกพร่องของตนเองเลือกมา ข้อใดข้อหนึ่ง
ทบทวนตามเหตุผล ยกขึ้นมาตั้งไว้ในหัวใจ

ตั้งใจจะแก้ไขปรับปรุง พิจารณาอยู่บ่อย ๆ เป็นประจำ
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้น เหตุการณ์กำลังเกิดขึ้น
เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว
“ตั้งใจอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น”
เมื่อเรามีจิตกรุณาที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเองแล้ว
ก็ให้อาศัยอิทธิบาท ๔

ฉันทะ มีความพอใจในการแก้ไขปรับปรุงตนเอง
วิริยะ มีความพยายาม มีความตั้งใจสม่ำเสมอ
จิตตะ มีจิตใจจดจ่อในการแก้ไขปรับปรุง
วิมังสา ใช้ปัญญาทบทวน พิจารณาหาเหตุผล

เมื่อมีข้อผิดพลาด และหาวิธีการ อุบายต่าง ๆ
ที่จะไม่ให้เกิดผิดพลาดขึ้นอีก สร้างจิตสำนึก
ในการที่จะพัฒนาตน
มีความพอใจในการต่อสู้กับจิตใจตนเอง

กรุณาต่อผู้อื่น
จิตที่กรุณาต่อผู้อื่น คือจิตใจที่คิดช่วยเหลือผู้ที่ด้อยกว่าเรา
ให้เขาพ้นจากทุกข์ แนะนำ ตักเตือนเขา
เพื่อให้เขาสามารถดำเนินชีวิตในทางที่ถูกที่ควร

สมมุตว่าเราเป็นแม่ ในการเลี้ยงลูก
เรามีความปรารถนาดีต่อลูก ให้ความรักความเมตตา
สิ่งใดที่ทำให้ลูกมีความสุข เราก็ทำให้แก่ลูก
เรียกว่าทำให้ลูก “ถูกใจ” ก็ดูไม่ยากอะไร แต่ความกรุณา
คือช่วยเหลือให้ลูกพ้นจากทุกข์ เราต้องหมั่นอบรมสั่งสอน
ให้ลูกรู้จักผิดชอบ ชั่วดี บางครั้งอาจจำเป็นต้องเคร่งครัด
ว่ากล่าวตักเตือน ขัดใจลูกเพื่อความ “ถูกต้อง”

ข้อนี้เริ่มยากแล้ว กรุณาต้องอาศัยกำลังสติปัญญา
และจิตใจที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในการเลี้ยงดูลูก
เมตตาจะต้องคู่กับกรุณา ลูกจึงจะไม่เสียคน
เพราะถูกตามใจมากเกินไป ดังนั้น เมตตากรุณา
จึงเป็นคุณธรรมที่ควรพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน

ความกรุณาที่แท้จริงต้องมีพื้นฐานของความเมตตาอยู่ด้วยเสมอ
ดังนั้น การที่เราจะว่ากล่าวตักเตือนใคร
โดยเข้าใจว่าเป็นความกรุณาที่ต้องการให้เขาพ้นจากทุกข์
เราต้องสำรวจความรู้สึกตนเองให้ดีด้วยว่า
ไม่ได้เจือด้วยความโกรธ หากเรามีเมตตา
เราย่อมปรารถนาให้เขาเป็นสุข การว่ากล่าวตักเตือน
เราจะต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเขาด้วย
ต้องทำไปเพื่อนประโยชน์และความสุขของเขาจริง ๆ

ที่สุดของความกรุณา
ก็เป็นเช่นเดียวกับความเมตตา
คือไม่เลือกที่รักมักที่ชัง
ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ
มีใจกรุณาแก่สรรพสัตว์ทั้งปวง
ไม่เว้นแม้แต่กับศัตรู


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,22:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มุทิตา คือความยินดีเมื่อเขาได้ดี

เห็นเขาอยู่ดีมีสุข เจริญก้าวหน้า
ก็พลอยแช่มชื่นเบิกบานใจ ไม่คิดอิจฉาริษยา
และพร้อมที่จะส่งเสริม สนับสนุน

สำหรับคนทั่วไป แม้มีเมตตากรุณามากพอสมควรแล้วก็ตาม
แต่ที่จะมีมุทิตาจากใจจริงนั้น ยังหายาก
ปกติเมตตากรุณา คือการเผื่อแผ่ให้คนที่ด้อยกว่าตน
มุทิตา ทำจิตพลอยยินดีกับบุคคลที่มีความสุข
อาจมีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มากกว่าตน
ปกติจิตใจที่เห็นแก่ตัว มักจะเกิดความรู้สึกอิจฉา
ริษยา น้อยอก น้อยใจ ฯลฯ เป็นธรรมดา

เราจึงต้องพัฒนาจิตใจให้มีมุทิตาต่อตนเองก่อน
หมายถึง หัดนิสัยมองดูตนเองให้มาก ๆ
อย่าเปรียบเทียบแต่กับคนที่ดีกว่าเรา
คนที่มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข น้อยกว่าเรา ก็มีมาก
พลเมืองในโลกนี้มีประมาณหกพันล้านคน
เป็นคนยากจนที่ไม่เคยมีข้าวกินอิ่ม หนึ่งในห้าส่วน
ก็เท่ากับคนพันสองร้อยล้านคนที่กินข้าวไม่อิ่ม
คนที่อยู่ในสังคมที่ไม่สงบ อยู่ท่ามกลางสงคราม
ป่วยเป็นโรค ติดยาเสพติด มีปัญหาในชีวิตมากมาย
มองดูตน จะเห็นว่าเรามีโอกาสดีกว่าอีกหลาย ๆ คน
อย่างน้อยก็ให้เกิดสันโดษขึ้นในจิตใจ
ยินดีในสิ่งที่ได้ พอใจในสิ่งที่มีอยู่
ขอบคุณหลาย ๆ คนที่ช่วยสนับสนุนชีวิตของเรา

เมื่อเขามองดูชีวิตของตนด้วยใจเป็นธรรม
ใจเป็นศีล ใจมีเมตตา กรุณาแล้ว
จะเกิดความพอใจ สุขใจในฐานะของตน
สันโดษพอใจในชีวิตตนในปัจจุบัน
เมื่อใครได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข
เขาพอใจ มีความสุข เราก็พลอยยินดีกับเขา
ยิ่งพลอยยินดีกับความสุขของเขา
เราก็ยิ่งเพิ่มความสุขในใจตนยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

มุทิตาธรรมที่สมบูรณ์
จึงต้องประกอบด้วยคุณธรรมของ
ความเมตตาและกรุณา อยู่ในตัวนั่นเอง


--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,22:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อุเบกขา คือความวางใจเป็นกลาง เป็นปกติ

ไม่ยินดี ยินร้าย เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น
เป็นไปตามสมควรแก่เหตุปัจจัย ตามกฎแห่งกรรม

หลายคนเข้าใจผิดว่า อุเบกขาคือ เฉย ๆ
ไม่สนใจว่าใครจะทำอะไร ช่างมัน ฉันไม่เกี่ยว
อุเบกขา มาจากความหมายเดิมว่า
เข้าไปดู เข้าไปดูจนเข้าใจชัดเจน แล้วจิตปล่อยวาง
ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่ยินดี ยินร้าย วางใจเฉย


อุเบกขา ต้องอาศัย สติ ปัญญา ขันติ

ครูบาอาจารย์ เปรียบเทียบไว้ว่า
เมื่อลูกของเราจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเรียนต่อ
ก่อนเดินทาง พ่อแม่ อบรมสั่งสอนทำหน้าที่ของพ่อแม่ให้ดีที่สุด
และสมบูรณ์ด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา
เมื่อลูกเดินทางไปต่างประเทศแล้ว
ไม่ต้องคิดถึง หรือเป็นห่วงวิตกกังวลใด ๆ อีก
ทำใจวางเฉย รักษาใจ สงบใจ สุขใจ
เราจะพัฒนาอุเบกขาขึ้นในจิตใจได้
ต้องเข้าใจความจริงอย่างหนึ่งของชีวิต
ว่าไม่มีใครหนีพ้นจากโลกธรรมแปด
โลกธรรมแปดฝ่ายน่าปรารถนา
ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข
โลกธรรมแปดฝ่ายไม่น่าปรารถนา
ได้แก่ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์
โดยเฉพาะโลกธรรมฝ่ายไม่น่าปรารถนานี้
หากเกิดขึ้นกับบุคคลอันเป็นที่รัก เช่นลูกของเราแล้ว
ยากที่เราจะวางใจเป็นกลางได้
เรามักคิดว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม ไม่สมควรเลย
แต่หากเราพิจาณาชีวิตด้วยปัญญาชอบแล้ว
จะเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีประสบการณ์อยู่นั้น
มันเป็นไปตามกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ทุกสิ่งที่เราประสบล้วนเป็นมรดกแห่งกรรมของเราเอง
ชีวิตที่เรามีประสบการณ์อยู่นี้ สมบูรณ์ด้วยเหตุผล
สมบูรณ์ตามเหตุปัจจัยของมันเสมอ
การกระทำของตัวเอง มองดูจากระยะยาว
ตั้งแต่อเนกชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น
จึงพอเหมาะ พอดี สมบูรณ์แล้วด้วยกฎแห่งกรรม
ใช้สติปัญญา เข้าใจความเป็นไปของชีวิต
ปล่อยวางได้ ทำใจได้ ไม่ทุกข์ใจ
เอาใจใส่ และรับผิดชอบในชีวิตปัจจุบัน
ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดด้วยความพอใจ สงบใจ

ที่สุดของอุเบกขา คือไม่มีปฏิฆะ อันหมายถึง
ความกระทบกระทั่งใจ ความหงุดหงิดขัดเคือง
เกิดขึ้นในใจแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะมีเรื่องราวเดือดร้อน
รุนแรงขนาดไหนเข้ามากระทบ ก็ทำใจปล่อยวาง
และสงบใจได้ อุเบกขาจึงถือเป็นคุณธรรมขั้นสูง
อันเปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา
อย่างสมบูรณ์ในขณะเดียวกัน

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,23:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สันติภาพโลกเริ่มที่ความรัก

การพูดถึงสันติภาพโลก ในยุคสมัยปัจจุบัน
ที่โลกกำลังร้อนด้วยไฟสงครามและการก่อการร้าย
ฟังดูเหมือนเป็นการพูดถึงสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม

สันติภาพโลก จะไม่เป็นเพียงโลกแห่งอุดมคติ
หากมนุษย์เราทุกคนปลูกฝังคุณธรรม
ความรักความเมตตาให้อยู่ในจิตสำนึกตลอดเวลา
สร้างค่านิยมที่ดีในสังคม ไม่หลงมัวเมาในวัตถุนิยม
จนลืมพัฒนาจิตใจ

เมื่ออาจารย์นึกถึงสังคมในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบ้านเกิด
ที่เคยใช้ชีวิตมากกว่า ๒๐ ปี สมัยเป็นฆราวาส
สังคมที่นั่นสงบสุข แทบจะไม่มีข่าวการฆ่ากันตีกัน
หรือแม้แต่เรื่องขโมยก็ไม่ค่อยจะได้ยิน
เป็นสังคมที่รังเกียจคนทำชั่ว ยกย่องคนดีมีศีลธรรม
รักชีวิตตนเอง ชีวิตครอบครัว รักสันติสุข

สันติภาพโลกไม่ใช่โลกแห่งอุดมคติที่ไกลเกินเอื้อม
สันติภาพโลกเริ่มต้นที่ตัวเราทุกคน
ด้วยการให้ความรักและเมตตาแก่ตนเองก่อน
รักและปรารถนาดีต่อตนเองอย่างถูกต้อง
มีหิริโอตตัปปะ เป็นอาวุธต่อสู้ทำลาย โลภ โกรธ หลง
มีหิริโอตตัปปะ ทำลายความรู้สึกยินดี ยินร้าย


รักษาตนให้พ้นจากสิ่งที่ชั่ง ตั้งมั่นอยู่ในศีล ๕ ได้
หากมนุษย์มีศีลธรรมประจำใจกันทุกคนแล้ว
จะทำให้ทุกชีวิตมีหลักประกันของความปลอดภัย
ไม่ต้องมีความกังวลหวาดระแวงเกรงกลัวสิ่งใด ๆ อีก
ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุขร่มเย็น
สันติภาพโลกเริ่มจากพวกเราทุกคนที่นี่และเดี๋ยวนี้

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
ultraman Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 258
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Oct. 2005,23:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ทานจักร ๑๐ ประการ

หากเมล็ดพันธ์แห่งความรัก ความเมตตา
ได้เจริญงอกงามขึ้นในจิตใจของเราแล้ว
เราจะตระหนักว่าเรารักชีวิต เราต้องการความสุข
ชีวิตอื่น สัตว์อื่น ต่างก็รักชีวิต
และปรารถนาความสุขเช่นกัน
สาระแห่งชีวิต คือ ความรัก ความเมตตา
อานุภาพแห่งความเมตตาจะนำมาซึ่ง
ความสุขและความเบิกบานแก่ทุกชีวิต

สำหรับเราทุกคน ในฐานะชีวิตหนึ่งในโลกกว้างใหญ่
เราอาจไม่ยิ่งใหญ่พอที่จะแก้วิกฤตของโลกได้
แต่ด้วยความรัก ความเมตตาที่มีในหัวใจของเรานี้
เราสามารถทำสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในโลกได้มากมาย

ช่วงหนึ่งอาจารย์ได้เคยพิจารณาว่าข้อธรรมะของพระพุทธองค์ข้อไหน
จะสามารถแก้ปัญหาของโลกได้
และไม่ขัดแย้งต่อเชื้อชาติหรือลัทธิศาสนาใด ๆ
และมองเห็นว่า หลักของศีล ๕ เมตตาธรรมและการให้ทาน
น่าจะมีความเหมาะสมที่สุด

ศีล ๕ เป็นพื้นฐานของสังคมที่ปลอดภัย สงบร่มเย็น
เมตตาธรรมและการให้ทาน จะทำให้ทุกคนในสังคม
อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีความเอื้ออาทรต่อกัน
ความคิดดังกล่าวเป็นที่มาของ ทานจักร ซึ่งหมายถึง
วงล้อซึ่งมีใจที่มีความเมตตากรุณาเป็นศูนย์กลาง
และแสดงออกถึงความเมตตาในจิตใจด้วยการลงมือ
กระทำความดีอย่างตั้งใจแน่วแน่

ความดีนั้นคือ การบำเพ็ญทาน ๑๐ ประการ ได้แก่
๑. ให้ทานด้วย ทรัพย์สินเงินทอง
๒. ให้ทานด้วย สายตาที่เมตตาปราณี
๓. ให้ทานด้วย ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
๔. ให้ทานด้วย วาจาที่ไพเราะน่าฟัง
๕. ให้ทานด้วย ให้แรงงานช่วยเหลือผู้อื่น
๖. ให้ทานด้วย การอนุโมทนายินดีเมื่อผู้อื่นทำดี
๗. ให้ทานด้วย การให้อาสนะ (ที่นั่ง)
๘. ให้ทานด้วย การให้ที่พักอันสะดวกสบาย
๙. ให้ทานด้วย การให้อภัย
๑๐. ให้ทานด้วย การให้ธรรมะ


ให้ศีล ๕ เป็นพื้นทาง
เมื่อวงล้อแห่งทานนี้หมุนเข้าไปที่แห่งใด
จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม
จะเกิดพลังแห่งการสร้างสรรค์ค์
พลังที่จะร่วมกันผลักดันสังคมที่ดีงามให้เกิดขึ้น

ด้วยการหมุนวงล้อแห่งทานนี้
ย่อมนำความสุขไปสู่เพื่อนมนุษย์ในสังคมวงกว้าง
ยังความสันติสุขให้เกิดขึ้นในโลก

ขอให้พวกเราทุกคนจงเชื่อมั่นว่า
สันติภาพโลกเริ่มต้นจากพวกเราทุกคนที่นี่และเดี๋ยวนี้
ปลูกฝังจิตสำนึกแห่งรักและเมตตาไว้ในหัวใจ
หมุนทานจักรแห่งสันติภาพ ให้เคลื่อนไป ๆ
บนพื้นฐานที่มั่นคงแล้วด้วยศีล
เพื่อประโยชน์สุขที่กว้างขวางแก่เพื่อนมนุษย์
ด้วยรักและเมตตาที่ไม่จำกัดขอบเขต
ไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ

จาก
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=987

--------------
ตะวันตกดิน แดดจะออก ฝนจะตก  น้ำจะท่วม คนคลอดลูก คนปวดเยี่ยว ห้ามกันไม่ได้หรอก เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
Punsa Search for posts by this member.
เพิ่งมาใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 3
เข้าร่วมเมื่อ: 22 Aug. 2009

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Aug. 2009,17:02 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

อนุโมทนา...สาธุ กับคุณultraman ด้วยครับ
และขออนุญาตนำเนื้อหาเรื่องราวไปเผยแผ่ใน blog www.oknation.net
ขอบพระคุณมากครับ
  ^_^.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
16 คำตอบนับตั้งแต่ 15 Oct. 2005,21:55 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 2<<12
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com