เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 212>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ศิลปะแห่งอำนาจ, หนังสือดีที่ควรอ่าน< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Aug. 2009,15:33  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ศิลปะแห่งอำนาจ
The Art of Power
ติช นัท ฮันห์
(จิตร์ ตัณฑเสถียร  และสังฆะหมู่บ้านพลัมประเทศไทย   แปล)


บทเริ่มต้น

เราเชื่อว่าอำนาจจะนำมาซึ่งอิสรภาพและความสุขซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดที่คนส่วนใหญ่ต้องการ(น.23)

มีอำนาจอีกประเภทหนึ่งซึ่งเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าอำนาจต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว  นั่นคือ  พลังอำนาจที่จะมีความสุขในปัจจุบันขณะ  เป็นอิสระจากสิ่งเสพติด ความกลัว ความท้อแท้สิ้นหวัง ความแบ่งแยก ความโกรธ และความหลงลืม  พลังอำนาจเช่นนี้  เป็นสิทธิตามธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนมีมาตั้งแต่เกิด  ไม่ว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียง  หรือไม่มีใครรู้จัก คนรวยหรือคนจน คนแข็งแรงหรืออ่อนแอ(น.23)

เราทุกคนต่างต้องการเป็นผู้ทรงอำนาจและประสบความสำเร็จ(น.23)

มีความสำเร็จชนิดเดียวเท่านั้นที่มีความหมายอย่างแท้จริง  นั่นคือ  ความสำเร็จในการแปรเปลี่ยนตัวของเราเอง แปรเปลี่ยนกิเลสต่าง ๆ ความกลัวและความโกรธของเรา  นี้คือความสำเร็จ คืออำนาจที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ(น.24)

ความปรารถนาในอำนาจ ชื่อเสียง และความมั่งมีนั้นไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้าย  แต่เธอควรรู้ว่าเธอแสวงหาสิ่งเหล่านี้เพราะเธอต้องการที่จะเป็นสุข  ต่อให้เธอร่ำรวย มีอำนาจ  ถ้าเธอไม่มีความสุข  ความมั่งคั่งและอำนาจนั้นจะไปมีประโยชน์อะไร(น.24)

ความมุ่งมั่นปรารถนาที่จะพัฒนาความเข้าใจ ความเมตตา และช่วยเหลือโลกนั้น  เป็นพลังอันแสนวิเศษที่ทำให้เราดำรงชีวิตอย่างมีเป้าหมายโดยแท้จริง(น.24)

บริษัทที่สามารถผสานการทำกำไรเข้ากับจรรยาบรรณ และความใส่ใจต่อโลก  จะมีพนักงานที่มีความสุขยิ่งขึ้น  และลูกค้าก็จะพึงพอใจมากขึ้น  ในขณะที่บริษัทเองก็มีกำไรมากขึ้น  ในแต่ละปีนิตยสารฟอร์จูนได้จัดอันดับบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดหนึ่งร้อยบริษัท  บริษัทเหล่านี้ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน  ในแต่ละปี บริษัทเหล่านี้ล้วนมีพันธะที่แน่วแน่ต่อสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ การดูแลบุตร จำนวนวันหยุดที่เป็นธรรม การเคารพต่อสิ่งแวดล้อม และการแบ่งปันผลกำไรอย่างเป็นธรรม  บริษัทที่ได้รับความชื่นชมเหล่านี้ ต่างก็รู้ว่าการใช้จ่ายเงิน เวลา และพลังเพื่อดูแลความปรกติสุขทั้งทางกายและทางใจของพนักงาน รวมไปถึงชุมชนนั้นเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพของธุรกิจและผลกำไรที่ดียิ่งขึ้น(น.26)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Aug. 2009,11:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น่าสนใจมากค่ะ พี่วันดี  winkthumb.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Aug. 2009,11:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อำนาจที่แท้จริง

คนส่วนใหญ่เชื่อว่าความสุขคงเกิดขึ้นไม่ได้  หากไม่มีอำนาจทางการเงินหรือทางการเมือง  เรายอมทิ้งปัจจุบันเพื่อแลกกับอนาคต  เราขาดความสามารถที่จะใช้ชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้งในทุกขณะ(น.31)

เคล็ดลับการรักษาความสุขอยู่ที่การทะนุถนอมรักษาความรักไว้ทุกวัน  โดยไม่ปล่อยให้ความสำเร็จ ความกระหายในเงินทอง หรืออำนาจ มาแทนที่ความรัก(น.33)

ในพุทธศาสนา  เรามีความคิดเกี่ยวกับอำนาจที่แตกต่างไปจากที่คนส่วนใหญ่เห็นกัน  ชาวพุทธก็สนใจเรื่องของอำนาจเหมือนกับคนอื่น ๆ  แต่เราสนใจในอำนาจที่จะนำมาซึ่งความสุข  ไม่ใช่ความทุกข์(น.34)

เธอจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเธอสามารถรับรู้ถึงความเชื่อมโยงของเธอกับคนอื่น ๆ และสรรพชีวิตทั้งปวง  หาไม่แล้วเธอจะรู้สึกโดดเดี่ยวอยู่ลำพังในโลกของเธอเอง  ไม่มีใครเข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เข้าใจใครเลย  ความรักนั้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อความสุขของเธอ(น.36)

นานาประเทศต้องการความเจริญก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจและวัตถุ  นิยามของความก้าวหน้าในทัศนะของฉันนั้น  คือการมีความสุข เป็นสุขอย่างแท้จริง  หาไม่แล้วจะไปมีประโยชน์อะไรที่เธอจะมีเงินมากขึ้น หากต้องเป็นทุกข์ยิ่งขึ้น  เธอจะกลายเป็นเหยื่อของความสำเร็จของตัวเอง  เราต้องวัดความก้าวหน้าในมิติของความสุขที่แท้จริง  บางประเทศอาจจะร่ำรวยมาก ก้าวหน้าพัฒนามาก จนเรียกได้ว่าประเทศมหาอำนาจ  แต่ประชาชนยังคงมีความทุกข์ที่กัดกินลึกลงไปในหัวใจ  ความปรารถนาในความมั่งคั่งทางวัตถุกลายเป็นสิ่งสำคัญเหนือสุขภาพและความสุขของประชาชน(น.36)

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าอำนาจนั้น  ชาวพุทธเราเรียกตัณหาหรือความอยาก(น.37)

เราพูดถึงอำนาจที่แท้จริงห้าประการ  หรือ  พลังงานทั้งห้า  อันได้แก่  ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญา  อำนาจทั้งห้านี้คือพื้นฐานของความสุขอันแท้จริง(น.37)

เมื่อเธอศรัทธา  ดวงตาเธอจะเป็นประกาย และทุกย่างก้าวของเธอจะเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น  นี่คืออำนาจ(น.38)

พลังงานแห่งการตื่นรู้  พลังงานแห่งความกรุณาและความเข้าใจนั้น  มีอยู่แล้วในตัวเรา  การตระหนักรู้ว่าเรามีพลังงานเหล่านี้อยู่แล้วตามธรรมชาตินั้น  ทำให้เธอเกิดความเชื่อมั่น  เมื่อเธอรู้วิธีปฏิบัติ เธอสามารรถสร้างพลังเหล่านี้เพื่อคุ้มครองตัวเอง และประสบความสำเร็จในสิ่งที่เธอต้องการจะทำ(น.38)

เมื่อเมล็ดพันธุ์ใดเมล็ดหนึ่งในคลังวิญญาณถูกรดน้ำ  เมล็ดพันธุ์นั้นจะปรากฏตัวขึ้นบนจิตรับรู้ของเราในรูปของพลังงาน  และก่อขึ้นเป็นจิตปรุงแต่ง(น.40)

แบบฝึกหัดที่หนึ่งของความเพียรคือ  อย่าปลุกเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ดีทั้งหลายให้ตื่นขึ้น  อีกทั้งไม่ปล่อยให้สิ่งแวดล้อมปลุกเมล็ดพันธุ์ไม่ดีเหล่านั้นขึ้นมา(น.41)

แบบฝึกหัดที่สองของความเพียรคือ  การทำให้เมล็ดพันธุ์ไม่ดีที่ได้ปรากฏขึ้นสงบตัวลง  และนำเมล็ดพันธุ์ที่ดีเข้ามาแทนที่ในจิตรับรู้ของเรา(น.41)

มีหลายวิธีในการทำให้พลังงานไม่ดีเหล่านี้สงบลง โดยไม่ต้องไปต่อสู้หรือเก็บกดไว้  เพียงเธอรับรู้มัน และยิ้มให้(น.41)

แบบฝึกหัดที่สามของความเพียรคือ  การเชื้อเชิญให้เมล็ดพันธุ์ที่ดีปรากฏขึ้นอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา(น.42)

แบบฝึกหัดที่สี่ของความเพียรคือ  การพยายามรักษาจิตปรุงแต่งที่ดีให้อยู่ในห้องนั่งเล่นได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้(น.43)

สติคือพลังงานแห่งการตระหนักรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในปัจจุบันขณะ  เมื่อเรามีพลังแห่งสติอยู่ในตัว เราจะอยู่ที่นั่นอย่างเต็มที่ เราจะมีชีวิตอย่างเต็มที่ และเราจะดำรงชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกขณะของชีวิตประจำวัน(น.44)

พลังงานแห่งสติจะช่วยให้เธอรู้ว่าสิ่งใดที่ควรทำและไม่ควรทำ  พลังงานแห่งสติช่วยให้เธอพ้นจากความยากลำบากและความผิดพลาดต่าง ๆ  ช่วยปกป้องและส่องแสงให้เห็นหนทางในทุกกิจวัตรประจำวัน(น.44)

สติคือพลังงานที่สามารถโอบรับความทุกข์ ความโกรธและความท้อแท้ใจ  หากเธอรู้วิธีที่จะโอบรับความทุกข์ได้นานเพียงพอ  ความทุกข์นั้นจะบรรเทาลง(น.45)

สมาธิช่วยให้เรามองอย่างลึกซึ้งเข้าไปในธรรมชาติของความเป็นจริง  และก่อให้เกิดปัญญาที่ทำให้เราเป็นอิสระจากความทุกข์(น.46)

เมื่อเรามีสมาธิในเรื่องของธรรมชาติแห่งความเป็นอนิจจัง ความไม่มีอัตตาตัวตน และความเป็นดั่งกันและกันนั้น  สามารถทำให้เราก้าวไปอีกขั้น  และนำมาสู่อำนาจประเภทที่ห้า  ที่เราเรียกว่าปัญญา(น.46)

ในขณะที่เธอใช้อำนาจแห่งสมาธิ  ปัญญาเห็นแจ้งทำให้เธอเห็นสิ่งที่เธอกำลังพิจารณาอยู่ได้อย่างชัดเจน(น.47)

หากเรารู้ที่จะดำรงอยู่บนปัญญาแห่งความเข้าใจในความเป็นอนิจจัง  เราคงไม่ทำผิดพลาดมากเกินไป  เราสามารถมีความสุขได้ทันทีในปัจจุบัน  เราสามารถรักคนที่เรารัก ดูแลเขาอย่างดี  และทำให้เขามีความสุขได้เลยในวันนี้  ไม่มัวแต่วิ่งหาอนาคต สูญเสีย โอกาสของชีวิตที่มีอยู่แล้วในปัจจุบันขณะ(น.48)

ปัญญาของเราทำให้เรารู้อย่างชัดเจนว่าควรทำอะไรและไม่ควรทำอะไร  เพื่อที่จะเปลี่ยนสถานการณ์  เพราะความเป็นอนิจจังนั่นเอง ทุกสิ่งจึงเป็นไปได้เสมอ(น.48)

ปัญญาเห็นแจ้งคือความเข้าใจที่เธอได้รับจากการเจริญสติ(น.51)

ที่ใดมีปัญญาเห็นแจ้ง  ที่นั่นย่อมมีความกรุณา ที่นั่นย่อมมีการยอมรับ ที่นั่นย่อมมีความอดทน  นั่นเองเราจึงกล่าวว่าปัญญาเห็นแจ้งคือพลังอันแสนวิเศษชนิดหนึ่ง  หากเธอให้เวลาในการพิจารณาความเป็นจริง โดยใช้ปัญญาเห็นแจ้งแห่งความเป็นอนิจจัง และความไม่มีอัตตาตัวตน  เธอย่อมเข้าถึงมหาปัญญาที่จะปลดปล่อยตัวเองจากความทุกข์และความลำบาก  พลังสี่ประเภทแรกทำให้พลังวิเศษประเภทที่ห้าเกิดขึ้นได้  ปัญญานี้เองคือต้นกำเนิดอันทรงพลังแห่งความสุขอันไพศาล(น.51)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Aug. 2009,10:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บริหารอำนาจอย่างแยบคาย

มองอย่างลึกซึ้งเข้าไปในธรรมชาติของสิ่งที่มารบกวนใจเธอ  เพื่อจะได้รู้ว่าเธอควรดูแลสถานการณ์นั้นอย่างไร ด้วยความมีสติและความกรุณาอย่างเต็มเปี่ยม(น.53)

การชี้ทางและให้คำแนะนำมีอยู่หลายวิธี  ถ้าเราสอนด้วยหัวใจแห่งความกรุณา คำแนะนำนั้นย่อมมีประสิทธิภาพและให้ประโยชน์(น.53)

เธอก็ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่าเธอกำลังชี้ทางหรือสอน เพื่อมุ่งหวังชื่อเสียง ลาภยศ หรืออำนาจแบบตื้น ๆ อยู่หรือไม่(น.54)

หากเธอบ่มเพาะพลังอำนาจห้าประการดังที่ได้กล่าวไว้ในบทก่อน  เธอได้พัฒนาพลังอีกประเภทหนึ่งขึ้นโดยธรรมชาติ  นั่นคือ  อำนาจแห่งการเป็นผู้นำ  ผู้คนจะหันมาพึ่งพาขอคำแนะนำและแนวทางจากเธอ  ในการเป็นผู้นำอย่างแท้จริง  เธอต้องมีคุณธรรมสามประการ  ได้แก่  คุณธรรมแห่งการละเลิก  คุณธรรมแห่งความรัก  และคุณธรรมแห่งปัญญา(น.54)

เมื่อเธอได้พบกับใครสักคนที่มีคุณธรรมแห่งการละเลิก  ที่เป็นอิสระจากกิเลสทั้งหลาย  เธอจะรู้สึกเคารพและยินดีรับฟังเขาผู้นั้น(น.54)

เธอต้องบ่มเพาะความสามารถที่จะให้ความรัก  ให้การยอมรับ  ให้อภัย  และโอบกอดผู้อื่นด้วยเมตตากรุณา(น.55)

ปัญญาเห็นแจ้งเกิดจากการมองที่ลึกซึ้ง  ผู้นำที่แท้จริงมีปัญญาเห็นแจ้งเพื่อชี้ทางให้เราพ้นทุกข์  เมื่อเธอตกที่นั่งลำบาก สับสน ไร้หนทาง  หากเธอได้พบผู้นำที่แท้จริง  เขาย่อมชี้หนทางแก่เธอได้  เธอย่อมเห็นทางออกได้อย่างรวดเร็ว  เพราะผู้นำนั้นเป็นผู้มีปัญญา(น.55)

เมื่อเรามีปัญญาเห็นแจ้ง  เราสามารถจัดการกับเรื่องยาก ๆ ความตึงเครียดและความขัดแย้งต่าง ๆ ได้โดยง่าย(น.55)

หากอำนาจนั้นได้รับการยอมรับว่าชอบด้วยกฎหมาย และพร้อมด้วยมิติทางจิตวิญญาณ  อำนาจนั้นย่อมได้รับความชื่นชม หรือแม้แต่ได้รับความนิยมบูชา(น.58)

เมื่อไหร่ก็ตามที่อำนาจนั้นอยู่บนพื้นฐานของจิตวิญญาณ และเกิดขึ้นจากความรัก ปัญญา และความเป็นอิสระจากกิเลส  อำนาจนั้นจะจรรโลงความยุติธรรม สร้างระเบียบวินัย  สามารถยืนหยัดต่อความท้าทายได้โดยผาสุก  โดยไม่ต้องพึ่งพาความรุนแรง หรือการกดขี่ข่มเหงใด ๆ (น.59)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Aug. 2009,12:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น่าอ่าน ได้ประโยชน์ดีจังค่ะพี่วันดี flo_1.gif

ขอบคุณพี่วันดีมากๆค่ะที่นำมาให้อ่านกัน EM145.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Aug. 2009,11:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ศิลปะแห่งสติ

สติคือพลังแห่งการเอาใจใส่  เป็นความสามารถที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน  ในการที่จะอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างเต็มร้อย  เพื่อรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในตัวเราและรอบ ๆ ตัวเรา(น.66)

การฝึกสติต้องการเพียงแค่  ไม่ว่าเธอทำสิ่งใดก็ตาม  เธอทำทุกอย่างด้วยทั้งหมดของตัวเธอ(น.66)

สติ  คือความสามารถในการอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างเต็มร้อย(น.70)

ข้อฝึกอบรมสติห้าประการ
ข้อที่ 1  ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการทำลายชีวิต  ข้าพเจ้าขอตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบ่มเพาะความกรุณา และเรียนรู้วิธีที่จะปกป้องชีวิตผู้คน สรรพสัตว์ พืชพันธุ์ และแร่ธาตุ  ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นที่จะไม่ทำลายชีวิต  ไม่ปล่อยให้ผู้อื่นทำลายชีวิต รวมทั้งจะไม่ส่งเสริมการทำลายชีวิตใด ๆ ในโลกนี้ ไม่ว่าจะโดยความคิดและการกระทำ
ข้อที่ 2  ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการหาประโยชน์ส่วนตัว ความอยุติธรรมทางสังคม การลักขโมย และการกดขี่  ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่า  จะทำทานด้วยการแบ่งเวลา พลัง และทรัพย์สินให้แก่ผู้ที่มีความจำเป็น  ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นว่า จะไม่ลักขโมย และไม่ครอบครองสิ่งที่ควรเป็นของผู้อื่น  ข้าพเจ้าจะเคารพทรัพย์สินของผู้อื่น  และจะคอยปกป้องไม่ให้ผู้อื่นหาประโยชน์บนความทุกข์ของมนุษย์หรือสรรพสัตว์อื่น ๆ
ข้อที่ 3  ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการประพฤติผิดในกาม  ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะบ่มเพาะความรับผิดชอบ และเรียนรู้วิธีที่จะปกป้องความมั่นคง และความซื่อสัตย์ของปัจเจกบุคคล คู่สมรส ครอบครัว และสังคม  ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว และมีเพศสัมพันธ์โดยปราศจากซึ่งความรัก และการมีพันธะสัญญาระยะยาวต่อกัน  หากแต่จะเคารพในพันธะสัญญาของตัวเองและผู้อื่น  เพื่อถนอมความสุขของตนเองและผู้อื่นไว้  ข้าพเจ้าจะทำทุกอย่างตามกำลังความสามารถ  เพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ  ตลอดจนปกป้องไม่ให้คู่สมรสและครอบครัวต้องแตกแยก เนื่องจากการประพฤติผิดในกาม
ข้อที่ 4  ด้วยความตระหนักรู้ถึงความทุกข์จากการกล่าวถ้อยคำ ที่ขาดความยั้งคิดและระคายหูผู้อื่น  ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณว่าจะบ่มเพาะวาจาที่ไพเราะและตั้งใจฟังอย่างมีสติ  เพื่อให้ผู้อื่นมีความ เบิกบาน ตลอดจนช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของพวกเขา  ข้าพเจ้ารู้ดีว่าคำพูดสามารถก่อให้เกิดความสุขและความทุกข์  จึงขอตั้งจิตมั่นว่าจะพูดแต่ความจริง  ด้วยถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความมั่นใจ ความเบิกบานและความหวัง  โดยไม่กระพือข่าวที่ตนเองไม่รู้แน่ชัด  รวมทั้งไม่วิพากษ์วิจารณ์ หรือกล่าวโทษในสิ่งที่ตนเองไม่แน่ใจ  ตลอดจนละเลิกจากการกล่าววาจาที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ไม่ปรองดองกัน หรือทำให้ครอบครัว ชุมชน ต้องแตกแยก ร้าวฉาน  ข้าพเจ้าจะพยายามทุกวิถีทางที่จะประนีประนอม และแก้ไขความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ตาม
ข้อที่ 5  ด้วยความตระหนักรู้ถึงการบริโภคที่ขาดสติ  ข้าพเจ้าตั้งสัตย์ปฏิญาณที่จะบ่มเพาะสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ  เพื่อตัวเอง ครอบครัว และสังคม  ด้วยการกิน ดื่ม บริโภคอย่างมีสติ  พร้อมทั้งรับเอาแต่สิ่งที่จะช่วยถนอมความสงบสุข ความเบิกบานให้กับร่างกายและวิญญาณของตัวเอง ครอบครัว และสังคม  ข้าพเจ้าตั้งจิตมั่นว่าจะไม่ใช้แอลกอฮอล์ สิ่งเสพติดอื่นใด หรือการรับอาหารและสิ่งให้โทษ  อย่างเช่นรายการโทรทัศน์ นิตยสาร หนังสือ ภาพยนตร์ การสนทนาบางประเภท  เพราะตระหนักรู้ว่าการทำร้ายร่างกายและวิญญาณของตัวเองด้วยสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยเหล่านี้  เท่ากับเป็นการทรยศต่อบรรพบุรุษ พ่อแม่ สังคม และลูกหลานของตัวเอง  ข้าพเจ้าจะพยายามเปลี่ยนแปลงความรุนแรง ความกลัว ความโกรธ  รวมทั้งความสับสนในตัวเองและสังคม  โดยละเลิกจากการบริโภคสิ่งที่เป็นพิษภัย  เพื่อตนเองและสังคม  ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่า  การบริโภคอย่างถูกต้องและเหมาะสมนั้น  เป็นสิ่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงตัวเองและสังคม(น.77-79)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Aug. 2009,10:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ได้ในสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง

การกระทำที่ถูกหรือผิด  อาจตัดสินได้โดยใช้เกณฑ์ของความทุกข์ หรือความไม่ทุกข์  สิ่งใดก็ตามที่สร้างให้เกิดความทุกข์ขึ้นในปัจจุบันหรือในอนาคตต่อตนเองและผู้คนรอบตัว  นั่นคือการกระทำที่ผิด  สิ่งใดที่นำคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต  นั่นเป็นการกระทำที่ถูกต้อง  กฎเกณฑ์นี้ชัดเจนมาก(น.98)

สิ่งใดที่เกิดขึ้น  อันเรียกได้ว่าความไม่เป็นปกติสุข หรือความทุกข์  เมื่อมองอย่างลึกซึ้งถึงธรรมชาติของสิ่งเหล่านั้น  และบ่งบอกให้ได้ถึงแหล่งที่มาของปัจจัยต่าง ๆ ที่กำลังหล่อเลี้ยงความทุกข์เหล่านั้น  เธอก็ได้อยู่บนหนทางแห่งความหลุดพ้นแล้ว(น.100)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2009,10:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ความลับของความสุข

ผู้ที่ต้องการสัมผัสความสุขอันยิ่งใหญ่  อันเป็นจิตตื่นรู้  ด้วยความเข้าใจและความรัก  ไม่ควรเอาใจไปยึดติดกับสิ่งภายนอกใด ๆ  รวมทั้งรูป เสียง สัมผัส และความคิดต่าง ๆ  เราไม่ควรขึ้นกับสิ่งภายนอกใด ๆ เพื่อจะให้เกิดจิตแห่งการตรัสรู้ หรือจิตแห่งรัก(น.111)

เมื่อไรก็ตามที่เธอรู้วิธีบ่มเพาะความเข้าใจและความกรุณาในทุกขณะของชีวิต  รูปแบบภายนอกของชีวิตย่อมไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป(น.113)

หากต้องการเข้าถึงความสุข ความตื่นรู้และความกรุณา  เธอต้องเป็นอิสระ และไม่ถูกหลอกโดยการรับรู้ตีความของตนเอง  เมื่อเธอมองสิ่งใดอย่างลึกซึ้ง เธอจะเห็นถึงธรรมชาติของสิ่งนั้น  และจะไม่ถูกหลอกอีกต่อไป  เมื่อเธอไม่ถูกหลอกโดยภาพที่เห็น  เธอย่อมไม่ทุกข์ และมีความสามารถที่จะมีความสุขได้(น.113)

มีนับพันวิธีที่ความสุขจะมาถึงเธอได้ เมื่อเธอเปิดใจรับมัน  ถ้าเธอยึดติดกับแนวความคิดเกี่ยวกับความสุขใดความสุขหนึ่งเพียงเท่านั้น เธอกำลังติดกับ  ความสุขย่อมไม่มาถึงเธออีกต่อไป  เพราะเธอได้ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่าง ยกเว้นความสุขบนเส้นทางที่เธอเลือกแล้วเท่านั้น(น.113)

หากเธอยึดถือเอาแนวคิด หรือความเห็นใด ๆ ว่าเป็นความจริงอันสูงสุด  เธอได้ปิดประตูแห่งจิตใจของตัวเอง  และนั่นคือจุดสิ้นสุดของการเสาะแสวงหาความจริง(น.114-115)

การยึดมั่นถือมั่นในทรรศนะ  การยึดมั่นถือมั่นในแนวความคิด  และการยึดมั่นถือมั่นในความคิดเห็น  นั้นคืออุปสรรคขวางกั้นความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด(น.115)

ความสุขคือความรู้สึกว่าในทุกขณะเธอกำลังอยู่บนหนทางที่ถูกต้อง  เธอไม่จำเป็นต้องไปถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อจะมีความสุข  เธอมีความสุขได้ ณ ที่นี่  ในขณะนี้(น.116)

เพียงเธอเดินอยู่บนหนทางที่ถูกต้อง และมีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น  เธอจะเป็นคนที่น่าคบหา เป็นคนสดชื่น มีความกรุณา  ผู้คนต่างได้รับประโยชน์จากการอยู่ใกล้ ๆ เธอ(น.116)

เมื่อเธออยู่บนวิถีทางอันถูกต้อง  และเธอเบิกบานกับทุกย่างก้าวบนวิถีทางของเธอ  เธอก็เป็นเธออย่างแท้จริงแล้ว(น.117)

การทำจิตใจให้ใสบริสุทธิ์  คือการแปรเปลี่ยนวิธีการรับรู้สิ่งต่าง ๆ ของเรา  คือการขจัดความคิดเห็นที่ผิด  ในขณะที่เธอขจัดความคิดเห็นที่ผิดของตัวเอง  เธอได้ขจัดความโกรธ ความเกลียด ความแบ่งแยก และความโลภด้วยเช่นกัน(น.119)

จิตใจของเราถูกมอมเมาด้วยยาพิษสามขนาน  ชนิดแรกคือความโลภ  ชนิดสองคือความโกรธหรือความรุนแรง  และชนิดที่สามคือความหลงผิด  การทำจิตใจให้ใสบริสุทธิ์นั้น  คือการลดทอนและแปรเปลี่ยนพิษทั้งหลายเหล่านี้ที่อยู่ในตัวเรา  เธอแปรเปลี่ยนพิษเหล่านี้ด้วยภูมิปัญญาสามประการ อันได้แก่  พลังแห่งสติ พลังสมาธิ และพลังแห่งปัญญาเห็นแจ้ง(น.119)

เราได้ครอบครองสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมาย  เรากลัวที่จะสูญเสียสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น  ดังนั้นเราจึงทำงานหนักเพื่อที่จะรักษามันไว้  นี่เป็นเหตุผลที่ว่า ถึงแม้เธอจะมีมากแล้ว เธอยังคงเป็นทุกข์ และซึมเศร้า(น.120)

ยิ่งเธอมีสมาธิมากเท่าไร  เธอยิ่งมีโอกาสเกิดปัญญาเห็นแจ้งมากขึ้นเท่านั้น  สตินำมาซึ่งสมาธิ  สมาธินำมาซึ่งปัญญาเห็นแจ้ง  ปัญญาเห็นแจ้งคือผลพวงแห่งการฝึกปฏิบัติของเราเอง(น.121)

ปัญญาเห็นแจ้งหรือความเข้าใจอันลึกซึ้งในความไม่จีรังยั่งยืน  นำมาซึ่งปัญญาเห็นแจ้งในความไม่มีตัวตน(น.122)

ความสุขและการดำรงอยู่ของเรานั้น  ขึ้นอยู่กับความสุขและการดำรงอยู่ของทุก ๆ คน และทุกสิ่งทุกอย่าง  นี่คือปัญญาเห็นแจ้งในการเป็นดั่งกันและกัน  หรือความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันของสรรพสิ่ง(น.123)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Aug. 2009,15:07 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ความรักอันไร้ขอบเขต

ทุกสรรพชีวิตล้วนมีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ใสสะอาด และสมบูรณ์อยู่ในตัวเอง  เราทุกคนต้องกลับมาสัมผัสความงาม ความดี และความจริงภายในตัวเราเอง  เมื่อได้สัมผัสธรรมชาติภายในตน เธอจะหยุดการค้นหาอย่างที่ได้ทำมาแล้วหลายภพชาติ  และเกิดศรัทธาอันมั่นคงต่อตนเอง  ถึงตอนนั้นเธอจะมีความสุข  เธอจะมีความสงบ(น.130)

การปฏิบัติเพื่อให้เข้าใจตัวเอง  และฝึกฝนตัวเองให้คิด พูด และทำแต่สิ่งที่ดี  จะทำให้เธอมีความมั่นใจ  และแปรเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง(น.133)

เธอต้องมีศรัทธาในพื้นฐานแห่งความดี ความงาม และความจริงที่อยู่ในตัวเธอ  เธอต้องกลับมาสู่ตัวเธอเองเพื่อค้นหาสิ่งนี้  นี่คือรากฐานของชีวิต  นี่คือฐานรากของอำนาจที่แท้จริง(น.133)

องค์ประกอบทั้ง 4 ของรักแท้  คือ  ไมตรี  กรุณา  มุทิตา  อุเบกขา(น.134)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Aug. 2009,15:34 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

อยู่ในปัจจุบันที่บ้านและที่ทำงาน

สมาธิภาวนาคือศิลปะในการมองอย่างลึกซึ้ง  ถ้าเธอต้องการมองอย่างลึกซึ้ง  เธอต้องฝึกฝนตัวเองให้มีสติและสมาธิ  ถ้าเธอรู้ตัวและตระหนักว่าเวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียงใด  เธอจะพยายามเรียนรู้วิธีที่จะดำรงอยู่ในแต่ละขณะอย่างลึกซึ้ง  เพื่อให้ชีวิตของตนเองมีความหมายมากขึ้น  เธอจะรู้ว่าต้องทำอะไรหรือไม่ทำอะไร  เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตัวเธอและผู้คนรอบตัวเธอให้ดีขึ้น(น.151)

การดำรงอยู่ ณ ที่นี่ในเวลานี้นั้น  ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่สามารถคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต  หรือวางแผนงานสำหรับอนาคตอย่างรับผิดชอบได้  เราเพียงไม่ปล่อยให้ตัวเองหลงอยู่กับความเสียใจในอดีต  หรือกังวลเกี่ยวกับอนาคต  ถ้าเธอดำรงอย่างมั่นคงอยู่กับปัจจุบัน  เราสามารถทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต  ให้อดีตเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดรู้โดยสติและสมาธิ  เธอจะเกิดปัญญามากมายจากการมองอดีต  เมื่อเธอดำรงอยู่กับปัจจุบันอย่างมั่นคง(น.156)

อดีตยังอยู่กับเธอเสมอ  เมื่อเธอมองเข้าไปในอดีตอย่างลึกซึ้ง  เธอจะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย  และบาดแผลจากอดีตจะได้รับการเยียวยา(น.157)

อนาคตนั้นเกิดขึ้นจากปัจจุบัน  ถ้าเธอดูแลปัจจุบันอย่างเต็มความสามารถ  นั่นคือ  เธอได้ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอนาคตที่เป็นสุขแล้ว(น.158)

ถ้าการดำรงอยู่ในที่ทำงานของเธอนำความเบิกบานมาสู่ตนเองและเพื่อนร่วมงาน  นั่นแสดงว่าเธอประสบความสำเร็จในชีวิตการทำงานแล้ว  เธอมีความสำเร็จในขณะปัจจุบัน  ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวที่มีอยู่อย่างแท้จริง(น.164)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
11 คำตอบนับตั้งแต่ 04 Aug. 2009,15:33 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 212>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com