เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 4<<1234>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ชีวิตและการงานเพื่อความเบิกบาน, + ธรรมกับการงาน +< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Sep. 2002,19:51  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      งานคือตราชูที่คอยวัดกำลังใจ ความเสียสละ ความอดทน ความเข้มแข็ง งานคือวิถีทางที่แสดงถึงคุณค่าของการมีชีวิต งาน คือแก้วสารพัดนึกที่วิเศษสุด ที่จะทำให้ลูกได้อะไรหลายๆ อย่างจากมัน เมื่อลูกทำความเข้าใจต่องานทั้งยากและง่ายได้ดังนี้ ลูก ก็จงลงมือกระทำมันอย่างจริงจังและจริงใจ ผู้คนทั้งหลายเขาจะได้ ไม่มองลูกในเชิงลบอีกต่อไป การให้ความสำคัญต่องานดังกล่าวมาแล้วนั้น ลูกจะสามารถทำงานทั้งยากและง่ายได้อย่างมีความโปร่งใจ ปราศจากอุปสรรคใดๆ แม้แต่ลูกจะเหน็ดเหนื่อยสักปานใด ลูกก็จะสามารถค้นพบแหล่งแห่งการเกิดพลังในการทำงาน แหล่งพลังนั้นก็คือ ความ จดจ่อ จับจ้อง จริงจัง ต่อการรวบรวมความรู้สึกนึกคิดให้เข้ามาสู่ตัวลูกเอง เพราะความรู้สึกนึกคิดนั้นคือพลังงาน ลูกจึงมีความ จำเป็นต้องรวบรวม เพื่อไม่ให้พลังงานหรือความรู้สึกนึกคิดนั้นๆ แตกกระสานซ่านเซ็นออกไป ครั้นเมื่อลูกสามารถรวบรวมพลังงานได้แล้ว ลูกก็ใช้พลังงานนั้นไปในการทำงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เราทุกคนมีพลังงานอันมากมายนี้ เพียงแต่ลูกต้องรู้จักวิธีใช้ หรือรู้จักวิธีนำพลังที่มี เอามาใช้อย่างเหมาะสมเท่านั้นเอง




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Sep. 2002,21:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      เมื่อลูกได้เข้าถึงความสำเร็จของงานแล้ว ลูกจะรู้สึกได้ว่า ลูกยังมีเวลาเหลืออยู่อีกมาก เพราะการทำงานด้วยจิตใจที่จดจ่อ จริงจัง และใช้พลังอย่างต่อเนื่อง มันจะช่วยให้งานนั้นๆ สำเร็จได้โดยเร็วพลัน มันจะทำให้ลูกเป็นผู้ที่สามารถควบคุมการใช้เวลาและพลังงานอย่างประหยัด พร้อมทั้งมีประโยชน์ งานจะมีคุณค่า ทำให้ลูกเกิดความเบิกบานและมีพลัง ลูกจะเริ่มรู้สึกถึงคุณค่าและความหมายของงานเพิ่มขึ้นโดยมิต้องลำบากต่อการที่จะฝึกปรือเพื่อให้รู้จักความหมายอีกต่อไป การให้คุณค่าและความหมายแก่งานนี้ จะมีรางวัลในตัวของมันเอง แล้วก็จะมีรางวัลให้แก่ตัวลูกเองด้วย การให้คุณค่าแก่งานเป็นเคล็ดลับ ทำให้เกิดความงอกงามแจ่มใสชื่นบานในงานที่ลูกทำ

      เจ้าจงจำไว้เถิดว่า เมื่อเจ้าให้คุณค่าแก่สิ่งใดก็ตาม ความรู้สึก ตื่นตัวอย่างละเมียดละไม จะประคับประคองส่งเสริมเจ้าเอง งานที่ลูกทำ จะกลายเป็นแหล่งแห่งความรู้อย่างลึกซึ้ง และเจ้าจะมีความรู้สึกลึกๆ ที่จะขอบคุณต่อผู้ให้งานนั้นๆ อย่างอ่อนโยน พ่อจึงกล้าที่จะบอกเจ้าว่า งานคือความเบิกบานของชีวิต มันเป็นแหล่งกำเนิดพลัง เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างล้นเหลือ ที่ลูกจะต้องทะนุถนอมและจะยอมสูญเสียมันไปมิได้แม้แต่วินาทีเดียว ลูกควรจะรักษาคุณสมบัติของความเบิกบานในชีวิตอันนี้ไว้ จนถึงที่สุดของการมีชีวิตทีเดียวแหละ




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Sep. 2002,21:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิด



      ลูกรัก......
      พลังงานที่เกิดจากการรวบรวมความรู้สึกนึกคิด ให้ผนึกเป็นหนึ่งเดียวกันกับกายและใจ นับว่าเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในการมีชีวิต เพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ติดตัวเรามาตลอดตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตายทั้งยังเป็นเครื่องบอกถึงคุณประโยชน์ที่ลูกจะนำมาสร้างสรรค์ชีวิตและกิจกรรมการงาน หน้าที่สรรพสิ่ง ให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มพูนคุณภาพ สาระให้แก่ชีวิตและสังคมโลกและจักรวาล ลูกจึงต้องยอมรับว่า ร่างกาย จิตใจ และความรู้สึก นึกคิดเป็นสิ่งแสดงออกของพลังงานอันมีคุณค่านี้ เมื่อใดที่ลูกเปิดใจให้กว้างต่อการเรียนรู้ ต่อการมอง และรับเหตุผลของสรรพสิ่งความคิด จิตใจ ร่างกาย พลังงาน จะผสมผสาน กลมกลืน สอดคล้องต่อการสัมผัสและรวมกันทำกิจกรรมการงานหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ สิ่งที่ลูกจะได้รับ นอกจากผลสำเร็จของหน้าที่ การงานแล้ว ยังแถมพกไปด้วยประสบการณ์อันมีคุณค่าพร้อมทั้งความดื่มด่ำจากสาระของชีวิตอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย
   
      ขณะที่ลูกอยู่ในวัยเยาว์ กระแสแห่งพลังของลูกจะเข้มข้นมากมาย อาจเป็นเพราะจิตใจของลูกยังคงความบริสุทธิ์แจ่มใส ลูกจึงสามารถกระทำกิจกรรมใดๆให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย หรืออาจ เป็นเพราะลูกมีพลังให้ใช้อย่างมากมาย รวมทั้งได้มันมาอย่างง่ายดายเกินไป ลูกจึงใช้มันอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย สุรุ่ยสุร่าย ดูเหมือนเป็น สิ่งไร้ค่า ลูกใช้มันแค่จุดมุ่งหมายส่วนตัวและกับสิ่งที่พอใจเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งดูช่างไม่ฉลาดเอาเสียเลย แทนที่ลูกจะใช้มันในทุกๆ สิ่ง ทุกๆ ส่วน กับกิจกรรมของชีวิตประจำวัน และบางทีลูกอาจคิดว่า การปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงงานหนัก ชีวิตอาจจะมีความสุขขึ้น ที่เป็นเช่นนี้ เพราะลูกเพียงต้องการจะเก็บเวลาและพลังงานไว้ใช้กับสิ่งที่ลูกอยากทำเท่านั้น ลูกอาจจะไม่รู้ก็ได้ว่า ความสำเร็จที่แท้จริง นั้น จะต้องเกิดขึ้นจากความเพียรพยายาม อดทน อดกลั้น จริงจัง และตั้งใจเท่านั้น การปฏิเสธหลีกเลี่ยงงานทุกชนิด นั่นแสดงว่า เจ้าไม่รู้จักใช้พลัง เจ้าคงไม่รู้หรอกว่า พลังที่มีอยู่ในตัวเจ้านั้น ถ้าเจ้ายิ่งใช้ให้มันทำกิจกรรมการงานต่างๆมากเท่าไร ประสบการณ์และการเรียนรู้ก็จะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น นั่นแหละคือวิธีการเพิ่มพูนพลังของเจ้าเองแล้วหละ แต่ถ้าเจ้าปฏิเสธการงานน้อยใหญ่ทั้งง่ายและยากพลังที่มีอยู่ในตัวเจ้าก็จะถูกละเลย ปล่อยให้มันสูญเสียไป โดยมิได้สาระอันใดเลย ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะเจ้าไม่รู้จักใช้พลังอย่างชาญฉลาด เจ้าจึงปล่อยให้พลังสูญเสียไป มันเป็นการลดโอกาสแห่งความเจริญงอกงามของตัวลูกเอง ชีวิตก็จะกลับกลายเป็นความหลับใหลหลง โดยไม่รู้จักตื่น




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Sep. 2002,00:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      ถ้าเจ้าจะรู้สักนิดว่า พลังงานและชีวิตที่สูญเสียไปกับเวลานั้น เจ้าจะไม่มีโอกาสเรียกร้องมันกลับคืนมาได้เลย พ่อเชื่อว่า ที่เจ้ายอมสูญเสียมันไปนั้น อาจเป็นเพราะเจ้าคงมีความเชื่อว่า ชีวิตและกาลเวลาทั้งหมดในโลกเป็นของเจ้า ลูกจึงมักทำอะไรๆ อย่างเชื่องช้า เชือนแช คอยแต่จะผัดวันประกันพรุ่งออกไปเรื่อยๆ ไม่พยายามที่จะทำมันสักที ขืนปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ แล้วละก็ พ่อก็อยากจะเตือนเจ้าว่า ชีวิตที่ผ่านมา และที่กำลังจะผ่านไปของเจ้า คงจะไม่ต่างอะไรกับคนที่กำลังหลับใหลและละเมอ เพ้อพก ไม่มีสาระแก่นสารอะไรกับการมีลมหายใจของลูกเป็นแน่ การที่ลูกยอมให้พลังงานและกาลเวลาสูญเสียไป โดยมิได้ทำอะไร ผลที่ได้รับก็คือ ความรู้สึกว่างเปล่าต่อการมีชีวิต เจ้าจะรู้สึกว่าขาดหายอะไรไปบางอย่าง มันจะทำให้ลูกมองเห็นสิ่งที่ลูกจะต้องทำมีความสำคัญแค่เล็กน้อยเท่านั้นเองต่อพลังงานและเวลาที่สูญเสียไป เหตุอาจจะเกิดจากความไม่ใส่ใจต่องานในทุกแง่มุมและทุกงาน แล้วก็ปล่อยให้สิ่งเหล่านั้นมันผ่านเลยไป โดยมิได้มีการเรียนรู้ ฝึกฝนหรือลงมือกระทำเลย หรือเจ้าอาจกระทำ แต่เป็นการกระทำด้วยความซังกะตายไม่ได้ให้ความสำคัญและไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ มันย่อมแน่นอนเหลือเกินว่า สิ่งเหล่านี้คงไม่เกิดประโยชน์สักปานใดเป็นแน่ แล้วถ้าขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ครั้นเมื่อถึงยามที่เจ้าแก่เฒ่าลง ลูกจะต้องรู้สึกเสียใจต่อพลังและเวลาที่สูญเสียไปโดยไร้สาระ
   
   เฮ้อ...เจ้าจะรู้สึกท้อแท้และท้อถอย เมื่อมีใครเขาใจอารีมาชักชวนให้ลูกได้กลับเข้ามาขวนขวายหาประโยชน์ ลูกก็จะบอกกับเขาไปว่า มันสายเกินกว่าที่จะทำอะไรมันได้แล้ว ซึ่งพ่อก็จะต้องค่อยๆ ตะโกนออกมาว่า โอ้หนอ...ดูช่างน่าสมเพชเสียจริงๆ น่าเสียดายอากาศ ทรัพยากรและโอกาสที่ลูกใช้มันไปเสียจริงๆ




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Sep. 2002,02:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      พ่ออยากจะเตือนเจ้าให้ได้รู้สึกตัวเอาไว้ว่ากาลเวลา มันคือเครื่องพาและผลาญชีวิต พร้อมทั้งสรรพสิ่ง ฉะนั้น เจ้าจะทิ้งให้มันผ่านไปเสียเฉยๆกระนั้นหรือ ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้ประโยชน์ของชีวิตสูญเสียไปเช่นนี้ ลูกก็ต้องลงมือกระทำต่อทุกๆกิจกรรมการงานอย่างจดจ่อ จริงจังและใส่ใจ พร้อมด้วยความสังเกต วิเคราะห์พิจารณา เพื่อให้รู้ถึงจุดดีจุดด้อย จุดได้จุดเสียของงานและ ผลของงาน ชีวิต และวิธีการทำงาน ลูกจะได้เรียนรู้ที่จะวางแนวทาง จุดมุ่งหมายให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่องมันจะได้เป็นเครื่องมือ ทำให้ เจ้าปิดกั้นความสูญเสียและได้เข้าถึงความสำเร็จของการงานและชีวิตแต่ถ้าลูกทำมันโดยไม่ได้สังเกต วิเคราะห์ พิจารณาลูกจะใช้เวลาและพลังไปอย่างไม่บันยะบันยัง ซึ่งดูๆแล้วก็ไม่ค่อยจะเหมาะกับงาน นั้นๆ สักเท่าไหร่
   
   ตัวอย่างเช่น งานใดที่เล็กๆ น้อยๆ ลูกกลับใช้เวลา พลังให้ หมดไปกับมันอย่างมากมายแต่กับงานที่ละเอียดอ่อนประณีต ลูกกลับไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย ถ้าจะพูดกันให้ถูกต้องจริงๆ แล้วละก็ การขาดความสังเกตวิเคราะห์พิจารณานั้น มันจะทำให้เจ้าไม่สามารถจะรู้เสียด้วยซ้ำไปว่างานอย่างไหนเล็กน้อย อย่างไหนละเอียดอ่อนประณีตมันจึงทำให้เจ้าพลาดหวังต่อประโยชน์และผลของงานที่เจ้าทำ แล้วทีนี้...ทีนี้อะไรจะเกิดขึ้นล่ะ อ้าว...ก็ความผิดหวังไงล่ะ ความผิดหวัง ความวิตกกังวล ความเครียด ที่มันจะเกิดขึ้นไง แล้วเจ้าก็จะต้องจำใจยอมรับผลตอบแทนแห่งความไม่เอาไหนของเจ้านั้น เมื่อความอึดอัดเหล่านี้เกิดขึ้น สิ่งที่จะตามมาก็คือ ความละเลย ล้มเหลว ล้มเลิกต่อการกระทำต่างๆ แทนที่เจ้าจะกลับเข้ามาสังเกต วิเคราะห์พิจารณาหาทางแก้ไข เจ้ากลับหันความสนใจไปในเรื่องอื่นๆสิ่งอื่นๆ และก็ทิ้งงานที่ผ่านมาให้เป็นปัญหาของผู้อื่นทำต่อไป




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Sep. 2002,02:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      ทีนี้ละ...ทีนี้ลูกก็จะเป็นคนเลวเหลวไหลในสายตาของคนอื่น ความรู้สึกขัดแย้งภายในตนและคนอื่นก็จะเกิดขึ้น ความรู้สึกเป็นสุข มิตรสหายและสังคมของลูกก็จะค่อยๆ ลดน้อย ถดถอย และสูญหายไปในที่สุด เฮ้อ...พ่อดูว่าชีวิตของเจ้าช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าเสียจริงๆ น่ะ

      พ่อจะบอกอะไรให้สักอย่าง เอาไหมล่ะ ถ้าลูกปรารถนาจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เพียงแต่ลูกเริ่มกลับเข้ามาฝึกหัดตัวเอง โดยการริเริ่มทำงานทุกอย่างด้วยความใส่ใจอย่างจริงจัง เจ้าอาจจะเริ่มจากงานที่ง่ายๆ ก่อนก็ได้ พร้อมทั้งให้ความสนใจและใส่ใจดูว่า ลูกใช้พลังงานนั้นอย่างไรบ้าง เจ้ามีการสัมผัสถึงกลิ่นอาย ขั้นตอน และ ปัญหาของงานได้อย่างแจ่มแจ้ง ชัดเจนแค่ไหน ลูกสามารถใช้พลังทำงานได้อย่างเต็มที่หรือไม่ ความรู้สึกจดจ่อ จับจ้อง จริงจัง ได้ เกิดขึ้นอย่างตั้งมั่นไหม อีกทั้งลูกได้ถูกฉุดกระชากหรือถูกชักจูงให้ หลงลืม ไหลลื่น ไปตามกระแสแห่งความเพลิดเพลิน เกียจคร้าน และอื่นๆ ซึ่งนอกเหนือจากงานนั้นๆ บ้างหรือเปล่า และถ้ามี ลูกก็ต้องหยุดความรู้สึกเพลิดเพลิน เกียจคร้านเหล่านั้นให้ได้ โดยการสร้างแรงจูงใจ คือใส่ใจต่อความรู้สึกลึกๆ ของตนจนกลายเป็นความรู้เนื้อรู้ตัว เมื่อความรู้เนื้อรู้ตัวเกิดขึ้นแก่ตัวเจ้า เจ้าก็จะรู้ได้ด้วยตนเองว่า เจ้าต้องการอะไร และควรจะทำอะไร ลูกก็จะยอมรับต่องาน ซึ่งแม้จะดูซ้ำๆ ซากๆ จำเจเป็นประจำที่จะต้องทำประจำวัน ลูกจะทำมันด้วยความโปร่งเบาและเป็นสุข ความรู้เนื้อ รู้ตัวยังจะทำให้ลูก ค้นพบว่าความแตกต่างของงานที่มันเกิดขึ้นมา ได้นั้น เป็นเพราะความคิดที่จะให้ความสำคัญมากหรือน้อยต่องาน ของลูกเองต่างกันต่างหาก

      การสังเกตวิเคราะห์พิจารณาได้อย่างนี้ มันจะทำให้ลูกสามารถ ใช้พลังกาลเวลาอย่างชาญฉลาดและต่อเนื่อง ความอดทนบากบั่นจะเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ ลูกจะรู้สึกมั่นคงต่อเจตนารมณ์ของตัวลูกเอง ซึ่งไม่ใช่เกิดมาจากการบังคับ กดขี่ แต่เป็นด้วยความสมัครใจอย่างจริงจัง มันเป็นความสมัครใจที่จะกระทำอย่างร่าเริง แจ่มใส ประสบการณ์แต่ละขณะของชีวิตที่ผ่านมาและผ่านไป จะมีแต่การเรียนรู้เต็มอิ่มอย่างบริบูรณ์ ความใส่ใจ ความละเอียดถี่ถ้วน ชัดเจนของลูกจะขยายเบิกกว้างออกไปสู่สังคมโลกและจักรวาล




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Sep. 2002,21:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      ด้วยเหตุผลเหล่านี้ มันจะทำให้ลูกเกิดความเข้มแข็งขึ้นภายใน ลูกจะสามารถทำสิ่งที่เคยคิดว่าไม่สามารถทำได้ แต่ลูกก็ได้ทำมันแล้วอย่างง่ายดายการงานและชีวิต จะกลายเป็นเวทีให้ลูกได้แสดงถึงศิลปะในการใช้พลัง เมื่อชีวิตเป็นศิลปะ ลูกก็จะมีแต่ความสดใส ตื่นใจ กระจ่างชัด งานจะเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกได้แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆของชีวิตอย่างต่อเนื่อง ลูกจะค้นพบวิถี ทางแห่งการสร้างสรรค์อย่างธรรมชาติ ความรู้เนื้อรู้ตัวอย่างต่อเนื่อง และลึกซึ้ง ที่ได้มาจากการเรียนรู้และการทำงานนั้น มันจะทำให้ลูกได้ค้นพบแสงสว่างแห่งพลังและปัญญา งานจะเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าได้แสดงความรู้สึกนึกคิดจิตใจ ถ้าเจ้าทำมันด้วยใจน่ะ การงานที่พร้อม กันไป ด้วยทั้งกายและใจ มันจะทำให้เจ้าเข้มแข็ง กล้าหาญ และ มีพลัง ทั้งยังช่วยฝึกฝนให้เจ้าเป็นคนที่สนใจต่องานมากขึ้น ชีวิตของลูก ก็จะดำเนินไปสู่แนวทางที่ถูกต้อง อย่างมีชีวิตชีวาในทุกๆ ที่ทุกๆ ทางที่เจ้าอยู่ การที่ลูกให้ความสำคัญและความหมายแก่งานได้เช่นนี้ ความรู้สึกอิ่มเอิบเบิกบาน ก็จะเกิดขึ้นแทนที่ความรู้สึกขลาดเขลา เศร้าเสียใจ
   
   เมื่อลูกทำความเข้าใจได้เช่นนี้ และสามารถให้คุณค่าต่อชีวิตแลการงาน พร้อมๆ ทั้งกล้าเผชิญกับงาน ไม่ว่าจะง่ายหรือยาก ค่อยๆ ทำไปทีละขั้นพ่อก็รับรองได้ว่า ชีวิตการงานและกาลเวลาคงจะไม่มีโอกาสสูญเปล่าไปกับลูกได้เป็นแน่ เพราะฉะนั้นขอให้ลูกได้กลับมาพิจารณา ใคร่ครวญ วิเคราะห์ถึงปัญหา และสิ่งที่ลูกกระทำที่ผ่านมา รวมทั้งที่จะทำต่อไปในวันข้างหน้า ว่าลูกได้มีสิ่งเหล่านี้บ้างหรือเปล่า มีอะไรบ้างที่จะต้องแก้ไข การได้รู้จักตัวเอง เรียนรู้และมองตัวเอง เป็นสุดยอดของความวิเศษแห่งวิชาการ ก็เพราะมันไม่มีวิชาการใดในโรงเรียนไหน หรือในโลก ที่เขาสอนถึงการเรียนรู้จักตัวเอง ได้มากเท่ากับวิชาการแห่งศาสนธรรมนี้ ไม่มี โรงเรียนที่ไหน และไม่มีครูคนใด ที่สามารถจะชี้นำบอกให้เรากระทำต่อกิจกรรมแห่งชีวิตประจำวันของตน ได้อย่างถูกต้องไม่บกพร่องในหน้าที่ เท่ากับโรงเรียนแห่งธรรมชาติ โรงเรียนแห่งศาสนธรรมนี้ และก็โรงเรียนแห่งนครกายที่เจ้ามี
   
   เพราะฉะนั้น พ่อจึงอยากจะบอกและเตือนเจ้าด้วยใจที่เอื้ออาทรจริงๆ ว่า เจ้าควรจะให้ความสำคัญ และให้ความใส่ใจต่อการเรียนรู้ชีวิตและวิญญาณของเจ้า รวมทั้งการกระทำด้วย ให้มากขึ้นกว่านี้อีกสักนิด แล้วพ่อก็คิดว่า ความสุข ความวิเศษ ความสำเร็จ หรือความประเสริฐดีเลิศ อะไรก็แล้วแต่ที่เจ้าปรารถนาคงจะต้องเป็นของเจ้าได้สักวันหนึ่งเป็นแน่ ถ้าเจ้าพยายามทำมัน




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Sep. 2002,13:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ผู้สงบย่อมค้นพบความผ่อนคลาย



      ลูกรัก......
      น้ำที่ไหลริน กับน้ำที่ราบเรียบนิ่งสงบ ลูกว่าน้ำชนิดไหนที่ดูมั่นคง พร้อมเสมอกับสถานการณ์ทุกชนิด ทั้งตั้งรับหรือตอบโต้ ไม่ว่าจะซึมซับ หรือรับสัมผัสได้มากกว่ากัน แต่สำหรับพ่อ พ่อก็ต้อง เลือกน้ำ ที่ราบเรียบสงบนิ่ง ถ้าลูกไม่เชื่อ ลูกลองนำก้อนหินโยนลง ไปในน้ำที่กำลังไหลริน แล้วคอยสังเกตถึงการตอบรับของน้ำที่ไหล ดูสิ ลูกจะเห็นว่า มันได้กระจายเป็นวงแค่วูบหนึ่ง และแล้วร่องรอย ของการกระจัดกระจายก็ถูกกลืนหายไป พร้อมกับการไหลริน ของน้ำ แต่ถ้าลูกนำเอาก้อนหินโยนลงไปในน้ำที่ราบเรียบนิ่งสงบ ลูกก็จะเห็นว่า มันได้ตั้งรับพร้อมกับการตอบสนองการสัมผัสได้อย่างละเอียดลออ หมดจด ชัดเจน ซึ่งจะรุนแรงหรือเบาบางนั้นมันขึ้นอยู่กับวัตถุที่มากระทบไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก หนักหรือเบา ยาวหรือสั้น แล้วก็สุดท้าย คลื่นแห่งการกระจัดกระจาย ได้ค่อยๆ สงบราบเรียบลงอย่างอ่อนโยน แนบนิ่ง




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Oct. 2002,21:07 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      ถ้าจะนำเอาน้ำทั้งสองชนิด มาเปรียบกับคนเจ้าจะเปรียบกับ คนประเภทอะไร สำหรับพ่อ พ่อก็จะเปรียบกับคนที่สับสนวุ่นวาย เหมือนน้ำที่ไหลรินคนที่สงบนิ่งเปรียบได้กับน้ำที่สงบนิ่งและราบเรียบซึ่งคนชนิดนี้ เขาจะสามารถรับรู้ รับสัมผัสได้ทุกอย่างแบบละเอียด ถี่ถ้วน หมดจด รอบคอบ และสุดท้ายเขาก็จะทำให้มันหายไป แบบไร้ร่องรอย ชนิดไม่มีอะไรมามีอำนาจเหนือเขา
   
      ทีนี้ ลูกพอมองออกหรือยังว่า น้ำกับคนมันมาเกี่ยวอะไรกัน ถ้ายังมองไม่ออก พ่อจะบอกให้ ความสับสนวุ่นวายมันเกิดขึ้นมาได้เพราะความกดดัน ความเครียด ความวิตกกังวล ความกลัว และความฟุ้งซ่านความไม่รู้ สิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นอยู่กับใครแล้ว เขาผู้นั้นก็ต้องเหมือนกับน้ำที่ไหลริน ที่ไม่สามารถสงบนิ่งอยู่ซึ่งเป็นเหตุปิดกั้นความรับรู้ ซึมซาบ สัมผัสสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ให้ไม่ชัดเจน ไม่ดื่มด่ำ ไม่ซาบซึ้ง หรือถึงจะรับรู้รับสัมผัส ก็เป็น การรับรู้สัมผัสแบบขอไปทีไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์แจ้งชัดอย่างเต็มที่ และบางทีบางครั้ง มันก็จะกลายเป็นความเต็มทีเต็มทนไปเสียด้วย

      ทีนี้ สำหรับน้ำที่ราบเรียบสงบนิ่ง เปรียบได้กับผู้ที่มีความสงบนิ่งภายใน จนกลับกลายเป็นความราบเรียบของกาย วาจา คล้ายๆ กับผู้มีตาอันเบิกกว้างสามารถมอง รับรู้เห็นเหตุการณ์ได้ทั้งใกล้และไกลทั้งภายในและภายนอกอย่างแจ้งชัด ทั้งยังสามารถสัมผัสซึมซาบถึงรสชาติของสิ่งที่ผ่านมา และผ่านไปในชีวิตได้อย่างดื่มด่ำ สาระของจิตใจภายในจะโดดเด่น เปิดเผยออกมาอย่างแจ้งชัดหรือชัดเจน ลูกจะรับรู้และเกิดความรู้จักตนเองได้อย่างตรงไปตรงมา ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ลูกสามารถสัมผัสกับสิ่งที่มากระทบและสิ่งรอบๆ ตัวอย่างตรงไปตรงมาเปิดเผย เหมือนกับน้ำที่ราบเรียบสงบนิ่ง พร้อมที่จะรับสัมผัสเมื่อมีอะไรมากระทบ ก็จะซึมซับถึงรสชาติ กลิ่นอายและความโยกเยก คลอนไหวได้อย่างถูกตรง อีกทั้งยังจบลงด้วยความอ่อนโยนบริสุทธิ์ อย่างชนิดไม่มีอะไรมามีอำนาจเหนือชีวิต




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Oct. 2002,21:49 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      พ่อจะบอกให้ลูกได้รู้ถึงประโยชน์ของความสงบนิ่งว่า มันสามารถจะเป็นตัวการให้เกิดการรวมตัวของพลังงาน ไม่ให้กระจัด กระจาย แม้ในความรู้สึกนึกคิดอีกทั้งลูกยังจะสามารถจัดระดับของความคิดของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งลูกก็จะต้องรู้ตัวเองว่า ลูกต้องการอะไร อุปสรรคที่จะมี ลูกก็จะรู้ดีที่จะจัดการกับมันด้วยความมั่นใจ โปร่งใจ แจ่มใส เคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น กลมกลืน สอดคล้องกับการสัมผัสงานและชีวิต งานและชีวิตมันจะเป็นการสัมพันธ์อย่างกลมกลืนกับพลังที่ลูกได้รับจากความรู้จักตัวเอง และถ้างานปรากฏอุปสรรคเงื่อนไข แทนที่ลูกจะปฏิเสธ ลูกกลับจะเต็มใจทำสิ่งที่ควรทำ การสัมผัสและการรับรู้ที่ซื่อตรง จะเป็นรากฐานของงานได้อย่างแกร่งกล้า และเข้มแข็งสามารถ เมื่อผลของงานออกมา มันจะเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพ ของความสงบนิ่งเยือกเย็น ที่ลูกใช้เป็นรากฐานของการทำงาน ลูกจะสามารถสัมผัสถึงรสชาติ ความดื่มด่ำอย่างแท้จริงที่ได้จากการทำงาน
   
   อย่างไรก็ตาม พ่อก็ต้องเตือนเจ้าให้รู้ตัวเอาไว้ว่า เจ้าจะกลายเป็นน้ำใสแต่ไหลรินโดยไม่รู้สึกตัวก่อนซึ่งอาจจะเกิดจากความกดดัน ความเครียดในชีวิตประจำวัน มักจะทำให้เป็นเรื่องยากแก่การดูแลรักษาความราบเรียบสงบนิ่งของชีวิตจิตใจ เพราะความกดดันของโลกคือการเปลี่ยนแปลง เพราะความกดดันของอารมณ์และสังคมสิ่งแวดล้อม มักจะทำให้ลูกเกิดความวิตกกังวล หวาดกลัว ขลาดเขลา ตึงเครียดและหนักใจ การรับรู้สัมผัสต่างๆ จะขุ่นมัวไม่ชัดเจนลูกจะไม่รู้ว่า ลูกต้องการอะไร ต้องทำอะไร ความรู้สึกนึกคิดของลูกจะกระจัดกระจาย พลังงานก็จะขาดๆ เกินๆ ฟุ้งซ่าน ขาดประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ลูกต้องเหนื่อยมากขึ้น เบื่อมากขึ้น เครียดมากขึ้น วิตกกังวลมากขึ้น




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
36 คำตอบนับตั้งแต่ 05 Aug. 2002,23:15 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 4<<1234>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com