เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 4 of 4<<1234

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ชีวิตและการงานเพื่อความเบิกบาน, + ธรรมกับการงาน +< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 31
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Oct. 2002,01:57  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      สิ่งเหล่านี้แหละ มันจะเข้ามาแทนที่ความรู้แจ้งชัด ความสงบ ความเยือกเย็น และการจัดระดับความคิดที่กระจัดกระจายก็จักขาดหายไป เหล่านี้ แหละคือตัวอุปสรรค ตัวปัญหา ที่จะทำให้เจ้าใช้พลังเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ผลที่ได้ คือ ความกลัดกลุ้มหมกมุ่น กังวล มันจะทำให้ลูกล่าช้าต่อการกระทำ ความกลัดกลุ้ม หมกมุ่น วิตกกังวลและความเครียด จะเป็นตัวเผาผลาญพลังงานและกาลเวลาของลูก ให้หมดไป อย่างมากมายไร้ประโยชน์ จนทำให้ลูกไม่สามารถมีเวลา และพลังที่จะทำกิจกรรมอื่นๆให้สำเร็จต่อไปได้ จิตใจของลูกจะกักขังอวัยวะทั้งหลายพร้อมทั้งร่างกายให้อยู่ในความตึงเครียด ซึ่งเป็นการยากที่ลูกจะทำงานได้อย่างเต็มที่และมีสุข




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 32
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Oct. 2002,23:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      พ่อต้องบอกให้เจ้าได้รู้ไว้ว่า ถ้าขืนปล่อยให้ความกลัดกลุ้ม หมกมุ่น วิตกกังวลและความตึงเครียด เข้ามาเผาผลาญกาลเวลาและพลังของเจ้าให้มันหมดไปวันๆเช่นนี้แล้วละก็ ชีวิตของลูกก็จะมีแต่เวลาและพลังที่เหลือน้อยเต็มที คงไม่เพียงพอเป็นแน่ ที่จะสามารถบรรจุความโปร่งใส เสรี สดชื่น เบาสบาย สงบสันติและประโยชน์ให้แก่คนอื่นและตนเองได้เป็นแน่ อย่างไรก็ตาม พ่อก็ยังมีวิธีที่จะบรรเทาความเครียดอันหนักอึ้งของร่างกายและจิตใจเหล่านี้ได้
   
      ทีนี้ ลูกจะรู้ได้อย่างไรว่า ตนและคนอื่น มีความเครียดหนัก ก็รู้ได้ด้วยการสังเกตดูร่างกายเป็นอันดับแรกไงล่ะ ซึ่งก็ไม่เสมอไปนักสำหรับทุกคนแต่ส่วนใหญ่มักมีอาการเช่นนี้ คือ เลือดลมและพลังโคจรไม่เป็นปกติ กล้ามเนื้อหน้าตึง ปวดหัวบ่อยๆ อ่อนเพลียได้ง่ายโดยหาสาเหตุไม่พบ ความร้อนภายในกายเพิ่มขึ้น กลิ่นตัวเพิ่มขึ้น การย่อยและขับถ่ายอาหารและกากอาหารไม่ปกติ สีหน้าและแววตาไม่ผ่องใส ขนและผมจะร่วงและเปลี่ยนสีเร็วกว่าปกติ ความคิดเฉื่อยชา ตัดสินใจไม่เด็ดขาด วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย และยังมีอาการอื่นๆ เข้ามาแทรกซ้อนอีกมาก อาการเหล่านี้ก็จัดว่าเป็นผลของความเครียดหนักเสียเป็นส่วนใหญ่ มิใช่จะมีความผิดปกติของร่างกายแค่นี้หรอกนะ

      ยัง...มันยังจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การทำงานและต่อสังคมอีกด้วย ซึ่งผลกระทบเหล่านั้นจัดเป็นผลกระทบในทางเชิงลบทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น บุคคลใดที่มีความเครียด ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานมากกว่าคนอื่นที่ไม่เครียด เป็นเหตุให้เกิดความร้อนขึ้นผิดปกติ เพราะอวัยวะและต่อมไตต่างๆ จะทำงานหนักขึ้น จะทำให้ขับของเสียมากขึ้น เหงื่อออกมากขึ้นกลิ่นตัวมากขึ้น ความร้อนในร่างกายเพิ่มมากขึ้นแล้วทีนี้ ลูกลองนึกดูซิว่า เมื่อคนคนนี้ได้เข้าไปสู่สังคม หรือกำลังจะอยู่ในสังคม จะมีผลกระทบต่อสังคมเช่นไร




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 33
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2002,22:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





       ลูกรัก......
      นอกเหนือจากนี้ ถ้าสังคมเหล่านั้น มีคนที่เครียดหนักมากกว่าหนึ่งคน อะไรจะเกิดขึ้น และความเครียดนี้ผลที่ตามมาก็คือของเสีย อารมณ์และการระบาย ซึ่งการระบายของเสียที่เป็นอารมณ์นั้น ถ้าไม่เกิดการยอมรับ คงต้องมีปัญหาเป็นแน่ ถ้ามีปัญหา และเผอิญมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ อย่างว่า มันก็จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่สังคม เป็นผลกระทบต่อการงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมด้วย ตัวอย่างเช่น คนที่มีปัญหามักจะหมกมุ่น กลัดกลุ้มวิตกกังวล ทำให้ไม่มีพลังและเวลาพอที่จะทำงานให้สำเร็จได้ นี่เป็นปัญหาโดยตรง หรือถ้าทำสำเร็จ ผลของงานคงจะไม่สมบูรณ์ และถ้าจะให้มีการยอมรับของสังคม ผู้ที่อยู่ในสังคมคงจะไม่มีใจเป็นธรรมพอ ที่จะยอมรับผลของงานและของคนที่มีปัญหา นี่เป็นผลกระทบโดยอ้อมเห็นไหม ลูกเห็นไหมว่าความหมกมุ่น กลัดกลุ้ม วิตกกังวลและตึงเครียด เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันไม่เป็นผลดีกับใครเลย
   
      เพราะฉะนั้น เจ้าก็ไม่ควรปล่อยให้มันเกิดขึ้นและถ้าเผอิญมันเกิดขึ้นด้วยความไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรือด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ลูกก็จะต้องหาวิธีกำจัดหรือระบายมันออกมาจากตัวลูกให้ได้ ลูกรู้ถึงวิธีกำจัดและระบายแล้วหรือยังล่ะ ถ้าไม่รู้ พ่อจะบอกให้ ที่จริง วิธีระบายหรือวิธีกำจัดมีอยู่ด้วยกันสองวิธี คือวิธีแห่งปรมัตถ์" และ "วิธีสมมติสัจจะ"
   
      สำหรับวันนี้เวลามันมีน้อยเกินไป ซึ่งพ่อก็ไม่สามารถจะอธิบาย ได้ทั้งสองอย่างในเวลาอันน้อยนิดนี้ พ่อก็จะขอรวบรัดตัดให้มันสั้นลง เพียงแค่จะอธิบายหรือบรรยายถึงวิธีการออกจากความเครียดหรือระบายความเครียด ด้วยวิธีแห่งสมมติสัจจะให้แก่ลูกเท่านั้น

      วิธีระบายความเครียด ความตึงเครียดแบบสมมติสัจจะ คือ การค่อยๆ ผ่อนคลาย แบบที่เขามีคำโบราณพูดกันไว้ว่า "น้ำร้อน น่ะปลาเป็น น้ำเย็นน่ะทำให้ปลาตาย" ฉะนั้น ถ้าลูกอยากจะให้ความเครียดมันตายไปจากตัวลูก ลูกก็จะต้องค่อยๆ ผ่อนคลายอารมณ์แห่งความตึงเครียด ด้วยความเยือกเย็นและสงบโดยการ หยุดกระทำในกิจกรรมทุกๆ อย่าง ให้เวลากับตัวเองสัก ๑๐ นาที หรือ ๑๕ นาที โดยมิให้อะไรมารบกวน ไม่ว่าจะทางกาย ความคิด จิตใจ แล้วก็เริ่มต้นรับรู้ถึงลมหายใจที่เข้าและออกอย่างชัดเจน ช้าๆ อ่อนโยน ค่อยๆ ปล่อยให้ลมหายใจที่สับสน เร่าร้อนนั้น ออกมาพร้อมกับลมหายใจออก แล้วก็สูดลมที่สะอาด บริสุทธิ์สดชื่นเข้าไปอย่างสุภาพอ่อนโยน พร้อมทั้งรับรู้ทุกขณะที่ลมเข้าและออก ทำอยู่เช่นนี้ สัก ๕ นาที ๑๐ นาที หรือจะมากกว่านั้นก็ได้ แล้วลูกก็รับรู้ด้วยตัวลูกเองว่า เกิดอะไรขึ้นแก่ลูก แต่ที่แน่ๆ ลูกจะได้ความรู้สึกตัวอย่างแท้จริงกลับคืนมา และก็สงบในที่สุด ลูกต้องมุ่งความสนใจไปยังความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในกาย โดยมิให้หน้าที่การงานสิ่งของ หรือสรรพสัตว์ เข้ามาปรากฏในใจตอนนี้เด็ดขาดลูกต้องทำเพียงแค่ความสงบ รับรู้ และผ่อนคลายเท่านั้น




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 34
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Oct. 2002,01:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      ในขณะที่ลูกส่งความรู้สึกไปภายในกายอยู่นั้น ถ้าลูกพบว่าร่างกายส่วนไหนมีความตึงเครียด ซึ่งอาจจะเป็นที่หน้าผาก ต้นคอ แขนขา หรือหัวไหล่ ลูกต้องใช้ความรู้สึกทั้งหมด ชักพาเอาลมหายใจเข้าไหลรินไปสู่จุดที่ตึงเครียดนั้นๆ แล้วก็ระบายมันออกมาพร้อมกับลมหายใจออก ลักษณะเหมือนๆ กับท่อน้ำที่มีเศษวัสดุอุดตัน แล้วเจ้าของ ก็เปิดน้ำให้ไหลไปชะล้างเศษวัสดุนั้น
   
      การระบายความตึงเครียดออกมากับลมหายใจนี้ลูกต้องทำด้วยความอ่อนโยน ชัดๆ ช้าๆ สบายๆ จนกระทั่งเกิดความสงบเยือกเย็นผ่อนคลายอย่างลึกซึ้งและเมื่อลูกกลับมาทำงานอีก ขอให้ลูกเริ่มต้นทำงานทีละขั้นอย่างชัดเจน อ่อนโยน โปร่งเบาสบายใจ หายใจเข้าออกอย่างละมุนละไม สัมผัสอยู่กับความรู้สึกของตัวเองได้ตลอดเวลา กิริยาเหล่านี้มันจะทำให้ลูกเกิดสมาธิอย่างละเอียดอ่อนขึ้น สมาธิจะทำให้ลูกสามารถรวบรวมความรู้สึกนึกคิดให้ผสม ผสานผนึกเป็นหนึ่งเดียวกัน จิตใจและร่างกายของลูกจะกลมกลืนและกลมเกลียวกันทำงาน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างประสิทธิภาพของงานนั้นๆ และเมื่อลูกต้องการที่จะพูด ขอให้พูดด้วยความคิดที่ว่า มันเป็นสิ่งสำคัญที่ลูกบรรยายออกมา หรือจงพูดด้วยความรู้สึก ด้วยความสำคัญและสัมผัสถึงความหมายของแต่ละคำพูด ด้วยความรู้สึกอ่อนโยน อย่างสุภาพชีวิตในแต่ละวันของลูก ลมหายใจที่เข้าและออกในตัวลูกนั้น มันมีความหมายและสำคัญต่อตัวลูกมากเพราะนอกจากจะให้ชีวิตและพลังแล้ว ลมหายใจยังให้การเรียนรู้ ให้ความตั้งมั่น ให้ความสำเร็จ ให้ความสงบ ให้ความสุข และเป็นบทพิสูจน์คุณค่าของการมีชีวิตอีกด้วย




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 35
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Oct. 2002,21:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





      ลูกรัก......
      ชีวิตและการทำงานของลูกจะมีความสุขมากขึ้น งานที่ลูกต้องทำนั้น มันจะเบาลง ไม่หนักหนาเหมือนอย่างที่เคยและคิด ลูกจะรู้สึกเป็นมิตรต่องานแทนที่จะคิดว่ามันคือตัวยุ่งยาก งานและชีวิตไม่ใช่จะหนักและเครียดอย่างที่ลูกเคยคิด
   
      เมื่อลูกรู้สึกสงบและตื่นตัว ลูกจะมีอิสระในการใช้พลังงานได้ อย่างต่อเนื่อง ลูกจะค้นพบหนทางอันดีเลิศในการทำงานและทุกอย่าง ที่ลูกต้องทำ หรือแม้แต่การพักผ่อน ลูกก็จะพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพ อ่อนโยนและเป็นสุข ลูกสามารถจะสัมผัสถึงแก่นแท้และสารสาระของชีวิตได้อย่างเต็มบริบูรณ์ด้วยตัวของลูกเอง
   
       ความรู้จักตนเองอย่างชัดแจ้ง ย่อมทำให้ลูกเป็นผู้สงบ ผู้สงบ ย่อมค้นพบความผ่อนคลาย โปร่งเบาสบาย อีกทั้งความสงบยังจะกระตุ้นให้เกิดปัญญาและเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย ลูกจะรับรู้ รับสัมผัสต่อสิ่งต่างๆ ได้อย่างคมชัดและสามารถโต้ตอบได้อย่างรวดเร็ว แจ่มแจ้ง ชัดเจน ปฏิภาณ ไหวพริบของลูกจะฉับไว ทั้ง ยังจะทำให้ลูกมีความคิดที่สอดคล้องกลมกลืนผสมผสานกับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและสังคม ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ลูกจะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้แสวงหาความสงบ และผ่อนคลายความตึงเครียดตามที่ลูกได้ทำตัวอย่างให้เขาได้ดูด้วย ซึ่งจะทำให้ลูกและสังคม ได้มองเห็นคุณประโยชน์ในการมีชีวิตเพิ่มมากขึ้น ทีเดียวแหละ งานและการมีชีวิตจะเป็นคุณค่าอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้ ลูกภาคภูมิใจต่อการที่ได้ลงมือทำ




  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
  
 



จบบริบูรณ์สำหรับธรรมบรรยายเรื่อง "ชีวิตและการงานเพื่อความเบิกบาน"
อ่าน และ ฟัง อย่างพินิจ พิเคราะห็ ใคร่ครวญ จะเข้าใจและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มาก เหมาะกับชีวิตประจำวันอย่างมาก จะได้รับความผ่อนคลาย โปร่ง โล่ง เบาสบาย

เป็นบทธรรมบรรยาย ที่ดีที่สุดบทหนึ่ง สำหรับคนทั่วไป
ถ้าอ่าน และ ฟัง ซึมทราบมันได้อย่างแท้จริงแล้วละก็ จะทราบว่า
ความเป็นพุทธ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน นั้นคืออะไร อยู่ที่ไหน อย่างไร
แล้วเมื่อนั้นคำขวัญของบ้านนี้ที่ว่า "ฉลาด สะอาด สว่าง สงบ" ก็จะสัมผัสได้

ขอให้ทุกคนโชคดี สามารถรับ และซึมทราบเข้าถึงได้ตามสมควร

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 36
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Jan. 2003,22:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



มีเหตุผลเดียวที่คุณเบื่อคน เบื่องาน
คือคุณไม่กล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลง


ถ้าคุณอยากได้งานดี ๆ ทำ
จงเริ่มทำดี ๆ กับงานของคุณ

ทำดี ๆ คือ ทำด้วยใจ

ทำโดยไม่กลัวความผิดหวัง
และทำในสิ่งที่คุณต้องทำ

การทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความเต็มใจและตั้งใจจริง
เป็นเรื่องของคนที่เติบโตเต็มที่แล้วยังมีเกียรติ
ถ้าคุณทำงานโดยไม่เห็นว่ามันสำคัญและมีค่า
คุณก็ไม่ควรทำลายคุณค่าของงานด้วยการฝืนใจทำ

คุณจะรู้จักคนรักและมิตรสหาย
ก็ด้วยการมอบหมายงานให้เขาทำ
งานจะเปิดเผยธาตุแท้ของมนุษย์



ถ้าคุณทำงานเพื่อความอิ่มท้อง
จิตใจของคุณก็จะกระหายหิวและเหี่ยวเฉา
ถ้าคุณทำงานเพื่อความอิ่มใจ
แม้ท้องไส้ของคุณจะไม่อิ่มเต็ม
แต่มันก็จะให้พลังและกำลังใจที่คุณต้องการ
คุณต้องมีเวลาให้กับส่วนอื่น ๆ ของชีวิต
"งานมาก" ไม่อาจใช้เป็นข้ออ้างอะไรได้
เราทุกคนจะมีเวลามากพอสำหรับทุกสิ่ง
ถ้าเรารู้จักใช้เวลาให้เป็น
ถ้าเราเห็นถึงคุณค่าของแผนงาน



ไม่ว่างานอะไรก็ตาม
คุณจงพอใจที่จะทำ
หรือจงพอใจที่จะไม่ทำ
แต่อย่าทำด้วยความไม่พอใจ



เมื่องานที่คุณรักกำลังจะล้มเหลว
อย่าสิ้นศรัทธา แม้ว่าคุณจะสิ้นทุกสิ่ง
จงศรัทธาในตัวคุณเอง
คุณยังไปได้ดีกว่าที่คุณเป็นอยู่
สิ่งใดที่ทำให้คุณล้มเหลว คุณต้องเรียนรู้
ต้องเข้าใจ และต้องเอาชนะ

ชีวิตคุณจะมีความหมายก็ตรงที่มีอุปสรรคมาท้าทายคุณ

แล้วคุณ ตั้งใจจริงที่จะไม่ยอมแพ้

งานที่ดีต้องมีปัญหาและอุปสรรค
ถ้าคุณไม่มีปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญมาท้าทาย
คุณก็ไม่อาจพบกับความรู้สึกดี ๆ ได้ในชีวิต
การค้นคว้าและขบคิดจนแก้ปัญหายุ่งยากได้สำเร็จ
การฝ่าฟันอุปสรรคหนักหน่วงจนได้ชัยชนะ
สองสิ่งนี้ให้ความรู้สึกอะไรกับคุณ  คงจำได้
ชีวิตคุณถ้าไม่ได้ต่อสู้กับความยุ่งยากหนักหน่วงเสียบ้าง
ชีวิตก็คงจืดชืดน่าเบื่อหน่ายเป็นที่สุด
   

งานไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต



คุณจึงไม่ใช่รู้จักแต่จะก้าวไปเท่านั้น
คุณต้องรู้จักที่จะหยุดพักด้วย

ชีวิตจะเหมือนหนังสือที่ไม่มีวรรคตอนและย่อหน้า
ถ้าคุณไม่รู้จักว่าเวลาใดควรทำเวลาใดควรหยุด


ทำงานในวันนี้ให้ดีที่สุด
เพราะเป็นวันที่คุณแน่ใจได้ว่าจะได้ทำ
ทำซิ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เพราะพรุ่งนี้ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องทำ


การทำงานด้วยใจ
เป็นขั้นตอนสุดท้าย
ของการศึกษาทั้งปวง



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 37
มารวารี Search for posts by this member.
เพิ่งมาใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 7
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Oct. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Oct. 2004,18:58 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

coffee.gifangel2.gif
อันการงานคือคุณค่าของมนุษย์
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
36 คำตอบนับตั้งแต่ 05 Aug. 2002,23:15 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 4 of 4<<1234
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com