เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 8<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ???...ปริศนา? นิทาน"เวตาล"...???< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Apr. 2005,22:31  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

    นิทานเวตาล เรื่องที่ 1 (ต่อ)


     ฝ่ายพุทธิศริระผู้เป็นสหายนั้น รู้ถึงพระอาการดี ได้กล่าวทูลว่า

     "พระโรคชนิดนี้ต้องเสวยยาอย่างขมๆ และต้องทรงงดของสแลงทุกชนิดให้จริง มิฉะนั้นโรคนี้จะไม่หายขาด พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎ ได้ทรงฟังก็รู้ว่า พุทธิศริระนั้นอาทรในพระองค์ จึงเอื้อมพระหัตถ์จับมือของพุทธิศริระไว้ น้ำพระเนตรคลอ พลางรับสั่งว่า

     " ชายใด ถ้าเดินเข้าไปในความรักแล้ว ชายนั้นจะมีชีวิตรอดไปไม่ได้ หรือถ้ายังไม่สิ้นชีวิต ชีวิตนั้นก็มิใช่อื่น คือความทุกข์ที่จะต้องทรมานยืดยาวออกไปนั่นเอง พุทธิศริระเพื่อนรัก เรานั้นได้ก้าวเท้าเดินไปทางนั้นเสียแล้ว ที่สุดแห่งทางนั้นจะเป็นความสุขหรือทุกข์ก็ตามแต่บุญแต่กรรมของเราก็แล้วกัน"  ตรัสแล้วก็ทรงถอนใจ

     ฝ่ายพุทธิศริระ เห็นพระวัชรมุกุฎมีอาการเช่นนั้นก็อดสงสารมิได้ จึงทูลถามว่า

     "เมื่อเวลาที่นางจากไปนั้น นางได้กล่าวอะไรแก่พระองค์บ้างหรือเปล่าพะย่ะค่ะ หรือพระองค์ได้ทรงกล่าวอะไรแก่นางบ้าง"

     พระวัชรมุกุฎทรงส่ายพระพักตร์ แล้วรับสั่งว่า

     "เราไม่ได้กล่าวอะไรแก่กันเลย"

     พุทธิศริระทูลว่า "ถ้าเช่นนั้นก็คงยากที่สุดที่จะตามหานางมาได้"

     พระวัชรมุกุฎ ทรงถอนพระทัย พลางรับสั่งอย่างเศร้าๆ ว่า "เราคงใกล้จะถึงเวลาตายแล้วซินะ ชีวิตของเราในเวลานี้คงจะหาความสุขอีกมิได้ "

     พุทธิศริระ นึกเคืองอยู่ในใจที่พระวัชรมุกุฎทรงขาดสติ เพราะการพูดถึงความตายนั้นไม่ใช่ทางออก หรือจะทำให้ได้นางมา พุทธิศริระนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จึงทูลปลอบพระทัยว่า

     "พระองค์ จงทรงระงับความทุกข์ที่สุมอยู่ในพระทัยลงบ้างเถิด หม่อมฉันรู้ชื่อและที่อยู่ของนางที่รพะองค์ทรงได้พบแล้ว คือ 
เมื่อนางเก็บดอกบัวชูขึ้นไหว้ไปบนฟ้านั้น หมายความว่า นางแสดงความยินดีต่อเทพเทวาที่ดลใจให้นางได้พบพระพักตร์อันประเสริฐของพระองค์ พะย่ะค่ะ และเมื่อนางยกดอกบัวทัดหูนั้น เป็นที่ให้เข้าใจว่า นางเป็นชาวเมืองกรรณาฏกะ และเมื่อนางกัดดอกบัวด้วยฟัน นางทำสัญญาให้ทรงทราบว่า นางเป็นราชธิดาของท้าวทันตวัต คู่กรณีของพระบิดาของพระองค์ ครั้นเมื่อนางเหยียบดอกบัวนั้น นางแสดงให้เห็นเป็นเครื่องหมายว่า นางชื่อ ปัทมาวดี และเมื่อนางเอาดอกบัวปักที่อก ก็เป็นที่หมายว่า พระองค์นั้นทรงอยู่ในพระทัยของนาง เช่นเดียวกัน พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎ ได้ทรงฟังก็ทรงผุดลุกขึ้นด้วยความดีพระทัย อาการไข้ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ทรงกระปรี้กระเปร่าเหมือนดังแต่ก่อน รับสั่งชมความรอบรู้ของพุทธิศริระ พลางอ้อนวอน ให้ช่วยทูลขออนุญาตพระราชบิดาพากันไปยังพระนครของนาง

     พระวัชรมุกุฎ กับ พุทธิศริระ แต่งตัวเป็นคนเดินทางขึ้นม้าไปเป็นเวลาหลายวัน จึงถึงนครกรรณาฏกะ ทั้งสองจึงหยุดพักริมทาง โดยพุทธิศริระเที่ยวสอบถามหาที่พัก จนมีหญิงชราผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งปั่นฝ้ายอยู่หน้ากระท่อม

     "แม่เฒ่าจ๊ะ ฉันเป็นพ่อค้ามาจากเมืองไกลสองคนด้วยกัน ต้องการจะหาที่พัก ถ้าแม่เฒ่าจะกรุณายอมให้ฉันและเพื่อนพักในเรือนนี้แล้ว ฉันจะให้เงินแม่เฒ่าเป็นค่าตอบแทนอย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว"

     ฝ่ายหญิงชรานั้น นอกจากจะเป็นหมอดูแล้วยังชำนาญในการดูลักษณะคนอีกด้วย " ตามสบายเถิดพ่อ คิดเสียว่ากระท่อมนี้เป็นบ้านของเจ้าทั้งสองก็แล้วกัน"

     พุทธิศริระ เอ่ยถามแม่เฒ่าระหว่างพาชายหนุ่มทั้งสองเข้าไปยังห้องพักว่า "แม่เฒ่าอยู่เพียงลำพังหรือไร ลูกหลานไปไหนกันหมดล่ะจ๊ะ"

     หญิงชราตอบแก่พุทธิศริระว่า "ลูกชายของยายนั้นเป็นคนรับใช้คนสนิทของท้าวทันตวัต เจ้าเมืองพระนครแห่งนี้ ส่วนยายก็เป็นนางนม ของพระธิดาองค์ใหญ่ นามว่า "ปัทมาวดี" ครั้นเมื่อยายแก่ชราจึงขอลามาอยู่กับบ้าน แต่ยายจะต้องเข้าเฝ้าพระธิดาทุกวัน" นางกล่าวถึงพระธิดาของนางอย่างชื่นชม

     พระวัชรมุกุฎ กับ พุทธิศริระ พักอยู่กับแม่เฒ่าหลายวัน ทั้งสองพยายามทำให้แม่เฒ่ารักใคร่และไว้ใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง พระวัชรมุกุฎ ก็ทรงตรัสถึงพระราชธิดา พลางรับสั่งว่า

     "แม่เฒ่า คราวหน้าเวลาไปเข้าเฝ้าพระธิดานั้น ฉันขอให้แม่เฒ่าช่วยถือหนังสือ ไปถวายพระองค์ด้วยสักฉบับหนึ่งจะได้ไหมจ๊ะ"

     หญิงชราตอบด้วยความยินดีว่า "พ่อคุณ ไม่จำเป็นต้องรอถึงพรุ่งนี้ ยายจะถือไปให้พระธิดาเดี๋ยวนี้เลย"

     พระวัชรมุกุฎได้ฟังดังนั้น ก็ทรงตื่นเต้นดีพระทัยเป็นยิ่งนัก รีบเสด็จไปหาพุทธิศริระ เพื่อทรงปรึกษาว่าจะเขียนหนังสือถึงนางอย่างไร นางจึงจะประทับใจ

     แล้วพุทธิศริระ ก็เดินไปหยิบเครื่องเขียน มานั่งเขียนอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นเมื่อเสร็จแล้วก็ปิดผนึก แล้วเขียนรูปดอกบัวดอกหนึ่งบนหลังปิดผนึก แล้วจึงนำจดหมายนั้นไปให้แม่เฒ่า แม่เฒ่าจึงตรงเข้าพระตำหนักทันที.........




..........โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ..........


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Apr. 2005,09:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สนุกค่ะ winkthumb.gif
again.gif  again.gif  again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Apr. 2005,22:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ขอบคุณค่ะ พี่แมวเหมียว thankssign.gif

อ่านนิทานกันมาตั้งหลายตอนแล้ว พักจิบกาแฟกันก่อนนะคะ

ขอเรียนเชิญคุณ KiLiN น้าแอ๊ด และสมาชิกทุกท่านด้วยค่ะ thumbsup.gif thumbsup.gif 


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Apr. 2005,23:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

     นิทานเวตาล เรื่องที่ 1 (ต่อ)


     ฝ่ายนางปัทมาวดี ครั้นเห็นนางนมเข้าไปเฝ้าก็ตรัสเรียกให้นั่งลงสนทนาด้วย นางนมจึงพูดคุยถึงเรื่องอื่นๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงทูลขึ้นว่า

     "พระองค์จงทอดพระเนตรหนังสือฉบับนี้ซึ่งมาจากชายหนุ่มรูปงาม และมีนิสัยดีที่สุดเท่าที่หม่อมฉันได้เคยเห็นมาเพคะ" พลางส่งหนังสือถวาย

     พระราชธิดา ทรงรับหนังสือไปทอดพระเนตร แล้วทรงเปิดผนึกออกอ่านพบอินทรวิเชียรฉันท์ดังนี้ (ขอกล่าวถึงฉบับย่อ)
   

               งอนงามอร่ามโรจน์    ฉวิโชติประชันชวน
               แข่งขันพระจันทร์บวรณ์  ศศิแน่จะแพ้นาง
               ยามยลพิมลโฉม      อุระโหมพระเพลิงพลาง
               ร้อนรักตระหนักกลาง   จิตข้าศิขาดูล
               นางกลับและลับเนตร   ก็เทวษทวีคูณ
               เร่าร้อนบ่ผ่อนพูน      พิษรักประจักษ์แด
               คิดไปก็ใจหาย       เพราะกระต่ายจะหมายแข            
               เวียนหวังระวังแล     ศศิไซร้บ่ใยดี.    
     พระธิดาทรงอ่านข้อความในหนังสือโดยตลอด ก็ทรงกริ้ว รับสั่งด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดว่า

     "นี่แม่นม เป็นอะไรไป ทำไมถึงบังอาจนำหนังสือเช่นนี้มาให้เรา คนโง่ที่เขียนฉันท์ไม่เป็น ก็ยังจะแค่นมาแต่งกับเขาด้วย อยากรู้นักว่าเรียนหนังสือมาจากสำนักใด ถึงได้เลวขนาดนี้"

     นางตรัสพลาง ก็ทรงฉีกหนังสือตรงข้อความที่ว่า
"ศศิไซร้บ่ใยดี" แล้วรับสั่งว่า

     "จงนำเอาคำตอบนี้ ไปให้กับคนที่แต่งฉันท์ไม่เป็นผู้นั้น แล้วอย่าบังอาจถือหนังสือเช่นนี้มาให้เราอีกเป็นอันขาด จำไว้"

     นางนมได้ฟังพระธิดารับสั่งและกริ้วนางถึงเพียงนี้ ก็เสียใจรีบทูลกลับไปบ้าน ครั้นพระวัชรมุกุฎได้ฟังคำตอบก็ไม่คิดจะมีชีวิตอยู่

     ฝ่ายพุทธิศริระ นิ่งฟังโดยตลอดแล้วจึงทูลว่า

     "พระองค์อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ซีพะย่ะค่ะ จงทรงตรึกตรอง และพิจารณาความที่พระธิดาตรัสให้ท่องแท้ เมื่อพระองค์ได้รู้จักหญิงมากๆ แล้ว จะทรงทราบว่าเมื่อผู้หญิงตอบว่าไม่ใยดีนั้น แปลว่าใยดี เพราะฉะนั้นแผนการของเราครานี้ ถือว่าสำเร็จตามความคาดหมายไปข้อหนึ่ง และที่นางถามว่าพระองค์เรียนหนังสือมาจากสำนักไหนนั้น นางหมายถึงว่าพระองค์เป็นใคร มาจากที่ใด พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎ ได้ทรงฟังเช่นนั้นก็ทรงยินดี พอวันรุ่งขึ้น จึงได้บอกกับแม่นมให้ไปทูลกับพระธิดาว่า พระองค์เป็นราชบุตรแห่งกรุงพาราณสี

     ฝ่ายนางนม เมื่อรู้ความจริงก็ดีใจ พลางกล่าวว่า "หม่อมฉัน รู้แต่แรกแล้ว ว่าพระองค์ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ"

     แล้วนางก็รีบเข้าวังเพื่อเฝ้าพระธิดา และทูลว่า

     "บัดนี้ พระวัชรมุกุฎราชบุตรแห่งกรุงพารณสี ซึ่งได้พบกับพระธิดาที่ริมสระในป่านั้น รับสั่งให้หม่อมฉันมาทูลพระธิดาว่า ขอให้พระธิดาทรงรักษาสัญญาที่ให้ไว้เถิดเพคะ หม่อมฉันคิดเห็นว่า พระราชบุตรพระองค์นี้ทรงเหมาะสมกับพระธิดาของหม่อมฉัน ยิ่งกว่าใครๆ ทรงเชื่อหม่อมฉันเถิดเพคะ"

     นางปัทมาวดี ได้ทรงฟังก็ทรงกริ้ว แสดงความโกรธยิ่งกว่าครั้งก่อน นางเสด็จลุกไปเอากระแจะจันทน์มารดลงบนฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองข้าง แล้วตบที่แก้มนางนมทั้งสองข้าง พลางตรัสว่า

     "ไป๊ ! จงรีบไสหัวออกไปจากวังนี้ให้เร็วที่สุด จำไม่ได้หรือว่าข้าห้ามไม่ให้เอาเรื่องนี้มาพูดอีกเป็นอันขาด"

     นางนมวิ่งออกจากวังอย่างลนลาน กลับไปทูลให้พระวัชรมกุฎได้ทรงทราบ ครั้นพุทธิศริระได้ยินความก็หัวเราะเบาๆ พลางทูล่วา

     "พระองค์อย่าทรงตกพระทัย หรือเสียพระทัยไปเลยพะย่ะค่ะ การที่พระธิดาเอากระแจะจันทน์ตบแก้มแม่นมด้วยนิ้วมือทั้งสิบนิ้วนั้น ก็หมายความว่า กลางคืนตอนนี้ยังมีแสงจันทร์อยู่อีกสิบคืน เมื่อพ้นสิบคืนนี้ไปแล้ว นางจะออกมาพบกับพระองค์ในคืนเดือนมืด"

     เมื่อพุทธิศริระ ทูลแปลกิริยาท่าทางต่างๆ ของพระธิดาแล้ว ก็ทูลเสริมต่อไปว่า "พระธิดาองค์นี้ฉลาดเกินไป ไม่น่าจะทำให้พระองค์มีความสุขได้พะย่ะค่ะ หม่อมฉันอยากให้พระองค์ยับยั้งชั่งใจดูให้แน่เสียก่อน ในขณะที่ยังทรงพอมีเวลาที่จะถอนพระองค์ได้พะย่ะค่ะ"

     แต่คำเตือนนี้ พระวัชรมุกุฎ มิทรงเชื่อฟังแม้แต่น้อย

     ครั้นพอครบกำหนดสิบวันผ่านไปแล้ว ชายหนุ่มทั้งสองก็ให้นางนมเข้าเฝ้าพระธิดาอีก คราวนี้พระธิดากริ้วมาก ฉุดตัวนางนมไปที่ประตูทางทิศตะวันตก แล้วทรงผลักให้ออกจากประตูนั้น แล้วตรัสว่า

     "ถ้าแกยังขืนกลับมาอีก ข้าจะตีแกด้วยแส้นี่"

     นางนมรีบเดินทางกลับไปเล่าให้พุทธิศริระฟัง พุทธิศริระได้อธิบายว่า

     "พระธิดา เชิญองค์พระวัชรมุกุฎให้เสด็จไปพรุ่งนี้ เวลาเที่ยงคืน และให้เข้าทางประตูทิศตะวันตก พะย่ะค่ะ"

     ครั้นถึงเวลาเที่ยงคืน พระวัชรมุกุฎก็เสด็จไปยังประตูทางด้านทิศตะวันตกของพระราชวัง พระองค์ทรงพบหญิงสาวผู้นำทางทำสัญญาณให้เดินไปเงียบๆ สักครู่หนึ่งจึงถึงห้องที่ตกแต่งสวยงามด้วยของสำราญต่างๆ โดยพระธิดาประทับรออยู่ที่ห้องนั้นแล้ว พลางทูลเชิญให้พระวัชรมุกุฎประทับและทรงต้อนรับด้วยการชะโลมกระแจะจันทร์ และโปรยน้ำกุหลาบถวาย

     ทั้งสองพระองค์ทรงพระสำราญอยู่ด้วยกันทั้งคืน

     เวตาล เล่าถวายมาถึงตรงนี้ ก็หยุด พลางทำกระแอมกระไอ ประหนึ่งจะยั่ว พระธรรมธวัช(ราชบุตร) ทรงอยากจะรู้เรื่องต่อไป ก็ทรงเร่งว่า

     "เรื่องมันเป็นอย่างไรต่อล่ะเวตาล เจ้านี่บทบาทมากจริงนะ"

     เวตาล ก็พูดเย้าต่อว่า "ทรงอยากฟังแน่นะพะย่ะค่ะ งั้นหม่อมฉันเล่าถวายเดี๋ยวนี้แหละพะย่ะค่ะ"

     แล้วเวตาลก็เล่าต่อไปว่า.........
 




..........โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ..........


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Apr. 2005,19:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

blush.gif ..เวตาล เล่าถวายมาถึงตรงนี้ ก็หยุด พลางทำกระแอมกระไอ ประหนึ่งจะทูลว่า..
whisper.gif "หม่อมฉันอยากจิบน้ำชาพะย่ะค่ะ" couch.gif

laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Apr. 2005,05:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

"อ้อ...กล้วยตาก อร่อยๆ ในตู้เย็นของพี่แมวเหมียว สักชิ้นสองชิ้นก็ยิ่งดี พะย่ะค่ะ" เวตาลทูลเสริม  ic-12.gif thankssign.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Apr. 2005,07:26 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ฮี่ๆ ic-12.gif มีคอฟฟี่เบรคด้วย

แต่ควันฉุยเลย จิบๆ spit.gif

อือม เล่าต่อได้เวตาล  music.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Apr. 2005,10:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

      นิทานเวตาล เรื่องที่ 1 (ต่อ)


     ครั้นเวลารุ่งเช้า นางปัทมาวดีก็ซ่อนพระวัชรมุกุฎไว้ในที่ลับ พอตกตอนกลางคืนก็ออกมาทรงสำราญด้วยกันเหมือนเช่นคืนก่อน จนพระวัชรมุกุฎมีความสุขที่จะหาอะไรมาเปรียบมิได้ แม้กระทั่งโลกทั้งโลกก็ทรงลืมหมด

     ฝ่ายนางปัทมาวดีนั้น นางเป็นหญิงที่เฉลียวฉลาด ยิ่งนานวันนางยิ่งสงสัยว่า พระสวามีไม่ได้มีความเฉลียวฉลาดอย่างที่นางคิด จะต้องมีใครอีกสักคนแน่ๆ ที่รู้เห็นเป็นใจให้กับพระสวามีในเรื่องลักลอบรักกับนาง แต่นางก็มิได้ปริปากทูลถาม จนในที่สุดพระวัชรมุกุฎก็ทรงเล่าให้นางฟังถึงพุทธิศริระ พระสหายผู้มีปัญญาเป็นเลิศ พระองค์ทรงเล่าตั้งแต่ความรอบรู้ของพุทธิศริระ ที่สามารถแปลกิริยาท่าทางของนางได้ จนถึงความคิดเห็นต่างๆ ของพุทธิศริระ ที่มีต่อนางว่า

     "นางฉลาด เกินกว่าที่จะเป็นเมียให้ความสุขแก่สามี"

     นางปัทมาวดีได้ฟังดังนั้น ก็ทรงคิดอยู่ในใจว่า

     "ถ้าเราไม่ได้แก้แค้นเจ้าพุทธิศริระ คนอวดดี หยิ่งผยองผู้นั้นให้ได้แล้วล่ะก็ ขอให้เราไปเกิดเป็นลาโง่ทุกชาติไป"

     ทรงคิดเช่นนั้นแล้วก็แกล้งเสแสร้งกล่าวชมความฉลาดของพุทธิศริระ พลางตรัสกับพระสวามีว่า

     "หม่อมฉันรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณของสหายผู้นี้ของเสด็จพี่เหลือเกินเพคะ ทำอย่างไรหม่อมฉันจึงจะได้ตอบแทนบุญคุณเขาสักครั้ง"

     พระวัชรมุกุฎ ทรงพระสรวลเบาๆ พลางรับสั่งว่า "น้องหญิง ไม่ต้องเป็นกังวล ยังไงๆ น้องก็ต้องได้พบเพื่อนคนนี้ของพี่แน่นอน"

     เป็นเวลาเดือนเศษ ที่พระวัชรมุกุฎทรงซ่อนพระองค์อยู่ในตำหนักของนางปัทมาวดี พระองค์ทรงเริ่มเบื่อหน่าย เพราะไม่ได้ออกไปล่าสัตว์เหมือนแต่ก่อน ก็เกิดประชวร เสวยไม่ได้ จะซ่อนพระองค์อยู่ก็ไม่เป็นสุข วันหนึ่งขณะที่ทรงอยู่ตามลำพัง ก็ทรงรำพึงขึ้นมาดังๆ ว่า

     "เราทิ้งบ้านเมืองมาอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว ข่าวคราวอะไรก็ไม่รู้เลย พุทธิศริระเพื่อนรัก จะเป็นอย่างไรบ้าง"

     ขณะนั้น นางปัทมาวดี ได้เสด็จมาเข้าเฝ้าพอดี ทรงแอบได้ยินก็เข้าใจเรื่องตลอด นางจึงเห็นช่องทางที่จะทำลายพุทธิศริระ จึงแกล้งตรัสกับพระสวามีว่า

     "เสด็จพี่ ไม่รักหม่อมฉันแล้ว พระทัยโลเลไม่ยั่งยืน"

     ครั้นพระวัชรมุกุฎ ทรงตรัสปฏิเสธ นางก็มิทรงฟัง คงยังกล่าวซ้ำซากฟูมฟาย จนพระวัชรมุกุฎเริ่มจะกริ้ว พลางตรัสว่า

     "อันคัมภีร์โบราณกล่าวว่า ถ้าภรรยาไม่มีลูก สามีควรทิ้งไปหาใหม่ในปีที่ 8 และภรรยาที่พูดจาหยาบคาย ดุดันกับสามีนั้น สามีควรทิ้งไปหาใหม่ได้ทันที"

     นางปัทมาวดี ได้ยินพระสวามีรับสั่งเช่นนั้น นางจึงกล่าวว่า

     "เสด็จพี่ประทับอยู่กับหม่อมฉันที่นี่ แต่พระทัยกลับไปอยู่กับพระสหายเช่นนี้ จะทรงมีความสุขได้อย่างไร"

     จากนั้น นางปัทมาวดีก็แนะนำให้พระวัชรมุกุฎเสด็จออกไปหาพุทธิศริระในคืนวันนั้น เพื่อจะได้คลายความกังวล พลางนางก็กล่าวว่า

     "หม่อมฉันจะขอฝากของไปให้พุทธิศริระบ้าง เพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณที่เขามีแก่เราทั้งสอง โดยเสด็จพี่ต้องประทานถุงขนมนี้ให้ถึงมือพุทธิศริระนะเพคะ เพราะหม่อมฉันได้ทำด้วยฝีมือของหม่อมฉันเอง ถึงคนที่ฉลาดอย่างพุทธิศริระ"

     พระวัชรมุกุฎ ทรงดีพระทัย และเมื่อได้ร่ำลานางปัทมาวดีแล้ว ก็ทรงรีบดำเนินตรงไปยังบ้านของนางนมทันที ซึ่งในขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืน แต่พุทธิศริระก็ยังคงนั่งอยู่หน้าเรือน พระวัชรมุกุฎทอดพระเนตรเห็นพุทธิศริระซูบผอม จึงรีบสั่งถามด้วยความร้อนพระทัย พุทธิศริระทูลว่า

     "หม่อมฉันเป็นห่วงพระองค์ เพราะไม่ได้ยินข่าวคราวเลยว่าพระองค์ทรงเป็นอย่างไรบ้าง ก็เลยเป็นทุกข์ร้อน กินไม่ได้นอนไม่หลับ พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎได้ฟัง ก็พระสรวลเบาๆ พลางอธิบายถึงความสุขสำราญต่างๆ ว่าเปรียบเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์ นี่นางก็ยังกล่าวชื่นชมความสามารถของท่าน และยังประทานของกินที่นางทำเองด้วยมือของนางมาให้ ท่านจงรับไปเสียเถอะ

     พุทธิศริระ จึงทูลถามว่า  " พระองค์ทรงนำเรื่องอขงหม่อมฉันไปรับสั่งให้นางฟังใช่ไหม พะย่ะค่ะ ประการที่พระองค์ทรงรับสั่งบอกชื่อของหม่อมฉันนั้น ไม่เป็นผลดีเลย เพราะนางคงไม่ต้องการให้ความลับของนางรู้ไปถึงชายอีกคนหนึ่ง ยิ่งพระองค์ทรงทำให้นางรู้ว่าทรงห่วงใยรักใคร่ เมตตาหม่อมฉันนั้น ไม่เป็นทางที่ดีเลย เพราะผู้หญิงมักจะไม่ชอบและเกลียดเพื่อนของชายที่ตนรัก ถ้าหม่อมฉันจะทูลถามถึงขนมที่นางประทานมาให้นี้ หม่อมฉันขอยอมเอาชีวิตของหม่อมฉันมาพนันกับชีวิตของสุนัขได้เลยว่า ขนมนี้ต้องผสมยาพิษ พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎ ไม่ทรงเชื่อและทรงตรัสว่า

     "เป็นไปไม่ได้เป็นอันขาด ไม่มีใครในโลกนี้จะทำอย่างที่ท่านพูดมานี่หรอก"

     พุทธิศริระ เรียกสุนัขที่อยู่ข้างๆ นั้นมา แล้วโยนขนมให้กิน ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ล้มลงขาดใจตายทันที

     พระวัชรมุกุฎ ทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ตกพระทัย และเสียใจเป็นที่สุด รับสั่งว่า

     "ทำไมนางถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เราไม่คิดเลยว่านางจะชั่วช้าถึงเพียงนี้ ใจคอนางโหดร้าย ต่ำช้า เสียแรงที่เราหลงรักนักหนา แล้วเราจะกลับไปอยู่กับนางได้อย่างไรกันนี่"

     พุทธิศริระ ทูลปลอบพระทัยว่า

     
     "สิ่งใดก็ตามเมื่อมันจะเกิดต้องเกิด หม่อมฉันเกรงไว้แต่แรกแล้วว่า พระราชธิดานั้นทรงมีพระปัญญาเฉลียวฉลาดหลักแหลม คงกล้าทำอะไรชนิดนี้เป็นแน่ ผู้หญิงที่มีปัญญาจะทำผิดได้อย่างสนิทสนม หม่อมฉันขออยู่ห่างผู้หญิงที่มีปัญญามาก ขออยู่กับความพอดีหรือความโง่เขลายังจะมีความสุขเสียกว่า พะย่ะค่ะ"................




..........โปรดติดตามตอนจบค่ะ.........


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Apr. 2005,09:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

นิทานเวตาล เรื่องที่1 (ตอนจบ)

     ครั้นถึงตอนนี้ พระวัชรมุกุฎ มิได้ทรงยกย่องความฉลาดอีกเลย พุทธิศริระจึงทูลต่อไปว่า

     "หม่อมฉันได้ทูลกำชับพระองค์แล้ว เพราะเกรงว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ และนี่ก็ได้เห็นฤทธิ์เดชของนางแล้ว หม่อมฉันก็เบาใจ หม่อมฉันอยากที่จะทรงถามพระองค์สักข้อว่า ถ้าพระองค์ไม่ได้อยู่กับนางปัทมาวดีผู้นี้แล้ว พระองค์จะอยู่ต่อไปอย่างมีความสุขหรือไม่ พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎทรงถอนพระทัยใหญ่ แล้วตรัสว่า "เราคงอยู่ไม่ได้เป็นแน่ ถ้าเราต้องขาดนาง เราตรึกตรองดูแล้วว่า นางกระทำไปเพราะนางรักเรามิใช่หรือ"

     พุทธิศริระ จึงทูลว่า " ถ้าไม่ได้ พระองค์ต้องทรงเอาชนะนางด้วยปัญญา หม่อมฉันก็คิดดังพระองค์อยู่ส่วนหนึ่ง ว่านางกระทำไปเพราะรักและหวงในตัวพระองค์ ปัญญาเท่านั้นที่จะทำให้นางเปลี่ยนใจไม่คิดเคืองหม่อมฉัน พะย่ะค่ะ และในการที่พระองค์เสด็จออกมาหาหม่อมฉัน นางกำหนดให้พระองค์กลับไปเมื่อไหร่พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎรับสั่งว่า "เมื่อเราหมดห่วงท่านแล้ว จึงกลับไป"

     พุทธิศริระจึงทูลว่า

     "ถ้าเช่นนั้น ความต้องการของพระองค์คือ จะพาพระธิดาเสด็จไปด้วย เมื่อพระองค์มั่นใจว่าจะเปลี่ยนพระทัยของพระธิดาเรื่องหม่อมฉัน พระองค์จงรับตรีศูล(สามง่าม) ด้ามนี้ซ่อนไว้ในพระองค์ แล้วอย่าทรงรับสั่งถึงเรื่องทั้งหมดนี้เป็นอันขาด และเมื่อนางบรรทมหลับแล้ว พระองค์จงลอบนำผงยาให้นางดม นางจะหลับเหมือนตายไปถึงเช้า จากนั้นพระองค์จึงรีบถอดเครื่องเพชรพลอย ที่ประดับในตัวนาง แล้วเอาตรีศูลแทงที่พระชงฆ์ซ้ายของนาง แล้วรีบเสด็จหนีมาหาหม่อมฉัน พะย่ะค่ะ"

     พระวัชรมุกุฎ ทรงรับคำและทรงปฏิบัติตามแผนทุกประการ ฝ่ายนางปัทมาวดี หลงคิดว่าอุบายที่นางคิดนั้นสำเร็จลุล่วงด้วยดี นางจึงมิกังวลใดๆ

      ครั้นรุ่งเช้า พระวัชรมุกุฎนำเครื่องประดับอันมีค่าเหล่านี้ เสด็จกลับไปหาพุทธิศริระ แล้วทั้งสองก็ปลอมตัว โดยพุทธิศริระให้พระวัชรมุกุฎเป็นผู้นำเครื่องประดับไปขายให้กับร้านช่างทองแห่งหนึ่ง เมื่อช่างทองเห็นก็กล่าวว่า

     "ของพวกนี้เป็นของชั้นเลว หาราคามิได้ แต่...ก็จะรับซื้อไว้ให้ในราคาถูกๆ ก็แล้วกัน"

     พระวัชรมุกุฎไม่ยอมขาย ครั้นจะเสด็จออกจากร้าน นายช่างทองก็กั้นประตูไว้ ขู่ว่าถ้าไม่ยอมขายให้จะเรียกนายตำรวจมาจับ เพราะข้ารู้ว่าของเหล่านี้มาจากที่ใด

     ในระหว่างที่กำลังถกเถียงกันนั้น ก็มีคนมามุงดูกันแน่น จนข่าวแพร่ออกไปถึงนายตำรวจ

     พระวัชรมุกุฎแสร้งทำเป็นกลัว แล้วรับสั่งตอบว่า " ครูของข้ามอบของเหล่านี้ให้ข้ามาขาย ข้าไม่รู้เรื่อง ปล่อยข้าไปเถอะ"

     ฝ่ายผู้บังคับการตำรวจได้ยินคำให้การเช่นนั้น ก็ให้คนไปเชิญตัวพุทธิศริระมา แล้วพาทั้งสองพร้อมของกลาง นำไปเข้าเฝ้าท้าวทันตวัต กษัตริย์ผู้ครองเมือง เมื่อท้าวทันตวัตได้ฟังความก็ตรัสถามพุทธิศริระว่า

     "ท่านได้ของเหล่านี้มาจากที่ใดรึ"

     พุทธิศริระได้ยินรับสั่งถาม จึงทูลตอบไปว่า

     "ข้าพระองค์ขอกล่าวเป็นคำสัตย์ ด้วยมีพระมหาเทพเป็นพยานว่า ของเหล่านี้ข้าพระองค์ได้มาจากแม่มดตนหนึ่ง เมื่อข้าพระองค์ได้ท่องมนต์อยู่ในป่า ปรากฏมีแม่มดมาทำกิริยากำเริบอุกอาจ ไม่เกรงกลัว ข้าพระองค์จึงต้องลงโทษด้วยตรีศูลอันนี้ ถูกตรงขาซ้าย ถึงกระนั้นก็ยังคงดื้อดึง ข้าพระองค์จึงต้องปลดเอาของมีค่าเหล่านี้ออกไว้เสีย แล้วไล่นางไป ฉะนั้นของเหล่านี้ต้องเป็นของข้าพระองค์โดยชอบ พะย่ะค่ะ"

     ฝ่ายท้าวทันตวัตได้ทรงฟังเช่นนั้น ก็ทรงสั่งให้ทุกคนรออยู่ที่ท้องพระโรง เพื่อเข้าไปพบพระราชมารดา ทรงทูลว่า

     เสด็จแม่ ทรงเสด็จไปยังตำหนักของลูกปัทมาวดี ทรงตรวจดูพระชงฆ์ข้างซ้ายว่ามีรอยอะไร และเป็นรอยชนิดใดบ้าง หม่อมฉันจะรอฟังอยู่ตรงนี้กระหม่อม"

     พระราชมารดา เสด็จไปได้สักครู่หนึ่งแล้วก็เสด็จกลับมา ตรัสกับท้าวทันตวัตราชบุตรว่า

     "ปัทมาวดีหลานรัก นางนอนอยู่ในที่บรรทม มีบาดแผลอยู่ที่พระชงฆ์ด้านซ้าย มีอยู่ด้วยกันสามรอย มีอาการเจ็บปวดมาก"

     ครั้นเมื่อท้าวทันตวัต ได้ทรงฟังดังนั้น ก็อ้ำอึ้งในพระทัย ดำริเพียงลำพังว่า "เมื่อนางปัทมาวดีเป็นแม่มด นางก็ไม่ใช่บุตรีของเราอีกต่อไป" ท้าวทันตวัตโปรดให้ทหารคนสนิท จับตัวนางแล้วพาไปปล่อยนอกเมือง ทิ้งไว้กลางป่าท่ามกลางภูติผีปีศาจ

     ฝ่ายพระวัชรมุกุฎ และพุทธิศริระสหายรัก รีบกลับไปยังเรือนของแม่นม ให้รางวัลแก่นางที่ช่วยปิดบังความลับ แล้วทั้งสองก็ตามทหารที่พานางปัทมาวดีไปปล่อย จนพบนางเดินกระเซอะกระเซิงอย่างตื่นตระหนกอยู่กลางป่า พระวัชรมุกุฎจึงชวนนางไปกรุงพาราณสี เพราะมั่นใจว่าจะเอาชนะใจนางเรื่องสหายรักได้

     ฉะนั้น เราท่านไม่ต้องสงสัยเลย ว่านางจะไปด้วยหรือไม่ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้

     เวตาลเล่ามาถึงเพียงนี้ ก็ทูลถามพระวิกรมาทิตย์ว่า

     "ฝ่าบาททรงนิ่งฟังหม่อมฉันเล่านิทานถวายมานี่ ก็นานแล้ว หม่อมฉันจะขอทูลถามปัญหาของหม่อมฉัน แต่พระองค์จะทรงตกนรกแน่ๆ ถ้าพระองค์มิทรงตอบ หรือจะเพราะพระองค์เขลา เบาปัญญา ก็อาจเป็นได้ ปัญหาของหม่อมฉันก็คือ

     
     ชายหนุ่ม ! สหายของชายหนุ่ม ! หญิงสาว ! บิดาของหญิงสาว ! ทั้งสี่คนนี้ ใครสมควรที่จะถูกตำหนิติโทษมากที่สุด??? "

     พระวิกรมาทิตย์ ทรงนิ่งตรึกตรองตรึกตรองอยู่ ยังมิทันตรัสแต่ประการใด เวตาลก็ทูลเตือนว่า " ฝ่าบาท ทรงจนปัญญาแล้วหรือพะย่ะค่ะ"

     พระวิกรมาทิตย์ มิทรงระวังองค์ ครั้นโดนยั่ว จึงทรงรับสั่งว่า

     "ท้าวทันตวัต เป็นผู้ที่สมควรได้รับการติเตียนมากที่สุด เพราะ


     

         
  • พระวัชรมุกุฎนั้น กำลังอยู่ในเวลาที่ลุ่มหลงผู้หญิง จะให้รับผิดชอบประพฤติของตนเองนั้นไม่ได้
         
  • พุทธิศริระ เป็นข้ารับใช้ ก็ต้องกระทำการให้นายจนสำเร็จโดยหน้าที่
         
  • ฝ่ายนางปัทมาวดี นางเป็นสตรี เพราะฉะนั้นนางอาจฆ่าคนเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้านางหึงหวง ก็ไม่นับว่าแปลกอะไร
         
  • สำหรับท้าวทันตวัต เป็นถึงกษัตริย์ผู้ครองแผ่นดิน พระชนม์มิใช่เด็ก ควรที่จะรอบคอบแก่งานทั้งปวง ไม่สมควรเชื่อกลอุบายตื่นๆ "

     
     เวตาลได้ยินรับสั่งเช่นนั้น ก็หัวเราะร่า ดังก้องฟ้า พลางกล่าวว่า

     " มิทรงรอบคอบเหมือนพระองค์ใช่ไหม พะย่ะค่ะ เกิดมาไม่เคยเห็นกษัตริย์พระองค์ใดขาดสติ มิระวังองค์ ทรงหลงตอบปัญญหาของหม่อมฉันจนได้ บัดนี้หม่อมฉันจะกลับไปอยู่ที่ต้นอโศกเดี๋ยวนี้แหละ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ "

     แล้วเวตาลก็ลอยกลับไปห้อยหัวที่ต้นอโศกเช่นเดิม.




..........จบนิทานเวตาล เรื่องที่ 1 ค่ะ..........


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Apr. 2005,22:36 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ฮ่ะๆ จบตอน ๑ เสียแล้ว  icon_rotfl.gif

ว่าแต่ว่า  คนเล่า เล่าข้ามหรือเปล่า
ระหว่างช่วงวันที่ ๑๖ ต่อกับวันที่ ๑๗

หรือนี่ เป็นส่วนหนึ่งของปริศนาเวตาลด้วย เหอๆๆ  ic-14.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
74 คำตอบนับตั้งแต่ 09 Apr. 2005,01:51 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 8<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com