เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 8 of 8<<45678

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ???...ปริศนา? นิทาน"เวตาล"...???< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 71
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jul. 2005,10:38  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

laugh1.gif คิกๆๆๆ มะเหมี่ยวเข้าใจผิดน่ะค่ะ ตาลาย ic-14.gif ไปอ่านว่าคุณ sweet lemon อ่านตอนที่ 8 จบแล้ว ตอนต่อไปยังไม่มาเลยต้องย้อนไปอ่านตอนต้นๆ อีกรอบ bowsdown.gif  smash.gif smash.gif smash.gif ความจริงมีท่านผู้มีพระคุณเคยสะกิดบอกแล้วด้วยค่ะ แฮะๆๆ ic-12.gif

ขออภัยนะค๊า... bowsdown.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 72
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jul. 2005,12:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

นิทานเวตาล เรื่องที่ 10



     เมื่อพระเจ้าวิกรมาทิตย์ ทรงปลดเวตาลลงมาจากต้นอโศก แล้วรับสั่งให้เวตาลเล่านิทานต่อไป เวตาลก็ทูลขึ้นว่า

     "วันนี้หม่อมฉันรู้สึกเขม่นตาซ้าย หัวใจก็เต้นแรง สายตาก็ไม่ดีมองอะไรดูมืดมัวไปหมด ไม่แจ่มใสเหมือนทุกๆ ครั้ง นับเป็นลางที่ไม่ดีเสียแล้วพะยะค่ะ แต่หม่อมฉันจะเล่านิทานถวายฝ่าบาทอีกสักเรื่องหนึ่ง"

     ในครั้งโบราณกาลนั้น ยังมีเมืองใหญ่เมืองหนึ่งชื่อว่า "เมืองธรรมปุระ" เจ้าครองเมืองทรงพระนามว่า "ท้าวมหาพล" พระองค์ทรงมีพระมเหสีที่ยังคงความสาวและความงดงาม แม้พระธิดาจะทรงจำเริญวัยเป็นผู้ใหญ่แล้ว พระมเหสีก็ยังคงคล้ายกับสาวรุ่น และถ้าจะเปรียบเทียบกับพระธิดาแล้ว ไม่ต่างอะไรกับพี่สาวและน้องสาวเลย ซึ่งความสาวของพระมเหสีนั้นเป็นเรื่องที่คนทั้งหลายต่างพากันแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง

     อยู่ต่อมาไม่นาน เมืองธรรมปุระได้ถูกข้าศึกมาล้อมไว้ ข้าศึกมีกำลังและความชำนาญในการทำสงครามเป็นอย่างยิ่ง จึงตีเมืองจนแตก ฝ่ายท้าวมหาพลทรงได้ลอบพาพระมเหสีและพระธิดา เสด็จหนีออกจากรพะนครไปได้ในเวลากลางคืน ทั้งสามพระองค์เสด็จเล็ดลอดพ้นแนวข้าศึกแล้ว ก็ตั้งพระทัยหันพระพักต์มุ่งไปยังเมืองเดิมของพระมเหสี

     วันรุ่งขึ้น ท้าวมหาพลทรงนำพระมเหสีและพระธิดา เสด็จพระดำเนินถึงท้องทุ่งแห่งหนึ่ง ได้ทอดพระเหตุเห็นหมู่บ้านแต่ไกล หาทรงทราบไม่ว่าเป็นหมู่บ้านโจร แต่พระองค์ก็มิได้ทรงวางพระทัย จึงตรัสกับพระมเหสีว่า

     "น้องกับลูกหญิงรออยู่ที่นี่อย่าเพิ่งเข้าไป หาที่กำบังตัวไว้ เดี๋ยวพี่จะเข้าตรวจตราเสียก่อน"

     "เพคะ เสด็จพี่ทรงกลับมาเร็วๆ นะคะ หม่อมฉันและลูกเป็นห่วง"

     พระมเหสีทรงรับสั่ง ท้าวมหาพลทรงพยักหน้ารับ แล้วทรงถืออาวุธเดินเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อจะหาอาหารมาให้พระมเหสีและพระธิดา

     ฝ่ายพวกชาวบ้าน ปกติก็ประพฤติตนเป็นโจร ครั้นเห็นชายแต่งตัวดี มีของมีค่าติดตัวมาเช่นนี้ ก็พากันออกมาทำการชิงทรัพย์ ท้าวมหาพลจึงทรงธนูยิงพวกโจรล้มตายไปไม่น้อย

     เมื่อหัวหน้าโจรรู้ว่า ท้าวมหาพลได้ฆ่าพวกของตนล้มตายไปเช่นนั้น ก็เป่าสัญญาณเรียกพวกโจรออกมาอีกเป็นจำนวนมาก พระองค์ถูกล้อมทำร้ายจนสิ้นพระชนม์ลง ณ ที่นั้น

     ฝ่ายพระมเหสีและพระธิดา เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ก็ตกพระทัยจนพระองค์สั่น พากันค่อยๆ หลบหนีออกให้ห่างจากหมู่บ้านโจร ซึ่งทางที่จะไปจะเป็นทางไหนก็หาทราบไม่ ความมุ่งหมายมีอยู่แต่ว่าจะต้องหนีให้พ้น

     ทั้งพระมเหสีและพระธิดาทรงมีพระกำลังน้อย แต่ด้วยอำนาจแห่งความกลัว ทั้งสองพระองค์ก็เสด็จหนีไปได้ไกลพอสมควร จึงหยุดพักประทับอยู่ใต้ร่มไม้ริมทาง

     เผอิญขณะนั้น มีพระราชาองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า "ท้าวจันทรเสน" เสด็จออกล่ายิงสัตว์ป่ากับองค์ราชบุตร กษัตริย์พ่อ-ลูกทั้งสองทรงม้าไปตามแนวป่า ทอดพระเนตรเห็นรอยเท้าหญิงสองคน ก็ทรงชักม้าหยุดดู ท้าวจันทรเสนทรงตรัสกับพระราชบุตรว่า

     "แปลกจริง รอยเท้าคนทำไมถึงมาอยู่ในป่าแถบนี้"

     พระราชบุตรทูลตอบว่า

     "รอยเท้าเหล่านี้จะต้องเป็นรอยเท้าของผู้หญิงเป็นแน่ พระเจ้าค่ะ เสด็จพ่อ ถ้าเป็นรอยเท้าผู้ชายคงจะโตกว่านี้"

     ท้าวจันทรเสน จึงทรงตรัสว่า

     "ถ้าจะจริง แต่เอ...ทำไมจึงมีผู้หญิงกล้ามาเดินอยู่ในป่าได้ แต่ถ้าเราจะพูดไปตามตำราแล้วนะลูก หญิงที่พบในป่ามักจะงดงามกว่าหญิงที่หาได้ในกรุง มาเถิดลูก...เราทั้งสองคนจะตามนางไป ถ้าพบนางงามจริงอย่างที่ว่าไว้ เจ้าจงเลือกเอาไปเป็นคู่คนหนึ่ง"

     พระราชบุตรทูลตอบว่า

     "ขอเดชะ เสด็จพ่อ รอยเท้านั้นถ้าสังเกตุดูดีๆ จะมีรอยเท้าหนึ่งที่ใหญ่กว่ากัน หม่อมฉันจะขอเลือกนางที่มีเท้าเล็กกว่ามาเป็นชายาของหม่อมฉัน เพราะนางคงจะเป็นสาวแรกรุ่นตามขนาดของเท้า ส่วนนางคนที่มีรอยเท้าค่อนข้างใหญ่กว่า ก็คงจะเป็นสาวใหญ่ ขอให้เสด็จพ่อทรงรับไว้เป็นมเหสีเถิดพระเจ้าค่ะ"

     ท้าวจันทรเสน ทรงพระสรวลเบาๆ แล้วตรัสว่า

     "ทำไมเจ้าพูดเช่นนั้นล่ะลูก พระราชมารดาของเจ้าเพิ่งจะสิ้นพระชนม์ไปไม่นานนี้เอง"

     พระราชบุตรจึงทรงตอบว่า

     "เสด็จพ่ออย่างทรงรับสั่งเช่นนั้นสิพระเจ้าค่ะ เพราะพระราชาที่ขาดพระมเหสีก็เปรียบเช่น บ้านที่ไม่มีคนดูแลนะพระเจ้าค่ะ"

     ท้าวจันทรเสน ทรงนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบพระราชบุตรว่า

     "ถ้านางคนที่มีเท้าโตกว่า มีลักษณะเป็นที่พอใจของพ่อ พ่อจะทำตามที่เจ้าว่ามาแล้วกัน"

     ครั้นกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ ทรงทำสัญญาแบ่งนางกันดังกล่าวแล้ว ก็ทรงชักม้าไปตามรอยเท้าในป่า สักครู่หนึ่งก็ทอดพระเนตรเห็นนางทั้งสองนั่งพักอยู่ภายใต้ร่มไม้ ทั้งสองพระองค์จึงเดินเข้าไปหา แล้วทรงซักถาม พระมเหสีและพระธิดาก็ทรงเล่าเรื่องราวให้ทรงทราบโดยละเอียดทุกประการ

     ท้าวจันทรเสนกับองค์ราชบุตร ก็เชิญเสด็จนางทั้งสองขึ้นหลังม้า โดยพระธิดามีพระบาทค่อนข้างโตกว่าให้เสด็จขึ้นทรงม้ากับท้าวจันทรเสน(พ่อ) ส่วนพระมเหสีนั้นทรงมีพระบาทเล็กกว่าพระธิดา ก็ขึ้นทรงม้ากับองค์ราชบุตร แล้วทั้งสี่พระองค์ก็เสด็จเข้าพระนคร

     ต่อมาท้าวจันทรเสน กับ พระราชบุตร ก็ได้อภิเษกกับทั้งสองพระองค์ แต่สลับคู่กันไป เพราะเหตุว่าขนาดเท้าผิด คือ พระราชบิดา ทรงอภิเษกกับพระธิดา และพระราชบุตรทรงอภิเษกกับพระมเหสี

     การกลับกลายเป็นว่า ลูกสาวกลายเป็นเมียพ่อ แม่กลายเป็นเมียลูก ลูกสาวเลยกลายเป็นแม่เลี้ยงของสามีแม่ตัวเอง และแม่กลับต้องกลายเป็นลูกสะใภ้ และต่อมาพระโอรสและพระธิดาก็เกิดจากนางทั้งสองต่อๆ ไป

     เวตาลเล่าถวายมาเพียงเท่านี้ก็หยุดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อไปว่า

     "ขอเดชะ พระองค์คิดว่าพวกเขาจะนับญาติกันอย่างไรเล่าเพคะ"

     พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ได้ทรงฟังปัญหาของเวตาลแล้ว ก็ทรงคิดไม่ออก แม่กับลูก ลูกกับพ่อ พี่กับน้อง โอย...พัวพันกันยุ่งไปหมด มิหนำซ้ำ แม่เลี้ยงก็คือลูกสาว ลูกสะใภ้กลับกลายเป็นแม่ ก็ทำให้พระเจ้าวิกรมาทิตย์ทรงตีปัญหาไม่ออก จึงทรงนิ่ง เวตาลก็คอยทูลยั่วเย้าให้ตอบปัญหาด้วยการกล่าวคำว่า "โง่" เพราะเวตาลทราบดีว่าพระเจ้าวิกรมาทิตย์มิทรงโปรดให้ใครมาดูถูก ว่าพระองค์โง่

     เวลาผ่านไปชั่วครู่ เวตาลก็ทำกระแอม และกล่าวดูถูกพระเจ้าวิกรมาทิตย์

     "ฝ่าพระบาททรงจนปัญญาแล้วเป็นแน่ เรื่องเพียงเท่านี้พระองค์ก็มิสามารถชี้แจงได้ เป็นธรรมดาของคนเบาปัญญา แต่...บางทีพระราชบุตรอาจจะทรงเฉลียวฉลาดกว่า คงจะพอตอบคำถามหม่อมฉันแทนพระองค์ได้"

     พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ตีคำถามนี้ไม่ได้จริงๆ พระองค์จึงทรงนิ่งมิได้ตรัสตอบอะไร ไม่ช้าพระองค์จึงเกิดสติ คิดขึ้นมาได้ว่า

     "ดีเลยที่เราคิดคำตอบไม่ออก เราจึงได้เงียบไม่เผลอตัวตอบปัญหาของมัน"

     พระเจ้าวิกรมาทิตย์ จึงทรงบีบพระหัตถ์ของพระราชบุตรไว้แน่นเป็นเชิงห้ามมิให้ตอบคำถามของเวตาล พระธรรมธวัชราชบุตรก็ทรงนิ่งสนิท หาได้รับสั่งอะไรไม่

     คราวนี้ เพราะความไม่รู้จริงๆ จึงทำให้พระเจ้าวิกรณ์มาทิตย์ทรงเงียบไม่ตรัสตอบคำถาม เวตาลจึงเริ่มกระวนกระวายใจ.







..........จบตอนที่ 10 นะคะ..........

..........ตอนต่อไปจะเป็นตอนสรุปบทสุดท้ายค่ะ..........


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 73
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jul. 2005,10:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สรุปบทสุดท้ายของ นิทานเวตาล


     
     เวตาลพยายามพูดยั่วเย้าต่างๆ นานา เพื่อให้พระเจ้าวิกรมาทิตย์รับสั่งออกมา แต่พระเจ้าวิกรมาทิตย์ก็ทรงนิ่งเฉยดุจเดิม ยิ่งทำให้เวตาลรู้สึกแปลกใจเป็นที่สุด แล้วก็กล่าวชมว่า

     "ฝ่าพระบาททรงตั้งใจดีแล้วนะพะยะค่ะ พระปัญญาล้ำลึกราวกับเทวดาและมนุษย์ที่มีปัญญารวมกัน จะหาผู้ใดมีปัญญาเสมอด้วยพระองค์หามิได้อีกแล้ว พะยะค่ะ หม่อมฉันขอถวายพระพร ให้ทรงพระเกษมสำราญด้วยผลของการที่ได้ทรงนิ่งในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ได้เคยทรงพยายามมาแล้วตั้งหลายหน แต่ก็ไม่เคยสำเร็จแม้ครั้งเดียว

     เอาล่ะ พะยะค่ะ หม่อมฉันจะไม่ทูลถามว่า การที่ทรงระงับความช่างรับสั่งนั้น เป็นไปด้วยความถ่อมพระองค์ หรือความสามารถที่จะคุมพระสติไว้ได้ หรืออาจเป็นเพราะความโง่เขลาเบาปัญญาเสียแล้ว และการที่หม่อมฉันไม่ทูลถามในครั้งนี้ ก็เป็นเพราะหม่อมฉันต้องการที่จะไว้พระพักต์ของฝ่าบาท เพราะหม่อมฉันคาดว่าคำตอบจะต้องเป็นอย่างหลังนี้เป็นแน่"

     พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ทรงกัดริมพระโอษฐ์จนรู้สึกเจ็บ เพื่อที่จะห้ามพระองค์เองมิให้ตรัสออกมา และแล้วก็ทรงห้ามไว้ได้

     เวตาล จึงทูลต่อไปว่า

     "หม่อมฉันรู้สึกสงสารพระองค์ ที่ต้องทนอัดอั้นตันพระทัย จึงยอมระงับความมุ่งหมายเดิมว่า จะทำให้พระองค์เดินย้อนกลับไปกลับมา จนหมดเรี่ยวแรงและสิ้นพระชนม์ลงในระหว่างทาง เพื่อหม่อมฉันจะได้เข้าสิงร่างของพระองค์ จะลองดูซิว่าจะมีรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง แต่ครั้งนี้พระองค์ทรงระงับความช่างรับสั่งของพระองค์ได้ หม่อมฉันก็ขอถวายประโยชน์อย่างหนึ่งตามคำสัญญา แต่หม่อมฉันขอทูลถามเป็นครั้งสุดท้ายว่า พระองค์จะทรงขยับย่ามออกสักนิดเพื่อให้หม่อมฉันได้หายใจสะดวกขึ้นกว่านี้ได้ไหมพะยะค่ะ"

     พระธรรมธวัช ราชบุตร ทรงได้ยินดังนั้นก็กระตุกแขนเสื้อของบิดาแรงๆ เพื่อทรงเตือนให้รู้สึกพระองค์ มิให้ตรัสตอบแก่เวตาล

     เวตาลเมื่อเห็นพระเจ้าวิกรมาทิตย์ทรงนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นแน่ ก็ทูลต่อไปว่า

     "ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่ในหมู่นักรบ ฝ่าบาทจงทรงรำลึกนึกถึงคำของอสูรปัถพีบาลที่ได้ทูลเตือนไว้ว่า แม้ผู้ใดมุ่งจะฆ่าเอาชีวิตของฝ่าบาท ฝ่าบาทอาจตัดหัวผู้นั้นเสียก่อนโดยครองธรรม

     และในกาลข้างหน้านี้พระองค์จงทรงปฏิบัติตามคำที่อสูรกล่าวนั้น เพราะพ่อค้าพลอยซึ่งได้ถวายทับทิมแก่ฝ่าบาทเป็นจำนวนมาก ก็คือคนคนเดียวกันกับ โคยีศานติศีล ซึ่งพระราชบิดาของฝ่าบาทได้กระทำเหตุให้โกรธ และอาฆาต หมายจะแก้แค้นเป็นเวรเป็นกรรมกันอยู่จนถึงบัดนี้

     ส่วนหม่อมฉันเป็นบุตรของพ่อค้าน้ำมัน ซึ่งโยคีศานติศีลเกรงว่าหม่อมฉันจะทำการขัดขวางความเป็นใหญ่ในโลกของเขา จึงได้ฆ่าหม่อมฉันเสียด้วยอำนาจของตะบะ และพาศพของหม่อมฉันมาห้อยไว้ที่ต้นอโศก เพื่อเป็นเครื่องล่อลวงฝ่าบาท"

     "โยคีศานติศีล นั้นได้ใช้ให้ฝ่าบาททรงมาปลดหม่อมฉันแบกไปให้แก่เขา และเมื่อฝ่าบาททรงทิ้งหม่อมฉันลงที่เท้าของเขาเมื่อใด โยคีศานติศีลก็จะพาฝ่าบาทไปบูชาที่หน้าเทวรูป และในขณะที่ฝ่าบาททรงก้มลงทำการบูชานั้น โยคีศานติศีลก็จะกระทำการปลงพระชนม์ทันที"

     แล้ววิญญาณของบุตรพ่อค้าน้ำมัน ก็ลอยออกจากซากศพที่เรียกว่าเวตาล แต่ก่อนจะลอยหายไปบนท้องฟ้านั้น พลางกล่าวทูลสรรเสริญพระเจ้าวิกรมาทิตย์ และพระธรรมธวัชราชบุตร ว่า

     "ขอจงทรงพระเจริญเถิดพะยะค่ะ การที่ฝ่าบาททรงยอมรับความโง่เขลา เบาพระปัญญา และทรงลดความมีทิฐิมานะลงได้ ถือเป็นคุณงามความดี ซึ่งถ้ามีอยู่ในตัวของใครแล้ว ผู้นั้นย่อมมีความสุขที่สุดในโลก พะยะค่ะ"

     เมื่อวิญญาณของบุตรพ่อค้าน้ำมันลอยหายไปแล้ว พระเจ้าวิกรมาทิตย์ก็จูงพระหัตถ์องค์ราชบุตรรีบทรงพระดำเนินไปให้ถึงป่าช้า เพื่อพบโยคีศานติศีล

     ครั้นถึงแล้ว พระองค์ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นรอบๆ ตัวของโยคีศานติศีล มากมายไปด้วยซากศพ อสุรกายอันน่ากลัวทั้งหลาย พระเจ้าวิกรมาทิตย์ก็ทรงทิ้งย่ามลงตรงหน้าของโยคี โยคีก็แสดงความยินดี แล้วเอาเชื้อเพลิงใส่ลงไปในกระโหลกผี จุดไฟและเป่าจนลุกเป็นเปลวไฟใช้แทนโคมส่องทาง เพื่อนำพระเจ้าวิกรมาทิตย์และพระราชบุตรไปยังเทวรูป เป็นรูปหญิงกายดำ คอขาดจากตัว รูปร่างอัปลักษณ์ โดยหน้าเทวรูปนั้นได้มีเครื่องบูชาต่างๆ ล้วนแต่มีกลิ่นคาวเลือดทั้งสิ้น

     เมื่อโยคีศานติศีล พาทั้งสองพระองค์มาถึงหน้าเทวรูปแล้ว ก็กล่าวว่า

     "ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ พระองค์ไดกระทำการตามสัญญาแล้วกับหม่อมฉัน และเพราะเหตุที่พระองค์ได้ทรงเสด็จมา ณ ที่นี้ พิธีของหม่อมฉันก็กำลังจะเสร็จตามที่คาดหมายเอาไว้ หม่อมฉันขอทูลเชิญพระองค์ทรงกระทำการเคารพเทวรูป เพื่อพระอำนาจและความเจริญจะมียั่งยืนยาวไปชั่วกาลนาน พะยะค่ะ"

     พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ทรงฟังคำของโยคีศานติศีลแล้วก็ทรงรำลึกถึงคำพูดของเวตาล จึงรับสั่งแก่โยคีศานติศีลว่า

     "ท่านโยคี เราเป็นเจ้าผู้ครองนคร ไม่เคยกระทำการบูชาเช่นนี้ ขอให้ท่านผู้เป็นอาจารย์ทำให้เราดูก่อน แล้วเราจะกระทำตามท่าน"

     โยคีศานติศีล ผู้ฉลาดแต่ไม่เฉลียว ขุดหลุมดักพระเจ้าวิกรมาทิตย์ไว้ ก็ตกหลุมที่ตัวเองทำขึ้น ครั้นโยคีศานติศีล ก้มตัวลงทำการบูชาให้ดูเป็นตัวอย่าง พระเจ้าวิกรมาทิตย์ก็ชักพระแสงดาบออกฟันถูกศีรษะโยคีศานติศีล ขาดกระเด็นไป

     ทันใดนั้นเทวรูปก็ล้มคว่ำลงมา พระราชบุตรทรงเหลือบเห็นเสียก่อนก็จับพระกรของพระราชบิดา เหนี่ยวกระชากจนสุดแรง จึงรอดพ้นจากองค์เทวรูปล้มทับไปได้

     ในขณะนั้นก็มีเสียงดนตรีบรรเลงขึ้นมาในอากาศ และคำอวยชัยให้พรจากฟ้า อีกทั้งดอกไม้ทิพย์ก็โปรยปรายตกหล่นไปทั่ว

     พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ก็ทรงยกศพบุตรพ่อค้าน้ำมันและศพของโยคีศานติศีลใส่เข้าในกองไฟ ทันใดนั้นก็เกิดมีภูตสองตนปรากฏอยู่ต่อหน้าพระพักต์ พระเจ้าวิกรมาทิตย์ ทรงตรัสว่า

     "เมื่อข้าเรียกเจ้า เจ้าทั้งสองจงมาในทันที"

     ภูตทั้งสองรับคำแล้วร่างนั้นก็อันตรธานหายไป พระเจ้าวิกรมาทิตย์ก็ทรงพาพระราชบุตรคืนกลับพระนคร และทรงปกครองบ้านเมืองด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ชั่วกาลนาน.......






..........จบบริบูรณ์..........


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 74
pimmmy Search for posts by this member.
เพิ่งมาใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 6
เข้าร่วมเมื่อ: 24 Apr. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Apr. 2006,01:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีคะ ชื่นชอบที่เล่ามากมากเลยคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 75
คนพื้นบ้าน Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 71
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2006,00:45 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับ คุณมะเหมี่ยว
อ่านจบแล้ว สรุปอ่านง่ายและชวนติดตาม
ขอสัมภาษณ์หน่อยนะครับ ดาราดัง
1. อยากทราบว่า ที่เล่ามาโดยสำนวนของตัวเองนี่ จำได้หมดหรือว่า บางครั้งไปดูต้นฉบับ แล้วมาเรียบเรียงใหม่
2. ต้นฉบับเอามาจากฉบับไหน ผมคิดว่าคงมีหลายเวอร์ชั่น
3. ไม่เป็นคำถาม แต่ชมนิดๆ เวตาลหัวเราะได้ทันสมัยดี มีเอิ๊กๆ ด้วย เข้ายุคสมัยครับ

--------------
นวดให้เอนดอร์ฟินหลั่ง ออกกำลังให้เหงื่อไหล
ชำระใจให้บริสุทธิ์ จุดประกายให้จิตนิ่ง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
74 คำตอบนับตั้งแต่ 09 Apr. 2005,01:51 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 8 of 8<<45678
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com