เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 4<<1234>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: เรื่องเล่ายามว่าง, สรรหามาเล่าให้ฟัง< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Aug. 2006,23:20  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (pilgrim @ 31 กค. 2006,16:30)
ยังไม่จบใช่ไหมคะ
ท่าทางจะเรื่องเศร้านะคะ tears.gif

ใช่ครับคุณพิล เมื่อวานเน็ตหลุดก่อน เลยโพสต์ไม่จบ วันนี้จะมาต่อครับ  music.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Aug. 2006,23:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

(ต่อๆๆๆ)...ก่อนสองพี่น้องจะเสียชีวิต ได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้เกิดใหม่
มาคู่กันอีก สร้างความรื่นรมย์ เป็นเสียงดนตรี แต่ดนตรีนั้นจะเกิดเสียงขึ้นได้ เมื่อมนุษย์ผู้อยู่ในเมือง ต้องออกแรงในการทำ และถ้าต้องการให้เสียงนั้น เกิดความไพเราะก็ต้องออกแรงอย่างสามัคคี

..............สถานที่ที่สองพี่น้องถูกฝังไว้นั้น ต่อมาก็ได้กลายเป็นไม้ไผ่กอใหญ่ มีลักษณะปล้องใหญ่ ยาว ตรง  และเมื่อยังอ่อน ก็จะมีสีเขียวเช่นไผ่ทั่วไป แต่เมื่อแก่จึงจะมีลายงดงาม ดังผ้าโสร่งสีน้ำตาลที่สองพี่น้องเคยได้รับพระราชทานจากพระราชาครั้งแรกที่ในป่า  ความงามของต้นไผ่เป็นที่เล่าลือต่อกันจนพระราชาทรงทราบ จึงเสด็จไปทอดพระเนตรแล้วขุดหน่อเข้ามาปลูกในพระราชอุทยาน แต่หน่อนั้นหางอกงามไม่ พระราชาทรงสลดพระราชหฤทัย จึงรับสั่งให้ตัดไม้ไผ่นั้นมาสองลำ นำมาตั้งไว้ในที่ประทับ  ตกกลางคืน พระองค์ทรงพระสุบินนิมิต (ฝัน)ว่าทรงสดับเสียงเพลงไพเราะ ดังมาจากไม้ไผ่สองลำนั้นเมื่อทรงตื่นแล้ว เสียงนั้นก็ยังมิจางหาย จากพระกรรณ (หู) ไม่ จึงเสด็จไปที่ไม้ไผ่ เสียงก็ยังดังอยู่ จึงทรงเอื้อมพระหัตถ์ (มือ) สัมผัสกับไม้ไผ่ เสียงก็จางหายไป พระองค์ จึงโปรดให้ช่าง  นำไม้ไผ่สองลำนั้น ไปประดิษฐ์ เป็นเครื่องดนตรี ช่างจึงทำเป็นกระบอกไม้สองลำตั้งอยู่เคียงกัน เมื่อใช้มือไกว ก็จะเกิดเสียงดนตรีอันไพเราะ ประดุจดังพี่น้องสองคน เข้าคู่กันร้องเพลง ....
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Aug. 2006,00:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

..... ดังนั้นชาววังทั้งหลายต่างก็นิยมบรรเลงเพลงด้วยเครื่องดนตรีนี้ ถวายพระราชาเป็นประจำ  พวกมโหรีหญิงต้องเหน็ดเหนื่อยในการฝึกซ้อมดนตรีกระบอกไม้นี้เมื่อคนหนึ่งคนใดไม่ไกว เพลงก็ไม่ไพเราะ เพราะเสียงขาดหาย  หากจะบรรเลงครั้งใด ก็ต้องมีผู้บรรเลงให้ครบ   เมื่อนางมโหรีเหล่านั้น  ต้องการให้พระราชาโปรด ก็ต้องฝืนใจซ้อมแล้วซ้อมอีก เพลงจึงจะไพเราะ
           
.............ดนตรีกระบอกไม้ไผ่นี้  จึงถือกำเนิดขึ้นและเรียกขานกันว่า “ อังกะลุง ”  จนถึงทุกวันนี้......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Aug. 2006,16:07 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีจังค่ะ ไม่เคยทราบมาก่อนเลย
รอเรื่องต่อไปค่ะ  again.gif  thankssign.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Aug. 2006,21:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (pilgrim @ 03 สค. 2006,04:07)
ดีจังค่ะ ไม่เคยทราบมาก่อนเลย
รอเรื่องต่อไปค่ะ again.gif thankssign.gif

ไว้ว่าง ๆ จะจัดหามาให้อ่านครับ คุณพิล

ขอบคุณครับที่ติดตามอ่าน  thankssign.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Aug. 2006,21:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตำนานอังกะลุง  น่ารักดีนะ  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Aug. 2006,01:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ค่ายกลแปดทิศ

ปรัชญาการต่อสู้ ทฤษฎีการปกครอง และตำราวิชาการทหาร โลกรู้จักชื่อ ซุนวู กว่า 2,500 ปี จากตำราพิชัยสงคราม 13 บท

ผมอ่านฉบับที่คุณเสถียร วีรกุล แปล สำนักพิมพ์ ก.ไก่ พิมพ์ พบหลักการกว้างๆ แต่ก็ลึกซึ้งซับซ้อน สุดหยั่งคาด...แต่ไม่พบ ขบวนรบค่ายกล...ที่ชื่อว่า พยุหยาตราแปดทิศ

ค่ายกลนี้แหละครับ ต่อมาในสมัยสามก๊ก ขงเบ้งใช้ได้อย่างผกผันพลิกแพลง

ไล่ต้อนสุมาอี้แพ้ยับเยิน

ในหนังสือ หุบเขาปีศาจ โรงเรียนผู้นำแห่งแรกของโลกคุณประดิษฐ์ พีระมาน อธิบายว่า ค่ายกลนี้ ซุนวู จัดรูปแบบและวางกองรบ ตามหลักจตุรทิศธงชัย ตามตำแหน่งดวงดาวเก้าดวง ในคัมภีร์อี้จิง

รูปขบวนทัพ เป็น 9 กองทัพย่อย หันออก 8 ทิศ 8 ประตู

ทิศเหนือ ประตูปิด ทิศใต้ ประตูเปิด ทิศตะวันออก ประตูเกิด ทิศตะวันตก ประตูตาย 4 ประตูนี้ รวมเรียกว่า ประตูหลัก

ส่วนประตูศูนย์กลาง (กองทัพกลาง) ชื่อ ประตูดิน หน้าที่ควบคุมและเสริมกำลัง

ประตูต่อมา...ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประตูลวง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ประตูหยุด ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประตูกลัว ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ประตูเจ็บ

สี่ประตูที่ชื่อ...ลวง หยุด กลัว เจ็บ เหล่านี้ รวมเรียกว่า ประตูทำลาย

นี่คือพื้นฐาน ค่ายกลพยุหยาตราแปดทิศ คนพอมีสติปัญญาก็เรียนรู้ได้ แต่ความยาก อยู่ที่ใช้ให้เกิดอานุภาพสูงสุดทั้ง 8 ทิศ ต้องหมุนเวียนสับเปลี่ยนหน้าที่กันได้ตลอดเวลา

ค่ายกลนี้ใช้ได้ในโอกาส ที่เป็นฝ่ายตั้งรับ หัวใจการตั้งรับ ก็คือการเปิดประตูล่อ ให้ข้าศึกบุกถลำเข้ามา ข้าศึกจะถูกล่อหลอกให้หลงทิศ เสียขบวน ถูกตัดขาดเป็นส่วน แล้วโอบล้อมทำลาย

แม้จะสำคัญกับบางสถานการณ์ แต่วิชาค่ายกลแปดทิศนี้ ก็เป็นวิชาโชว์ แม่ทัพคนใด

ใช้เป็น ถือว่าโก้มาก

ตอนสนุกสุดๆของเรื่อง หุบเขาปีศาจ...ผมว่าอยู่ที่คู่พี่น้องร่วมสาบาน ซุนปิน หลานซุนวู ผู้เป็นพี่ใหญ่ ใช้วิชาจากสำนักเดียวกัน ขับเคี่ยวกับผังเจี้ยน น้องรอง

ซุนปิน เป็นเด็กกำพร้า...ตั้งใจจะเรียนวิชาฝ่ายบุ๋น แต่นิสัยดี ซินแสกุ๋ยกู่ จึงยอมถ่ายทอดวิชาพิชัยสงคราม 13 บท ให้ซุนปินท่องจำขึ้นใจ

ผังเจี้ยน พื้นฐานจิตใจไม่ดี เรียนวิชาการบู๊...ขั้นพื้นฐาน ออกไปเป็นใหญ่อยู่ในแคว้นเว่ย...เมื่อซุนปินถูกดึงตัวไปอยู่ด้วย ผังเจี้ยนอิจฉา อยากได้วิชาพิชัยสงคราม 13 บท

วางแผนซับซ้อน ตัดฝ่าเท้าซุนปิน บีบน้ำตาขอให้บันทึกวิชานี้ให้

ซุนปินแกล้งบ้า ถูกลากไปอยู่ในเล้าหมู ไม่กินข้าวแต่กินขี้หมู...เอาชีวิตรอด หนีไปเป็นใหญ่อยู่ในแคว้นฉี และกลับมาเป็นคู่รบสำคัญ ใช้วิชาค่ายกล บดขยี้ทัพผังเจี้ยน สลาย...จนได้

ศึกรอบแรก ผังเจี้ยนรอด ศึกสุดท้าย ซุนปินก็วางแผนล่อผังเจี้ยน ไปช่องเขาม้ามังกร

ก่อนออกจากหุบเขาปีศาจ ซินแสกุ๋ยกู่ เตือนศิษย์คนนี้ว่า พบแพะจะรุ่งเรือง พบม้าจะมีภัย ผังเจี้ยนเมื่อรู้ว่า จนมุมอยู่บนเขาม้ามังกร นึกถึงคำอาจารย์ ก็รู้ว่าถึงที่ตาย ตัดสินใจเชือดคอตัวเอง

ผังเจี้ยนตายเพราะอยากได้วิชาค่ายกล 8 ทิศ...ผู้นำไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ตอนจบมักตาย...เพราะความอยากได้ ไม่รู้จักจบ...นี่แหละ.....
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Aug. 2006,22:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วิชา...ของผู้แพ้...

ศาสดาแห่งลัทธิเต๋า ชื่อ เล่าจื๊อ

มีชีวิตร่วมสมัยขงจื๊อ 2,600 ปีที่แล้ว ประวัติเท่าที่รู้น้อยมาก อายุ 160 ปี เคยดูแลห้องสมุดเมืองลั่วหยาง เมืองหลวงของราชวงศ์โจว

เล่าจื๊อสอนไว้ว่า

อ้างถึง
คำพูดจริงใจไม่ไพเราะ คำพูดไพเราะอาจไม่จริงใจ
ผู้ที่รู้ไม่พูดมาก ผู้ที่พูดมากไม่รู้
โลกไม่โต้เถียงกับผู้ที่ไม่โต้เถียง
จิตใจที่สงบและอดทน เป็นพื้นฐานแห่งชีวิตที่เป็นสุข

จงหยุดดีกว่าเติมน้ำจนล้นถ้วย
จงอย่าภูมิใจจนเกินไป มิฉะนั้นจะไม่มีสิ่งใดให้ภูมิใจ
จงอย่าแหลมคมจนเกินไป มิฉะนั้นจะ เสียคม

บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยทองคำยากจะปลอดภัย
บุคคลที่โอ้อวดความมั่งคั่ง เป็นผู้เชื้อเชิญหายนะให้มาเยือน

ชื่อเสียงกับชีวิต สิ่งใดมีค่าต่อท่านมากกว่ากัน

สุขภาพ หรือสมบัติ สิ่งไหนสำคัญต่อท่านมากกว่า

หากท่านรักชื่อเสียงมากเกินไป ท่านจะต้องจ่ายใน ราคาแพง
หากท่านครอบครองสมบัติมากเกินไป ท่านจะสูญเสียอย่างหนักในวันหนึ่ง

หากท่านไม่รู้ว่าจะหยุดตรงไหน ท่านจะประสบอันตราย


เล่าจื๊อทิ้งท้ายในคำสอนบทนี้ว่า ...

หากรู้จักพอ ถอนตัวในเวลาเหมาะสม ท่านจะมีชีวิตอยู่ยาวนาน...นี่คือวิถีแห่งสวรรค์
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Aug. 2006,09:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ
เป็นคำกล่าวที่เป็นสัจธรรมที่สุดนะคะ smile.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
คนธรรมดา Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 149
เข้าร่วมเมื่อ: 06 Jan. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Aug. 2006,00:07 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ตำนานสารทจีน


อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนเรื่อง สารทจีน เทศกาลสำคัญที่กำลังลบเลือน ไว้ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน ส.ค. 2549 โดยขึ้นต้นว่า สารทจีนในอดีตเป็น เทศกาลใหญ่มาก เพราะเป็นเทศกาลสำคัญ ทั้งของลัทธิขงจื๊อ พุทธศาสนา และศาสนาเต๋า เป็น 1 ใน 8 เทศกาลสำคัญประจำปีของจีนแต้จิ๋ว

ในไทย สารทจีนเป็นเทศกาลจีนสำคัญ เป็นอันดับ 2 รองจากตรุษจีนเท่านั้น

เทศกาลนี้ มีชื่อเป็นทางการ ตงหง่วงโจย แปลว่าเทศกาลกลางเดือน 7 (เดือน 7 จีนกับไทยไม่ตรงกัน) อีกชื่อเรียกว่า กุ่ยเจี๋ย แปลว่า เทศกาลผี

ศาสนาเต๋า มีเทพสำคัญประจำ ฟ้า ดิน และแม่น้ำ อยู่สามองค์ เป็นพี่น้องกัน เรียกรวมกันว่าซานกวน แปลว่าสามขุนนาง เทพองค์โต ประจำท้องฟ้า เรียกว่า เทียนกวน มีหน้าที่ประทานโชค เทพองค์รอง ประจำแผ่นดิน เรียกว่าตี้กวน มีหน้าที่ประทานอภัยโทษ เทพองค์เล็ก ประจำท้องน้ำ เรียกว่าสุ่ยกวน มีหน้าที่ขจัดทุกข์ภัย

วันเทวสมภพของเทพทั้งสาม...คือวันเพ็ญ กลางเดือนอ้าย กลางเดือน 7 และกลางเดือน 10 ตามลำดับ วันเพ็ญกลางเดือน 7 จึงเป็นวันสมภพของเทพตี้กวน

แต่ความจริง เทศกาลนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของเดือน 7 ไปจนวันสิ้นเดือน 7 วันขึ้น 1 ค่ำ เป็นวันเปิดยมโลก ให้ผีทั้งหลายออกมารับการเซ่นสังเวย วัน 15 ค่ำ เป็นวันไหว้ใหญ่ทั้งผีบรรพชน และผีไม่มีญาติ

วันสิ้นเดือน 7 เป็นวันปิดประตูยมโลก ผีที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดต้องกลับยมโลก

สารทจีน ยังมีที่มาจากศาสนาพุทธ ซึ่งแพร่หลาย เข้าจีนในรัชกาลพระเจ้าฮั่น หมิงตี้ (พ.ศ. 601-618) ถือเป็นวันอุลลัมพนบูชา จากพระสูตร นิกายโยคาจาร มีความว่า

พระโมคัลลาน์ เห็นมารดาเกิดเป็นเปรต อดอยากหิวโหย จึงใช้ฤทธิ์นำบาตรข้าวไปส่งให้ เปรตใช้มือซ้ายรับบาตร มือขวาเปิบข้าว ยังไม่ทันจะเข้าปาก ก็กลายเป็นถ่าน

พระโมคคัลลาน์ กราบทูลพระพุทธเจ้า...มีพุทธฎีกาตรัสว่า “โยมมารดาของเธอมีบาปหนัก เกินกำลังฤทธิ์และบุญกุศลของเธอผู้เดียวจะช่วยได้ ต้องใช้ บุญฤทธิ์ของสงฆ์จากทุกสารทิศ ประมวลกันเป็นมหากุศลจึงจะโปรดมารดาให้พ้นจากทุกข์ภัยในอบายได้”

วัน 15 ค่ำ เดือน 7 พระโมคคัลลาน์จึงถวายสังฆทานพระสงฆ์จากทั่วสารทิศ อานิสงส์ไม่เพียงช่วยมารดาพ้นจากอบาย ยังเผื่อแผ่ไปถึงบิดามารดาใน 7 ชาติก่อน

คำว่า อุลลัมพนบูชา เป็นคำสันสกฤต ปราชญ์พุทธศาสนาจีน แปลว่า ช่วยผู้ที่ถูกแขวนห้อยหัวกลับขึ้นมา


ความเชื่อทางพุทธศาสนานี้ ไปกันได้ดีกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของศาสนาเต๋า กลม กลืนกับลัทธิขงจื๊อ ที่เน้นความกตัญญูรู้คุณ บิดามารดา เทศกาลสารทจีน จึงแพร่หลาย สืบมาจนถึงวันนี้

สารทจีนกับสารทไทย ช่วงเวลาห่างกันไม่มาก อาจารย์ถาวรบอกว่า คนไทยก็พลอย ไหว้เจ้าตามจีน ด้วยเหตุผลหลายข้อ ข้อหนึ่ง ก็คือ ไม่ให้ลูกหลานดูตาเขากิน

สารทจีนในไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว นิยมไหว้กันวันเดียว วันเพ็ญกลางเดือน 7 เช้าไหว้เจ้า สายไหว้บรรพบุรุษ บ่ายไหว้ผีไม่มีญาติ

ชื่อเทศกาลนี้ยังมีชื่อเรียกว่า จงหยวนผู่ตู้ เทศกาลจงหยวนโปรดเปตชนให้พ้นบาป เป็นการย้ำเน้นไม่ให้ลืมสาระสำคัญของเทศกาล ว่าอยู่ที่การเกื้อกูลผู้อื่น กตัญญูต่อ บิดามารดา บุพการี และเมตตากรุณาต่อผู้ทุกข์ยากและผู้ด้อยโอกาส...เป็นสำคัญ.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
35 คำตอบนับตั้งแต่ 26 Jul. 2006,08:02 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 4<<1234>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com