เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 5<<12345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: เก็บตกนานาสาระจากอินเตอร์เน็ต< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Nov. 2006,00:51  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ขอบคุณค่ะ คุณ oh_beam_k

สถิติจากผู้เข้ามาดูเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ต้องมาโพสท์ทุกวัน
และเป็นกำลังใจที่ทำให้อยากจะทำต่อไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Nov. 2006,00:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                ความสุขที่แท้จริง

คุณรู้สึกโชคดีหรือเปล่า? หากคุณเดินอยู่บนหนทางทางที่ราบรื่นตลอดมา
แน่นอน คุณย่อมจะคิดว่าคุณโชคดี

ตรงกันข้าม หากมีชีวิตที่พบแต่อุปสรรคและขวากหนาม ก็ย่อม
จะคิดว่า โชคไม่ดี แต่โชคดีหรือโชคร้ายเป็นเพียงแค่ที่กล่าวถึงหรือ?

มีหญิงคนหนึ่งที่คิดว่าตนเองโชคดี ไม่ว่าจะพบกับใครก็มักจะบอกว่า
ตนเองเป็นคนโชคดีที่สุดในโลก เพราะว่าแต่เล็กจนโต พ่อแม่ก็รัก
ฟูมฟักเลี้ยงดูดั่งไข่ในหิน ในวัยเรียนก็เรียนเก่งล้ำหน้าเพื่อนฝูง
เมื่อเรียนจบก็ได้งานทำที่ดี การทำงานก็ราบรื่นไม่มีอุปสรรคใดๆ
เมื่อจะแต่งงานก็ได้คู่รักที่รักใคร่ปรองดองและเหมาะสมคู่ควร
เมื่อผ่านไปไม่นานก็ได้บุตรชายหญิงที่น่ารักถึงสองคน

หญิงคนนั้นใช้ชีวิตอย่างมีความสุขสมหวังจนอายุได้ห้าสิบปี
สามีก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำจนเสียชีวิต ลูกๆเมื่อเติบโตและมีงานทำ
ก็ไม่กตัญญูหรือห่วงใยแม่ เมื่อได้รับความกระทบกระเทือนใจและเป็น
ทุกข์เรื่องลูก จึงทำให้เกิดโรคซึมเศร้า และขณะเมื่ออายุได้ห้าสิบห้าปีก็
ตัดสินใจฆ่าตัวตายในที่สุด

ทำไมคนที่โชคดีและมีความสุขในชีวิตถึงได้ตัดสินใจคิดสั้น คำตอบคือ
ความสุขและโชคดีไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เห็นในภายนอก แต่เป็นสิ่งที่อยู่ภาย
ในจิตใจ.........

สมัยที่ยังเป็นเด็ก หญิงคนนั้นเป็นที่รักใคร่ของพ่อแม่ แต่เมื่อพ่อแม่จากไปล่ะ?

สมัยเป็นนักเรียน ผลการเรียนดีเยี่ยม แล้วถ้ามีคนอื่นที่เก่งกว่าล่ะ?

และเมื่อทำงาน การทำงานก็ใช่ว่าจะราบรื่นไร้อุปสรรคเสมอไป
หากเจอกับปัญหาแล้วจะทำอย่างไร?

การแต่งงานก็ดี เมื่อแต่งไปแล้วจะดีหรือร้ายไม่มีใครรู้ได้
หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้จักถนอมความรักและทำสิ่งเลวร้าย แล้วจะทำอย่างไร?
แม้หากเคยรักใคร่กันอย่างดูดดื่ม แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องพรากจากกัน
ยิ่งรักมากยิ่งจะต้องเสียใจมากเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

เราไม่จำต้องปฏิเสธความสุขที่ผู้อื่นหยิบยื่นมาให้ แต่ต้องเข้าใจถึงความเป็นอนิจจัง
ความไม่เที่ยงของชีวิต ขณะเดียวกันความทุกข์ที่ผู้อื่นนำมาให้ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน

ดังนั้น ไม่ว่าผู้อื่นดีกับเราแล้วรู้สึกว่าโชคดี หรือผู้อื่นร้ายกับเรา แล้วรู้สึกโชคร้าย
ความดีและร้ายของผู้อื่นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา แต่ความสุขของตนเอง
ต้องสามารถดูแลควบคุมให้อยู่ในอุ้งมือได้

เมื่อเราต้องอิงความสุขของเราไว้กับผู้อื่นหรืออิงไว้กับสิ่งของที่เป็นวัตถุ
นั่นคือความสุขที่จอมปลอม ไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง เพราะเหตุใดหรือ?
ก็เพราะ เมื่อสิ่งที่เราต้องพึ่งพิงเหล่านั้นสูญหายหรือตายจากไป
ความสุขก็จะสูญหายไปพร้อมๆกันเหมือนกัน

จะเห็นได้ว่าความสุขที่แท้จริงก็อยู่ที่จิตของตนเอง ซึ่งไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดจะแย่งชิง
ไปได้ ชีวิตแม้จะยากลำบากเพียงไหน จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายเพียงใด
ชีวิตก็จะสามารถนอนอยู่ในอ้อมกอดของความสุขและปีติตลอดไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Nov. 2006,00:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (40)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Nov. 2006,07:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะคุณแสงดาว ... ตามอ่านติดๆๆนะค่ะ  smile.gif
และส่ง love.gif  มาเป็นกำลังใจ ในการทำความดีค่ะ  winkthumb.gif
ขออนุโมทนา  bowsdown.gif

ปล.บทเรียนในโฟโต้ช้อปไม่มีวันหมดนะค่ะ แต่ผีขยันของจานขาหนีไปเที่ยวค่ะ หากผีขยันเข้าสิงเมื่อไร เราก็มาเริ่มยำโฟโต้ช้อปกันใหม่นะค่ะ  wave.gif

ขอคุณแสงดาวมีความสุขค่ะ  wavey.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Nov. 2006,02:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ขอบคุณค่ะ จานขา

จะเฝ้ารอการกลับมาของผีขยันของจานขาเสมอค่ะ   sofaroll.gif

ขอให้จานขามีความสุขเช่นเดียวกันค่ะ   basketball.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Nov. 2006,02:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                            ภูเขาหรือพื้นราบ

คุณจะเป็นเหมือนกับฉันหรือเปล่า ที่มีประสบการณ์เช่นนี้
ไม่ได้ปีนเขา แต่กลับรู้สึกเหมือนกับพลัดตกจากเขาสูง ตกลงมาจนกระดูกแหลกเหลว

ฉันกำลังปีนเขาอยู่หรือ? ทำไมถึงมีความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างนี้บ่อยๆ?
ในความรู้สึกเจ็บปวดทีไม่รู้ต้นสายปลายเหตุนั้น เคยถามตัวเองบ้างหรือเปล่าว่า
คุณกำลังปีนเขาสูงอยู่จริงๆหรือ?

แม้จะรู้สึกว่าปีนขึ้นเขาสูง แต่เขาลูกนั้นก็เหมือนกับเห็นได้อย่างลางเลือน
ไม่เห็นลักษณะที่ชัดเจนหรือมีชื่อว่าอะไร แต่ก็ไม่รู้ว่าปีนขึ้นไปทำไม แล้วก็พลัด
ตกลงมาได้อย่างไรเขาสูงลูกนั้นมาจากไหน? แล้วฉันปีนขึ้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

แต่ความเจ็บปวดจากบาดแผลเหล่านั้นจะทำให้คุณค่อยๆได้สติขึ้นมา
ค่อยๆเห็นความเป็นจริง ของตนเองที่อยู่บนพื้นราบ

ที่ปีนขึ้นไปนั้นคือจิตของคุณ ทั้งๆที่ความเป็นจริง กายยังอยู่บนที่ราบ
ปีนขึ้นไปสูงมาก จนถึงยอดเขา เป็นแค่ความรู้สึกของตนเอง ที่ตามความ
สำเร็จของคนอื่นมาเป็นความต้องการความใฝ่ฝันที่จะไปให้ได้อย่างผู้อื่น
การปีนไปสู่จุดสูงสุดอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้คุณเดินไปอย่างไม่มั่นคง
ทุกย่างก้าวที่เดินก็เหมือนกับเดินไปสู่หลุมพราง

ชีวิตเต็มไปด้วยกฎระเบียบและมาตรฐานของสังคมและจารีตประเพณี
เหมือนภูเขาที่แต่ละเขาความสูงต่ำไม่เท่ากัน ทำให้ต้องเดินไปอย่างยากลำบาก
เขานี้สูงแล้ว เขานั้นยังสูงกว่าอีก ทำให้ตนเองต้องปีนไปตามมาตรฐานของ
ความสูงต่ำนั้น ความที่เดินไปอย่างไม่ค่อยจะมั่นคง เผลอเมื่อไหร่ก็ตกลง
มาจากมาตรฐานนั้น ตกลงมาจนไม่เหลือความเชื่อมั่นในตัวอีกเลย
ตกลงมาจนเป็นบาดแผลเต็มตัว

บาดแผลที่มีอยู่เต็มตัวนั้นก็อยู่ในจิตวิญญาณนั่นเอง รู้สึกเอง แต่ในความเป็นจริง
ชีวิตยังไม่ได้เริ่มต้น อีกทั้งยังไม่ได้เตรียมตัว

ชีวิตควรจะเดินบนที่ราบก่อน หรือเริ่มจากบนเขาก่อนดีล่ะ?
บางทีชีวิตของเรา จำต้องมีภูเขาก่อน นั่นคือความมุ่งมั่นและการเลือก
ภูเขาของตนเอง ไม่ใช่ภูเขาหลายๆลูกของคนอื่น

อย่ากลัวที่จะพลัดตกลงมา มันไม่ได้ทำให้ตัวคุณต้องแหลกเหลว
มันมีแต่ทำให้คุณได้สติขึ้นมา ทำให้ได้รู้จักปรับปรุงตัวเองขึ้นมาใหม่

ทุกครั้งที่พลัดตกลงมา ก็ทำให้คุณรู้จักพื้นราบของตนเอง
หาพื้นราบของตนเองกลับมา แล้วเริ่มเดินจากพื้นราบนั้น
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Nov. 2006,02:32 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (41)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Nov. 2006,02:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                  ลิ้นชัก

คนๆหนึ่งอาจจะมีหลายๆลิ้นชัก และบางทีก็อาจจะมีแค่ลิ้นชักเดียว
คนที่มีหลายลิ้นชัก แต่ละลิ้นชักก็ใช้ใส่สิ่งของที่ไม่เหมือนกัน
บางทีก็เป็นความรักบ้าง มิตรภาพบ้าง สายใยผูกพันในครอบครัวบ้าง
การงานบ้าง

บางคนสามารถจัดการให้ทุกลิ้นชักอยู่อย่างมีระเบียบ
มีวิถีชีวิตที่สะดวกสบาย

บางคนแม้จะมีหลายลิ้นชัก แต่ทุกสิ่งที่อยู่ในนั้น
วางอยู่อย่างยุ่งเหยิงปนเปไม่เป็นระเบียบ

บางคนมีเพียงลิ้นชักเดียว นำทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ใส่ลงไปทั้งหมด
จนที่สุดเมื่อทนไม่ไหว ใส่จนล้นทะลักออกมาแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร?
ได้แต่นั่งซึมเศร้าจมอยู่กับความทุกข์นั้น

การมีลิ้นชักเดียวก็ดี หรือมีมากหลายก็ดี
สิ่งสำคัญคือรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องการคืออะไร?
ไม่อย่างนั้นไม่ว่าจะมีมากแค่ไหน แล้วสั่งสมแต่สิ่งที่ไม่รู้ว่าควรจะทิ้ง
หรือไม่ทิ้งดี เพราะที่สุดแล้วคนที่ทุกข์ก็คือตนเอง

ทำงานไปสักระยะ บางทีจะรู้สึกว่าควรจะพักเสียบ้าง
แล้วไตร่ตรองถึงจะเป็นความต้องการที่ตนเองอยากจะได้

อย่ารอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปจนหมดแล้ว ถึงค้นพบว่า
ที่แท้สิ่งที่ผ่านไป ไม่มีสิ่งใดที่มีความหมายสำหรับตนเองเลย
มีลิ้นชักก็ไม่มีประโยชน์อันใด ไม่ได้เหลือสิ่งใดไว้เลย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Nov. 2006,02:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (42)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Nov. 2006,03:50 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE



               สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่

ในอดีตนานมาแล้ว นักปราชญ์ท่านหนึ่งเดินทางท่องเที่ยวแสวงหาความรู้
กับลูกศิษย์กลุ่มหนึ่ง ขณะที่เดินทางผ่านแคว้นๆหนึ่ง ซึ่งกำลังเกิดสงคราม
จึงทำให้เกิดข้าวยากหมากแพง หาเสบียงอาหารไม่ค่อยจะได้

หลังจากที่ขาดอาหารผ่านไปถึงเจ็ดวัน ลูกศิษย์คนหนึ่งซื้อข้าวสารมาได้บ้าง
จึงรีบนำข้าวสารไปหุง ขณะที่ข้าวกำลังจะสุก นักปราชญ์ท่านนั้นเห็นลูกศิษย์
เปิดฝาแล้วหยิบข้าวใส่ปาก ท่านแกล้งทำเป็นไม่เห็น และไม่ถามอะไร

เมื่อข้าวสุกแล้ว ลูกศิษย์จึงเรียกนักปราชญ์นั้นไปทานข้าว ท่านพูดขึ้นว่า

“เมื่อกี้ ข้าฝันเห็นปรมาจารย์มาหา ข้าอยากจะนำข้าวที่ยังไม่มีใครได้กินก่อน
มาเซ่นไหว้ท่านสักถ้วย”

“ไม่ได้ ข้าวหม้อนี้เมื่อกี้ข้าพเจ้ากินไปหนึ่งคำ นำมาเซ่นไหว้ไม่ได้แล้ว”

“ทำไมล่ะ?” นักปราชญ์ถาม

“เมื่อกี้ขณะที่ข้าวกำลังจะสุก เผลอทำขี้เถ้าหล่นลงไปหน่อย จะตักทิ้งก็
เสียดาย ก็เลยตักกิน ไม่ได้มีเจตนาที่จะกินเองก่อน” ลูกศิษย์ตอบ

นักปราชญ์ท่านนั้นรู้สึกเสียใจที่เข้าใจลูกศิษย์ผิด และรู้สึกละอายใจ พร้อมกับ
เอ่ยขอโทษว่า “ปกติข้าเคยไว้ใจเจ้ามากที่สุด แต่ก็ยังคงคลางแคลงใจเจ้า แสดงว่า
ในใจข้าไม่มั่นคง ตัดสินใจแค่จากความคิดของตนเอง แล้วบางทียังผิดพลาด

พวกเจ้าต้องจำไว้ การจะเข้าใจคนๆหนึ่ง ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ เมื่อพบกับเรื่องใดๆ
ควรจะพิจารณาไตร่ตรองหลายๆด้านให้รอบคอบ มุมมองของตนเองเป็นเพียง
ด้านใดด้านหนึ่ง เป็นความจริงเพียงด้านหนึ่งเท่านั้น การจะตัดสินเรื่องใดเพียง
ด้านเดียว ไม่สามารถตัดสินเรื่องทั้งหมดได้”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
45 คำตอบนับตั้งแต่ 11 Nov. 2006,03:15 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 5<<12345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com