เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 5<<12345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: เก็บตกนานาสาระจากอินเตอร์เน็ต< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Nov. 2006,03:52  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (43)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Nov. 2006,03:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




                กุหลาบ

มีคหบดีท่านหนึ่งจอดรถที่หน้าร้านดอกไม้ คิดจะเข้าไปในร้านเพื่อจะให้
ที่ร้านส่งดอกไม้ช่อหนึ่งไปให้มารดาของตนเองที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่ง

ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในร้าน เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ที่
ทางเท้า จึงเดินเข้าไปถามเด็กหญิงนั้นว่า
“หนู นั่งร้องไห้อยู่ที่นี่ทำไม?”

“หนูอยากจะซื้อดอกไม้ดอกหนึ่งให้กับแม่ แต่หนูมีเงินไม่พอ”

คหบดีนั้นจึงจูงมือเด็กหญิงนั้นเข้าไปในร้าน สั่งดอกไม้ให้กับมารดาแล้ว
ก็ซื้อกุหลาบดอกหนึ่งให้กับเด็กหญิงนั้น เมื่อเดินออกไปที่หน้าร้านบอกกับ
เด็กหญิงนั้นว่า จะส่งเขากลับบ้าน

“ท่านจะส่งหนูจริงๆหรือคะ?” เด็กหญิงถาม
“แน่นอน”
“งั้นหนูไปที่แม่ของหนูก่อนแล้วกัน แต่ว่า คุณลุงคะ ที่ๆแม่หนูอยู่
อยู่ไกลจากที่นี่มาก”
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวจะไปส่ง”

ขณะที่ขับรถไปเรื่อยๆ ผ่านหนทางที่คดเคี้ยวดั่งงูเลื้อย ก็มาถึงสุสานแห่งหนึ่ง
เด็กหญิงนั้นนำดอกกุหลาบวางไว้ที่หน้าหลุมศพของมารดา

เพื่อที่จะนำดอกไม้มาให้แก่มารดาที่เสียชีวิตไปไม่นาน
เด็กนั้นต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อย

เมื่อคหบดีนั้นส่งเด็กหญิงกลับบ้านแล้ว ก็กลับไปที่ร้านดอกไม้ ยกเลิกดอกไม้
ที่สั่งไว้ แล้วซื้อดอกไม้ช่อหนึ่ง ขับรถไปเป็นเวลาห้าชั่วโมงจนถึงบ้านของมารดา
เพื่อที่จะมอบดอกไม้ให้กับแม่ด้วยตัวเอง

การจะจัดงานศพให้เป็นพิธีใหญ่โตแค่ไหน ก็ไม่เท่ากับรู้กตัญญูกตเวที
ต่อท่านทั้งสองในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Nov. 2006,03:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (44)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Nov. 2006,02:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





             บุรุษไปรษณีย์ที่ปลูกดอกไม้

หมู่บ้านแห่งหนึ่งมีบุรุษไปรษณีย์วัยกลางคนคนหนึ่ง เริ่มต้นทำงานเป็นบุรุษไปรษณีย์
ตั้งแต่อายุยี่สิบปี ในวันหนึ่งๆต้องส่งจดหมายไปตามทางไปกลับไม่ต่ำกว่า
ห้าสิบกิโลเมตร ทุกๆวันจะคอยนำข่าวที่ดีบ้างร้ายบ้างไปส่งให้แก่คนในหมู่บ้าน

จนวันคืนล่วงเลยผ่านไปเป็นเวลายี่สิบปี คนเปลี่ยนเรื่องราวเปลี่ยน มีแต่ถนน
ที่ต้องเดินผ่านไม่เคยเปลี่ยน ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีต้นไม้หรือดอกไม้ขึ้นที่
ริมทางเลย มีแต่ฝุ่นที่ปลิวไปมาเท่านั้น ทำให้เขารู้สึกเครียดและเบื่อหน่ายบ่อยๆ

เขาคิดในใจว่า เส้นทางที่ไม่น่าเดินอย่างนี้จะต้องเดินอีกนานสักเท่าไหร่
เมื่อเขาคิดถึงเรื่องที่จะต้องขี่จักรยานผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยฝุ่นซึ่งปราศจาก
ต้นไม้และไม้ดอกอย่างนี้ไปตลอดชีวิต รู้สึกเสียความรู้สึกยิ่งนัก

วันหนึ่งเมื่อส่งจดหมายเสร็จ ขณะที่เดินทางกลับบ้าน ผ่านร้านดอกไม้ร้านหนึ่ง
จึงคิดขึ้นมาว่า “นั่นแหละ ใช่แล้ว”

เขาจึงเดินเข้าไปในร้าน แล้วซื้อเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกครั้ง
ที่ส่งจดหมาย เขาจะนำเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นโรยไปที่ริมถนน เป็นอย่างนี้จนวันเวลา
ผ่านไปจากวันเป็นเดือน เดือนแล้วเดือนเล่า ถนนที่ดูแห้งแล้งอับเฉา ก็เริ่มต้นมี
สีสันของดอกไม้ติดต่อกันไปตลอดสาย ฤดูร้อนก็มีดอกไม้ของหน้าร้อนขึ้นมา
ฤดูหนาวก็มีดอกไม้ของหน้าหนาว และไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็มีดอกไม้หน้านั้นขึ้นมา

ในความรู้สึกของคนในหมู่บ้าน ความรู้สึกสดชื่นแจ่มใสที่ได้รับจากมวลดอกไม้
ดีกว่าทุกเรื่องราวที่ไปรษณีย์นำข่าวมาให้

ทุกวันที่ต้องใช้เส้นทางที่ไม่ได้คลุกคลุ้งไปด้วยฝุ่นเหมือนก่อน
แต่เต็มไปด้วยมวลดอกไม้นานาพันธุ์ เขาขี่จักรยานไป เป่าปากเป็นเสียงเพลงไป
ไม่ใช่เป็นบุรุษไปรษณีย์คนเดิมที่โดดเดี่ยวและเคร่งเครียดอีกต่อไป

ชีวิตเหมือนความฝัน วันเวลาผ่านไปเหมือนติดปีกบิน
ไยไม่สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์
เพื่อประโยชน์สุขแก่ตนและสาธารณชนสืบไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Nov. 2006,02:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ที่มา คำคมจากละครเรื่อง ตี๋ตระกูลซ่ง (45)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Nov. 2006,05:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โห..คุณแสงดาว  พี่ชอบเรื่อง บุรุษไปรษณีย์ที่ปลูกดอกไม้ จังค่ะ  ถ้าคิดในแง่ที่ปลูกต้นไม้จริงก็น่าทำมากเลยนะคะ  พี่ชอบมากเลยเก็บเมล็ดดอกไม้ดอกหญ้าไปโปรยๆน่ะ  มะแหม่วๆ  มาโปรยเมล็ดพันธุ์ดอกไม้กันให้ทั่วเลยดีไหม?  

          แต่ถ้าคิดในอีกแง่หนึ่ง ว่าสิ่งใดที่เราควรทำ และอยากทำให้เป็นจริงก็น่าจะเริ่มต้นทำเสียแต่วันนี้นะคะ

          ขอบคุณคุณแสงดาวค่ะ   flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Nov. 2006,17:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (add @ 17 พย. 2006,17:13)
 มะแหม่วๆ มาโปรยเมล็ดพันธุ์ดอกไม้กันให้ทั่วเลยดีไหม? 

     

..มาแล้วค่ะพี่แอ๊ด มาช่วยโปรยเมล็ดพันธุ์ไว้แล้วค่ะ.. laugh1.gif



thankssign.gif ค่ะคุณแสงดาว xmas.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Nov. 2006,00:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะ พี่แอ๊ดและคุณแมวเหมียว

อยากจะนำเมล็ดพันธุ์มาโปรยด้วยเหมือนกัน
แต่เนื่องจากหน้าจอคอมพ์มีปัญหาเรื่องแสง
จึงไม่กล้านำภาพที่ถ่ายได้มาลง
เพราะดูจากคอมพ์แล้วมืดไปหมด
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Nov. 2006,01:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



                     อโหสิกรรม

ครั้งหนึ่งพระอาจารย์ท่านหนึ่งไปเยี่ยมผู้ป่วยหญิงใกล้ตายอายุเจ็ดสิบกว่าปีท่านหนึ่ง
นางไม่ยอมกิน และรู้สึกเครียดอย่างหนัก ไม่ใช่แค่เป็นทุกข์และปล่อยวางไม่ได้
นางยังเก็บความเคืองแค้นสามีที่อยู่ด้วยกันมากว่าห้าสิบปีอย่างฝังลึก

พระอาจารย์ได้พูดคุยและเล่าเรื่องราวต่างๆเพื่อโน้มน้าวให้จิตของนาง
ใด้คล้อยตามไปตามสิ่งที่พระอาจารย์พูด แต่ดูเหมือนนางจะไม่สนใจเลย
ยังคงเฝ้าพูดถึงความขุ่นเคืองและความเจ็บแค้นที่ต้องทนต่อสามีตลอดมา

พระอาจารย์เลยถามว่า “ชาติหน้าเจ้ายังจะแต่งงานกับสามีคนนี้อีกหรือเปล่า?”
นางได้ฟังอย่างนั้นแล้วรู้สึกนิ่งอึ้ง แล้วทำท่าว่าจะอยากฟังต่อไป

พระอาจารย์จึงพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุต้นผลกรรมในทางศาสนา
บุคคลในครอบครัวหรือบริวาร จะเป็นอย่างไร และปฏิบัติต่อตนเช่นใด
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ล้วนแต่มาจากแรงกรรมที่ส่งผลมาให้

และอุปนิสัยจำเพาะส่วนบุคคลเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ยาก
และตัวเราก็ไม่ใช่คิดแต่จะต้องไปเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
หรือว่าคอยแต่จะเก็บความโกรธเคืองเจ็บแค้นผู้อื่น

พระอาจารย์ถามต่อว่า “ฟ้าเป็นสีอะไร?”
“เป็นสีฟ้า” นางตอบ
“ต้นไม้เป็นสีอะไร?”
“สีเขียว”
“น้ำตาลมีรสชาติอะไร?”
“รสหวาน”

“สามีของเจ้าเป็นอย่างไร?”
นางหยุดคิดและตอบไม่ได้ ก็แสดงว่ายอมรับแล้วว่าเป็นอย่างไร?

พระอาจารย์พูดต่อว่า หากชาตินี้ไม่ได้จัดการให้เรียบร้อยถึงความสัมพันธ์นี้
ชาติหน้าเจ้าอาจจะต้องแต่งงานกับชายคนนี้อีก ลองทำจิตให้ยอมรับเขา
ไม่เก็บความเคืองโกรธไว้ในใจอีก ชาตินี้ได้พบกับคนๆนี้ เราควรจะยอมรับ
ถึงกรรมที่เราเคยก่อ แล้วอโหสิกรรมให้แก่กัน

เมื่อนางฟังจบ รู้สึกท่าทางของนางผ่อนคลายลง ความกระวนกระวายหายไป
กลายเป็นความสงบเข้ามาแทนที่ แล้วพูดว่า “ขอบคุณพระอาจารย์ที่มาเตือนสติ”
แล้วนางก็สิ้นลมไปอย่างสงบ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
แสงดาว Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 599
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Jul. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Nov. 2006,01:50 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

อ่านบทความด้านบนแล้ว ทำให้นึกถึงบทความหนึ่งซึ่ง
เป็นสิ่งตรงกับที่ปฏิบัติอยู่ จึงอยากจะคัดลอกมาให้ได้อ่านด้วย

มีเรื่องคนใกล้ตายเจริญสติจนเป็นพระอรหันต์ก่อนจิตดับอยู่ไม่น้อยครับ ท่านไม่ทำอะไรมาก แค่ไม่คำนึงถึงความกระสับกระส่าย ไม่กลัวตาย ตั้งสติกำหนดดูเฉพาะทุกข์ทางกาย ที่เดี๋ยวหนักบ้าง เดี๋ยวเบาบ้าง พอรู้ชัดว่าความทุกข์ไม่ใช่ตัวตน เป็นเพียงสภาวะทางธรรมชาติที่แปรปรวน เกิดได้ด้วยเหตุ ในที่สุดก็ต้องดับลงเป็นธรรมดา จิตใกล้ตายก็ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นได้ถึงที่สุด ไม่ห่วงไปข้างหลัง ไม่หวังไปข้างหน้า นั่นแหละจึงยกระดับเป็นพระอรหันต์ขีณาสพผู้หมดกิเลสองค์หนึ่ง

พระพุทธเจ้าท่านก็เคยตรัสไว้ ว่าวิธีส่งคนตาย ไม่มีอะไรดีไปกว่าทำให้เขาสบายใจ ปลดความหวง ความห่วงใยใดๆในโลกที่กำลังจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ยกจิตให้สูงถึงสวรรค์ และจูงจิตให้เห็นว่าแม้สวรรค์กับพรหมก็ไม่เที่ยง อยู่ที่นั่นแล้วเดี๋ยวก็ต้องจากไปที่อื่นอีก ต่างจากการไม่ยึดความมีความเป็นใดๆเลย ซึ่งนั่นแหละ หากความห่วงข้างหลังและความไม่หวังข้างหน้าแก่กล้าพอ จิตก็เป็นอิสระถึงที่สุดได้ครับ


หรือจะอ่านแบบเต็มๆได้ที่

http://dungtrin.com/newsletter/prepare115.htm





เวลาเจริญมรณสติมักนึกถึงคำสอนของหลวงปู่ดูลย์ที่ว่า

การปฎิบัติทั้งหลายที่เราพยายามปฏิบัติมา ก็เพื่อจะใช้เวลานี้เท่านั้น
เมื่อถึงเวลาที่จะตาย ให้ทำจิตให้เป็นหนึ่ง แล้วหยุดเพ่ง ปล่อยวางทั้งหมด
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
45 คำตอบนับตั้งแต่ 11 Nov. 2006,03:15 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 5<<12345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com