เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 7<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: --รางวัลซีไรท์--, =S.E.A. WRITE AWARD=< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Oct. 2002,19:55  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รีบเอาประวัติของ นิคม รายยวา มาลง จะได้ถึงนักเขียนคนโปรดของน้องหนูซะที คนนี้เขียนเรื่องโปรดของคุณ ๑๘๑๒ ด้วย คือ ตลิ่งสูงซุงหนัก

นิคม รายยวา

    

    นิคม รายยวา เกิดวันที่ 9 เมษายน ปี พ.ศ.2487 ที่ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัด สุโขทัย ได้รับการศึกษาชั้นมัธยม จากโรงเรียนเมืองเชลียง และจบการศึกษาได้รับปริญญา ตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานกับ บริษัทธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันปิโตรเลียม อยู่ในกรุงเทพฯ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วเปลี่ยนไป ทำงานอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มทางภาคใต้ ระยะหลังสนใจการเกษตรแบบคนต่างเมือง ลง มือทำสวนโกโก้โดยเซาะป่าเป็นร่อง ใช้แนวไม้เป็นร่มบังไพร โกโก้เสียหายหมดทั้ง 50,000 ต้น ปัจจุบันหันมาเรียนรู้จากเกษตรกรในท้องถิ่นดั้งเดิมเพื่อทำสวนยางพารา

   ตอนที่เรียนอยู่ธรรมศาสตร์ อยู่ในกลุ่ม “พระจันทร์เสี้ยว” ร่วมกับเพื่อนๆหลายคนที่มีบทบาทในวงการวรรณกรรมไทย เช่น วิทยากร เชียงกูล  สุชาติ สวัสดิ์ศรี  วีรประวัติ วงศ์พัวพันธ์ วินัย อุกฤษณ์ เธียรชัย ลาภานันท์ ฯลฯ เริ่มเขียนเรื่องสั้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 

พ.ศ. 2512 มีผลงานเรื่องสั้นชื่อ “คนบนต้นไม้” ได้ลงพิมพ์ในหนังสือ “ตะวัน” ในนามของ “นิคม กอบวงศ์” 
พ.ศ. 2513 เขียนเรื่องสั้น ขออย่ารู้เลย ลงใน วิทยาสารปริทัศน์ 
พ.ศ. 2525 เขียนเรื่องสั้นชื่อ “บ่ายแห่งหมอกควัน” ลงในวารสาร “แลใต้”
พ.ศ. 2526 นวนิยายเรื่องแรก เรื่องตะกวดกับคบผุ ใช้ชื่อว่า นิคม รายยวา
พ.ศ. 2527 รวมเรื่องสั้นพิมพ์เป็นเล่ม ชื่อ คนบนต้นไม้
         นอกจากนี้มี หนังสือเด็ก เรื่อง ของฝากแม่ สิ่งที่สวยงาม ปูเสฉวนในเปลือกหอยตีนช้าง เกาะใน เราจะปลูกกันใหม่ 


นามปากกา : นิคม กอบวงศ์, นิคม รายยวา

ผลงานที่ได้รับรางวัล

พ.ศ. 2513 เรื่องสั้นชื่อ “ขออย่ารู้เลย” ได้รับรางวัลที่สองจากบริษัทลองแมน
พ.ศ. 2526 นวนิยายเรื่องแรก เรื่องตะกวดกับคบผุ  ได้รับรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ
พ.ศ. 2527 นวนิยายเรื่อง ตลิ่งสูงซุงหนัก  ได้รับรางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ
พ.ศ. 2531 ได้รับรางวัลซีไรต์จากนวนิยายเรื่อง “ตลิ่งสูงซุงหนัก” และได้รับการ แปลเป็นภาษาอังกฤษชื่อ “High Banks, Heavy Log” โดย Richard C. Lair สำนักพิมพ์เพนกวินจัดจำหน่าย


     

ปัจจุบันสมรสกับนางกันยารัตน์ (คีรี) รายยวา
    มีบุตรชายและบุตรหญิงรวม 2 คน ชื่อ รวี รายยวาและรูป รายยวา

สำหรับข้อมูลในการเขียนนวนิยายเรื่องตลิ่งสูงซุงหนัก นิคม รายยวากล่าวว่า     

     " เรื่องนี้อยู่ในใจผมตั้งแต่อายุสิบหก…เมื่อตอนเป็นเด็ก บ้านผมอยู่ริมแม่น้ำยม เวลามองออกไปทางฝั่งโน้นก็จะเห็นตลิ่งสูง แล้วข้างบนก็มีซุงอยู่มากเลย มีช้างลากซุงทำงานกันอยู่แทบทุกวัน มีอยู่วันหนึ่งผมได้ยินเสียงช้างร้อง มันพยายามจะลากซุง ควาญช้างก็สับตะขอลงไป แล้วยังไงก็ไม่ทราบ ตลิ่งพัง ภาพนี้ประทับใจและมีอะไรบางอย่างที่น่าจะเอามาใช้ได้ ก็เลยลองเขียน เขียนไปเขียนมาเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะบอกอะไร เราก็เก็บเอาไว้ เขียนใส่สมุดสองสามบรรทัดว่า ช้างตกตลิ่ง เก็บไว้จนกระดาษขาด ผ่านมาหลายปี จนกระทั่งเรียนหนังสือออกมาทำงานทำการ ไปเห็นช้างไม้ตัวใหญ่ใหญ่ เจ้าของบอกว่าใช้เวลาแกะสลักหลายปี แล้วแพงกว่าช้างจริงๆ เสียอีก ก็ได้แต่สะท้อนใจ แล้วได้ไปเห็นเขาสตั๊ฟฟ์สัตว์อีก เราเลยคิดว่าเรามีอะไรบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ มาเห็นโน้ตเก่าๆ บนกระดาษขาดๆ ก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน…"


     ตลิ่งสูง ซุงหนัก เป็นเรื่องของช้างกับคนซึ่งรักผูกพันกันมาก คำงายรักพลายสุดซึ่งเป็นช้างที่พ่อมีความจำเป็นต้องขายไปเพื่อเอาเงินมารักษาตัว เพราะเขาไม่มีทางเลือก ถึงแม้จะเสียดายและเฝ้าคิดถึง ต่อมาคำงายบุตรชายซึ่งรักพลายสุดมากได้แกะสลักช้างไม้ที่สง่างามเหมือนพลายสุด เขาอุทิศทั้งกายและใจทั้งหมดในการแกะช้างไม้นั้น และในขณะเดียวกันเขาก็คิดว่าเป็นวิธีเดียวที่เขาจะได้ใกล้ชิดช้างที่เขารัก เขาจึงได้สมัครเป็นควาญช้างรับจ้างพ่อเลี้ยงโดยรับเป็นควาญของพลายสุดรับจ้างลากซุง เขาเกิดความคิดว่า มิใช่พลายสุดเท่านั้นที่ลากซุง เขาเองและทุกชีวิตต่างก็กำลังลากซุงด้วยกันทั้งนั้นเพราะความอดอยาก หิวโหย เขาพยายามทำงานอย่างขยันขันแข็งต่อไปและหวังว่าวันหนึ่งจะได้พลายสุดกลับคืนมา โดยแลกกับช้างไม้ที่เขาพยายามแกะสลัก แต่ในที่สุดได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ร่างคำงายได้ถูกซุงบดทับทำให้สิ่งที่เขาคิดไว้กลายเป็นความฝัน


     ผลงานเรื่อง "ตลิ่งสูง ซุงหนัก" ของ นิคม รายยวา ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการตัดสินว่า "เป็นเรื่องของคนผู้แสวงหาความหมายและคุณค่าของชีวิต และพบว่า ทุกคนมีการเกิดและความตายอย่างละหนึ่งหนเท่ากัน แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างกลางนั้นเป็นชีวิต เราต้องหากันเอาเอง…" ในขบวนการแสวงหานี้ตัวละครเอก คือ คำงาย ก็ได้ตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต โดยเห็นว่า "คนเรานั้นมัวแต่รักษาซากที่ไม่มีชีวิต ไม่เคยรักษาชีวิตที่อยู่ในซากเลย " คำงายจึงเลือกรักษาชีวิตโดย "เลี้ยงมัน รักมัน ถนอมมัน" และเห็นความสัมพันธ์โยงใยระหว่างชีวิตทั้งหลาย


"เขาขยับตาขอในมือ ขณะสะกิดช้างออกเดิน แล้วพลายสุดล่ะ เขาคิด ทำไมมันต้องลากซุง มันน่าจะออกไปเก็บหญ้า เก็บลูกไม้กินอยู่ในป่า ไม่ต้องตรากตรำอย่างนี้ มันกลัวอะไร ใครบังคับมัน

ตาเขามองลงกระพองหัว เห็นรอยแผลเก่าอยู่หลายแห่ง มันโดนยับเหมือนกัน เขาคิด แล้วหันมาดูตาขอในมือ หรือว่ามันกลัวอ้ายนี้ เขาหัวเราะขำ ท่าจะจริง พอมันกลัวและยอมจนเคยชิน นานเข้าถึงไม่มีตาขอ มันก็ยอม

ฉันก็เหมือนกับพลายสุด เขาคิด กลัวตาขอจนเคยชิน ไม่ทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม แต่ตาขอที่ฉันกลัว มันมองไม่เห็นหมือนกับตลิ่งหน้าน้ำท่วม

เขามองกลับไปข้างหลัง เห็นซุงกำลังครูดดินตามมา คนอื่นเขาต้องลากซุงอย่างฉันหรือไม่นะ มันจะเป็นอย่างไร ถ้าซุงข้างหลังฉันเกิดมองไม่เห็นขึ้นมา พลายสุดกับฉันกำลังโก้งโค้งตัวงออยู่กลางแดด คนอื่นที่มองดูคงหัวเราะตาย ........

ขณะลากซุงจนตัวกลมอยู่กลางแดด น้ำหนักถ่วงข้างหลัง เขาเหงื่อโชก อ่อนเพลีย จะทำไงได้ เขาคิด มันหนัก แต่ฉันก็ลากมัน จะทุกข์หรือสุข ดีใจหรือเสียใจ ฉันก็ต้องลาก .... "

บางตอนจาก ตลิ่งสูงซุงหนัก 


ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ100 นักประพันธ์ไทย ผศ. ประทีป เหมือนนิล

นิคม รายยวา
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Oct. 2002,23:30 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เข้ามานั่งรอ "ใบไม้ที่หายไป" ค่ะ อันที่จริงนู๋เป็นคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ วรรณกรรม หรือบทกวี ใดๆ เลยค่ะ นักเขียนและงานเขียนที่น้าแอ๊ดนำมาลงนู๋ยังไม่คุ้นหูเลยด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ชอบคุณจิระนันท์เป็นพิเศษ ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเป็นส่วนตัวด้วยซ้ำ รู้แต่ว่าเธอเคยเป็นนิสิตที่เคยเข้าป่า แต่พอได้ยินหรือได้เห็นชื่อนี้ที่ไหน มันมีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นมา นู๋อยากจะบอกน้าแอ๊ดว่าเหมือนกับคลื่นที่จูนเข้าหากันได้ ไม่รู้ว่าคุณจิระนันท์จะเคยฝันถึงนู๋หรือเปล่า แต่บ่อยครั้งที่นู๋ฝันเห็นเธอ นู๋ลงทุนซื้อหนังสือ "ใบไม้ที่หายไป" ซึ่งปกติหนังสือพวกนี้ไม่ได้กินตังค์นู๋หร๊อกกก หนังสือเล่มนี้อ่านก็ไม่รู้เรื่อง รู้สึกว่าจะเป็นกวีชั้นสูงซึ่งนู๋เข้าไม่ถึง แต่หนังสือเล่มนั้นกลับถูกเก็บไว้อย่างดีที่ตู้หนังสือบ้านแม่..แปลกไม๊คะ..น้าแอ๊ด ic-17.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
๑๘๑๒ Search for posts by this member.
เพิ่งมาใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 46
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2002,03:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณอีกครั้งครับ  อ่านประวัติของนักเขียนเกือบทุกท่านแล้ว  บางท่านก็ต่างไปจากที่เคยจิตนาการไว้  รู้สึกประทับใจมากครับ

บุญคุณ วรรณกรรม ล้ำเลอค่า
ทุราธวา อ่อนล้า ได้อาศัย
สัมโมทนียกถา โลมใจ
หนทางไกล เพียงใด ไม่อาทร
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
Din Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 137
เข้าร่วมเมื่อ: 01 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2002,07:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพิ่งเข้าไปอ่านประวัติของท่านอังคารมาครับ  bigsmile.gif  
เจอชื่อหนังสือลำนำภูกระดึง  ก็เลยนึกได้ว่าเคยอ่านนานมาแล้ว  ประทับใจว่าบทกวีดีมากครับ  แปลกใจที่เดี๋ยวนี้ ทำไมไม่ค่อยชอบอ่านพวกกวีนิพนธิ์แบบนี้แล้วครับ  เป็นเพราะไม่มีเวลามากเหมือนสมัยเป็นนักศึกษาหรือว่าไม่มีสมาธิหรือเปล่าน้อ  สงสัยตัวเองขอรับ  bigsmile.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Oct. 2002,04:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณดินเปลี่ยนไปชอบ งานเขียนแบบอื่นรึเปล่าคะ?


จิรนันท์ พิตรปรีชา


     
ดอกไม้ ดอกไม้ จะบาน  บริสุทธิ์ กล้าหาญ จะบานในใจ
สีขาว หนุ่มสาวจะไฝ่    แน่วแน่แก้ไข จุดไฟศรัทธา
เรียนรู้ ต่อสู้มายา      ก้าวไปข้างหน้า เข้าหามวลชน
ชีวิต อุทิศยอมตน      ฝ่าความสับสนเพื่อผลประชา
ดอกไม้บานให้คุณค่า   จงบานช้าๆทว่ายั่งยืน 
ที่นี่และที่อื่นๆ         ดอกไม้สดชื่น...ยื่นให้มวลชน


    จิระนันท์ พิตรปรีชา เกิด เมื่อวันที่ 25 เดือนกุมภาพันธ์ 2498 ที่ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เป็นบุตรสาวคนเดียวในจำนวนพี่น้อง 3 คน  มารดาเคยเป็นครูแล้วลาออกมาเปิดร้านขาย เครื่องเขียน แบบเรียน และหนังสือ ชื่อ ร้านสิริบรรณ

    เรียนชั้นประถมและมัธยมที่จังหวัดตรัง และมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม ที่โรงเรียนสาธิตวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ที่กรุงเทพฯ  เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-5 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 

    พ.ศ. 2515 – 2518 เรียนคณะวิทยาศาสตร์ (แผนกเตรียมเภสัชศาสตร์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

    พ.ศ 2524 ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา สำเร็จปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขารัฐศาสตร์ และศึกษาต่อจนจบในระดับปริญญาเอก ในสาขาประวัติศาสตร์    
    


    เนื่องจากชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านขายหนังสือ จึงสนใจงานเขียนมาตั้งแต่ชั้นประถม เริ่มเขียนกลอนในช่วงเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด และประสบความสำเร็จเบื้องต้นได้รับรางวัล ในการประกวดกลอนเรื่อยมา ส่งงานกลอนไปลงตามนิตยสาร ชัยพฤกษ์ และ วิทยาสาร 

    เมื่อปี 2515 ถูกเลือกให้เป็นดาวจุฬาและวุ่นวายกับกิจกรรมชมรมต่างๆอยู่พักหนึ่ง ก็เกิดสงสัยในคุณค่าของระบบการศึกษาและสังคมมหาวิทยาลัย จึงผันตัวเองมาร่วมกิจกรรมการเมืองแบบกลุ่มอิสระที่เริ่มต่อตัวในยุคนั้น  จึงได้มีโอกาสรู้จักกับ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ผู้นำนักศึกษาในยุคนั้น จนกลายเป็นความรักในที่สุด

    หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 บทบาทและชื่อเสียงของจิระนันท์เป็นที่รับรู้ไปทั่ว งานเขียนในรูปของบทกวีบางชิ้นได้กลายเป็นหนึ่งในวรรคทองของยุคประชาธิปไตย แต่สภาพการณ์ทางการเมืองที่เริ่มพลิกกลับในปีถัดมา มีส่วนผลักดันให้จิระนันท์ต้องตัดสินใจ "เข้าป่าจับอาวุธ" พร้อมๆกับคู่ชีวิตเสกสรรค์ ประเสริฐกุล และได้เขียนผลงานฉันทลักษณ์ภายตามประพันธ์ "บินหลา นาตรัง"  ช่วงชีวิตที่อยู่ในป่ามีบุตรชายคนแรกชื่อ แทนไท  เขาทั้งสองตัดสินใจออกจากป่าเข้ามาสู่เมืองและยุติบทบาททางการเมืองเมื่อปี พ.ศ.2523  และเดินทางไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา  มีบุตรคนที่สองชื่อ วรรณสงิห์

            
ผลงานที่ตีพิมพ์และรางวัลที่ได้รับ

   

     
-พ.ศ. 2532  ได้นำบทกวีมารวมเล่ม ชื่อ ใบไม้ที่หายไป  ซึ่งได้รับรางวัล ซีไรท์  ประเภทกวีนิพนธ์ เมื่อ ปี 2532
-แปลบทกวีของ คิม ซีฮาร์
-งานเรียบเรียง ลูกผู้ชายชื่อ นายหลุยส์
-เรื่องแปล  โจรร้ายทั้งห้า ห้องสีเหลืองกับผู้หญิงคนนั้น และบทบรรยายภาพยนตร์ต่างประเทศ จำนวนมาก 
-สารคดี โลกที่สี่ อีกหนึ่งฟางฝัน 
-รวมบทความเกี่ยวกับภาพยนตร์ หม้อแกงลิงชะโงกดูเรา 

-อีกหนึ่งฟางฝัน...บทบันทึกแรมทาง จาก จิระนันท์ พิตรปรีชา 2549

นามปากกา จิระนันท์ พิตรปรีชา และ บินหลา นาตรัง

ข้อมูลจากหนังสืิอ 100 นักประพันธ์ไทย ของ ผศ. ประทีป เหมือนนิล
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2002,00:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะน้าแอ๊ด
งานเขียนของเธอน้อยจังนะคะ เรื่องแปล "ห้องสีเหลืองกับผู้หญิงคนนั้น" ฟังชื่อแล้วน่าอ่านค่ะ น้าแอ๊ดพอจะมีเรื่องราวคร่าวๆ บ้างไม๊คะ? อ้อ ขอเรื่อง "ตลิ่งสูง ซุงหนัก" ด้วยค่ะ เป็นรู้เป็นไง ชักอยากจะอ่านซะแร้วววว ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2002,00:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณจิระนันท์  มีหนังสือรวมเล่มน้อย  ปัจจุบันก็มีงานแปลวรรณกรรมต่างประเทศ บ้าง  แต่ที่หลักๆ คือ  บทบรรยายภาพยนตร์ (subtitle)ซึ่งเป็นภาพยนตร์ใหญ่ๆ เช่น  Shakespere  in  Love (หนังรางวัล ออสการ์)  Les  Miserable (เหยื่ออธรรม)  ภาพยนตร์วรรณกรรมต่างๆ ต้องฝีมือระดับคุณจิระนันท์จึงจะแปลได้สละสลวย  

   ส่วนหนังสือตลิ่งสูงซุงหนัก  ก็เป็นเรื่องราวของชีวิตคนลากซุงและช้าง  น้าแอ๊ดว่า  น้องหนูจะไม่ชอบเรื่องนี้แน่นอน (ลองอ่านที่ยกตัวอย่างมาให้ในประวัติ นิคม  รายยวา )  เพราะเป็นเรื่องที่อ่านแล้วต้องคิด  เหมาะกับคุณ ๑๘๑๒  มากกว่า  

   อย่างน้องหนูถ้าอยากอ่านหนังสือซีไรต์สักเรื่อง น่าจะอ่านของ  อัศสิริ  ธรรมโชติ  จะเป็นเรื่องสั้น  ใช้ภาษาไพเราะ  แต่เรื่องไม่ซับซ้อน หรือไม่ก็อ่านของ ปราบดา หยุ่นไปเลย  ทันสมัยดี  

   อ้อ...เรื่องสั้นของเสกสรรค์  ประเสริฐกุล  เขียนหักมุมได้ค่อนข้างดีทุกเรื่อง  ลองหาอ่านดู  สำนวนก็เฉียบคมดี
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2002,01:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จ๊ากกกกก น้าแอ๊ดหาว่านู๋อ่านแล้วไม่คิด เหอๆ crying1.gif
ทำไมน้าแอ๊ดถึงว่านู๋ไม่เหมาะกับ "ตลิ่งสูง ซุงหนัก" ล่ะคะ
แล้วทำไมถึงเหมาะกับงานเขียนของ อัศสิริ  ธรรมโชติ
หรือปราบดา หยุ่น ล่ะคะ แหม! ชักอยากจะรู้แล้วสิ
น้าแอ๊ดมองภาพนู๋เป็นยังไงคะ นะๆ ๆ บอกหน่อยค่ะ
อยากรู้ว่า น้าแอ๊ด จะทายแม่นอ่ะป่าว? สงสัยเป็นหมอดูแหง๋เลย อิอิ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 29
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2002,02:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โอ..ขอโทษที่เขียนแล้วสื่อความหมายผิดไป 
  พวกนวนิยายเรื่องสั้นนี่ บางประเภทเขาก็เขียนแบบตรงไปตรงมา แบบเล่าเรื่อง บางเรื่องก็เขียนเป็นปรัชญา ให้เราคิด บางเรื่องเราอ่านจนจบแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะบอกอะไรแก่เรา ต้องกลับไปอ่านใหม่ เรื่องที่ได้รางวัลหลายเรื่องเป็นแบบหลังนี้ ไม่ได้หมายถึงรางวัลซีไรท์เพียงอย่างเดียว พวกหนังสือรางวัลโนเบล หลายเรื่องก็มีลักษณะเช่นนี้ เช่น เรื่องจ้าวแห่งแมลงวัน (รางวัลโนเบล) หรือแม้แต่ คนนอก ของอัลแบร์ กามู (รางวัลโนเบลที่เคยพูดถึง ในไทยอ็อคโทเบอร์) 

  น้าแอ๊ดอ่านหนังสือพวกนี้ ยังคิดแล้วคิดอีก น้าแอ๊ดอ่านได้ แต่ไม่ชอบ คนที่ชอบหนังสือประเภทนี้ เท่าที่น้าแอ๊ดรู้จักก็ต้องเป็นอย่าง คุณ ๑๘๑๒ และคุณ คนนอก ชอบครุ่นคิด ชอบค้นคว้า  ชอบปรัชญา

  แต่น้องหนูเป็นคนรุีนใหม่ที่ทันสมัย น้าแอ๊ดจึงเข้าใจเอาเองว่า น้องหนูจะไม่ชอบ เพราะการเดินเรื่องจะยืดยาด ใช้การคิดคำนึงของตัวละครเป็นหลักมากกว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วเรื่องของเขาจะเขียนยาว ไม่เหมือนเรื่องสั้น ที่เราอ่านแล้วก็จบในเวลาอันรวดเร็ว 

  อัศศิริ เขียนเรื่องสั้น เหมือนเขียนกลอน น้องหนูชอบเขียนกลอน (เห็นชอบบ่น) ก็น่าจะชอบ ปราบดา หยุ่น เป็นตัวแทนแห่งความทันสมัยของนักเขียนยุคใหม่ มีความแปลกประหลาดในงานเขียนของเขา น้องหนูชอบความทันสมัย จึงน่าจะชอบงานเขาบ้าง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 30
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2002,13:32 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ว๊า..น้าแอ๊ดทายไม่ค่อยแม่นเลยค่ะ(แต่ก็ถูกบางส่วนนะคะ) ที่จริงนู๋ไม่ได้ชอบความทันสมัยและไม่ได้ชอบอ่านพวกกลอนค่ะ ถ้าอ่านผ่านๆ ก็พอได้ แต่เท่าที่น้าแอ๊ดโพสท์มา นู๋รู้สึกว่าจะชอบอ่านประเภทของเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
68 คำตอบนับตั้งแต่ 23 Aug. 2002,08:40 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 7<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com