เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 4<<1234>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ตัวหนังสือไทย (หอมมรดกไทย)< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Jun. 2005,01:01  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มาตราวัดความยาว
      ค   อนึ่งโสดนับมีสามแท้ นับด้วยวัดแล ด้วยตวงด้วยชั่งเป็นสาม
      ค  โยชน์หนึ่งสี่ร้อยเส้นตาม เส้นหนึ่งโดยความ ยี่สิบวาอย่าสงไสย
      ค วาหนึ่งสี่สอกบอกไว้ สอกหนึ่งท่านใช้ สองคีบไซร้ตามมีมา
      ค คืบหนึ่งสิบสองนิ้วหนา นิ้วหนึ่งท่านว่า สี่กระเบียดจงจำเอา
      ค กระเบียดหนึ่งสองเมล็ดเข้า เมล็ดเข้าหนึ่งเล่า แปดตัวเหาจงรู้รา
      ค ตัวเหาหนึ่งนั้นท่านว่า แปดไข่เหาหนา ไข่เขาหนึ่งแปดเส้นผม
      ค เส้นผมหนึ่งนั้นนิยม แปดธุลีลม ธุลีหนึ่งแปดอณูนา
      ค   อณูหนึ่งนั้นพึงรู้หนา ท่านใช้กันมา ว่าแปดปรมาณูแล
มาตราวัดพื้นที่
      ค หนึ่งนานับโดยกว้างแท้ ยี่สิบวาแล ยาวยี่สิบวาเป็นไร่
      ค ถ้าโดยกว้างห้าวาไป ยาวเส้นหนึ่งไซร้ เป็นงานหนึ่งพึงจดจำ
      ค สี่งานท่านประสมทำ เป็นไร่หนึ่งกำ หมดไว้ให้ดีดังว่ามา
มาตราวัดปริมาตร
      ค ไม้หน้ากว้างสอกหนึ่งหนา ยาวสิบหกวา เป็นยกหนึ่งพึงจำไว้
      ค นับด้วยวัดอย่างนี้ไซร้ นับด้วยตวงไป จงนับใช้ดังนี้นา
      ค เข้าเกวียนหนึ่งนั้นท่านว่า ห้าตะล่อมหนา ตะล่อมหนึ่งยี่สิบสัด
      ค สัดหนึ่งยี่สิบทะนานชัด ทะนานหนึ่งสังกัด สองจังออนจงจำไว้
      ค จังออนหนึ่งสี่กำมือได้ กำมือหนึ่งไซร้ สี่ใจมือตามมีมา
      ค ใจมือหนึ่งนั้นท่านว่า ร้อยเมล็ดเข้าหนา นับด้วยตวงเพียงนี้แล
มาตราวัดน้ำหนัก
      ค ทองภาราหนึ่งแท้ ยี่สิบดุนแน่ ดุนหนึ่งยี่สิบชั่งนา
      ค ชั่งหนึ่งยี่สิบตำลึงหนา ตำลึงหนึ่งรา สี่บาทถ้วนจงจำไว้
      ค บาทหนึ่งสี่สลึงไทย สลึงหนึ่งท่านใช้ สองเฟื้องจงจำไว้นา
      ค  เฟื้องหนึ่งนั้นสี่ไพหนา ไพหนึ่งท่านว่า สองกล่ำจงกำหนดไว้
      ค   กล่ำหนึ่งสองกล่อมตามใช้ กล่อมหนึ่งลงไป สองเมล็ดเข้าตามมีมา
      ค อันนี้นับด้วยชั่งหนา จงเร่งศึกษา เป็นสามประการวิธี
มาตรานับวันเวลา
      ค  หนึ่งโสดปีตามชื่อมี อยู่สิบสองปี นับชวดเป็นต้นไปนา
      ค  ปีชวดเป็นชื่อหนูนา ปีฉลูโคนา ปีขานเป็นเสือสัตว์ไพร
      ค ปีเถาะเป็นกระต่ายไซร้ มโรงงูใหญ่ มเส็งงูเล็กแลนา
      ค  มะเมียเป็นชื่อมิ่งม้า มแมแพะหนา วอกว่าลิงระกาไก่
      ค จอสุนักข์ กุญหมูไซร้ สิบสองปีได้ โดยนิยมดังกล่าวมา
           ค ปีหนึ่งสิบสองเดือนหนา สิบสามบ้างรา นับเดือนห้าเป็นต้นไป
           ค แล้วเดือนหกเดือนเจ็ดไซร้ เดือนแปดเก้าไป เดือนสิบเดือนสิบเอ็ดมา
           ค   เดือนสิบสองเดือนอ้ายหนา เดือนญี่สามมา เดือนสี่เป็นสิบสองไป
           ค   ปีใดอธิกมาศใส่ เดือนเข้าอีกไซร้ ปีนั้น สิบสามเดือนนา
           ค   เดือนหนึ่งนั้นสองปักษ์หนา คือข้างขึ้นมา ข้างแรมเป็น สองปักษ์ไป
           ค ข้างขึ้นสิบห้าวันได้ ข้างแรมท่านใช้ สิบห้า สิบสี่วันบ้าง
           ค   เดือนใดเป็นเดือนขาดค้าง ข้างแรมท่านวาง สิบสี่วันตามวิไสย
                ค   เพราะดังนี้เดือนถ้วนได้ วันสามสิบไป เดือนขาดยี่สิบเก้าวัน
                ค   เดือนหกถ้วน เดือนห้านั้น เป็นเดือนขาดพลัน ทั้งสิบสองเดือนเปลี่ยนไป
                ค  จึงมีเดือนถ้วนหกเดือนได้ เดือนขาดเล่าไซร้ ก็ได้หกเดือนเหมือนกัน
                ค   ถ้ามีอธิกมาศนั้น เดือนแปดสองปัน เดือนถ้วนจึ่งเป็นเจ็ดนา
                ค   วันมีชื่อเจ็ดวันหนา วันอาทิตย์มา วันจันทร์วันอังคารนี้
                ค   วันพุฒวันพฤหัสบดี วันศุกร์ศักดิ์ศรี วันเสาร์ครบ เสร็จเจ็ดวัน
                ค   กลางวันกลางคืนควบกัน ท่านนับเป็นวัน หนึ่งควรจะใส่ใจจำ
                ค วันหนึ่งนั้นแปดยามย่ำ กลางวันท่านกำ หนดไว้ว่าสี่ยามมี
                ค   กลางคืนก็นับยามสี่ วันกับราตรี จึงเป็นแปดยามตามใช้
                ค ยามหนึ่งสามนาลิกาไซร้ นาลิกา ท่านใช้ กลางวันเรียกว่าโมงนา
                ค   กลางคืนเรียกว่าทุ่มหนา นาลิกาหนึ่งรา ได้สิบบาด ท่านบอกไว้
                ค บาดหนึ่งสี่นาทีไทย นาทีหนึ่งได้ สิบห้าเพ็ชชะนาที
                ค   เพ็ชชะนาทีหนึ่งนี้ หกปราณด้วยดี ปราณหนึ่งสิบอักษรไซร้
                ค   ปีหนึ่งมีนับวันได้ สามร้อยวันไป กับห้าสิบสี่วันวาร
                ค   ปีใดท่านเพิ่มวันกาล เป็นอธิกวาร เพิ่มเข้าอีกวันหนึ่งนา
                ค   ปีนั้นวันสามร้อย หนา กับห้าสิบห้า วันตามที่โลกยินยล
                ค    ถ้าปีอธิกมาศปน เดือนแปดสองหน ปีนั้นมีวันมากรา
                ค    นับวันได้ สามร้อยหนา กับแปดสิบห้า วันยิ่งตามโหรนิยมไว้
ฤดูกาลทั้งสาม
      ค  อนึ่งฤดูมีสามไซร้ คือเหมันต์ไป คิมหันต์ วัสสานะนา
      ค  เดือนสิบสองแต่แรมมา เดือนสี่เพ็ญหนา สี่เดือนนี้ชื่อเหมันต์
      ค แต่แรมเดือนสี่จนวัน เพ็ญเดือนแปดนั้น สี่เดือนนี้คิมหันต์นา
      ค  แรมค่ำหนึ่งเดือนแปดมา ถึงเพ็ญวารา กะติกะมาศจงรู้
      ค  สี่เดือนล้วนวัสสานะฤดู แบบโหรเป็นครู ว่าตามศศิโคจร
ทิศทั้งแปด
      ค  ทิศแปดปันโดยนามกร คือทิศบูรพ์ก่อน เป็นทิศตะวันออกนา
      ค แล้วอาคเณย์ทิศา ทักษิณนี้หนา เป็นทิศข้างใต้ตามมี
      ค   แล้วต่อไปทิศหรดี จึงประจิมนี้ เป็นทิศตะวันตกหนา
      ค   แล้วจึงทิศพายัพมา ทิศอุดรรา เป็นทิศด้านเหนือจง จำ
      ค แล้วทิศอิสาณสำ เหนียกให้ แม่นยำ ปันทิศแปด คงตรง
พายัพ        อุดร        อิสาณ

ประจิม        ทิศ         บูรพ์

หรดี         ทักษิณ       อาคเณย์

ค  จบมูลบทเบื้อง
เป็นปฐมควรสถิตย์
เป็นแบบสั่งสอนศิษย์
ความที่รุกลับอ้น บรรพกิจ
ที่ต้น
สายสืบ ไว้นา
อัดอั้นออกขยาย

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 12
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Jun. 2005,01:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

[ข้อเตือนใจในหนังสือแบบเรียนเร็ว

กิจวัตรประจำวันของนักเรียน

     เราต้องตื่นขึ้นล้างหน้าเวลาเช้า พันผมเฝ้าพึงชำระให้สะอาด
เราจงทำหน้าที่กระวีกระวาด ไม่ต้องคาดคั้นเตือนเรื่องเรือนชาน
แล้วรีบไปให้ทันโรงเรียนเข้า เลิกแล้วเรามุ่งหน้ากลับมาบ้าน
ช่วยพ่อแม่เก็บงำและทำงาน ว่างก็อ่านคัดเขียนเล่าเรียนเอย

กิจวัตรประจำวันของเด็กนักเรียน
     ทำเทียบเปรียบเอาว่า เราเป็นนาฬิกาเอง เข็มบ่งชี้ตรงเผง และราบรื่นทุกคืนวัน
ย่ำรุ่งสะดุ้งตื่น โดยแช่มชื่นลุกขึ้นพลัน  อาบน้ำชำระฟัน ขัดโสมมผมเผ้าหวี
โมงเช้าเข้าแต่งตัว เครื่องเรียนทั่วทุกอย่างมี  เตรียมไปให้ทันที ที่พวกเราเข้าเรียนกัน
ตอนบ่ายหมายสิบหน้า นาฬิกามุ่งมาพลัน ถึงเหย้าเราขยัน หยิบงานทำโดยจำนงค์
ว่าด้วยช่วยแม่พ่อ สิบเจ็ด น พอแล้วลง  อาบน้ำค่ำแล้วจง ฟื้นความรู้ที่ครูสอน
เล่าเรียนเขียนอ่านพอ ยี่สิบ น ก็เข้านอน  

ข้อคำนึงถึงประเทศ
     สยามงามอุดม ดินดีสม เป็นนาสวน เพื่อนรักเราชักชวน ร่วมช่วยกัน มุ่งหมั่นทำ
วิชาต้องอาศัย เป็นหลักได้ ใช้ช่วยนำ ให้รู้สู่ทางจำ ค้นคว้าไว้ ให้มากมาย
ช่วยกันอย่างขันแข็ง ด้วยลำแข้ง ลงแรงกาย ทำไปไม่เสียดาย แม้อาบเหงื่อ เพื่อแลกงาน
ดั่งนี้มั่งมีแท้ ร่มเย็นแน่ หาไหนปาน โลกเขาคงเล่าขาน ถิ่นสยาม นี้งามเอย

แนวทางดำเนินชีวิต
     ในวัยเด็กเล็กอยู่จงรู้ว่า เรียนวิชาชั้นต้นจนจบสิ้น
แล้วเลือกเรียนวิชาเชิงหากิน ให้ถูกถิ่นถูกเวลาถูกท่าที
เมื่อโตไปได้ครองของทั้งสิ้น ทั่วทุกสิ่งที่มีในถิ่นที่
รู้จักกินรู้จักใช้เก็บให้ดี เมื่อแก่มีเจ็บไข้ได้ใช้เอย

การฝึกตนให้เป็นคนดี
     เราต้องปองฝึกฝนตนให้ตนเป็นคนดี  โดยข้อย่อ ๆ มีที่น่าจำควรคำนึง
หนึ่งนั้นคือหมั่นนึกน้อมรู้สึกระลึกถึง  พ่อแม่แลเราพึงรักลึกซึ้งสุดวันตาย
สองให้ใจโอนอ่อนหวังว่านอนสอนง่ายดาย  ฟังเชื่อผู้เชื้อสายเช่นยายย่าปู่ตาตน
สามจำทำให้ผู้รักเอ็นดูทุกหมู่ชน  ชมเห็นว่าเป็นคนมีกิริยาวาจาดี
สี่นี้มีใจหนักเยือกเย็นนักรู้จักมี ยับยั้งรั้งไว้ที่ไม่ใจน้อยคอยแต่ฉุน
ห้าให้มีใจเผื่อแผ่เอื้อเฟื้อและเจือจุน  กอบเกื้อเอื้ออุดหนุนเนื่องน้อมนำเหนี่ยวน้ำใจ
หกหรือคือรอบคอบระมัดรอบระวังไว  ก่อนจะทำอะไรให้คิดดูจนรู้ดี
เจ็ดนี้มีใจหวังในสิ่งดั่งตั้งใจมี มุ่งไว้ไม่หน่ายหนีทำเต็มที่มิหวาดหวั่น
แปดจะละหลบชั่วห่างจากตัวไม่พัวพัน สิ่งเล่นเป็นพนันหลีกแม่นมั่นหมั่นเก็บออม
เก้าให้ใส่ใจคือเราต้องซื่อชื่อจึงหอม คนชอบนิยมยอมวางใจย่อมนอบน้อมเอย

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 13
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Jun. 2005,01:55 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

icon_donot.gif บทนี้คุ้นหูนะคะคุณอิศรา ได้ยินบ่อยๆ thumbsup.gif

    สยามงามอุดม     ดินดีสมเป็นนาสวน
เพื่อนรักเราชักชวน      ร่วมช่วยกัน มุ่งหมั่นทำ
วิชาต้องอาศัย         เป็นหลักได้ใช้ช่วยนำ
ให้รู้สู่ทางจำ          ค้นคว้าไว้ให้มากมาย
ช่วยกันอย่างขันแข็ง     ด้วยลำแข้งลงแรงกาย
ทำไปไม่เสียดาย       แม้อาบเหงื่อเพื่อแลกงาน
ดั่งนี้มั่งมีแท้          ร่มเย็นแน่หาไหนปาน
โลกเขาคงเล่าขาน       ถิ่นสยามนี้งามเอย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Jun. 2005,03:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีคะคุณadd flower.gif พอดีวันนี้เป็นวันหยุดเลยมีเวลามีโพสส์ต่อคะ สบายดีไหมคะ
 
กลอนที่คุณadd หยิบยกมานั้นเมื่อสมัยเรียนคุณครู ให้ท่องก่อนกลับบ้านหลังเลิกเรียนทุกวันเลยคะ laugh1.gif นึกถึงสมัยเด็กๆอยากกลับไปป็นเด็กอีกครั้งคะ

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 15
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Jun. 2005,09:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

flower.gif สวัสดีค่ะน้าแอ๊ด คุณอิศรา และสมาชิกทุกๆ ท่าน

ตอนเรียนประถมคุณครูชอบให้หนูท่องบทอาขยานก่อนกินข้าวว่า

ในโลกนี้ยังมีคนที่จนยาก
แสนลำบากสารพัดยังขัดสน
อย่ากินทิ้งกินขว้างตามใจตน
สงสารคนอื่นเขาไม่มีกิน...

สาธุ....ขอบพระคุณสำหรับอาหารมื้อนี้
แล้ วลงมือกินข้าวได้wave.gif


--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jun. 2005,00:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีคะ คุณมะเหมี่ยว  flower.gif สมัยเรียนชั้นประถมจะต้องท่องบทอาขยานก่อนกลับบ้านทุกวันคะ ท่องจนขึ้นใจ นึกถึงภาพในวันเรียนอยากกับไปเป็นเด็กชั้นประถมอีกจังคะ laugh1.gif

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 17
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jun. 2005,00:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ข้อเตือนใจจากบทดอกสร้อย

           ใช้เป็นบทอาขยานสำหรับชั้นประถม สอนให้รู้จักพฤติกรรมตามธรรมชาติของสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทั้งคนและสัตว์ แล้วนำมาสู่คติสอนใจ พฤติกรรมตามธรรมชาติเหล่านั้น และเมื่อแต่งเรื่องออกมาในรูปของกวีนิพนธ์ทำให้ได้ทั้งอรรถรสทางภาษา ทั้งด้านคำและความหมาย ทำให้เรียนรู้ได้ง่าย จดจำไว้ได้นานตลอดไปโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก นอกจากนั้นยังนำมาใช้เป็นบทขับร้องในวิชาขับร้องอีกด้วย บทดอกสร้อยที่ได้เลือกสรรค์ และประมวลมาเป็นบทเรียนมีอยู่ดังนี้

เด็กน้อย

 ค เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน       จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย ฯ
ร้องลำฝรั่งรำเท้า

แมวเหมียว

 ค แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียวเหมียวเดี๋ยวก็มา       เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู
รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง ค่ำค่ำซ้ำนั่งระวังหนู
ควรนับว่ามันกตัญญู พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องรำแขกบริเทศ

ตั้งไข่

 ค ตั้งเอ๋ยตั้งไข่ จะตั้งใยไข่กลมก็ล้มสิ้น
ถึงว่าไข่ล้มจะต้มกิน ถ้าตกดินเสียก็อดหมดฝีมือ
ตั้งใจเรานี้จะดีกว่า อุตส่าห์อ่านเขียนเรียนหนังสือ
ทั้งวิชาสารพัดเพียรหัดปรือ       อย่าดึงดื้อตั้งไข่ร่ำไรเอย ฯ
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ ร้องรำลมพัดชายเขา

ซักส้าว

 ค ซักเอ๋ยซักส้าว ผลมะนาวทิ้งทานในงานศพ
เข้าแย่งชิงเหมือนสิ่งไม่เคยพบ ไม่น่าคบเลยหนอพวกขอทาน
ดูประหนึ่งขัดสนจนปัญญา มีทางหากินได้หลายสถาน
ประหลาดใจเหตุไฉนไม่ทำงาน       ประกอบการอาชีพที่ดีเอย ฯ
ร้องรำสารถีชักรถ

ตุ๊ดตู่

 ค ตุ๊ดเอ๋ยตุ๊ดตู่ ในเรี่ยวในรูช่างอยู่ได้
ขี้เกียจนักหนาระอาใจ มาเรียกให้กินหมากไม่อยากคบ
ชาติขี้เกียจเบียดเบียนแต่เพื่อนบ้าน       การงานแต่สักนิดก็คิดหลบ
ตื่นเช้าเราควรหมั่นประชันพลบ ไม่ขอคบขี้เกียจเกลียดนักเอย ฯ
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงนิพนธ์ ร้องลำวิลันตาโอด

นกกิ้งโครง

 ค นกเอ๋ยนกกิ้งโครง หลงเข้าโพรงนกเอี้ยงเถียงเจ้าของ
อ้อยอี๋เอียงอ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง       เจ้าของเขาว่าหน้าไม่อาย
แต่นกยังรู้ผิดรัง นักปราชญ์รู้พลั้งไม่แม่นหมาย
แต่ผิดรับผิดพอผ่อนร้าย ภายหลังจงระวังอย่าพลั้งเอย ฯ
พระยาพินิจสารา (ทิม) แต่ง ร้องลำนกกระจอกทอง

เรือเล่น

 ค เรือเอ๋ยเรือเล่น สามเส้นเศษวาไม่น่าล่ม
ฝีพายลงเต็มลำจ้ำตะบม ไปขวางน้ำคล่ำจมลงกลางวน
ทำขวาง ๆ รีรีไม่ดีหนอ เที่ยวขัดคอขัดใจไม่เป็นผล
จะก่อเรื่องเคืองข้องหมองกมล       เกิดร้อนรนร้าวฉานรำคาญเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำตวงพระธาตุ

นกเอี้ยง

 ค นกเอ๋ยนกเอี้ยง คนเข้าใจว่าเจ้าเลี้ยงซึ่งควายเฒ่า
แต่นกเอี้ยงนั้นเลี่ยงทำงานเบา แม้อาหารก็ไปเอาบนหลังควาย
เปรียบเหมือนคนทำตนเป็นกาฝาก       รู้มากเอาเปรียบคนทั้งหลาย
หนีงานหนักคอยสมัครงานสบาย จึงน่าอายเพราะเอาเยี่ยงนกเอี้ยงเอย ฯ
ร้องลำแขกไซ

ไก่แจ้

 ค ไก่เอ๋ยไก่แจ้ ถึงยามขันขันแซ่กระชั้นเสียง
โก่งคอเรื่อยร้องซ้องสำเนียง       ฟังเพียงบรรเลงวังเวงดัง
ถ้าตัวเราเหล่านี้หมั่นนึก ถึงคุณครูผู้ฝึกสอนสั่ง
ไม่มากนักสักวันละสองครั้ง คงตั้งแต่สุขทุกวันเอย ฯ
หม่อมเจ้าประภากร ทรงแต่ง ร้องลำนางนาค

จ้ำจี้

 ค จ้ำเอ๋ยจ้ำจี้ เพ้อเจ้อเต็มทีไม่มีผล
ดอกเข็มดอกมะเขือเจือระคน สับสนเรื่องราวยาวสุดใจ
เขาจ้ำแจวจ้ำพายเที่ยวขายของ       เร่ร้องตามลำแม่น้ำไหล
ชอบรีบแจวรีบจ้ำหากำไร จ้ำทำไมจ้ำจี้ไม่ดีเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำลิ้นลากระทุ่ม

กาดำ

 ค กาเอ๋ยกาดำ รู้จำรู้จักรักเพื่อน
ได้เหยื่อเผื่อแผ่ไม่แชเชือน รีบเตือนพวกพ้องร้องเรียกมา
ต่างกลุ้มรุมล้อมพร้อมพรัก น่ารักน้ำใจกระไรหนา
การเผื่อแผ่แน่ะพ่อหนูจงดูกา       มันโอบอารีรักดีนักเอย ฯ
นายแก้ว แต่ง ร้องลำขิมเล็ก

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 18
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jun. 2005,00:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

กาดำ

 ค กาเอ๋ยกาดำ รู้จำรู้จักรักเพื่อน
ได้เหยื่อเผื่อแผ่ไม่แชเชือน รีบเตือนพวกพ้องร้องเรียกมา
ต่างกลุ้มรุมล้อมพร้อมพรัก น่ารักน้ำใจกระไรหนา
การเผื่อแผ่แน่ะพ่อหนูจงดูกา       มันโอบอารีรักดีนักเอย ฯ
นายแก้ว แต่ง ร้องลำขิมเล็ก

แมงมุม

 ค แมงเอ๋ยแมงมุม ขยุ้มหลังคาที่อาศัย
สั่งสอนลูกรักให้ชักใย ลูกไกลไม่ทำต้องจำตี
ได้ความเจ็บแค้นแสนสาหัส       เพราะขืนขัดถ้อยคำแล้วซ้ำหนี
เด็กเอ๋ยเจ้าอย่าเป็นดังเช่นนี้ สิ่งไม่ดีครูว่าอย่าทำเอย ฯ
หลวงประชุมบรรณสาร (พิณ) แต่ง ร้องลำบทร้องไห้

กะเกย

 ค กะเอ๋ยกะเกย อย่าละเลยกุ้งไม้ไว้จนเหม็น
มากินข้าวเถิดนะเจ้าข้าวจะเย็น       ไปมัวเล่นอยู่ทำไมใช่เวลา
ถ้าถึงยามกินนอนผ่อนผัดนัก ก็ขี้มักเจ็บไข้ไม่แกล้งว่า
จะท้องขึ้นท้องพองร้องระอา ต้องกินยาน้ำสมอขื่นคอเอย ฯ
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำตะนาว

มดแดง

 ค มดเอ๋ยมดแดง เล็กเล็กเรี่ยวแรงแข็งขยัน
ใครกล้ำกลายมาทำร้ายถึงรังมัน       ก็วิ่งพรูกรูกันมาทันที
สู้ได้หรือมิได้ใจสาหัส ปากกัดก้นต่อยไม่ถอยหนี
ถ้ารังเราใครกล้ามาราวี ต้องต่อตีทรหดเหมือนมดเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง รำลำพัดชา

ตุ๊กแก

 ค ตุ๊กเอ๋ยตุ๊กแก ตับแก่แซ่ร้องกึกก้องบ้าน
เหมือนเตือนให้งูรู้อาการ น่ารำคาญเสียแท้ ๆ แส่จริงจริง
อันความลับเหมือนกับตับที่ลับแน่       อย่าตีแผ่ให้กระจายทั้งชายหญิง
ที่ควรปิดปิดไว้อย่าไหวติง ที่ควรนิ่งนิ่งไว้ในใจเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำสะสม

กระต่าย

 ค กระเอ๋ยกระต่าย มุ่งหมายเสาะหาแต่อาหาร
เผลอนิดติดแร้วดักดาน ลนลานเชือกรัดมัดต้นคอ
จะทำการสิ่งไรให้พินิจ อย่าคิดแต่ละโมภโลภลาภหนอ
เห็นแต่ได้ไขว่คว้าไม่รารอ       จะยื่นคอเข้าแร้วยายแก้วเอย ฯ
พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทัศน์นิภาธร ทรงนิพนธ์ ร้องลำตะลุ่มโปง

โพงพาง

 ค โพงเอ๋ยโพงพาง ทอดขวางตามลำแม่น้ำไหล
มัจฉาตาบอดลอดเข้าไป ติดอยู่ในข่ายขึงตรึงตรา
ตาบอดอยู่ประสาตัวตาบอด อย่าทำสอดตาเห็นเช่นว่า
ควรเสงี่ยมเจียมพักตร์รักกายา       อวดฉลาดพลาดท่าพาจนเอย ฯ

เจ้าการะเกด

 ค เจ้าเอ๋ยเจ้าการะเกด ขี่ม้าเทศถือกฤชจิตเจ้ากล้า
คอยระวังไพรีจะมีมา การรักษาหน้าที่ดีสุดใจ
อันถิ่นฐานบ้านช่องต้องรักษา หมั่นตรวจตราเย็นเช้าเอาใจใส่
อย่าเลินเล่อเผลอพลั้งระวังภัย       ถ้าหากใครมัวประมาทมักพลาดเอย ฯ
นายทัต เปรียญ แต่ง ร้องลำม้าย่อง

โมเย

 ค โมเอ๋ยโมเย ไปทะเลเมาคลื่นฝืนไม่ไหว
ให้อ่อนจิตอาเจียนวิงเวียนไป       พักอาศัยจอดนอนก็ผ่อนคลาย
อันเมาเหล้าเมายามักพาผิด และพาติดตนอยู่ไม่รู้หาย
จะเลื่องลือชื่อชั่วจนตัวตาย อย่าเมามายป่นปี้ไม่ดีเอย ฯ
นายแก้ว แต่ง ร้องลำจีนดาวดวงเดียว

เท้งเต้ง

 ค เท้งเอ๋ยเท้งเต้ง คว้างเคว้งอยู่ในลำแม่น้ำไหล
ไม่มีเจ้าของปกครองไป ต้องลอยตามน้ำไปโคลงเคลง
เหมือนใครลอยโลเลไม่ยุดหลัก       คนขี้มักกลุ่มรุมกันคุมเหง
ต่อความดีป้องตนคนจึงเกรง อย่าเท้งเต้งมดตะนอยจะต่อยเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำล่องเรือ

นกเขา

 ค นกเอ๋ยนกเขา  ขันแต่เช้าหลายหนไปจนเที่ยง
สามเส้ากุกแกมแซมสำเนียง เสนาะเสียงเพียงจะรีบงีบระงับ
อันมารดารักษาบุตรสุดถนอม สู้ขับกล่อมไกวเปลเห่ให้หลับ
พระคุณท่านซาบซึมอย่าลืมลับ       หมั่นคำนับค่ำเช้านะเจ้าเอย ฯ
พระยาพินิจสารา (ทิม) แต่ง ร้องลำเทพชาตรี

จันทร์เจ้า

 ค จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ใครขอข้าวขอแกงท้องแห้งหนอ
ร้องจนเสียงแห้งแหบถึงแสบคอ จันทร์จะขอให้เราก็เปล่าดาย
ยืมจมูกท่านหายใจเห็นไม่คล่อง จงหาช่องเลี้ยงตนเร่งขวนขวาย
แม้นเป็นคนเกียจคร้านพานกรีดกราย       ไปมัวหมายจันทร์เจ้าอดข้าวเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำพราหมณ์ดีดน้ำเต้า

ช้างพลาย

 ค ช้างเอ๋ยช้างพลาย ร่างกายกำยำล่ำสัน
กินไผ่ใบดกตกมัน ดุดันโดยหมายว่ากายโต
มนุษย์น้อยนักหนายังสามารถ       เอาเชือกบาศคล้องติดด้วยฤทธิ์โง่
อย่าถือดีดังช้างทำวางโต จะยืนโซติดปลอกไม่ออกเอย ฯ
นายแก้ว แต่ง ร้องลำชมดงนอกสามชั้น

จุ๊บแจง

 ค จุ๊บเอ๋ยจุ๊บแจง เจ้ามีแรงควักข้าวเปียกให้ยายหรือ
เห็นจะเป็นแต่เขาเล่าลือ จะยึดถือเอาเป็นจริงยังกริ่งใจ
ความเลื่องลือต่อต่อก่อให้วุ่น       อย่าเพ่อฉุนเชื่อนักมักเหลวไหล
ควรฟังหูไว้หูดูดูไป พกหินไว้มีคุณกว่านุ่นเอย ฯ
หลวงประสิทธิ์อักษรสาร (เทศ) แต่ง ร้องลำลองเรือ พระนคร

ดุเหว่า

 ค ดุเอ่ยดุเหว่า ฝีปากเจ้าเหลือเอกวิเวกหวาน
ผู้ใดฟังวังเวงบรรเลงลาญ น่าสงสารน้ำเสียงเจ้าเกลี้ยงกลม
เป็นมนุษย์สุดดีก็ที่ปาก ถึงจนยากพูดจริงทุกสิ่งสม
ไม่หลอนหลอกปลอกปลิ้นด้วยลิ้นลม       คนคงชมว่าเพราะเสนาะเอย ฯ
นายแก้ว แต่ง ร้องลำเขมรใหญ่

นกกระจาบ

 ค นกเอ๋ยนกกระจาบ เห็นใบพงลงคาบค่อยเพียรขน
มาสอดสอยด้วยจงอยปากของตน       ราวกับคนช่างพินิจคิดทำรัง
ช่างละเอียดเสียดสลับออกซับซ้อน อยู่พักร้อนนอนร่มได้สมหวัง
แม้นทำการหมั่นพินิจคิดระวัง ให้ได้ดังนกกระจาบไม่หยาบเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำตะลุ่มโปง

หนูหริ่ง

 ค หนูเอ๋ยหนูหริ่ง ไววิ่งซ่อนซุกกุกกัก
ค้อนทับกับแจ้แย่ตารัก เพราะชั่วนักไม่น่าจะปราณี
จะกินได้หรือมิได้ก็ไม่ว่า ชั้นผ่อนผ้ากัดค้นจนป่นปี้
ทำสิ่งใดใช่ประโยชน์แม้นโทษมี       เป็นไม่ดีอย่าทำจงจำเอย ฯ
นายแก้ว แต่ง ร้องลำจีนขวัญอ่อน

โอละเห่

 ค โอเอ๋ยโอละเห่ คิดถ่ายเทตื่นนอนแต่ก่อนไก่
ทำขนมแชงม้าหากำไร เกิดขัดใจกันในครัวทั้งผัวเมีย
ผัวตีเมียเมียด่าท้าขรม ลืมขนมทิ้งไว้ไม่คนเขี่ย
ก้นหม้อเกรียมไหม้ไฟลวกเลีย       ขนมเสียเพราะวิวาทขาดทุนเอย ฯ
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำจีนต่อยหม้อ

ลิงลม

 ค ลิงเอยลิงลม ไฉนอมข้าวพองตรองไม่เห็น
ลิงก็มีฟันเขี้ยวเคี้ยวก็เป็น       มาอมนิ่งเล่นเล่นไม่เห็นควร
แม้ทำการสิ่งใดไม่ตลอด มาท้อทอดกลางคันคิดหันหวน
ทำโอ้โอ้เอ้เอ้ลงเรรวน คนจะสรวลบัดสีไม่ดีเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำสมิงทองมอญ

อิ่มก่อน

 ค อิ่มเอ๋ยอิ่มก่อน รีบจะไปดูละครโขนหนัง
ทิ้งสำรับคับค้อนไว้รุงรัง เหมาคนอิ่มทีหลังให้ล้างชาม
การเฝ้าเอาเปรียบกันอย่างนี้ มิดีหนอเจ้าฟังเราห้าม
คบเพื่อนฝูงจงอุตส่าห์พยายาม       รักษาความสามัคคีจะดีเอย ฯ
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำสระบุหร่งนอก

ซุ่มมรดี

 ค ซุ่มเอ๋ยซุมมรดี จะเสียทีก็เพราะเพลินจนเลินเล่อ
ระวังตนอย่าเป็นคนเผลอเรอ ระวังพูดอย่าให้เพ้อถึงความใน
แม้นใครไม่ระวังตั้งเป็นหลัก       เดินก็มักพลาดพื้นลื่นไถล
พูดก็มักพร่ำเผลอเพ้อเจ้อไป ระวังไว้เป็นทุนแม่คุณเอย ฯ
นายทัด เปรียญ แต่ง ร้องลำช้างประสานงา

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 19
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jun. 2005,00:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คำปฏิญาณของลูกเสือไทย


           ในวันถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระองค์ ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน บรรดาลูกเสือจากโรงเรียนต่าง ๆ ในกรุงเทพ ฯ จะเดินขบวนไปถวายบังคมเป็นประจำทุกปี ถ้าโรงเรียนอยู่ไม่ไกลนัก ก็จะจัดกระบวนแถวลูกเสือจากโรงเรียนของตน มีกองดุริยางค์ที่บรรเลงโดยลูกเสือโรงเรียนนั้น ๆ นำขบวน มีผู้กำกับลูกเสือจากครูอาจารย์ของโรงเรียนนั้น ๆ กำกับไปด้วยอย่างมีระเบียบและสง่างาม ลูกเสือทุกคนมีไม้พลองสีขาวถือพลองอยู่ในท่าถืออาวุธของทหารคือ เมื่ออยู่ในแถวจะอยู่ในท่าเรียบอาวุธ เมื่อเคลื่อนที่จะอยู่ในท่าคอนอาวุธ เมื่อเดินขบวนจะอยูในท่าแบกอาวุธ และเมื่อพักแถวจะรวมพลองไว้ด้วยกันตามแบบรวมอาวุธ
           เมื่อไปถึงพร้อมกันที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์แล้ว ก็จะมีพิธีปฏิญาณตน โดยที่ลูกเสือทุกคนนั่งคุกเข่าถือหมวกไว้ในมือ โดยคุกเข่าขวาลงบนพื้นเข่าซ้ายตั้งฉาก วางมือซ้ายบนเข่าซ้าย ฝ่ามือหงายขึ้นแล้วใช้มือขวาหยิบหมวกบนศีรษะมาวางไว้บนฝ่ามือซ้าย แล้วทิ้งแขนขวาลงข้างตัว แล้วเริ่มกล่าวคำปฏิญาณพร้อมกันดังนี้
 

        ข้าลูกเสือ เชื้อไทย ใจเคารพ         ขอนอบนบ บาทบงส์ พระทรงศรี
พระบาท มงกุฏเกล้า จอมเมาฬี ทรงปราณี กอบเกื้อ ลูกเสือมา
ทรงอุตส่าห์ อบรม บ่มนิสัย ให้มีใจ รักชาติ ศาสนา
ทรงสั่งสอน สรรพกิจ วิทยา เป็นอาภา ผ่องผุด วุฒิไกร
ดังดวงจัน ทราทิตย์ ประสิทธิ์แสง กระจ่างแจ้ง แจ่มภพ สบสมัย
พระคุณนี้ จะสถิต สนิทใน ดวงหทัย ทวยราษฎร์ ไม่คลาดเอย




ข้อเตือนใจจากที่อื่นๆ

วิชาเหมือนสินค้า

    วิชาเหมือนสินค้า       อันมีค่าอยู่เมืองไกล
สู้ยากลำบากไป จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา แขนซ้ายขวาต่างเสาใบ
นิ้วมือเป็นสายระยาง สองเท้าอย่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป อัธยาศัยเป็นเสบียง
สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา
ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฝ่าคลื่นลม
ขี้เกียจคือปลาร้าย จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม ยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามา คือวิชาอันพิสมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ อย่าได้คร้านการวิชา

ปากเป็นเอกเลขเป็นโท

    ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนต์ใช้คนเชื่อ       ฉลาดเหลือวาจาปรีชาฉาน
จะกล่าวถ้อยร้อยคำไม่รำคาญ เป็นรากฐานเทิดตนพ้นรำเค็ญ
    เลขเป็นโทโบราณท่านสั่งสอน เร่งสังวรเวี่ยไว้ใช้ว่าเล่น
การคำนวณควรชำนาญคูณหารเป็น ช่วยให้เด่นดีนักหนารู้ค่าคน
    หนังสือเป็นตรีวิชาปัญญาเลิศ เรียนไปเถิดรู้ไว้ไม่ไร้ผล
ยามยากแค้นแสนคับไม่อับจน ได้เลี้ยงตนด้วยวิชาหาทรัพย์ทวี
    ชั่วดีเป็นตราประทับไว้กับโลก ยามวิโยคชีพยับ ลับร่างหนี
ที่สูญแท้ก็แต่ตัวก็แต่ตัวส่วนชั่วดี คงที่เป็นลือทั่วชั่วฟ้าดิน

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

    เราเกิดมาทั้งทีชีวิตหนึ่ง อย่าหมายพึ่งผู้ใดให้เขาหยัน
ควรคะนึงพึ่งตนทนกัดฟัน คิดบากบั่นตั้งหน้ามานะนำ
    กสิกิจพณิชยการงามมีเกียรติ อย่าหยามเหยียดพาลหาว่างานต่ำ
หรือจะชอบวิชาอุตสาหกรรม เชิญเลือกทำตามถนัดอย่าผลัดวัน
    เอาดวงใจเป็นทุนหนุนนำหน้า เอาปัญญาเป็นแรงมุ่งแข่งขัน
เอาความเพียรเป็นยานประสานกัน       ผลจะบรรลุสู่ประตูชัย
    เงินและทองกองอยู่ประตูหน้า คอยเปิดอ้ายิ้มรับไม่ขับไส
ทรัพย์ในดินสินในน้ำออกคล่ำไป แหลมทองไทยพร้อมจะช่วย อำนวยเอย ฯ

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 20
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jun. 2005,03:08 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

flower.gif ดีจังเลยค่ะ again.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
33 คำตอบนับตั้งแต่ 11 Jun. 2005,00:50 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 4<<1234>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com