เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 4 of 4<<1234

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ตัวหนังสือไทย (หอมมรดกไทย)< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 31
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Jun. 2005,20:50  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แผ่นดินสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์
พระยาวชิรปราการกับทหาร ๕ ม้า รบพม่า ๕๐ ม้า (พ.ศ. ๒๓๐๙)





    ปางสมัยปวงม่านปล้น             อยุธยา
เห็นพินาศนัครา ห่อนแคล้ว
พระยาวชิรปรา การกาจ หาญแฮ
คุมพวกพื้นกลั่นแกล้ว คิดพร้อมใจกัน
    ฟันฝ่าข้าศึกห้อม แตกฉาน
รบรับรายทางราน รอดได้
พักแรม ณ บ้านพราน นกนอก กรุงนา
ปล่อยพรรคพลหาญให้ ลาดค้นธัญญา
    มาปะปรปักษ์ต้อน ตามติด
ตนหนึ่งกับทหารสนิท นับห้า
ขับแสะเสริดประชิด ชะล่าไล่ ทะลวงแฮ
หมู่ม่านสามสิบม้า หมดห้าวเฮหนี
    กรุงศรีอยุธยายศแพ้ ไพรี
มาก บ มีสามัคคี คิดสู้
เพียงห้าแต่หากมี ใจร่วม หาญแฮ
อาจชนะแก้กู้ ก่อตั้งกรุงธน
(พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ )

           เมื่อพม่ายกกองทัพตีหัวเมืองรายทางเรื่อยเข้ามาจนได้ ล้อมกรุงศรีอยุธยาแล้วนั้น พระยาวชิรปราการเห็นว่าจะอยู่รักษากรุงไว้ไม่รอด จึงรวบรวมไพร่พลยกตีฝ่าพม่าไปทางทิศตะวันออก แล้วไปตั้งพักแรมอยู่ที่บ้านพรานนก ให้พวกทหารออกหาเสบียงอาหาร พบกองทัพพม่าจำนวนพลขี่ม้าราวสามสิบม้า พลเดินเท้าประมาณสองพันยกตามมา พระยาวชิรปราการจึงให้ทหารเดินเท้าขยายแถวปีกกา เข้าตีโอบพวกพม่าทั้งสองข้าง ส่วนพระยาวชิรปราการ และทหารอีกสี่คนก็ขึ้นม้าตรงเข้าไล่ฟันพม่าที่ขี่ม้ามาข้างหน้า พม่าไม่ทันรู้ตัวก็ถอยหนีกลับไปปะทะพวกเดินเท้าพากันแตกพ่ายไป
           (พระยาวชิรปราการนี้ คือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อพม่ามาล้อมกรุงศรีอยุธยายังเป็นพระยาตาก และได้ถูกเกณฑ์ลงมาช่วยรักษาพระนคร ทำการรบพุ่งเข้มแข็งมีความชอบได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งโดยตำแหน่งมีฐานันดรเป็นพระยาวชิรปราการ)
           (บ้านพรานนก เป็นหมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของบ้านโพสาวหาร ประมาณสี่กิโลเมตร บัดนี้เรียกว่าบ้านพานนกบ้าง สะพานนกบ้าง)

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 32
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Jun. 2005,20:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แผ่นดินพระเจ้ากรุงธนบุรี
เสด็จตีเมืองพุทไธมาศ (พ.ศ. ๒๓๑๔)



    พระมหานายกเจ้า             กรุงธน บุเรศเฮย
เทียบทัพบกเรือพล ไพร่พร้อม
กำหนดเที่ยงคืนดล ราชฤกษ์ ณรงค์แฮ
รุดเร่งนิกรล้อม ตรัสให้อุบายรอน
    กรมอาจารย์ป่ายปล้น  ปีนกำ แพงเฮย
พลไพร่จีนอนัม ต่อต้าน
ซัดสาดสินาดชำ นาญถนัด นักนา
หนุนบ่ได้นายด้าน ต่างตั้งตอบยิง
    บันดาลพระเดชให้ ไทยคิด
ว่าทัพหลวงหนุนประชิด ช่วยแล้ว
ต่างฮึกต่างเหิมจิต โจมจู่ ผจญนา
หนุนเนื่องกันกลั่นแกล้ว เกริกก้องกลางรณ
    พลพุทไธมาศสู้ เศิกสยาม
ไทยบ่เบื่อสงคราม รุกเร้า
บันไดพะองตาม กันพาด เวียงแฮ
พอรุ่งเร่งปีนเข้า บุรได้ญวนหนี
(พระยาราชสัมภารากร เลื่อน)

           สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จยกทัพจากกรุงธนบุรี ไปยังเมืองพุทไธมาศ (เมืองบันทายมาศ) เพื่อเกลี่ยกล่อมพระยาราชาเศรษฐี พระยาราชาเศรษฐีไม่ยอมสวามิภักดิ์ กลับแต่งเมืองป้องกันอย่างแข็งแรง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจึงดำรัสสั่งให้ยกเข้าตั้งค่ายล้อมเมือง และดำรัสสั่งกรมอาจารย์ให้จัดสรรคนที่มีวิชาดีแกล้วกล้า เข้าปล้นเอาเมืองในเวลากลางคืน แล้วพระราชทานฤกษ์และอุบายให้ ครั้นถึงเวลา พวกกรมอาจารย์นำไพร่พลขึ้นปีนกำแพงจะปล้นเมือง พระยาราชาเศรษฐีเกณฑ์ทหารรักษาเมืองไว้เป็นสามารถ พวกจีนญวนชาวเมือง ยิงปืนสู้รบอยู่อย่างเข้มแข็ง ไพร่พลกองทัพสมเด็จพระเจ้าตากสินก็อิดโรย บรรดานายทัพนายกอง และไพร่พลทั้งปวงที่ตั้งค่ายล้อมอยู่นั้นจะบุกรุกเข้าไปช่วยก็ไม่ได้ แต่หากด้วยเดชะพระบารมี ไพร่พลทั้งปวงสำคัญว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จยกพลหนุนเข้าไป ก็มีน้ำใจองอาจกล้าหาญมากขึ้น ตีหนุนเนื่องเข้าไปทั้งทัพบกทัพเรือ พวกญวนจีนซึ่งรักษาหน้าที่ต้านทานมิได้ก็แตกพ่ายหนีไป พอรุ่งเช้าก็เข้าเมืองได้พร้อมกัน แต่พระยาราชาเศรษฐี หนีไปเมืองพนมเปญได้

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 33
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Jun. 2005,20:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ยิงปืนลูกไม้พังค่ายพม่า (พ.ศ. ๒๓๒๘)





    พระมหาอุปราชอ้าง             ออกนาม
สุรสีห์คนขาม ทั่วหน้า
ยกพยุหสงคราม ไปต่อ ยุทธ์นา
เพื่อพม่ายกพลกล้า ล่วงเข้ากาญจนบุรี
    โยธีสองฝ่ายเฝ้า ราญรอน
พม่าสาดอัคนีศร ไปยั้ง
กรมพระราชวังบวร ให้ลาก
ปืนลูกไม้มาตั้ง สั่งให้ทหารมา
    จังกาปืนลูกไม้ เล็งเหมาะ
ดินกระสุนยัดเผลาะ เสือกแส้
เหล็กจับชนวน เจาะ ดินกรอก ชนวนเฮย
มือจับชุดแกว่งแต้ จุดเปรี้ยงเสียงดัง
    ค่ายพังถูกพม่าล้ม ตายกลาด
พวกพม่าฤาอาจ ออกสู้
ซ้ำพอสบเสบียงขาด การศึก ถอยนา
สุดฤทธิ์สุดแรงรู้ เข็ดคร้ามขามไทย
(กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม)  

           ในปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๒๘ พระเจ้าปะดุง เจ้ากรุงอังวะเสด็จกรีฑาทัพใหญ่ยกเข้ามาหลายทาง หมายจะตีประเทศไทยให้จงได้ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลมหาราช ทรงทราบ ก็โปรดให้จัดกองทัพเป็นสี่ทัพแยกย้ายกันไปรบข้าศึก ให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทยกไปตั้งรับทางทุ่งลาดหญ้า แขวงเมืองกาญจนบุรี คอยต่อสู้กองทัพพระเจ้าปะดุงที่จะยกมาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ พอพม่าตั้งค่ายลงที่เชิงเขาบรรทัด กรมพระราชวังบวรก็ให้ตีค่าย พม่าตั้งสู้รบแข็งแรงติดพันอยู่ และปลูกหอรบ เอาปืนใหญ่ขึ้นยิงค่ายไทย กรมพระราชวังบวรจึงโปรดให้เอาปืนใหญ่ และปืนยิงด้วยลูกไม้ที่เคยใช้ยิงพม่า ได้ผลดีเมื่อคราวอะแซหวุ่นกี้ตีพิษณุโลกนั้น มาตั้งราย  ยิงค่ายหอรบพม่าหักพังลง ผู้คนล้มตายจนพม่าไม่กล้าออกตีค่ายไทย กรมพระราชวังบวร ฯ แต่งทหารออกตีปล้นเสบียง พวกพม่าขาดแคลนอาหารอดอยาก อิดโรย ไทยก็ตีได้ค่ายพม่าทุกด่าน ฆ่าฟันพม่าล้มตายเป็นอันมาก พม่าก็เลิกทัพกลับไป

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 34
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Jun. 2005,20:54 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ท้าวเทพสตรีรักษาเมืองถลาง (พ.ศ. ๒๓๒๘)





    ยี่หวุ่นแม่ทัพข้าง             พุกาม
คุมทัพเรือรอนสยาม ฝ่ายใต้
ตะกั่วทุ่งก็แตกตาม ตะกั่วป่า เล่านา
เข้าประชิดติดใกล้ รอบล้อมเมืองถลาง
    บุรินทร์สิ้นชีพแล้ว  ไป่ทัน แทนนอ
ยังขนิษฐ์หนึ่งอีกภรร เยศผู้
ไป่คิดแก่ชีวัน ตรายเยี่ยง หญิงแฮ
คุมไพร่ชายหญิงสู้ เกี่ยงแก้กันนคร
    รักษาเมืองอยู่ได้ เดือนปลาย
สุดคิดพม่าหมาย รบเร้า
ขัดสนเสบียงวาย จำเลิก ทัพแฮ
กลางรอดจากมือข้า ศึกด้วยสองหญิง
    หลายบุรีบุเรศทั้ง กรมการ มีนอ
บ่ อาจจะรับราญ ศึกได้
กลางมีแต่หญิงหาญ หากรัก เมืองนา
สู้ศึกกันเมืองไว้ ชอบชี้ควรชม

           ในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ พระเจ้าปะดุงเสด็จกรีฑาทัพใหญ่ยกเข้ามาหลายทาง ทางใต้ให้ยี่หวุ่นเป็นนายทัพ ยกกองเรือมาตีได้เมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง แล้วก็เลยไปถึงเมืองถลาง ยกรี่พลขึ้นตั้งค่ายล้อมเมืองไว้ เวลานั้น พระยาถลางถึงแก่กรรมเสียก่อนแล้ว ตำแหน่งเจ้าเมืองว่างอยู่ คุณหญิงจันทร์ภรรยาเจ้าเมืองถลางที่ถึงแก่กรรม และนางมุกด์น้องสาว จึงคิดอ่านกับกรรมการทั้งปวง เกณฑ์ไพร่พลป้องกันรักษาเมืองเป็นสามารถ หญิงทั้งสองนั้นองอาจกล้าหาญมิได้ย่อท้อต่อข้าศึก กรรมการและเจ้าเมืองถลางทั้งชายและหญิง ก็มีใจรบพุ่งต่อสู้ข้าศึกเป็นสามารถ พม่าล้อมเมืองอยู่เดือนเศษก็ตีเอาเมืองมิได้ หมดเสบียงอาหารก็ต้องเลิกทัพกลับไป
           (ภายหลังวีรสตรีทั้งสองนี้ ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์คือ คุณหญิงจันทร์เป็นท้าวเทพสตรี มุกด์น้องสาวเป็นท้าวศรีสุนทร)

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
33 คำตอบนับตั้งแต่ 11 Jun. 2005,00:50 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 4 of 4<<1234
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com