เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 3123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: คิดได้  เมื่อได้อ่าน, หนังสือดีสร้างปัญญา< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Oct. 2006,21:31  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตั้งแต่เกิดสึนามิ คำถามที่วกวนอยู่ในใจฉันเสมอคือ เราทำกรรมไม่ดีอะไรไว้หรือ เหตุการณ์ร้ายจึงได้เกิดกับเราอย่างนี้ ต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดที่ก่อร่างสร้างมันด้วยความเหนื่อยยากเป็นเวลาถึง ๑๗ ปี เพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยกันต้องมาเสียชีวิตพลัดพรากกระจัดกระจายกันไปจำนวนมาก ชาวต่างชาติจากที่แสนไกลยังมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่อีกไม่น้อย แล้วทำไมฉันและครอบครัวจึงรอดชีวิตมาได้

เคยมีคนให้คำตอบไว้ในบางที่ว่า คนที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจนหมดสิ้นนั้น เนื่องจากเคยทำกรรมที่คดโกงทุจริตมโหฬารระดับชาติมาก่อน อาจจะเคยทำไว้ในชาติก่อน ๆ แต่มารับผลในชาตินี้

ตามความเชื่อดั้งเดิมแล้ว ฉันคงต้องก้มหน้ารับกรรมที่เคยก่อเอาไว้นี้ ด้วยจิตสำนึกรับผิดชอบว่าเรากำลังใช้กรรมชั่วที่เคยทำมา ทั้ง ๆ ที่ในใจอีกส่วนหนึ่งคอยบอกว่า เป็นไปได้หรือที่คนอย่างเรานี้จะคดโกงทุจริตขนาดนั้น ชาตินี้ที่เกิดมามีแต่ต่อสู้เพื่อคนที่เสียเปรียบในสังคม มีแต่เกลียดชังการคดโกงเอารัดเอาเปรียบอยู่เต็มหัวใจ เคยแม้กระทั่งยินดีอุทิศชีวิตช่วงหนึ่งของตนเอง ให้กับการต่อสู้นี้เสียด้วยซ้ำ ในอดีตชาติถึงกับเป็นคนทำเสียเองหรือ แล้วมรดกทางคดโกงในชาติก่อน ๆ นั้นหายไปไหนเสียเล่า ทำไมไม่ติดวิญญาณมาจนถึงชาตินี้บ้าง 

ฉันได้แต่ขบคิดอยู่อย่างนี้วนไปเวียนมา บางครั้งถึงกับนึกขอโทษใครก็ตามที่ฉันเคยคดโกงเอาเปรียบเขาในชาตินู้น และยินดีที่จะให้เขามาเอาคืนให้สาสมกับที่ฉันเคยทำกับเขาเอาไว้

แล้ววันหนึ่ง หนังสือดี...ดีก็มาเปิดหูตาให้กับฉัน วันที่ฉันได้อ่านเรื่อง “พุทธธรรม” และ “เชื่อกรรม รู้กรรม แก้กรรม” ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) คำสอนของท่าน ทำให้ชีวิตของฉันสวยงามขึ้นมาอีกครั้ง กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นเพื่อที่จะก้าวเดินต่อไปโดยไม่มีเงาแห่งการคดโกงทุจริตทาบอยู่เบื้องหลัง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2006,07:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มาติดตามอ่านด้วยความสนใจค่ะพี่วันดี  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Oct. 2006,10:33 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มานั่งรออ่านด้วยค่ะ... bowsdown.gif

--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Oct. 2006,20:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ยินดีค่ะ คุณadd และคุณsweet lemon รวมถึงท่านอื่น ๆ ที่อาจเปิดมาเจอนะคะ ฉันยังไม่รู้ชัดเจนมากนัก เพียงแต่ได้คิดขึ้นมาจึงอยากแลกเปลี่ยนกับท่านผู้รู้ คุณKiLin คุณแสงดาว หรือท่านอื่น ๆ ที่อ่าน หากเห็นว่าตรงไหนฉันเข้าใจไม่ถูกต้อง กรุณาด้วยนะคะ
bowsdown.gif bowsdown.gif  bowsdown.gif

ในหนังสือ“พุทธธรรม” พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ท่านบอกว่า พุทธศาสนาสอนหลักความจริง ว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งของ เป็นรูปธรรม หรือนามธรรม เป็นวัตถุหรือเป็นเรื่องจิตใจ ไม่ว่าชีวิตหรือโลกที่แวดล้อมอยู่ก็ตาม ทั้งหมดล้วนเป็นไปตามธรรมดาแห่งเหตุปัจจัย เป็นเรื่องของปัจจัยสัมพันธ์ ธรรมดาที่ว่านี้ มองด้วยสายตาของมนุษย์เรียกว่า กฎธรรมชาติ เรียกในภาษาบาลีว่านิยาม 

พระอรรถกถาจารย์แสดงกฎธรรมชาติหรือนิยามไว้ ๕ อย่าง คือ
๑. อุตุนิยาม กฎธรรมชาติเกี่ยวกับปรากฎการณ์ฝ่ายวัตถุ โดยเฉพาะความเป็นไปของธรรมชาติแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงทางวัตถุ
๒. พีชนิยาม กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ หรือที่เรียกกันว่าพันธุกรรม
๓. จิตตนิยาม กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการทำงานของจิต
๔. กรรมนิยาม กฎธรรมชาติเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์
๕. ธรรมนิยาม กฎธรรมชาติเกี่ยวกับความสัมพันธ์และอาการที่เป็นเหตุเป็นผลแก่กันของสิ่งทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างที่เรียกกันว่า ความเป็นไปตามธรรมดา


กฎแห่งกรรม หรือกรรมนิยาม เป็นเพียงกฎหนึ่งในกฎแห่งเหตุและผลของธรรมชาติ การวิเคราะห์สิ่งทั้งหลาย จึงไม่อาจเหมารวมว่าเป็นเรื่องของกรรมทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้น แม้แต่เป็นปรากฏการณ์อย่างเดียวกัน บางทีก็เกิดจากเหตุคนละอย่าง หรือเกิดจากนิยามต่าง ๆ หลายนิยามมาประกอบกันก็ได้

นอกจากกฎธรรมชาติทั้ง ๕ แล้ว ยังมีกฎอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของมนุษย์โดยเฉพาะ ไม่มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับธรรมชาติโดยตรง ได้แก่กฎที่มนุษย์กำหนดวางกันขึ้นเป็นข้อตกลง เพื่อควบคุมความประพฤติในหมู่มนุษย์ด้วยกันเองให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก เรียกว่า สังคมนิยมน์ เป็นกฎเกณฑ์สังคมที่ปรุงแต่งโดยมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากกรรม และขึ้นต่อกรรมนิยาม ในส่วนที่ซ้อนเสริมขึ้นมา โดยไม่มีลักษณะปัจจัยสัมพันธ์
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2006,01:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รออ่านด้วยความสนใจและชื่นชมค่ะ   tinyrose.gif  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2006,10:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีครับ applaud.gif หนังสือพุทธธรรม เป็นหนังสือที่เขียนถึงพุทธธรรมได้อย่างเป็นระบบ เป็นตรรก เป็นวิชาการที่สุดเล่มหนึ่ง ประเด็นสำคัญก็คือว่า อ่านแล้วเราได้อะไรมาบ้าง ได้เข้าใจอะไรในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวเรา หรือเราได้อะไรมาใช้มาปฏิบัติมาเป็นข้อคิดข้อดำเนินชีวิตประจำวัน เพราะถ้าไม่มีไม่ได้นำมาใช้มาปฏิบัติ สิ่งที่เรารู้ก็จะได้แค่รู้จำ แล้วไม่นานก็จะเลือน tinyrose.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Oct. 2006,20:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณปาเก้ที่แสนดี ช่วยพี่วิเคราะห์หน่อยนะคะ ไม่รู้ถูกบ้างหรือเปล่า ยังรู้ไม่มาก

ขอบคุณคุณKiLinค่ะ หนังสือเล่มนี้ใหญ่มาก ฉันได้ฉบับที่พิมพ์ปี ๒๕๔๒ ตัวพิมพ์ยังเป็นแบบตัวเรียงพิมพ์ ตัวหนังสือค่อนข้างบาง เวลาจะอ่านต้องเปิดไฟสว่าง ไม่งั้นอ่านไม่ค่อยเห็น ทราบมาว่ามีการพิมพ์ใหม่ ใช้ตัวพิมพ์แบบคอมพิวต์อ่านง่ายกว่านี้ เนื้อหาของหนังสือดีมากจริง ๆ ค่ะ ฉันค่อย ๆ และเล็มอ่านทีละเรื่องตามที่สนใจไปเรื่อย ๆ สำหรับฉันซึ่งยังเป็นนักปฏิบัติขั้นเริ่มต้นถือว่า เป็นหนังสือที่อรรถาธิบายได้แจ่มกระจ่างลึกซึ้งและเข้าใจง่าย เป็นหนังสือที่สมบูรณ์พร้อมเล่มหนึ่งค่ะ อ่านแล้วก็พยายามนำมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตของตนเองอย่างที่คุณแนะนำนั่นแหละค่ะ แต่อาจจะมีที่เข้าใจผิดไปบ้าง คุณKiLinช่วยแนะนำเพิ่มเติมให้บ้างนะคะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ฉันได้ลองเอานิยาม ๕ มาวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดู
อย่างนี้


สึนามิที่มีผลต่อฉันนั้นมีอยู่ ๒ นิยามใหญ่ที่เกี่ยวข้อง นั่นคืออุตุนิยามและกรรมนิยามของฉันเอง ซ้อนทับด้วยสังคมนิยมน์ แล้วสำทับซ้ำด้วยธรรมนิยาม กฎแห่งการเกิดดับปิดท้ายอย่างสมบูรณ์

แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า วิบากที่ฉันเผชิญอยู่เวลานี้ คือกรรมจากการคดโกงในอดีตชาติหรือไม่

กรรมและวิบากนั้นไม่ใช่เส้นตรงที่ลากระหว่างจุดสองจุด บางครั้งมีคนอธิบายทำนองว่า เนื่องจากชาติที่แล้วทำให้คนอื่นขาหัก เกิดมาชาตินี้จึงต้องขาหักชดใช้ ซึ่งเป็นการอธิบายกรรมและวิบากแบบเส้นตรง

กรรมในความหมายทางพุทธศาสนา มีคำอธิบายถึง ๔ ระดับว่า
๑. กรรมคือเจตนา
๒. กรรมคือสังขาร ที่ปรุงแต่งโครงสร้างและวิถีที่จะดำเนินไปของชีวิต 
๓. กรรมคือการทำ การพูด การคิดหรือนึกคิด ที่บุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบเก็บเกี่ยวผลเป็นส่วนตัว ไม่ว่าในปัจจุบัน ในอนาคต หรือในอดีต
๔. กรรมคือการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิต และการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของมนุษย์ ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากเจตน์จำนง การคิดปรุงแต่งสร้างสรรค์


ดังนั้น ถ้าใครคนหนึ่งไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว เขาก็เป็นชาวนา การที่เขาทำนาทำให้เขาเป็นชาวนา ใครเป็นที่ปรึกษาของพระเจ้าแผ่นดินเขาก็เป็นปุโรหิต หรือใครปล้นคนอื่นเขาก็เป็นโจร

ส่วนฉันนั้นทำที่พักบริการนักท่องเที่ยว ฉันจึงมีรีสอร์ทเป็นทั้งทรัพย์และเครื่องมือหาเลี้ยงชีพ ไม่ใช่เพราะชาติที่แล้วฉันไปพักบ้านคนอื่นและปล้นเขามามาก ชาตินี้จึงต้องมาทำบ้านให้คนอื่นพักและทรัพย์สินถูกทำลายเป็นการชดใช้กรรม หรือชาติที่แล้วฉันคดโกงเอาของผู้อื่นมาเป็นของตนไว้มาก ชาตินี้ทำมาหาได้เท่าไหร่ก็จะต้องเสียมันไปจนหมด

ส่วนวิบากที่ต้องมาสูญเสียรีสอร์ทไปจนหมดให้กับสึนามินั้น ก็เพราะมีปัจจัยของอุตุนิยามมาปรากฏ นั่นคือเกิดแผ่นดินไหวระดับรุนแรงในบริเวณใกล้เคียงกับเกาะพีพี ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิโถมผ่านเกาะแห่งนี้ มาประกอบเข้ากับกรรมนิยามที่รีสอร์ทของฉันอยู่บนเกาะพีพี ณ จุดที่คลื่นยักษ์ต้องผ่าน อีกทั้งเรือนพักทุกหลังของฉันสร้างด้วยไม้ ซึ่งไม่สามารถต้านทานคลื่นที่รุนแรงขนาดนี้ได้ รวมเข้ากับสังคมนิยมน์ กฎหมายที่ห้ามปลูกสร้างอาคารสูงเกินกว่ายอดไม้บนชายหาด แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามกฎแห่งธรรม คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับสูญ

วิบากอีกส่วนหนึ่งที่ไม่สูญเสียชีวิตตนเองและคนในครอบครัวไปในคราวนี้ ก็เพราะมีกรรมนิยามอีกตัวมาซ้อน นั่นคือมีเรื่องให้ต้องเข้าไปทำที่กรุงเทพพร้อม ๆ กันทั้งครอบครัว
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Oct. 2006,10:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มารออ่านเหมือนกันค่ะ พี่วันดี บางที พิลก็รู้สึกเหมือนกัน ว่าเรากรรมเยอะจัง cry2.gif  

แล้วจะกลับมาช่วยพี่ทำมูลนิธินะคะ flo_1.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Oct. 2006,20:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (วันดี @ 05 ตค. 2006,08:19)
นอกจากกฎธรรมชาติทั้ง ๕ แล้ว ยังมีกฎอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องของมนุษย์โดยเฉพาะ ไม่มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่เกี่ยวกับธรรมชาติโดยตรง ได้แก่กฎที่มนุษย์กำหนดวางกันขึ้นเป็นข้อตกลง เพื่อควบคุมความประพฤติในหมู่มนุษย์ด้วยกันเองให้อยู่ร่วมกันอย่างผาสุก เรียกว่า สังคมนิยมน์ เป็นกฎเกณฑ์สังคมที่ปรุงแต่งโดยมนุษย์ จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากกรรม และขึ้นต่อกรรมนิยาม ในส่วนที่ซ้อนเสริมขึ้นมา โดยไม่มีลักษณะปัจจัยสัมพันธ์

ผมได้นำประเด็นที่เกิดจากความไม่รู้จริงของคนเรา ในเรื่องกฎเกณฑ์ธรรมชาติกับกฎเกณฑ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง ทำให้ตนเองต้องทำผิดเพราะความไม่รู้ของตน

กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ กับ กฎเกณฑ์ของมนุษย์

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Oct. 2006,20:46 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณพิลกริมจ้ะ พี่ว่าคนยิ่งลงมือทำมากก็ยิ่งกรรมมากน่ะ พิลขยันทำนู่นทำนี่ก็ต้องทำกรรมมากอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ากรรมที่เราทำนั้นเป็นกุศลหรืออกุศล หากเรามีปัญญาเป็นตัวชี้นำในการทำกรรม พี่เชื่อว่ากรรมของเราต้องเป็นกุศลค่ะ 

ตามเข้าไปอ่านกฎเกณฑ์ของธรรมชาติกับกฎเกณฑ์ของมนุษย์ ของคุณKilinแล้วค่ะ ก็เลยต่อไปที่สงคราม-ความโหดร้าย-ความเคยชิน ได้อ่านตอนที่คุณaddและคุณนกกะปูดพูดถึงเรื่องมด 

ทำให้ได้แง่คิดขึ้นมาว่า ที่แท้คำว่าเบียดเบียนกับคำว่าเผื่อแผ่นี่เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน แล้วแต่ว่าเราจะพลิกด้านไหนขึ้นมาดู เคยฟังมาว่าพระท่านหนึ่งเทศน์ให้ญาติโยมฟังเรื่องยุงกัด ท่านบอกว่า โถมันขอแค่อิ่มมื้อเดียว เราถึงกับเอาชีวิตมันเจียวหรือ 

ที่จริงมันเป็นความเคยชินของเราเองที่จะตอบโต้เมื่อคิดว่าถูกทำร้าย หรือจะเอาคืนเมื่อรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ จะหวงแหนเมื่อรู้สึกว่าจะถูกแย่งชิง เราไม่ถึงกับเจตนาจะทำร้ายใครขนาดนั้น เพียงแต่เรามองเหรียญอยู่อีกด้านหนึ่ง


ขอต่อเรื่องคิดได้เมื่อได้อ่านพุทธธรรม จากการวิเคราะห์เรื่องกรรมของฉัน ที่โพสต์ไว้คราวที่แล้วอีกสักหน่อยนะคะ

ท่านบอกไว้ว่า กระบวนการให้ผลของกรรมนี้ เป็นเรื่องละเอียดซับซ้อนยิ่ง พ้นวิสัยแห่งความคิด ไม่อาจคิดเห็นให้แจ่มแจ้ง บาลีจัดเป็นอจินไตย คือสิ่งที่ไม่พึงคิดอย่างหนึ่ง 

แต่ไม่ใช่ว่า เราจะแตะต้องไม่ได้ แง่ที่เราเกี่ยวข้องได้ก็คือเกี่ยวข้องด้วยความรู้ และเท่าที่รู้ แล้วมีความมั่นใจตามแนวความรู้นั้น โดยศึกษาพิจารณาสิ่งที่เราตามดูรู้เห็นได้ คือ สิ่งที่กำลังเป็นไปอยู่จริงในปัจจุบัน จากส่วนย่อยหรือจุดเล็กที่สุดขยายออกไป ได้แก่กระบวนการแห่งความคิดหรือเจตน์จำนง

เริ่มตั้งแต่ให้เห็นว่า เมื่อคิดดีเป็นกุศลก็เกิดเป็นผลดีแก่ชีวิตจิตใจอย่างไร เมื่อคิดร้ายเป็นอกุศล เกิดเป็นผลร้ายเสียหายต่อชีวิตจิตใจอย่างไร ผลนั้นออกไปภายนอกสู่ผู้อื่น สู่สังคม สู่โลกในทางดีหรือไม่ดีอย่างไร แล้วสะท้อนกลับเข้ามาหาตัวในทางดีร้ายอย่างไร

ต่อไปก็มองให้เห็นกระบวนการก่อผลที่ละเอียดซับซ้อน เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่างและหลายฝ่าย จนหยั่งเห็นแนวแห่งความละเอียดซับซ้อน ที่เป็นไปได้เกินกว่าจะคาดหมายอย่างง่าย ๆ ทำให้เกิดความมั่นใจในความเป็นไปตามธรรมดาแห่งปัจจัย

เมื่อเข้าใจความเป็นไปส่วนย่อยในช่วงสั้นอย่างไร ก็พอมองเข้าใจความเป็นไปในช่วงยาวไกลอย่างนั้น 

กรรมในอดีตชาติอันยาวไกลของฉันเป็นเช่นไร ฉันไม่อาจรู้ได้ด้วยปัญญาเพียงเท่านี้ แต่หากนำเอาหลักคิดเรื่องกรรมดังกล่าวมาวิเคราะห์ชาตินี้ของฉันนั้น พอมีทางทำได้

ดังนั้น ฉันจึงตั้งคำถามต่อไปได้เพียงว่า ถ้าเช่นนั้นกรรมของฉันที่ทำรีสอร์ทน่าจะเป็นกรรมชั่วหรืออกุศลกรรม วิบากหรือผลที่ได้รับจึงได้เลวร้ายเช่นนี้

ก็ไม่น่าจะใช่ อย่างน้อยเจตนาของฉันอันเป็นกรรมก่อรากฐานให้ทำรีสอร์ท ไม่ใช่ความชั่ว มันเป็นสัมมาชีพ ใช้แนวทางธุรกิจที่สะอาด ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ ช่วยเหลือเกื้อหนุนให้เกิดมีงานทำแก่คนจำนวนมาก ตอบสนองความต้องการพักผ่อนให้แก่คนที่เหนื่อยล้ากับชีวิตประจำวัน เป็นที่หลบอากาศหนาวของคนเมืองหนาว เป็นที่หลบร้อนของคนเมืองร้อน เป็นที่พบปะของผู้คนจากหลายมุมโลก รีสอร์ทของฉันได้ก่อให้เกิดความรักแก่กันและกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ เกิดความรักความเข้าใจต่อธรรมชาติทางทะเลที่งดงาม ให้ความคิดที่ดี ให้ความสุขแก่คนเพื่อได้ออกไปรังสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม มนุษยชาติ และโลก แน่นอนให้ชีวิตที่ดีแก่ฉันด้วย

แต่ รีสอร์ทของฉันก็ได้มีส่วนชักจูงให้นักธุรกิจอีกจำนวนมาก ทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งดีและไม่ดีมาลงทุนทำธุรกิจรีสอร์ทและธุรกิจที่ต่อเนื่อง ทั้งที่เป็นประโยชน์และเป็นพิษภัยต่อสังคม นักท่องเที่ยวที่ได้รับการเชิญชวนให้มาพักผ่อน ก็มีทุกประเภทคน ทุกอาชีพงาน ทั้งดีและไม่ดี ทุกอย่างจึงคลุกเคล้ากันไประหว่างดีกับเลว เช่นเดียวกับที่อื่น ๆ บนโลก

ความดีงามกับความเลวร้ายที่เกิดขึ้นควบคู่กันไปบนเกาะพีพี ถึงแม้ไม่ใช่จากกรรมของฉันทั้งหมด แต่กรรมของฉันก็มีส่วนสร้างมันขึ้นมาร่วมกับเพื่อน ๆ ชาวเกาะพีพี และชาวโลกทุก ๆ คน

ในกรรมดีนั้นก็มีกรรมชั่วปะปนอยู่ด้วย

จากกรรมดีที่ฉันได้ทำลงไป ทำให้กิจการรีสอร์ทของฉันได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในหมู่นักท่องเที่ยว มียอดผู้เข้าพักเต็มตลอดทั้งปี ฉันมีรายได้ดีเป็นวิบากจากกรรมนี้

ผลต่อเนื่องก็คือ ฉันต้องมีพนักงานจำนวนมากไว้คอยบริการผู้เข้าพัก รีสอร์ทต้องขยายเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น วัสดุในการปลูกสร้างก็ต้องกลมกลืนกับธรรมชาติตามรสนิยมของผู้พัก ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพกฎหมายที่ว่าด้วยความสูงของอาคาร วิบากจากกรรมนี้ที่ฉันได้รับคือ ความสูญเสียอย่างมากมายทั้งทรัพย์สินและชีวิตคน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
21 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2006,21:31 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 3123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com