เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 3<<123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: คิดได้  เมื่อได้อ่าน, หนังสือดีสร้างปัญญา< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Oct. 2006,01:37  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มาติดตามอ่านด้วยคนค่ะพี่วันดี

คงไม่ง่ายนักที่คนเราจะเอาเรื่องราวของตัวเองมาวิเคราะห์ให้เป็นกรณีศึกษา  flo_1.gif

ขอบคุณพี่วันดีค่ะ bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Oct. 2006,20:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณแมวเหมียวค่ะ กรณีศึกษาอาจล้มเหลวก็ได้ ถ้าพี่วิเคราะห์เข้าข้างตัวเองมากเกินไป ถ้าแมวเหมียวเห็นว่าไม่ถูกต้องตรงไหน ช่วยท้วงติงด้วยนะคะ ความผิดพลาดของคนเรามีได้จากหลายทาง อาจเข้าข้างตัวเองมากไป รู้น้อยไป ใจร้อนด่วนตัดสินไป และ ฯลฯ เจตนาในการอ่านหนังสือเรื่องนี้ของพี่ เพื่อคลายทุกข์ให้ตัวเอง หาคำตอบให้กับปัญหาของตัวเอง เมื่ออ่านแล้วความรับรู้ใหม่เกิดขึ้น มองเห็นปัญหาได้ละเอียดแยกย่อยได้มากขึ้น แค่มากขึ้นนะคะไม่ใช่รู้แจ้ง จึงอยากแลกเปลี่ยนกับท่านผู้รู้คนอื่น ๆ เพื่อจะได้แก้ที่ผิดให้ถูก แมวเหมียวช่วยด้วยนะคะ

ต่อจากคราวที่แล้วค่ะ


แต่ทว่า หากมองย้อนกลับไปพิจารณาตามหลักสมบัติ ๔ อันเป็นองค์ประกอบที่จะช่วยเสริมกรรมดี ตามหลักพุทธศาสนาแล้ว กรรมที่ฉันได้ทำลงไปมีที่ผิดพลาดใหญ่อยู่หนึ่งประการ และนั่นคือที่มาของวิบากที่ได้รับเมื่อเกิดสึนามิ

ตามคำสอนในพุทธศาสนา ถ้าจะทำกรรมให้ถูกต้อง ทำดีให้ได้ดี จะต้องทำกรรมให้ถูกสมบัติทั้ง ๔ อันประกอบด้วย
๑. คติสมบัติ สมบัติแห่งคติ หรือคติให้ คือ เกิดอยู่ในภพ ภูมิ ถิ่น ประเทศที่เจริญ เหมาะ หรือเกื้อกูล ตลอดจนในระยะสั้น ดำเนินชีวิตหรือไปในถิ่นที่อำนวย
๒. อุปธิสมบัติ สมบัติแห่งร่างกาย ถึงพร้อมด้วยร่างกาย คือ รูปร่างให้
๓. กาลสมบัติ สมบัติแห่งกาล ถึงพร้อมด้วยกาล หรือกาลให้
๔. ปโยคสมบัติ สมบัติแห่งการประกอบ ถึงพร้อมด้วยการประกอบกิจ หรือกิจการให้ 


ฉันผิดพลาดอย่างมหันต์ในข้อแรก คือ คติสมบัติไม่ให้ รีสอร์ทของฉันอยู่ ณ จุดที่คลื่นยักษ์จะต้องผ่านพอดิบพอดี 

ทั้งยังขาดปัญญาตระหนักรู้ ไม่เคยศึกษาเรื่องรอยเคลื่อนของแผ่นโลกที่จะก่อให้เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลอย่างรุนแรงในทะเลอันดามัน และมหาสมุทรอินเดีย ไม่เคยรู้จักคลื่นสึนามิ นิ่งใจว่าแผ่นดินบนเกาะพีพี เกิดจากธรรมชาตินำทรายมาทับถมนานนับหมื่นปี คิดเอาว่าในเวลาหมื่นปีนั้นคงไม่มีธรรมชาติด้านทำลายมารบกวน แผ่นดินตรงนี้จึงได้งอกหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนคนมาตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยได้ ต้นไม้ใบหญ้าก็เติบโตแข็งแรง 

ไม่รู้เลย ไม่ศึกษาเลย มองเห็นแต่ด้านสร้างสรรค์ ไม่ตระหนักถึงด้านทำลายของสรรพสิ่ง

ก่อนเกิดสึนามิ หาดทรายขาวสะอาดยาวเหยียด ที่มีเม็ดทรายละเอียดนุ่มราวแป้ง น้ำทะเลสีฟ้าใสจนมองเห็นถึงพื้นทรายเบื้องล่าง ชายหาดที่น้ำตื้นขนาดปล่อยเด็กเล็กให้เล่นกันเองได้ ตรงหน้ารีสอร์ทของฉัน เป็นความลงตัวของธรรมชาติที่เนรมิตให้พื้นที่ตรงนั้นงดงาม บางคนชื่นอารมณ์จนเรียกมันว่าพาราไดส์ ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในหมู่นักท่องเที่ยว หลายคนบอกว่าฉันโชคดีที่ได้อยู่ตรงนั้น ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นคติสมบัติให้ฉันลำพองใจเช่นนี้ 

แต่เมื่อเกิดคลื่นสึนามิ มันก็กลายเป็นคติวิบัติในพริบตา ชายหาดที่ตื้นทำให้พลังงานจากคลื่นไม่ได้รับการปลดปล่อย มันโถมสุดขีดเข้าใส่จุดนี้อย่างไม่มีอะไรต้านทาน ชั่วไม่กี่อึดใจ ทุกอย่างก็พังพินาศกลายเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับพาราไดส์ และฉันก็กลายเป็นคนโชคร้ายที่อยู่ตรงนั้นในทันที
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Oct. 2006,22:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ที่คุณวันดีวิเคราะห์มานั้นไม่ถูกเสียทีเดียว เป็นต้นว่า

คำว่า "คติสมบัติ" ไม่ได้หมายความอย่างที่คุณวันดีเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงในเชิงกายภาพ แต่หมายถึงสถานที่ที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญในทางจิตใจ คำนี้จะตรงกับมงคล ๑๘ ประการ ข้อที่ ๔ ความอยู่ในประเทศอันสมควร(คลิก)

ส่วนการวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยากจะวิเคราะห์ชี้ชัดได้ เพราะกรรมมีเกี่ยวเนื่องกันหลายซับหลายซ้อน ไม่สามารถวิเคราะห์ได้โดยไม่นำปัจจัยจากอดีตชาติมาเกี่ยวเนื่อง  และด้วยปัญญาที่เรารู้ไม่ถึง เรามองได้แต่ปัจจุบันชาติ เท่าที่รับรู้

เพียงแต่มีช้อสังเกตว่า  ทำไมคนจากที่ต่างๆทั้งไทยและเทศจึงต้องมาประสพเคราะห์กรรมตายหมู่เช่นนี้ แต่ขณะเดียวกันครอบครัวคุณวันดีซึ่งอยู่ที่นั่นเองแท้ๆ กลับมีเหตุชักพาให้ออกจากสถานที่นั้นจึงรอดจากการตายหมู่ครั้งนี้  บุคคลเหล่านั้นคงมีกรรมอันกระทำร่วมกันมาเก่าก่อน ผมนึกถึงการทำลายล้างมดทั้งรัง เอาน้ำสาดใส่ฝูงมด มดมันคงนึกว่าเป็นภัยทางธรรมชาติของมัน  อะไรปานนี้ ครอบครัวคุณวันดีคงมีบุญเก่าก่อนที่ยังส่งผลอยู่ ทำให้รอดพ้นจากวิกฤตมาได้ ถ้ามองในทางธรรมต้องถือว่าคุณวันดีและครอบครัวโชคดีมากๆ ส่วนทรัพย์สมบัติทางวัตถุ ในทางโลกกติกาเขาบอกว่าเป็นของเรา แต่ในทางธรรมหาเป็นเช่นนั้นไม่  มันยังคงเป็นสมบัติของธรรมชาติเหมือนเดิม เพียงแต่เป็นช่วงเวลาที่เราได้มีโอกาสอยู่กับมันใช้สอยมัน และช่วงเวลานั้นมันได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ก็คือต้องคืนกลับไปสู่ธรรมชาติของมันอีกครั้ง  ที่ว่าคุณวันดีและครอบครัวโชคดี ก็คือยังมีโอกาสได้ใช้ร่างกายนี้เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประโยชน์จากร่างกายนี้ได้อีกต่อไป ขณะที่คนอื่นๆได้หมดเวลาหมดโอกาสนั้นเสียแล้ว

ประเด็นวิธีคิดตรงนี้จะทำให้คุณวันดีเคลียร์คัดมากขึ้น  แทนที่เราจะคิดว่าเราสูญเสีย ทำไมเราไม่คิดกลับว่า ที่ผ่านมาเราได้มาต่างหาก เราได้มีโอกาสใช้กับมัน สรรสร้างมัน อยู่กับมัน เป็นเวลาถึง ๑๗ ปี จะมีใครบ้างที่มีโอกาสนั้นๆอย่างเรา  แล้วเมื่อหมดเวลานั้น มีเหตุอันต้องเป็นไป  ต้องสูญสลายแตกดับตามธรรมชาติของมัน เราก็ยังเหลือคงอยู่  นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเราพอจะมีกรรมดีสะสมมาแล้วจะเพราะอะไรกันเล่า

สิ่งที่เราน่าจะคิดกลับน่าจะคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สอนอะไรบอกอะไรแก่เราบ้าง ช่วงเวลาที่คนเรามีโอกาสทั้งในทรัพย์สินทางวัตถุ สถานที่ และแม้ร่างกายเราเองนั้น มีเวลาอยู่จำกัด  ไม่ได้จีรังยั่งยืน สุดท้ายแล้วเราต้องส่งคืนละไว้ให้แก่ธรรมชาติทั้งสิ้น ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า ช่วงเวลาตรงนั้นที่เราได้มีโอกาส เราได้ใช้โอกาสอันนั้นมากน้อยแค่ไหน สำหรับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจต่อการพัฒนาทางจิตใจ ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง ไม่ใช่ทางวัตถุ การสะสมทางจิตใจนี้ต่างหากจึงจะเป็นการสะสมในชาติต่อๆไป เหมือนอย่างชาติปัจจุบันที่เราได้อาศัยสิ่งที่เคยสะสมมาเก่าก่อน เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้มันจึงยิ่งเป็นการย้ำเตือนให้เราเร่งต้องสะสม ก่อนที่เราจะหมดเวลาในการใช้ร่างกายนี้ tinyrose.gif

มีบทโศลกที่ให้ข้อคิดต่อเรื่องนี้ เรื่องสมมุติ

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2006,20:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณคุณKiLinที่กรุณาเข้ามาช่วยฉันวิเคราะห์การศึกษาเรื่องกรรม

ใช่ค่ะ ฉันได้รับสิ่งดี ๆ มากมายจากการได้อยู่ที่เกาะพีพีเป็นเวลาถึง ๑๗ ปี เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่ฉันได้อยู่ยาวนานที่สุดตั้งแต่มีชีวิตมา แต่จะให้ไม่เสียดายทุกสิ่งทุกอย่างที่นั่นเลย เพราะนั่นเป็นสิ่งสมมุติที่ธรรมชาติให้ยืมมา ฉันยังทำไม่ได้ ฉันเสียดายค่ะ แม้จะไม่มากถึงกับเสียสติ แต่ก็อาลัยอาวรณ์มากทีเดียว นั่นคงเป็นเพราะฉันยึดติดกับมัน ทึกทักเอาว่าเป็นของของฉัน เป็นหยาดเหงื่อแรงงานที่ทุ่มเทลงไป มันต้องเป็นของฉัน

แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงที่ว่า มันสูญไปแล้ว เอาคืนไม่ได้แล้ว ทำให้ฉันต้องยอมจำนนโดยข้อเท็จจริง  ที่สำคัญคือฉันยังมีชีวิตอยู่ และยังจะต้องดำเนินชีวิตต่อไป ดังนั้น ฉันจึงอยากจะก้าวเดินต่อไปให้ดีกว่าเดิม และพยายามมองหาสาเหตุทุก ๆ อย่าง ว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมผลจึงออกมาอย่างนี้ มีอะไรในส่วนของฉัน
ที่ทำผิดพลาดไปบ้าง แน่นอน ฉันเชื่อเรื่องภพชาติ แต่เมื่อฉันไม่อาจรู้ได้ถึงอดีตชาติ จึงเลือกมองหาเอาแต่เฉพาะสิ่งที่ได้ทำไปแล้วในชาตินี้เท่าที่ทำได้ และคิดที่จะเอาบทเรียนจากความผิดพลาดมาแก้ไขก้าวต่อ ๆ ไปของตนเอง มันคงจะยังตื้น และรวบรัด จึงดีใจมากค่ะที่คุณKiLinเข้ามาช่วย


ถูกแล้วค่ะ ทั้งหมดที่พูดมายังเป็นเรื่องทางวัตถุทั้งสิ้น ยังไม่ได้ล้วงลึกไปถึงทางด้านจิตใจและปัญญาสักเท่าไร ขอบคุณคุณKiLinที่ช่วยแนะนำ ฉันน่าจะเอาเวลาที่ได้มาไปสร้างปัญญาให้ดีขึ้น ทำกรรมที่ไม่หวังผลเพื่อตัวเอง ดีกว่ามานั่งคร่ำครวญ คิดแล้วคิดอีกไม่รู้แล้วสักที ใช่ไหมคะ กำลังพยายามค่ะ มากและยากยิ่งจริง ๆ เจียว

ฉันไม่แน่ใจว่าเรื่องคติสมบัติจะคือสิ่งเดียวกับมงคลที่ ๔ ในมงคล ๓๘ หรือเปล่านะคะ เพราะสมบัติ ๔ และวิบัติ ๔ ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ท่านนำมาอธิบายในปัญหาเกี่ยวกับการให้ผลของกรรมดี-กรรมชั่ว ที่คนทั่วไปมักจะสงสัย ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จริงหรือ 

ท่านบอกว่าคนเรามักมองกรรมและผลของกรรมแบบข้ามช็อต ท่านยกตัวอย่างเรื่องคนปลูกมะม่วง ว่าคนมักคิดว่าถ้าทำดีได้ดี ปลูกมะม่วงแล้วต้องได้เงิน แต่ถ้าปลูกมะม่วงไม่ได้เงิน ถือว่าทำดีไม่ได้ดี ข้ามช็อตไปหนึ่งช็อต เพราะผลกรรมของการปลูกมะม่วงอันดับแรกเลยคือต้องได้ต้นมะม่วง ผ่านความถึงพร้อมของสมบัติ ๔ คือภูมิประเทศเหมาะสม ถูกฤดูกาล พันธุ์ดี และดูแลเป็น จึงจะได้ผลต่อเนื่องไปอีกช็อตคือขายได้เงิน

ในหนังสือพุทธธรรม ฉบับพิมพ์เมื่อปีพ.ศ.๒๕๔๒ ตั้งแต่หน้า ๑๘๗ ท่านอธิบายไว้อย่างนี้ค่ะ

จุดสำคัญที่ก่อให้เกิดคำถามเรื่องผลของกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว คือความสับสนเกี่ยวกับขอบเขตที่แยกต่างหากจากกัน และที่สัมพันธ์กันระหว่าง กรรมนิยามกับสังคมนิยมน์ ท่านให้พิจารณาผลของกรรมเป็น ๔ ระดับ คือ
๑. ระดับภายในจิตใจ ว่ากรรมทำให้เกิดผลภายในจิตใจอย่างไรบ้าง
๒. ระดับบุคลิกภาพ ว่ากรรมทำให้เกิดผลในด้านการสร้างเสริมนิสัย กำหนดพฤติกรรมอย่างไรบ้าง
๓. ระดับวิถีชีวิตของบุคคล ว่ากรรมชักนำความเป็นไปในชีวิตของบุคคลอย่างไรบ้าง
๔. ระดับสังคม ว่ากรรมที่บุคคลและคนทั้งหลายกระทำมีผลต่อความเป็นไปของสังคมอย่างไรบ้าง


ผลในระดับที่ ๑ และ ๒ คือผลภายในจิตใจและบุคลิกภาพ เป็นขอบเขตของกรรมนิยาม ผลในระดับที่ ๓ เป็นขอบเขตของกรรมนิยามกับสังคมนิยมน์มาสัมพันธ์กัน และเป็นระดับที่ก่อให้เกิดความสับสน แต่ท่านไม่ได้อธิบายในที่นี้ถึงผลของกรรมในระดับที่ ๔

คนทั่วไป เมื่อมองดูผลของกรรมที่เกิดแก่ตน หรือเพ่งจ้องติดตามดูผู้อื่นว่า ใครทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จริงหรือไม่อย่างไร มักมองแต่ผลระดับที่ ๓ คือความเป็นไปในชีวิตส่วนที่ได้รับผลตอบสนองจากภายนอกเท่านั้น โดยละเลยผลทางด้านจิตใจซึ่งเป็นผลระดับที่ ๑ และ ๒

ท่านยกตัวอย่างง่าย ๆ ถึงการทำดีต้องได้ดีที่สับสนของคนทั่วไปว่า ทำดีแล้วต้องรวย ทำดีแล้วต้องได้เลื่อนตำแหน่ง ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่บางทีก็ไม่เป็น เหมือนกับพูดว่าปลูกมะม่วงได้เงินดี ปลูกมะพร้าวทำให้รวย เขาปลูกน้อยหน่าจึงยากจน ซึ่งอาจจะจริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้ 

แต่ความจริงก็คือ เป็นการพูดข้ามขั้นตอน ไม่แสดงความจริงตลอดสาย อาจใช้ได้สำหรับภาษาพูดพอรู้กัน แต่ถ้าจะเอาความจริงแท้ ต้องแสดงเหตุปัจจัยซอยออกไปโดยว่ากันให้ละเอียด

การที่กรรมนิยามจะแสดงผลออกมาในระดับของวิถีชีวิต ทำให้มีความเป็นไปต่าง ๆ ประสบผลตอบสนองจากภายนอกอันน่าพอใจบ้าง ไม่น่าพอใจบ้างนั้น ในบาลีท่านแสดงหลักไว้ว่า ต้องขึ้นต่อองค์ประกอบต่าง ๆ ๔ คู่ คือสมบัติ ๔ และวิบัติ ๔

สมบัติ แปลว่าข้อดี หมายถึงความเพียบพร้อมสมบูรณ์แห่งองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งช่วยเสริมส่งอำนวยโอกาสให้กรรมดีปรากฏผล และไม่เปิดช่องให้กรรมชั่วแสดงผล พูดสั้น ๆ ว่าส่วนประกอบอำนวย ช่วยเสริมกรรมดี สมบัติ ๔ คือ คติสมบัติ อุปธิสมบัติ กาลสมบัติ และปโยคสมบัติ

วิบัติแปลว่าข้อเสีย หรือจุดอ่อน หมายถึงความบกพร่องแห่งองค์ประกอบต่าง ๆ ซึ่งไม่อำนวยแก่การที่กรรมดีจะปรากฏผล แต่กลับเปิดช่องให้กรรมชั่วแสดงผล พูดง่าย ๆ ว่าส่วนประกอบบกพร่อง เปิดช่องให้กรรมชั่ว วิบัติ ๔ คือ คติวิบัติ อุปธิวิบัติ กาลวิบัติ และปโยควิบัติ

ท่านอธิบายคติสมบัติและคติวิบัติในที่นี้อย่างนี้ค่ะ
“คติสมบัติ เช่น เกิดอยู่ในถิ่นเจริญ มีบริการการศึกษาดี ทั้งที่สติปัญญาและความขยันไม่เท่าไร แต่ก็ยังได้ศึกษามากกว่า เข้าถึงสถานะทางสังคมสูงกว่าอีกคนหนึ่ง ซึ่งมีสติปัญญาและความขยันหมั่นเพียรดีกว่า แต่ไปเกิดอยู่ในถิ่นป่าดง หรือเช่นไปเกิดเป็นเทวดา ถึงจะแย่อย่างไรก็ยังสุขสบาย ไม่เดือดร้อน ไม่อดอยาก คติวิบัติ เช่น มีพระพุทธเจ้าอุบัติตรัสสอนธรรม แต่ตัวไปเกิดอยู่เสียในป่าดง หรือในนรก ก็หมดโอกาสได้ฟังธรรม หรือมีสติปัญญาดี แต่ไปเกิดเป็นคนป่าอยู่ในกาฬทวีป ก็ไม่มีโอกาสได้เป็นนักปราชญ์ในวงการศิลปะและศาสตร์ทั้งหลาย มีความรู้ความสามารถดี แต่ไปอยู่ในถิ่นหรือในชุมชนที่เขาไม่เห็นคุณค่าของความรู้ความสามารถนั้น เข้ากับเขาไม่ได้ ถูกเหยียดหยามบีบคั้น อยู่อย่างเดือดร้อน เป็นต้น” ต่อเรื่องนี้ท่านมีfootnoteว่า คติสมบัติ คติวิบัติ อรรถาธิบายเฉพาะในแง่ของภพภูมิที่ไปเกิด


ฉันจึงเข้าใจว่าคติสมบัติหรือคติวิบัติเป็นเรื่องทางกายภาพค่ะ  และเป็นองค์ประกอบ ๑ ใน ๔ ที่หากใครต้องการทำกรรมนิยามให้ดีจนได้รับผลกรรมทั้งระดับจิตใจ บุคลิกภาพ วิถีชีวิต และสังคม จะต้องทำสมบัติ ๔ให้สมบูรณ์ครบถ้วน และพึงหลีกเลี่ยงวิบัติ ๔ ให้ไกล

อย่างไรก็ดี ท่านพรหมคุณาภรณ์ก็เตือนไว้ในที่นี้ด้วยเหมือนกันว่า “อย่ามัวคิดวุ่นอยู่เลยว่า ทำไมคนนั้นทำไม่ดี แต่กลับได้ดี ทำไมคนนี้ทำไม่ดีแต่ไม่เห็นเป็นอะไร ทำไมเราทำอย่างนี้ ไม่เห็นได้อะไร ดังนี้เป็นต้น ปัจจัยหรือองค์ประกอบของนิยามทั้งหลาย เราอาจยังตรวจดูรู้ไม่ทั่วถึง และพึงคิดว่า ตัวเรานี้ ปัญญาที่จะรู้จักเลือกถือเอาประโยชน์จากนิยามอื่น ๆ ก็ไม่มี หนำซ้ำ องค์ประกอบฝ่ายกรรมนิยามที่เป็นฐานยืนพื้นแน่นอนอยู่นี้ ก็ยังไม่ใส่ใจที่จะทำให้ดีเสียอีก ถ้าขืนเป็นอย่างนี้ ก็คงมีแต่จะต้องทรุดหนักลงไปทุกที”

ท่านสอนต่อไปว่า “เมื่อมองให้เข้าถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ผู้ประกอบกรรมดีย่อมไม่คิดอยู่เพียงขั้นที่ยังมุ่งหวังผลอันเป็นโลกธรรม (ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ)ตอบสนองแก่ตน เพราะกุศลกรรมที่แท้จริง เกิดจากกุศลมูล คืออโลภะ อโทสะ อโมหะ เขาจึงทำกรรมด้วยจาคะ สละอกุศลในใจและเผื่อแผ่เกื้อกูลแก่ผู้อื่น ทำกรรมด้วยเมตตากรุณา ช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์ และสนับสนุนความอยู่ร่วมกันโดยสุขสงบ มีไมตรี ทำกรรมด้วยปัญญา เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง เพื่อโพธิ เพื่อให้ธรรมแพร่หลายครองใจคน และครองสังคม ซึ่งจัดเข้าได้ว่า เป็นกรรมขั้นสูงสุด คือกรรมที่เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม” 
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Oct. 2006,22:00 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่วันดีขา..อย่าให้แมวเหมียวช่วยวิเคราะห์เลยค่ะ เดี๋ยวจะชวนพี่วันดี
เข้ารกเข้าพงไปเลยนะคะ inlove.gif

แค่อ่านที่พี่วันดีเขียนนี่ก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แมวเหมียวเป็นประเภทรู้น้อยพลอยรำคาญ..

whisper.gif แมวเหมียวชวนคุยคุณคิลินคงจะรำคาญบ่อยหรือไม่ก็บรรลุธรรมเร็วขึ้น ..ต้องมีความอดทนสูง laugh1.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Oct. 2006,20:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โอ๊ะ โอ๋ แมวเหมียวรำคาญเสียแล้วหรือคะ แต่พี่ยังไม่ใช่ประเภทรู้มากยากนานหรอกนะ กำลังทำตัวเป็นนักเรียนน้อย คอยหัดคอยเรียนจากคนอื่น ๆ พอเห็นบทเรียนที่ไหนดี ก็อดไม่ได้ที่จะบอกต่อน่ะค่ะ เคยมีคนบอกกับพี่ว่า คนที่เข้าถึงโพธิแล้วนั้น เขาไม่ต้องอ่านมากเพราะปัญญาแตกฉานสามารถอ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เข้าใจแจ่มแจ้ง พี่ยังไม่ได้สักกะผีก จึงต้องหาอ่านหาฟังเอาจากคนที่เขารู้แล้ว ทีนี้พออ่านพอฟังแล้วนำมาคิด ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจอีกว่าถูกหรือเปล่า จึงนำออกมาเล่า หวังว่าคนที่เขารู้แล้วจะมาอ่านเจอ แล้วชี้แนะให้

ที่จริงหนังสือพุทธธรรมเล่มนี้ของพระพรหมคุณาภรณ์ หากมีเวลาค่อย ๆ อ่านแล้วจะเข้าใจง่ายค่ะ ท่านยกตัวอย่างให้เห็นมาก และชี้ให้เรามองจากแง่มุมต่าง ๆ พี่เก็บมาได้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พยายามปรับใช้กับชีวิตตนเอง แบบคนรู้น้อยค่อย ๆ เรียนไปทำไปค่ะ และที่โพสท์ลงมายาว ๆ นี่ก็ไม่ใช่พี่คิดได้เองนะ โค้ดมาจากหนังสือท่านทั้งนั้น

พุทธศาสนาสอนว่า กรรมเป็นเรื่องของหลักเหตุผล ที่เกี่ยวกับการกระทำของมนุษย์ ซึ่งมีทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต มีทั้งกรรมเก่าที่ทำไปแล้ว กรรมปัจจุบันที่กำลังกระทำ และกรรมในอนาคตที่ยังไม่ได้ทำ

กรรมเก่านั้นเสร็จไปแล้ว จะย้อนกลับไปทำหรือไม่ทำอีกไม่ได้ 

แต่กรรมเก่าเป็นเหตุปัจจัยอยู่ในกระบวนการของวงจรปฏิจจสมุปบาท มันเกิดขึ้นมาแล้ว มันเป็นเหตุ เราจึงต้องยอมรับผลที่ตามมา ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า เราควรได้ประโยชน์จากอดีตอย่างไร

เราต้องให้กรรมเก่า หรือกรรมในอดีตนั้น เป็นบทเรียนแก่ตนเอง พิจารณาไตร่ตรองมองให้เห็นว่า ผลที่เกิดกับตนเอง เกี่ยวข้องกับการกระทำของตัวเองอย่างไร โดยไม่โทษผู้อื่น และไม่รอรับแต่ผลของกรรมเก่า

เมื่อเห็นเหตุผลนั้นแล้ว ก็จะเป็นบทเรียนสำหรับคิดแก้ไขปรับปรุงตนเองต่อไป จุดที่พระพุทธเจ้าต้องการที่สุดคือปัจจุบัน เพราะว่าอดีตเราทำไปแล้วแก้คืนไม่ได้ แต่ปัจจุบันเป็นสิ่งที่เราทำได้ เรามีอิสรภาพมากทีเดียวในปัจจุบันที่จะกระทำการต่าง ๆ

พุทธศาสนาสอนให้เราปฏิบัติต่อกรรม ดังนี้
๑. รู้หลักความตรงกันของเหตุกับผล
๒. กำหนดผลดีที่ต้องการให้ชัด ให้ถือเอาผลดีตามกฎธรรมชาติเป็นอันดับแรก แล้วจึงคิดถึงผลดีตามนิยามและนิยมของมนุษย์
๓. ทำเหตุและปัจจัยให้ครบที่จะให้เกิดผลที่ต้องการ
๔. ฝึกฝนปรับปรุงตนให้ทำกรรม(ได้ผล)ดียิ่งขึ้นไป


ต่อกรรมเก่าเราจึงควรมีแนวทางที่ถูกต้องในการทำความเข้าใจ ว่า
๑. ไม่มองกรรมแบบแยกขาดตัดตอน มองให้เห็นเป็นกระแสที่ต่อเนื่องตลอดมาจนถึงขณะนี้ และกำลังดำเนินสืบต่อไป มองให้เห็นว่ากรรมมีทั้งกรรมเก่า กรรมปัจจุบัน และกรรมข้างหน้า
กรรมเก่า(ในอดีต) เป็นการกระทำที่ผ่านไปแล้ว กลับไปทำอะไรอีกไม่ได้ แต่เราควรรู้ เพื่อเอาความรู้จักมันนั้น มาใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปรับปรุงกรรมใหม่ให้ดียิ่งขึ้น
กรรมใหม่(ในปัจจุบัน) คือกรรมที่เราทำได้ และจะต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุด 
กรรมข้างหน้า(ในอนาคต) เรายังทำไม่ได้ แต่เราสามารถเตรียม หรือวางแผนเพื่อจะไปทำกรรมที่ดีที่สุด ด้วยการทำกรรมปัจจุบันที่จะพัฒนาเราให้ดีงามและงอกงามยิ่งขึ้น จนกระทั่งเมื่อถึงเวลานั้น เราก็จะสามารถทำกรรมที่ดีสูงขึ้นไปตามลำดับ จนถึงขั้นเป็นกุศลอย่างเยี่ยมยอด

๒. ทำให้รู้จักตัวเอง ทั้งทุนที่มี และข้อจำกัดของตน พร้อมทั้งเห็นตระหนักถึงผลสะท้อนที่ตนจะประสบ ซึ่งเกิดจากกรรมที่ตนได้ประกอบไว้ กรรมเก่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเราทุกคน เพราะแต่ละคนที่เป็นอยู่ขณะนี้ ก็คือผลรวมของกรรมเก่าของตนที่ได้สะสมมา ด้วยการทำ-พูด-คิด การศึกษาพัฒนาตน และความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมในอดีตทั้งหมด ตลอดมาจนถึงขณะ หรือวินาทีสุดท้ายก่อนขณะนี้ 
๓. แก้ไขปรับปรุงเพื่อก้าวสู่การทำกรรมที่ดียิ่งขึ้น การปฏิบัติที่ถูกต้องที่จะได้ประโยชน์จากกรรมเก่ามากที่สุด ก็คือการทำกรรมใหม่ที่ดีกว่ากรรมเก่า นั่นคือการพัฒนาฝึกฝนตนเองตามหลักไตรสิกขา อันประกอบด้วย
ศีล ฝึกกาย วาจา สัมมาอาชีวะ รวมทั้งการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมด้วยอินทรีย์ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
สมาธิ ฝึกอบรมพัฒนาจิตใจ ที่เรียกว่าจิตภาวนาทั้งหมด
ปัญญา คือความรู้คิดเข้าใจถูกต้อง มองเห็นสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง และสามารถใช้ความรู้นั้นแก้ไขปรับปรุงกรรม ตลอดจนปัญหาดับทุกข์ให้หมดไป มิให้มีทุกข์ใหม่ได้


กรรมเก่าไม่อาจหมดไปเอง ด้วยการชดใช้กรรม เพราะในความเป็นจริงเรากำลังทำกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเรายังมีชีวิต ยังต้องกินอยู่เคลื่อนไหวทำอะไรต่อมิอะไร ทั้งเรายังมีโลภ มีโกรธ มีหลง เราจึงประกอบกรรมใหม่ที่จะกลายเป็นกรรมเก่าไปอีกเรื่อย ๆ ไม่มีหมด นอกเสียจาก เราจะประกอบกรรมใหม่ที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น จนพ้นขั้นของกรรมไป ถึงขั้นทำ แต่ไม่เป็นกรรม เพราะทำด้วยปัญญาที่บริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะเรียกว่า พ้นกรรม

นี่คือแนวทางที่ฉันจะต้องยึดถือ ฉันยังคงเดินหน้าสร้างกรรมใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าชีวิตจะดับสูญ แต่กรรมใหม่ที่ฉันทำและจะทำต่อไปในวันข้างหน้า จะมีกรรมเก่าคอยเตือนภัยอยู่ตลอดเวลา 

ที่เกาะพีพี หากฉันไม่สามารถจะสร้างกรรมใหม่ได้อีก ภูเขา ทะเล หาดทราย แสงแดด สายลม นกบนฟ้า ปลาในน้ำ และฯลฯ ก็จะยังคงลูบไล้ที่นี่ให้งดงามและทรงค่าสำหรับทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องไปตามธรรมดาของมันจนกว่าจะถึงกาล
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Oct. 2006,20:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (วันดี @ 12 ตค. 2006,08:20)
กรรมเก่าไม่อาจหมดไปเอง ด้วยการชดใช้กรรม เพราะในความเป็นจริงเรากำลังทำกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเรายังมีชีวิต ยังต้องกินอยู่เคลื่อนไหวทำอะไรต่อมิอะไร ทั้งเรายังมีโลภ มีโกรธ มีหลง เราจึงประกอบกรรมใหม่ที่จะกลายเป็นกรรมเก่าไปอีกเรื่อย ๆ ไม่มีหมด นอกเสียจาก เราจะประกอบกรรมใหม่ที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น จนพ้นขั้นของกรรมไป ถึงขั้นทำ แต่ไม่เป็นกรรม เพราะทำด้วยปัญญาที่บริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะเรียกว่า พ้นกรรม

การทำกรรมใหม่ที่ไม่เป็นกรรม ก็คือการกระทำที่ทำไปตามเหตุตามปัจจัยของสิ่งนั้นๆเรื่องนั้นๆ กล่าวคือด้วยเหตุและปัจจัยที่มีมาแล้วในอดีตในเรื่องนั้นๆ  มันต้องส่งผลอย่างที่เรากำลังจะกระทำ ถึงแม้เราไม่ใช่ผู้กระทำ ก็ต้องมีผู้อื่นกระทำอยู่ดี มีข้อแม้ว่ากรรมที่จะกระทำนั้นต้องเป็นกรรมดี เป็นกุศลกรรม  ไม่ใช่กรรมที่ไปตัดสินความถูกผิดของผู้อื่น  ซึ่งเราจะรู้ได้ถึงเหตุปัจจัยเหล่านี้ได้ ก็ต้องด้วยปัญญา และเป็นปัญญาที่บริสุทธิ์คือคิดไปทางกุศลกรรมด้วย tinyrose.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Oct. 2006,04:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (วันดี @ 12 ตค. 2006,08:20)
โอ๊ะ โอ๋ แมวเหมียวรำคาญเสียแล้วหรือคะ แต่พี่ยังไม่ใช่ประเภทรู้มากยากนานหรอกนะ กำลังทำตัวเป็นนักเรียนน้อย คอยหัดคอยเรียนจากคนอื่น ๆ พอเห็นบทเรียนที่ไหนดี ก็อดไม่ได้ที่จะบอกต่อน่ะค่ะ เคยมีคนบอกกับพี่ว่า คนที่เข้าถึงโพธิแล้วนั้น เขาไม่ต้องอ่านมากเพราะปัญญาแตกฉานสามารถอ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เข้าใจแจ่มแจ้ง พี่ยังไม่ได้สักกะผีก จึงต้องหาอ่านหาฟังเอาจากคนที่เขารู้แล้ว ทีนี้พออ่านพอฟังแล้วนำมาคิด ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจอีกว่าถูกหรือเปล่า จึงนำออกมาเล่า หวังว่าคนที่เขารู้แล้วจะมาอ่านเจอ แล้วชี้แนะให้


couch.gif อิ อิ รู้น้อยพลอยรำคาญ..

หมายความว่าแมวเหมียวรู้น้อยอาจทำให้คนอื่นพลอยรำคาญน่ะค่ะพี่วันดีขาtongue.gif

ตั้งแต่พี่วันดีเอาเรื่องนี้มาโพสต์ทำให้แมวเหมียวขยันไปด้วย

ได้ไปค้นหาหนังสือของพระธรรมปิฎก(ป.อ. ปยุตโต)ที่ซื้อเคยอ่านแล้ว เอามาอ่านอีกครั้ง

หนังสือชื่อว่า "วาทะธรรมเพื่อประโยชน์สุขของพหุชน"

การบอกต่อของพี่วันดีครั้งนี้ แมวเหมียวก็ได้ประโยชน์ ได้ศึกษาธรรมะเพิ่มขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง..

ส่วนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ตามสภาพสมองน้อยๆที่มี แต่ก็คงได้พัฒนาไปบ้าง

ขอบพระคุณทั้งพี่วันดี และคุณคิลินค่ะ


bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Oct. 2006,22:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีจังเลยค่ะแมวเหมียว  แล้วถ้าแมวเหมียวเห็นตรงไหนดี ๆ น่าจะบอกให้พี่รู้ก็บอกกันด้วยนะ  อย่าคิดว่าพี่จะรู้มากกว่าแมวเหมียว  พี่เป็นเพียงคนที่พยายามมองให้เห็นสาเหตุแห่งทุกข์ของตัวเอง  แล้วพยายามปลดมันออกอย่างถูกวิธีเท่านั้น  ตกลงนะ  เอ้าตีมือกันหน่อย
thumbsup.gif  

คุณKiLinคะ  คงต้องขอให้อธิบายความแล้วล่ะค่ะ

"การกระทำที่ทำไปตามเหตุตามปัจจัยของสิ่งนั้นๆเรื่องนั้นๆ  กล่าวคือด้วยเหตุและปัจจัยที่มีมาแล้วในอดีตในเรื่องนั้นๆ   มันต้องส่งผลอย่างที่เรากำลังจะกระทำ  ถึงแม้เราไม่ใช่ผู้กระทำ  ก็ต้องมีผู้อื่นกระทำอยู่ดี"

หมายความว่าอย่างไรคะ  หมายถึงเราไม่ต้องไปทำมันก็ได้หรือคะ  ถ้าอย่างนั้นเราจะมิกลายเป็นคนนิ่งดูดายไปหรือ  แล้วยังไงคะ  ถึงเราทำก็ไม่ถือว่าเป็นกรรมอย่างนั้นหรือ  ไม่ค่อยเข้าใจค่ะ  คงต้องยกตัวอย่างให้เห็นเสียกระมัง
bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Oct. 2006,21:13 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

laugh1.gif ตีมือกับพี่วันดีไว้ก่อนนะคะ thumbsup.gif

มารออ่านคำอธิบายจากคุณคิลินด้วยคนค่ะ  bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
21 คำตอบนับตั้งแต่ 03 Oct. 2006,21:31 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 3<<123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com