เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 3123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: The Life of Buddha, ดูการ์ตูนพุทธประวัติเพื่อเข้าใจพุทธศาสนา< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Mar. 2008,13:54  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE


ฉบับของพระวิสุทธิญาณเถร
หลวงปู่ สมชาย ฐิตวิริโย
ประธานสงฆ์ วัดเขาสุกิม


ตอนที่ ๑


เทคนิคดูวิดีโอไม่ให้สะดุดเชิญคลิก

วันประสูติ  
วันวิสาขบูชา วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖
ณ ลุมพินี ใกล้กรุงกบิลพัตถุ์




ทรงพระดำเนินได้ ๗ ก้าว


"เราเป็นผู้เลิศในโลก เราเป็นผู้เจริญที่สุดในโลก เราเป็นผู้ประเสริฐสุดในโลก
ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย บัดนี้ภพใหม่ของเรา ย่อมไม่มีอีก"




ณ พิธีแรกนาขวัญ




เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงเห็นวัฎจักรของการเบียดเบียน ซึ่งกันและกัน
สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก ตามลำดับ เป็นทอดๆ
ผู้มีอำนาจแข็งแรงกว่า รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า เป็นลำดับชั้น เป็นวงวัฏจักร


เจ้าชายสิทธัตถะทรงเจริญสมาธิ อานาปานสติ ได้รับความสงบ
จิตรวมเป็นหนึ่ง เป็นเอกะคัตตารมณ์ เป็นที่มหัศจรรย์



เมื่อทรงเจริญวัย


ทรงช่วยชีวิตนกจากการยิงของเจ้าชายเทวทัต
แล้วเกิดการโต้แย้งกันระหว่างเจ้าชายสิทธัตถะกับเจ้าชายเทวทัต
ว่านกที่ถูกยิงนั้นควรตกเป็นของใคร


ทั้ง ๒ พระองค์จึงไปให้กลุ่มโหราจารย์เป็นผู้ตัดสิน
โหราจารย์ตัดสินว่า "พวกกระหม่อมเห็นด้วยว่า
ชีวิตของนกเป็นของผู้ที่พยายามจะรักษามัน  
แต่ไม่ได้เป็นของผู้ที่พยายามจะทำลายมัน
"


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Mar. 2008,21:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พุทธประวัติตอนนี้บอกอะไรกับเราบ้าง?

           ตั้งคำถามนี้  ก็เพื่อนำมาสู่ซึ่งคำตอบ  ส่วนใหญ่ทั่วๆไปเราดูหนังก็มักไม่ได้ตั้งคำถามอะไรมากมาย  หรือตั้งก็ตอบแบบลวกๆสรุปเอาง่ายๆ  ก็เลยไม่ค่อยได้อะไร

           จำได้ว่า  สมัยก่อนเรียนหนังสือ  ก็จะมีวิชาศีลธรรม  ในวิชาศีลธรรมก็จะมีการเรียนพุทธประวัติ  ประวัติของพระพุทธเจ้านั่นเอง   ก็จะมาเจอว่าตอนพระพุทธเจ้าหรือเจ้าชายสิทธัตถะประสูติ  ทันทีที่ประสูติพระองค์ก็สามารถก้าวเดินได้ ๗ ก้าว  โดยมีดอกบัวมารองรับ   ซึ่งก็ขัดกับความรู้สึกความรับรู้โดยทั่วไป  เพื่อนมันก็บอกว่าเหลวไหล  ทำไมจะสอนให้คนทำดีก็ต้องแต่งเรื่องให้มันวิจิตรพิศดารด้วย  ก็สรุปเอาง่ายๆตามความคุ้นชิน

           ผลจากการสรุปความเห็นแบบนั้น  ก็เลยทำให้ไม่สนใจไม่ใส่ใจกับวิชานี้เท่าที่ควร  ก็กลายเป็นนับถือศาสนาพุทธแต่ในสัมมโนครัวเท่านั้น

           วันเวลาผ่านไป  มาถึงวันนี้ถึงได้รู้ว่า  การที่เราคิดแบบนั้นมันช่างโง่เสียจริงๆ  ไม่เพียงเป็นการดูถูกความคิดของคนจำนวนมากที่มีการพัฒนามาอย่างยาวนานเป็นพันๆปีเท่านั้น   มันยังได้ปิดกั้นความรับรู้ของเราให้หยุดนิ่ง  เปรียบเหมือนน้ำเต็มแก้วไม่พร้อมรับสิ่งใดๆอีก  

            ความเป็นจริงก็คือ  เรื่องใดที่เราคุ้นชิน  เราก็จะเห็นว่ามันปกติ  ถ้าไม่คุ้นชินเราก็จะว่าเป็นไปไม่ได้บ้างหรือเป็นปาฏิหารย์บ้าง  ไปพูดให้คนสมัยก่อนที่ยังไม่มีเครื่องบิน  ว่าเหล็กเหาะได้ คนก็จะไม่เชื่อจะหาว่าบ้า  ทำไมเราไม่คิดบ้างว่า  มีสัตว์หลายชนิดเกิดมาปุ๊บมันก็เดินได้เลย  ว่ายน้ำได้เลยล่ะ  ที่สุดแล้วมันเป็นเรื่องของความไม่รู้ของเราเองต่างหาก  ถ้าเรารู้เราก็จะไม่คิดว่าเป็นไปไม่ได้หรือเป็นปาฏิหารย์อะไร  คำว่าปาฏิหารย์จึงเป็นคำของคนที่ยังไม่รู้  ตนเองยังทำไม่ได้คนอื่นทำได้  ก็เลยรู้สึกว่าเป็นปาฏิหารย์   ส่วนคำว่าเป็นไปไม่ได้ก็มักจะเกิดกับคนที่คิดว่าตนเองนั้นสมัยใหม่  แต่หารู้ไม่ว่ามันได้ขังตนเองไว้กับความคิดเดิมๆไว้เรียบร้อยแล้ว

           เพราะความไม่ละเอียด  เราจึงสรุปอะไรง่ายจนเกินไป  เพราะที่เราสรุปอะไรง่ายจนเกินไป  จึงนำมาซึ่งความปิดกั้นตนเอง  ขังตนเองเอาไว้กับความคิดแคบๆ เหมือนกบในกะลา  เพราะเราคิดว่าเราสมัยใหม่ทันสมัยมีการศึกษา  เราจึงดูถูกมองข้ามความคิดของคนโบราณที่สั่งสมกันมาอย่างยาวนาน


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2008,09:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ในงานพิธีแรกนาขวัญ  เจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงเจริญสมาธิ  จนบรรลุถึงองค์ฌาณ จิตเป็นสมาธิรวมกันเป็นหนึ่ง ในขณะที่ยังเยาว์วัย  ตรงนี้บอกให้รู้ว่า

          ๑. ชีวิตไม่ได้มีเพียงชาติเดียว  การที่เจ้าชายสามารถทำได้อย่างนี้  ก็ต้องมาจากการสั่งสมมาจากชาติก่อนๆ  

          ๒. การเจริญสมาธิให้จิตสงบเข้าถึงองค์คุณของฌาณ ไม่ใช่วิชาในพุทธศาสนา  เจ้าชายทรงทำได้ตั้งแต่ยังเล็กอยู่  พระองค์ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า  

          ด้วยความหมายของข้อ ๑  ชีวิตจึงมีความต่อเนื่อง  เกิดแล้วตาย  ตายแล้วต้องเกิด  เพื่อสานต่อความเป็นเหตุเป็นผล  สิ่งที่ทำในชาติหนึ่งๆ  ไม่ได้จบเพียงชาตินั้นๆ  ภายในชาติปัจจุบันถ้ายังไม่ส่งผล  ก็ต้องส่งผลในชาติต่อๆไป  ก็คือความหมายของคำว่า "กรรม"  พุทธศาสนาจึงสอนให้ทำกรรมดี  เพื่อผลที่ตามมาจะได้ดี  แต่..คนสมัยใหม่ไม่เชื่อเรื่องนี้  จึงทำทุกอย่างเพียงเพื่อหาประโยชน์ใส่ตน  ใช้ชีวิตให้คุ้ม(แบบผิดๆ)  ทัศนคติตั้งไว้ผิด  ความประพฤติและการกระทำที่ตามมาก็ผิดๆ

           ความหมายในข้อที่ ๒  บ่งบอกว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และพระองค์ออกเผยแพร่  ต้องมีความสำคัญกว่า  สมาธิไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของศาสนาพุทธ  
           ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่แยกไม่ออก  ว่าอะไรคือพุทธอะไรไม่ใช่พุทธ  พุทธแท้ๆต้องการสอนอะไร  ไปจับเอาสิ่งที่เป็นแค่เปลือกแค่กระพี้  แล้วก็มาคิดว่า  งมงาย ล้าสมัย  รู้ไม่จริงแล้วสรุป จึงไม่ได้เข้าถึงความจริง  ความไม่ละเอียดความหยาบ  ทำให้เราสัมผัสได้เพียงแค่ผิวแค่เปลือกนอกเข้าไม่ถึงแก่น ทั้งๆที่สิ่งที่คนเราต้องการและแสวงหาก็อยู่ในพุทธศาสนาของเรานี่เอง


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Mar. 2008,20:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โห...ถ้าอย่างนี้ชาติก่อน สงสัยว่าเราจะเกิดเป็นหมูหมากาไก่ แหง็มเลยถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แหะๆ   smSL07.gif

        ขอบคุณค่ะที่นำมาชี้แนะให้เห็น  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Mar. 2008,13:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตอนที่ ๒


เทคนิคดูวิดีโอไม่ให้สะดุดเชิญคลิก

อภิเษกสมรส  


เพื่อให้เจ้าชายหลงติดอยู่ในความสุข  
ไม่สละทางโลกออกบวชตามคำทำนายของโกณทัญญะ  
พระเจ้าสุทโธทนะพยายามทุกวิถีทาง  
เมื่อพระองค์เป็นหนุ่มก็จัดสาวงามมาให้เจ้าชายคัดเลือก


หญิงงามมากมายเจ้าชายไม่ทรงคัดเลือก
แต่ที่สุด..พระองค์ก็เลือกเจ้าหญิงยโสธราพิมพา



วันเวลาผ่านไปอีกหลายปี


ทั้ง ๒ พระองค์ได้ใช้ชีวิตเสพสุขกับการครองเรือน
แต่แล้ว..คืนหนึ่งเจ้าชายสิทธัตถะก็ฝันร้าย


พระองค์คิดว่าต้องมีบางอย่างที่เป็นเงื่อนงำ
เพื่อค้นหาคำตอบ  พระองค์ได้ออกนอกวังเพื่อหาคำตอบนั้น


ได้พบเทวทูตทั้ง ๔ ได้แก่  คนแก่


คนเจ็บ


คนตาย


และนักบวช





--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Mar. 2008,19:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตามมามุง อิอิ  snaping.gif

ขอบคุณค่ะคุณคิลิน  bowsdown.gif


--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Mar. 2008,23:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เชื่อค่ะว่า คิดดี ส่งผลให้เกิดแต่กรรมดีจริงๆ

คนคิดดี จึงมักพบแต่เรื่องดีๆ ไม่ค่อยประสบปัญหาอะไรหนักหน่วงในชีวิต

แต่ขอให้มั่นใจว่าได้ "คิดดี" จริงๆนะคะ


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Mar. 2008,17:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พรหมลิขิต ใครลิขิต หรือจะแรงเท่ากรรมลิขิตที่ตนลิขิตตนเอง

            ในที่สุดความพยายามของพระเจ้าสุทโธทนะ ความพยายามที่ต้องการให้เจ้าชายสิทธัตถะไปตามแนวทางที่ตนต้องการ ก็เป็นอันล้มเหลว เหตุเพราะพระพุทธเจ้าหรือเจ้าชายสิทธัตถะได้ทรงบำเพ็ญบารมี  เพื่อมุ่งหวังสำเร็จพระโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาแล้วหลายภพหลายชาตินับไม่ถ้วน   นั่นก็คือพระองค์ได้ประกอบกรรมดี ลิขิต กำหนดชีวิตตนเองเอาไว้แล้ว

            เรามักจะได้ยินอยู่เสมอว่า พรหมลิขิตบ้าง  ดวงบ้าง  แต่จริงๆแล้วไม่มีใครลิขิตใครได้  ตัวเราเองเป็นคนลิขิตกำหนดชีวิตของตัวเราเองในอนาคต  จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม  เราเป็นผู้จดบันทึกการกระทำของตัวเราเองลงไปในร่องรอยของกาลเวลา  แต่ละวินาทีนาทีที่ผ่าน  เวลาได้ทำหน้าที่บันทึกการกระทำ พูด คิดของเรา  แล้วสิ่งที่ได้ถูกบันทึกนั้นก็ถูกประมวลย้อนกลับมาเป็นผลสู่เรา  ตามความรุนแรงก่อนหลัง  ทั้งผลที่ดีและไม่ดี  เรื่องราวใหม่ การกระทำพูดคิดใหม่ถูกบันทึกใหม่ เรื่องราวเก่าถูกประมวลส่งผลสู่เรา  เป็นอยู่เช่นนี้ไม่รู้จบ เรียกว่า "กรรม"


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Mar. 2008,21:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตอนที่ ๓


เทคนิคดูวิดีโอไม่ให้สะดุดเชิญคลิก

ห่วงเกิดขึ้นแล้ว  


งานเลี้ยงฉลองพระโอรสประสูติ


เจ้าชายสิทธัตถะตัดสินใจออกบวชเพื่อแสวงหาสัจจธรรม






บำเพ็ญทุกกรกริยา
โดยมีปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ถวายการรับใช้







ผ่านไป ๖ ปี พระองค์พบว่านั่นไม่ใช่ทางแห่งความสำเร็จ
จึงทรงเปลี่ยนใจมารับน้ำนมวัวเป็นอาหารจากชายหนุ่มเลี้ยงวัว


ปัญจวัคคีย์เข้าใจว่าพระองค์ล้มเลิกความพยายามก็ละไปจากพระองต์


นางสุชาดาเข้าถวายข้าวมธุปายาส


พระองค์ทรงเสี่ยงทายให้ชามลอยทวนกระแสน้ำ


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Apr. 2008,23:13 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

การตัดสินใจออกบวชของเจ้าชายสิทธัตถะ  ดูเหมือนง่ายแต่จริงๆไม่ง่าย  การตัดสินใจละจากความสะดวกสบาย  ความมีพร้อมทุกสิ่งทุกสิ่งอย่าง  มีมเหสีและโอรสน้อยๆที่น่ารักเป็นห่วงโซ่  ไปสู่สถานะที่ตรงกันข้าม  ไม่มีอะไรเลยต้องนอนกลางดินกินกลางทราย  ถ้าไม่ใช่เพราะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่แน่วแน่  แล้วจะทำกันได้

หนทางแห่งความสำเร็จจึงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ  หากแต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวในเป้าหมายนั้นๆ  อย่างไม่ย่นย่อท้อถอย  ไม่กลัวความยากลำบากใดๆ  มีแต่ความมุ่งมั่นในเป้าหมายนั้นๆ    

แม้ในการทำทุกกรกริยาของพระองค์ที่ทรมานร่างกาย  เพียงเพื่อมุ่งหวังจะค้นพบสัจจธรรม  จนร่างกายได้รับทุกข์ทรมานแสนสาหัส   เทียบกับสมัยที่ยังอยู่ในเมือง  ช่างต่างกันลิบลับ   พระองค์จึงเป็นยอดคน  เป็นแบบอย่างของความมุ่งมั่น ความพยายามแน่วแน่ที่ดีเลิศ

เมื่อย้อนหันมามองคนในยุคปัจจุบัน  เหมือนคนอยู่คนละยุค คนละโลก  เอาแต่ความสะดวกสบายเป็นหลัก  หนักนิดเบาหน่อย  ก็ไม่เอาแล้ว  ใจเสาะ โลเล  เปลี่ยนใจง่าย  ไม่ทันไร ก็ยกธงยอมแพ้  จึงไม่ต้องแปลกใจ  คนเหล่านี้จึงรู้สึกต่อพุทธวัติเป็นเพียงแค่นิยาย  เป็นแค่เรื่องแต่งเรื่องเล่า  เพราะมันไกลจากตัวเขาที่เป็นอยู่   จึงดูเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้  เมื่อเทียบกับตนเอง  เอาตนเองเป็นที่เทียบ    

ก็ไม่ได้ว่าเพียงคนอื่น  ตนเองก็ยังเป็นเช่นนี้

นี่แหล่ะ  ความแตกต่างระหว่างปุถุชนกับอริยชน  มันช่างต่างกันราวฟ้ากับดินจริงๆ


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
20 คำตอบนับตั้งแต่ 21 Mar. 2008,13:54 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 3123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com