เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 3<<123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: The Life of Buddha, ดูการ์ตูนพุทธประวัติเพื่อเข้าใจพุทธศาสนา< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Apr. 2008,10:43  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตอนที่ ๔


เทคนิคดูวิดีโอไม่ให้สะดุดเชิญคลิก

ตรัสรู้  


พญามารส่งลูกสาวมายั่วกิเลสพระพุทธเจ้า


พญามารและบริวารพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้พระพุทธเจ้าเลิกล้มความพยายาม


แม้จะทำร้ายพระองค์อย่างไร  อาวุธเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นดอกไม้โปรยปรายบูชาพระองค์


ด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อต่อสิ่งใด  ในที่สุดพระองค์ก็ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า


ทรงโปรดตปุสสะและภัลลิกะสองพี่น้องชาวเมืองอุกการา
และทั้งสองได้ถวายตนเป็นอุบาสกคู่แรกของโลก


หลังจากนั้น  มุ่งสู่ป่าอิสิปตนมคทายวัน เพื่อโปรดปัญจวัคคีย์


ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ บรรลุเป็นพระอรหันต์  และคนอื่นได้เข้ามาเป็นสาวกอีกมากมาย
พระพุทธเจ้าได้ให้สาวกของพระองค์แยกย้ายกันออกไป  เพื่อประกาศพระศาสนา


พราหมณ์หนุ่มนามอุปติสสะ  ได้พบพระอัสสชิแล้วศรัทธาเลื่อมใส
ขอให้พระอัสสชิ  พามาหาพระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรมต่อหมู่ชนทั้งหลาย


พระอัสสชิพาพราหมณ์อุปติสสะและโกลิตะ เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
ทั้งสองได้ขอบวช  และต่อมาได้เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวาเบื้องซ้าย
รู้จักกันในนามว่า พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Apr. 2008,21:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้อะไร?

           สมัยเมื่อยังเรียน ที่เรียนพุทธประวัติ  ไม่เข้าใจว่าอะไรคือการตรัสรู้  ได้แต่ท่องๆๆๆ เพื่อใช้สอบเท่านั้น

              ผ่านมาอีกหน่อยก็รับรู้ว่า  คนนิยมนั่งสมาธิ  นัยว่านั่งแล้วเพื่อจะได้เห็นๆอะไรบ้าง  เคยไปนั่งกับเขาเหมือนกัน  ก็หลับสบายดี ลืมตาขึ้นมา เขาก็ถามว่าเห็นอะไร  โถจะไปเห็นอะไร  ไม่กรนก็ดีแล้ว

           สิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้นั้น  สรุปรวมก็คือความเป็นจริงทางธรรมชาติ จึงเรียกสิ่งนี้ว่า "ธรรมะ"

           เมื่อเป็นความจริงทางธรรมชาติ  ก็แสดงว่าสิ่งนั้นมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ มีก่อนที่จะมีพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นเพียงเป็นคนค้นพบได้เท่านั้น  พระองค์ไม่ได้เป็นคนบัญญัติขึ้น ตั้งขึ้น  จึงไม่ใช่ลัทธิ ทฤษฎี  

              และเมื่อเป็นความจริงทางธรรมชาติ  มันก็จะไม่ขึ้นกับความต้องการ ความมุ่งหวังของใครๆ  ไม่ว่าเทพ พรหม องค์ใดๆ แม้พระพุทธเจ้าเอง  หากแต่มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมัน

             การที่พระพุทธเจ้าไปค้นพบความจริงทางธรรมชาตินี้  เมื่อเปรียบกับ ทางตะวันตกที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบความจริงทางธรรมชาติ  แล้วเอาความจริงนั้นมาใช้ประโยชน์กับมนุษย์โลก  แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเป็นเพียงความจริงที่เป็นรูปธรรม  จับต้องได้ พิสูจน์ได้เท่านั้น  ขณะที่สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบเป็นความจริงของชีวิต ของสรรพสิ่ง  ซึ่งในความจริงนั้นรวมทั้งสิ่งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้  ทั้งนามธรรมและรูปธรรม  การค้นพบทางวิทยาศาสตร์อาศัยการต่อยอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง  แต่การค้นพบของพระพุทธเจ้าอาศัยตัวพระองค์เองในการสั่งสมบารมีมาหลายพบหลายชาติ  

             ด้วยเหตุนี้  ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์  ไอสไตน์จึงกล่าวว่า "ถ้าให้เขาเลือกนับถือศาสนา  เขาจะนับถือศาสนาพุทธ"

            จริงๆจะว่าเป็นวิทยาศาสตร์ ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว  เพราะมันมากกว่าความเป็นวิทยาศาสตร์  วิทยาศาสตร์ค้นพบแต่สิ่งที่เป็นรูปธรรมและต้องพิสูจน์ได้ด้วย  แต่พระพุทธเจ้าค้นพบรวมไปถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม สิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้เพียงชาติเดียว แต่สามารถใคร่ครวญให้พอเข้าใจได้   และที่มากไปกว่านั้น  ศาสนาพุทธยังเป็นศาสนาแห่งความมุ่งมั่นแห่งความเพียรพยายาม  ถ้าพระพุทธเจ้าไม่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว  เพียรพยายามสูง  สั่งสมบารมีหลายภพหลายชาติ  ก็คงไม่ได้ค้นพบความจริงอันนี้  ก็คงไม่มีศาสนาพุทธ


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Apr. 2008,14:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE


(KiLiN @ 08 Apr. 2008,21:19)
QUOTE
         

              ผ่านมาอีกหน่อยก็รับรู้ว่า  คนนิยมนั่งสมาธิ  นัยว่านั่งแล้วเพื่อจะได้เห็นๆอะไรบ้าง  เคยไปนั่งกับเขาเหมือนกัน  ก็หลับสบายดี ลืมตาขึ้นมา เขาก็ถามว่าเห็นอะไร  โถจะไปเห็นอะไร  ไม่กรนก็ดีแล้ว

           

(ขออนุญาตค่ะท่านประธาน  EM145.gif )

ถ้าคุณคิลินหันไปถามคนข้างๆว่า เขานั่งแล้วเห็นและได้ยินอะไรบ้าง

เขาคงตอบว่า "เห็นคนหลับและได้ยินเสียงกรน"แน่ๆเลยค่ะ couch.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Apr. 2008,23:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ครับ..ก็คงเป็นอย่างนั้น  คนกรนไม่เคยได้ยินเสียงกรนของตนเอง  เมื่อไรได้ยินเสียงก็แสดงว่าเป็นคนอื่นกรน  
แต่อย่าไปใส่ใจเลย  ที่สุดแล้วก็คือคนขาดสตินั่นเอง  มาว่ากันถึงสาระของการตรัสรู้ของมหาบุรุษของโลกต่อกันดีกว่า

คำถามมีว่า  ความเป็นจริงทางธรรมชาติที่ว่าเนี่ย  ทำไมคนทั่วไปจึงรู้ไม่ได้  ทำไมต้องขนาดพระพุทธเจ้าถึงจะรู้ได้

ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้  สมัยที่พระองค์ยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ  พระองค์มีพร้อมทุกอย่าง  ความสะดวกสบาย  ชีวิตหรูหรา พร้อมด้วยข้าทาสบริวาร  พระองค์มีความสามารถมากกว่าคนทั่วไป  แต่ก็ไม่รู้ถึงความเป็นจริงทางธรรมชาตินี้  ได้พบเทวทูตทั้ง ๔  พยายามใคร่ครวญต่างๆนาๆ  แต่ก็ไม่เข้าใจไม่เข้าถึงความเป็นจริงของชีวิตได้

พระองค์ตัดสินใจสละความสุขส่วนตัวทั้งหมด  ใช้ชีวิตอย่างตรงกันข้าม  ทรมานร่างกายตามที่ผู้คนสมัยนั้นเขาทำกัน  ทำทุกวิถีทางจนจวนเจียนจะปางตาย  ทึ่สุดก็ไม่รู้อยู่ดี

จนกลับมาใช้ชีวิตแบบภาวะที่ไม่สุดโต่งไปทั้งสองด้าน  ด้วยภาวะอันนี้พระองค์จึงตรัสรู้ได้   พระองค์จึงสรุปว่า  ภาวะการใช้ชีวิตที่ดีที่สอดคล้องสามารถเข้าถึงความเป็นจริงของธรรมชาติได้นั้น  คือภาวะที่พระองค์เรียกว่า "ทางสายกลาง"

อะไรคือทางสายกลาง
ทางสายกลาง  ไม่ใช่ภาวะที่เป็นกลางหรือที่อยู่ตรงกลางระหว่างความสุดโต่งทั้งสองด้าน  แต่มันหมายถึงภาวะที่กำลังพอดี ไม่ตึงเกินไปและไม่หย่อนเกินไป  เช่น อะไรที่เกินวิสัยที่ตนจะทำได้ แต่ก็ฝืนทำนั่นคือตึงเกินไป  แต่อะไรที่ควรทำได้แล้วไม่ได้ทำ นั่นคือหย่อนเกินไป  
ฉะนั้นทางสายกลางสำหรับแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน เพราะเงื่อนไขความพร้อมการสะสมมามีไม่เท่ากัน

ภาวะแรก เป็นภาวะของความมีมาก มีพร้อม ภาวะร่ำรวย  ภาวะนี้คือสุขมากเกินไป  เลยทำให้ลุ่มหลง มัวเมา  ประมาท  เมื่อมีพร้อม  ก็จะไม่ขวนขวายหาสิ่งอื่นที่ดีกว่า เพราะคิดว่าเป็นอย่างนี้ดีแล้ว  คิดอะไรก็จะมีแต่สรรหาเพิ่มเติมความสะดวกยิ่งๆขึ้นไป  หรือคิดแต่ทำอย่างไรจะรักษาภาวะแบบนี้ได้ให้ยืนยาวที่สุด  คือเป็นภาวะที่ติดยึด กับภาวะไม่รู้จักพอ

ภาวะที่สองเป็นภาวะที่ไร้กำลัง  ไร้เรี่ยวแรงเปรียบได้กับภาวะที่ขัดสน ขาดแคลน ภาวะยากจน  เป็นภาวะที่แก้ปัญหาเรื่องปากท้อง  ไม่มีเวลาคิดยาว  ได้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า  มองไม่ค่อยเห็นอนาคต  เหมือนน้ำขุ่นมัวเป็นปริศนาธรรมในการ์ตูน

ภาวะที่สามเป็นภาวะที่ต้องคอยปรับ คอยกำหนด ให้เกิดความพอดีไม่ตึงจนเกินไปและไม่หย่อนจนเกินไป  ด้วยความที่ต้องคอยปรับ  จึงทำให้ไม่ลืมตัว  ไม่หลงไปกับสถานการณ์  ทำให้เกิดความเป็นฝ่ายกำหนด ไม่ปล่อยให้ถูกสถานการณ์กำหนด เกิดการควบคุมตนเองได้  เกิดการพัฒนาความสามารถที่จะควบคุมตนเองได้  ชนะตนเองได้  รู้ตนเองแจ่มแจ้ง  ก็นำพาให้รู้ผู้อื่น รู้โลกรู้สรรพสิ่งภายนอกตามมา  อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า "เราคือโลก โลกคือเรา"

ภาวะที่สาม จึงไม่ใช่ภาวะที่คนทั่วไปจะมีได้ง่ายๆ  ภาวะนี้เป็นภาวะที่ต้องหมั่นฝึกหัดเรียนรู้ปฏิบัติตน  เป็นภาวะที่ต้องมีมหาสติ  ขณะที่ปุถุชนทั่วไปคิดแต่ชนะคนอื่น น้อยที่จะคิดชนะตนเอง

พุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาแห่งการพัฒนาฝึกหัดตนเอง  "มนุษย์จะได้ดี จะประเสริฐได้เมื่อต้องฝึก  ถ้าขาดเสียซึ่งการฝึกก็หาดีไม่"


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
sweet lemon Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1363
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2004

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2008,15:52 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะคุณคิลิน และลูกบ้านทุกท่าน  EM112.gif

ขอเขียนบ้างนะค่ะ... เรื่องเกิด-ดับ เป็นของธรรมดา ... EM133.gif

อะอะ อย่าเพิ่งไล่ ..เพียงแค่ 2 บทกลอนเท่านั้น คือความขยันมีเท่านี้ค่ะ  เหอๆๆ  boogie.gif




มีเกิดดับลับหายใช่ของแปลก
คือตอนแรกถือกำเนิดเกิดชีพหนา
พอเติบใหญ่แล้วก็แก่ชรา
พอเจ็บมามินานพานตายไป

นี่แหละคือการเวียนว่ายในวัฏฏะ
หากรู้ทันก็ควรละสิ่งชั่วไซร้
มุ่งทำดีมีศีลประดับใจ
อยู่แห่งใดไร้ศัตรูแลหมู่มาร ฯ


จบแล้วค่ะ..มีเท่านี้ แหะๆๆ  snaping.gif


wave.gif


--------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2008,20:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณคิลินคะ

อ่านแล้วก็ยังสงสัยค่ะ

สงสัยว่า ในการปฏิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราจะหยั่งรู้กำลังของเราได้แค่ไหนคะ

เช่น เราคิดว่าเราทำได้ แต่พอทำไปๆ มันก็มีอุปสรรคปัญหาหนักหนา เมื่อถึงจุดนี้ เราควรจะมี "ความเพียร" ทำต่อไป

หรือ หยุด เพราะได้ตระหนักรู้ว่า เราคงทำต่อไปไม่ไหว

การจะบอกว่าเราหมดกำลัง หรือสิ่งที่เราทำนั้นเกินกำลัง

ทำอย่างไร เราถึงจะรู้ได้ว่า สิ่งที่เราคิด ไม่ใช่การเข้าข้างตัวเอง หลอกตัวเอง  ปลอบใจตัวเอง หรือ ประเมินตัวเอง ต่ำเกินไป สูงเกินไปคะ


EM145.gif  EM145.gif  EM145.gif  EM145.gif

ขอคารวะในคำตอบล่วงหน้าค่ะ
และขอสวัสดีน้องมะลาว พี่มะแหม่วเหมียว และพี่แอ๊ดเจ้าค่ะ greet.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Apr. 2008,12:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ในเชิงเป้าหมาย  ต้องมุ่งมั่นแน่วแน่  ไม่เลิกล้ม
ในเชิงเวิธีการ  ต้องใช้ปัญญาปรับเปลี่ยนหาวิธีการที่ดีที่เหมาะสม

การปฏิบัติสิ่งใด ก็เป็นธรรมดาย่อมต้องมีอุปสรรคให้เราฝ่าฟันข้ามไป
ประเด็นปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเกินกำลัง  หมดกำลังอะไร  แต่อยู่ที่ว่าสิ่งที่ตั้งใจทำนั้น  เป้าหมายคืออะไร สิ่งนั้นมีคุณค่าที่เราจะใช้ความเพียรกับมันมากน้อยแค่ไหน

พระพุทธเจ้าก่อนจะบรรลุตรัสรู้ได้เป็นพระพุทธเจ้า  พระองค์ตั้งพระทัยมุ่งมั่นที่จะค้นหาสัจจธรรมเพื่อมาช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์  พระองค์ต้องใช้เวลาสั่งสมบารมีหลายภพหลายชาติ  เกิดแล้วตาย  ตายแล้วเกิด  แม้ในชาติปัจจุบันที่พระองค์ตรัสรู้  พระองค์ก็ยังต้องใช้ความเพียรเป็นอย่างมาก  ถ้าเทียบกับคนธรรมดาก็คงเลิกล้มความตั้งใจไปแล้ว

จะเห็นว่า  เป้าหมายของพระองค์ยิ่งใหญ่มาก เกินกำลังสำหรับชาติชาติเดียวที่จะปฏิบัติได้  แต่พระองค์ก็ยังคงมุ่งมั่นต่อปณิธานนั้น  แล้วในชาติปัจจุบันที่พระองค์ใช้ความเพียรเพื่อที่จะครัสรู้นั้น  พระองค์ต้องใช้ปัญญาเพื่อปรับเปลี่ยนจากวิธีการทำทุกกรกริยามาเป็นทางสายกลาง

สรุปเป้าหมายยังคงมุ่งมั่น  แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสม


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Apr. 2008,19:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เป็นคำตอบที่ชัดเจน และช่วยปัดเป่าข้อสงสัยดีมากเลยค่ะ คุณคิลิน ขอบคุณมากค่ะ

ยังมีปัญหาอีกมากเลยค่ะ ที่อยากถาม แต่ขอเรียบเรียงก่อนแล้วกันนะคะ ตอนนี้ ก็....งานเยอะจังเลยค่ะ...

คารวะอีกทีค่ะ EM145.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
Yaya Search for posts by this member.
English Tutor
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 783
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 May 2008,14:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

Namussakarn Ka Luang P'

How are you? I come hear occasionally, just read and appreciate your topic. they are still very very good to read na ka. Also miss everyone here.
Bye for now, not forever..
... thummada.com...

Yaya ka EM112.gif


--------------
ไม่มีข้อโต้แย้ง....ไม่มีข้อผูกมัด....อิสระ....ความพอใจ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 May 2008,20:40 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ น้องยาหยา  หายไปนานเลย  คราวนี้คอมพูดไทยไม่ได้แล้วเหรอคะ  หรือว่าอยู่ต่างประเทศอ้ะ  

             สวัสดีค่ะ คุณคิลิน  พิล แมวเหมียว  มะลาว   EM139.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
20 คำตอบนับตั้งแต่ 21 Mar. 2008,13:54 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 3<<123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com