เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 1212345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: *ห้องสมุดฅนธรรมดา*, --มาอ่านหนังสือกันเถิด--< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,05:45  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

หนังสือ จินตนาการตามตัวอักษร

      มีผู้กล่าวว่า  เด็กสมัยใหม่จะูดูทีวีมากกว่าอ่านหนังสือ  และปัจจุบันสื่อการเรียนการสอนก็มักจะทันสมัย  ใช้สื่อ ทางด้าน วิดิโอ และ ทีวีกันมาก  สื่อนี้เข้าถึงคนได้ง่ายและรวดเร็วเพราะเราสามารถเห็นภาพได้ทันที  ไม่ต้องเอาไปคิดหรือจินตนาการ

      จากความทันสมัยอันนี้ จึงเป็นเหตุให้เด็กรุ่นหลังไม่รู้สึกจำเป็นที่จะต้องอ่านหนังสือ ซึ่งอาจส่งผลดีในด้านติดตามข่าวสารได้รวดเร็วและทันสมัย  แต่เกิดผลเสียในอีกด้านหนึ่ง คือ

      -  การไม่อ่านหนังสือ  ทำให้เด็กไม่ได้ใช้สมองในด้านจินตนาการ  เด็กยุคนี้  จึงขาดความต่อเนื่องในรายละเอียดด้านการถ่ายทอดทางภาษา  จะสังเกตได้ว่า  เขาจะพูดหรือเขียนได้เป็นประโยคสั้นๆ เรียบเรียงให้สละสลวยได้ยาก  ด้านหนึ่งเป็นเพราะเขาชอบความเร่งด่วนจึงไม่มีสมาธิที่จะเรียบเรียง  อีกด้านหนึ่งเพราะขาดประสบการณ์ในการแปลสัญญลักษณ์จากตัวอักษร ไปเป็นภาพในใจ  

       -  การดูทีวี และสื่อทางด้านวิดิโอ  รวมทั้ง คอมพิวเตอร์มาก  ทำให้เด็กกลายเป็นคนสมาธิสั้น  อดทนรับฟังสิ่งต่างๆได้ไม่เกิน  20 นาที  มีการวิจัยพบว่า  เด็กญี่ปุ่น ไม่มีสมาธิในการเรียนหนังสือ  และก็ไม่สามารถจะมีความอดกลั้นไม่แสดงออกด้วย  เมื่อพวกเขาไม่อยากฟังครูสอน  ก็จะ หยิบขนมขึ้นมากิน  หยิบเกมขึ้นมาเล่น  โดยไม่เกรงใจ  ฯลฯ  และสภาพเช่นนี้ ก็จะแพร่ขยายไปทั่วโลก  หากเรายังนิยมแต่สื่อด้านภาพมากกว่าสื่อทางหนังสือ

       เพื่อสนับสนุนให้พวกเราอ่านหนังสือ  และเพื่อพวกเราจะได้แนะนำให้คนอื่นๆเห็นคุณค่าและประโยชน์ของการอ่านหนังสือ  จึงเห็นว่าบ้านเราควรมีห้องสมุดประจำบ้าน  ชื่อ ห้องสมุดฅนธรรมดา  และขอเชิญชวนน้องๆทั้งหลายมาช่วยกันแนะนำหนังสือน่าอ่านด้วย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
STUV Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 283
เข้าร่วมเมื่อ: 09 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,06:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผมแนะนำ "ขอบฟ้าขลิบทอง" ของ อุชเชนี ครับ
เพิ่ง Mail order จาก www.dokya.com ได้ลด 15% จากราคาปก
สะดวกดีครับ ซื้อเกิน 300 บาท ส่งให้ฟรีครับ .....
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
มะนาว Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 189
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,07:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ป้าaddครับไม่ใช่แค่เด็กหรอกที่อ่านหนังสือน้อยลงพวกเราก็เป็นด้วยทำยังไงดี

--------------
MANAO TANG DUZZ [img]http://thummada.com/php_upload/alien001.jpg[/img]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,08:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

1. ก็ง่ายนิดเดียว  ไปซื้อหนังสือที่อากอ่านที่สุดมา 1 เล่ม  แล้วก็ตั้งใจอ่าน
 
  2. ใส่การอ่านหนังสือลงไปใน plan ชีวิตประจำวัน  วันละ 1/2 - 1 ชั่วโมง  

     น่าจะสำเร็จนะ
     หรือน้องน้ำตาลว่ายังไง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,10:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตาล.....ชอบอ่านหนังสือที่ข้างสระน้ำคะ แบบนอนอ่านสบายอารมณ์เลยนะคะ ตอนเช้าไปว่ายน้ำตอนประมาณ 7.00 น. ถึง 9.00 น. 2 ชั่วโมง ก็จะขึ้นมาพักเหนื่อย อ่านหนังสือ ประมาณ 30 - 60 นาที ก่อนกลับห้องพักคะ หนังสือทำให้เรา พักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียด หรือ ฆ่าเวลาน่าเบื่อระหว่างเดินทาง หาหนังสืออ่านสนุก..สนุก ให้ข้อคิดอีกนิด เป็นเพื่อนยามว่าง..ว่าง หรือ เดินทาง ขณะที่ฝนตก บ้านเราตามสูตร รถต้องติดไงคะ จะได้รู้สึกเบิกบาน และ รื่นเริงในอารมณ์ ได้สาระและความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองได้ด้วยคะ  

----------------------------------------  



ชื่อหนังสือ.....โลกของโซฟี
เขียนโดย.....JOSTEIN GAARDER
แปลโดย.....สายพิณ ศุพุทธมงคล

---------------------------------------------------

หนังสือ…..โลกของโซฟี คุณพ่อซื้อมาฝาก…ตาล ตั้งแต่ ปี 2541 ตอนนั้นเรียนอยู่ มัธยมปลายแล้ว ตอนนั้นตาลอ่านไปแล้วนะ แต่ไม่ได้ตั้งใจอ่านมากนัก ความคิดของ โซฟี กับ ของตาลใกล้เคียงกันในบางเรื่อง แต่ของตาลไม่ซีเรียสแบบโซฟีหรอกคะ ตาล…แค่คิดเล่น…เล่น ไม่ได้ต้องการคำตอบอย่างจริงจัง

โลกของโซฟี…..เป็นหนังสือที่พยายามจะ นำเสนอเรื่องราว “แนวปรัชญาของโลกตะวันตก” โดยนำเสนอในมุมมองของนิยาย ทำให้เนื้อเรื่องอ่านง่าย ไม่น่าเบื่อ

มีตัวเอกของเรื่อง…..เป็นเด็กผู้หญิง ชื่อ โซฟี

เนื้อเรื่อง…..ผู้เขียนแนะนำให้เรารู้จัก เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อโซฟี เธอเป็นเด็กที่มีความสงสัยเกี่ยวกับตัวเอง และ โลกมากมาย และ ด้วยความช่างสงสัยของเธอ จึงนำพาให้เธอขุดคุ้น เพื่อค้นพบคำตอบเหล่านั้น

นี่เอง…..จึงเกิดเป็นเรื่อง…..”โลกของโซฟี” โลกของมุมมองของคน คนหนึ่งที่เกี่ยวกับปรัชญา

ในเรื่อง…..”โซฟี” พยายามหาคำตอบในสิ่งที่ตนเองสงสัย ไปตามวิถีทางของเธอ และ ความสงสัยต่าง..ต่าง ของโซฟี ก็ได้คลี่คลายไปเรื่อย..เรื่อย จนมาถึงช่วงหนึ่งที่…“โซฟีฝัน”

เธอฝันถึง…..เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง และ เหตุการณ์ในความฝัน รวมทั้งผู้หญิงในฝันคนนั้น กลับมาเกี่ยวพันกับชีวิตจริงของโซฟี อย่างไม่น่าเชื่อ จนทำให้ โซฟี ว้าวุ่น และ สับสนไปหมด

และ…..ความว้าวุ่น และ สับสน ของโซฟี ก็ได้รับการคลี่คลาย เมื่อเนื้อเรื่องมาถึงจุดหนึ่งที่ เฉลยว่า…..โซฟี เด็กผู้หญิงผู้ช่างสงสัย และ ค้นหา ที่แท้…เธอเองก็เป็น แค่ความฝัน ของเด็กผู้หญิงในฝันของเธอ เท่านั้นเอง

ไคลแมกซ์…..ของเรื่อง พยายามจะเสนอปรัชญาในมุมมองของพลาโต เกี่ยวกับแบบ และ สิ่งที่สมบูรณ์ ในอีกมิติหนึ่ง โดยนำเสนอออกมาในตัวเอกของเรื่องที่ชื่อ “โซฟี”

เรื่องนี้…..มีมุมมองให้เราได้คิด ในแง่ของ…ปรัชญาแบบหนึ่ง

ว่า…..ชีวิตของเรา ที่ดิ้นรนไขว่คว้าและค้นหาอยู่นี้ ที่แท้แล้ว ชีวิตของเรา อาจจะเป็นแค่…ความฝันของใครคนหนึ่งในอีกโลกหนึ่งเท่านั้น เหมือนอย่างเช่น “ชีวิตของโซฟี”

หรือว่า…..ชีวิตนี้จะเป็นแค่…….”ความฝัน”

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 6
numtan_kw Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 62
เข้าร่วมเมื่อ: 20 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,10:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



หนังสือเล่มนี้ มีอิทธิพลกับเราเหลือเกิน...ตาล มีโอกาสรู้จักกับ

หนังสือ..... “พลังจิตใต้สำนึก”
แปลจากหนังสือ.....The Power of Your Subconscious Mind
ของ.....Dr.Joseph Murphy
ที่แปลโดย..... "คุณทศยุทธ"

ด้วยการแนะนำจากคุณอา ปกติ ตาล..ไม่สนใจหนังสือประเภทนี้ แต่ก็สงสัยว่าทำไมคนพูดถึงเยอะจัง แล้วอาก็มาพูดให้ตาลฟัง แบบโฆษณาชวนเชื่อเลยนะ คือแบบไม่อ่าน..ไม่ได้แล้ว

พอได้หนังสือมา ก็อ่านตั้งแต่ต้นจนจบรวดเดียวหนึ่งรอบ และอาก็ชวนเข้าไปฝึกพลังจิตที่ "สถาบันเพื่อการพัฒนาจิตและกาย” ก็ได้คำตอบมามากมายว่า ทำไมจึงต้องพิมพ์ใหม่..ใหม่ อยู่เรื่อย..เรื่อย สิ่งที่ได้รับรู้จากหนังสือเล่มนี้ และจากสถาบันฯ ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่สามารถพิสูจน์ได้

จากเหตุผลที่ว่า “ความคิดของคนเรานี่แหละ ที่จะทำร้ายตัวเราหรือสรรค์สร้างตัวเรา”

ชีวิตของคนเราที่ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันมีขั้นตอนของการคิดมากมาย ที่จะนำไปสู่การกระทำที่ตัวเราเป็นผู้เลือก เพื่อให้ชีวิตประสบความสุขและความสำเร็จ

เราสามารถสร้างความสำเร็จให้ตัวเองได้ เริ่มจาก.....  

- การตั้งเป้าหมาย.....ที่เปี่ยมไปด้วย “ความปรารถนาอย่างแรงกล้า” ผนึกให้มันฝังแน่นอยู่ในใจตลอดเวลา ไม่มีสิ่งใดจะมาเปลี่ยนแปลงความต้องการอันนี้ไปได้...ตามด้วย  

- ความเชื่อ.....เชื่อว่าความปรารถนานั้น จะต้องเป็นความจริงขึ้นมาแน่ๆ ไม่ว่าด้วยวิถีทางใดๆ มันต้องเกิดขึ้นแน่ๆ...จากนั้น ก็มี  

- ความคาดหวัง.....รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามเวลาที่เรากำหนดได้  

เมื่อไหร่.....ก็ตามที่ปัจจัยอันแรงกล้า 3 ประการนี้ เกิดขึ้นครบถ้วน ความสำเร็จนั้นย่อมอยู่ตรงหน้าเราเสมอคะ และ

อย่าลืมว่า.....เราต้อง คิดดี..ทำดี..และ ไม่โลภ นะคะ

แต่คงไม่ใช่แบบ นั่งคิด..นอนคิด ว่าเมื่อไร..ราชรถ..จะมาเกย นะคะ

และหากไม่เอาสาระจริงจัง เราก็แค่อ่านเพื่อการ พักหย่อนใจ คลายเครียด หรือ ฆ่าเวลาน่าเบื่อระหว่างเดินทาง ได้สาระและความรู้เพิ่มเติมให้ตัวเองอีกด้วยนะคะ

--------------
โชคดีคะ  บ๊ายบายนะคะ
น้ำตาล  

\[=^-^=]/.....\[=^๐^=]/
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 7
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,18:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

หนังสือ โลกของโซฟี ที่น้องน้ำตาลแนะนำ

     ในเรื่อง โซฟีอายุ 15 ปี แต่ถ้าให้เด็กไทย อายุ 15 ปี อ่านก็คงจะหนักพอสมควร เพราะเป็นหนังสือที่พูดถึงประวัติศาสตร์ปรัชญาตะวันตกตั้งแต่เริ่มแรก เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจมาก การที่น้องน้ำตาลอ่านได้และสนุกแสดงว่า เป็นคนชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก 

     นอกจากนี้ยังเป็นหนังสือที่หนากว่า 500 หน้า ใครที่อ่านหนังสือ แฮรี่ พ็อตเตอร์ หรือ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงก์ ได้ ก็คงไม่มีปัญหา เพราะแค่อ่านชื่อนักปรัชญาก็เริ่มจะเบลอแล้ว 

     แต่ก็ยอมรับว่าเป็นหนังสือที่ดี อย่างน้อยๆผู้เขียนก็ตั้งใจที่จะสอดแทรกเรื่องปรัชญาไว้ให้เราเรียนรู้นั่นเอง ไม่ใช่แค่เป็นหนังสือจินตนาการสำหรับวัยรุ่นเท่านั้น แต่ก็เป็นหนังสือสำหรับผู้ใหญ่อย่างเราที่ต้องการศึกษาเรื่องปรัชญาด้วย 

    (กระซิบ....สารภาพ) ป้าแอ๊ดยังอ่านไม่จบเลย ฮ่าฮ่า
       หนังสือเล่มนี้ พิมพ์(ในเมืองไทย) เป็นครั้งที่ 6 แล้ว
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
เอ๊ด Search for posts by this member.
เด็กเก็บขยะธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 408
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Jun. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 Oct. 2002,23:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แวะมาเป็นสมาชิกห้องสมุดนี้ด้วยคนคร๊าบ
รู้สึกว่าแต่ละคนอ่านแต่หนังสือแนวหนักท้งนั้นเลยนะครับ
มีไอ้ที่มันเบาๆหน่อยไหมครับ  hehe.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
fong Search for posts by this member.
เริ่มไม่ใหม่
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 177
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2002,01:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เบาๆหน่อยเหรอ ต้องนี่เลยค่ะ....
"ผู้ชายเลวกว่าหมา และ ไม่ได้มาจากดาวอังคาร"
อ้ะๆๆๆ ป่าวว่าใครนา  เป็นชื่อหนังสือจริงๆนะ
เพิ่งได้มาจากงาน มหกรรมหนังสือ ที่ศูนย์ประชุมฯ
เขียนโดย กาละแมร์-พัชรศรี เบญจมาศ
(พิธีกรรายการ 'ผู้หญิง ผู้หญิง')

เค้าเขียนคำนิยมไว้ได้น่าฟังนะ
......เธอคือนักเขียนที่แจ้งเกิดบนศพผู้ชายหลายคน
เธอเกิดมาเพื่อวิสามัญฆาตกรรมผู้ชายด้วยตัวหนังสือ
ผู้ชายคนไหนเผลออ่าน แบบไม่ทันระวัง
ตอนจบเลือดกำเดาไหลทุกที.....
รู้ทั้งรู้ว่าเธอเขียนแดกดันผู้่ชาย ก็ไม่วายเปิดอ่าน

ลองอ่านดูค่ะ แต่บอกก่อนนะว่าหนังสือเล่มนี้
เหมาะสำหรับผู้หญิงค่ะ อ่านแล้วทำให้รู้เท่าทันเหลี่ยมผู้ชาย
ไม่รู้จริงป่าว ต้องลองอ่านดูซะหน่อย

--------------
null[QUOTE][CODE]รักและปรารถนาดีต่อกัน คือคำว่า "เพื่อน"
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
เอ๊ด Search for posts by this member.
เด็กเก็บขยะธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 408
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Jun. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2002,02:11 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

โอเค ครับ โคเค ผมกลับไปอ่านเรื่องหนักๆ อย่างเดิมดีก่า
มันคงไม่หนักเกินกว่าเหตุมั๊ง แฮ่ๆๆๆ  blush.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
111 คำตอบนับตั้งแต่ 21 Oct. 2002,05:45 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 1212345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com