เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 4 of 12<<12345678>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: *ห้องสมุดฅนธรรมดา*, --มาอ่านหนังสือกันเถิด--< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 31
มาลัย Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 76
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Jan. 2003,19:41  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อยากให้พี่แอ๊ดไปอ่านหนังสือ"ศิลปวัฒนธรรมไทย2003"อยู่ในมติชนของกระปุกค่ะ  ส่วนคอลัมที่นู๋ชอบคือ คุณถามพายัพตอบในหนังสือผู้จัดการค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 32
ชาครีย์ Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 108
เข้าร่วมเมื่อ: 21 Jan. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Jan. 2003,22:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

icon_rotfl.gif coffee.gif

คนเล็ก ๆ

พลานุภาพที่แท้จริงและยิ่งใหญ่ของมนุษย์นั้น มักจะเกิดมาจากการที่ได้รังสรรค์หรือรับใช้งานที่ตนรักมากกว่าสิ่งอื่นใดโดยแท้ บางท่านอาจจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ เกษตรกร หรือ กรรมกรรับจ้าง ฯลฯ หากว่าเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตนเองลงมือทำแล้วชีวิตก็รื่นรมย์ได้เฉกเช่นกัน

อ่านหนังสือ “คนเล็ก ๆ” จากผลงานการเรียบเรียงของ “ขวัญใจ เอมใจ” แล้วรู้สึกรื่นรมย์ใจได้ไม่น้อย คนเล็ก ๆ คือคนที่เลือกกระทำในสิ่งที่ตนเองรักอย่างทุ่มทั้งหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นลุง   คำป่วน ก๋งหมอ อาจารย์ปู่ หลวงตาไสว หรือโครงการบ้านสายสัมพันธ์ ครอบครัวอุปการะ และเด็กพิเศษ เรื่องราวเหล่านี้ล้วนทำให้เราเห็นว่าแท้จริงแล้วคนเล็กคนน้อยผู้อยู่ตามชายขอบของสังคมก็มีพลานุภาพรังสรรค์งานอันยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน 

“เราต้องปลูกศรัทธาก่อน ศรัทธาในความดี ซื่อสัตย์ต่อตนเอง มั่นคงและจริงจัง ที่สำคัญหัวใจที่ต้องเอาจริง” นี่คือคำพูดของลุงคำป่วนชายชราผู้ศรัทธาในความดี เจ้าของ “สวนน้ำฝน” สวนดอกไม้นับ ๒๐๐ ไร่ในหุบเขา อ.ภูเรือ จ.เลย ในวันที่ “ขวัญใจ เอมใจ” ขึ้นไปทำสารคดี
ลุงคำป่วน ปราชญ์ชาวบ้านผู้เชื่อในพลานุภาพการสร้างสรรค์ของมนุษย์ สรุปเส้นทางแห่งความสำเร็จของตนจากประสบการณ์อันตกผลึกมาอย่างยาวนานว่า

“เมื่อเราออกเดิน ถ้าเราไม่หยุดเดิน จะช้าหรือเร็วก็ต้องถึงจุดหมายปลายทาง แม้ระหว่างทางนั้นจะร้อนจะหนาว หรือมีอุปสรรคต่าง ๆ แต่มันหยุดเราไม่ได้หรอก ถ้าเราไม่หยุดตัวเราเอง จะร้อนจะหนาวใครจะด่าจะว่าก็ช่าง มันเป็นธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดา ๆ”

“ลุงเชื่อมาตลอด เชื่ออย่างหมดหัวใจ คนเรา...ทำดีต้องได้ดี...” ชายชราบอกเล่าถึงปรัชญาชีวิตบนพื้นฐานแห่งความเป็นพุทธศาสนิกชนที่เข้าใจแง่มุมของชีวิตเป็นอย่างดี “ลุงไม่ได้ถือศีล แต่อยู่อย่างผู้มีศีล อยู่อย่างรักใคร่ในการทำงานของตนเองยังไงล่ะ..” 

“อาจารย์ปู่” คนรู้คิดจากชีวิตสูงสุดคืนสู่สามัญ นักปลูกป่านับ ๒๕,๐๐๐ ไร่ บนดอยตุง จ.เชียงราย เป็นอีกท่านหนึ่งที่แนวคิดของเขาควรค่าแก่การศึกษาอยู่มิใช่น้อย

เท่าที่เคยอ่านงานสารคดีมายังไม่เคยมีใครทำได้น่าหมั่นไส้เท่ากับ “ขวัญใจ เอมใจ” เขียนถึงอาจารย์ปู่ เพราะลูกล่อลูกชนและเชิงชั้นวรรณศิลป์ในการนำเสนอของเธอนั้นเกินเปรียบ กว่าเธอจะเผยว่าอาจารย์ปู่เป็นใคร ? มาจากไหน ? หัวใจคนอ่านอย่างเราก็แทบวายปราณด้วยความอยากรู้  อาจารย์ปู่คนรู้คิดเขาคิดอย่างไร ? ลองมาฟังดู

“คนเราเกิดมาทั้งทีเพื่อจะหาเงินเท่านั้นหรือ...ผมว่าไม่ใช่ ผมคิดว่าเราน่าจะได้ทำในสิ่งที่เรารักต่างหาก ถ้าได้ทำแล้วละก็ ค่าตอบแทนที่ได้รับมันมากกว่าเงินเป็นไหน ๆ” หรือ

“การนอนเล่นอยู่กับบ้านเฉย ๆ หรือถือรีโมตกดดูทีวี เล่นกับหมา มันไม่เห็นได้อะไรเลยเดี๋ยวก็กินเดี๋ยวก็นอน และถ้าไม่ได้คิดอะไรเลยนี่สมองก็ฝ่อนะ ผมว่าขืนอยู่แบบนั้นไม่นานผมก็คงตาย แล้วยังเป็นการตายแบบที่ไม่เป็นประโยชน์กับใครเลย กับตัวเราเองก็ยังไม่มีประโยชน์เลย คนเรามันน่าจะทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ ถ้ารู้จักคิด คิดถูก คิดเป็น”  หรือคำพูดที่ว่า

“แผ่นดินที่ไหนผมก็ปลูกต้นไม้ได้ เพราะถือว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมือง ส่วนหนึ่งของสังคม ส่วนหนึ่งของโลก...ถ้ามัวแต่นั่งมองอยู่ข้างนอก นั่งบ่นนั่งด่า แต่ไม่ลงมือทำ ก็ไม่มีทางสำเร็จหรอก” 

หากจะมีคนที่เกิดสำนึกรักทางสังคม และคิดได้อย่างอาจารย์ปู่เพิ่มขึ้นมาจากการอ่านหนังสือเล่มนี้อีกสักคน สังคมเราก็คงจะน่าอยู่ขึ้นมาอีกไม่น้อยเลยทีเดียว เราคงจะมีนักการเมืองที่ฉ้อฉล หรือคนที่เห็นแก่ตัวรังแต่จะกอบโกยเอาผลประโยชน์เพื่อตนเองและพวกพ้องลดจำนวนลงอีกเป็นแน่  อาจารย์ปู่จะเป็นใคร ? หรือมาจากไหน ? ย่อมไม่สำคัญเท่ากับคำพูดที่เขาฝากไว้

…คนเราเกิดมาแล้วก็มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ช่วงสั้น ๆ น่าจะทำอะไรที่เรามีความสุข... ไม่ใช่ความสุขที่เราได้ “เป็น” แต่คือความสุขที่เราได้ “ทำ”…

อ่านเรื่องราวของคนเล็ก ๆ แค่เพียงสองคนก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วสำหรับหนังสือเล่มนี้ ทั้งนี้ยังมิได้นับรวมเรื่องราวของ “หลวงตาไสว” พระนักศิลป์ผู้รังสรรค์งานปั้นตุ๊กตุ่นแห่งสวนโมกข์  “ก๋งหมอ” หมอมวลชนเพื่อคนยากไร้ผู้รู้จักเส้นเอ็นน้อยใหญ่กว่า ๓,๐๐๐ เส้นในร่างกายมนุษย์ แห่งเกาะช้าง หรือเรื่องราวของใครต่อใครหลายคนที่อุทิศตนเพื่อความดีงามของชีวิตโดยปราศจากข้อเรียกร้องหรือคำก่นด่าฟูมฟายใดใด ต่อสิ่งที่ตนเลือกกระทำแล้วด้วยหัวใจอันเปี่ยมด้วยรักและกรุณา
คนเล็ก ๆ คือผู้ที่อุทิศตนเพื่องานอันยิ่งใหญ่ในนามของมวลมนุษยชาติ และได้สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาในโลกเล็ก ๆ ใบนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น เขาจึงเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่เสมอในหัวใจของมหาชนคนรอบข้าง ประดุจตาน้ำที่พวยพุ่งออกมาจากใต้ผืนดินในยามที่ท้องฟ้าและพสุธากำลังแห้งเหือด

รู้จักคนเล็ก ๆ แล้วได้แรงดาลใจในการสร้างเสริมคุณความดีอีกไม่น้อย เรียบง่าย สง่างาม และยิ่งใหญ่ไม่แพ้ภารกิจของมหาบุรุษคนใดในโลกนี้.
greet.gif  enough.gif

ข้อมูลจำเพาะ
ชื่อหนังสือ   คนเล็ก ๆ
โดย   ขวัญใจ เอมใจ
สำนักพิมพ์  สารคดี
พิมพ์รวมเล่ม ครั้งแรก : ตุลาคม 2544, 244 หน้า
ราคา 190 บาท
ISBN 974-8212-82-3


--------------
[move]อิสรภาพกำซาบซึ้ง    สุขศานติ์     อิสรปัญญาญาณ    หยั่งรู้    อิสรประดามาร  ทุกหมู่    อิสรชนกอบกู้   เกียรติแก้ว   กำนัลสมัย[/move]
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 33
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Mar. 2003,23:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คนไม่รู้หนังสือ

         

         อีวาร์ ลู-ยูอันส์ซอน  เขียน  บุญส่ง ชเลธร  แปลและเรียบเรียงจากต้นฉบับภาษาสวีเดน

         หนังสือเล่มนี้ปกสวย  ชื่อหนังสือสะดุดตามาก   คนแปลเป็นคนที่เคยเป็นนักศึกษาอยู่ในช่วง 6 ตุลาคม 2519  เป็นหนังสือที่อ่านแล้ววางไม่ลง  ประทับใจทั้งเนื้อเรื่องที่กล่าวถึงชีวิตของชาวบ้านอย่างง่ายๆ  และก็ประทับใจที่คนแปลสามารถทำให้เราอ่านไปอย่างไม่ติดขัดด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับจินตนาการ

           ผู้เขียนหยิบเอาเรื่องราวพื้นๆของชาวบ้านที่อยากจะมีบ้านเป็นของตนเองมาเขียน  มีภาพชีวิตของคนที่อยู่ในหมูบ้าน ตั้งแต่ภาพของพ่อผู้ไม่รู้หนังสือ  คนแก่ที่ถูกผลักไสให้ไปอยู่บ้านพักคนชรา  คุณตาที่เจ็บออดๆๆแอดๆ  ภาพของคนซักผ้า  ภาพของคนหัวหมอ ฯลฯ  

          คนไม่รู้หนังสือ เป็นเรื่องราวของพ่อผู้ที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่เป็น  เขียนได้แต่ชื่อของตนเองเท่านั้น  เขาอายที่จะบอกกับผู้คนว่าเขาไม่รู้หนังสือ  เขาจึงมักจะปกปิดจุดอ่อนของเขาไว้เสมอ  จนแม้กระทั่งการที่เขาต้องไปเซ็นต์สัญญาเพื่อต้องการ บ้านของตนเอง  เขาก็ไม่รู้ว่าใบไหนเขียนว่าอะไร  จนถึงขนาดได้เซ็นต์ชื่อลงไปในใบสัญญากู้เงินสร้างบ้านของคนอื่นด้วยซ้ำ  

          ภาพที่เขาเอาใบเอกสารต่างๆไปหาทางการ  แล้วกางมันออกต่อหน้าเจ้าหน้าที่(ที่ไม่สนใจจะช่วยเหลือดูแลเขา ) เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ชี้ว่าเขาจะต้องเซ็นต์ชื่อตรงไหนบ้าง  เป็นภาพที่น่าสงสารยิ่งนัก  มันทำให้ดิฉันนึกถึงภาพตามอำเภอหรือสถานที่ราชการในบ้านเรา ที่ชาวบ้านไปติดต่อด้วยความหวั่นเกรงเหมือนกับคนไม่รู้หนังสือคนนี้

          ลูกชายของคนไม่รู้หนังสือ  มีความปรารถนาอยากจะเป็นนักศึกษา  เขาเอาห้องใต้หลังคาเป็นห้องเก็บหนังสือที่เขาหามาได้  และเป็นที่อ่านหนังสือของเขาด้วย  เขาจุดตะเกียงอ่านหนังสือ จนไฟเกือบจะไหม้บ้าน  ไปเอาผ้าม่านมาดับจนผ้าม่านไหม้เป็นรอย  ภาพนี้ทำให้ดิฉันนึกถึงวัยเด็กของตนเองที่บ้านในชนบท  ที่ต้องจุดตะเกียงกันเมื่อยามค่ำ  ฉันและพี่สาวก็แอบอ่านหนังสือกันด้วยแสงไฟจากตะเกียงแบบนี้เหมือนกัน

          หลังจากนั้น ลูกชาย คนไม่รู้หนังสือจึงไปหาโพรงเก่าของสุนัขจิ้งจอก เป็นที่หลบอ่านหนังสือต่อไป   นี่ก็เป็นภาพที่ดิฉันชอบมากเช่นกัน  เพราะเมื่อวัยเด็ก ยามเมื่อเราแอบอยู่ในโพรงจะมีความรู้สึกว่า โลกนี้เป็นของเราอย่างแท้จริง

          สรุปว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าน่าอ่าน  ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่เดินเรื่องไปอย่างเป็นธรรมชาติอย่างคนชนบทและคนชั้นล่างที่ถูกคนที่มีเงินและคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเอาเปรียบ  ภาพของผู้คนที่อยู่กันอย่างปัจเจกชน  ไม่สามารถรวมตัวกันต่อสู้ได้  จึงต้องเผชิญชีวิตกันไปตามยถากรรม

          หนังสือเล่มนี้พิมพ์เป็นครั้งที่ 4  เมื่อกุมภาพันธ์ 2546 นี้เอง   ราคาเล่มละ 175 บาท   ลองหาอ่านดูค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 34
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2003,06:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

Le Petit Prince (The Little Prince)

     

      หนังสือเรื่องเจ้าชายน้อยมีอายุถึง 60 ปีแล้ว แซงแตก-ซูเปรีเขียนหนังสือเล่มนี้เมื่อปี ค.ศ.1942 เขาวาดรูปเด็กผู้ชายธรรมดาซึ่งดูมีชีวิตจิตใจลงบนจดหมาย ผ้าปูโต๊ะอาหาร หรือบนแผ่นกระดาษ อยู่หลายปี  เหล่าบรรณาธิการชาวอเมริกันเห็นเข้าก็ชื่นชอบรูปเด็กผู้ชายคนนี้ จึงแนะนำให้เขาเอาเด็กผู้ชายคนนี้มาเขียนเป็นนิทานสำหรับเด็ก  เขาใช้เวลาในฤดูร้อนปี 1942 แต่งเรื่องเจ้าชายน้อย บางครั้งก็ให้เพื่อนๆช่วยแสดงท่าทางเพื่อให้เขาวาดรูปตาม 

      เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เสร็จในปี คศ. 1942 แต่กว่าจะพิมพ์ออกมาจำหน่ายก็ในเดือนเมษายน 1943 ในสหรัฐอเมริกา เพราะเขาพิถีพิถันเอาต้นฉบับลายมือมาใส่รวมกับภาพประกอบ  แต่เมื่อวางจำหน่าย หนังสือก็ได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น

     หนังสือเจ้าชายน้อยพิมพ์จำหน่ายเป็นสิบๆล้านเล่ม และมีคนนำไปแปลเป็นภาษาต่างประเทศถึง 150 ภาษา เจ้าชายน้อยจึงเดินทางไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย 

     เจ้าชายน้อยของประเทศไทย แปลโดย อำพรรณ โอตระกูล เมื่อปี พ.ศ. 2512 จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช

      

     ใครที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ หรือ ใครที่อยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้อีก ลองอ่าน เจ้าชายน้อยออนไลน์ดูค่ะ

The Little Prince
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 35
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2003,07:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เจ้าชายน้อย ผมเคยอ่านแล้ว ที่อ่านเพราะมันพิมพ์เยอะพิมพ์หลายภาษา ไม่แน่ใจว่าอ่านจบหรือเปล่าด้วย มีหนังสือน้อยเล่มมากที่ผมอ่านได้จบเล่ม แล้วก็มีน้อยเล่มอีกที่หยิบมาอ่านหรือตั้งใจอ่านจริงๆ
เจ้าชายน้อยหลังจากอ่านแล้ว ก็ไม่ติดใจอะไรเลย งงมากว่าดียังไง ตอนนี้จำอะไรไม่ได้เลย หลังจากนั้นก็ไม่เลือกอ่านเพราะพิมพ์เยอะพิมพ์มากอีกแล้ว เหอๆๆ ตกลงดียังไงเล่มนี้ hum.gif ฮ่าๆๆๆๆๆๆ laugh1.gif

แต่ก็คิดว่า ก็คงดี ไม่งั้นจะพิมพ์เยอะเหรอ ic-14.gif โอ้ยมึน กวนอีกต่างหาก เหอๆๆ couch.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 36
nava Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 80
เข้าร่วมเมื่อ: 29 Nov. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2003,07:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

coffee.gif   เจ้าชายน้อย...ตอน"เพื่อนหมาจิ้งจอก"  
  เจ้าชายน้อยกำลังเศร้า เหงา อยากมีเพื่อน
  หมาจิ้งจอกเองก็ไม่ได้ใจร้าย
  เพียงแต่มันอยู่โดเดี่ยวในทะเลทรายมานานเกินไป
  เจ้าชายน้อยน่ารัก น่าสนใจ
  แต่ช่วงเวลาที่รู้จักกันช่างแสนสั้น ยังไม่รู้จักรู้ใจกันถ่องแท้
  มันยังไม่เชื่องพอ จะเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร

  "ฉันต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้เธอเชื่อง" เจ้าชายน้อยถาม
  "เธอต้องใช้ความอดทนอย่างมาก" หมาจิ้งจอกตอบ
  "แรกเลยเธอต้องนั่งบนผืนหญ้าให้ห่างฉันเล็กน้อย
   โดยไม่ต้องพูดอะไร คำพูดเป็นที่มาของความเข้าใจผิด
   แล้วเธอก็ค่อยๆขยับเข้ามานั่งใกล้ฉันทีละน้อย ทีละน้อย
   ใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน"


   ในความสัมพันธ์ จะไว้เนื้อเชื่อใจใครสักคนต้องใช้เวลา
   บางครั้งนานเหลือเกิน กว่าที่เราจะเข้าใกล้ใครบางคนได้

                      ฉันเกลียดเธอ ฉันรักเธอ..ชีวิต
                           'ปราย พันแสง  flower.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 37
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2003,08:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สงสัย คุณคิลินจะแก่เกินกว่าที่จะเข้าใจจินตนาการและอารมณ์แบบเด็กๆมังคะ เฮ่ๆ ลองอ่านดูอีกทีจะเห็นธรรมะซ่อนเร้นอยู่ค่ะ laugh1.gif

     ใครเห็นว่าเจ้าชายน้อยดีหรือไม่ดียังไง ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ก็เขียนๆๆกันเข้ามานะคะ จะได้มีความเห็นหลากหลาย สนุกดีค่ะ

      ตอนที่คุณนาวายกมาคือ บทที่ 21 เจ้าชายน้อยกับสุนัขจิ้งจอก ลองอ่านดูค่ะ

      เจ้าชายน้อย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 38
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2003,21:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้อ....เนื้อหาเจ้าชายน้อยเป็นอย่างนี้นี่เอง จริงๆเนื้อหาแบบนี้ผมก็ชอบน่ะ แต่ชอบตอนอยู่ชั้นประถมปลาย ตอนนั้นดีใจได้เข้าโรงเรียนมีห้องสมุดด้วย โรงเรียนเก่าไม่มี อย่าว่าแต่ห้องสมุด หนังสือก็นานๆๆ จะได้เห็นสักเล่ม เลยชอบมาก ยืมหนังสือจากห้องสมุดกลับไปอ่านใหญ่ ก็หนังสือพวกนิทาน นิยาย เทพนิยาย แบบเจ้าชายน้อยนี่แหล่ะ อ่านจนไม่ค่อยมีให้ยืม วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็เลยตะรอนๆๆ ไปตามห้องสมุดประชาชนตามวัด ไปนั่งอ่าน เหอๆๆๆ ช่วงนี้จัดว่าหิวอยากอ่าน อ่านเยอะ

      มาเจอหนังสือเจ้าชายน้อยผิดยุคมั้ง เลยอ่านแล้วไม่ติดใจ เป็นช่วงทำงานแล้ว ช่วงนั้นอยากอ่านหนังสือประเภทค้นหา ค้นหาคำตอบ คำตอบของชีวิต ช่วงของชีวิตของคนเราก็เปลี่ยนไปเป็นช่วงๆ อย่างหนังสือช่วงนี้ที่ชอบ ถ้ามาถามตอนนี้ก็ไม่อยากอ่านอีก ไม่นึกอยากอ่านหนังสือใดๆเลย อาจเพราะรู้สึกว่า คำตอบที่ค้นหานั้น ค้นเจอแล้ว ตอนนี้กลับรู้สึกว่า ทำอย่างไรให้สิ่งที่ค้นพบค้นเจอนั้น ไม่อยู่เพียงแค่ตัวอักษร ทำอย่างไรเราจึงมีประสพการณ์ตรงของเราเอง จากที่ผ่านมาเราอ่านประสพการณ์ของผู้อื่นมามากแล้ว ครึ่งค่อนของชีวิตที่ผ่านมา การเรียนรู้ประสพการณ์จากผู้อื่นน่าจะมากเพียงพอ ที่จะสังเคราะห์มัน แล้วแปรเปลี่ยนมัน มาเป็นประสพการณ์ตรงของเราเองได้บ้าง.......

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 39
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 May 2003,21:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ค่ะ การอ่านหนังสือถ้าเหมาะกับช่วงเวลาและวัย ก็จะลึกซึ้ง แต่หนังสือวรรณกรรมเยาวชนส่วนใหญ่ที่ดีๆก็จะอ่านได้ตั้งแต่เด็กจนแก่เลยค่ะ บางเล่มเด็กอ่านไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำ

   และบางทีเด็กๆๆก็จะมีสิ่งดีๆ ความคิดดีๆแทรกอยู่ในตัวของเขา หลายๆครั้งที่สอนให้ผู้ใหญ่ได้คิดในอีกด้านหนึ่งด้วย แทนที่จะคิดตามความเคยชินเดิมๆ ลองอ่านดูค่ะ


" เธอคือใคร "  เขาถามหมู่ดอกไม้ด้วยความประหลาดใจ
" เราคือดอกกุหลาบ "  ดอกกุหลาบตอบ
" อา ..."  เจ้าชายน้อยอุทานเบาๆ

เขารู้สึกไม่สบายใจ ดอกไม้ของเขาเคยเล่าให้ฟังว่า
เธอเป็นดอกไม้พันธุ์นี้เพียงดอกเดียวในจักรวาล
แต่ในสวนนี้มีดอกไม้ชนิดเดียวกับเธอถึงห้าพันดอก

"ฉันหลงคิดว่าฉันเป็นคนร่ำรวย เพราะฉันมีดอกไม้ที่มีเพียงดอกเดียวในโลก
ความจริงฉันเป็นเพียงเจ้าของดอกกุหลาบธรรมดาๆ ดอกหนึ่ง
กับภูเขาไฟสามลูกที่สูงเทียมเข่า และลูกหนึ่งบางทีอาจดับแล้วตลอดกาล
ทั้งหมดนั้นไม่สามารถทำให้ฉันกลายเป็นเจ้าชายผู้ยิ่งใหญ่ได้เลย
"

เขาทิ้งตัวลงบนพื้นหญ้า แล้วร้องไห้

และอีกตอนหนึ่ง

" สวัสดี " เจ้าชายน้อยทัก
" สวัสดี " พ่อค้าตอบ
เขาเป็นพ่อค้าขายยาเม็ดแก้กระหายน้ำ ถ้ากินอาทิตย์ละเม็ด
เราจะไม่รู้สึกกระหายน้ำอีกเลย
" ทำไมคุณจึงขายของแบบนั้นล่ะ " เจ้าชายน้อยอดสงสัยไม่ได้
" เพราะมันจะช่วยประหยัดเวลาได้มากทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญได้คำนวณดูแล้ว
เราจะประหยัดได้ถึงอาทิตย์ละห้าสิบสามนาที " พ่อค้าตอบ
" แล้วเขาเอาเวลาห้าสิบสามนาทีนั่นไปทำอะไร "
" ก็ทำสิ่งที่เขาอยากทำ "
'ถ้าเป็นฉัน ฉันจะใช้เวลานั้นเดินไปยังธารน้ำ'เจ้าชายน้อยนึกในใจ

    ในหลายๆตอน เรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่มักจะมองสิ่งต่างๆเป็นข้อมูล เป็นตัวเลขที่แน่นอน ผู้ใหญ่ชอบวางอำนาจ  ชอบเป็นเจ้าของ ฯลฯ  ในขณะที่เด็กๆๆเขาจะมองด้วยความประทับใจ มีจินตนาการ และมีความฝันอันงดงาม

    อันที่จริงพวกเราทุกคนก็เคยผ่านช่วงวัยแบบนี้มาก่อน แต่เราละเลย ผ่านไปเหมือนเช่นที่คนทั่วๆไปเขาเป็นกัน เอาเรื่องนี้มาให้อ่าน เพื่อว่าเราจะได้กลับไปสู่โลกที่เราคยเป็นอีกครั้งหนึ่ง ขอให้มีความสุขกันค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 40
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2003,19:47 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เจ้าชายน้อย

    เรื่องเจ้าชายน้อยถึงแม้เป็นหนังสือสำหรับเด็ก แต่ผมเห็นว่าแฝงปรัชญา ชีวิตที่น่าศึกษาทีเดียว

    ปรัชญาแรกที่พบคือ การที่ผู้เขียน เมื่ออายุ 6 ขวบได้เขียนรูปงูเหลือมกลืน ช้างทั้งตัวโดยไม่เคี้ยวเลย แต่เมื่อเขานำภาพไปให้ผู้ใหญ่ดู ผู้ใหญ่เหล่านั้น กลับมองเห็นเป็นหมวก ทำให้ผู้เขียนต้องเขียนภาพภายในว่ามีงูเหลือม จึงจะทำให้ผู้ใหญ่เหล่านั้นเข้าใจ

    "พวกผู้ใหญ่ได้แนะนำว่าฉันควรจะเลิกยุ่งกับการวาดภาพงูเหลือมชนิดเห็น ด้านนอกหรือด้านในเสีย และหันมาสนใจเรียนวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ และไวยากรณ์แทน ดังนั้นฉันจึงได้ทิ้งอาชีพ วาดรูปเสียตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพราะว่าฉันรู้สึกหมดกำลังใจที่ภาพรูปแรก และภาพรูปที่สองไม่ได้รับผลสำเร็จ พวกผู้ใหญ่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย เป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่งที่เด็กๆจะต้องอธิบายให้พวกเขา เข้าใจอยู่ตลอดเวลา"

    สรุปใจความตอนนี้ว่า "สายตาของคนเราอาจจะไม่เพียงพอในการเข้าใจเรื่องใดๆ การที่จะเข้าใจสิ่งใดให้ลึกซึ้งนั้น ควรจะอาศัยใจในการมอง"


-------------------------------------------------

    มาถึงตอนที่ผู้เขียนได้พบกับเจ้าชายน้อยที่มาจากดาวบี.612 แล้ววันหนึ่ง เจ้าชายน้อยถามผู้เขียนซึ่งอยู่ในทะเลทราย เพราะเครื่องบินตก ขณะที่ผู้เขียนกำลังซ่อมเครื่องบินของเขาอยู่นั้นว่า
    "หนามของดอกไม้มีไว้ทำไม"
    "หนามหรือ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย เป็นเพราะเจ้าดอกไม้มันใจร้ายเท่านั้นเอง"
    "โอ....."
    เจ้าชายน้อยพยายามถามอีกจนฉันเหลืออด
    "พอที พอที ฉันไม่ได้เชื่ออะไรเลย" ฉันตอบส่งๆไปยังงั้นเอง"ฉันกำลังทำธุระสำคัญอยู่"
    เจ้าชายน้อยได้กล่าวว่า
    "ดอกไม้ผลิตหนามมานับล้านๆปีแล้ว และแกะก็ได้กินดอกไม้มาตลอดระยะเวลาอันยาวนานนั้นด้วย ถ้าเช่นนั้นมันเป็นการไร้สาระละหรือที่เราจะพยายามหาสาเหตุว่าดอกไม้สร้าง หนามขึ้นมาเพื่อประโยชน์อันใด สงครามระหว่างแกะหรือดอกไม้ไม่มี ความสำคัญเชียวหรือ ถ้าฉันรู้จักดอกไม้ดอกหนึ่ง ดอกเดียวที่ไม่มีที่อื่นใด อีกนอกจากในโลกของฉัน และถ้าเจ้าแกะน้อยสามารถทำให้ดอกไม้นั้น อันตรธานไปได้ในเช้าวันหนึ่ง โดยที่เจ้าแกะนั้นไม่รู้ว่ามันได้กระทำอะไร ลงไป เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกหรือนี่"

    เขาหน้าแดงก่ำและกล่าวต่อไปอีกว่า
    "ถ้าใครคนหนึ่งรักดอกไม้ดอกหนึ่งซึ่งมีเพียงดอกเดียวเท่านั้นในดวงดาว นับพันล้านดวง เพียงแต่เขาได้มองดูมันเท่านั้นก็ทำให้เขามีความสุข พออยู่แล้ว เขาจะรำพึงกับตนเองว่า "ดอกไม้ของฉันอยู่ที่นั้น บนดวงดาวดวงหนึ่งนั่น..."แต่ถ้าแกะกินดอกไม้ดอกนั้นเสีย ก็เปรียบเสมือนดวงดาวทุกดวงดับพรึบพร้อมกันในสายตาของเขาผู้นั้น และเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องไม่สลักสำคัญรึ?"


-------------------------------------------------

    เจ้าชายน้อยมีดอกกุหลาบดอกหนึ่งบนดาวบี.612 แต่ดอกกุหลาบนี้ค่อน ข้างข้างเรื่องมาก จนทำให้เจ้าชายน้อยเริ่มระแวงทั้งๆที่เขามีความรัก และหวังดีต่อมัน เขาเอาจริงเอาจังต่อคำพูดไร้สาระจนเกินไป และรู้สึก เป็นทุกข์มาก
   "ฉันไม่ควรฟังเธอเลย"เจ้าชายน้อยสารภาพต่อฉันในวันหนึ่ง เราต้องไม่ฟังในเรื่องดอกไม้บ่น เราควรสนใจแต่เพียงชมเชยมันและดมมันเท่านั้น ดอกไม้ของฉันทำให้โลกของฉันหอมหวล แต่ฉันไม่รู้จักปลาบปลื้มและรู้สึกแต่เพียงแค่นั้น เรื่องเกี่ยวกับกรงเล็บซึ่งกวนใจฉันอยู่เรื่องนั้นทำให้ฉันใจอ่อน

    เขาเล่าความในใจต่อไปว่า
   "ฉันไม่เข้าใจอะไรเสียเลยในตอนนั้น ฉันควรจะรู้จักตัดสินเธอจากการกระทำของเธอและมิใช่คำพูดของเธอ เธอทำให้โลกของฉันหอมหวลและแจ่มใส ฉันจึงไม่ควรหนีจากเธอเลย ฉันควรจะเห็นความอ่อนหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเจ้าเล่ห์แสนกลของ เธอ ดอกไม้ก็มีอารมณ์หวั่นไหวง่ายเช่นนี้เสมอแหละ ฉันยังเด็กเกินกว่าที่จะรู้จักรักเขา"


The Little Prince
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
111 คำตอบนับตั้งแต่ 21 Oct. 2002,05:45 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 4 of 12<<12345678>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com