เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

กระทู้นี้มีหน้าเดียว

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: **สารทจีน**, --ตำนานและการไหว้--< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2003,06:38  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เทศกาลสารทจีน

    เทศกาลสารทจีนหรือจงหยวนตรงกับวันที่ 15 เดือน 7 ชาวจีนเรียกเทศกาลนี้ว่า เทศกาลวิญญาณพเนจร เทศกาลนี้มีประมาณ 1 เดือน เป็นเทศกาลทางพุทธศาสนา ชาวจีนเชื่อกันว่าในช่วงนี้ประตูนรกจะเปิดให้ภูติผีออกไปข้างนอก เพื่อเที่ยวเตร่หรือกลับไปหาญาติยังโลกมนุษย์ วิญญาณเหล่านี้เป็นวิญญาณพเนจรที่นิสัยไม่ค่อยดี ไม่มีบ้านเรืออาศัยอยู  โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิญญาณที่ไม่มีลูกหลานไปเซ่นไหว้ หรือวิญญาณที่ยังไม่ได้ประกอบพิธีทางศาสนา       

     เทศกาลนี้ชาวบ้านจะพากันจุดธูป ให้อาหารและเงิน เพื่อเซ่นไหว้วิญญาณตามริมถนน ในระหว่างเทศกาลนี้ผู้เฒ่าผู้แก่จะไม่ออกนอกบ้านหลังเวลาค่ำมืดเลย




ตำนานเทศกาลสารทจีน 

     ชาวจีนโบราณมีคำเล่าลือกันว่า เทศกาลสารทจีนเป็นเทศกาลที่ระลึกถึงความกตัญญูที่มีต่อมารดาของ มู่เหลี่ยน ซึ่งมีเรื่องเล่าดังต่อไปนี้

     มารดาของมู่เหลียนเป็นคนเคร่งครัดในเรื่องการกินเจมาก  แต่นางป่วยเป็นโรคร้าย มู่เหลียนได้พยายามหาวิธีการรักษาโรคร้ายให้มารดา จนกระทั่งพบว่า ถ้ามารดาของเขาได้ดื่มแกงจืดเนื้อ จะทำให้หายดี มู่เหลียนจึงได้บอกนางเกี่ยวกับเรื่องนี้ นางปฎิเสธไม่ยอมเชื่อและไม่ยอมกินด้วย แต่กลับบอกว่า ถ้าหากนางกินเนื้อสัตว์จริงๆก็ขอให้นางตกนรกในขุมที่ลึกที่สุด ในที่สุดนางก็ตกนรกไปจริงๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือมารดา มู่เหลียนจึงยอมรับโทษกรรมทุกชนิด  ในขณะที่กำลังจะถูกนำไปต้มในกะทะทองแดงเพื่อสละชีพ พระพุทธองค์ทรงโปรดขอไว้ได้ทัน มู่เหลียนต้องพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้ผ่านการทดสอบในการไปช่วยมารดา ในที่สุดมู่เหลี่ยนก็สามารถลงไปถึงที่ที่มารดาอยู่ในนรกเพื่อปรนนิบัติมารดาได้ทุกครั้ง เขาจะป้อนอาหารให้มารดา แต่บรรดาผีหิวทั้งหลายจะแย่งชิงไปจนหมดสิ้น

    พระพุทธองค์ทรงชี้แนะว่า มู่เหลียนจะสามารถช่วยมารดาให้พ้นโทษจากนรกได้ด้วยการสวดมนต์และถวายอาหารพิเศษ ในคืนวันที่ 15 เดือน 7 ชาวจีนจึงถือเอาวันนี้เป็นวันช่วยเหลือเหล่าวิญญาณพเนจร  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Aug. 2003,05:00 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การไหว้สารทจีนเป็นการไหว้ ขนมเข่ง ขนมเทียน นอกจากจะเป็นการไหว้บรรพบุรุษแล้ว บางบ้านยังถือโอกาสนี้ไหว้ให้แก่ต้นตระกูลจีนและวิญญาณที่ไม่มีญาติ

    

    
     ชุดแรก สำหรับไหว้เจ้าที่ จะไหว้ในตอนเช้า มีอาหารคาวหวาน ขนมไหว้ก็ใช้ ถ้วยฟู กุ้ยไช่ ซึ่งต้องมีสีแดงแต้มเป็นจุดเอาไว้ ส่วนขนมไหว้พิเศษที่ต้องมีซึ่งเป็นประเพณีของสารทจีน คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน นอกจากนั้นก็มีผลไม้ น้ำชา หรือเหล้าจีน และกระดาษเงิน กระดาษทอง

         


     ชุดที่สอง สำหรับไหว้บรรพบุรุษ คล้ายของไหว้เจ้าที่ พร้อมด้วยกับข้าวที่ บรรพบุรุษชอบ ตามธรรมเนียมต้องมีน้ำแกง หรือขนมน้ำใสๆ วางข้างชามข้าวสวย และน้ำชา จัดชุดตามจำนวนของบรรพบุรุษ ขาดไม่ได้ก็คือ ขนมเข่ง ขนมเทียน ผลไม้ และกระดาษเงินกระดาษทอง

           

     ชุดที่สาม สำหรับไหว้วิญญาณพเนจร ซึ่งไม่มีลูกหลานกราบไหว้ เรียกว่า ไป๊ฮ๊อเฮียตี๋ จะต้องไหว้นอกบ้าน ของไหว้มีทั้งของคาวหวาน กับผลไม้ตามต้องการ และที่พิเศษคือ มีข้าวหอมแบบจีนโบราณ คอปึ่ง เผือกนึ่งผ่าซีกเป็นเสี้ยวใส่ถาด เส้นหมี่ห่อใหญ่ เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทองจัดทุกอย่างวางอยู่ด้วยกันสำหรับเซ่นไหว้

         

     สารทจีนสะท้อนให้คนเราเห็นว่า เมื่อมีชีวิตอยู่ควรกระทำตัวให้เป็นบรรพบุรุษที่ดี ให้ลูกหลานเคารพ และกราบไหว้บูชาแม้ยามจากไป ยังดีกว่าจะรอให้คนทั่วไปมาเซ่นไหว้ไหว้ตามข้างทาง ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจะเลือกเป็นบรรพบุรุษแบบไหน

http://www.paisarn.com/sartjean.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Aug. 2005,09:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คัดลอกมาให้อ่านกัน จาก  วันสารทจีน ผิดถูกอย่างไรขอให้ท่านผู้รู้อย่างเช่น คุณ สข 1 และ คุณคิลิน ช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ชิกง๊วยปั่ว วันสารทจีน

       ลัทธิความเชื่อทางศาสนา เต๋า กล่าวกันว่า ตงง้วงตี่กัวไต่ตี่ แปลว่าเทพสูงสุดที่ปกครองแผ่นดินของโลก เป็นเทพหนึ่งในเทพ ซำกัว หรือเทพขุนนางทั้ง 3 เทพ ซำกัว มีเทพ ตี่กัว เทพเทียงกัว และเทพ จุ่ยกัว (เทพแห่งดิน เทพแห่งฟ้า เทพแห่งน้ำ) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เทพ ซำง่วงกัว (เจี่ย, ตง, เ***ย.) เรียกว่า ซำไก้กง หรือเทพเจ้า 3 ภพ เทพทั้ง 3 นี้มีตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์เพียงรองจาก เทพเจ้าเง็กเซียงฮ่องเต้ สรรพสัตว์หรือเซียนที่สำเร็จทั้งหลาย ล้วนขึ้นอยู่ในอาณัติของเทพ ซำกัว เทพ ตี่กัว ท่านอยู่ที่วิมาน เช็งฮือเก็ง ซึ่งพระเจ้า สุ่งตี่ แต่โบราณเคยรับตำแหน่งนี้มาแล้ว เรียกกันว่า ตี่กัวไต่ตี่ หรือแชเล้งตี่กุง

       ว่าถึงประวัติของเทพ ซำกัว ตอนศักราช กวงฮั้ว ในรัชสมัยพระเจ้า ฮั้งเล่งตี่ ก่อนปี พ.ศ. 366 - ก่อนปี พ.ศ. 351 มีประวัติบันทึกในหนังสือสามก๊กของราชวงศ์ งุ่ย ตอนว่าด้วยชีวะประวัติของ เตียลู้ ว่า มีเต้าหยิน (เต่ายิ้ง) ชื่อ เตียเล้ง อาสารักษาโรคภัยไข้เจ็บ ยังความอายุมั่นให้แก่ราษฎร ความเจ็บไข้ได้ป่วยและโทษภัยพิบัติล้วนขึ้นกับฟ้า ที่สถานที่แห่งหนึ่งที่ภูเขา ตู่ซัว มีคัมภีร์รักษาโรคเล่มหนึ่งเรียกว่า คัมภีร์ ซำกัว เตียเล้ง ได้นำมารักษาโรคโดยคิดค่ารักษาเป็นข้าวสาร 5 เต้า โบราณเรียกว่า ข้าว 5 เต้าเทียงซือ

       สำหรับเรื่องของ ตี่กัวไต่ตี่ มีบันทึกในหนังสือ “ซิวแหงกี่” ว่า วันตงง้วง เดือน 7 เทพเจ้า ตี่กัว ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อสำรวจการกระทำความดีความชั่วของมนุษย์ พวกนักพรต เต่าสือ ในลัทธิ เต๋า ต่างพากันสวนมนต์ทั้งวันทั้งคืน ผีและเปรตที่หิวกระหายต่างได้รับการปลดปล่อย คัมภีร์ “เต่าจั้งเก็ง” กล่าวว่า วันที่ 15 เดือน 7 องค์เทพ ไท้เสียงเล่ากุง ร่วมกับองค์เทพ ง่วงสีเทียงจุง ได้พากันมาอวยพรต่อโลกมนุษย์ คัมภีร์ “เต่าเต็กเก็ง” กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 15 เดือน 7 วันแรก ตี่กัว มาเยี่ยมเยียนตรวจตราโลกมนุษย์ ไต่ถามทุกข์สุกแยกแยะความดีชั่วของมนุษย์จากเจ้าธรณี รวมทั้งผีเปรตอสูรกายที่อดอยาก ให้มีการจัดเครื่องเซ่นไหว้ ทำพิธีเป็นประรำประดับด้วยธงทิวร่มฉัตรนา ๆ นักพรตเต้าสือ สวดมนต์นำพิธี เทพเจ้าทั้งสิบทิศต่างมาร่วมชุมนุม ผีเปรตอสูรกายต่างอิ่มหมีพลีมันเป็นที่พอใจ การจัดทำพิธีเซ่นไหว้ สารทตงง้วง นี้ ทางศาสนา เต๋า จัดเป็นพิธีที่ใหญ่โต เช่นเดียวกับงานพิธี อูลั้งพุ่งหวย หรือพิธีทิ้งกระจาดของศาสนาพุทธทางฝ่ายมหายาน เชื่อกันว่าในงานวันนั้น ท่านปรมาจารย์ ไท้เสียงเล่ากุง หรือเหลาโจ้ว และท่านปรมาจารย์ ง่วงสีเทียงจุง ได้มาเป็นประธานในงานพิธี และอวยพรให้พรต่อสรรพสัตว์ เมื่อสมัยพระเจ้า ทั่งมิ่งอ้วงฮ่องเต้ พระองค์ทรงให้เหล่า เต้าสือ บรรยายเทศนาคัมภีร์ “เต่าเต็กเก็ง” และคัมภีร์ “น่ำฮั่วเก็ง” ของศาสนา เต๋า ให้บรรดาขุนนางฟัง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Aug. 2005,09:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ความเชื่อทางศาสนาพุทธทางฝ่ายมหายาน วันสารทจีน ที่เรียกว่า ตงง่วงโจ๊ย เหล่าชาวพุทธจีนได้จัดทำพิธี อูลั้งพุ่งหวย หรือพิธีทิ้งกระจาด ชาวพุทธได้นำเครื่องไหว้สักการะเครื่องเซ่น อาหารคาวหวานนับร้อย ๆ อย่าง บูชาพระรัตนตรัย ถวายพระพุทธและพระสงฆ์ ปัจจุบันเชื่อกันว่าเป็นการเซ่นไหว้และเลี้ยงผีเปรตที่อดอยาก เรียกว่าไหว้ ฮ่อเฮียตี๋ มีประวัติและความเป็นมาบันทึกอยู่ในคัมภีร์ “อูลั้งพุ่งเก็ง” ว่า

            มารดาของมหาสมณะ มกเลี้ยง คือพระ โมกคันลานะ (คนละองค์กับพระกษิกครรภ์โพธิสัตว์ หรือตี่จั้งอ้วงพ่อสัก ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าแห่งนรก มีบางคนอุปโลกภ์ว่าเป็นองค์เดียวกับพระมาลัยเถระเที่ยวนรก ตามความเชื่อทางฝ่ายไทย เป็นความคิดเห็นของชาวบ้านเท่านั้น แต่ตามคัมภีร์เป็นต่างหาก ตามคติฝ่ายหินยาน) ตายแล้วไปเกิดเป็นผีเปรต มหาสมณะ มกเลี้ยง ได้ไปเยี่ยมมารดาที่นรก ทนเห็นความหิวโหยอดอยากของมารดามิได้ จึงได้นำอาหารจากบาตรป้อนมารดา แต่พออาหารเข้าถึงปากมารดาก็เผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน รับประทานไม่ได้ มหาสมณะ มกเลี้ยง รีบไปเข้าเฝ้าถามพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าทรงวิสัชนาว่า มารดาของ มกเลี้ยง เมื่อตอนเป็นมนุษย์ได้ก่อกรรมทำบาปมหันต์ มีเพียงมหาสมณะ มกเลี้ยง ร่วมมือร่วมใจอาศัยพลังกุศลกับพระอรหันต์ และเทพเจ้าเทวดาต่าง ๆ ทั้ง 10 ทิศ นำอาหารคาวหวานและผลไม้นา ๆ ชนิดใส่ถาดหรือกระจาดถวายบูชาแก่ผู้มีพระคุณในจักรวาล เพื่อแก้กรรมให้แก่บรรพชน 7 ชั่วโคตร ในวันที่ 15 เดือน 7 พระพุทธองค์ทรงโปรดให้เหล่าบรรดาพระภิกษุอนุโมทนาการบำเพ็ญทานกุศลให้แก่เหล่าญาติ 7 ชั่วโคตรของผู้บำเพ็ญทาน ได้รับการเลี้ยงดูอิ่มหมีพลีมัน วันนั้นแหละ มารดาของพระมหาสมณะ มกลี้ยงจึงสามารถรับประทานอาหาร สิ้นสภาพการอดอยากทรมานจากผีเปรต    มหาสมณะ มกเลี้ยง ได้ถามพระพุทธองค์อีกว่า

             “ต่อไปในภายภาพหน้า ศิษย์ของตถาคตทั้งหลาย ต้องการแสดงความกตัญญูเวทิตาบิดามารดาและญาติผู้ล่วงลับ สมควรบำเพ็ญทานกุศลเช่นนี้ต่อไปควรมิควร”

             พระพุทธองค์ทรงรับสั่งว่า "ประเสริฐยิ่ง"

             คัมภีร์ “อูลั้งพุ่งเก็ง” กล่าวอีกว่า คณะสงฆ์สวดมนต์ทำพิธีเจริญคาถาในโบสถ์วิหารตั้งแต่วันที่ 15 เดือน 4 ทำพิธีเป็นเวลา 90 วัน ถึงวันที่ 15 เดือน 7 จึงเป็นเสร็จพิธี พระพุทธองค์ทรงสอนเวไนยสัตว์ว่า ในวันที่ 15 เดือน 7 บูชาพระพุทธและพระสงฆ์ด้วยของหอมนา ๆ ชนิด และเบญจรสผลไม้ กุศลนี้จักสามารถช่วยเหลือปลดทุกข์ความอดอยากแก่บิดามารดาและญาติในโลกแห่งวิญญาณได้ 7 ชั่วโคตร เป็นการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ได้เลี้ยงดูมา ด้วยการเซ่นไหว้ด้วยอาหารคาวหวานและสุราแก่วิญญาณที่โดดเดี่ยว การบำเพ็ญกุศลนี้มีอานิสงค์ร้อยเท่าพันทวี

             พิธี อูลั่งพุ้ง หรือโอวน้ำพอนู้ เป็นภาษาสันสกฤตว่า อุลลัม แปลว่าช่วยถ่ายทุกข์ หรืออีกนัยหนึ่งแปลว่า แขวนตาละปัตร  มีความหมายถึงการกลับทุกข์ให้เป็นสุข

             ประวัติของพิธี อูลั่งพุ้ง มีที่นิยมมาตั้งแต่ยุคราชวงศ์เหนือและใต้ (พ.ศ. 929 – 1132) นักเขียนในสมัยราชวงศ์ ปักจี่ (พ.ศ. 1093 – 1120) ง่วงจือชุย บันทึกว่า

             “เดือน 7 ครึ่ง อุลลัมพิธี ให้ความหวังแก่เจ้า”

             นี่คือสภาพวัฒนะธรรมของราชวงศ์เหนือ ส่วนทางราชวงศ์ใต้ คนในสมัยราชวงศ์ น่ำเนี่ย (พ.ศ. 1045 – 1100) จงลิ่ง บันทึกว่า

             “วันที่ 15 เดือน 7 เหล่าภิกษุ ภิกษุณี บูชาพระพุทธ ด้วยการถวายถาดหรือกระจาด”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Aug. 2005,09:31 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พระภิกษุที่เป็นประธานสวมหมวกนั่งอยู่บนธรรมาสน์สูงกว่าพระภิกษุรูปอื่น ๆ มีพระภิกษุรองประธาน 2 รูป นั่งซ้ายขวา ส่วนพระภิกษุนอกนั้นนั่งเรียงเป็น 2 แถวซ้ายขวา พระภิกษุที่เป็นประธานสวดพระพุทธมนต์เป็นระยะ ๆ กระเซ็นสาด ทิพยธัญญาสาร (ข้าวทิพย์) ดีดโปรย ทิพยวารีพินธุ (หยาดน้ำทิพย์) ทำหัตมุททา (นิ้วมือตราเครื่องหมายเป็นทิพยประภาพ) โปรดสัตว์นรกทั้ง 18 ขุม ส่วนพระภิกษุรูปอื่น ๆ ที่เป็นพระอันดับนั่งซ้ายขวา สวดพระพุทธมนต์เป็นบท ๆ เป็นระยะ ๆ โดยเคร่งครัด ทางอุตตรนิกายนับถือว่ามนต์ที่สวดในพิธีนี้ วิญญาณผู้มรณะจะได้รับกุศลอย่างยิ่งใหญ่ไพศาล เป็นทักษิณาทานแก่สัตว์ที่ตกทุกข์ได้ยาก ในนรกอเวจีทุกขุมได้รับความร่มเย็นทั่วถึงกัน

       ในพิธีทิ้งกระจาด ได้จัดทำรูป พระยายมขนาด ใหญ่ เรียกว่า “ไต้ซือเอี้ย” บนเศียรมี รูปพระกวนอิมองค์เล็ก หมายถึงว่า พระกวนอิม หรือ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ แบ่งภาคมาเกิด สำหรับดูแลมิให้พวกปีศาจแย่งชิงเครื่องเซ่นกัน การกระทำพิธีทิ้งกระจาดนี้ ชาวจีนถือเอาเป็นพิธีประกอบเมตตาธรรมประจำปี ชิกง๊วยจับโหงว

       

        ในสมัยโบราณ เชื่อกันว่า วันที่ 1 เดือน 7 เป็นวันที่ประตูนรกเปิด เป็นประจำปีสำหรับพวกผีเปรตนรกและวิญญาณทั้งหลาย สามารถออกมาเที่ยวและเยี่ยมเยียนโลกมนุษย์ได้ และประตูนรกจะปิดในวันที่ 30 เดือน 7 เป็นเวลา 1 เดือน เมื่อบรรดาผีเปรตนรกที่หิวโหยเหล่านี้ออกมาถึงโลกมนุษย์ ก็พยายามเสาะแสวงหาอาหารกินเพื่อประทังความหิว จึงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ที่ทำการเซ่นไหว้ดวงวิญญาณเหล่านี้ สมัยเริ่มแรก มนุษย์ไม่ว่าผู้ดีมีจนต่างพยายามเซ่นไหว้ผีเปรตเหล่านี้เป็นเวลาทุก ๆ วันที่ประตูนรกยังเปิดอยู่ เป็นการสิ้นเปลืองมาก ต่อมาจึงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเซ่นไหว้กันทีละครัวเรือนสองครัวเรือน หรือเซ่นไหว้หมุนเวียนกันไป ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้จัดเป็นเวรให้แต่ละครอบครัวผลัดเปลี่ยนกันเซ่นไหว้จนครบกำหนด 1 เดือน ประตูนรกปิดก็เป็นอันจบพิธี เมื่อไหว้ไปนานวันเข้า มนุษย์ก็รู้สึกถึงความสิ้นเปลืองและความเหนื่อยยากในการเซ่นไหว้ จึงได้มีการรวบรวมพิธีการเซ่นไหว้ทั้งหมดมาเป็นแค่วันเดียว เป็นวันที่ 15 เดือน 7 เป็นธรรมเนียมและพิธีการมาจนกระทั่งปัจจุบัน


      
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Aug. 2005,10:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โอ้โฮ.....พี่แอ๊ดเนี่ยอินเทรนด์มากเลยนะ  พอถึงวันสารทจีนปุ๊ป  ก็มาลงเรื่องปั๊ป   ก็เลยได้ความรู้เพิ่มอีก   เดี๊ยวขอไปอ่านต่อก่อนนะ  แล้วจะแวะมาใหม่จ้า wave.gif

      เพื่อจะได้ไม่ตกยุค  วันนี้ต้องสีแดง จะถูกจะแพงก็ให้แดงเข้าไว้  อิอิอิ  ic-12.gif ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Aug. 2005,20:50 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif  bowsdown.gif  thankssign.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
คนพื้นบ้าน Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 71
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Aug. 2006,21:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พรุ่งนี้ก็เป็นวันสารทจีนอีกแล้ว กระทู้ข้ามมาหลายปี
ขอต่ออายุนะครับ
อันนี้เป็นบทความจากไทยรัฐ วันที่ 6 สิงหาคม 2006 ครับ เอามาเปรียบเทียบ อีกเวอร์ชันหนึ่งละกันนะครับ

ตำนานสารทจีน


อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนเรื่อง สารทจีน เทศกาลสำคัญที่กำลังลบเลือน ไว้ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือน ส.ค. 2549 โดยขึ้นต้นว่า
สารทจีนในอดีตเป็นเทศกาลใหญ่มาก เพราะเป็นเทศกาลสำคัญ ทั้งของลัทธิขงจื๊อ พุทธศาสนา และศาสนาเต๋า เป็น 1 ใน 8 เทศกาลสำคัญประจำปีของจีนแต้จิ๋ว

ในไทย สารทจีนเป็นเทศกาลจีนสำคัญ เป็นอันดับ 2 รองจากตรุษจีนเท่านั้น

เทศกาลนี้ มีชื่อเป็นทางการ ตงหง่วงโจย แปลว่าเทศกาลกลางเดือน 7 (เดือน 7 จีนกับไทยไม่ตรงกัน) อีกชื่อเรียกว่า กุ่ยเจี๋ย แปลว่า เทศกาลผี

ศาสนาเต๋า มีเทพสำคัญประจำ ฟ้า ดิน และแม่น้ำ อยู่สามองค์ เป็นพี่น้องกัน เรียกรวมกันว่า ซานกวน แปลว่า สามขุนนาง
เทพองค์โต ประจำท้องฟ้า เรียกว่า เทียนกวน มีหน้าที่ ประทานโชค
เทพองค์รอง ประจำแผ่นดิน เรียกว่า ตี้กวน มีหน้าที่ ประทานอภัยโทษ
เทพองค์เล็ก ประจำท้องน้ำ เรียกว่า สุ่ยกวนมีหน้าที่ ขจัดทุกข์ภัย

วันเทวสมภพของเทพทั้งสาม... คือวันเพ็ญ กลางเดือนอ้าย กลางเดือน 7 และกลางเดือน 10 ตามลำดับ วันเพ็ญกลางเดือน 7 จึงเป็นวันสมภพของเทพตี้กวน

แต่ความจริง เทศกาลนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันแรกของเดือน 7 ไปจนวันสิ้นเดือน 7 วันขึ้น 1 ค่ำ เป็นวันเปิดยมโลก ให้ผีทั้งหลายออกมารับการเซ่นสังเวย วัน 15 ค่ำ เป็นวันไหว้ใหญ่ทั้งผีบรรพชน และผีไม่มีญาติ

วันสิ้นเดือน 7 เป็นวันปิดประตูยมโลก ผีที่ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิดต้องกลับยมโลก

สารทจีน ยังมีที่มาจากศาสนาพุทธ ซึ่งแพร่หลาย เข้าจีนในรัชกาลพระเจ้าฮั่น หมิงตี้ (พ.ศ. 601-618) ถือเป็นวันอุลลัมพนบูชา จากพระสูตร นิกายโยคาจาร มีความว่า

พระโมคัลลาน์ เห็นมารดาเกิดเป็นเปรต อดอยากหิวโหย จึงใช้ฤทธิ์นำบาตรข้าวไปส่งให้ เปรตใช้มือซ้ายรับบาตร มือขวาเปิบข้าว ยังไม่ทันจะเข้าปาก ก็กลายเป็นถ่าน

พระโมคคัลลาน์ กราบทูลพระพุทธเจ้า...มีพุทธฎีกาตรัสว่า “โยมมารดาของเธอมีบาปหนัก เกินกำลังฤทธิ์และบุญกุศลของเธอผู้เดียวจะช่วยได้ ต้องใช้ บุญฤทธิ์ของสงฆ์จากทุกสารทิศ ประมวลกันเป็นมหากุศลจึงจะโปรดมารดาให้พ้นจากทุกข์ภัยในอบายได้”

วัน 15 ค่ำ เดือน 7 พระโมคคัลลาน์จึงถวายสังฆทานพระสงฆ์จากทั่วสารทิศ อานิสงส์ไม่เพียงช่วยมารดาพ้นจากอบาย ยังเผื่อแผ่ไปถึงบิดามารดาใน 7 ชาติก่อน

คำว่า อุลลัมพนบูชา เป็นคำสันสกฤต ปราชญ์พุทธศาสนาจีน แปลว่า ช่วยผู้ที่ถูกแขวนห้อยหัวกลับขึ้นมา

ความเชื่อทางพุทธศาสนานี้ ไปกันได้ดีกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของศาสนาเต๋า กลมกลืนกับลัทธิขงจื๊อ ที่เน้นความกตัญญูรู้คุณบิดามารดา เทศกาลสารทจีน จึงแพร่หลายสืบมาจนถึงวันนี้

สารทจีนกับสารทไทย ช่วงเวลาห่างกันไม่มาก อาจารย์ถาวรบอกว่า คนไทยก็พลอยไหว้เจ้าตามจีน ด้วยเหตุผลหลายข้อ ข้อหนึ่ง ก็คือ ไม่ให้ลูกหลานดูตาเขากิน

สารทจีนในไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว นิยมไหว้กันวันเดียว วันเพ็ญกลางเดือน 7 เช้าไหว้เจ้า สายไหว้บรรพบุรุษ บ่ายไหว้ผีไม่มีญาติ

ชื่อเทศกาลนี้ยังมีชื่อเรียกว่า จงหยวนผู่ตู้ เทศกาลจงหยวนโปรดเปตชนให้พ้นบาป เป็นการย้ำเน้นไม่ให้ลืมสาระสำคัญของเทศกาล ว่าอยู่ที่การเกื้อกูลผู้อื่น กตัญญูต่อ บิดามารดา บุพการี และเมตตากรุณาต่อผู้ทุกข์ยากและผู้ด้อยโอกาส...เป็นสำคัญ.

คำว่า ดูตาเขากิน ผมอ่านแล้วก็งงๆ ว่ามีความหมายลึกๆ หรือเปล่า ขอบคุณคุณ add ที่มาทักนะครับ

--------------
นวดให้เอนดอร์ฟินหลั่ง ออกกำลังให้เหงื่อไหล
ชำระใจให้บริสุทธิ์ จุดประกายให้จิตนิ่ง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Aug. 2006,22:01 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะวันสารทจีนค่ะ คุณ sangyangwit  flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
8 คำตอบนับตั้งแต่ 12 Aug. 2003,06:38 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


กระทู้นี้มีหน้าเดียว
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com