เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 3 of 16<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: สูตรอาหารกับขนมอร่อย< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 21
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 May 2005,02:59  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รีบยกมือขึ้น wavey.gif ผมรู้จักๆๆๆครับ icon_rotfl.gif

อ้าว..ชื่อขนมดอกเหรอ ฮี่ๆ ไม่รู้จักอ้ะ ic-14.gif

    รู้จักแต่คนหัวล้าน ตรึมเลย ฮ่าๆ laugh1.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,12:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีคะ คุณKiLiN  คุณไหมหนัน ขอบคุณคะที่แวะมาทักทายกันคะ หลายวันเลยไม่ได้เข้ามาดู เจ้าของบ้านแย่จังแขกมาแต่ไม่ยอมมาต้อนรับ คะ ต้องขอโทษด้วยคะ
   คุณadd แหมถือมีดกับซ้อมรอทานเลย hungry.gif อิอิอิ
    คุณมะเหมี่ยว อิศรายังไม่เคยทานเลยคะที่ใช้เผือกกวนมาทำลูกชุบ ท่าทางคงจะอร่อยนะคะ กลับมาเมืองไทยจะลองไปหาทานดูคะ

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 23
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,12:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตะโก้แห้ว

--------------------------------------------------------------------------------

     "ตะโก้" เป็นขนมไทยที่อร่อย ให้ทั้งรสหวานจากน้ำตาล และรสมันจากกะทิ  ตะโก้สามารถทำได้หลายชนิด เช่น ตะโก้ข้าวโพด ตะโก้แห้ว ตะโก้เผือก ฯลฯ การใช้ใบเตยห่อตะโก้ทำให้ตะโก้หอมใบเตย แต่ถ้าหาใบเตยไม่ได้จะใช้ใบตองแทนก็ได้
     การทำตะโก้จะมีปัญหานิดเดียวตรงเวลาหยอดหน้าตะโก้ ซึ่งมักหยอดไม่ทัน หน้าตะโก้จะแข็งเสียก่อน ให้เอาน้ำร้อนหล่อภาชนะที่ใส่หน้าตะโก้แล้วใช้ช้อนตักหยอดจากริมหนึ่งไปยังอีกริมหนึ่ง เพียงเท่านี้หน้าตะโก้ก็จะไม่แข็งก่อนและเรียบเสมอกัน

ส่วนผสมของตัวขนม

แป้งข้าวเจ้า 1    ถ้วย 
แป้งถั่วเขียว 1    ช้อนชา 
แห้วจีนหั่นชิ้นเล็ก 1    ถ้วย 
น้ำตาลทรายขาว 1 1/2    ถ้วย 
น้ำปูนใส 1/2    ถ้วย 
น้ำใบเตยหอม 1/2    ถ้วย 
น้ำกลิ่นมะลิ 1 1/2    ถ้วย 
กระทงใบเตย     


ส่วนผสมหน้าขนม

แป้งข้าวเจ้า 1/4    ถ้วย 
แป้งถั่วเขียว 2    ช้อนโต๊ะ 
กะทิ 2    ถ้วย 
เกลือป่น 1 1/4    ช้อนชา 


วิธีทำ

1. ทำตัวตะโก้ โดยผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งถั่วเขียว น้ำตาล น้ำปูนใส น้ำใบเตย น้ำกลิ่นมะลิ เข้าด้วยกัน กวนไฟกลาง
2. พอข้นใส่แห้วจีน กวนต่ออีกสักครู่ให้พออยู่ตัวเมื่อเย็นแล้ว (ทดลองโดยการตักใส่ถ้วยเล็กลอยน้ำ)
3. ตักตัวตะโก้หยอดในกระทงใบเตยครึ่งกระทง
4. ทำหน้าตะโก้ โดยผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งถั่วเขียว กะทิ และเกลือป่น เข้าด้วยกัน กวนจนข้นพอดี ระวังอย่าให้ข้นมาก เพราะจะทำให้หยอดหน้าไม่เรียบ
5. ตักหยอดบนตัวตะโก้ให้เต็มกระทง

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 24
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:00 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขนมดอกโสน

--------------------------------------------------------------------------------

         "ขนมดอกโสน"  เป็นขนมโบราณอีกอย่างหนึ่งของไทยเรา แม้ในปัจจุบันยังมีดอกโสนออกดอกบานสะพรั่งให้เห็นช่วงฤดูฝนอยู่ แต่ขนมดอกโสนกลับไม่ค่อยนิยมทำกัน ทั้งที่เป็นขนมที่อร่อย ทำก็ไม่ยาก
         คราวนี้ถ้าคุณเห็นดอกโสนมากๆ นึกอยากจะเอามาจิ้มน้ำพริกก็ลองเผื่อมาทำขนมดอกโสนรับประทานแทนขนมฝรั่งดูบ้าง จะได้บรรยากาศแบบไทยๆ และยังได้สอนลูกหลานให้รู้จักขนมไทยๆ ที่ไม่รู้ว่าจะสูญหายไปจริงๆ อีกเมื่อไร

ส่วนผสม

มะพร้าวขูดขาว  400       กรัม  
โสนเด็ดเป็นดอกๆ  2       ถ้วย  
แป้งข้าวเจ้า  1       ถ้วย  
แป้งมัน  1/4       ถ้วย  
น้ำตาลทราย  1       ถ้วย  
เกลือป่น  1/2       ช้อนชา  


วิธีทำ

1.  แบ่งมะพร้าวไว้ 100 กรัม ที่เหลือนำมาคั้นใส่น้ำอุ่น คั้นให้ได้ 1  1/4 ถ้วย
2.  หั่นดอกโสนเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมกับแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำตาล กะทิ เข้าด้วยกัน คนจนน้ำตาลละลาย
3.  เทใส่ถาด 8x8 นิ้ว โรยหน้าด้วยมะพร้าวที่แบ่งไว้ นึ่งในลังถึงไฟแรง น้ำเดือด ประมาณ 25 นาที จนขนมสุกทั่ว
4.  ตัดเป็นชิ้นกินกับน้ำมะตูม

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 25
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ทองหยิบ

--------------------------------------------------------------------------------

         ขนมไทยแต่เดิมมานั้นจะใช้ส่วนประกอบเพียงสามอย่างคือ แป้ง น้ำตาลและมะพร้าว ส่วนพวกขนมที่มีส่วนผสมของไข่ นม และเนย เป็นของที่เราได้มาจากต่างประเทศ แล้วนำมาดัดแปลงและทำกันมานานจนเราลืมไป จนคิดว่าเป็นขนมไทยไปเสียแล้ว
         สมัยก่อนในพระราชวังมีตำหนักเครื่องคาวหวาน  "ท้าวทองกีบม้า" ซึ่งเป็นตำแหน่งช่างทำขนมจะเป็นผู้สอนให้กับพนักงงานของหวานในวัง ดังในหนังสือจดหมายเหตุฝรั่งโบราณกล่าวไว้ในตอนหนึ่งว่า "ภรรยาที่เป็นท้าวทองกีบม้าผู้นี้เป็นต้นสั่งสอนให้ขาวสยามทำของหวาน คือ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมทองโปร่ง ทองพลุ ขนมผิง... เป็นต้นเหตุเดิมที่ท้าวทองกีบม้าทำแลสอนให้ชาวสยาม"

         แม้ว่าขนมเหล่านี้จะเป็นขนมของต่างชาติที่ชาวโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา  แต่มาถึงบัดนี้ก็ได้กลายสัญชาติเป็นขนมไทยไปแล้ว เป็นขนมที่ใช้ในงานบุญต่างๆ เช่น นำไปตักบาตรถวายพระ เป็นของขวัญปีใหม่ เยี่ยมญาติ ฯลฯ และถึงแม้จะไม่ใช่เทศกาลอะไร เราก็อาจทำเก็บไว้กินยามว่าง ยามหิว หรือให้เด็กๆ ก็ดี เพราะเป็นขนมที่มีรสอร่อยกินเพลินอยู่แล้ว

ส่วนผสม

ไข่เป็ด  20       ฟอง  
น้ำตาลทราย  5       ถ้วย  
น้ำดอกไม้สด  5       ถ้วย  


วิธีทำ

1.  ต่อยไข่ แยกไข่ขาว ไข่แดง รีดเยื่อไข่แดงออก ตีให้ขึ้นฟูเล็กน้อย
2.  ใส่น้ำตาล น้ำดอกไม้สด ในกระทะทอง ตั้งไฟเคี่ยวให้เป็นน้ำเชื่อมข้นๆ ยกลง
3.  ตักไข่แดงประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ หยอดเป็นแผ่นกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 1  1/2 นิ้ว จนเต็มกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟ พอขนมสุกฟู ตักขึ้นใส่ถาดที่ใส่น้ำเชื่อมหล่อไว้ ปล่อยให้อุ่น
4.  จับจีบขนม 3-5-6-7-8 จีบ ตามถนัด หยิบใส่ถ้วยตะไล เมื่อเย็นจึงแคะออกจากถ้วย

หมายเหตุ

-  ถ้าตีไข่มากเกินไป หรือถ้าน้ำเชื่อมเหลวเกินไปจะทำให้ขนมและจับจีบไม่ได้ แต่ถ้าตีไข่น้อยไปเนื้อขนมจะด้านแข็งไม่ขึ้นฟู

-  ขณะหยอดขนมควรระวังไม่ให้น้ำเชื่อมข้นเกินไปเพราะจะทำให้ขนมแข็ง

-  ถ้าน้ำเชื่อมไม่ใส ให้ขยำเปลือกไข่ในน้ำเชื่อมจะทำให้น้ำเชื่อมใสขึ้น

-  ลักษณะของทองหยิบที่ดีเมื่อสุกจะขึ้นฟู จับใส่ถ้วยตะไลเนื้อขนมจะไม่แตก นุ่ม ไม่เปื่อย ไม่มีกลิ่นคาว

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 26
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บาร์มะนาว

--------------------------------------------------------------------------------

     มะนาว มีความเปรี้ยวที่ไม่เหมือนความเปรี้ยวของมะขาม เปรี้ยวมะนาวจะมีความหอมของผิว  มีขนมหลายอย่างที่ต้องใส่มะนาวแต่เป็นขนมประเภทเบเกอรี่ และขนมที่ใส่น้ำมะนาวหรือผิวมะนาวจะมีชื่อของมะนาวอยู่ด้วยเพื่อบอกให้รู้ เช่น บาร์มะนาว เลมอนเลซซี่ คุกกี้ถั่วลิสงใส่มะนาว คุ้กกี้ชามะนาว เป็นต้น  น้ำมะนาวทำให้ความหวาน ความมันของขนมลดลง จึงกินได้มากอัน ขนมประเภทใส่น้ำมะนาวก็เพื่อให้ความเปรี้ยวของมะนาวทำให้ขนมนั้นมีความโดดเด่นขึ้น
     การเลือกซื้อมะนาวทำขนม ให้เลือกมะนาวสดเปลือกเขียวจะหอมกว่ามะนาวที่เปลือกเหลือง มะนาวเปลือกเหลืองคือมะนาวสุกจะไม่หอม ถ้าเป็นมะนาวเก่าจะมีกลิ่นเหม็น  ก่อนจะคั้นน้ำต้องล้างปอกเปลือกผ่าเอาเมล็ดออกจึงคั้นด้วยที่คั้น ถ้าคั้นทั้งเปลือกจะขม เพราะตามผิวมะนาวจะมีน้ำมัน น้ำมันที่ผิวทำให้ขมถ้ามีจำนวนมาก  น้ำมะนาวไม่ควรคั้นทิ้งไว้นานๆ เพราะจะไม่หอม เมื่อจะใช้จึงคั้นจะดีกว่า

     ผิวมะนาวที่ใช้ใส่ขนมใช้ผิวมะนาวที่เปลือกเขียว โดยขูดเอาเฉพาะเปลือก วิธีขูดใช้ที่ขูดเนยขูด หรือจะปอกด้วยมีดคมๆ เอาเฉพาะสีเขียวแล้วหั่นละเอียดก็ได้ ผิวมะนาวช่วยทำให้ขนมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพิ่มความมีเสน่ห์น่ากินของขนมนั้นๆ แต่ก็ต้องใช้ตามปริมาณตามที่ตำราบอกไว้เท่านั้น

     "บาร์มะนาว" จัดอยู่ในจำพวกคุกกี้ชนิดหนึ่ง แต่ทำได้ง่ายกว่าคุกกี้ คำว่า "บาร์" บ่งบอกให้รู้ว่าาขนมชนิดนี้ต้องตัดเป็นรูปแท่ง คือแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า (บาร์) ใช้รับประทานร่วมกับน้ำชายามบ่ายได้ดี หรือดื่มกับเครื่องดื่มแบบไทยๆ ก็ได้ เช่น น้ำมะตูม น้ำใบเตย เป็นต้น

ส่วนผสมแป้ง

แป้งสาลีเอนกประสงค์ ร่อน 1 ครั้ง 1    ถ้วย 
น้ำตาลไอซิ่ง 1/4    ถ้วย 
มาการีน 1/2    ถ้วย 


ส่วนผสมหน้า

แป้งสาลี 3    ช้อนโต๊ะ 
ไข่ไก่ฟองเล็ก 2    ฟอง 
ผิวมะนาวหั่นละเอียด 1    ช้อนชา 
น้ำมะนาว 2    ช้อนโต๊ะ 
ผงฟู 1/4    ช้อนชา 
น้ำตาลป่น 3/4    ถ้วย 
น้ำตาลไอซิ่งสำหรับโรยหน้า 1/4    ถ้วย 


วิธีทำ

1. ร่อนแป้งสาลี 1 ถ้วย กับน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน ใส่ลงอ่าง
2. ใส่มาการีนลงในอ่างแป้ง ใช้ส้อมสับให้มาการีนเข้ากับแป้ง (ลักษณะแป้งที่ได้จะร่วน)
3. ตักแป้งลงถาดขนาด 8x8 นิ้ว ลึก 2 นิ้ว เกลี่ยให้หน้าเสมอกัน อบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮด์ ประมาณ 10-12 นาที เอาออกจากเตา จึงใส่หน้า
4. ตีไข่กับน้ำตาลป่นจนน้ำตาลละลายและขึ้นฟู ใส่ผิวมะนาว และน้ำมะนาว ตีพอเข้ากัน ใช้เวลาตีประมาณ 10 นาที จึงใส่แป้งและผงฟู คนพอเข้ากัน
5. เทหน้าขนมลงบนแป้งที่อบกำลังร้อนๆ เกลี่ยหน้าให้เสมอกัน อบต่อใช้ไฟ 350 องศาฟาเรนไฮด์ ประมาณ 20 นาที เอาออกจากเตา โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่งขณะที่ขนมอุ่นๆ ตัดเป็นแท่งกว้าง 1 นิ้ว ยาว 3 นิ้ว

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 27
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มะเขือเทศเชื่อมแห้ง

--------------------------------------------------------------------------------

         "มะเขือเทศเชื่อมแห้ง"  ลักษณะที่ดีต้องเป็นมัน เงา ผิวเรียบไม่เหี่ยว น้ำเชื่อมเกาะทั่วไม่เป็นผลึก มีสีแดงสวย ซึ่งต้องเลือกมะเขือเทศที่สดใหม่ มีสีแดงทั้งผล เลือกขนาดเท่าๆ กัน น้ำเชื่อมจะซึมได้เท่ากันทุกผล  และในการล้างทำความสะอาดต้องเอาไส้และเมล็ดออกให้หมด มิฉะนั้นน้ำเชื่อมจะขุ่น  เวลาเชื่อมต้องบีบมะนาวใส่ก่อนจะยกลง น้ำเชื่อมจะเป็นเงาสวยและไม่ตกผลึก
ส่วนผสม

มะเขือเทศ  2       กิโลกรัม  
น้ำตาลทรายขาว  3       ถ้วย  
น้ำมะนาว  2       ช้อนโต๊ะ  
น้ำปูนใส  10       ถ้วย  


วิธีทำ

1.  ล้างมะเขือเทศ กรีดตามยาวให้เป็นแฉก 5 แฉก (อย่าให้ขาดจากกัน)  ล้างอีกครั้งเอาเมล็ดและไส้ออกให้หมด
2.  แช่มะเขือเทศที่ทำไว้ลงในน้ำปูนใส แช่ทิ้งไว้นาน 30 นาที ล้างน้ำ พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
3.  ใส่มะเขือเทศลงในกระทะทอง โรยน้ำตาลลงบนผลมะเขือเทศ ตั้งไฟกลาง เคี่ยวไปจนน้ำเชื่อมงวด ใส่น้ำมะนาว เคี่ยวต่ออีกสักครู่ จนเป็นเงาสวย
4.  ตักมะเขือเทศขึ้น จัดแต่งให้สวยงาม วางเรียงบนตะแกรง ตากแดดไว้ 2 วัน เก็บใส่ขวดโหล

หมายเหตุ  มะเขือเทศใช้ได้ทั้งมะเขือเทศลูกใหญ่และมะเขือเทศสีดา

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 28
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บัวลอยน้ำขิง

--------------------------------------------------------------------------------

         "บัวลอยน้ำขิง"   ขนมหวานอีกถ้วยหนึ่งซึ่งบรรจุอยู่ในเมนูอาหารเวียดนาม เป็นขนมที่ทำกินเองได้ง่าย มีวิธีการทำไม่ยุ่งยากแต่ต้องมีความประณีตบรรจงในการทำ
         การทำให้อร่อย ตัวบัวลอยต้องมีเนื้อนุ่ม เหนียว ไส้เยอะ  น้ำขิงต้องมีกลิ่นหอม รสหวาน เริ่มตั้งแต่วิธีการนวดแป้งกันเลย ต้องค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อยลงในแป้ง นวดไปใส่น้ำไปจนน้ำหมด นวดจนแป้งเนียนนุ่ม  เวลาใส่ไส้ต้องให้สัดส่วนของไส้กับแป้งพอดีกัน  แป้งต้องไม่หนา เมื่อต้มแล้วสามารถมองเห็นไส้รางๆ อยู่ข้างในจึงจะอร่อย

         บัวลอยน้ำขิงกินร้อนๆ จึงจะอร่อย บัวลอยน้ำขิงที่น่ากิน น้ำต้องใสเป็นสีชา ซึ่งเป็นสีของน้ำตาลทรายแดง รสไม่หวานจัด มีกลิ่นหอมของขิงกันน้ำตาล มีรสเผ็ดนิดๆ

ส่วนผสมแป้ง

แป้งข้าวเหนียว  1       ถ้วย  
แป้งข้าวเจ้า  1/2       ถ้วย  
น้ำ  1/2-3/4       ถ้วย  
ขิงแก่  1       แง่ง  
น้ำตาลทรายแดง  1/2       ถ้วย  
น้ำสำหรับต้มน้ำขิง  1       ถ้วย  


ส่วนผสมไส้

งาดำป่น  1/2       ถ้วย  
น้ำตาลทราย  1/3       ถ้วย  


วิธีทำ

1.  ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ใส่น้ำ นวดให้แป้งเนียน
2.  คั่วงาและน้ำตาลเข้าด้วยกัน ใช้ไฟอ่อนเพราะไหม้ง่าย ตักใส่ถ้วยไว้
3.  ปั้นแป้งที่นวดเป็นก้อนกลมขนาด 2 ช้อนชา แผ่ออก ตักไส้ที่ทำไว้ในข้อ 2 ใส่ประมาณ 1 ช้อนชา ปั้นเป็นก้อนกลม ทำจนหมด น้ำเข้าแช่เย็นเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งแตกเป็นรอยร้าว
4.  ต้มน้ำขิง โดยใส่น้ำตาลทรายแดง น้ำ ลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่ขิงแก่ที่ล้างแล้วทุบ ต้มพอมีสีและกลิ่นหอมของขิง ตักขิงออก กรองให้ใส แล้วใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง
5.  ต้มขนมที่ปั้นไว้ให้สุกในน้ำเดือด ไฟไม่แรง ตักใส่ถ้วย ตักน้ำขิงใส่ รับประทานร้อนๆ

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 29
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:21 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บัวลอยน้ำขิง

--------------------------------------------------------------------------------

         "บัวลอยน้ำขิง"   ขนมหวานอีกถ้วยหนึ่งซึ่งบรรจุอยู่ในเมนูอาหารเวียดนาม เป็นขนมที่ทำกินเองได้ง่าย มีวิธีการทำไม่ยุ่งยากแต่ต้องมีความประณีตบรรจงในการทำ
         การทำให้อร่อย ตัวบัวลอยต้องมีเนื้อนุ่ม เหนียว ไส้เยอะ  น้ำขิงต้องมีกลิ่นหอม รสหวาน เริ่มตั้งแต่วิธีการนวดแป้งกันเลย ต้องค่อยๆ ใส่น้ำทีละน้อยลงในแป้ง นวดไปใส่น้ำไปจนน้ำหมด นวดจนแป้งเนียนนุ่ม  เวลาใส่ไส้ต้องให้สัดส่วนของไส้กับแป้งพอดีกัน  แป้งต้องไม่หนา เมื่อต้มแล้วสามารถมองเห็นไส้รางๆ อยู่ข้างในจึงจะอร่อย

         บัวลอยน้ำขิงกินร้อนๆ จึงจะอร่อย บัวลอยน้ำขิงที่น่ากิน น้ำต้องใสเป็นสีชา ซึ่งเป็นสีของน้ำตาลทรายแดง รสไม่หวานจัด มีกลิ่นหอมของขิงกันน้ำตาล มีรสเผ็ดนิดๆ

ส่วนผสมแป้ง

แป้งข้าวเหนียว  1       ถ้วย  
แป้งข้าวเจ้า  1/2       ถ้วย  
น้ำ  1/2-3/4       ถ้วย  
ขิงแก่  1       แง่ง  
น้ำตาลทรายแดง  1/2       ถ้วย  
น้ำสำหรับต้มน้ำขิง  1       ถ้วย  


ส่วนผสมไส้

งาดำป่น  1/2       ถ้วย  
น้ำตาลทราย  1/3       ถ้วย  


วิธีทำ

1.  ผสมแป้งทั้งสองชนิดเข้าด้วยกัน ใส่น้ำ นวดให้แป้งเนียน
2.  คั่วงาและน้ำตาลเข้าด้วยกัน ใช้ไฟอ่อนเพราะไหม้ง่าย ตักใส่ถ้วยไว้
3.  ปั้นแป้งที่นวดเป็นก้อนกลมขนาด 2 ช้อนชา แผ่ออก ตักไส้ที่ทำไว้ในข้อ 2 ใส่ประมาณ 1 ช้อนชา ปั้นเป็นก้อนกลม ทำจนหมด น้ำเข้าแช่เย็นเพื่อป้องกันไม่ให้แป้งแตกเป็นรอยร้าว
4.  ต้มน้ำขิง โดยใส่น้ำตาลทรายแดง น้ำ ลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่ขิงแก่ที่ล้างแล้วทุบ ต้มพอมีสีและกลิ่นหอมของขิง ตักขิงออก กรองให้ใส แล้วใส่หม้อ ตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง
5.  ต้มขนมที่ปั้นไว้ให้สุกในน้ำเดือด ไฟไม่แรง ตักใส่ถ้วย ตักน้ำขิงใส่ รับประทานร้อนๆ

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 30
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2005,13:22 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ขนมหัวเราะ

--------------------------------------------------------------------------------

         "ขนมหัวเราะ"  ฟังเพียงชื่อก็น่าทำเป็นยิ่งนัก เหมาะกับช่วงเครียดๆ เช่นนี้  ทำง่าย ส่วนผสมมีไม่มากอย่าง เป็นขนมที่คนทำได้ลุ้นด้วยว่าขนมจะแตกหรือหัวเราะสมชื่อหรือไม่ ถ้าขนมไม่หัวเราะ คนทำก็หัวเราะไม่ออกเหมือนกัน แต่รับรองว่าคนทำหัวเราะได้แน่เพราะจะบอกกลเม็ดเคล็ดลับในการทำให้ได้รู้ดังนี้
         ข้อแรกคือแป้งที่ใช้ในการทำขนมหัวเราะต้องใช้แป้งเค้กที่มีโปรตีนต่ำ แป้งจึงจะมีความเบา ต้องร่อนแล้วผึ่งแป้งให้ความชื้นในแป้งลดลง แป้งจะเบามากยิ่งขึ้น จึงค่อยตวงและไปร่อนรวมกับส่วนผสมอื่นๆ   ไข่ไก่ต้องเป็นไข่ใหม่   น้ำมันหมูต้องเจียวใหม่ๆ โดยใช้มันหมูแข็งเจียวด้วยไฟกลาง   ขั้นตอนของการผสม ให้ผสมแค่พอเข้ากัน อย่านวดนาน เพราะแป้งจะแน่นเกินไป   ตอนทอดน้ำมันต้องร้อน ใช้ไฟอ่อน   เวลาทอดต้องใช้ไม้ปลายแหลมเขี่ยขนมไปมาในกระทะ หน้าขนมจะแตกสวย เมื่อทอดเสร็จแต่ละครั้งต้องใช้ตะหลิวโปร่งช้อนงาที่ร่วงอยู่ออก มิฉะนั้นน้ำมันจะไหม้ดำ แล้วงาที่ไหม้ดำนี้จะติดขนมหัวเราะที่ใส่ลงไปทอดใหม่

         ง่ายๆ เพียงเท่านี้ก็ได้กินขนมหัวเราะ ขนมของคนจีนที่อร่อยร่วน แก้อาหารฝืดคอด้วยการกินคู่กับเครื่องดื่มสมุนไพรอย่างน้ำมะตูม น้ำตะไคร้ หรือน้ำเก๊กฮวย ก็จะดียิ่งนัก เมื่อทำจนชำนาญ ก็สามารถทำขายเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย

เครื่องปรุง

แป้งเค้กร่อนแล้ว  4       ถ้วย  
ไข่ไก่  2  1/2       ฟอง  
น้ำตาลทราย  1       ถ้วย  
เกลือป่น  2       ช้อนชา  
ผงฟู  1  1/2       ช้อนโต๊ะ  
น้ำ  1/4       ถ้วย  
น้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ  2       ช้อนโต๊ะ  
งาขาวสำหรับคลุก          
ไม้ปลายแหลมด้ามยาว (ใช้เวลาทอด)          
น้ำมันพืชสำหรับทอด          


วิธีทำ

1.  ร่อนแป้ง เกลือ ผงฟู
2.  ต่อยไข่ใส่อ่างผสม ตีไข่ให้ขึ้นฟู ค่อยๆ ใส่น้ำตาลครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ จนหมด และขึ้นฟูขาว
3.  ผสมแป้งสลับกับน้ำและน้ำมัน ผสมเป็นก้อน แบ่งแป้งออกเป็นก้อนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว
4.  ใส่น้ำมันลงในกระทะ ใช้ไฟอ่อน พอน้ำมันร้อน นำแป้งที่ปั้นมาคลุกกับงาจนทั่ว ทอดโดยใช้ไม้ปลายแหลมคนกลับไปกลับมา ขนมจะฟูแตกออก แล้วใช้ปลายไม้จิ้มตรงกลางขนม ถ้าไม่ติดไม้เป็นใช้ได้

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
155 คำตอบนับตั้งแต่ 06 May 2005,18:06 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 3 of 16<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com