เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 9 of 9<<56789

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ตำนานการดื่มชา, ชากับสุขภาพ< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 81
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Nov. 2006,22:22  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

bowsdown.gif ขอบคุณคุณรจค่ะ สำหรับความรู้เรื่องชาอย่างดีเยี่ยม winkthumb.gif  

สวัสดีค่ะน้องแสบ  flo_1.gif

hello2.gif ปาเก้จ๋า..ตื่นมาดื่มชาเร้ว tongue.gif

wave.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 82
รจนา เจนีวา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 741
เข้าร่วมเมื่อ: 21 Jul. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Nov. 2006,08:21 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะ คุณแสบกับพี่แมวเหมียว

ชาลิปตันเป็นชื่อยี่ห้อชาที่เรียกได้ว่า เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก และขายดีที่สุดในโลกค่ะ มีสัดส่วนในตลาดประมาณ ๑๐% ของจำนวนชาที่ขายทั่วโลก มีคนดื่มในกว่า ๑๕๐ ประเทศทั่วโลก

ชาลิปตันแบบที่คนไทยรู้จักกันดีก็คือ ชาลิปตันตราเหลือง (Lipton yellow label) แบบที่เป็นซอง ๆ สีเหลือง ๆ นิยมเอามาชงน้ำร้อนดื่มนั่นแหละค่ะ ชาชนิดนี้มีการผลิตคิดค้นตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๘๙๐ คนคิดทำชานี้ขึ้นมาก็คือ ท่านเซอร์โธมัส ลิปตันค่ะ นัยว่าต้องการให้คนทั่วไป(สมัยนั้น)ได้ดื่มชารสดี โดยไม่ต้องจ่ายเงินมากนักค่ะ ท่านเซอร์ใช้สโลแกนว่า "เด็ดจากสวนมาใส่กาน้ำชา"

ชาลิปตันนั้นเป็นชาผสมนะคะ โดยได้ใบชามาจากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะอินเดีย อินโดนีเซีย คีนยา และศรีลังกา ชาลิปตันซองเหลืองที่คุณแสบถามว่า ทำจากชาอะไรนั้น ที่จริงแล้วเป็นชาดำหลาย ๆ ชนิดจากหลาย ๆ แห่งทั่วโลก (ทำนองว่าไม่ให้ใครรู้สูตร) ต้องใช้ชาถึง ๓๐ ชนิดทีเดียวค่ะ (รจนาก็เลยจนด้วยเกล้า hum.gif ไม่รู้ว่าเขาใส่ชาอะไรลงไปในนั้นบาง ที่แน่ ๆ คงมีชาดำด้วย)

แต่ที่จริงลิปตันเขาผลิตออกมาทั้งชาร้อน และชาเย็น (แบบอินสแต้นท์ ชงสำเร็จรูป) ค่ะ และปัจจุบันนี้มีชาลิปตันสารพัดรส แม้แต่รสเอิร์ลเกรย์ เลดี้เกรย์ รัสเชียนเกรย์ ชาเขียวแบบต่าง ๆ ชาขาว ชาแดง ชาผลไม้(แห้ง) ชาดอกไม้(แห้ง) ชาสมุนไพร ทั้งนี้เพื่อแข่งขันในตลาดชาที่มีคู่แข่งมากมาย ก็เป็นธรรมดาว่า ต้องทำตัวเลือกให้หลากหลายหน่อย

แต่ว่าแบบซองเหลืองนั้นคือลิปตันดั้งเดิมของแท้ค่ะ รจนาเองก็ยังชอบดื่มอยู่ค่ะ ส่วนใหญ่ดื่มเปล่า ๆ ไม่น้ำตาลและนม (จะได้ไม่เพิ่มแคลอรี่) แต่ที่จริงหากใส่น้ำตาลกับนมจึงจะอร่อย (กว่า)

ไม่ทราบว่าที่เมืองไทยมีชาลิปตันขายกี่ชนิดนะคะ  hum.gif


เขามีข้อสรุปเก๋ ๆ เกี่ยวกับชายี่ห้อลิปตันนี้ดังนี้ค่ะ
- ในแต่ละปีมีคนดื่มชาลิปตันถึง ๕๒ ล้านถ้วย หรือประมาณ ๑,๖๔๙ ถ้วยต่อวินาที
- จำนวนชาลิปตันที่ขายได้ในปีหนึ่ง ๆ นั้นสามารถเอาไปถมสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกได้ถึง ๓,๖๖๐ สระ
- น้ำหนักของใบชาลิปตันที่นำไปใช้ผลิตชานั้นเทียบได้กับช้างสารอาฟริกาตัวโตเต็มที่ถึง ๑๔,๐๗๗ ตัว


Dancer.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 83
sab Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 141
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Sep. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Nov. 2006,13:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณมากเลยจ่ะพี่รจนา......เนี่ยแสบเซฟลงโฟลเดอร์แล้วจ่ะ.......
แสบตอบไม่ถูกหรอกจ่ะ....มากมายหลาย...ชนิด...แต่ที่ดื่มบ่อยๆเวลากระหายน้ำยามออกไปทำธุระนอกบ้าน...ก้อ...ลิปตันไอซ์ทีจ่ะ......
...............ข้าน้อยขอคาราวะท่านผู้มีความรู้ยิ่งข้าน้อยขอนับถือๆๆๆ.........

                                    .....by...sab......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 84
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Nov. 2006,21:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้างถึง (รจนา เจนีวา @ 07 พย. 2006,20:21)

เขามีข้อสรุปเก๋ ๆ เกี่ยวกับชายี่ห้อลิปตันนี้ดังนี้ค่ะ
- ในแต่ละปีมีคนดื่มชาลิปตันถึง ๕๒ ล้านถ้วย หรือประมาณ ๑,๖๔๙ ถ้วยต่อวินาที
- จำนวนชาลิปตันที่ขายได้ในปีหนึ่ง ๆ นั้นสามารถเอาไปถมสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิกได้ถึง ๓,๖๖๐ สระ
- น้ำหนักของใบชาลิปตันที่นำไปใช้ผลิตชานั้นเทียบได้กับช้างสารอาฟริกาตัวโตเต็มที่ถึง ๑๔,๐๗๗ ตัว


Dancer.gif

ic-14.gif ic-14.gif ic-14.gif ic-14.gif  ic-14.gif ic-14.gif


laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 85
รจนา เจนีวา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 741
เข้าร่วมเมื่อ: 21 Jul. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Nov. 2006,03:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ลืมตอบคำถามแสบเรื่องดื่มชาอย่างไรไม่ให้ท้องผูกค่ะ

ที่จริงรจนาก็ไม่ได้รู้เรื่องนี้หรอกค่ะ ต้องไปค้นคว้ามาเหมือนกัน

รจนาดื่มชาดำทุกเช้าและหลังอาหารเที่ยง แต่แทบไม่เคยมีอาการท้องผูกเลยค่ะ อากาศที่นี่หนาว รจนาจึงชอบดื่มน้ำชาร้อน ๆ อุ่น ๆ เกือบตลอดวัน แทนดื่มน้ำเย็น แต่พอตอนบ่ายและค่ำรจนาจะพยายามดื่มชาสมุนไพร (ดอกไม้ ใบไม้ ชาที่ไม่มีคาเฟอีน) แทน จะไม่ค่อยแตะชาดำในช่วงเย็น เพราะไม่งั้นอาจจะนอนไม่หลับ

สาเหตุหนึ่งที่ดื่มชาแล้วท้องผูก เพราะชาดำนั้นมีสารแทนนินที่ช่วยยับยั้งอาการท้องเสียค่ะ คือแทนนินจะไปทำให้ลำไส้ลดการบีบตัว ทำให้คนที่ท้องเสียถ่ายน้อยลงหรือหายจากอาการในที่สุด แต่ต้องเป็นชาดำที่ชงเข้ม ๆ แก่ ๆ (เพื่อให้มีสารแทนนินมาก ๆ) นั่นก็หมายความว่า หากคุณแสบทานชาดำที่ชงไว้นานเกิน (ปกติ ชาลิปตันซองนี่ไม่ควรชงไว้เกิน ๒ นาทีนะคะ) ก็อาจจะทำให้เกิดผลเช่นที่ว่าได้ คือลำไส้ลดการบีบตัว ทำให้ตอนเช้าอาจจะไม่อยากเข้าห้องน้ำเหมือนปกติค่ะ

วิธีการอาการท้องผูกแบบนี้ เขาแนะนำว่าให้ทานกาแฟในตอนเช้าค่ะ กาแฟ (จะเป็นแบบมีหรือไม่มีคาเฟอีนก็ได้) ใช้ได้ผลกับผู้หญิง (อิอิ คุณแสบ คือ นางสาวแสบ ใช่ไหมล่ะ tongue.gif ) แต่ต้องดื่มในตอนเช้าเท่านั้นและมักจะให้ผลภายในครึ่งชั่วโมง นักวิจัยทางการแพทย์เขาบอกว่า เพราะกาแฟมีสารบางอย่างที่ส่งข่าวไปที่ลำไส้ให้ทำการขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว เลยทำให้เราอยากเข้าห้องน้ำค่ะ - แต่กรณีนี้อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอกนะคะ

บางตำราก็ว่า ดื่มชาขิงแล้วช่วยย่อยและช่วยระบายค่ะ

ของอย่างนี้ต้องลองดูค่ะ

ดังนั้น วิธีการดื่มชาไม่ให้ท้องผูก (ในวันรุ่งขึ้น) ก็คือ พยายามอย่าดื่มชาตอนเย็น และ อย่าชงชาให้แก่เกินไป อย่าแช่ถุงชาหรือใบชาทิ้งไว้ในน้ำชานานกว่าที่กำหนดให้สำหรับชาแต่ละชนิด

thumbsup.gif

ปล. เลยเข้ามายึดห้องชาของปาเก้เลย...ปาเก้อยู่ไหน รีบตามมาทวงคืนเร้ว
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 86
sab Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 141
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Sep. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Nov. 2006,12:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่รจนาจ๋า......หวัดดีค่ะ.............
.........สูตรนี้จะใช้ได้กะแสบหรือป่าวหนอ.....แสบเป็นผู้.ฉิง.ค่ะไม่ใช่หญิง.....เหอ..เหอ..เหอ........

ไม่ว่าทานตอนไหนแสบท้องผูกตลอดและ/หรืออ่อน/แก่.ผูกตลอดเห้อ....กลุ้มใจจัง......ทานเปร๊ยวก้อท้องเสีย....ทานเค้มก้อท้องอืด..เนี่ย.....แสบนั่งผายมาตั้งแต่เช้าแล้ว.....ผายจนจะแย่อยู่แล้ว......แสบกำลังดื่มน้ำร้อนไล่เนี่ย.......

......ชัวส์ค่ะพี่รจนาแสบเคยดื่มแล้วชาขิง.....พอดื่มเสร็จก้อไปเดินซุปเปอร์มาเก็ต....ได้ประมาณ3ชั่วโมง.....ค่ะ.....แหม..วิ่งแทบไม่ทัน...แถมยัง..ผายดังมากๆๆๆๆเลย..แทบจะไม่กล้าออกจากห้องน้ำเลยจ่ะ.....อาย....มาก......มาก........มาก.........

.........ปล.....แสบเป็นคนที่ท้องเสาะมากแต่นิยมการทานมากๆๆๆไม่งั้นไม่บวมระยะสุดท้ายของสุดท้ายอย่างนี้...........

                                     by...sab.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 87
รจนา เจนีวา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 741
เข้าร่วมเมื่อ: 21 Jul. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Mar. 2007,15:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คิก คิก ลืมแซวน้องแสบเรื่องชาขิง....เพราะขิงเป็นยาช่วยไล่ลมตามธรรมชาติอยู่แล้ว.....แล้วยังมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดหัวอีกด้วย....

ตอนนี้แสบอยู่ที่ไหนจ๊ะ พี่รจคิดถึงนะ....วันหลังหาเมนูอร่อย ๆ มาทานกับน้ำชาหน่อยดีไหม ?
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 88
รจนา เจนีวา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 741
เข้าร่วมเมื่อ: 21 Jul. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Mar. 2007,15:55 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

วันก่อนจำได้ว่า มีการคุยกันท้ายครัวเรื่องดอกลาเวนเด้อร์ วันนี้เลยถือโอกาสนำความรู้เรื่อง "ชาดอกลาเวนเด้อร์" มาฝากนิดหน่อย นะปาเก้นะ

หลายศตวรรษที่ผ่านมา ลาเวนเด้อร์ถือเป็นสมุนไพรสำหรับปรุงอาหารที่นิยมมากอย่างหนึ่ง เพราะช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับอาหารและให้กลิ่นรสที่พิเศษไม่เหมือนใคร ส่วนชาลาเวนเด้อร์นี้ก็ยังถือว่าช่วยลดอาการปวดหัวได้ด้วย

นอกจากอาการปวดหัวแล้ว ชาดอกลาเวนเด้อร์ตากแห้งยังให้ผลในทางบำรุง บำบัด และทำให้รู้สึกสงบ (หลับสบาย) นอกจากนั้น สารในดอกลาเวนเด้อร์สามารถช่วยสร้างสมดุลกรดในกระเพาะ ลดอาการปั่นป่วนในท้อง และยังทำให้อาการเครียดทางประสาทลดลงได้ด้วย

ลาเวอเด้อร์จึงถือเป็นสมุนไพรสำหรับช่วยย่อยด้วย และให้ผลดีต่อลำไส้

มีคนบรรยายกลิ่นลาเวนเด้อร์ไว้ว่า เป็นกลิ่นที่ผสมผสานกันระหว่างกลิ่นวนิลา กลิ่นส้มเบอร์กาม็อท (มะกรูดฝรั่ง) ส้ม ต้นสน มะนาว และกุหลาบ พ่อครัวแม่ครัวมือเอกแห่งยุคสมัยจึงหันมาใช้ลาเวอเด้อร์ในการปรุงปนอาหารมากขึ้น ทั้งของคาวและของหวาน ทั้งเพื่อกลิ่นพิเศษ รสที่ไม่เหมือนใคร และความสวยงาม

แต่ขอเตือนไว้ว่า ถึงจะเป็นของดี ก็อย่าใส่มากเกินไป เพราะใช้มากแล้วอาจจะทำให้เกิดรสขมได้

รจนาเคยทานไอศรีมรสลาเวนเด้อร์ในเมืองเจฯนี่เอง (ในร้านอาหารแม็กซิกัน) รสชาติอร่อยจริง ๆ กลิ่นหอมไม่เหมือนใคร


เอ๊ะ เริ่มต้นด้วยเรื่อง "ชา" มาจบที่เรื่อง "ไอศครีม" ได้อย่างไร smSL14.gif hum.gif


gif_0454.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
87 คำตอบนับตั้งแต่ 17 Oct. 2005,22:10 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 9 of 9<<56789
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com