เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 5<<12345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: อาหารในป่า, น้ำลายไหลกันล่ะซี< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Oct. 2002,03:58  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โห..ชื่อน้ำพริกน่ากลัวจังค่ะ พี่ฤษีว่าไงหล่ะ เมนูนี้..
ว่าแต่ไอ้ยอดเอื้อมถึงของพี่สข.1 เนี่ย มันเป็นยังไงนู๋ไม่รู้จักค่ะน้าแอ๊ด
เดี๋ยวไปเด็ดไอ้ยอดสามใบตาย ให้พี่ฤษีกินนู๋ติดคุกหัวโตเชียวนา..
ข้อหาฆ่าฤษีตายโดยเจตนา..เหอๆ ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
SuperG Search for posts by this member.
แม่ครัวช่างคุย
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 71
เข้าร่วมเมื่อ: 01 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jan. 2003,13:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

หมดฤดูเข้าป่าหรือยังคะ...ยังไม่หมดน่า ยังหนาวอยู่นี่นา มาเขียนกระทู้นี้เพราะวันก่อนคุณแม่ครัวของอิฉันทำแกงให้หม้อนึง อร่อยจริงๆ ค่ะ เธอต้มซี่โครงหมูไว้ แล้วตำพริกขี้หนูแห้ง กระเทียม หอมแดง กะปิ ละลายลงไป ใส่ขนุนอ่อนที่หั่นเป็นชิ้นๆ พอขนุนนิ่มก็เด็ดชะอมใส่ เติมน้ำปลาอีกนิดหน่อย ชิมดูตอนร้อนๆ อร่อยจนน้ำตาไหล พอมันเย็นลงก็ชิมอีกที เอ๊ะ ยังอร่อยอยู่...สุดท้ายก็หมดหม้อโดยไม่รู้ตัว...แหะ แหะ

อิฉันเห็นว่ามันง่ายดีค่ะ น้ำพริกนั้นใช้ของสามัญประจำครัวไม่กี่อย่าง ขนุนอ่อนใช้กล้วยดิบหรือผักอะไรที่หามาได้ ไม่มีชะอมไม่เป็นไร ไม่มีเนื้อสัตว์ก็ไม่ต้องใส่ แต่มีเนื้อสัตว์อย่างเดียวก็แกงได้เหมือนกัน แกงหม้อนี้จึงน่าจะถือเป็นอาหารสำหรับทำกินในป่าได้ แต่ใครจะรับอาสาแบกครกขึ้นไปตำน้ำพริกคะ อิฉันว่าตำน้ำพริกใส่ถุงพลาสติกเอ๊ยใส่กล่องไปจากบ้านดีกว่า...

วันก่อนอีกเหมือนกัน ดูรายการทำอาหารของฝรั่งทางทีวี พ่อครัวคนหนึ่งจัดปาร์ตี้เลี้ยงพนักงานทั้งบริษัทที่ชายหาด (ประหยัดค่าสถานที่ดีนะคะ น่าเอาอย่าง แต่ต้องเลือกหาดว่างๆ หน่อย ถ้าเป็นแถวจอมเทียนบางแสนอาจมีคนแปลกหน้าถือโอกาสมาร่วมวงดื่มกิน) เขาหุงข้าวต้มแกงกันตรงนั้น อาหารจานเด็ดของเขาคือข้าวราดแกงเผ็ดแบบไทยค่ะ พ่อครัวคนนั้นตำน้ำพริกเอง รายการเครื่องแกงที่แกบรรยายคงเข้าข่ายน้ำพริกแพนง เพราะดูวิธีการทำก็คือแพนงนั่นเอง แกผัดน้ำพริกแล้วใส่กุ้งหอยปูปลาสดๆ นานาชนิด (ปลาแล่เอาแต่เนื้อหั่นชิ้นใหญ่ๆ หอยใส่ทั้งเปลือก กุ้งปู ตัวโตๆ ทั้งนั้น ผ่าครึ่ง...เห็นแล้วน้ำลายหยด) พอเดือดก็ราดน้ำกระทิลงไปผัดอีกหน่อยแล้วโรยใบโหระพาเป็นอันเสร็จ แกไม่ได้ใส่ถั่วป่นในน้ำพริกแต่ใช้มะม่วงหิมพานต์คั่วโรยหน้าแทนค่ะ (ไม่เห็นแกเติมน้ำปลาหรือเครื่องปรุงรสอะไรเลย แต่คนที่แกเรียกมาชิมอุทานว่าโอ้ อร่อยเลิศลอย...ขืนบอกว่าไม่อร่อยคงโดนไล่ออก) อันนี้ก็ง่าย เข้าข่ายอาหารป่า (แบบชายทะเล) ได้เหมือนกัน แค่มีน้ำพริกแบบซอง กับกะทิกล่องติดไปด้วยก็พอ (อย่าถึงกับปีนต้นมะพร้าวเอามาขูดคั้นกะทิเองเลยค่ะ เดี๋ยวจะสนุกเกินเหตุ)

ออกจากป่าเขามาก็ไปเที่ยวแบบกางเต้นท์ตามอุทยานค่อนข้างบ่อย รับสารภาพว่าขี้เกียจทำอาหารค่ะ มีเตาเล็กๆ ที่ใช้แก๊สกระป๋องกับกาต้มน้ำไว้ชงกาแฟกับมาม่า แค่นั้นเอง เห็นเต้นท์อื่นเขาตั้งครัวทำอาหารคึกครื้นแล้วน่าสนุก วันหลังคงอยากสนุกเองบ้าง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Feb. 2003,23:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เที่ยวแบบกางเต๊นท์

       เมื่อ  6-7  ปีก่อน เพื่อนๆที่เป็นครอบครัวจะชอบเดินทางเป็นคาราวานไปตามจังหวัดต่างๆ  กางเต๊นท์  พักตามโรงแรมบ้าง รีสอร์ทบ้างแล้วแต่จะชอบ  ก็จะมีรถอยู่สองคันที่ภรรยาของเขาจะเป็นแม่บ้านเต็มตัว  เขาจะมีเตาแก๊ส  เครื่องครัว อุปกรณ์ทำครัว  รวมทั้งของสดของแห้งสำหรับปรุงอาหารมากมาย

      พอตื่นเช้า เขาจะต้มน้ำ  ชงกาแฟให้พวกเราทั้งหลาย  สามีคุณเธอบอกว่า

      "พอเรียก กาแฟ กาแฟก็มา"  

      พอสายๆ เธอจะต้มข้าวต้มหม้อใหญ่  แล้วเจียวไข่บ้าง ทำกุ้งแห้งยำบ้าง  ยำหัวไชโป๊บ้าง  ไข่เค็มบ้าง  ไว้ให้พวกเรากิน  เรียกว่ามื้อเช้าไม่ต้องเป็นห่วง  ส่วนมื้อกลางวันและมื้อค่ำ  เราก็เดินทางไปสอดส่ายสายตาหาที่กินเอาเอง  

      เธอทั้งสองคนมีความสุขกับการปรนนิบัติ ดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างเต็มที่  แม้กระทั่งไปร้านอาหาร  เธอก็ยังช่วยดูแลเด็กๆให้ได้อาหารก่อน  ช่วยดูแลว่าใครสั่งอะไรยังไม่ได้  บางทีเธอก็เข้าไปจัดการในครัวของร้านนั้นเสียเลย  

      เธอคนหนึ่งมีอาหารสูตรง่ายๆที่ดิฉันเห็นว่า  อร่อย และเข้าทีดี คือ
ข้าวผัดเกลือ ทำง่ายมาก  มีแค่น้ำมัน  เกลือ  กระเทียม ข้าวสวย และไข่

      วิธีทำ ก็ตั้งกะทะ  ใส่น้ำมันพอร้อน ตบกระเทียมโยนลงไป พอกระเทียมเหลือง  ให้ตอกไข่ใส่ลงไป  ยีไข่ให้แตก  เกลี่ยๆๆไข่ให้กระจายเป็นชิ้นเล็กๆ  พอไข่สุกก็ใส่ข้าวลงไปผัดๆๆให้ทั่ว  แล้วเอาเกลือป่นโรย  จะอร่อยก็ตรงโรยเกลือนี่แหละ  เพราะถ้าโรยไม่เป็น หนักบ้างเบาบ้าง  ข้าวจะเค็มเป็นหย่อมๆ  ดังนั้นจึงต้องโรยให้เบาๆแต่ให้ทั่วๆ  กะปริมาณให้เหมาะ  แล้วคนให้ดีๆ  จะได้ข้าวผัดเกลือที่กินเค็มๆมัน แกล้มแตงกวา  ต้นหอม ผักชี  ก็อร่อยมาก  หรือถ้ามีมะนาวบีบมะนาวสักหน่อยก็ยิ่งอร่อยไปใหญ่

      ถ้าเกิดเดินทางไป  หาอะไรกินไม่ได้ก็ลองผัดข้าวแบบนี้ดูนะคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Jul. 2003,10:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอวกกระทู้กลับไปที่อาหารในป่าจริงๆ ตามสูตรที่ได้ทำให้สหายกินจริงๆ เหอๆๆๆ หวังว่าหลายๆคนคงจะระลึกความหลังกันได้

    สูตรที่ 1 หุงข้าวปนมัน

    สาเหตุที่เราต้องกินข้าวหุงปนกับมันก็เนื่องจากคาดว่าข้าวจะไม่พอกิน อาจเป็นเพราะชาวบ้านเขาซื้อให้เราได้น้อยลงเพราะทางการบังคับโควต้าการซื้อ หรือทางการมาตั้งกองทหารอยู่ใกล้ๆหมู่บ้านคอยเพ่งเล็งการจับจ่ายของชาวบ้าน 

    ทางเราที่อยู่บนป่าเขาจึงต้องเตรียมการเผื่อไว้ก่อนล่วงหน้า โดยการปลูกมันไว้ในไร่ อันที่จริงมันเทศจะกินอร่อยกว่ามันสำปะหลัง แต่เนื่องจากมันเทศปลูกแล้วได้ผลผลิตน้อยกว่ามันสำปะหลัง แต่มันเทศปลูกยากกว่าเพราะต้องดูแลดินมากกว่ามันสำปะหลัง ซึ่งปลูกทิ้งๆไว้ไม่ต้องพรวนดินก็ได้ผล ดังนั้นคนที่รับผิดชอบที่ไร่ จะเก็บมันเทศไว้ทำกับข้าว แล้วเอามันสำปะหลังมาลอกเปลือกออก เอาไปหั่นเป็นแว่นบางๆพอสมควร แล้วนำไปตากให้แห้ง เก็บไว้อย่างดี

    เมื่อยามอดอยาก ที่คาดว่าข้าวสารจะไม่พอเลี้ยงคนบนกองทัพ ก็จำเป็นที่จะต้องเอามันสำปะหลังแห้งๆเหล่านี้ไปหุงปนกับข้าว จะใส่มันมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับว่าข้าวจะพอกินไปได้อีกกี่วัน สาเหตุที่ไม่ใช้มันดิบทั้งๆที่มันอร่อยกว่า เป็นเพราะเราไม่สามารถเก็บมันดิบไว้ได้นาน เพราะมันเหม็นลมได้ง่าย

    วันแรกที่เราได้กินปนมัน รู้สึกตื่นเต้นว่ามันอร่อยดี แต่พอทำกับข้าวก็เจอมันอีก ก็เริ่มเอียน และการกินมันย่อมทำให้ท้องอืด และก่อให้เกิดเสียงดังในยามหลับไหล ไม่ว่าจะเป็นบ้านสหายหญิงหรือสหายชายก็ไม่เว้น เหอๆๆ ทั้งเสียงกรนและเสียงผายลมดังสนั่น ฟังดูตลกไม่น้อย  ic-12.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Jul. 2003,23:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สูตรที่ 2  ให้ใช้มันสำปะหลังสดๆ เอามาหั่นฝอยๆ  แล้วใส่เมื่อข้าวเดือดใกล้สุก  พอเราดงข้าวสุก มันจะอยู่ข้างบนหน้าข้าว  จะมีกลิ่นหอมมันสำปะหลัง  เวลากินหอมอร่อยดี

      แต่สูตรนี้มักจะทำที่ไร่   เพราะไปขุดมันมาแล้วหั่นใส่สด ๆ จึงจะอร่อย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Jul. 2003,04:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สูตรที่ 3 หุงข้าวใส่กลอย

     ต้องไปขุดหัวกลอยในป่ามา  ต้องให้สหายเก่าๆขุดมาให้เพราะเขาจะรู้จัก  พวกเรานอกจากจะไม่รู้จักแล้วยังทำกลอยไม่เป็นอีกด้วย  รู้คร่าวๆว่าเขาจะเอากลอยมาปอกเปลือกแล้วฝานเป็นแผ่นบางๆ  เอาไปแช่น้ำไหล  เช่นน้ำในลำธารหรือคลอง เป็นอาทิตย์  แล้วจึงจะนำมาทำกินได้ ไม่เช่นนั้นจะคัน  รายละเอียดคงต้องให้คุณ สข1 คุณมาลัย  หรือคุณวันดีช่วยบอกว่าทำยังไง

      เอากลอยที่ทำสำเร็จแล้วนี้มาหุงปนกับข้าว  หุงเสร็จก็กินอร่อย เหมือนข้าวเหนียวกลอยเลยแหละ  แต่ต้องระวังว่า  ถ้าผิดพลาดอาจทำให้ท้องเสียได้ หากทำกลอยไม่ดี หรือเป็นหัวชนิดอื่นที่ไม่ใช่กลอย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
มาลัย Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่




กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 76
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Nov. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Jul. 2003,23:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วิธีทำกลอยที่พี่แอ๊ดว่ามานั้นนู๋ยังไม่เคยทำและไม่เคยกินข้าวปนมันปนปนกลอยสักที คงจะอร่อยมาก  แต่ถ้ากินบ่อยๆก็คงจะน่าเบื่อเหมือนกันนะ  ต้องถามพี่สข1ว่าข้าวปนมันอร่อยแค่ไหนเพราะพี่แกเคยบอกว่าได้กินข้าวปนมันมาแล้วที่เขตจังหวัดพัทลุงเมื่อคราวที่เขตสงขลาโดนล้อมปราบ  ส่วนกลอยนั้นนู๋เคยทานกับข้าวเหนียวกลอยที่มีขายอยู่ตามตลาดนั่นแหละค่ะ ก็อร่อยดีค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
สข1 Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 668
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Jul. 2003,23:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผมเคยทำหัวกลอยกับคุณจิตรครั้งหนึ่ง   ทำอย่างที่คุณแอ๊ดว่าคือฝานเป็นแผ่นบางๆ  แล้วใส่กระสอบเอาไปแช่ในน้ำไหลหลายๆวัน  แล้วก็เอามาหุงปนกับข้าว  แต่ถ้าทำไม่ดีหรือแช่น้ำไม่นานพอ  มันยังมีสารพิษหลงเหลืออยู่  นอกจากท้องเสียปวดท้องแล้ว  ยังเมาอีกด้วยครับ  เอาให้นกกะปูดกินแทน เวลาไม่มีเหล้าเบียร์ได้

ส่วนข้าวปนมันเคยไปกินที่กอง 08 พัทลุงของคุณวันดี กินไม่อะหร่อยเลยครับ  รู้สึกมันกลืนยากพิลึก  โดยเฉพาะข้าวปนมันราดน้ำเคย  รู้สึกทะแม่งๆ  ถ้ามันราดน้ำเชื่อมหรือน้ำกะทิน่าจะเข้ากันมากกว่า  ที่สงขลาโดยเฉพาะเขต 1 ยุคหลัง 6 ตุลาไม่เคยกินข้าวปนมัน  สหายจากเขตอื่นที่ผ่านมาจะเรียกเราว่า  กองทัพนายทุนน้อย  บางทีก็เรียกกองทัพ มาม่า  เมื่อกลางปี 2522 (ถ้าจำไม่ผิด)  พรรคฯมีนโยบายเตรียมก้าวสู่สงครามแบบแผน  จึงได้จัดตั้งกองทหารหลักที่มีขอบเขตการรบทั่วประเทศ  หน่วยทหารสงขลาเขต 1 ก็มีส่วนเข้าร่วม  มีครั้งหนึ่งหน่วยทหารหลักได้ผ่านมาทางกองศูนย์  ผมได้มีโอกาสคุยกับทหารหลักที่มาจากเขตพัทลุงและเขตสุราษฎร์  เขาบอกว่าข้าวที่เขตสงขลากินไม่อร่อยมันแข็งๆฝืดคอ  เพราะไม่ได้ปนมัน  ผมยังสงสัยจนบัดนี้ว่ามันจริงหรือ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Jul. 2003,00:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รู้จักกลอย ก็เพราะเคยกินกับข้าวเหนียวมูลเหมือนคุณมาลัยค่ะ  
แต่เพิ่งรู้วันนี้เองว่ากินแล้วเมาด้วยอ่ะ (รู้งี้หามากินตั้งนานแล้ว)
พี่สข1 นี่พูดถึงเรื่องเหล้าทีไร วกหานกกะปูดอยู่เรื่อยเชียวนะพี่ smash.gif  เอิ๊กๆๆ

ว่าแต่น้าแอ๊ดหาภาพต้นกลอยมาให้ดูมั่งสิคะ
นู๋เกิดมายังไม่เคยเห็นเลยค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Jul. 2003,00:13 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เอารูปใบกลอย และหัวกลอยมาให้ดูจ้ะ

    

    

     เมากลอยคงจะอาการปางตายทีเดียวแหละ หัวกลอยจะมีสารพิษหลายชนิดที่ทำให้เกิดอาการเมา เช่น dioscorine ซึ่งผู้ที่รับประทานเข้าไปจะมีอาการใจสั่น วิงเวียน คันคอ อาเจียน เหงื่อออก ตาพร่า เป็นลมได้ เหอๆๆ 

     ข้าวปนมันแห้งอย่างที่เล่ามาแล้ว ไม่อร่อย ถ้าปนมันสดหรือกลอยจะอร่อย ข้าวปนกลอยคิดว่าอร่อยกว่าข้าวเหนียวกลอยนะ เพราะมันไม่หวานเลี่ยน ไม่เอือมจ้ะ

     แต่ตอนนี้กลอยจะหายากขึ้นเพราะป่าลดน้อยลง แล้วก็จะมีเพียงหน้าเดียวเท่านั้น ประมาณปลายๆปี

     กลอยมีสีสวยดีนะ เหลืองบ้าง ขาวบ้างตามธรรมชาติ น่ากิน  icon_rotfl.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
40 คำตอบนับตั้งแต่ 04 Oct. 2002,23:40 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 5<<12345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com