เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 712345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: **หอมกลิ่นแกง**, เสน่ห์เครื่องเทศในน้ำพริกแกง< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Oct. 2002,05:53  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เสน่ห์เครื่องแกงของไทย

    มัสมั่นแกงแก้วตา 
    หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
    ชายใดได้กลืนแกง
    แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา


(กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

   

        แกงไทยที่เรารู้จักกันนั้นมีหลายอย่าง เช่น แกงมัสมั่น แกงเขียวหวาน แกงส้ม แกงเหลือง ซึ่งคาดว่าเป็นแกงที่พัฒนามาจากแกงของอินเดีย และแกงชาติอื่นๆในเอเซียอาคเนย์ 

    คุณสุกิจ นิมมานเหมินทร์ กล่าวว่า แกงเผ็ดไทยเป็นการดัดแปลงแกงแขกอินเดียให้เข้ากับรสนิยมและวัฒนธรรมไทย
    “ เป็นต้นว่า ไทยไม่นิยมกลิ่นรสของขมิ้น ดอกจันทน์ ลูกจันทน์ อบเชย กระวาน กานพลู และมหาหิงส์ ก็ลดทอนลงไป ให้เหลือแต่ลูกผักชียี่หร่าเท่านั้น ส่วนข่าตะไคร้นั้น เมื่อแขกชอบใช้ไทยชอบรส ก็คงใช้อยู่ต่อไป ส่วนมะเขือพวง มะเขือจาน มะเขือเจ้าพระยา มะเขือไข่เต่า มะเขือกะหำแพะ มะเขือเปราะ มะเขือแตงกวา อะไรเหล่านี้ นักพฤกศาสตร์ก็ว่า ไม่ใช่ของเดิมที่มีอยู่ในบ้านเรา เป็นของตามหลังมาทั้งนั้น ส่วนกะทินั้นเล่า…คนไทยสมัยก่อนไม่ชอบรสและกลิ่นของนมวัว ซึ่งมักมีกลิ่นไอแบบแขกๆ จึงได้เปลี่ยนจากนมวัวมาเป็นนมมะพร้าว”

     แกงไทยนั้นมีมากมายหลายชนิด แตกต่างกันไปตามถิ่น ตามภาค เช่นแกงทางภาคเหนือจะได้รับอิทธิพลมาจากพม่า มากกว่า เช่น แกงฮังเล แกงโฮะ ส่วนทางใต้ก็เป็นแกงเหลือง แกงไตปลา ส่วนภาคกลางก็เป็นแกงเขียวหวาน แกงส้ม แกงกะทิต่างๆ

    เครื่องแกง ตามความหมายของพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หมายถึง สิ่งที่ใช้ในการปรุงแกง มี พริก กะปิ หอม กระเทียม เป็นต้น 
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Nov. 2002,20:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เครื่องเทศสมุนไพรที่ใช้ในเครื่องแกงต่างๆ ประกอบด้วย พริกขี้หนูแห้ง พริกชี้ฟ้าแห้ง พริกขี้หนูสด หอม กระเทียม ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด ใบมะกรูด ขิง กระชาย ขมิ้น รากผักชี ลูกผักชี ยี่หร่า ลูกจันทน์เทศ ลูกกระวาน อบเชย โป๊ยกั๊ก พริกไทย เป็นต้น

แกงของแต่ละภาค

ภาคกลาง 



    เป็นภาคที่รวมศูนย์เรื่องอาหาร เพราะสมัยก่อนห้องเครื่องแต่ละวัง หรือบ้านของเจ้าขุนมูลนายมักจะมีแม่ครัวจากภาคต่างๆมาอยู่ด้วย  เมื่ออาหารภาคต่างๆเข้ามาในวังแล้ว มักจะถูกเปลี่ยนแปลงสูตรเพื่อให้เหมาะกับรสนิยมของเจ้านาย ซึ่งเป็นคนภาคกลาง 
    
     ภาคกลาง เป็นแหล่งรวมของวัฒนธรรมอันศิวิไลซ์ต่างๆ การประกอบอาหารจึงประณีต บรรจง เพื่อให้อาหารสวยน่ารับประทาน แม้กระทั่งการตำน้ำพริกแกงก็ต้องโขลกจนละเอียดเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน  
    
     เครื่องปรุงรสของภาคกลางจึงมีทั้ง น้ำปลา ปลาร้า เกลือ กะปิ  กะทิ มีความกลมกล่อมในเรื่องรสชาติมากกว่า เช่น แกงเขียวหวาน เป็นแกงทางภาคกลางโดยแท้ การใช้กะทินอกจากจะมัน แล้วยังให้ความหอมของเนื้อมะพร้าว  บางสูตรก็ใส่น้ำมะพร้าวลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหวาน  ใช้พริกขี้หนูสด ใบพริกสด เพื่อให้น้ำแกงมีสีเขียว ใส่ใบมะกรูด หั่นฝอย และ ใส่พริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียงๆ เพื่อตกแต่งให้แกงสวยงาม เป็นต้น นอกจากนี้ ก็มีแกงส้ม แกงกะหรี่ ฯลฯ


ภาคใต้

   

   อาหารทางภาคใต้มักจะมีรสร้อนเผ็ดนำ จากพริกและพริกไทย เพราะในอดีตพริกไทยตรังของภาคใต้มีชื่อเสียงมากจนเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ต่อมาเกิดราคาพริกไทยตกต่ำ จึงทำให้ชาวตรังเลิกปลูกพริกไทยไป

   นอกจากพริกไทยก็มีขมิ้นที่คนใต้จะใส่ไปในอาหารแทบทุกชนิดทั้งนี้เพราะอาหารส่วนใหญ่ของคนใต้จะใช้ปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ เนื่องจากภาคใต้ติดทะเลทั้งสองด้าน ขมิ้นก็จะช่วยกลบกลิ่นคาวได้ดี 

   นอกจากนี้ภาคใต้ตอนล่างยังเป็นชาวมุสลิมซึ่งตืดต่อกับประเทศมาเลเซียซึ่งก็เป็นมุสลิมเช่นกัน อาหารจึงหนักไปในทางเครื่องเทศ และขมิ้น 

   อาหารทางใต้จึงมีรสชาติเข้มข้น กลิ่นแรง เพราะนอกจากนี้ยังมีกะปิเป็นเครื่องปรุงรสเป็นหลักอีกด้วย ภาคใต้ผลิตกะปิใช้เอง จึงใช้กะปิใส่ในอาหารมาก

   แกงของทางใต้ เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา  เป็นต้น    

   
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Nov. 2002,22:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อยากลองชิมแกงใต้รสเด็ดของน้าแอ๊ดจังค่ะ
สงสัยงานนี้ต้องพกผ้าเช็ดหน้าไว้ด้วยหล่ะ
เพราะน้ำตาที่อยากจะเก็บไว้ให้คนที่รัก
มันต้องพรั่งพรูออกมาแน่ๆ เลย แง๊ๆๆๆ bawling.gif bawling.gif



(ตำน้ำพริกมากๆ ระวังกระเด็นเข้าตานะคะ น้าแอ๊ดขา..)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Nov. 2002,23:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จะเก็บไว้ทำไมน้ำตาน่ะ ร้องออกมาแล้วจะได้สบายใจ....
แต่จะมาร้องเพราะแกงเผ็ดเนี่ย..คนละเรื่องเดียวกันหรือเปล่า...ฮึ

   จะเล่าอะไรให้ฟัง ตอนเป็นเด็กนะ สามสาวพี่น้องเข้าครัวพร้อมกัน โหย...สนุกอย่าบอกใคร พี่สาวคนกลางตำน้ำพริกแกง พี่สาวคนโตร้องเพลง เย้ยฟ้าท้าดิน น้าแอ๊ดคนเล็ก ร้องด้วย ช่วยเชียร์เวลาเขาทำกับข้าว เนื้อเพลงก็ว่า
 
   "ฟ้าหัวเราะเยาะข้าชะตาหรือ....."  แล้วก็
   "ฟ้า หัว เราะ.....(น้าแอ๊ดเป็นลูกคู่ ก็หัวเราะดัง ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ  อย่างสนุก)" พลันก็ได้ยินเสียงร้อง
   "แง้......." น้าแอ๊ดหันไปดู โธ่ถัง! พี่สาวคนที่ตำน้ำพริก พริกกระเด็นเข้าตา ร้องไห้ใหญ่เลย...
   เพลงเย้ยฟ้าท้าดินก็เลยจบลงอย่างกระทันหัน
   พี่สาวคนโตก็รีบพาน้องสาวคนกลางไปที่โอ่งน้ำข้างๆครัว ตักน้ำมา 1 ขัน ให้น้องลืมตาในน้ำ แล้วบอกว่า
   " เอ้าๆ นี่ กลั้นใจแล้วเทน้ำในขันรดหัวแม่เท้าข้างตรงกันข้าม (ตรงข้ามกับตาข้างที่พริกกระเด็นใส่) แล้วจะหาย" พี่สาวคนกลางก็ทำตาม น้าแอ๊ดก็ไปยืนดูทำตาปริบๆ สงสาร 

   ในที่สุดก็ค่อยยังชั่ว แต่ร้องเพลงต่อไม่ไหวแล้ว คราวนี้พี่สาวก็เลยตั้งใจตำน้ำพริกไม่กล้าร้องเพลงอีก

   จบเรื่อง ตำน้ำพริกแกง 1 เรื่อง ฮ่าฮ่า
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Nov. 2002,00:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ฮ่า ฮ่า ฮ่า
น้ำตาของนู๋เก็บไว้ให้แกงเผ็ดค่ะ น้าแอ๊ดขา..
ตอนเด็กๆ นู๋ชอบตำน้ำพริกค่ะ เพราะเป็นครอบครัวคนไทยแท้
ที่บ้านจะแกงบ่อยมาก นู๋ก็เลยเป็น "มือตำ" ประจำบ้านค่ะ
พอคนข้างบ้านได้ยินเสียงตำน้ำพริก ก็จะแซวแม่แซวยายว่า
"โห.. ลูกสาวบ้านนี้ตำน้ำพริกเสียงเพราะจัง ถ้ามีลูกชายจะให้มาขอ"

แหม.. ป้าคนนี้แกหูดีจังเนอะ น้าแอ๊ด
ขนาดฟังเสียงตำน้ำพริก ยังหาว่าไพเราะ เหอๆ  laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Nov. 2002,00:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ฮ่าฮ่า  แล้วคนข้างบ้านคนนี้ไม่มีลูกชายเหรอ....

     น้าแอ๊ดรู้เลย  นกกะปูดตำน้ำพริกเป็น  เสียงตำถี่ๆ เวลาตำข้อมืออ่อนๆ เสียงจะดังสม่ำเสมอ  ต๊อกๆๆๆๆๆๆ  ถ้าลูกสาวบ้านไหนตำน้ำพริกเสียงดังอย่างนี้  คนโบราณเขาว่าเป็นแม่บ้านการเรือนดี  สมควรสู่ขอมาเป็นลูกสะใภ้  (นกกะปูดเข้าตำรา  ฮ่าฮ่า )

     ถ้าลูกสาวบ้านไหน  ตำน้ำพริกนานๆครั้ง  ต๊อก....ต๊อก....ต๊อก...
อย่างนี้  เขาว่าใช้ไม่ได้  ไม่สมควรจะรับมาเป็นลูกสะใภ้  

      คนสมัยก่อน  จึงมักย่องไปฟังเสียงตำน้ำพริกทีใต้ถุนบ้าน ว่า  สาวบ้านไหนตำน้ำพริกเสียงไพเราะ  จะได้หาทางสู่ขอเป็นคู่ให้ลูกชาย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Nov. 2002,10:08 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โอยยย ตลกจังค่ะน้าแอ๊ด เอิ๊กกกก icon_rotfl.gif icon_rotfl.gif icon_rotfl.gif
คนสมัยก่อนเวลาหาลูกสะใภ้ ต้องแอบมาฟังเสียงตำน้ำพริก ที่ใต้ถุนบ้านเลยเหรอคะ ic-14.gif ic-14.gif 
แต่นู๋ว่านะ เสียงตำน้ำพริกของน้าแอ๊ดน่ารักจัง ต๊อกๆๆๆๆ แหม อย่างกะเสียงระเบิดเวลา ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก ๆๆๆๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Nov. 2002,23:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ภาคเหนือ

   

   เป็นดินแดนที่เคยรุ่งเรืองมาก่อน มีเขตแดนติดต่อกับประเทศพม่า และยังเป็นแหล่งชุมชนของชาวไทยภูเขาหลายเผ่า อาหารทางเหนือจึงได้รับอิทธพลมาจากพม่า และชนชาติต่างๆ
   
   โดยทั่วไปอาหารทางเหนือจะมีรสชาติอ่อน ไม่เผ็ดจัด ไม่เค็มจัด ไม่หวานจัด และไม่เปรี้ยวจัด ส่วนประกอบของน้ำพริกแกงเป็นเครื่องเทศไม่มากอย่าง แต่จะมีเครื่องเทศที่ภาคอื่นไม่มี เช่น มะแขว่น (มีลักษณะเป็นเมล็ดกลมๆสีดำ เปลือกสีน้ำตาล ลักษษณะเปลือกจะเปิด มองเห็นเมล็ดข้างใน กลิ่นหอม มีรสเผ็ดเล็กน้อย ) มะแหลบ ชะโก

    อาหารภาคเหนือไม่นิยมใช้กะปิ น้ำตาล แต่จะใช้ ปลาร้า เกลือ ถั่วเน่า และน้ำปู้ ( คือการเอาปูนามาโขลก ใส่เกลือแล้วนำไปเคี่ยว กรองเอาแต่น้ำ ใส่ข่า ตะไคร้ เคี่ยวจนข้น ) ใช้เป็นเครื่องปรุงรสให้เค็ม

    ตัวอย่างแกงทางภาคเหนือ เช่น แกงฮังเล ขนมจีนน้ำเงี้ยว ข้าวซอย เป็นต้น


ภาคอิสาน

    

   
    อาหารทางอิสาน เป็นอาหารที่เรียบง่าย มักมีวิธีการปรุงที่ง่ายๆ ไม่พิถีพิถันประดิดประดอย เครื่องแกงมีไม่กี่อย่าง โขลกหยาบๆแล้วแกงเลย ส่วนใหญ่ใช้พริกสด ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม ใช้ปลาร้าและเกลือ เป็นเครื่องปรุงรส ใช้ยอมะขาม มะกอก มดแดง ปรุงรสเปรี้ยว ผักที่นิยมเอามาทำอาหาร คือ ใบย่านาง โขลกกับข้าวเบือ ( ข้าวเหนี่ยวแช่น้ำโขลก) ผักไผ่ ผักชีลาว เป็นต้น

    อาหารที่เป็นสัญญลักษณ์ของภาคอิสาน คือ แกงลาว หรือแกงหน่อไม้ใส่ใบหญ้านาง ผักชะอม ปลาร้า นั่นเอง อ่อมปลาดุก ต้มไก่ใบมะขาม เป็นต้น 
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Nov. 2002,18:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





เครื่องแกงต่างๆ


  เพื่อให้น้ำพริกแกงมีรสชาติหอมอร่อย
  เราควรเลือกเครื่องแกงที่ใหม่และสด เช่น
พริกแห้ง ควรมีกลิ่นหอม มีมีแดงสดใส สีไม่คล้ำ ไม่มีรา
หอมแดง ควรเลือกหัวเล็ก เปลือกบาง สีสดใหม่
กระเทียม ควรเลือกกระเทียมกลีบเล็ก ไม่ฝ่อ ไม่มีรา 
กะปิ ควรใช้กะปิดี มีกลิ่นหอม
ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ฯลฯ ควรเลือกที่สดๆ

           
   
แกงส้ม




(สำหรับแกงส้มที่ใช้ปลาหรือกุ้ง 500 กรัม )

พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกแช่น้ำ  5 -10 เม็ด
กระเทียม  10 กลีบ
หอมแดง  7  หัว
ข่าตะไคร้เล็กน้อย (บางคนก็ไม่ชอบใส่ )
กะปิ     1 ช้อนชา
เกลือ    1 ช้อนชา

โขลกพริกแห้ง เกลือ ข่า ตะไคร้ เสียก่อน จนแหลกแล้วจึงใส่ หอม กระเทียม โขลกอีกครั้งให้ละเอียด จึงจะใส่กะปิ โขลกต่อให้เข้ากันจึงเสร็จ  

หมายเหตุ  -  ถ้าต้องการให้น้ำแกงข้น  ให้ใส่ข้าวสารลงไปในครกสัก 1 ช้อนชาในตอนที่ตำตั้งแต่แรก

                     ----------------------
        
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Nov. 2002,18:48 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ในภาพที่โพสท์น่าจะเป็นแกงส้มของภาคใต้นะคะ
ถ้าเป็นแกงส้มของใต้ จะใส่ขมิ้นอ้อย ด้วยค่ะ

บ้านนู๋แกงส้ม ไม่ใส่ข่าตะไคร้ค่ะ
เครื่องแกงก็เหมือนน้าแอ๊ด แต่เพิ่ม แง่งกระชายสด เข้าไปค่ะ
ถ้าจะให้น้ำข้น ก็เอากุ้งหรือปลาที่ต้มสุกแล้ว โขลกลงไปพอแหลกค่ะ
ถ้าละเอียดมาก น้ำจะข้นเกินไป ไม่น่ารับประทานค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
67 คำตอบนับตั้งแต่ 25 Oct. 2002,05:53 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 712345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com