เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 212>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ----ตลาดชีวิต-----, *-*  ^_^  +_+ "="< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2003,21:54  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตลาดชีวิต

    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่บางตอนเขียนลงใน ez มาก่อน แต่ขออนุญาตนำมาลงที่นี่ให้เพื่อนๆได้อ่านกันอีกครั้ง  ก่อนที่ความสัมพันธ์ของผู้คนในตลาดแบบชุมชนจะถูกเบียดบัง และถูกทำลายด้วยตลาดติดแอร์แบบซุปเปอร์มาร์เก็ต และตลาดขนาดยักษ์ต่างชาติที่มีทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ


    

   บ้านของฉันอยู่ใกล้ตลาดมาก เดินไปแค่ 2 นาทีก็ถึงตลาดแล้ว ตลาดที่นี่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของจังหวัด เพราะได้รวมเอาตลาดทุกตลาดเข้าไว้ด้วยกัน

   เริ่มตั้งแต่ตลาดใจกลางเมือง ชื่อ ตลาดน้ำพุ ที่เรียกว่าตลาดน้ำพุ เพราะมีน้ำพุอยู่หน้าตลาด เป็นตลาดที่คนเก่าแก่ของเมืองนี้เป็นคนขาย สภาพก็เหมือนตลาดทั่วไป เป็นโรงเรือนใหญ่ เทปูน ซึ่งจะสกปรกและเปียกแฉะอยู่ตลอด เหมือนตลาดสดทั่วไปในประเทศนี้ นอกจากจะมีของสดขายแล้ว ก็ยังของแห้ง เช่น กุ้งแห้ง ปลาแห้ง ขนมนมเนย รวมทั้งเสื้อผ้าขายแทรกอยู่ด้วย

    ถัดมาก็เป็นตลาดของสดที่กว้างขวาง คือ ตลาดสวนมะม่วง ที่เขาเรียกชื่อนี้ก็เพราะ ที่ขายของทั้งหมดเป็นที่ของวัดสวนมะม่วง ซึ่งก็เป็นที่แน่นอนว่า วัดเป็นผู้เก็บผลประโยชน์ เก็บในอัตราแผงละ 5 บาททุกวัน แล้วตลาดนี้ยังขยายตัวมาถึงริมถนน ซึ่งชาวบ้านมาจับจองตั้งแผงขายของกัน โดยเทศบาลเก็บผลประโยชน์ วันละ 5 บาทต่อเนื้อที่ 2 เมตร  จะเรียกว่ามาจับจองพื้นที่ก็ไม่ถูก เพราะเขามีราคาเซ้งกัน เป็นที่รู้กันว่าฟุตบาทอยู่หน้าบ้านใคร คนนั้นก็เป็นคนรับประโยชน์ ราคาเซ้งต่อปี ประมาณ 20000 บาทต่อพื้นที่ประมาณ 1 ตารางวา ส่วนพื้นที่ด้านในซึ่งมีโรงเรือนเป็นตลาดจริง ก็สกปรกและเฉอะแฉะไม่แพ้ตลาดอื่น  
    ตลาดสวนมะม่วงนี้เป็นตลาดที่เปิดตั้งแต่เวลาเที่ยงคืน – 9 โมงเช้า และอีกรอบ 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม
    ตลาดสวนมะม่วงเป็นตลาดสดที่มีเสน่ห์มาก เพราะเป็นตลาดที่ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะหาของมาขายวันต่อวัน
    คนขายก็มีทั้งคนพื้นที่ที่เป็นชาวสวน เอาของที่สวนตนเองมีและสวนใกล้เคียงมาขาย
    คนขายที่เป็นชาวอิสานอพยพมาอยู่ที่นี่ เที่ยวเก็บผักป่าผักพื้นบ้าน ตามป่าและห้วยหนองคลองบึงมาขาย

    และก็มีอีกตลาดหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างตลาดสวนมะม่วง และตลาดน้ำพุ เรียกว่า ตลาดโบว์ลิ่ง เรียกตามชื่อโรงโบว์ลิ่ง ซึ่งเมื่อประมาณ สิบกว่าปีก่อนเป็นที่ที่ผู้คนนิยมมาเล่นกันมาก  ตลาดนี้จะเป็นตลาดขายส่งผักสดแบบอุตสาหกรรม หมายถึงผักที่ขนส่งมาจากกรุงเทพ ฯ และผักที่เก็บมาจากต่างอำเภอ เช่น จากอำเภอโป่งน้ำร้อน อำเภอมะขาม เป็นต้น ซึ่งตลาดนี้ก็เปิดขายกันตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่จะคึกคักมากก็ตอนเที่ยงคืน - 8 โมงเช้า 

    ตลาดทั้งสามแห่งนี้เชื่อมต่อเดินถึงกันได้ เรียกว่าถ้าคุณจะเดินให้ครบทั้งสามตลาดในคราวเดียวก็แทบขาลาก แต่ก็นับว่าสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อของจำนวนมาก เพราะสามารถเลือกซื้อได้ในราคาถูก และมีความสะดวกเนื่องจากมีคนคอยเข็นรถเข็นบริการอยู่แล้ว ในราคา 5-10 บาท ต่อเที่ยว

      เมื่อก่อนตอนที่เศรษฐกิจยังดีอยู่ ดิฉันจะเดินไปตลาดวันละ 3 รอบ รอบเช้าก่อนแปดโมงเช้า รอบบ่ายโมงและรอบสี่โมงเย็น จะว่าดิฉันมีความจำเป็นมากมายที่จะต้องจ่ายตลาดก็ไม่ใช่ จะว่าของในบ้านขาดอยู่บ่อยๆก็ไม่ใช่ หรือจะต้องเลี้ยงดูผู้คนเยอะก็ไม่ใช่  เพราะที่จริงครอบครัวดิฉันเป็นครอบครัวเล็ก อยู่กันแค่พ่อ แม่ ลูก กินของก็กินกันไม่เก่ง 

     เหตุผลที่ดิฉันชอบไปตลาด 
อย่างแรก คือ การเดินไปก็เป็นการเคลื่อนไหว เป็นการออกกำลังกาย อย่างที่สองเป็นความ ความเคยชิน ความรู้สึกว่าการไปตลาด ได้ไปดูว่ามีของอะไรขายบ้าง มีสิ่งแปลกใหม่น่าซื้อไหม? ที่สำคัญที่สุด ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของตลาด ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคมนี้ ทั้งคนขายและคนที่มาซื้อของ ได้พบปะผู้คนที่รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง เป็นชีวิตชีวาที่แตกต่างในแต่ละวัน และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน  ถ้าวันไหนที่ไม่ได้ไปตลาด จะรู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายไป

     ดิฉันได้เห็นและรู้จักผู้คนที่ตลาดมากมาย  กับบางคนรู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนบ้าน กับบางคนรู้สึกเหมือนเป็นญาติสนิท บางคนก็เป็นแค่คนที่เราเดินผ่าน เป็นคนที่เราเห็นทุกๆวัน บางคนเป็นเจ้าของกิจการโรงแรม บางคนก็เป็นแม่บ้านพ่อบ้านธรรมดา  บางคนเป็นคนจนรับจ้างเข็นของ หลายคนคือขอทานประจำตลาด และท้ายสุดแม้กระทั่งหมาและแมวอีกหลายตัวที่อาศัยกินอยู่ในตลาดนี้ ดิฉันอยากจะบันทึกชีวิตของเขาเหล่านั้นลงเป็นเรื่องราวอันมีชีวิตชีวา ชีวิตที่มีค่าที่รวมอยู่ในตลาดแห่งนี้  มันคือ  ตลาดชีวิต
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 May 2003,11:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ป้าห็อง

    

     เย็นวันนี้ฉันเดินไปตลาด คนแรกที่ดิฉันเจอที่ทางเข้าตลาด คือ ป้าห็อง ป้านั่งอยู่ข้างรถเข็นขายกาแฟ กาแฟไทยแบบชงๆที่ปัจจุบันเขาชอบเรียกกันว่า กาแฟโบราณนั่นแหละ กาแฟเจ้านี้ก็เป็นเจ้าที่ฉันเป็นขาประจำด้วยเหมือนกัน
     “ ป้าเป็นไงบ้าง ?” ฉันทัก
     “ อือ..ไม่ไหว เมื่อยขา พักเหนื่อยก่อน” เสียงของป้าเหน่อๆ ฟังดูเป็นชาวบ้านจริงๆ
     “ คนมันแก่แล้ว ..เฮ้อ.. อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจ ” ป้ายังบ่นต่อ

     ป้าห็องเป็นคนเก่าแก่ของที่นี่ อยู่ตั้งแต่ยังไม่มีตลาดแถวนี้ด้วยซ้ำ สมัยก่อนยังไม่มีตึกแถว บ้านแถวนี้ล้วนเป็นบ้านไม้มีใต้ถุน อยู่กันไม่กี่ครอบครัว ถนนหนทางก็ไม่มี มีแต่ทางเดินเล็กๆที่น้ำเซาะจนดินเป็นร่องเนื่องจากบริเวณนี้เป็นเนิน  แต่มาตอนนี้เจริญไปทุกอย่าง ถนนลาดยางมาพร้อมตลาดใหญ่โต บ้านไม้ก็ถูกรื้อและแทนที่ด้วยตึกแถว บ้านเช่าเต็มไปหมด และอยู่กันอย่างแออัด 

     ตอนนี้ป้าอายุ 86 แล้ว ย้อนไปหกปีก่อน ป้าก็ยังแข็งแรง อาชีพของป้า คือกวนทุเรียน พอถึงหน้าทุเรียน ป้าก็จะรับซื้อทุเรียนหล่น เอามาแกะเอาเฉพาะเนื้อไปกวนในกระทะใบบัวใหญ่ๆ ป้าจ้างเด็กผู้ชายมากวน เพราะการกวนทุเรียนต้องใช้แรงมาก ใช้ไม้พายอันใหญ่ ๆ เมื่อเริ่มกวนก็ยังเบาอยู่ไม่หนักแรง แต่พอทุเรียนเริ่มงวดก็เริ่มฝืดขึ้น ยิ่งใกล้ๆจะเสร็จยิ่งต้องหนักแรงมาก เพราะต้องกวนให้เหนียวหนึบ จนปั้นไม่ติดมือ จึงจะอร่อย เวลาป้ากวนทุเรียนจึงใช้เวลานาน กะทะหนึ่งก็กินเวลา 3-4 ชั่วโมง  เรียกว่ากลิ่นทุเรียนหึ่งไปทั้งหมู่บ้าน เป็นอันรู้กันว่าเป็นกลิ่นกวนทุเรียนของป้าห็องนี่เอง พอเริ่มกวนกลิ่นจะเหม็นทารุณเพราะตอนแรกมันยังเป็นทุเรียนเละๆอยู่ พอกวนไปสักพักกลิ่นก็ค่อยๆดีขี้น พอท้ายๆกลิ่นจะหอมฉุยเลย  พอได้กลิ่นทีไรเราก็นึกเห็นภาพสีทุเรียนในกะทะไปด้วย  ตอนแรกเป็นสีเหลืองอ่อน กลิ่นจะเหม็น  ต่อมาก็สีเข้มขึ้นๆ กลิ่นก็หอมขึ้น แล้วค่อยๆกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มมันวาว ตอนนี้กลิ่นจะหอมจนน้ำลายไหล 
 
     ป้าห็องนุ่งผ้าถุง ใส่เสื้อคอกระเช้า ถือไม้เท้า กินหมากปากดำ เป็นเอกลักษณ์ของคนรุ่นโบราณดี ป้าก็มีอาการเหมือนฉัน คือมาตลาดทั้งเช้าและเย็น ถ้าไม่เจอป้าที่ร้านกาแฟ ก็เจอที่ร้านขนมจีน หรือไม่ก็ที่ร้านป้าผ่องคนขายผักบ้านที่ป้ามาตลาด ป้าก็ไม่ได้มาจ่ายตลาดซื้อข้าวซื้อของอะไร มากินขนมจีนบ้าง  กินกาแฟบ้าง  มาพูดคุยทักทายกับแม่ค้า คุยกับคนคุ้นเคย มาถามข่าวคราวว่าวันนี้ตลาดเขาคุยกันเรื่องอะไร มีข่าวคราวอะไรบ้าง ที่ เป็นข่าวใหญ่ประจำวัน เช่น มีใครถูกหวย  มีใครถูกล๊อตเตอรี่รางวัลใหญ่ มีใครเล่นพนันหมดตัว ฯลฯ จะได้รับรู้เรื่องราว ได้ออกความเห็น ได้ระบายความรู้สึกของป้าเองด้วย โดยเฉพาะอย่างอาการเจ็บโน่นนิดนี่หน่อยตามประสาของคนแก่ แต่เท่าที่ฉันพูดคุยทักทายป้าเป็นประจำ  ก็รับรู้ได้ว่า ป้าเป็นคนอารมณ์ดีและ มองโลกในแง่ดี

       คนอย่างป้าห็องคงจะมีอายุยืนยาวอยู่คู่ตลาดไปอีกหลายปี 
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 21 May 2003,01:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คนบ้าและขอทาน

       ขึ้นชื่อว่าตลาด ย่อมไม่ขาดขอทาน ที่นี่เป็นตลาดใหญ่ จึงมีทั้งขอทาน คนจรจัดและคนบ้าเต็มไปหมด 

       1. ตาจ่วน คนบ้ารุ่นแรกที่ไม่กล้าข้ามสะพาน

 

      
             เมื่อตอนที่เป็นเด็กเล็กๆ พวกผู้ใหญ่ชอบเล่าให้ฟังเรื่องตาจ่วน  แกเป็นขอทานอยู่ประจำที่ตลาดน้ำพุ   สมัยก่อนไม่มีขอทานมืออาชีพมากมายเหมือนดังในปัจจุบัน  ตาจ่วนจึงเป็นขอทานประจำจังหวัดจันทบุรีเพียงคนเดียว   ตาจ่วนเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่มาก   ผิวคล้ำ  หน้าตาดุ   แกจะนุ่งผ้าเตี่ยวสีคล้ำๆกระรุ่งกระริ่ง   เสื้อก็ไม่เคยใส่    แกอาจจะมีแต่ไม่ใส่   หรือ แกอาจไม่ชอบใส่เสื้อก็เป็นได้    แกไม่เคยหวีผม  ตัดผม  และคงจะไม่เคยสระผมด้วยซ้ำ  ผมของแกจึงเป็น รังกระเต็น  (เดาเอาว่าคำโบราณนี้คงหมายถึงว่า ผมคล้ายรังนกกระเต็น)  และเขาจะต้องทูนไห หรือตุ่มเล็กๆไว้บนหัวเสมอ   ไม่มีใครรู้ว่าตุ่มใบนั้นใส่อะไรอยู่  อาจจะเป็นสมบัติที่เขามีกระมัง   ฟันของเขาเป็นสีน้ำตาลดำๆ   คงจะเป็นเพราะแกกินหมากและไม่ได้แปรงฟันด้วย  

            ตาจ่วนมีหมาสีน้ำตาลคู่ใจเดินตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง   เคหะสถานของตาจ่วนคงจะอยู่เลยไปทางคลองน้ำใสซึ่งห่างจากตลาดไปประมาณ 2 กิโลเมตร  มีเรื่องเล่าว่าเมื่อแกเดินตามถนนมาถึงสะพานข้ามคลอง  ตาจ่วนจะไม่ยอมเดินบนสะพาน  แกบอกว่าถ้าข้ามสะพานแกจะต้องถูกเก็บภาษี  แกกลัวการเสียภาษีแกจึงเดินลงไปในคลองแล้วลุยน้ำข้ามคลองในยามที่น้ำน้อย  และว่ายน้ำข้ามคลองในยามที่น้ำมากพร้อมกับหมาคู่ใจ   รวมทั้งไหที่แกทูนมาบนหัวด้วย  

           แกจะเดินทุกวันจนมาถึงตลาดน้ำพุ   เมื่อแกเจอผู้คน  แกจะยื่นมือเข้าไปขอเงินอย่างน่ากลัว  ไม่พูดอะไร  แต่ใช้สายตาข่มขู่  พวกผู้หญิงจะตกใจกลัวรีบควักเงินให้แกไป   เพราะหน้าตาแกก็ดูถมึงทึงอยู่ด้วย  มีบางคนไม่ให้  บอกว่าไม่มี  แกก็ไม่ได้ว่าอะไร  ยอมเดินจากไปแต่โดยดี  

          ต่อมาตาจ่วนก็หายไปจากตลาด  ผู้คนพากันถามถึงว่ามีใครเห็นแกบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งแถวชายทะเลที่ตำบลท่าแฉลบซึ่งห่างไกลไปจากตลาดน้ำพุประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร  มีชาวบ้านรู้สึกสงสัยที่เห็นมีนกแร้งและอีกาบินวนเวียนอยู่ที่ขนำร้างกลางทุ่งนา  เขาจึงเดินไปดูและพบว่ามีคนนอนตายอยู่ที่ขนำนั้น  นั่นคือ ตาจ่วนนั่นเอง

        ตาจ่วนเป็นส่วนหนึ่งของตลาดน้ำพุเป็นเวลานานหลายสิบปี    ฉันเคยเห็นตาจ่วนเพียงครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น  แต่ฉันก็จำสัญญลักษณ์ของแกได้อย่างแม่นยำ  แกเป็นขอทานคลาสสิคที่มีสัญญลักษณ์เป็นรูปคนถอดเสื้อที่ทูนไหไว้บนหัว  และมีหมาเดินตาม คนเก่าแก่ของเมืองจันท์จะจำแกได้และชอบพูดถึงแกเสมอ  อย่างน้อยแกก็เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ยังมีคนอยากระลึกถึง  แม้แกจะไม่ใช่คนดีมากมาย  แต่แกก็ไม่ใช่คนชั่วที่แม้แต่นึกก็ยังไม่อยากจะนึกให้ผ่านเข้ามาในความทรงจำเลย       
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2003,05:05 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

 2. คนบ้าชอบใส่ชุดนักเรียน

      เช้าวันนี้ พอฉันเยี่ยมหน้าออกจากบ้าน ก็ได้ยินเสียงพูดไม่ชัดอันคุ้นเคย 

       “ออย..เลา..มา โลงเลียน..ฮึ....”

       ผู้ชายคนนี้อายุมากแล้ว ตัวผอมแกร็น ฟันหลอ  เขารักชุดนักเรียนหญิงมัธยมต้นที่ผูกหูกระต่ายเป็นชีวิตจิตใจ  ทุกวันที่โรงเรียนเปิดเขาจะเดินมาที่ร้านค้าใกล้โรงเรียน แต่งตัวชุดนักเรียน ผูกหูกระต่าย แต่ใส่รองเท้าแตะฟองน้ำ ในมือจะถือยาบำรุงกำลัง 1 ขวด บางวันก็จะถือถุงหูหิ้วแบบถุงโชคดี หรือบางทีก็ถือกระเป๋านักเรียนสีดำๆมาด้วย เขาจะมายืนใกล้ๆเฝ้ามองนักเรียนหญิงมัธยมไม่ละสายตา  เขาพยายามจะเข้าไปใกล้นักเรียนเหล่านี้ พยายามจะทักทาย

       “ ทำอาไล ฮึ อ่านหนังสือเหลอ..” 

       “ทำไมไม่ปาย โลงเลียน หือ..” เขาพูดไปน้ำลายก็ไหลย้อย เขาคงมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับปากไม่ได้ เด็กนักเรียนจะทำท่ากลัวเขา บางคนร้องวี้ดว้ายวิ่งหนี ทำให้เขายิ่งพอใจ  เอามือปิดปากหัวเราะเอิ๊กอ๊าก และยิ่งพูดมากขึ้นอีก
    
       คนนี้เขาไม่ได้เป็นขอทาน มีบ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนประมาณ 2 กิโลเมตร บางวันเขาก็นั่งรถรับจ้างมา บางวันเขาก็เดินมา บางวันชุดจะใหม่เอี่ยมสะอาด แต่บางวันก็ดูสกปรกยับยู่ยี่  บางวันเขาก็นอนหลับสลบไสลอยู่บนโต๊ะขายของหน้าร้านเครื่องเขียน

       ฉันเห็นเขาเป็นแบบนี้มาเกือบสิบปีแล้ว แต่ตอนนี้โรงเรียนเปิดแล้ว  ไม่เห็นเขามายืนเกร่หน้าร้านอีกเลย  เขาหายไป ทำให้รู้สึกห่วงใยว่าเขาเป็นอะไรไปหรือเปล่าจึงไม่มาเหมือนที่เคยมา เพราะในช่วงปีหลังสังเกตดูว่าเขาจะร่างกายทรุดโทรมลงมาก ไม่สดชื่นเหมือนแรกๆๆ เขาผอมลง ชอบทำตาเหลือก และมักจะนอนหรือนั่งซบอยู่ริมถนนบ่อยครั้ง โดยถือขวดยาบำรุงกำลังไว้ในมือเสมอ  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
freebird Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 64
เข้าร่วมเมื่อ: 18 Oct. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 May 2003,06:28 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ป้าแอ๊ดขา ทำไมตาจ่วนของป้าแอ๊ดในรูปวาด ดูดีจังคะ ท่านผู้รู้แถวนี้เขาสงสัยนะค่ะ แกป่วยตายไม่ใช่หรือคะ กาแฟเย็นร้านที่ป้าแอ๊ดว่า อร่อยจริง ๆ นะจ๊ะ พี่ ๆ บ้านคนธรรมดาทั้งหลาย แถมตอนนี้ผลไม้กำลังออก โอ้โฮ ถ้าตอนนี้มาเดินตลาดสวนมะม่วงตอนเย็น ๆ นะ รับรองเลยว่าจะอดใจกันไม่ไหว ต้องซื้อคนละโล สองโลแน่เลย เพราะมีทั้ง เงาะ ทุเรียน มังคุด แตงโม ลิ้นจี่ และอื่น ๆ อีกเพียบ จริง ๆ นะ ขอบอก สนใจอยากมาเที่ยวเมืองจันท์ กินผลไม้กันมั๊ย เพราะช่วงนี้ผลไม้ราคาเริ่มจะถูกแล้ว แต่ป้าห็องของพี่แอ๊ดบ้านเค้าอยู่ตรงไหนคะ นึกไม่ออก
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
นกกะปูด Search for posts by this member.
เด็กรับใช้ธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1820
เข้าร่วมเมื่อ: 25 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 May 2003,23:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ฟรีเบิร์ดจ๊ะ นกกะปูดไม่กล้าไปตลาดเมืองจันท์หรอกจ้ะ กลัวโดนเก็บภาษีอ่ะ เอิ๊กๆๆ โหยยย เมืองอะไร้ ข้ามสะพานก็เสียภาษีด้วยแฮะ เอิ๊กๆๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
Yaya Search for posts by this member.
English Tutor
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 783
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 May 2003,01:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ่านมาถึงเรื่องคนบ้าชอบใส่ชุดนักเรียน ...แล้วพาให้นึกถึงคนบ้าชอบใส่ชุดครู ...ที่ย๋าเคยเห็นและเคยรู้จัก...
    ตอนย๋าอยู่ ที่เมืองเลย ..มีชายคนนึงที่ย๋ามาครั้งแรกก็เห็นแกเลย ..แกใส่ชุดสีกากี...เหมือนครูใส่ทุกอย่าง..เห็นตอนแรกไกลๆ ยังนึกว่าเป็นครู ...แต่พอเดินมาใกล้ๆ ...ก็เลย ร้องอ้อ ..กับตัวเอง...พอเปิดเทอม ชายคนนี้ก็จะมาโรงเรียนตามปกติ ..ตอนเช้า..เข้าแถวหน้าเสาร์ธงกับ คนอื่นๆ แต่ผิดที่แกจะแอบไปยืนอยู่ห่างๆ ...แล้วตอนช่วงกลางวันที่สอนนักเรียน ..โรงเรียนมีลักษณะเป็นอาคารชั่วคราว...ห้องโล่งมุงหลังคากระเบื้อง..ไม่มีผนังกั้น ...มีห้องเรียนอยู่ 6 ห้อง...เวลาสอนมองเห็นกันหมด...แอบสังเกต ชายคนนี้หลายครั้งทุกครั้งที่ย๋าเข้าไปสอนเด็กๆ ..แกชอบมายืนดู นานเท่าไหร่ก็ดู ..(นึกในใจ เอ๊ ไง วะ เนี่ย) ...แต่ก็ทำเป็นเฉย..เพราะในใจก็นึกกลัวเหมือนกัน..เหอ เหอ ...พอถึงเวลาพักเที่ยงแกก็พักทานข้าวโดยแกจะห่อข้าว ...มาจากวัดมากินเอง..ปกติแกจะอาศัยวัดเป็นบ้าน ...เลิกโรงเรียนก็กลับบ้าน จนเป็นภาพปกติ...ของคนแถวนั้นไป...อยู่มาวันนึงชายคนนี้หายไป..ก็เลยล้อกันเล่นๆ ว่า..."เฮ๊ย ..วันนี้ อาจารย์ฤทธิ์ แกลา เหรอหายไปน่ะ ลาหรือขาด.." ...แล้วแกก็หายไปหลายวัน ...ปรากฏว่านักเรียนมาเล่าให้ฟังว่าแกไม่สบายอยู่หลายวัน เป็นปอดบวม ...แบบไม่รู้เพราะอยู่ที่วัด..แล้วชาวบ้านเอาแกไปโรงบาลแต่ หมอก็สนใจแค่กับคนบ้าคนนึง...แล้วแกก็ไม่กลับมาที่โรงเรียนอีก...บ่ายวันศุกร์ ..อาจารย์ใหญ่พาครูและนักเรียนไปร่วมงานศพ... ที่วัด...อาจารย์ฤทธิ์ ...แกคงได้ไปเป็นอาจารย์ในอีกภพตาม..ภาพฝันและจินตนาการ..ของแก...
.....แล้วเลยถามคนแถวนั้นเล่าให้ฟังว่า แกบวชเรียน..และมีความใฝ่ฝันอยากเป็นครู ....แต่แก..เกิดอุบัติเหตุตกต้นไม้..แล้วก็เลยกลายเป็นคนเลอะเลือน...แต่แกไม่เคยทำร้ายใคร...
......อีกมุมหนึ่ง ..." คนบ้าชอบใส่ชุดครู"

--------------
ไม่มีข้อโต้แย้ง....ไม่มีข้อผูกมัด....อิสระ....ความพอใจ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 May 2003,01:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้อ ป้าห็อง ก็คือ ยายเหอ เดิมมีบ้านอยู่ในชุมชนหลังวัดสวนมะม่วง แต่ตอนนี้ย้ายมาอยู่ฝั่งตรงกันข้ามแล้วจ้ะ

    คนบ้าชอบใส่ชุดครูน่ารักดีนะ น้องหยา

 3. รวมคนขอทานและคนบ้า   

       วันนี้พอฉันเดินจะลงไปตลาดเช้าเหมือนเช่นเคย บนทางเท้าก็มีเด็กชายอายุประมาณ 7-8 ขวบ และเด็กหญิงอายุประมาณ 10 ขวบ ใส่เสื้อผ้ามอมๆ ถือขันนั่งขอสตางค์อยู่ เด็กนักเรียนเห็นก็สงสาร ก็หยิบเศษเหรียญให้ ส่วนเด็กขอทานทำหน้าละห้อย มองตามเด็กนักเรียนอย่างสนใจด้วยสายตาที่เศร้าหมอง  เด็กสองคนนี้ เมื่อขอจนได้สตางค์มากพอแล้ว ก็จะวิ่งเข้าร้าน 7-11 ไปซื้อ สเลอปี้มากิน 

       พอถึงทางเข้าตลาด ก็จะมีชายหนุ่มตัวสูงใหญ่เนื้อตัวสกปรก นั่งอยู่พร้อมผ้าผวยผืนใหญ่ ในมือเขาจะถือถุงซึ่งมีผงสีขาวๆอยู่ข้างใน เขาจะสูดดมถุงนี้อย่างไม่สนใจใคร สูดดม แล้วก็ทำเสียง “”ขาก “  หรือไม่ก็ ไอ ดังๆ คนที่เดินผ่านก็จะเลี่ยงๆเดินให้ห่าง เพราะรังเกียจเสียงขาก ไอ ของเขา เขาจะกินข้าว และนอนบนทางเท้าตรงหน้าร้านขายของชำนี้เลย ไม่มีใครกล้าไล่เขา 

      

       อ้าวนั่นโผล่มาอีกคนแล้ว คนนี้เป็นหญิงนุ่งผ้าถุงหัวกระเซิง เดินเร็วมาก ผู้หญิงวัยกลางคน บ่น บ่นไม่ยอมหยุด บางช่วงก็ส่งเสียงตะโกนดัง บางช่วงก็พึมพัม แต่แกไม่หยุดเดินเร็วเลย  ผู้หญิงคนนี้จะชอบไปหยิบของที่เขาไหว้เจ้ามากิน รวมทั้งอะไรๆที่ตั้งอยู่ในศาลเจ้าแกเก็บมาหมด แกถูกตีไปหลายรอบก็เพราะเรื่องนี้  ถ้าฉันเจอแกที่ร้านกาแฟรถเข็น ก็มักจะซื้อน้ำให้แกกิน 

      ไหนๆเล่าเรื่องผู้หญิงคนนี้แล้ว ก็เลยนึกได้ว่า ว่ามีคนบ้าอีกคน เป็นผู้ชายสูงใหญ่ ผมหยิกยาว คนนี้โรแมนติคมาก เพราะเขาเดินร้องเพลง  หยาดเพชร ทุกครั้งที่เห็น เขาจะร้อง

      “ หยาดมาแล้วอย่าช้ำโศก ปลุกคนทั้งโลกร้องไห้...หยาดเพชรเกล็ดแก้วผ่องใส นั้นอยู่ไกลเกินผูกพัน........” 

      หรือไม่ก็ท่อนอื่น มีคนเล่าว่าคนนี้เขาเคยเล่นดนตรีไทยมาก่อน แล้วไปผิดครู ผิดยังไงก็ไม่ทราบเหมือนกัน เลยกลายมาเป็นคนบ้า น่ารักอย่างนี้ แต่เรื่องนี้ก็น่าจะจริงเพราะฉันเคยเห็นเขาเดินไปรำไปก็บ่อย
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Jun. 2003,06:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

4.รวมคนขอทานและคนบ้า (ต่อ)

      ผู้ชายอีกคนหนึ่ง ผมยาวจนเป็นรังกระเต็น คือเขาคงไม่ได้สระผม ผมเป็นก้อนๆ พันอยู่รอบหัว คนนี้ต้องเป็นพวกฝ่ายซ้ายแน่เลย เขาจะเดินถือถุงหรือกระสอบ เก็บเศษกระดาษทุกชนิดใส่จนเต็มกระสอบ แบกไปรอบเมือง พอเห็นเสาไฟฟ้าที่ชอบ เขาก็จะวางกระสอบลง แล้วหยิบกระดาษออกมาทีละแผ่นฉีกให้มันเล็กแล้วเอากาวแปะติดกับเสาไฟฟ้า ก็ไม่รู้เขาไปเอากาวมาจากไหน แต่เขาจะทำอย่างนี้กับเสาไฟหลายต้น ไปดูเถอะ ถ้าคุณเห็นเสาต้นไหนมีกระดาษหนังสือพิมพ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแปะอยู่ยังกับงานศิลปะ นั่นแหละเขาละ ฉันก็ชอบใจดีซื้อข้าวกล่องให้เขากิน แต่มีบางครั้งเขาตะคอกใส่ ตอนหลังฉันก็เลยไม่ซื้อให้เขากินอีก

     
     
     คนบ้าอีกคนหนึ่ง คนนี้ตัวผอมบาง ชอบใส่แว่นพลาสติคสีดำ ถือปืนเด็กเล่น พร้อมถือถุงใหญ่เหมือนกระสอบอีก 1 ใบ เขาจะไม่ยอมสบตาใคร แต่จะคอยชำเลืองมองผู้หญิงอยู่เสมอ  แล้วก็ถ้าสบโอกาสดี ไม่มีใครอยู่ใกล้ นอกจากตัวเขาและสาวสักคนสองคน แกจะควักอาวุธประจำกายออกมากวัดแกว่งให้ดู สาวๆก็จะวี้ดว้ายกันด้วยความตกใจ พี่แกก็จะยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข  แต่ถ้ามีคนอยู่เยอะ แกก็จะสงบเรียบร้อย ได้แต่ยืนแอบชำเลือง พร้อมกับยกปืนขึ้นเล็งให้สาวๆหวาดกลัวกันเล่น ถ้ามีผู้ชายอยู่แกจะไม่เข้าใกล้เลย

     มีคนบ้าอีกคนที่ดิฉันชอบ เพราะเขาชอบมานั่งอ่านหนังสือนิตยสารที่ดิฉันขายแทบทุกวัน เขาอ่านอย่างสนใจ ดูท่าทางมีสมาธิ บางที่เขาก็ยิ้ม หัวเราะ ราวกับว่าสนุกสนานกับเรื่องที่อ่านเสียเหลือเกิน เขาอ่านเสร็จเขาจะเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย ใครที่วางหนังสือไว้ไม่ดี เขาก็เก็บเข้าที่ให้  เขานุ่งกางเกงขาสั้นตัวเดียวกันทุกวันจนดำปี๋ 
ดิฉันจึงไปค้นกางเกงเก่าของพ่อบ้านมาบริจาคให้ เขาก็รับไปไม่พูดไม่จา แต่วันหลังเขามา เขาก็ยังนุ่งกางเกงตัวเก่าของเขาอยู่ดี  เมื่อก่อนเขาจะมาตอนสายๆทุกวัน ดิฉันก็คอยซื้อขนมปังมาเตรียมไว้ให้เขา เขาก็นั่งกินขนมปังไปด้วย อ่านหนังสือไปด้วยอย่างมีความสุข

      แต่เขาถือหนังสือกลับหัวทุกครั้งเลยค่ะ 

      เขามีข้อดีมากๆอีกอย่างหนึ่งคือ เขาคอยเก็บขยะที่ตกหล่นอยู่ทุกชิ้นใส่ถุงไป บางทีก็เอาไปทิ้งในถังขยะ บางทีก็หิ้วกลับไป เขาชอบบ่นเมื่อเห็นขยะแต่ก็ก้มลงเก็บ แต่ไม่รู้เขาบ่นว่ายังไง หรือพูดได้ไหม ก็ไม่รู้ค่ะ 
   
      ดิฉันว่าเขาเป็นคนบ้าที่มีน้ำใจกว่าคนปกติทั่วๆไป ดิฉันจึงชอบเขาค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Jun. 2003,02:21 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

5. รวมคนบ้าและขอทาน (ต่อ)

     ผู้หญิงคนนี้ตัวผอมดำ หัวยุ่งกระเซิง เดินขาลากๆ เดินเที่ยวขอทานอยูในตลาด เธอเป็นคนไม่เรื่องมาก ไม่โวยวายเพราะเธอเป็นใบ้  ไม่มีใครรู้เรื่องของเธอมากนัก แต่คนในตลาดก็ยินดีหยิบยื่นความเมตตาให้ บางคนก็ให้สตางค์ บางคนก็ให้ข้าว บางคนก็ให้ผลไม้ หรือถ้าวันไหนไม่มีใครให้อะไร เธอจะไปคุ้ยตามถังขยะ หรือไม่ก็เก็บของที่ตกๆหล่นๆมากิน และแล้ววันต่อมา พวกชาวตลาดทั้งหลายก็ได้ประจักษ์ว่า เธอท้อง !
    “ ไอ้ ห่... .ใครวะ ทำได้ “  เสียงแม่ค้าโวยวาย
    “ แม่ง จัญไรจริงๆ ไอ้พวกชิงหมาเกิด .....ไปซ่องซะก็หมดเรื่อง...” แม่ค้าอีกคนช่วยเสริม
     “ เด็กเกิดมาแล้วใครมันจะเลี้ยงวะ ? “ ผู้คนพากันผสมโรงคุยต่อไป
     ทุกคนพากันสงสารผู้หญิงคนนี้ เนื่องเพราะเธอไม่มีปากมีเสียง ไม่มีทางต่อสู้  เธออุ้มท้องขอทานต่อไปด้วยความลำบากจนท้องแก่ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าเธอไปคลอดที่ไหน อย่างไร และใครเอาลูกไปเลี้ยง เพราะเธอหายไปนาน เมื่อเจอเธออีกครั้งก็ดูดีกว่าเดิม ดูสะอาดสะอ้านขึ้น และเธอก็กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเช่นเดิม    

    ขอทานยังมีอีกมากมายหลายรูปแบบ เช่น พวกโรคจิตชอบทำร้ายตัวเองแล้วเอาแผลเหวอะหวะมาอวดชาวบ้านชวนให้ทุเรศและสังเวชเป็นยิ่งนัก ดิฉันก็เฝ้าสังเกตว่าเมื่อไรแผลเขาจะหายสักที ปรากฏว่าไม่เคยเลย เขาทำให้มันเลือดแดง น้ำเหลืองแฉะ มาอวดได้ทุกวัน ดิฉันไม่ชอบขอทานแบบนี้ ไม่มอง และไม่ให้เงินด้วย

    ส่วนพวกที่มีมากที่สุดก็เป็นคนเฒ่า คุณตาคุณยาย ทั้งหญิงและชายที่มาจากชนบท ซึ่งคนเหล่านี้จะขอเงินได้มากทีเดียว ดิฉันเคยลองขอแลกเหรียญกับเขา แลกทีไรก็จะได้เกือบสองร้อยบาททุกครั้ง แสดงว่าเขามีรายได้ดีไม่น้อย  และคนขายของในตลาดก็มักจะเมตตาเอาข้าวของแบ่งปันให้ขอทานคนแก่ๆนี้เสมอ 

    อีกพวกหนึ่งก็เอาเด็กอ่อนมาทารุณ เอามานั่งขอทานด้วย น่าสมเพชเด็กร้องไห้งอแง  ตัวเด็กมักมีรอยแดงตามตัวหรือหน้า อาจเป็นยุงหรือมดกัด น่ารังเกียจที่แม่ทำเช่นนี้ หรืออาจไม่ใช่แม่ก็เป็นได้  และพวกนี้เขามักจะขอเงินทีละมากๆอ้างว่ามาตามหาญาติแล้วไม่เจอจะกลับบ้านก็ไม่มีสตางต์ ดิฉันเคยเสียรู้ให้ไป พอวันรุ่งขี้นก็เจออีก ดิฉันก็โมโห เข้าไปต่อว่าเขา เขาก็รีบๆเดินหลบไป 

    พวกวณิพก เป็นพวกน่ารักสุด ดิฉันจะให้สตางค์เขาเสมอ เช่น คนตาบอด เขาจะมาตั้งวงร้องเพลงยังกับมืออาชีพ แล้วก็ร้องได้ไพเราะด้วย  คนตาบอดเขามักมาเป็นวงใหญ่  ส่วนวณิพกตาดีมักมาเดี่ยวหรือคู่กับภรรยา ร้องเพลงเป่าแคน แต่ก็มีน้อยลงแล้ว ทั้งที่ดูดีกว่าขอทานธรรมดาเสียอีก 

    

    พวกขอทานคนพิการ มีทั้งที่พิการจริงและไม่จริง บางคนยอมลงทุนคลานไปตามพื้นตลาดอันเฉอะแฉะเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ และก็ได้ผลเสียด้วย บางคนขาเป๋เมื่อขอทาน แต่เวลากลับบ้านขาก็เป็นปกติดีเดินเหินได้คล่องแคล่ว 

    พวกสุดท้าย เป็นพวกที่ดิฉันรังเกียจที่สุด พวกนี้เป็นคนปกติที่หน้าตาโหดๆ เขาจะมาพร้อมเพื่อน มีกระเป๋าใบใหญ่สะพายมาเสมอ เขาจะตรงรี่เข้ามาที่แม่ค้า ทำหน้าดุๆแล้วขอเอาดื้อๆ ถ้าแม่ค้าคนไหนกลัวก็รีบให้ แต่จะให้แค่บาทสองบาทก็ไม่กล้าต้องให้ 5 บาท 10 บาท หรือไม่ก็หยิบของที่ขายให้เขาไป  แม่ค้าบางคนไม่กลัว ก็ด่า

    “ กูยังไม่ได้ขายของเลย  มึงมาขอแล้ว .....” แม่ค้าที่กล้าด่าอย่างนี้ ก็ต้องมีคนสนับสนุน เช่นมีพวกที่เข็นของอยู่ไกล้ ๆ บางทีพวกผู้ชายที่เข็นรถเข็นเขาก็ช่วยไล่ 

     “ ไป๊ อย่ามาเกะกะ เดี๋ยวพ่อด..” พอเห็นคนอื่นเอาจริงพวกนี้ก็ไม่กล้า  

     คงจะพอเรื่องขอทานเอาไว้แค่นี้ก่อน ถ้ามีขอทานแบบไหนที่แตกต่างจากที่ดิฉันเล่าก็ช่วยเขียนกันเข้ามาด้วยนะคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
17 คำตอบนับตั้งแต่ 17 May 2003,21:54 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 212>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com