เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 2<<12

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ----ตลาดชีวิต-----, *-*  ^_^  +_+ "="< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Jun. 2003,22:26  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รีบเอาเรื่องหวยหุ้น มาให้อ่านกันก่อน เพราะสถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไป  รัฐบาลก็กำลังจัดการให้มีหวยออนไลน์  อีกหน่อยเรื่องจดหวยอาจจะต้องเปลี่ยนรูปแบบไปอีก  ที่พูดอย่างนี้เพราะไม่เชื่อว่าอะไรๆใต้ดินจะหมดไปน่ะสิ  ยังเชื่อว่าคนไทยจะพลิกแพลงรูปแบบการซื้อขายไปเป็นแบบอื่นๆอีก

หวยหุ้น

       

        วันนี้ฉันตั้งใจจะไปถามเรื่องหวยหุ้น  คนแรกที่ดิฉันถามคือคนขายกาแฟ  เขารีบบอกว่าเขาไม่ได้เล่น  เพราะเขาต้องเลี้ยงดูลูกถึงสองคนเนื่องจากแฟนของเขาแยกไปมีภรรยาใหม่  แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ก็มีความรับผิดชอบดี   ฉันจึงเร่เข้าไปถามแม่ค้าขายผัก  

        “เจ๊ๆ  หวยหุ้นนี่เขาเล่นกันยังไง.”
        “ทำไม  ไม่เคยเล่นเลยรึ  มันก็เหมือนหวยธรรมดาแหละ  แต่เล่นได้ทุกวัน  วันละ 2 รอบก็ได้  ถ้ามีเวลาก็เล่นหลายรอบกว่านี้”
        “ เอ้อ แล้วเขาซื้อกันยังไงล่ะ “
        “ อ๋อ  แทงเลขท้ายสองตัวเหมือนหวยธรรมดาแหละ  แทง 1 บาท ถ้าถูกได้ 70 “
        “ อ้าว แล้วเขาดูเลขตัวไหน  ที่แทงกันน่ะ “                      
        “ ก็เลขหลังจุด(หมายถึงจุดทศนิยม)สองตัวนั่นไง   เขาเรียกว่าเลขท้ายสองตัว ดูเลขตอนที่เปิดตลาด  แล้วก็ตอนที่ปิดตลาด  ถ้าเล่น 4 รอบ ก็คือเปิดตลาดเช้า ปิดตลาดเที่ยง เปิดตลาดบ่าย และปิดตลาดเย็น  ถ้าเล่นสองรอบ  ก็ตอนปิดตลาดเที่ยง  และปิดตลาดเย็น  ”
      " เวลาซื้อจ่ายตังค์เขาเลยหรือเปล่า ?"
      " โอ๊ย..ก็จดไว้ก่อนก็ได้  เวลาถูกก็หักบัญชีกันไป  ถ้าไม่ถูกก็จ่ายตามงวด ซื้องวดใหม่  จ่ายงวดเก่า  จะซื้อหรือยังล่ะ  จะเรียกให้  นั่นไงคนจดเดินมาโน่นแล้ว "
       ฉันมองตามเห็นลูกเขยตาสุกแต่งตัวสวยเดินมาแต่ไกล
       " เอ้อ..ยังหรอก  เดี๋ยวไปเก็งเลขก่อนซิ" ฉันตอบเอาตัวรอดเพราะไม่เคยนิยม
       เท่าที่ถามข้อมูลเพิ่มเติมมา  ก็ยังมีวิธีการเล่นที่พิสดารไปอีก  เช่นเขาเรียกว่า โต๊ดหรือเลขวิ่ง  คือเราแทงสองตัว  แต่ถ้ามันออกสลับที่กัน เราก็ยังถูกเรียกว่า โต๊ด  จะได้เงินน้อยกว่าแบบธรรมดา  คือแทง 1 บาท  จะจ่ายแค่ 40 หรือ 50 บาทเท่านั้น

       ดังนั้นแม่ค้าในตลาด ไม่ว่าจะเป็นมาจากภาคอิสาน หาเช้ากินค่ำ หรือยากจนขนาดไหน  ก็จะรู้ตัวเลข SET INDEX ของตลาดหุ้นไทยเสมอ  ว่าเช้านี้ปิดเท่าไร  และตอนเย็นปิดเท่าไร  ดังนั้น  ถ้านักเล่นหุ้นเกิดตกข่าว  ไม่รู้ข้อมูลตัวเลขนี้ ก็ให้เดินไปถามแม่ค้าในตลาดได้ รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

       เท่าที่ฉันคาดคะเนดู  แม่ค้าเกินกว่าครึ่งที่เล่นหวยหุ้น และหวยใต้ดิน  บางวันฉันเดินเข้าไปในตลาด  แม่ค้าแทบทุกคนจดจ่อกับการออกเลขของรัฐบาลมาก  บางคนเปิดวิทยุฟัง  บางคนก็เอาทีวีมาเปิดด้วย  เปิดเสียงดังที่สุดเท่าที่จะดังได้  เผื่อแผ่แม่ค้าคนอื่นด้วย   พอเวลาที่ประกาศผลเลขท้ายสองตัว  ก็จะได้ยินเสียงเฮ...ดังลั่นถ้ามีคนถูก  หรือไม่ก็เป็นเสียงตะโกนบอกต่อว่า  ออกเลขอะไร
                 
        แม่ค้าเล่นหวยกันเป็นจำนวนเงินเท่าไร  ก็แล้วแต่คน  ถ้ายากจนก็ซื้อน้อยหน่อย  5 บาท 10 บาทก็ซื้อได้  บางคนก็ใจโตเล่นวันละเป็นร้อย  เล่นอย่างนี้ก็อันตราย  เพราะอาจหมุนไม่ทัน  เงินขาด กู้เงินนอกระบบมาเล่น  มาทำการค้า  ก็ไปกู้มา เจอดอกเบี้ยร้อยละ 20 ก็อ่วม  ในที่สุดก็ต้องหนีหนี้   แม่ค้าบางคนก็รู้จักคิด  เล่นแต่เพียงสนุกสนานกับเพื่อนๆ  วันละ 10-20 บาท ก็ไม่เป็นปัญหา  เวลาถูกทีหนึ่งก็ดีใจ  เวลาไม่ถูกก็ไม่เสียหาย

         สำหรับคนที่มาเดินจดหวยนั้น  จากคำบอกเล่า
         "ก็หนูจดหวย  ได้เปอร์เซ็นต์ค่าจด 15-20 % จากเงินที่หนูเก็บมาได้  ก็เอาเงินนี้มาใช้จ่ายในบ้านได้สบายๆ  บางทีหนูก็แบ่งเงินนี้ไปซื้อหวยกับเขาด้วย  ได้ลุ้นด้วย  สนุกดี  ส่วนผัวหนูมันไม่ค่อยจะไปเข็นรถก็ช่างมัน  ขอตังค์ไปกินเหล้าบ้าง  หนูก็ไม่ว่ามันหรอก  ขออย่าให้มันไปมีเรื่องชกต่อยกับเขาก็แล้วกัน "  

          นี่แหละชีวิตของคนระดับล่างของสังคม  คุณคิดยังไงกับพวกเขาล่ะ  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 May 2005,20:27 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เจ๊เล็กกินหมาก

       ถ้าจะหาแม่ค้าที่ชื่อเล็กในตลาดสดจันทบุรี คงจะมีเกินกว่า 10 คน มีทั้งเล็กขายกล้วย เล็กขายขนม เล็กขายกุ้ง เล็กขายเสื้อผ้า เล็กขายของชำ ฯลฯ แต่ถ้าพูดถึงเจ๊เล็กก็ต้องหมายถึง ป้าเล็กกินหมากฟันดำที่ขายหมากพลู มะพร้าว และทุเรียน

       

       เจ๊เล็กเป็นคนร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ คล้ำ ใส่ แต่เสื้อเชิ้ตลายสก็อต และกางเกงยีนส์ เธอเป็นคนตรงไปตรงมาพูดจาไม่อ่อนหวาน และพูดด้วยสำเนียงดั้งเดิมแบบคนจันท์แท้ๆ เธอตะโกนทักทายฉันว่า

       “นี่แม่คู้ณ ฉันน่ะเรียกเธอตั้งแต่เธอเดินมากรงนี้จนไปถึงกรงโน้น เธอไม่ยอมหันมามองฉันเลยนะ ฉันโกรธแล้วละ” เจ๊เล็กค้อนปะหลับปะเหลือก เคี้ยวหมากหยับๆ

       “เหรอๆ ๆ … โอ๋ๆ ๆ ก็ไม่ได้ยิน อย่าน้อยใจเลยน่ะ นี่ไงมาแล้ว ฮ่ะๆ ๆ ๆ ”
       “ไม่ต้องมาพู่ดร้อก ฮึ” เจ๊เล็กยังงอนเล่นๆ ต่อไป
       “ซื่อ(ซื้อ)ของเราก็ไม่ซื่อ เราเรียกแล่วยังไม่หันอีก… ฮึ… . น่าโมโห … ”
       “ฮ่ะๆ ๆ ” ฉันหัวเราะชอบใจ

       ในวันธรรมดาแผงเจ๊เล็กจะขายหมาก ซึ่งมีทั้งหมากดิบ และหมากหั่น พลูก็มีทั้งพลูจีนพลูเผ็ด ปูนก็มีทั้งปูนกินกับหมากธรรมดา และปูนที่ผสมสีเสียดจนเป็นสีแดงเข้ม มะพร้าวทั้งมะพร้าวทึนทึก และมะพร้าวห้าว มะพร้าวอ่อนน้ำหอม และน้ำหวาน ใบตองกล้วยป่า และกล้วยต่างๆ เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยหักมุก และบางวันก็จะมีกล้วยใกล้ลูกยาวๆ ที่เอาไปปิ้งรสจะหวานเข้ม และเนื้อนุ่มกว่ากล้วยหักมุก กล้วยใกล้นี้ชาวดามากัสก้านิโกรผิวดำที่มาทำพลอยอยู่ที่จันท์จะชอบเอาไปทอดกินกับเนย แต่พวกเขาจะต่อราคาเก่งมาก หลายครั้งเจ๊เล็กก็ไม่ขายให้ เพราะต่อกดราคามากเกินไป

       เจ๊เล็กบอกว่า เธอจะโกรธเมื่อได้ยินคนพูดว่า “แผงนี้ขายของแพง” หรือ “แผงนี้เอาของไม่ดีมาขาย” ด้วยการยึดมั่นในปรัชญาเช่นนี้จึงทำให้เจ๊เล็กมีลูกค้าขาประจำมากกว่าแผงอื่นๆ

       แรกๆ ฉันก็ไปซื้อ ทุเรียน มะพร้าวอ่อน จากแผงของเธอ แต่พอนานๆ เข้าก็สนิทสนมกันจนกลายเป็นไปนั่งคุยกันทุกวัน เจ๊เล็กก็จะมีเก้าอี้ไว้ให้นั่งเสมอ มีขนมอะไรอร่อยก็จะแบ่งปันกันกิน ถ้าฉันไปจ่ายตลาดเจอลูกคุย ผลไม้ป่ารสเปรี้ยวจัดหวานเล็กน้อย ฉันก็จะซื้อไปฝากเขา จนทำให้เรากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันไปจ่ายตลาดตั้งแต่บ่ายแก่ๆ และจะไม่กลับบ้านก่อนตะวันตกดิน ถ้าวันไหนฉันมีธุระไม่ได้ไปตลาด เหีย(ภาษาจันท์แปลว่าพี่)เถร(คนขายผลไม้แผงตรงกันข้าม)ก็จะแซวเจ๊เล็กว่า “ซี้ไม่อยู่”

       เดือนเมษายนเป็นเดือนแห่งการขายทุเรียนไปจนถึง มิถุนายน เจ๊เล็กจะเป็นแผงที่ขายทุเรียนได้ค่อนข้างมาก เพราะมีขาประจำ เจ๊เล็กใจป้ำ หากลูกค้าบอกว่าทุเรียนที่ซื้อไปไม่ดีไม่ถูกใจ เจ๊เล็กจะชดเชยให้เสมอ (รวมหมายถึงพวกมะพร้าวด้วย) แต่ก็มีบางคราวที่เธอเบรคแตกบ้างเหมือนกัน ลูกค้าบางคนจู้จี้จะเอาอย่างโน้นอย่างนี้ ครั้นผ่าให้แล้วก็ยังไม่พอใจสารพัด บางทีเจ๊เธอก็เหลืออดตะเพิดใส่เอาเหมือนกัน
       “ไม่ขายแล้ว ไปๆ ” หรือไม่ก็
       “เจาะให้ดูเนื้อแล้วตกลงว่า จะเอา ให้ผ่าให้ พอผ่าแล้วก็เปลี่ยนใจไม่เอาอีก ไม่เอาก็ต้องจ่ายเงินมา ไม่งั้นชั้นไม่ยอม ฉันผ่าแล้วจะเอาไปขายให้ใครได้” ยามที่เจ๊เล็กแกเอาจริงลูกค้าที่ว่า เขี้ยวนักเขี้ยวหนาก็ต้องยอมเหมือนกัน

       

       แม่ค้าหลายคนเป็นชาวสวนเองด้วย พวกเธอจึงนำผลผลิตจากสวนตนเอง และสวนใกล้เคียงมาขาย ทุเรียนของเจ๊เล็กก็เช่นเดียวกัน มาจากสวนตัวเอง และสวนของน้องชาย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่าไปหาซื้อมาขาย อีกทั้งยังเป็นทุเรียนที่ปลูกในที่ดินแดง ก็ถือกันว่า ทุเรียนจะเนื้อดีเนื้อสวยกว่าปลูกบนที่ดินทราย ทุเรียนที่ขายก็มีดังนี้

       พันธุ์กระดุม เนื้อบาง เม็ดโต หวาน ไม่มัน แต่เป็นทุเรียนพันธุ์เบา ออกลูกเร็ว แก่เร็ว ตัดมาขายได้ก่อนพันธุ์อื่นๆ

       พันธุ์ ชะนี มีรสมันมากกว่าหวาน เนื้อมาก และเหนียว ถ้าหล่นจะมีรสขมเล็กน้อย ถ้างอมเนื้อจะเละ สุกเร็ว เก็บนานไม่ได้จะแตกหมดทั้งลูก

        

       พันธุ์หมอนทอง เนื้อหวานมากกว่ามัน เนื้อไม่เหนียว แต่เก็บได้นาน สุกแล้วเนื้อไม่เละ ส่วนมากจะเป็นสินค้าส่งออก

       


        พันธุ์ก้านยาว เนื้อนุ่มฟูหวาน แต่เมล็ดใหญ่ มีก้านที่ลูกยาวกว่าพันธุ์อื่นๆ ไม่เป็นที่นิยม มีขายน้อยมาก

        

        พันธุ์พวงมณี ลูกเล็กมาก เนื้อเหนียว หวาน แต่มีเนื้อน้อย บางคนถือว่า อร่อยที่สุดในจำนวนทุเรียนด้วยกัน

        ฉันไปช่วยเจ๊เล็กขายทุเรียนแทบทุกวัน จนรู้จักการห่อลูกทุเรียนด้วยกระดาษโฆษณาของห้างใหญ่ เจ๊เล็กแกล้งคุยโวว่า เธอเป็นเจ้าของห้างจึงเอากระดาษแสดงรายการโปรโมชั่นสินค้ามาห่อทุเรียนได้

        เจ๊เล็กยังสอนฉันให้รู้จักการดูทุเรียนพันธุ์ชะนีว่า ลูกไหนเนื้อเหลืองเข้มไม่เข้ม โดยการเลือกลูกที่เปลือกหนาหนามห่าง และมีพูแป้ว หากลูกไหนมีพูเต็มทุกพู รูปร่างลูกสวยเนื้อจะไม่สวย เพราะต้องใช้อาหารไปหล่อเลี้ยงทุกพู แต่ถ้ามีพูน้อย อาหารจะไปหล่อเลี้ยงได้เต็มที่จึงทำให้เนื้อมีสีเหลืองเข้ม

        นอกจากนี้เธอมีสามีที่ช่วยงานอยู่เบื้องหลัง ตัดทุเรียน ปอกมะพร้าว สารพัด เธอมีลูกสาวสองคน คนโตเรียนจบปริญญาตรีแล้ว ส่วนคนน้องเรียนอยู่ ม.5 ลูกสาวที่น่ารักทั้งคู่มาเปิดขายทุเรียนอีกแผงหนึ่งที่บริเวณงานผลไม้ด้วย

        เจ๊เล็กไม่ใช่แม่ค้าธรรมดา เธอเป็นคนมีเพื่อนฝูงมาก ตั้งแต่ผู้คนทั่วๆ ไปจนถึงครูอาจารย์ เพราะเธอเรียนจบปริญญาตรี ที่เธอกินหมากจนฟันดำปี๋ เธอเล่าว่า เธอแพ้ท้องอยากกินหมากตั้งแต่อายุ 25 เธอจึงกินเรื่อยมาจนอายุจวนเจียนจะ 50 ปี จึงหยุดไม่ได้อีกแล้ว หากวันไหนไม่มีหมากกินเธอจะหงุดหงิด พาลจะเป็นลมเป็นแล้งเสียให้ได้

        บ่ายวันหนึ่งอากาศร้อนจัด ในขณะที่กำลังนั่งคุยกับฉันอยู่นั้น เจ๊เล็กก็เอ่ยว่า
        “นี่เธอ..เธอจะเดินไปแถวๆ เซเว่นมั่งป่าว”
        “ไปสิ ฉันจะไปซื้อนม”
        “เออ..ดีๆ ฉันฝากซื้อ สเลอปี้ด้วยนะ”
        “หา... ... อะไรนะ เจ๊เล็ก” ฉันทำตาโตน้องๆ ไข่ห่าน เพราะเจ้าสเลอปี้ เกล็ดน้ำแข็งละเอียดๆ เย็นๆ หวานๆ ชื่นใจนี่เด็กๆ และวัยรุ่นจะชอบกินกันมาก แล้วก็สนุกตรงที่คนซื้อได้กดสเลอปี้ใส่แก้วเองอีกด้วย
        เจ๊เล็กทำท่ากระมิดกระเมี้ยน “ก้อ..ชั้นอยากกินมั่งน่ะ รึว่า เธอไม่รู่จักล่ะ ไอ้สเลอปี้เนี่ยะ ”
        “ฮ่าๆ " ฉันระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น"รู้จัก..รู้จักสิ แต่ชั้นไม่คิดว่า เจ๊เล็กจะกินนะสิ เหียเถรๆ ..ได้ยินป่าวเจ๊เล็กอยากกินสเลอปี้” ว่าแล้วฉันก็รีบจ้ำอ้าวเดินไปซื้อให้เธอทันที

        ฉันก็ออกจะเขินเหมือนกันที่ถือสเลอปี้แก้วใหญ่ใส่หลอดสองหลอดกลับมาที่แผงเจ๊เล็ก แล้วนั่งลงข้างหลังกองทุเรียน เจ๊เล็กรีบคายชานหมากทิ้ง เอาทิชชูเช็ดปาก แล้วเราสองคนก็แอบดูดเกล็ดน้ำหวานสีน้ำตาลกันอย่างเอร็ดอร่อย

         “หลอดของเธอสีขาวนะ หลอดของฉันสีเหลือง” ฉันบอก

         น้ำหวานเย็นเจี๊ยบชื่นใจในยามบ่ายที่ร้อนจัดกับเพื่อนคนขายทุเรียนที่ถูกคอกัน ทำให้มีความสุขเสียนี่กระไร



 

                    

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 May 2005,22:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

xmas.gif น่ารักจังเลยค่ะน้าแอ๊ด อ่านแล้วก็ต้องอมยิ้มไปด้วย  wave.gif  again.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 May 2007,23:32 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ป้าจันทร์..คนที่ฉันรักเหมือนแม่


       ป้าจันทร์เป็นแม่ค้าขายผักและผลไม้หน้าตลาดสวนมะม่วง ทั้งขายส่งและขายปลีก ผลไม้ที่ป้าขายก็มี มะกอก มะยม มะม่วงดิบ แห้ว กล้วย มะพร้าวเผา พุทรา มันแกว ฯลฯ ตามแต่ฤดูกาล บางครั้งก็มี สะตอ ข้าวโพด ขายด้วย แต่ที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษเห็นได้ชัดคือ แผงของป้าจันท์มักจะมีผลไม้แปลกๆที่เป็นพื้นบ้านเช่น ลูกสมอ ลูกมะหวด ลูกท้อ ลูกมะตูม ระกำเปรี้ยว ฯลฯ และมักจะมีผักพื้นบ้านมาก เช่น ขมิ้น ใบชะมวง ขิง  ผักกูด เป็นต้น

         

          ป้าจันทร์เป็นคนที่ฉันเคารพนับถือ และสนิทสนมมาก เพราะเขาเป็นแม่เพื่อนสนิทของฉันสมัยเรียนมัธยมด้วยกัน ฉันเรียกเขาว่าแม่ เมื่อหลายปีก่อนที่ป้าจันทร์มาขายของ ฉันจะต้มข้าวต้มมาให้ทุกเช้า เพราะรู้ว่า แม่ต้องออกจากบ้านมาตั้งแต่ ตี 1 เพื่อมาจัดของ ซื้อของ เตรียมขาย ( ตลาดสวนมะม่วงและตลาดโบว์ลิ่งนี่ เที่ยงคืน ตี 1 ก็มีทั้งคนขายและคนซื้อแล้ว น่าจะเรียกว่าตลาดไม่เคยหลับ ) พอถึงเช้าแม่ก็คงจะหิวแล้ว ฉันจึงเตรียมข้าวมาให้ แต่ต่อมาภายหลังฉันไม่ได้ต้มข้าวต้มตอนเช้า และแม่เขาก็ห่อข้าวมาจากบ้าน ฉันจึงเลยงดส่งข้าว แต่เอาผักต้มไปฝากตอนเย็นแทน ผักต้มที่ว่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นข้าวโพดต้มใส่ฟักทอง ยอดฟักทอง และอื่นๆ แล้วแต่ว่าวันไหนมีอะไรสด กินเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ และปัจจุบันนี้ฉันก็เปลี่ยนจากส่งผักต้มมาเป็นข้าวสวยกล้อง เพราะแม่อยากจะทานข้าวกล้อง แต่ที่บ้านลูกๆเขาไม่ทานกัน ฉันหุงข้าวกล้องทุกวันจึงเอามาฝาก


            ป้าจันทร์ มีอายุ 69 แล้ว แต่ก็ยังแข็งแรง ขายของคนเดียว มีเด็กเข็นรถมาช่วยยกของบ้าง หลายครั้งฉันเฝ้าถามว่า

            " แม่ไม่เหนื่อยหรือ ต้องมาขายของทุกวัน หนูไม่เห็นแม่หยุดเลยซักวันเดียว "

         " ไม่เหนื่อยหรอก มาจนชินแล้ว วันไหนไม่มาต้องป่วยแน่ ก็ชีวิตเราอยู่ที่ตลาดนี่แล้ว ถ้าเราไม่มาเราก็เหงา อยู่บ้านเฉยๆ อยู่ไม่ได้หรอก เรามาก็ได้คุยกับคน คนมาซื้อของเราก็ดีใจ เราก็ไปหาของมาขายได้อีก "

         " แต่แม่มาตั้งแต่ตี 1 ได้กลับบ้านก็ตอน 9 โมงเช้า แล้วพอบ่าย 2 โมงแม่ก็มาอีกแล้ว"

         " แม่ก็กลับไปนอน พอตื่นก็เตรียมตัวมาตลาดอีก ไม่เหนื่อยร้อก ชินแล้ว " แม่ยิ้มอย่างมีความสุข

           
            แม่ใจดีให้คนซื้อของเชื่อเงินไว้ด้วย พอมาเอาของงวดใหม่ไปจึงจะจ่ายหนี้งวดก่อน จนมีบางเจ้าก็โกง จ่ายหนี้งวดเก่าไม่หมด ทบมาเรื่อย จนเป็นก้อนใหญ่ แล้วก็เบี้ยว ไม่จ่ายเสียเฉยๆ บอกว่าไม่มีบ้าง แล้วจะจ่ายให้บ้าง แม่โดนโกงแบบนี้เป็นหมื่นบาท

            " เราไม่ให้เขาติด เขาก็ไม่ซื้อเรา พอให้เขาติดเขาก็ชอบเบี้ยวหนี้เรา " แม่บ่น

            " วันหลังแม่ก็อย่าให้เขาติดสิ บอกจ่ายสดอย่างเดียว " ฉันเสนอ

            " โอ๊ย ไม่ได้หรอก ทำอย่างนั้นลูกค้าเขาก็ไม่ซื้อของเรา เขาก็ไปซื้อเจ้าอื่นหมด เราก็ให้เขาติด แต่ให้ติดน้อยหน่อย เราจะได้เสียหายน้อยหน่อย " แม่สรุป

             " เอ้า วันนี้เอาพุทราไปกินมั้ย นี่พุทราสามรสนะ อร่อย เอ้า...เอาใส่ถุงไป " แม่ชอบให้ผลไม้เสมอ  รวมทั้งผลไม้พื้นเมืองแปลกๆหลายๆอย่าง  จนทำให้ฉันได้รู้จักและรู้รสชาติของผลไม้เหล่านี้   อย่างเช่น  มะขวิด  ลูกสมอ  ลูกท้อ  มะขามเทศ เป็นต้น

                  ลูกมะขวิด

               

              ลูกสมอ

             


             แต่มีบางครั้งแม่ก็กระซิบบอกว่า

             " อย่าเอามะพร้าวเผานี่ไปกินนะ มันต้มใส่โซดาไฟ เห็นมั้ยขาวจั๊วเลย แล้วมันเอาแก๊สมาลนทีหลังให้เป็นรอยดำๆ คนซื้อจะได้นึกว่า เป็นมะพร้าวเผาจริงๆ "

            " อ๊าว แล้วแม่ขายทำไม ทำไมไม่ขายแบบที่เขาต้มธรรมดาล่ะ "

             " ก็คนซื้อชอบแบบขาวๆ แม่ก็เลยสั่งมาขาย แห้วนี่ก็เหมือนกัน เขาใส่สารมาไม่ให้บูดแล้วก็ขาวตลอด ไม่มีดำเลย อย่าเอาไปกินนะอันตราย "

            โธ่ แม่นะแม่ ดิฉันพูดไม่ออก ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงดี ก็ต้องเลี่ยงเอาอย่างที่แม่แนะนำ แล้วแม่ยังคอยบอกอีก ในภายหลังแม่ก็ไม่ขายของพวกนี้อีก แม่ก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน

             " นี่ อย่าไปซื้อผักดองเจ้านั้นกินนะ แม่เห็น เขาเอาชูรสใส่ แล้วก็เอาน้ำส้มสายชูใส่ ปลาจ่อมของเขาเหมือนกัน ใส่สีส้มแล้วก็ใส่ชูรสด้วย ถ้าอยากกินปลาจ่อม บอกนะจะ ซื้อที่หนองบัวให้ เขาทำตามบ้านไม่ใส่สี กินอร่อย วันหลังแม่จะซื้อมาฝาก "

          ปลาจ่อม คือ ปลาตัวเล็กๆที่เขาเอามาหมักเกลือ ใส่ข้าวคั่ว คงจะเหมือนปลาร้า แต่ใช้ลูกปลาน้ำกร่อยตัวเล็กๆ กุ้งจ่อมก็ใช้กุ้งตัวเล็กๆแทนปลา ทั้งปลาจ่อมและกุ้งจ่อมเป็นอาหารพื้นเมืองทางนี้
       

             เนื่องจากแม่เป็นคนดีที่แม่ค้าคนอื่นก็นับถือและเกรงใจ บางวันที่ฉันซื้อของแล้วถูกแม่ค้าโกง เช่น แม่ค้าเงาะเลือกแต่เงาะที่มีรอยมีดให้ ฉันมาเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็ไปต่อว่าเขา วันต่อมาแม่ค้าคนนั้นก็กลับกลายเป็นคนใจดี ซื้อของเขาเขาจะรีบแถมให้ นี่เป็นเพราะป้าจันทร์แท้ๆ ฉันเลยกลายเป็นคนมีเส้นมีสายในตลาดไปเลย

              เมื่อปีที่แล้ว  ป้าจันทร์ขาเจ็บเพราะเอี้ยวตัวไปช่วยอุ้มเด็กเล็กคนหนึ่งซึ่งกำลังจะลื่นล้ม ทำให้ป้าจันทร์เจ็บขายอกไปจนถึงเอว ต้องไปฉีดยา กินยาอยู่หลายวัน ลูกสาวป้าก็ขอร้องไม่ให้ป้ามาขายของอีก แต่ป้าทำใจไม่ได้ จึงขอมาขายตอนเย็นๆเวลาเดียว แต่พอต่อมาป้ารู้สึกตัวว่าแข็งแรงขึ้นก็อดไม่ได้ที่จะมาขายของตอนเช้าอีกด้วย ป้าไม่มาตอนตี 1 แต่มาตอนเช้าตี 5 แทน


               ความสัมพันธ์ของฉันกับแม่ที่ชื่อจันทร์ ยังดำเนินต่อไป ด้วยความรักและผูกพันอย่างลึกซึ้ง บางครั้งฉันไปเที่ยวต่างจังหวัดก็จะซื้อของฝากมาให้แม่เสมอ ผ้าถุงบ้าง ของกินบ้าง ส่วนแม่จันทร์ ถ้าที่บ้านลูกสาวเขาทำขนมเขาก็จะเอามาฝากฉันด้วย เช่น ขนมเผือกมันนึ่ง ข้าวเหนียวเหลืองหน้ากุ้ง เป็นต้น

              ฉันรักป้าจันทร์เหมือนป้าเป็นแม่ของฉันจริงๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 May 2007,10:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อูย  น่ารักจัง  อ่านแล้วรักทั้งเจ๊เล็ก  และแม่ป้าจันทร์  โดยเฉพาะรักคนเขียน  คนเขียนต้องเป็นคนน่ารัก  ถึงได้มองเห็นเจ๊เล็กและแม่ป้าจันทร์ในมุมนี้  

EM142.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 May 2007,12:30 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ดีจังเลยนะพี่แอ๊ด    มีคนทีเรารักได้เหมือนแม่    แสดงว่าเขาก็ต้องรักเรามากจริงๆด้วยละ     แต่ว่าเรื่องนี้อ่านมาแล้วใช่เปล่า     จำตอนที่พี่บอกเรื่องสเลอบี้ได้     โธ่พี่ ไม่ยักรู้ว่า สเลอบี้เขามีไว้ให้เด็กวัยรุ่นดูดอย่างเดียว    

        เพราะว่าไปซื้อมาดูดเองคนเดียวเป็นประจำ EM151.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Jun. 2007,00:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เรื่องเจ๊เล็กน่ะอ่านแล้ว  ปาเก้จำแม่น  แต่เรื่องป้าจันทร์น่ะว่าโพสต์แล้วแต่หาไม่เจอเลยเอามาโพสต์อีกที อิอิ  ขอบคุณที่พี่วันดีชม   EM142.gif

หญิงใบ้แห่งตลาดสวนมะม่วง

             

              เธอเป็นผู้หญิงผอมแกร็นผิวค่อนข้างคล้ำและเหี่ยวย่น  แก้มตอบและฟันหลอซี่หน้า  ผมซอยสั้นแต่ก็กระเซิงเล็กน้อย เธอชอบนุ่งกางเกงขาสั้นใส่เสื้อยืดยืนอยู่แถวๆแผงขายผักผลไม้ของป้าจันทร์ใกล้ปากทางเข้าตลาดสวนมะม่วง    เธออยากจะพูด  อยากจะสื่อสารกับผู้คน  แต่น้อยคนนักที่จะพยายามพูดกับเธอ รับฟังของเธอ   ทั้งนี้เพราะเธอเป็นเพียงคนใบ้ที่ส่งเสียงไม่เป็นภาษานั่นเอง 

             ป้าจันทร์เมตตาต่อหญิงใบ้คนนี้จึงชวนเธอมาทำงานที่เธอพอจะทำได้  บางวันป้าก็ให้เธอช่วยนั่งแกะเม็ดสะตอออกจากฝักแล้วก็ให้สตางค์เธอ  20 บาท   บางวันก็ให้เธอช่วยควักไส้เมล็ดมะระที่ตัดเป็นท่อนแล้วออก(สำหรับทำมะระยัดไส้)   บางวันแผงข้างๆป้าจันทร์ก็ชวนเธอไปช่วยขายผลไม้   เธอชั่งของเป็น  รับเงินทอนเงินได้   และมีความซื่อสัตย์ซื่อตรงดี    คนที่ไหว้วานเธอขายของต้องติดราคาขายสินค้าไว้ให้เห็นชัดเจน  เพื่อเธอจะได้ไม่ต้องพูดกับลูกค้าว่าราคาเท่าไร  แต่อย่างไรก็ตาม  หญิงใบ้ก็มีความสามรถในการใช้มือ  ยกนิ้วมือ และทำท่าต่างๆเพื่อสื่อสารกับคนอื่นๆได้  

             ฉันชอบทักทายกับหญิงใบ้คนนี้  เธอก็ชอบพูดคุยและเล่าอะไรๆให้ฉันฟังเช่นกัน    โดยที่ฉันรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง   ต้องคอยอาศัยป้าจันทร์เป็นล่ามแปลให้ฟังอีกทีหนึ่ง   เธอพยายามบอกให้ฉันฟังเรื่องครอบครัวและพี่สาวของเธอ  ฉันฟังไม่รู้เรื่อง  ป้าเลยเล่าว่า   เธอทำงานกับพี่สาว  แล้วพี่สาวตีเธอ   เธอจึงมาหางานทำที่ตลาดนี้

                วันไหนฉันมีขนมหรือผลไม้มาก็จะถามเธอก่อนว่าเธอจะกินไหม?  เพราะเธอไม่ใช่คนที่อยากได้ของของคนอื่น  วันไหนเธออยากกินเธอก็จะรับไปเท่าที่เธอต้องการและขอบคุณ  แต่ถ้าเธอไม่กินเธอก็จะโบกมือส่ายหน้าแล้วเอามือลูบท้องแสดงท่าว่าอิ่มแล้ว    
                              
                หลายวันก่อนมีคนมาหยิบผักจากแผงของป้าจันทร์ไปตอนที่ป้าไม่อยู่   เธอก็ส่งเสียงเอะอะโวยวายฟ้องป้า   พร้อมทั้งทำไม้ทำมือประกอบ  ชี้มือไปที่ผักแล้วก็ทำท่าหอบผักเดินไป  แต่ป้าก็ไม่รู้ว่าคนที่เธอบอกนั้นหมายถึงใคร  จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น  พอเธอเห็นผู้ชายคนนั้นเดินมา  เธอก็ร้องลั่นชี้มือไปที่ชายคนนั้นทันที   แต่ก็ไม่ใช่เรื่องขโมยขโจรอะไร  เป็นเพียงเรื่องที่เข้าใจกันผิดในระหว่างคนที่พูดกันรู้เรื่องไม่ได้เป็นใบ้เท่านั้น

               เรื่องที่น่ารักมากคือ  วันหนึ่งเธอบอกกับฉันและป้าจันทร์โดยเอานิ้วชี้มาวางคู่กัน  แล้วก็ทำท่าพนมมือไหว้   แล้วทำมือเป็นวงบนศีรษะ   เราก็เข้าใจได้ว่าเธอชอบใครรักใครสักคนอยากจะแต่งงานด้วยทำนองนั้น   แต่ใครกันล่ะที่เธอชอบ  

             “ใครๆล่ะ  ชอบใครเข้าล่ะ”  ป้าจันทร์ถามหัวเราะๆ  

             “เอ.....ไปแอบรักใครนะ” ฉันฉงน

             หญิงใบ้ยิ้มหน้าบาน   แล้วชี้มือไปที่ถุงน้ำมันพืชที่วางขายอยู่หน้าร้านของชำ   เราสองคนมองตามไปแล้วก็ทำหน้างง   ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร   หญิงใบ้ยิ้มกว้างโชว์ฟันหลอ  แล้วทำท่าย่อตัวยกมือไว้บนบ่าทำท่าแบกของ   ป้าจันทร์หัวเราะลั่น

            “อ๋อ.....” ป้าจันทร์ลากเสียงยาว  กลั้วเสียงหัวเราะ.ในขณะที่ฉันยังแปลภาษาท่าทางไม่ออก  ได้แต่หันไปถามป้าจันทร์ด้วยสายตา    
     
            “นี่ไง  เขาบอกว่าเขาชอบคนที่มาส่งของ  คนที่แบกน้ำมันมาส่งที่ร้านของชำน่ะ”  ฉันจึงถึงบางอ้อ  

             “แล้วตาคนนั้นเขาจะชอบเธอเรอะ” ป้าจันทร์หันไปถามหญิงใบ้   หญิงใบ้ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจกับคำถามของป้า   เธอยังทำท่านิ้วชี้เคียงคู่ต่อไป   ดวงตาของเธอเป็นประกายสุกใสตัดกับรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผาก  และแก้มตอบๆของเธอ

             แค่คิดว่ารักใครชอบใครเธอก็มีความสุขแล้ว   ชีวิตของเธอ  ความคิดของเธอช่างไร้เดียงสา  ไม่ซับซ้อน  ทำให้โลกนี้ช่างสดใสได้ง่ายๆเสียจริง  
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Jun. 2007,20:44 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

พี่แอ๊ด พบเจอผู้คนมากมายนะคะ

เห็นด้วยกับพี่วันดีค่ะ ว่าพี่แอ๊ดน่ารักและอบอุ่นจริงๆ ICON015.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
17 คำตอบนับตั้งแต่ 17 May 2003,21:54 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 2<<12
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com