เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 1112345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ธรรมชาติบำบัด, จงเชื่อมั่นในร่างกายตนเอง< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 May 2005,17:45  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เชื่อไหมว่า ร่างกายนี้คือสิ่งมหัศจรรย์ มีความสามารถที่จะเยียวยารักษาความเจ็บป่วยได้ด้วยตนเอง

ถ้าเชื่อเช่นนี้ได้ ก็ให้ลองหันมามองแนวธรรมชาติบำบัดของหมอเจค็อบ วาทักกันชารี นักธรรมชาติบำบัดชาวอินเดียใต้ ที่ใช้หนทางนี้บำบัดผู้ป่วยมาแล้วกว่า ๒๕ ปี

ธรรมชาติบำบัด (Nature Cure) หรือ การรักษาตามธรรมชาติ (Naturopathy) คือการรักษาความเจ็บป่วย ด้วยวิธีให้ร่างกายรักษาตนเอง ผ่านกระบวนการพื้นฐานธรรมดา ๆ ของการดำรงชีวิต ทั้ง การกินอาหาร การหายใจ การใช้น้ำ และการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง

โรคภัยไข้เจ็บส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมที่ผิดปกติของเจ้าของร่างกายนั้น เช่น กินอาหารที่เป็นโทษต่อร่างกายตนเอง ใช้ร่างกายให้ทำงานมากเกินไป ทั้งเนื่องจากทัศนะที่ผิดในการดำรงชีวิต และชีวิตที่เลือกไม่ได้

อาการเจ็บป่วยคือคำเตือนจากร่างกาย บอกให้เจ้าของร่างกายนั้นได้รู้ว่า เธอกำลังทำสิ่งผิด ๆ ให้กับฉัน เธอทำให้ฉันเสียสมดุล ถ้ามากกว่านี้ หรือยังไม่ฟังฉัน ฉันก็จะไม่อยู่กับเธอแล้วนะ

หมอเจค็อบมองว่า “ร่างกายมีกลไกที่แสนฉลาด มีการทำงานที่เป็นระบบระเบียบ รู้ว่าจะร้องขออาหาร น้ำ การพักผ่อน อย่างไร รู้ที่จะขับของเสีย รู้ที่จะเจริญเติบโต และรู้ดีว่าจะจัดการกับปัญหาที่เกิดกับร่างกายตนเองอย่างไร จงฟังเสียงของร่างกาย เพราะร่างกายนั้นรู้ดีว่าจะซ่อมแซมเยียวยาตนเองอย่างไร อย่าขัดขวางกระบวนการทำงานของร่างกายด้วยการใช้ยาระงับอาการ”

ท่านเจ้าคุณนร (พระภิกษุพระยานรรัตน์ราชมานิต) เคยกล่าวไว้ว่า “จงอย่าฝากชีวิตไว้กับหมอและยา เพราะหมอก็ไม่ใช่เทวดา หรือผู้สัพพัญญู และยาก็ย่อมจะมีทั้งคุณและโทษ ควรพึ่งตนเองด้วยโยนิโสมนสิการ ก่อนที่จะคิดพึ่งหมอและยาเถิด”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 May 2005,19:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่วันดี น่ารักจัง  มีเรื่องดีๆมาฝากพวกเราอีกแล้ว  

           thankssign.gif   again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2005,01:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้าวันดีคะ มะเหมี่ยวชอบประโยคนี้จังเลยค่ะ winkthumb.gif

"อาการเจ็บป่วยคือคำเตือนจากร่างกาย บอกให้เจ้าของร่างกายนั้นได้รู้ว่า เธอกำลังทำสิ่งผิด ๆ ให้กับฉัน เธอทำให้ฉันเสียสมดุล ถ้ามากกว่านี้ หรือยังไม่ฟังฉัน ฉันก็จะไม่อยู่กับเธอแล้วนะ"

มีคนข้างๆ มะเหมี่ยวเขากระซิบถามมาว่า whisper.gifธรรมชาติบำบัดนี้ มีขอบเขตแค่ไหนคะ hum.gif อืม์มมม..... มะเหมี่ยวขออนุญาตยกเอากรณีปวดท้องของมะเหมี่ยวมาเป็นตัวอย่างเลยนะคะ

เริ่มจากอาการปวดท้องคลื่นไส้ แล้วก็อาเจียน ทั้งยังมีอาการท้องเสียร่วมด้วย กินอาการได้น้อยและจะหนักไปทางน้ำกับผลไม้ เป็นอยู่อย่างนี้สองวันค่ะ ตอนนี้เองใช่ไหมคะที่ร่างกายกำลังรักษาตัวเอง และกำลังร้องขออาหารที่เป็นประโยชน์ในการซ่อมแซมร่างกาย

แต่ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้สัก 4-5 วัน แล้วไม่หาย หรือไม่ดีขึ้นเลย จนเราทนไม่ไหว ต้องไปหาหมอ ตรงนี้ก็น่าจะเป็นขอบเขตของธรรมชาติบำบัดใช่ไหมคะน้าวันดี

มะเหมี่ยวโชคดีที่ร่างกายสามรถบำบัด ซ่อมแซมตัวเองจนสำเร็จ เป็นเพราะเราให้ความร่วมมือที่ดีแก่ร่างกาย หนูเข้าใจถูกต้องแล้วหรือยังคะน้าวันดี laugh1.gif
 thankssign.gif again.gif winkthumb.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
คชาไพร Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1351
เข้าร่วมเมื่อ: 28 Nov. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2005,08:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับคุณวันดี คุณแอ๊ด หลานมะเหมี่ยว

         ลุงช้างก็เป็นอีกคนที่สนใจครับ คุณวันดีเขียนได้สนุก น่ารักดี จะคอยตามอ่านครับ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2005,17:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

หมอเจเค็อบต่อต้านการใช้ยาทุกชนิด เขาบอกว่า “ทุกวันนี้เราถูกกำหนดพฤติกรรมทุกอย่างโดยบรรษัทข้ามชาติ ที่มุ่งผลิตสินค้า เพื่อเหตุผลทางธุรกิจ ยาเป็นเพียงสินค้าอีกชนิดหนึ่งเท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับน้ำอัดลม หรือรถยนต์ มียาจำนวนมากที่ประกาศเลิกใช้ไปแล้วในสหรัฐอเมริกาเพราะก่อให้เกิดโรคอื่นตามมา แต่ยังคงใช้รักษาคนไข้กันอยู่ในประเทศไทย และประเทศอินเดีย...ไม่มียาชนิดไหนที่ไม่ก่อให้เกิดโรคต่อเนื่อง...ที่ศูนย์ธรรมชาติบำบัดของผม ทุก ๆ เดือนจะมีผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายเข้ามารับการรักษา ๘-๑๐ คน พอไปดูประวัติคนไข้ ก็พบว่าคนไข้เหล่านั้นผ่านการใช้ยาพาราเซตตามอลมากันทั้งสิ้น ซึ่งในคู่มือใช้ยามีคำเตือนว่า ยาพาราเซตตามอลมีผลร้ายแรงต่อผู้ที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง มีผลข้างเคียงคือจะมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียน และมีปัญหาเกี่ยวกับตับ”

หมอเจค็อบเล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันในอินเดีย รัฐบาลออกกฎหมายให้ยากลุ่มพาราเซตตามอลต้องติดคำเตือนที่ฉลากว่า การใช้ยาพาราเซตตามอลเกินขนาดจะมีผลต่อตับ ส่วนในประเทศอังกฤษนั้น สมาคมการแพทย์ได้ตีพิมพ์เอกสารระบุว่า ถ้าใช้ยาพาราเซตตามอล ๑๐-๑๕ กรัมภายใน ๒๔ ชั่วโมงอาจทำให้เกิดอาการตับและไตหดตัวอย่างรุนแรง ภายในเวลา ๓-๔ วัน สามารถเสียชีวิตได้

เขาบอกว่าเขาเคยบดยาพาราเซตตามอล ๒ เม็ดแล้วคลุกกับข้าวเพื่อดักหนู ปรากฏว่ามีผลเท่ากับยาเบื่อหนู คือหนูกินเข้าไปแล้วตายให้เห็น

หากต้องการรักษาปัญหาสุขภาพ  ก็จงเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับยาและร่างกายตนเองเสีย

“ไม่มียาตัวไหนให้สุขภาพที่ดีแก่เราได้ ไม่มีหมอคนไหนรักษาอาการเจ็บป่วยได้จริง ไม่มีหนทางลัดสู่การมีสุขภาพดี มีแต่การปฏิบัติและดูแลตนเองอย่างถูกต้องเท่านั้น ร่างกายจึงจะปลอดภัยจากโรคร้าย”

โรคเรื้อรังทั้งหลาย อาทิเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ รวมถึงมะเร็ง และอาการเจ็บป่วยร้ายแรงอื่น ๆ อีกจำนวนมาก แพทย์แผนปัจจุบันยอมรับว่ารักษาไม่หาย ได้แต่ประคับประคอง ระงับอาการเป็นคราว ๆ และเพิ่มยาขึ้นเรื่อย ๆ หรือกระทั่งต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นทิ้ง

ตรงกันข้าม ธรรมชาติบำบัดซึ่งมองว่าโรคเหล่านี้เกิดจากการสะสมพิษในร่างกายเป็นเวลายาวนานทั้งจากยา และอาหารที่เป็นโทษ กลับสามารถรักษาได้ถ้าหันกลับมาดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง สร้างเงื่อนไขที่ดี ให้ร่างกายได้ดูแลรักษาตนเองอย่างเต็มที่ นำสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติรอบตัวมาเป็นเครื่องมือในการเยียวยา

มีบางตัวอย่างที่จะเล่าให้ฟังในที่นี้ได้ เพราะได้เห็นมาเองกับตา

น้องแก้ม หญิงสาวคนหนึ่งที่เป็นโรคสะเก็ดเงิน เธอทรมานด้วยโรคนี้มานาน วันหนึ่งเธอมารับการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติแนวหมอเจค็อบ เธอได้ใช้การอดอาหาร การพอกโคลน การล้างพิษ ภายใน ๑๕ วันอาการของเธอก็ดีขึ้นอย่างทันตาเห็น เธอกลับไปทำต่อที่บ้าน และพาตัวเองมาให้เราดู วันนี้หน้าตาเธอเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณสดใส ดูไม่ออกว่าเธอผ่านอะไรมาบ้าง

คุณทอม ป่วยด้วยอาการเลือดออกในกระเพาะถึงขั้นหมดสติ ผ่านการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ ทุกวันนี้อ้วนท้วนสมบูรณ์หน้าตาผ่องใส และไม่เคยปวดท้องอีกเลย

มีตัวอย่างอีกหลายตัวอย่าง ที่หลังจากเลิกยาแล้วใช้ธรรมชาติบำบัด ชีวิตก็เปลี่ยนไป ทั้งผู้ป่วยมะเร็ง เบาหวาน ความดัน หัวใจ  ไทรอยด์ ภูมิแพ้ หืดหอบ ฯลฯ

ดังนั้นจึงมีข้อห้ามหลายอย่างเมื่อมีสัญญาณเตือนจากร่างกาย หรือเกิดเจ็บป่วยขึ้น
๑. ไม่ไปหาหมอ
๒. ไม่กินอาหาร เพื่อให้ร่างกายได้ทำงานซ่อมแซมเต็มที่ ไม่ต้องห่วงคอยมาย่อยอาหารอยู่
๓. ไม่กินยา
๔. ไม่ทำงาน ต้องพักผ่อนอย่างเต็มที่
๕. ไม่คิดว่าคือความเจ็บป่วย ให้คิดว่าร่างกายกำลังขับพิษร้ายออก
๖. อย่าหวาดกลัว จงเชื่อมั่นในความสามารถของร่างกายตนเอง และรอคอยกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกายอย่างใจเย็นและเข้าใจ
๗. สามารถดื่มน้ำมะพร้าวได้ในบางกรณี 


หนูมะเหมี่ยวถามว่าธรรมชาติบำบัดมีขอบเขตแค่ไหน

คำตอบคงจะอยู่ที่ข้อ ๖ นะคะ คือความเชื่อมั่นในร่างกายตนเองและใจเย็นรอ ร่วมกับการปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับแนวทางการบำบัดอย่างเคร่งครัด 

เรื่องนี้เป็นเรื่องยากที่สุดที่แนวทางนี้จะต้องฟันฝ่า เราเคยชินแต่กับการฝากร่างกายเราไว้กับหมอซึ่งเราเชื่อว่ามีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแล เมื่อเราป่วยเราจะรีบไปหาหมอ ให้หมอใช้ความรู้ที่มีมารักษาร่างกายเรา หมอจะให้เราทำอะไร กินอะไร เราจะทำตาม โดยไม่เคยมีคำถาม ถ้ายังไม่หาย หมอก็มีวิธีรุนแรงกว่าเดิมมารักษาร่างกายเรา ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความรู้ของหมอ จนกระทั่งถึงขั้นตัดอวัยวะบางส่วนทิ้ง ซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่ร่างกายขาดความสมดุลอย่างถึงที่สุดในทางธรรมชาติ ต่อไปร่างกายก็จะลดความสามารถในการบำบัดตนเองลง และจะอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเหนื่อยล้าพ่ายแพ้อำลาไปในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติบำบัดก็มีข้อจำกัดของตนเอง ต้องพึ่งพาเทคนิคทางการแพทย์สมัยใหม่เข้าช่วยด้วย เพื่อตรวจหาส่วนที่เจ็บป่วยของร่างกาย หรือกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุ มีบาดแผล หรือกระดูกหักรวมทั้งการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลัน ก็ต้องให้การแพทย์สมัยใหม่แก้ไขก่อน แต่หลังจากนั้นขอให้ร่างกายได้ทำหน้าที่ของตนเอง

ความเห็นส่วนตัวของน้าวันดี คือถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ต้องพบแพทย์สมัยใหม่ ถ้าไม่จำเป็นนัก ให้ร่างกายดูแลตัวเองดีที่สุด ขอให้ถือแนวทางธรรมชาติบำบัดเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพ แนวทางนี้น่าจะดีที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่เจ็บป่วยจนถึงขั้นวิกฤติ 
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 May 2005,20:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบพระคุณค่ะ bowsdown.gif  again.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2005,07:53 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่วันดีได้ไปอบรมดีจังค่ะ แมวเหมียวก็สนใจธรรมชาติบำบัดแต่ไม่เคยได้ไปอบรมที่ไหนสักที ได้แต่อ่านหนังสือเองค่ะ
แต่ก็ยึดหลักไม่กินยา แต่แปลกนะคะตั้งแต่ทำตัวให้ไกลหมอกลับ สบายดีไม่เป็นอะไรเลย จำไม่ได้เลยว่านานแค่ไหนแล้วที่มีอาการท้องเสีย..

แต่ก็เป็นเรื่องกระอักกระอ่วนใจเมื่อมีใครๆมาขอยาแก้ท้องเสีย ยาแก้อาเจียนแล้วไม่มีให้เค้าเพราะที่บ้านไม่มียาตุนไว้ค่ะ 

มันยากที่คนจะเข้าใจเมื่อเขามีอาการแล้วเราบอกว่าเดี๋ยวก็หายเองนะคะพี่วันดี จึงอย่างน้อยที่สุดน้ำเกลือแร่นี่จะมีไว้บ้าง แนวธรรมชาติบำบัดจะว่าอะไรมั้ยคะกับน้ำเกลือแร่ทดแทนตอนที่คนท้องเสียและอาเจียนมากๆน่ะค่ะ

again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2005,17:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โดยปกติร่างกายคนเราจะขับถ่ายของเสียหรือพิษออกจากร่างกาย ๔ ช่องทาง
๑. ลมหายใจออก
๒. เหงื่อ
๓. ปัสสาวะ
๔. อุจจาระ
(๕. รอบเดือน)
ต้องไม่ขัดขวางกระบวนการเหล่านี้ ปล่อยให้ร่างกายขับออกมาให้เต็มที่ ฝึกหัดการหายใจเข้าออกยาว ๆ ลึก ๆ ให้หายใจออกมากกว่าหายใจเข้า ๑ เท่า อย่ารีบเข้าห้องแอร์เมื่อเหงื่อออก อย่ากลั้นปัสสาวะและอุจจาระ ปล่อยให้ธรรมชาติของร่างกายจัดการตัวเอง


แต่ในสถานการณ์วิกฤติ ร่างกายจะมีช่องทางพิเศษในการขับพิษ ดังนี้
๑. เป็นหวัด ไอ จาม น้ำมูกไหล
๒. อาเจียน
๓. ท้องเสีย
๔. เป็นไข้
นี่คือคำร้องของร่างกาย จงฟังร่างกายตนเองและปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง


กระบวนการบำบัดโดยธรรมชาติมีอยู่ ๓ ขั้นตอน
๑. ชำระล้าง
๒. เยียวยา
๓. ฟื้นฟู


อาหารคือสิ่งหนึ่งที่หมอเจค็อบเน้นเป็นพิเศษ  เขาบอกว่า อาหารมีคุณลักษณะ ๔ ประการ คือ ชำระล้าง เยียวยา ฟื้นฟู และก่อให้เกิดพิษ 

น้ำผลไม้ น้ำผักคั้น น้ำเปล่า มีคุณสมบัติชำระล้างและเยียวยา ผลไม้มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูและชำระล้าง ส่วนอาหารปรุงสุกนั้นมีคุณค่าทางด้านฟื้นฟูให้พลังงาน แต่ก็ก่อให้เกิดพิษได้ด้วย

น้ำมะพร้าวถือเป็นน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์ อุดมไปด้วยแร่ธาตุ สะอาดและบริสุทธิ์กว่าน้ำใด ๆ ทารกสามารถดื่มแทนน้ำนมเมื่อมารดาเสียชีวิตได้ มีคุณสมบัติที่ดีครบถ้วนทั้งชำระล้าง เยียวยา และฟื้นฟูร่างกาย  น้ำมะพร้าว ๑ ลูก มีคุณค่าเท่าอาหาร ๑ มื้อ ทั้งร่างกายไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยไปย่อยให้เสียพลังงานด้วย จึงนับเป็นอาหารที่ดีที่สุดของร่างกาย

ในสภาพปกติ หมอเจค็อบแนะนำให้กินผลไม้ ๒ มื้อ เช้ากับเย็น มื้อกลางวันกินอาหารปรุงสุก เป็นหลัก กินแต่อาหารใหม่สดที่ เต็มไปด้วยพลังชีวิต ทั้งนี้มีกฎเหล็กหลายข้อในการกินดังนี้
๑. ไม่กินอาหารก่อน ๖ โมงเช้า และหลัง ๖ โมงเย็น เพราะร่างกายกำลังพักผ่อนไม่พร้อมที่จะรับอาหาร
๒. ไม่กินอาหารปรุงสุกนานกว่า ๓ ชั่วโมง ถ้าเป็นผลไม้ปอกเปลือกไม่เกิน ๓๐ นาที น้ำผลไม้ต้องดื่มทันที เนื่องจากเราต้องการพลังชีวิตจากอาหาร
๓. ไม่กินจนอิ่ม ให้กินเพียง ๑ ใน ๓ ของกระเพาะอาหาร ปล่อยเนื้อที่ว่างให้กระเพาะเคลื่อนไหวทำงานได้สะดวก
๔. ไม่ดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม อาหารหมักดอง ธัญญพืชขัดขาว น้ำตาลทรายขาว ผงชูรส อาหารทอด เนื้อสัตว์ นม ไข่ ซึ่งถือเป็นอาหารพิษ
๕. มีสมาธิเวลากิน ตั้งใจกินและเคี้ยวจนกระทั่งอาหารเป็นน้ำสามารถดื่มได้ ช่วยให้กระเพาะไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป
๖. ห้ามกินอาหารที่ผสมกันหลากหลายในแต่ละมื้อ ผักควรกินกับธัญญพืช ถ้ากินผลไม้ก็ต้องเป็นผลไม้รสเดียวกัน เพื่อถนอมกระเพาะอาหารและน้ำย่อย
๗. กินอาหารเพียง ๓ มื้อต่อวัน อาจดื่มน้ำผลไม้ระหว่างมื้อได้ ๒ ครั้ง แต่ห้ามกินอาหารระหว่างมื้อ ปล่อยให้กระบวนการย่อยอาหารทำงานเต็มประสิทธิภาพโดยไม่มีการรบกวน


น้องแมวเหมียวขา ธรรมชาติบำบัดนั้นที่จริงแล้วเป็นเรื่องเก่าของคนรุ่นย่ายายของพี่(อาจรุ่นทวดของหนูมะเหมี่ยว) ส่วนการแพทย์สมัยใหม่นั้นมาทีหลัง แต่ก็เหนียวแน่นในความรู้สึกของคนรุ่นหลัง พวกเราได้ทอดทิ้งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ แต่เชื่อในผลงานการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์และศาสตร์ตะวันตกกันมากกว่า ถ้าน้องแมวเหมียวมีโอกาสทบทวนวิธีต่าง ๆ ในธรรมชาติบำบัด ก็จะเห็นว่า เออใช่ เออใช่ ทุกทีไป หมอเจค็อบบอกว่า ธรรมชาติบำบัดเป็นเรื่องง่าย แต่เนื่องจากมันง่ายเกินไป คนจึงไม่เห็นค่าของมันและทอดทิ้งมันไป

เรื่องนี้เป็นการต่อสู้ทางแนวคิดด้วยค่ะ การที่เราจะทดลองใช้ธรรมชาติมาบำบัดตนเองนั้นอาจพอมีทางทำได้ แต่ถ้ากับญาติผู้ใหญ่ของเรา หรือลูกของเรา เราจะไม่กล้าใช่ไหมคะ นั่นเลยค่ะ การต่อสู้สองแนวทาง

พี่เองค่อนข้างเชื่อแนวทางนี้ แต่ก็ยังไม่ทั้งหมด เราคงต้องได้เห็นตัวอย่างเยอะ ๆ กระมังคะ ถึงจะเชื่อได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าบางอย่างเราทดลองทำซ้ำแล้วซ้ำอีกกับตัวเองจนได้ผลเหมือนกันทุกครั้งแล้ว เราก็น่าจะยืนหยัดทำต่อไป รวมทั้งเผยแพร่ไปสู่คนอื่นด้วย ถ้าน้องแมวเหมียวเคยรักษาตนเองได้ผลอย่างไร ก็บอกคนอื่นอย่างนั้นไปเลยค่ะ บ้านพี่ก็ไม่มียาแก้ท้องเสียเหมือนกันค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2005,19:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

icon_donot.gif แฮ่ๆ คนที่บ้านกลัวทั้งยาและกลัวทั้งหมอด้วยค่ะ ที่บ้านเลยไม่มีแม้แต่ยาแก้ปวด  ถ้าเป็นแผลก็ใช้ว่านหางจระเข้ค่ะ  ( แต่ส่วนตัวมียาทาแก้คันและวิตามินที่ถูกบังคับให้กินแล้วไม่ค่อยได้กินเลยกินไม่หมด )  เท่าที่เคยกินยามาจะรู้สึกว่ามันทำร่างกายเราไม่ปกติ (รวมทั้งวิตามินด้วย)เช่น ทำให้น้ำย่อยออกมากกว่าปกติหรือมีอาการข้างเคียงอื่นๆ  รวมทั้งอาการที่เกิดภายหลังจากการใช้ยาไปนานๆ

            whisper.gif แต่แม่จะใช้ยาทุกชนิด ทั้งสมุนไพร ยาหลวง  และนั่งสมาธิ  ทำให้สงสัยว่า พอคนเราอายุมากๆแล้วจะใช้ธรรมชาติบำบัดแต่เพียงอย่างเดียวไม่ได้หรือเปล่าคะ?  แม่อายุ 81 ปีแล้วค่ะ  แต่ก็ต้องยอมรับว่า  คนรุ่นแม่จะชอบกินยา  รู้สึกสบายใจที่ได้กินยาและฉีดยาบ้าง  

           greet.gif แล้วพี่วันดีทานอาหารตามสูตรของคุณหมอ เจค็อบหรือเปล่าคะ?
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 May 2005,20:56 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ดื่มน้ำมะพร้าวแล้วจะอ้วนไหมคะ ic-12.gif ?

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
107 คำตอบนับตั้งแต่ 15 May 2005,17:45 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 1112345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com