เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 11 of 11<<7891011

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ธรรมชาติบำบัด, จงเชื่อมั่นในร่างกายตนเอง< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 101
คนพื้นบ้าน Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 71
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Aug. 2006,03:25  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีพี่น้องทุกท่าน

เจ๋งครับ กระทู้นี้ เพิ่งมาตะลุยอ่านรวดเดียว วันนี้เองครับ
หมอจาคอบ เริ่มเป็นที่รู้จักของคนรักสุขภาพในเมืองไทยมากขึ้นนะครับ
แกมาจากรัฐ KERALA ทางตอนใต้ของอินเดียครับ

ผมมีเพื่อนคนอินเดียจากทางรัฐนี้หลายคนเหมือนกัน ไม่ใช่เพื่อนสิ คือ ลูกศิษย์ครับ เค้ามาเรียนนวดไทยกะผมที่มุมไบ

ผมมีเรื่องแปลกจะเล่าให้ฟัง แต่ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริงครับ
คือ ประธานบริษัทที่ผมไปทำงานด้วย เป็นคนอินเดีย เค้ามาเมืองไทย
ชอบนวดไทย สปาไทย และอาหารไทยมาก โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน
แต่พอกุ๊กไทย ที่ติดตามจากเมืองไทยไปทำอาหารให้กินที่มุมไบ เค้ากลับไม่กินมะพร้าวอ่อนของอินเดียเอง งงมากมายครับพี่น้อง
ใครพอทราบเหตุผลมั๊ยครับ อยากรู้จริงๆ

พูดถึงมะพร้าวอ่อน หรือน้ำมะพร้าวอ่อน ดูเหมือนว่าจะมีข้อห้ามในวงการแพทย์แผนไทยอยู่พอสมควร แต่ก็หาคำอธิบายไม่ได้ ว่าทำไมกินแล้วจึงมีผลอย่างนี้ งง อีกครั้งครับ

icon ของผมสวยมั๊ยครับ ได้รับความกรุณาจากคุณ Kilin ทำให้ครับ
ขอขอบพระคุณมากๆ ครับ

--------------
นวดให้เอนดอร์ฟินหลั่ง ออกกำลังให้เหงื่อไหล
ชำระใจให้บริสุทธิ์ จุดประกายให้จิตนิ่ง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 102
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Aug. 2006,01:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตามคุณคนพื้นบ้านมาทุกกระทู้เลย

เรื่องมะพร้าวอ่อนนี้เป็นที่ถกเถียงกันมาก  โดยเฉพาะคนสมัยก่อนจะสั่งห้ามลูกสาวที่กำลังมีรอบเดือนดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนเด็ดขาด  บางคนลองฝ่าฝืนดูก็จะเกิดผล  คือรอบเดือนหยุดเงียบไปเลย  

แต่ในช่วงที่ฉันไปอบรมนั้น  มีสาวที่รอบเดือนมักติดขัด  ไม่ค่อยซื่อตรงอยู่คนหนึ่ง  พอเธอมาดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนกับเราได้สองวัน  ที่ติด ๆ ขัด ๆ ก็ลื่น  รอบเดือนมาทันที

หมอเจคอบอธิบายว่าน้ำมะพร้าวอ่อนมีสารบางอย่างที่ช่วยปรับฮอร์โมนเพศหญิงค่ะ

แต่การดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า  จะทำให้ร่างกายสดชื่นทันตาเห็นแน่นอนค่ะ  ฉันเอาตัวเองเป็นประกัน

ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะคะ  เผื่อคุณคนพื้นบ้านจะรู้  ในชนบทสัปเหร่อมักจะเอาน้ำมะพร้าวอ่อนล้างหน้าให้ศพก่อนเผา  ไม่ทราบว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรนะ

คนอินเดียไม่ดื่มมะพร้าวอ่อนอินเดีย  ก็เพราะมะพร้าวอ่อนอินเดียดำค่ะ  แต่มะพร้าวอ่อนเมืองไทยเขากินได้  เพราะค่อยขาวหน่อย  ตอบอย่างนี้ถูกมะเหงกไหมนี่


smash.gif  smash.gif  smash.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 103
คนพื้นบ้าน Search for posts by this member.
ค่อนข้างใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 71
เข้าร่วมเมื่อ: 05 Jul. 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Aug. 2006,22:57 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับ คุณวันดี
ติดตามกระทู้ผมมาเรื่อยๆ ก็ดีครับ ดูว่าใครอึดกว่ากัน ฮ่า ฮ่าฮ่า

ในชนบทสัปเหร่อมักจะเอาน้ำมะพร้าวอ่อนล้างหน้าให้ศพก่อนเผา  ไม่ทราบว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรนะ
ผมว่าเป็นเรื่องของความเชื่อและประเพณีนะครับ เดี๋ยวไปค้นมาให้ แต่คงไม่มีผลต่อสุขภาพของคนเป็นหรือคนตายหรอกมั๊งครับ

คนอินเดียไม่ดื่มมะพร้าวอ่อนอินเดีย  ก็เพราะมะพร้าวอ่อนอินเดียดำค่ะ
มันก็ไม่ดำนิครับ ผมก็ทดลองซื้อกินอยู่ แต่่ราคาก็แพงอยู่นะครับ
ลูกละประมาณ 12-15 บาทครับ เท่ากับที่ขายในห้าง แต่ผมซื้อที่สันติอโศก ลูกละ 6 บาทเอง ผมถามคนอินเดียที่มาจากทางใต้ ซึ่งมีมะพร้าวเยอะและส่งมาขายที่มุมไบ เค้าว่าทางใต้ของเค้าก็ราคาประมาณ 5-6 บาทครับ

อยากจัดทัวร์ไปเที่ยวทางใต้ของอินเดีย ใครสนใจบ้างครับ
หรือมีที่ไหนเค้าจัดแล้วบ้าง แนะนำมาได้ครับ ขอบคุณครับ
อยากไปรัฐ Kerala ครับ

--------------
นวดให้เอนดอร์ฟินหลั่ง ออกกำลังให้เหงื่อไหล
ชำระใจให้บริสุทธิ์ จุดประกายให้จิตนิ่ง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 104
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2009,11:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ  พอดีได้คำตอบเรื่อง "ทำไมต้องเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ?" จึงคัดลอกเอามาให้อ่านกัน จากเว็บ ทำไมต้องเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ

         เหตุที่คนไทยนิยมใช้น้ำมะพร้าวล้างหน้าศพนั้นก็สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่า น้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่สะอาดเพราะเป็นน้ำที่อยู่ในเปลือกห่อหุ้มอันแน่นหนาหลายชั้น ประกอบไปด้วยเปลือกมะพร้าวที่ห่อหุ้มเป็นชั้นแรกและกะลาที่ป้องปกอยู่ภายในเปลือกอีกชั้นหนึ่ง นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการที่มะพร้าว(ต้นที่นำมาล้างหน้าศพ)มีลำต้นยิ่งสูงใหญ่เท่าไหร่น้ำที่ได้มาก็จะยิ่งสะอาดขึ้นไปอีก(อาจจะเพราะขึ้นเอายากก็เป็นได้) การนำน้ำมะพร้าวมาล้าง “หน้าศพ” หรือ “หน้าผี” นั้นเชื่อกันว่าจะทำให้ผู้ตายเกิดความผ่องใสและสงบในจิตใจ รวมทั้งยังสามารถเดินทางไปยังภพหน้าได้อย่างปกติสุข ซึ่งความเชื่อดังกล่าวล้วนเป็นความเชื่อที่มีสืบทอดมาแต่ครั้งโบราณในปัจจุบันก็ยังมีให้ได้เห็นอยู่
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 105
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 Jun. 2009,12:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

และสืบเนื่องมาจากเรื่องน้ำมะพร้าวที่พี่วันดีแนะนำว่าให้ดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันโดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมีประจำเดือนหรือไม่ อันนี้ก็เลยทดลองทำ และแนะนำให้คนอื่นๆลองดื่มตลอดด้วยก็ปรากฏว่าได้ผลดี  คนที่ประจำเดือนไม่ปกติก็มาเป็นปกติดี   ส่วนที่เคยกลัวว่าดื่มน้ำมะพร้าวแล้วจะทำให้ประจำเดือนขาดหายไปก็ไม่เป็นความจริง

            พอดีเมื่อวานซืน วันพุธที่ 3 มิถุนายน  ตอนบ่ายๆ เกิดความขยันจึงชวนพี่นิตไปถางหญ้า เถาวัลย์โคนยาง  ทำตัวเป็นผู้ใช้แรงงานแต่ไม่ได้กินอาหารอย่างผู้ใช้แรงงาน  ไปถางหญ้า 3-4 ชั่วโมงกลับมาก็รู้สึกเพลียๆ ก่อนกลับก็กินเงาะที่เอาติดรถไปด้วย (กินคนเดียว)  กลับมาก็กินข้าว   แต่รู้สึกกระหายน้ำผิดปกติ  ก็ดื่มน้ำไป  เข้านอนแต่หัวค่ำ  พอรุ่งเช้าก็ดื่มน้ำมะพร้าว 1 ลูก  เข้าห้องน้ำ  แต่สักพักก็รู้สึกไม่ดี  อาเจียนเป็นน้ำเปรี้ยวๆ  ดื่มชาก็อาเจียน กินข้าวต้มเล็กน้อยก็อาเจียน  ก็เลยนอนซะเลย   คงนอนเท่าๆกับแมว คือ วันพฤหัสนอนไปสัก  20 ชั่วโมงได้  laugh1.gif  พอตื่นมาก็ดื่มน้ำมะพร้าวทีละน้อยๆ ก็เท่ากับวันนั้นทั้งวันดื่มน้ำมะพร้าวอย่างเดียว  จนค่ำ จึงจะพอกินอาหารได้ และนอนอีก 1 คืน ตื่นมาเช้าวันุศุกร์ก็อาการเป็นปกติดี  ช่วงที่ไม่สบายไม่ได้กินยาอะไร เพราะไม่รู้ว่าเป็นอะไรและควรจะกินยาอะไร  ส่วนใหญ่เท่าที่ผ่านมามักจะใช้การนอนเป็นหลัก  

            และเท่าที่สรุปกับตัวเอง คิดว่าน่าจะเป็นสารพิษที่อยู่ในอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจจะเป็นยาฆ่าแมลงในเงาะ  หรืออาจจะเป็นน้ำบูดู(ที่แอบกินไปในตอนค่ำ) หรืออะไรต่อมิอะไร  และเหตุที่เราเป็นก็น่าจะเพราะร่างกายอ่อนเพลียจึงไม่มีภูมิต้านทานพอ  และสรุปว่า น้ำมะพร้าวน่าจะช่วยในการล้างพิษด้วย  ซึ่งก็ตรงกับข้อเขียนตอนต่อมาของคนเดิมในเว็บ ทำไมต้องเอาน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพ ที่ว่า

        พูดถึงเรื่องความเชื่อที่ว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำสะอาดแล้วนี่ทำให้นึกถึงเรื่องเกี่ยวกับน้ำมะพร้าวขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องที่คนไทยเชื่อกันว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำสะอาดที่มีสรรคุณในการล้างยาพิษชนิดต่างๆได้ ครับคนไทยในบางพื้นที่เชื่อกันว่าน้ำมะพร้าวเป็นยาล้างพิษ หรือยาถอนพิษได้ ยังพอจำได้ว่าเคยไปเยี่ยมญาติแถบชนบทแล้วปรากฏว่าสุนัข หรือหมาที่ญาติที่นั้นเลี้ยงไว้นี่มันไปถูกยาเข้า(ยาพิษ)ทางเจ้าของก็เลยปีนขึ้นต้นมะพร้าว ครั้งลงมาพร้อมมะพร้าวลูกขนาดกำลังงามสองลูก นำมาผ่ารินเอาน้ำได้ก็เทใส่ลงไปไว้ในกะละมังนำมาป้อน(ความจริงน่าจะเรียกว่า กรอกปาก มากกว่า)ให้สุนัขที่เลี้ยงไว้ ทิ้งไว้ไม่นาน(ราว 15 นาที)ก็ปรากฏว่าสุนัขตัวดังกล่าวสำรอกอาหารที่กินเข้าไปจนหมด(รวมทั้งยาพิษ)และก็ปรากฏว่าสุนัขตัวดังกล่าวรอดตายอย่างเหลือเชื่อ สืบเนื่องมาจากความเชื่อที่ว่าน้ำมะพร้าวเป็นน้ำที่มีสรรคุณสามารถล้างยาได้นี่เองคนไทยจึงมีคติถือกันว่าหากใครป่วย หรือไม่สบายพอทานยาแล้วนี่ห้ามดื่ม หรือกินน้ำมะพร้าวเข้าไปเพราะมันจะไปล้างตัวยาที่กินลงไปทำให้หายช้า เป็นต้น

         จึงเขียนมาบอกเล่ากันจ้ะ  ICON015.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 106
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 Jun. 2009,09:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พี่แอ๊ด เจอพิษอาหารอีกแล้วเหรอจ๊ะ....หายเร็วๆ นะ EM146.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 107
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Jun. 2009,10:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

555

จากคำถามเมื่อปี 2006  มามีคำตอบในปี 2009  เกือบ 3 ปีเจียวหนา

ไม่นานมานี้มีเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในระยะเมนโนพอส  ให้ร้อนรุ่มกายา  หงุดหงิดหง็องแหง็ง  กินไม่ได้  นอนไม่หลับ  เป็นฝ้าหน้าดำมาหา

พี่ก็แนะให้กินน้ำมะพร้าวอ่อนนี่แหละ  ร่างกายเพื่อนคนนี้รับน้ำมะพร้าวอ่อนได้ดีมาก  เธอหายจากทุกอย่างที่พี่กล่าวหาไว้ข้างต้น  หน้าตากลับมาผ่องใสหน้านวลเป็นใย  จนพี่ออกอิจฉา  แต่จะอิจฉาก็ไม่ถูกเพราะเธอเป็นคนเหนือ  พี่เป็นใคนใต้ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่า

มาบัดนี้ได้ข่าวว่า  มะพร้าวอ่อนที่บ้านออกไม่ทันให้กิน  ต้องไปว่ามะพร้าวสวนอื่น

ไชโย  น้ำมะพร้าวอ่อน
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 108
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Oct. 2009,12:49 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

มีข่าวมาฝาก  เพื่อนพ้องน้องพี่ผู้ใดสนใจ  ตามข้างล่างนี้เลยค่ะ

อย่าสนใจสีเหลืองสีแดงนะคะ  เราประชาชนธรรมดา ๆ สังคมหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้ก็รับไว้เถอะค่ะ

ค่ายอบรมสุขภาพวิถีพุทธตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
(สมดุลร้อน-เย็นแนวธรรมชาติบำบัด) ครั้งที่ 3

บรรยายโดย หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน)
จัดโดย พลตรี จำลอง ศรีเมือง ณ สถาบันผึกอบรมโรงเรียนผู้นำ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
วันที่ 7-13 มกราคม 2553 (6 คืน 7 วัน) ค่าใช้จ่ายสุดแล้วแต่จะบริจาค
ผู้ประสานงาน ปุ๊ โทร. 089-452-0559, 02-934-4414 ต่อ 208-210 แฟกซ์ 02-934-4411
อีเมล์ jiranun2499@yahoo.com หรือ jiranun2499@gmail.com

เป้าหมายของการจัดอบรม
1. เรียนรู้วิธีปฏิบัติเพื่อการป้องกันโรค ควบคุมโรค และฟื้นฟูสุขภาพ สำหรับผู้ป่วย มะเร็ง เนื้องอก เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง ไขมันสูง โรคหัวใจ หอบหืด ไตเสื่อม ภูมิแพ้ ปวดตามข้อ ปวดเมื่อย ปวดตัว ปวดบวมแดงร้อน
ตามร่างกาย และผู้ป่วยที่ภูมิต้านทานน้อย
2. เรียนรู้ภาวการณ์เกิดโรคต่างๆ จากข้อ 1 และโรคเหล่านี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หายได้และบรรเทาได้ด้วย
การปรับสมดุลของร่างกาย
3. เรียนรู้เทคนิคการรับประทานอาหาร ตามลำดับการย่อยง่าย และการคุ้มครองเซลล์ และมารู้จักอาหาร 7 สูตร
เพื่อการปรับสมดุล
4. เรียนรู้กายบริหาร โยคะ การกดจุดลมปราณของอวัยวะต่างๆ  และการเดินเร็ว เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ
5. เรียนรู้ กัวซา...ศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพ ซึ่งสามารถตรวจเช็คโรคได้ด้วยตนเอง
6. เรียนรู้ การแช่มือ แช่เท้า และ ขับพิษ (Detox) ปรับสมดุล ด้วยน้ำสมุนไพร
7. มารู้จัก ผลไม้ ผัก สมุนไพร และกลุ่มอาหารที่มีฤทธิ์ร้อนและฤทธิ์เย็น
8. เรียนรู้การทำน้ำสมุนไพร น้ำผักผลไม้รวม และการปรุงอาหาร เพื่อการปรับสมดุลร้อน-เย็น
9. มารู้จักแนวทางดับโลก (โรค) ร้อน ด้วยวิถีแห่งพรหม และการผ่าตัดจิตวิญญาณ ในการบำบัดรักษาโรค
10.เพื่อให้ทุกท่านมาเป็นหมอดูแล และบำบัดสุขภาพตนเอง โดยใช้เทคนิค 9 ข้อ หรือยา 9 เม็ด ในการดูแลสุขภาพ

สิ่งที่ต้องเตรียม
1. เสื้อผ้าสวมใส่สบาย แต่สุภาพ (ห้ามสวมใส่เสื้อผ้าแขนกุด คอลึก รัดรูป ขาสั้น)
2. ชุดสำหรับใส่โยคะ (กางเกงขาก๋วย, เสื้อยืดคอกลม)  และเสื่อสำหรับปูรองโยคะ
3. ผ้าขนหนูผืนเล็กใช้สำหรับเช็ดตัว หรือใช้โพกสมุนไพรที่หัว ถอนพิษร้อน
4. ร่ม ไฟฉาย ปากกา สมุดบันทึก
5. เสื้อกันหนาว
6. เสื้อมีกระดุมหน้า  สำหรับทำกัวซา เพื่อกลับด้าน (เฉพาะผู้หญิง)

ตารางกิจกรรม
วันพฤหัสบดี ที่ 7 ม.ค. 53 (วันเดินทาง)
05.15 พร้อมกันที่รถ จอดหน้าสำนักพิมพ์แสงแดด
05.30 น. ออกเดินทางจากบริษัท สำนักพิมพ์แสงแดด (รถออกตรงเวลา ขออภัยผู้ล่าช้า......)
08.30 น. ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมอบรม
10.00-10.45 น. พลตรี จำลอง ศรีเมือง กล่าวเปิดงาน และปฐมนิเทศน์
10.45-11.30 น. ฟังบรรยายจากหมอเขียว ถึงเทคนิคการรับประทานอาหาร
11.30-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
น้ำสมุนไพร, ผลไม้ ผัก+ยำ หรือส้มตำ, ข้าว+กับ, ถั่วเขียวต้ม, น้ำแกงจืด
13.00-17.30 น. ฟังบรรยายวิธีการถอนพิษจากหมอเขียว หมอหนา
17.30-18.00 น. ผ่อนคลาย ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินที่โรงเรียนผู้นำ
18.00-19.00 น. รับประทานอาหารเย็น กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
น้ำสมุนไพร, ผลไม้, ผักต้มจิ้มเกลือหรือผัดผัก+ข้าวต้ม
19.00-20.30 น. รวมกลุ่มย่อย วันที่ 1 พูดคุย ทำความรู้จักแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละกลุ่ม
20.30 น พักผ่อน
วันศุกร์ ที่ 8 ม.ค. 53 – วันจันทร์ ที่ 11 ม.ค. 53
04.30 - 07.00 น. สวดมนตร์ ทำสมาธิ เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ โดยหมอเขียว
07.00 - 07.30 น. ขับพิษ (Detox) ด้วยตัวเอง (เป็นการปรับสมดุลล้างพิษ 3 อย่างจากลำไส้ใหญ่ 1. พิษจากกากอาหารที่หมักมมจากกากอุจจาระออกไม่หมด 2. พิษจากน้ำที่เป็นพิษ ที่ถูกกำจัดมาจากตับ มาลำไส้เล็ก มาระบายออกลำไส้ใหญ่ 3. พิษจากพลังงานความร้อนที่เป็นของเสีย ที่ถูกกำจัดจากทุกอวัยวะในร่างกาย มาระบายออกที่ลำไส้ใหญ่)
07.30 - 08.00 น รับประทานอาหารเช้า  ข้าวต้ม, ต้มถั่วเขียว (ถ้ากินถั่วเขียวต้มมื้อเช้าแล้ว มื้อกลางวันงด เพราะร่างกาย
เราต้องการวันละ 1 อุ้งมือ ของแต่ละคน เป็นโปรตีนถั่วที่ถอนพิษร้อนได้ดี)
08.00 - 09.30 น. เรียนรู้การทำน้ำสมุนไพร น้ำผักผลไม้รวมและการปรุงอาหารล้างพิษและปรับสมดุล
09.30 - 11.00 น. ฟังบรรยายจากหมอเขียว
11.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
13.00 - 17.30 น. ฟังบรรยายจากหมอเขียว หมอหนาและคุณนิดดา (เฉพาะวันที่ 8 และ 9 ม.ค. 53)
17.30 - 18.00 น. ผ่อนคลาย ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินที่โรงเรียนผู้นำ
18.00 - 19.00 น. รับประทานอาหารเย็น กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
น้ำสมุนไพร, ผลไม้, ผักต้มจิ้มเกลือหรือผัดผัก+ข้าวต้ม
19.00 น. รวมกลุ่มย่อย วันที่ 2 (8 ม.ค. 53) ทบทวนกดจุดลมปราณให้ถูกต้อง จับคู่กัวซา พูดคุยทำ Detox
รวมกลุ่มย่อย วันที่ 3 (9 ม.ค. 53) เรียนรู้การนำสมุนไพรมาต้มน้ำเพื่อแช่มือแช่เท้า ปฏิบัติแช่มือแช่เท้า
รวมกลุ่มย่อย วันที่ 4 (10 ม.ค. 53) ทบทวนการกดจุดลมปราณต่อ พูดคุยเรื่องแช่มือแช่เท้า
รวมกลุ่มย่อย วันที่ 5 (11 ม.ค. 53) พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยรวมทั้งหมด ปัญหา ความเข้าใจ
ถ้ามีปัญหา เตรียมส่งคำถามให้คุณหมอเขียวตอบวันที่ 6 (ตอบแหลกก่อนแหกค่าย)
20.30 น พักผ่อน
วันอังคาร ที่ 12 ม.ค. 53
04.30 - 07.00 น. สวดมนตร์ ทำสมาธิ เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ โดยคุณหมอเขียว
07.00 - 07.30 น. ขับพิษ (Detox) ด้วยตัวเอง (เป็นการปรับสมดุลล้างพิษ 3 อย่างจากลำไส้ใหญ่ 1. พิษจากกากอาหารที่หมักมมจากการอุจจาระออกไม่หมด 2. พิษจากน้ำที่เป็นพิษ ที่ถูกกำจัดมาจากตับ มาลำไส้เล็ก มาระบายออกลำไส้ใหญ่ 3. พิษจากพลังงานความร้อนที่เป็นของเสีย ที่ถูกกำจัดจากทุกอวัยวะในร่างกาย มาระบายออกที่ลำไส้ใหญ่)
07.30 - 08.00 น. รับประทานอาหารเช้า  ข้าวต้ม, ต้มถั่วเขียว (ถ้ากินมื้อเช้าแล้ว มื้อกลางวันงด ร่างกายเราต้องการ
วันละ 1 อุ้งมือ ของแต่ละคน เป็นโปรตีนถั่วที่ถอนพิษร้อนได้ดี)
08.00 - 09.30 น. เรียนรู้การทำน้ำสมุนไพร น้ำผักผลไม้รวม และการปรุงอาหาร
09.30 - 11.00 น. การล้างอัสสาทะในอาหาร โดยหมอเขียว
11.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
13.00 - 17.00 น. ดับโลกร้อนด้วยวิถีแห่งพรหม และการผ่าตัดจิตวิญญาณ ตอบแหลกแหกค่าย โดยหมอเขียว
17.00 - 17.30 น. สรุปการอบรมค่ายสุขภาพ สมดุลร้อน-เย็น แนวธรรมชาติบำบัด โดย พลตรีจำลอง ศรีเมือง
17.30 - 18.00 น. ผ่อนคลาย ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกดินที่โรงเรียนผู้นำ
18.00 น. รับประทานอาหารเย็น กินตามลำดับการย่อยง่ายและการคุ้มครองเซลล์
(ไม่มีรวมกลุ่มย่อย) ฝึกการถอนพิษ แช่มือ แช่เท้า หรือขับพิษ (Detox) หรือ กัวซา ด้วยตัวเอง
20.30 น พักผ่อน
วันพุธ ที่ 13 ม.ค. 53 (วันกลับ)
04.30 น. - 07.00 น. สวดมนตร์ ทำสมาธิ เดินเร็ว โยคะ กดจุดลมปราณ โดยหมอเขียว
07.00 น. - 09.00 น. ฟังบรรยายจากหมอเขียว
09.00 น. - 12.00 น. รับประทานอาหารเช้า/กลางวัน บอกเล่าประสบการณ์จากทุกๆ ท่าน โดยหมอเขียว  
14.00 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ

“หมอที่เก่งที่สุดก็คือ ตัวเรา และเครื่องมือที่แท้จริงในการบำบัดรักษาโรคคือ ร่างกายของเราเอง”
หมอเขียว (ใจเพชร กล้าจน)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
107 คำตอบนับตั้งแต่ 15 May 2005,17:45 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 11 of 11<<7891011
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com