เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 4012345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: มาชวนไปเที่ยวจ้ะ, เที่ยวกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2005,09:21  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ไปทะเลกันดีกว่า เที่ยว Skegness บางแสน...ดินแดนสุขีของอังกฤษ


ชายหาดที่ทอดตัวยาวรับกับเกลียวคลื่นของ Skegness นี่แหละค่ะ บางแสนของอังกฤษ


นับตั้งแต่มาอยู่ที่เกาะบริเทนได้เกือบสี่ปี ชายทะเลแห่งแรกที่ไปเที่ยวก็คือ Skegness
นับเป็นชายทะเลที่ฉันไปบ่อยที่สุด ไปมันแทบทุกปีก็ว่าได้ ไปมาแล้วสามครั้ง (ปีละครั้ง) ส่วนชายหาดอีกที่ ซึ่งไปถี่รองลงมาคือ ที่ Scarborough ในแคว้น Yorkshire (ไปมาสองครั้ง) ไป Scarborough ทีไร ก็นึกถึงเพลง Scarborough Fair ของ Simon and Garfunkel เขาทุกที เพราะชอบมาแต่ครั้งยังเด็ก 

ส่วน Skegness ที่ไปบ่อยก็เพราะชอบมีคนมาชวนไปทุกหน้าร้อน เริ่มจากหน้าร้อนปีแรก เพื่อนนักเรียนไทยคนหนึ่ง มาชวนไปเที่ยว Skegness โดยถามว่า
“โบสถ์คริสต์ของเพื่อนชาวเกาหลี  เขาจัดไปเที่ยว  ฟรี ไปเที่ยวกันไหม”
ฉันก็เลยบอก “ ไปสิ เรื่องเที่ยวชอบอยู่แล้ว ยิ่งเที่ยวฟรี ยิ่งดีใหญ่“
เมื่อไปถึงก็ถ่ายรูปกลับมาส่งมาให้เพื่อนเมืองไทยดู บอกว่า
“นี่ฉันไปเที่ยวชายทะเลของอังกฤษมานะ”
เพื่อนเมืองไทย แซวกลับมาว่า
”ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ว่าเป็นชายทะเลอังกฤษ ตอนแรก นึกว่าแอบไปเที่ยวชะอำหรือบางแสน เสียอีก”

เปล่าค่ะ Skegness ยังไม่เหมือนบางแสนหรือชะอำเสียทีเดียวหรอก จะว่าไปแล้ว ชายหาดบางแสนหรือชะอำของบ้านเรานั้น น่าจะมีความงามมากกว่านี้ ถ้าไม่มีความรุงรังของร้านค้าและร่มชายหาดมาจับจองพื้นที่และกางเรียงราย จนบดบังทัศนียภาพของทะเลอันสวยงามตามธรรมชาติไปหมด

Skegness เป็นเมืองชายทะเลที่ตั้งอยู่ในแคว้นลินคอล์นเชอร์(Lincolnshire) เป็นแนวชายฝั่งด้านตะวันออกของอังกฤษ ซึ่งจรดทะเลเหนือ (North Sea) เควิน เพื่อนชาวอังกฤษบอกว่า ทะเลเหนือนั้นไม่สวยเลย เพราะน้ำทะเลสกปรก ชายหาดก็ไม่ค่อยสะอาด เนื่องจากน้ำทะเลมีสารปนเปื้อนเยอะ ด้วยเหตุที่ว่า ทะเลเหนือเป็นเวิ้งน้ำที่กั้นระหว่างเกาะบริเทนกับประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียของยุโรป ดังนั้น แต่ละประเทศต่างก็ระบายน้ำเสีย น้ำทิ้งไหลลงสู่ทะเลเหนือกัน ก็คงจะจริงของเควิน เพราะไม่ว่าจะไปดูทะเลเหนือที่ไหน ก็ไม่ค่อยสวยจ๊าบเหมือนมหาสมุทรบ้านเราเลย ไม่ว่าจะเป็นทะเลเหนือที่สก็อตแลนด์ ที่ Scarborough หรือที่ Skegness น้ำทะเลที่พัดเข้าหาฝั่ง เป็นสีน้ำตาลเหมือนน้ำโคลน น้ำทะเลที่ไกลฝั่งก็สีน้ำเงินเข้มแบบมืดๆ ท่าทางคงจะลึกอยู่เหมือนกัน


แต่ Skegness ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง ประเภท As good as it gets ด้วยเป็นเมืองที่เหมาะกับครอบครัวที่จะไปพักร้อนกันตามรีสอร์ตและโรงแรม หรือถ้าใครนิยมพักในรถคาราวานแบบที่เป็นบ้าน ก็สามารถลากจูงไปพักกันได้ วันที่ไปเห็นมีหลายครอบครัว พ่วงรถคาราวานเข้ากับรถยนต์ของตัวเอง ขับไปเที่ยวกันเป็นแถว

ตามประวัติกล่าวว่าแต่เดิมที่ดินส่วนใหญ่ใน Skegness เป็นของท่านเอิร์ลแห่ง Scarborough (เมืองชายทะเลอีกแห่งหนึ่งที่เหนือขึ้นไปนั่นแหละค่ะ) ด้วยความเป็นคนมีวิสัยทัศน์ (ฮิๆๆ ใช้ศัพท์ให้เข้ากับทฤษฎีบริหารยุคใหม่) ท่านเอิร์ลก็เลยลงทุนพัฒนาที่ดินหมู่บ้านชายทะเลแห่งนี้ ให้กลายเป็นรีสอร์ตในสมัยนั้นขึ้นมา ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1870 (พ.ศ. 2413 โน่นแน่ะค่ะ)  เริ่มวางผังเมือง สร้างถนนกว้างเลียบชายหาด เรียงรายไปด้วยต้นไม้สองฝั่งถนน แบบที่เรียกกันว่าพรอมเมอนาด( promenade) มีสวนสาธารณะริมหาด มีที่จอดรถ มีท่าเรือยื่นออกไปในทะเล แบบสะพานสุขตาที่บางปูบ้านเรา แล้วก็มีถนนสายหลักเป็นร้านรวงให้ชอปปิ้งกัน มีโบสถ์ และแหล่งชุมชนเกิดใหม่อีกมากมาย




เมื่อ Skegness เริ่มโตจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ กลายเป็นเมืองตากอากาศ ก็มีผู้คนต่างถิ่นหลั่งไหลอพยพเข้าไปทำมาหากิน ค้าขายกัน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่ไปจาก Nottingham, Leicester, และ Derby (สามแหล่งนี้ เป็นถิ่นบ้านฉันเอง) ซึ่งเป็นถิ่นภาคกลางของอังกฤษอยู่ไกลทะเล  จากนั้น Skegness ก็รุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของท่านเอิร์ลมาจนถึงปัจจุบัน



จุดเด่นของ Skegness อยู่ที่ สวนสนุกที่กินอาณาบริเวณกว้าง หรือ ที่เรียกกันว่า fun fair ของเด็กๆ ซึ่งมีเครื่องเล่นให้เล่นหลากหลายมากมาย ราวกับมหกรรมงานวัดบ้านเรา เป็นต้นว่า มีชิงช้าสวรรค์วงใหญ่ ม้าหมุน รถบัมพ์ บ้านผีสิง รถไฟเหาะตีลังกาฉบับกระเป๋า เรือไวกิ้งที่หมุนโยนขึ้นลงไปมา สวนน้ำ สไลเดอร์ ล่องเรือแคนูในแก่งจำลอง ปาเป้า ชูตบาส จับฉลาก ช้อนลูกบอลจากสระน้ำเหมือนตามงานกาชาด จำพวกนี้แหละค่ะ เรียกว่า มีมากมายหลายอย่าง ที่จะไม่มีก็คงได้แก่เมียงู หรือ กระสือ แหะๆๆๆ
เอ้า ใครอยากเล่นอะไร แบบไหน ก็เลือกเอานะคะ
คุณพ่อ คุณแม่ทั้งหลาย ถ้าพาลูกไปเข้าสวนสนุกเหล่านี้ ก็เปรียบเหมือนปล่อยเสือเข้าป่าเราดีนี่ๆเอง เพราะเด็กๆ เขาจะเพลิดเพลิน สนุกสนานไปกับเครื่องเล่นเหล่านี้ได้ทั้งวัน กว่าจะถึงเวลากลับ คุณพ่อ คุณแม่ก็คงกระเป๋าเบาไปตามๆกัน เพราะค่าเล่นไม่ใช่ถูกๆ

ข้อดีของชายหาด Skegness อีกอย่างหนึ่งที่ฉันชอบ คือ เขาปล่อยชายหาดให้เรียบโล่งไปตลอดแนวยาวทำให้เราแลเห็นความเวิ้งว้างของผืนทราย ที่ทอดตัวยาวจรดกับผืนทะเลสุดลูกหูลูกตา อย่างที่บอกแหละค่ะ เขาไม่ปล่อยให้ร้านค้าหรือ เก้าอี้ผ้าใบ ร่มชายหาด เข้ามาจับจองพื้นที่ริมทะเลเลย เป็นที่ประทับใจว่า นี่ขนาดชายหาดเขาไม่ได้สวยเลย เขายังมีแก่ใจรักษาและอนุรักษ์ไว้ถึงเพียงนี้ ขยะก็ไม่มี เพราะเขามีหน่วยเก็บกวาดคอยทำงานตลอดวัน และยังมี ผู้ดูแลความปลอดภัย หรือ Lifeguard คอยนั่งสังเกตการณ์คนเล่นน้ำอยู่บนเก้าอี้สูง (เหมือนเก้าอี้กรรมการแข่งเทนนิสหรือแบดมินตัน) ตามชายฝั่งเป็นระยะๆ อีกด้วย ทำให้ฉันรู้สึกว่า ประเทศที่เขาได้ชื่อว่าพัฒนาแล้ว ตรงจุดเล็กๆน้อยๆ ปลีกย่อยแบบนี้ เขาพัฒนาไปได้ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาอย่างเราหลายเท่าตัว เพราะเขาตระหนักถึง ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


ร้านค้าที่นี่ แม้จะมีอยู่มากมาย แต่เขาก็ขายกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ร้านใคร ร้านมัน อยู่บนชายหาดด้านบนที่ติดถนนเลียบริมทะเล ร้านที่มีมากก็คือ ร้านขายอาหารซีฟู้ด ประเภท กุ้งนึ่ง หอยแมลงภู่นึ่ง หอยหวานนึ่ง และหอยประเภทอื่นๆ ฉันลองซื้อกินเหมือนกัน รสชาติก็หวานสด เหมือนอาหารทะเลทั่วไป ที่ยังใหม่สด แต่น่าเสียดาย เขาไม่มีน้ำจิ้มพริกขี้หนูแซ่บๆ แบบบ้านเรา แหะๆๆ เขาก็กินกันเปล่าๆ อย่างนั้นแหละ (ฝรั่งนี่ ไม่รู้จักของดีเล้ย)  ราคาก็ค่อนข้างแพง ขนาดถ้วยโฟมเล็กๆ (เล็กกว่าถ้วยขนมน้ำแข็งไสอีกค่ะ) คิดเป็นเงินไทยตั้ง 150 บาท มาบ้านเรากินกันได้เป็นกิโล นี่แหละค่ะ อยู่ที่ไหนก็ไม่อุดมสมบูรณ์เท่าเมืองไทยเลย

นอกจากนั้น ก็มีร้านขายโดนัทแบบมีรูตรงกลาง ทอดร้อนๆหอมฉุย ร้านขายไอศกรีมซึ่งขายดีมาก ร้านขายน้ำหวานแบบเป็นเกล็ด แล้วก็ร้านขายขนมจำพวก snack ของเขาได้แก่ มันฝรั่ง ช็อคโกเลต ลูกกวาด ยาอม ยาดม ยาหม่อง เอ๊ย สามรายการหลังไม่มีค่ะ ลืมไป นึกว่าสถานีรถไฟบ้านเรา ฮิๆๆๆๆ
ส่วนร้านอาหารแบบที่กินกันเป็นเรื่องเป็นราว ก็คือ ร้านขายปลาทอดกับมันฝรั่ง ที่เรียกว่า Fish and Chips ร้านแบบนี้ ถือเป็นร้านต้นตำรับแบบชาวเกาะบริเทนขนานแท้ เพราะคนอังกฤษเขาชอบกินกันมากเลยค่ะ ปลาที่เขาทอดเขาก็จะนำไปชุบในแป้งกับเนยจนหนา หุ้มตัวปลา พอเวลาทอดมันก็กรอบนอก นุ่มเนื้อปลาข้างใน ขนาดปลาก็มีทั้งแบบตัวเล็กหรือตัวใหญ่ ส่วนใหญ่เขาจะใช้ปลา Cod ปลา Haddock หรือ ปลา Plaice ฉันเคยลองทั้งสามแบบแล้ว ก็แยกแยะไม่ออกเลยค่ะ ว่าปลาแบบไหนมันเป็นอย่างไร แบบไหนมันอร่อยกว่ากัน เพราะกินแล้วก็อร่อยไปหมด (ก็คนมันตะกละนิ)  ส่วนมันฝรั่งเขาก็ทอดแบบที่เราเรียกว่าเฟรนช์ฟรายด์น่ะแหละค่ะ ถ้ากินแบบสไตล์อังกฤษ เขาก็จะเหยาะน้ำส้ม malt vinegar ให้มันเปรี้ยวๆ แล้วก็โรยเกลือให้เค็มๆ แต่ฉันไม่ชอบใส่น้ำส้ม ก็เลยเหยาะเคทชัพ หรือซอสมะเขือเทศ กับ เกลือแทน กินร้อนๆ อร่อยเหาะ แต่กินมากก็เลี่ยนค่ะ เพราะมันเป็นของทอด มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันแวะกลับจากมหาวิทยาลัยตอนเที่ยง เพื่อหาอะไรใส่ท้อง เลยไปซื้อฟิชแอนด์ชิพนี้กิน เนื่องจากร้านอยู่ใกล้บ้าน ที่จริงตั้งใจว่า กินเสร็จจะกลับไปนั่งทำงานที่ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยต่อ ปรากฏว่า เมื่อกินเสร็จก็หนังท้องตึง เพราะกินเข้าไปเยอะมาก หนังตาก็เริ่มหย่อน เลยแพ้ใจตัวเอง ลงไปนอนตีแปลงในห้องนอน จนเผลองีบหลับไปตลอดบ่าย ไม่เป็นอันร่ำเรียนหนังสือกันเลยค่ะวันนั้น


ร้านค้าพวกนี้ จะถูกจัดโซนให้อยู่แต่ในแถบริมถนน ดังนั้น ที่ Skegness หาดก็เป็นหาด ทรายก็เป็นทราย ทะเลก็เป็นทะเล เรียกว่า เป็นชายหาดของประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ชายหาดของผู้มีอิทธิพลที่มาจับจอง เพราะเขาต้องการให้คนมาพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวอย่างเต็มที่ ดังนั้น เมื่อไปถึง ใครอยากนอนเก้าอี้ผ้าใบ ก็ต้องหอบหิ้วไปเองค่ะ   เขาไม่มีกางไว้ให้เช่าจนเต็มหาด แทบจะหาพื้นทรายไม่เจอ แต่ส่วนมาก นักตากอากาศจะหาเสื่อหรือผ้าผืนใหญ่ไปปูนั่งนอนเล่นกัน ริมชายหาด เขามีบริการรถพ่วงวิ่งเลียบไปตามถนน ให้คนชมชายหาดด้วย เหมาะสำหรับผู้ชรา หรือคนพิการที่เดินไม่ค่อยไหว นี่เป็นข้อดีอีกอย่างหนึ่งของประเทศในแถบตะวันตก ที่เขาเอาใจใส่ดูแลประชาชนของเขาไปทั่วทุกวงการ แล้วก็มีบริการให้หนูเล็กๆเด็กๆทั้งหลาย ขี่ลาเล่นไปตามชายหาดด้วยค่ะ

กลุ่มฉันก็เอาผ้าผืนใหญ่ไปปูกัน แต่ไม่ค่อยมีใครนั่ง เพราะเราไปเล่นกันอยู่ชายหาด อิเซลา เพื่อนชาวเม็กซิกันมีหมาพันธุ์ Golden Retriever สีทองอร่ามอยู่หนึ่งตัว ชื่อ โรเวอร์ ก็เอาไปด้วย เลสลีย์ไปกับน้องสาวชื่อแคเรน ซึ่งพาลูกสาวชื่อ เนโอมี ไปด้วย มิคกี้กับแดนสามี พาลูกชายชื่อ โจเซฟ ซึ่งเป็นเพื่อนกับเนโอมีไป แล้วก็มีแอน คุณป้าซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกับอิเซลาเป็นผู้ชราสุดในกลุ่มเรา  มิคกี้กำลังท้อง ฉันเลยรับอาสา ไปเป็นเพื่อนโจเล่นน้ำทะเล แต่ฉันไม่ได้ลงไปเล่นหรอกนะคะ คอยยืนเป็นเพื่อนดูโจเล่นน้ำทะเล ซึ่งแกก็เล่นของแกอย่างเบิกบานใจมาก  เลยถือโอกาสถ่ายรูปหนุ่มน้อยกำลังเริงร่ากับทะเลมาให้ดูค่ะ ที่สนุกคือ เราช่วยกันขุดหลุมฝังเด็กสองคนให้โผล่มาแต่คอ ปรากฏว่าเด็กๆชอบกันใหญ่ จากนั้น เราก็เอาทรายมาปั้นเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น สิงโต ปลาโลมา และเต่า แล้วก็วิ่งเล่นไล่กับคุณโรเวอร์ ซึ่งเป็นหมาที่แสนจะน่ารัก สุภาพ ช่างเล่น แสนรู้ และฉลาดมาก


Skegness มีสิ่งหนึ่งที่ดูไม่ค่อยน่ารักน่าชม ในสายตาของฉัน คือ ร้านรวงต่างๆริมถนน นอกจากร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกแล้ว มากมายกว่าครึ่งเป็นร้านคาสิโน ซึ่งมีไว้ดูดเงินนักพนันทั้งหลาย ผู้คนต่างก็แวะเวียนเข้าไปเล่นกัน ฉันสังเกตว่า ตามเมืองชายทะเลในอังกฤษ มักจะเต็มไปด้วยร้านพวกนี้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ Scarborough หรือ Brighton หรือที่ Skegness แห่งนี้ ฉันเคยแวะเวียนเข้าไปดู (คนอื่นเล่น) เหมือนกัน ข้างในก็จะเต็มไปด้วยตู้เกมการพนันต่างๆ ประเภทต้องหยอดเหรียญเล่นบ้าง หรือไปแลกชิปมาเล่นบ้าง ที่เราคุ้นกันดี ก็เช่น    ตู้เกมพินบอล เครื่องสล็อตแมชชีน แล้วก็ยังมีอีกมากมายหลายเครื่อง ที่ตั้งเรียงรายเอาไว้ยั่วกิเลสนักชอบการพนันทั้งหลาย เท่ากับว่า มี fun fair ไว้ดูดเงินเด็ก แล้วก็มี casino ไว้ดูดเงินผู้ใหญ่ ใครกิเลสหนาก็คงหมดตัวกลับบ้านเหมือนกัน

ขอเชิญชมบรรยากาศชายทะเล บางแสนของอังกฤษได้เลยค่ะ



ไม่ใช่เพราะพิลกริมมาเปิดกิจการร่ำรวยอยู่ที่อังกฤษนะคะ แต่เป็นรถของกิจการค้าส่งอาหาร เห็นมีคำว่า Pilgrim อยู่ที่รถ ก็เลยถ่ายรูปนี้ไว้ เป็นรถบริการส่งอาหารมาขายตามร้านต่างๆที่ชายหาดค่ะ



น้องลากำลังเดินเรียงแถวผ่านหน้าร้านคาสิโน เพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ประจำวัน ให้เด็กๆเช่าขี่เล่นค่ะ ชอบตัวไหนเชิญเลือกขี่ตามสบายนะคะ มาก่อนได้ก่อนค่ะ



คณะกรรมการฝังเด็ก ประกอบด้วย อิเซลา แดน แอน และแคเรน ส่วนโจกับเนโอมีก็นอนให้ฝังแต่โดยดี งานนี้เรียกว่า เด็กก็สนุก ผู้ใหญ่ก็ขุดกันสะใจ เห็นชายหาดราบเรียบ สงบ เป็นฉากหลัง ไม่มีฉิ่งฉับทัวร์มาตั้งวงก๊งเหล้าเหมือนบ้านเราเลยค่ะ



โจนอนหลับตา เพราะกลัวทรายเข้าตา
ต้องบอกให้ลืมตาแล้วยิ้มหวานอย่างนี้ค่ะ ถึงจะหล่อ เห็นแต่หัวโผล่มา



เนโอมี ยิ้มสู้ หนูไม่กลัวหรอก



นี่แหละค่ะ คุณโจเริงทะเล สังเกตสีน้ำนะคะ เหมือนน้ำโคลนเลย
สีน้ำทะเลไม่ใสสวยเหมือนหาดบ้านเราเลยนะคะ



อีกรูปหนึ่งแบบน่ารักๆ ของหนูน้อยโจเซฟ



อิเซลากับแอนและ โรเวอร์ หมาสีทองแสนรู้ น่ารักซะไม่มี โรเวอร์เป็นหมามาจากเม็กซิกันค่ะ จึงฟังได้แต่ภาษาสเปน (ชาวเม็กซิกันพูดภาษาสเปน) ภาษาอังกฤษก็ฟังได้นิดหน่อย โรเวอร์แสนสุภาพ ไม่เคยเห่าคน ชอบมานั่งกระแซะ ออเซาะให้เราลูบหัว เกาคาง หรือ นวดเฟ้นให้ แล้วก็ชอบคาบลูกบอลไว้ในปาก วิ่งหนีให้เราวิ่งไล่ตามเข้าไปแย่ง พอเราเหนื่อย วิ่งเข้าแย่งไม่ไหว โรเวอร์ก็จะทำอ่อย ปล่อยลูกบอล ออกจากปาก ครั้นเราวิ่งเข้าไป เขาก็จะงับลูกบอลไว้ในปากอย่างรวดเร็ว เล่นเอาเถิดเอาล่อกัน สนุกเขาละ

นี่แหละค่ะ บางแสนแบบอังกฤษ ไปแล้วก็อดนึกถึงบรรยากาศบางแสนหรือชะอำของเราไม่ได้ เรียกว่า ไปถึงก็เช่าเก้าอี้ผ้าใบนอนกันเขลง สักครู่ ของรับประทานก็ตามมาจ่อถึงปาก ไม่ว่าจะเป็นหาบเร่ ส้มตำ ยำมะม่วง หอยแมลงภู่นึ่ง กุ้ง ปู ชุบแป้งทอดกรอบ ทอดมัน  ถั่วต้ม ข้าวโพดต้ม มะม่วงหรือสับปะรดจิ้มพริกกะเกลือ ส้มโอ ขนุน ข้าวหลาม ข้าวเหนียว ไก่ย่าง โอ๊ย สารพัดสารพัน
(หมายเหตุ ขอเวลานอกเช็ดน้ำลายก่อนค่ะ เพราะตอนนี้ เป็นโรคขาดสารอาหารตามที่เขียนมาดังกล่าวอย่างรุนแรง)
นอกจากของรับประทานแล้วยังมีของที่ระลึกเดินเร่มาขายด้วย เรื่องการพนันของเราก็ใช่ย่อย เพราะมีล็อตเตอรี่เดินมาขายจนถึงชายหาดเหมือนกัน พรุ่งนี้รวยจ้ะ พรุ่งนี้รวย (มันก็เลยไม่รวยเสียที เพราะพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง) เรียกว่า ไม่ต้องกระดิกกายเยื้องย่างไปไหน เพียงแต่เห็นลูกค้าเท่านั้น พวกพ่อค้าแม่ค้า ก็จะตามมาจนถึงที่ 

ว่าแต่ว่า... คุณชอบแบบไหนมากกว่ากันคะ ระหว่างบางแสนอังกฤษ กับบางแสนเมืองไทย


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2005,09:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มาแล้วค่ะ มาแล้ว มาตามคำขอของพี่วันดีและคำขู่ของพี่ปาเก้ป้าแก่ (อิๆๆ)  toy19.gif  icon_rotfl.gif
ให้เป็นของขวัญวันแม่สำหรับทุกคนที่เป็นแม่และเป็นลูกค่ะ toy8.gif

--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2005,09:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif  winkthumb.gif  winkthumb.gif สุดยอดๆ  เขียนให้เราอ่านซะรู้เรื่องหมดเลย  

               thankssign.gif  again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2005,11:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เย้.......เห็นชายทะเลอังกฤษแล้วดีใจจัง    ที่ความสวยสู้ทะเลบ้านเราไม่ได้เลย  ic-12.gif

        แต่ก็ดีใจได้ไม่นานเพราะเขาจัดการชายทะเลได้สะอาดเรียบร้อย     ซึ่งถ้าชายทะเลบ้านเราเป็นอย่างนี้คงจะดีไม่น้อย     เห็นแล้วอิจฉาที่ประเทศเขาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆทุกอย่าง      เวลาที่เราไปเที่ยวชายทะเล     ก็อยากจะเห็นความงามของชายหาดมากกว่า    
จะเห็นแต่แม่ค้า พ่อค้า    ร่ม  เตียงผ้าใบ    จริงไหมจ้ะ ic-12.gif

       แล้วสิ่งที่ป้าเบื่อที่สุด     เวลาเที่ยวทะเลบ้านเราคือ     พวกขี้เมาตั้งวงเหล้า    ร้องเพลงและสูบบุหรี่     เพราะป้าเกลียดควันบุหรี่อย่างมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ      ทำให้เวลาไปเที่ยวทะเลใกล้ๆ     ไม่เคยลงทะเลเลย     จะพยายามไปนั่งเล่นในที่ๆไกลจะได้ไม่ต้องหนวกหูและเหม็นควันบุหรี่

          แต่ถ้าเป็นทะเลทางใต้บ้านเราจะสวยมาก     เห็นทะเลอังกฤษแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมพวกฝรั่งถึงดั้นด้นกันมาเที่ยวภูเก็ต    เขาหลัก    เกาะพีพี    สิมิลัน    พังงา    สมุย    เพราะทะเลบ้านเรากินขาดเลย   อิอิอิ    

          ต่อให้สวยเท่ากัน    บ้านเราก็ดีกว่า    เพราะของถูกกว่ากันเยอะเลย     สรุปว่ายังไงๆบ้านเราก็ดีกว่า    เพราะเป็นบ้านของเราไงละเนอะ    

         แต่ก็ยังอยากเห็นทะเลอังกฤษอีกนะจ้ะ   ยังไม่มีโอกาสได้ไป      ได้อ่านที่พิลเล่าก็ยังดีนิ   ขอบคุณมากๆที่มาตามคำขู่  เอ้ยคำขอ thankssign.gif     again.gif
 อิอิอิ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2005,16:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

winkthumb.gif  winkthumb.gif อ่านสนุก ช่วยเปิดโลกทัศน์คนที่ไม่เคยได้ไปเที่ยวไกลๆอย่างแมวเหมียวค่ะ  thankssign.gif
again.gif  again.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 12 Aug. 2005,20:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

photographer.gif ไหนคะไหน...พี่พิลพาไปเที่ยวบางแสนแบบอังกฤษหรือคะ

ทะเลของเขามีคลื่นแรงเลยซัดทรายขึ้นมาทำให้น้ำเป็นสีน้ำตาล หรือว่าน้ำเป็นสีนั้นอยู่แล้วคะพี่พิล

ดูท่าทางเด็กๆ จะสนุกกันใหญ่เลยนะคะ flower.gif

อ้างถึง
อ่านสนุก ช่วยเปิดโลกทัศน์คนที่ไม่เคยได้ไปเที่ยวไกลๆอย่างแมวเหมียวค่ะ

มะเหมี่ยวด้วยค่ะ ตอนนี้มีภาพแล้ว ขาดแค่เสียงคลื่นและกลิ่นโอโซนชายทะเลนะคะ wave.gif

ขอบคุณพี่พิลค่ะ thankssign.gif  again.gif  winkthumb.gif

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Aug. 2005,23:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ทราย ทะเล น้ำ ท้องฟ้า สวยสู้บ้านเราไม่ได้ เสรีภาพก็สู้ไม่ได้ใช่ไหมคะ คนอังกฤษถึงชอบมาเที่ยวบ้านเราไงล่ะ

ทรายบ้านเราขาวเนียนละเอียดราวกับเกลือผงในขวดตอนอาหารเช้า

ทะเลมีเกาะแก่งให้พักสายตา ไม่เวิ้งว้างว่างเปล่าให้ว้าเหว่ กลางคืนยังมีแสงจากเรือประมงเรืองรองอยู่ตรงขอบฟ้าคอยเป็นเพื่อน

น้ำสีฟ้าใสจนเห็นปลาว่ายเวียนและปะการังสีสวย

ท้องฟ้าก็ฟ้าซะ จนนึกไม่ออกว่ามีสีอื่นสวยกว่านี้

อากาศก็ร้อนยั่วให้อยู่ในน้ำ ไม่อยากขึ้น

เสรีภาพอันกว้างขวาง ก็ทำให้มีส้มตำ นวดตัว ผ้าไหม และฯลฯ มาบริการถึงตัว ดีออก

วันหลังชวน อิเซลากับเจ้าโรเวอร์ เลสลีย์ แคเรน เนโอมิ มิคกี้ แดน โจเซฟ และแอน มาเที่ยวบ้านเรานะคะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Oct. 2005,18:39 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เรียงความส่งคุณครูแอ๊ด

สวัสดีค่ะคุณครูแอ๊ดและพี่ๆเพื่อนๆน้องๆทุกคน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ท้องฟ้าแจ่มใส พวกเรานักเรียนไทยที่เช่าบ้านอยู่รวมกัน ตกลงกันว่า เราจะต้องไปไหนให้ได้สักที่หนึ่งในเดือนนี้  พิลก็เลยชักชวนน้องๆไปเที่ยว ปราสาท Leeds เพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า มันสวยมั่กๆ(มากๆ) ในฤดูใบไม้ร่วง

เราไปกันสี่คนค่ะ มี เจ๊พิล(แก่ที่สุดในบ้าน) น้องจ๊าบ (ผู้ชายคนเดียวในบ้าน) น้องกิ๊ก (สวยที่สุดในบ้าน) และน้องหมี (ขยัน ใจดีและยิ้มสวยที่สุดในบ้าน) ดูตามรูปนะคะ น้องจ๊าบ น้องกิ๊ก และน้องหมี กำลังจะหม่ำมื้อกลางวันกันค่ะ



เจ๊พิลเป็น navigator คอยส่องลายแทงมอเตอร์เวย์ แล้วกวาดตาเทียบดูกับป้ายข้างทางค่ะ ว่าเรามากันถูกหรือเปล่า เราเช่ารถขับไป เพราะถูกกว่านั่งรถไฟ น้องจ๊าบเป็นคนขับ(ขับเก่งมากๆค่ะ ขอบอก)

เราเริ่มออกจากบ้านที่เมือง Loughborough  โบยบินมาตามมอเตอร์เวย์ สาย M1 แล้วเข้าสู่ M20 จากนั้นก็เข้าสู่ถนนย่อย A20 เจอวงเวียน สองวงเวียน เลี้ยวปุ๊บก็ถึง ปราสาท Leeds เลยค่ะ แค่สองชั่วโมงกว่าๆเอง เห็นไหมคะ ว่าน้องจ๊าบแกขับรถได้เจ๋ง ระยะทางประมาณสองร้อยกว่ากิโลค่ะ

เลี้ยวเข้าปราสาท เจ๊พิลก็ปล่อยใจให้เคลิ้มเข้ากับบรรยากาศ คิดเสียว่า นี่คือ ทางเข้าสู่ “บ้านฉันเอง” (ซึ่งเป็นคนละบ้านกับคุณลุงช้างนะคะ) แฮ่ มาปราสาทนึกถึง (ลุง)ช้างได้ไง ต้องนึกถึงเสียงม้า กุบๆกับๆ สิจ๊ะ  แล้วก็เสียงกรุ๋งกริ๋งของเสื้อเกราะ เหล่าอัศวิน เสียงฝรั่งพูด (มันต้องแหงอยู่แล้ว เพราะนี่มันเมืองฝรั่งนิ) แบบในหนังไง

แต่เขาไม่ให้เราขับรถเข้าไปถึงตัวปราสาทหรอกค่ะ เราต้องจอดรถไว้ แล้วเดินไปซื้อตั๋วเข้าชม ค่าชมก็ไม่แพงเท่าไหร่หรอกครับท่าน ทั่วไป 13 ปอนด์ นักเรียน 11 ปอนด์ (เอา 70 คูณเอานะจ๊ะ) แฮ่ ไม่แพงของเขานะ แต่เราว่าแพง(ว่ะ)  บ้านเราค่าเข้าร้อยนึงก็บ่นกันอุบอับแล้ว ต้องเจออย่างนี้ ถึงจะหนาว (มันหนาวอยู่แล้ว)

จากนั้นก็เดินผ่านสวนและสระน้ำเข้าสู่บริเวณปราสาทกันค่ะ พวกเราก็เห่อ ถ่ายรูปมันดะ ไม่ว่าจะเจออะไร หงส์ ห่าน เป็ด สระน้ำ ต้นหลิว ต้นไม้ผลัดใบ แอบถ่ายกันเองบ้าง แอบถ่ายฝรั่งที่มาเที่ยวบ้าง โอ๊ย กว่าจะเข้าถึงปราสาทได้เรียกว่าร่ำไรน่าดู
ยุคดิจิตอลก็ดีอย่างนี้แหละค่ะคุณครูขา  กดกันกระหน่ำ ไม่ต้องกลัวเปลืองฟิล์ม

คุณครูขา ใบไม้ร่วงมันสวยแบบตะลึงลานมากเลยค่ะ คือ มันมีหลายสีนะคะ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง เอ๊ย นั่นมันรุ้งกินน้ำค่ะ แหะๆ ใบไม้มีแค่ เขียวเหลือง แดง ส้ม ค่ะ เหมือนภาพวาดแบบ impressionism ยังไงยังงั้นเลย เจ๊พิลถ่ายรูปมาให้คุณครูดูด้วย เพื่อช่วยสร้างจินตนาการให้บรรเจิดนะคะ  อย่าลืมให้คะแนนความประพฤติดีเด่นจนออกนอกหน้าเพิ่มนะคะ


นี่ละค่ะ สีสันแห่งใบไม้



ม้านั่งตัวนี้ น่านั่งคู่กับใครสักคนแล้วชี้ชวนกันชมธรรมชาติ


จากนั้น เราก็เดินเข้าปราสาทกันค่ะ



ปราสาท Leeds แห่งนี้ ตอนแรก พิลก็นึกว่า มันอยู่ที่เมือง Leed United เอ๊ย นั่นมันทีมบอลค่ะ เขาเรียกเมือง Leed เฉยๆ (นักเรียนไทยที่นี่เผลอเรียกเมืองตามชื่อทีมบอลค่ะ อย่าง เมือง Manchester เขาก็จะเรียกว่าแมนยู มันคงติดปากละมังคะ) แต่ปราสาทแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ Maidstone (แปลแบบไทยๆก็คงเรียกได้ว่า หินสาวน้อย) ในแคว้น Kent ค่ะ อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ

ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ใหญ่โตอลังการ เพราะเขาเอามา rebuilt กันหลายสมัยแล้ว เริ่มสร้างตั้งก๊ะสมัย ศตวรรษที่ 11 นะคะ โดยพวกนอร์แมนค่ะ (พวกนี้ก็ข้ามมาจากฝรั่งเศส มายกพลขึ้นบกยึดอังกฤษไว้แต่สมัยโบราณน่ะค่ะ) จากนั้นก็ตกทอดมาถึงกษัตริย์หลายสมัย



เมื่อสร้างอยู่บนน้ำ มันก็ต้องมีสะพานเชื่อมให้เข้าปราสาทใช่ไหมคะ แต่สะพานตอนนี้ เป็นแบบถาวรแล้วค่ะ ไม่ใช่เปิดขึ้น เปิดลงแบบในสมัยโบราณ คูน้ำที่ล้อมรอบ เขาเขียนป้ายบอกไว้ว่า อันตรายน้ำลึก แต่พิลไม่ทราบหรอกค่ะ ว่ามันลึกแค่ไหน เพราะยังหาวิธีวัดไม่ได้ อยากกระโจนลงไปลองดูเหมือนกันว่ามันจะลึกซักแค่ไหนเชียว แต่น้ำมันเย็นค่ะ กลัวเขาจับส่งโรงพยาบาล(บ้า)ด้วย เลยระงับใจไว้ก่อนค่ะ

นับจากยุคนอร์แมน เจ้าของปราสาทในเวลาต่อๆมาก็ช่วยกันสร้างต่อเติมมาอีกหลายยุคค่ะ เดิมก็ใช้เป็นป้อมปราการ เป็นพระราชวังของกษัตริย์และราชินีของอังกฤษมาหลายสมัย เป็นคุกก็ยังเคย พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ก็เคยอยู่ที่นี่ค่ะ

อันว่าพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 นี้ น่าประทับใจมากกว่าใคร เพราะท่านมีมเหสีถึง 6 พระองค์ มี 2 องค์ที่ถูกตัดหัว  ท่านก็สั่งฆ่าเมียของท่านเองแหละค่ะ แต่ก่อนอังกฤษยังเป็นคาทอลิค ท่านอยากมีเมียใหม่ ก็ต้องหย่ากับเมียเก่า แต่โป๊บสั่งห้ามหย่าตามหลักศาสนา ท่านเลยประกาศตัวไม่ขึ้นกับโป๊บเสียเลย  เพราะมาขัดขวางการมีเมียใหม่ของท่าน เด็ดไหมละค่ะ อังกฤษจึงมีนิกายหลักเป็น Church of England ตั้งแต่นั้นมา
คุณครูสงสัยไหมคะ ว่าที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ชอบมีหลายเมียเพราะอะไร หนึ่งคงเป็นเพราะเบื่อของเก่า สองเป็นเพราะอยากมีลูกชายค่ะ เขาบอกว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 นี่ สวรรคตเมื่อตอนอายุได้ 55 เองค่ะ แถมเป็นซิฟิลิสเรื้อรัง เอามาติดลูกทุกคน ยกเว้นไม่ติดอยู่คนเดียว คือ ราชินีเอลิซาเบธที่ 1 ขอโทษนะคะ พิลเอาอะไรมาเล่าให้คุณครูฟังก็ไม่รู้ อย่าหักคะแนนความประพฤติชอบสอดแนมเรื่องของคนอื่นนะคะ อิๆๆๆๆ

ภายหลังปราสาท Leeds กลายเป็นมรดกตกทอดให้กับขุนนางหลายตระกูล ได้แก่ ตระกูล Fairfax, Culpepar, และ Wykeham-Martin จนกระทั่ง Lady Baillie มหาเศรษฐีลูกครึ่งอังกฤษ-อเมริกัน มาซื้อไว้เป็นที่พำนักส่วนตัว (รวยจังเลยค่ะ เท่ซะไม่มี มาซื้อปราสาทอยู่ แฮ่ พิลไม่กล้าหรอกค่ะ หนึ่งเพราะไม่มีกะตังค์ สองกลัวเจอราชินีหัวกุดออกมาเดินตอนกลางคืน เขาหัวกุดแต่เราจะหัวโกร๋นเอาค่ะ) 


นี่ค่ะ กลัวคุณคนนี้แกออกมาเดินตอนกลางคืน


จากนั้น Lady Baillie ได้ตกแต่ง ซ่อมแซม บูรณะปราสาททั้งภายในและภายนอก ให้เป็นคฤหาสน์กลางท้องทุ่ง รวมทั้งสร้างสรรค์สวนรอบๆให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ปราสาทนี้มีสโลแกนค่ะ ว่าเป็น “The loveliest castle in the world” น่าจะจริงของเขาค่ะ เพราะมันช่างน่ารักโรแมนติกอะไรอย่างนี้ ชื่นชมได้ไม่รู้เบื่อค่ะ


บริเวณสวนรอบปราสาท


หลังจากเสียชีวิต เมื่อปี ค.ศ. 1974 Lady Baillie ยกปราสาทให้อยู่ในความดูแลในรูปของมูลนิธิ และเปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้ (ตรงนี้ พิลก็มีข้อกังขาค่ะ ดูในรูปเขียน Lady Baillie มีลูกสาวสองคน แต่ทำไมไม่ยกปราสาทให้ลูกคนไหนเลย หรือลูกๆไม่อยากได้ก็ไม่รู้ หรือเขาอาจจะจนลง ไม่มีเงินบำรุงรักษาซ่อมแซมก็ไม่รู้ เฮ้อ คิดไปสารพัดเลยค่ะ เพราะไม่รู้จะถามใคร)

ที่ปราสาทนี้ ตอนนี้ ก็บริหารโดยเงินรายได้จากค่าเข้าชมเป็นหลักค่ะ แล้วเขาเอาพื้นที่สวนส่วนหนึ่งมาทำสนามกอล์ฟเพื่อหาเงินมาดูแลปราสาทอีกทางหนึ่งด้วย ใครสนใจจะไปตีก็ได้นะคะ สนามเขาสวยเชียว ตั้งอยู่ริมปราสาทเลยค่ะ บรรยากาศเยี่ยม ว่าแต่คนตีกอล์ฟ นี่เขาเงยหน้าชมบรรยากาศมั่งเปล่าคะ หรือว่าดูแต่ลูกกอล์ฟกับลักษณะหลุมอย่างเดียว 
นอกนั้น เขายังรับจัดประชุม จัดงานเลี้ยง จัดงานแต่งงาน อะไรทำนองนี้ด้วยนะคะ 

ภายในปราสาท มี collection ภาพเขียนและวัตถุโบราณให้ชมมากมาย แต่ละห้องตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้ง โดยมัณฑนากรอังกฤษและฝรั่งเศส 


ห้องนอนของราชินี



ห้องนอนเจ้าของปราสาท



การตกแต่งแบบโบราณ โต๊ะตัวนี้สวยดีค่ะ



ทางเดินระหว่างห้องต่างๆในปราสาท


จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ สวนเขาวงกต (maze) ซึ่งเป็นสวนที่มีการปลูกแต่งต้นไม้ในลักษณะลดเลี้ยว วกวน เพื่อให้ผู้เดินชมสวน หาทางไปจนถึงภูเขาเตี้ยๆตรงกลาง พิลละชอบเล่นมากๆเลยค่ะ



ตรงนี้ น้องๆบอกให้เดินแข่งกัน ว่าใครจะไปถึงเนินตรงกลางก่อน ปรากฏว่าพิลกับน้องหมีถึงก่อนใคร เพราะเดินตามฝรั่งคนหนึ่ง ที่เพื่อนเขาไปถึงก่อนแล้วตะโกนบอกทางให้ แฮ่ น้องคนอื่นๆโวยกันใหญ่ ว่าอย่างนี้ เจ๊เล่นขี้โกงนี่หว่า
เจ๊ก็ไม่ได้ตั้งใจจะโกงนะ แต่ดวงมันเฮง จะให้ทำไงล่ะ ก็รู้ว่าเขาเดินไปถูกทางเห็นๆ จะให้เจ๊แกล้งเลี้ยวผิดทางเหรอ เหอๆๆๆๆ

มีโชว์เหยี่ยวให้ดูด้วยค่ะ แต่น้องเขาไม่ค่อยกล้าดูกัน เขาบอกกลัวหวัดนก




พอเย็นย่ำ เราก็ขับรถกลับบ้านกันค่ะ คุณครู ไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหนเลย ตอนแรกเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเรียบร้อย กะจะหาที่พักค้างคืนค่ะ แต่เจอราคาที่พักแบบคืนละ 35 ปอนด์บ้าง 65-100 ปอนด์บ้าง นักเรียนอย่างเราก็จ๋อย น้องจ๊าบบอก “กลับไปนอน B&B ที่บ้านของเราดีกว่าพี่ ผมขับไหว”

 น้องหมีกับเจ๊พิลก็บอก “ดีเหมือนกัน เพราะกล้องพี่แบตหมด ไปถ่ายที่มืดในปราสาทได้ไม่กี่ที แบตวูบเลย ที่ชาร์จก็ไม่ได้เอามา กลับบ้านเราก็ดี เพราะอยู่เที่ยวต่อแบบไม่มีกล้อง ก็เหมือนออกรบมือเปล่านะ”
 น้องกิ๊กบอก “กลับก็กลับค่ะ”

พวกเราก็เลยกลับบ้านกันด้วยประการฉะนี้แล ขากลับร้องเพลงกันมาในรถตลอดทางค่ะ มีน้องหมีเป็นต้นเสียง (สงสัยน้องหมีกลัวน้องจ๊าบง่วง เลยร้องตะเบ็งกล่อมน้องจ๊าบใหญ่) น้องจ๊าบเลยเหยียบคันเร่งสุดฤทธิ์ คงอยากให้ถึงบ้านเร็วๆ พวกวงประสาทเสีย เอ๊ย ประสานเสียง มันจะได้หยุดๆเสียที รำคาญ(ว้อย)

ตอนหยุดแวะพักที่ปั๊มน้ำมันเพื่อกินอาหารเย็น มีเรื่องตื่นเต้น

น้องจ๊าบกินเสร็จก่อน ก็บอก “ผมไปรอที่รถนะพี่ “เพราะพวกเราสาวๆอยากเข้าห้องน้ำ พอพวกเราออกไป เห็นน้องจ๊าบกำลังเปิดท้ายขายของ เอ๊ย เปิดท้ายรถหยิบของค่ะ มีไอ้หนุ่มฝรั่งคนหนึ่ง ยืนประชิดอยู่ พวกเราก็เลยรีบถลันเข้าไปสมทบ หนุ่มนั้นหันมาเห็นพวกเราแล้วทำท่าตกใจ แต่ก็ยังพูดต่อค่ะ ว่า “ไอไปเติมน้ำมันแล้วตังค์ไม่พอ ขอตังค์สักสองสามปอนด์ได้ไหม” แล้วก็ละล่ำละลักบอกว่า “ไอรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอายและหยาบคายมากที่มาขอพวกยูอย่างนี้”

พวกน้องๆยืนงง พิลเลยบอกว่า “เขามาขอตังค์ 2-3 ปอนด์ จะให้เขาไหม” น้องๆ ยังรีรอ ถามกันว่า “เอาไงดีล่ะพี่” พิลก็ว่า “เขาหลอกเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย” ก็พี่แกท่าทางเหมือนจิ๊กโก๋นะคะ ตัวผอมยาว ใส่ตุ้มหูข้างเดียว เวลาพูดก็ไม่ค่อยสบตาเรา
แต่น้องหมีบอกว่า “หมีให้เอง หมีอยากทำบุญทำทาน” 

พอให้ไปเขาก็ขอบคุณค่ะ แล้วเดินลิ่วๆไป พิลก็บอกน้องหมีว่า “อือ หมีใจดีนะ พี่ว่าตาฝรั่งคนนี้แปลกๆ จริงๆแล้วมันจะมาจี้น้องจ๊าบหรือเปล่า คงนึกว่ามาคนเดียว พอพวกเราเข้าไปถึงได้ทำท่าตกใจ”
“หรือว่ามันเป็นเกย์จะมาจีบน้องจ๊าบ” แฮ่ คิดไปนั่น 

ตอนหลังทุกคนมาบอกว่า พวกเขาฟังไม่ออกหรอกว่า ตาคนนั้นมาขอตังค์ โธ่ ไม่รู้ก่อนนะ เราจะได้ใช้มุขนี้มั่วทำเป็นฟังไม่ออกบ้าง แต่ยังไง น้องหมีก็ได้ทำทานไปแล้ว นึกเสียว่า เสียเงินแค่ 2-3 ปอนด์ ก็ยังดีกว่าถูกเขาจี้จนหมดตัวแล้วกันค่ะ

พวกเรากลับถึงบ้านกันโดยสวัสดิภาพค่ะคุณครู เรียงความของพิลก็คงต้องจบลงเท่านี้ สรุปแล้ว ไปเที่ยวปราสาท ปล่อยใจเคลิ้มได้ไม่นาน มาเจอขอทานตอนจบค่ะ ยังงี้คงไม่ใช่เจ้าชายปลอมตัวมานะคะ ถ้าปลอมตัวมาเป็นขอทาน ให้แปลงร่างมาเป็นเจ้าชายกบดีกว่า (ฟ่ะ) อย่างน้อย ยังหาแมลงเลี้ยงตัวเองได้นะคะ ไม่ต้องมาขอตังค์เจ้าหงิญอย่างพวกเรา เหอๆๆๆๆๆ


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
มะเหมี่ยว Search for posts by this member.
ชาวบ้านธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 1939
เข้าร่วมเมื่อ: 13 Mar. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Oct. 2005,20:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

applaud.gif  applaud.gif  applaud.gif  winkthumb.gif  winkthumb.gif  winkthumb.gif  again.gif  again.gif  again.gif สวยจังเลยค่ะพี่พิล  photographer.gif  ขอบคุณพี่พิลที่พาทัวร์นะคะ wave.gif มะเหมี่ยวชอบใบไม้หลากสี ตัวปราสาท และบริเวณรอบๆปราสาทค่ะ  แต่คุณพี่มาดเข้มที่ชอบออกมาเดินตอนกลางคืน...ม่ายอาวนะคะ...

--------------
<MARQUEE onmouseout="this.start( )" onmouseover="this.stop( )"scrollamount="2"scrolldelay="0"loop="0"direction="left">[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]...แต่ไหนแต่ไรมา....เวรไม่เคยระงับด้วยการจองเวร...[img]http://thummada.com/php_upload2/Copy of r7_19.gif[/img]</MARQUEE>
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Oct. 2005,00:07 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เอาไป A+ เลย ลูกศิษย์จ๋า อิอิ ครูไม่มีภูมิเลยเลยให้ลูกศิษย์ระดับด็อกเตอร์เล่าให้ฟังเป็นบุญหูบุญตา.....

       icon_donot.gif แหมเรื่องพระเจ้าเฮนรี่ที่แปดนี่ครูชอบจะตายไป ขนาดตามดูหนังตั้งหลายเรื่อง Anne of Thousand Daysไง ที่ถูกขังอยู่ที่นี่ แล้วถูกประหารชีวิตแบบฟันคออ้ะ อึย หวาดเสียว แล้วก็ยังมีใครล่ะ เลดี้เจนอีก ทำไมถึงเมียมากก็เป็นเพราะท่านเจ้าชู้น่ะสิ แถมยังเขียนจดหมายได้หวานอย่าบอกใครเชียว ลายมือก็สวยอีกด้วย มีอย่างเดียวที่ไม่ได้เรื่องคือไม่หล่อ เอิ๊กๆ laugh1.gif

       cry2.gif ข้างในปราสาทดูน่ากลัวเนอะ คงจะเป็นปูนหนาๆ เสาใหญ่ๆ  ห้องนอนสีแดงอย่างกับจักรพรรดิจีนเลย  แต่วิวข้างนอกนี่สวยจริงๆนะ  winkthumb.gif

       ขอบคุณพิลกริม น้องจ๊าบ น้องกิ๊ก และน้องหมี นะจ๊ะ  thankssign.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
392 คำตอบนับตั้งแต่ 12 Aug. 2005,09:21 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 4012345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com