เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 40 of 40<<3637383940

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: มาชวนไปเที่ยวจ้ะ, เที่ยวกันไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 391
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Feb. 2010,17:22  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เข้าใจหลอกตัวเองนะคะคุณพิล smSL07.gif


แต่บรรยากาศดูน่ากลัวจริงๆด้วย  laugh1.gif

EM142.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 392
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Feb. 2010,17:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อิๆๆๆ หลอกตัวเองก็ได้ค่ะ พี่แมวเหมียว.... laugh1.gif


24. วัดคิโยมิสึเดระ...ธารน้ำใสกลางแสงตะวัน


เช้านี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้อยู่ท่องเที่ยวกันในเกียวโต ญี่ปุ่น หลานปิ๊กบอกว่าให้เป็นวันอิสระ คือเที่ยวไปตามใจใครใจมัน หรือตามอัธยาศัย หรือแยกย้ายกันไปเก็บตกสถานที่ที่เราอยากจะไป

พ่อน้องป๊อบท่าทางอยากไปโอซาก้าหรือโอซากะตามสำเนียงญี่ปุ่น

แต่ฉันอยากไปวัดคิโยมิสึหรือวัดธารน้ำใส เพราะวันนั้นไปยามกลางคืน อยากจะไปเห็นวัดยามกลางวันบ้าง

พี่เนยบอกว่าแอบไปวัดคิโยมิสึมาแล้วกับพี่แจ๊ว ตอนที่แยกไปแล้วพวกฉันไปเดินหลงหาทางขึ้นวัดคิโยมิสิไม่เจอ วันนี้ พี่เนยอยากไปซื้อของที่ตลาดนิชิกิกับพี่แจ๊วมากกว่า

แยกกันเป็นเขมรสามฝ่ายอย่างนี้ ฉันก็เลยบอกว่า งั้นแยกกันไปเหอะ

ส่วนน้องสาวและน้องเขยของฉันเริ่มรู้สึกเป็นห่วงฉัน เพราะคนอื่นเขามีพวกไป แต่ฉันต้องไปคนเดียว

ฉันยืนยันว่าไปได้ ไม่ต้องห่วง น้องสาวบอกว่า "เจ๊ระวังนะ พวกยากูซ่าจะจับตัวไป"

ฉันเลยบอกว่า วัยขนาดนี้ ถ้าจับไป คงต้องไปเป็นมาม่าซัง
เหอๆๆๆๆ.....
สรุปแล้ว ครอบครัวน้องป๊อบไม่ยอมปล่อยฉันไปคนเดียว เกรงว่าจะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนญี่ปุ่น

เลยยกขบวนไปวัดคิโยมิสึกันหมด ปล่อยให้พี่เนยแกไปเที่ยวตลาดนิชิกิกับพี่แจ๊ว

แล้วเราก็ขึ้นรถเมล์ไปวัดคิโยมิสึกัน คราวนี้ เราหาทางขึ้นวัดเจอ พร้อมเดินขึ้นกันทันที

ก่อนขึ้น เรามาดูความเป็นเจ้าเทคโนโลยีทันสมัยของญี่ปุ่นกันสักหน่อย
อันว่าญี่ปุ่นนี้ เรื่องการประดิษฐ์สร้างสรรค์สิ่งอำนวยความสะดวกเขายอดเยี่ยมมาก
อย่างเช่นป้ายรถเมล์อัจฉริยะ ที่คลายเครียดให้กับผู้รอคอย เพราะดูจากป้ายก็รู้เลยว่า รถเมล์จวนจะมาถึงหรือยัง ไม่ต้องชะเง้อมองให้เมื่อยคอ



หรือเครื่องกดหยอดเหรียญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหยอดเหรียญซื้อไอศกรีม บุหรี่ เครื่องดื่มร้อน-เย็น







ตู้เหล่านี้ฉันเห็นเยอะมากระหว่างเดินขึ้นวัดคิโยมิสึในยามเช้า

ในที่สุดเราก็มาถึงวัดคิโยมิสึ หรือที่เรียกกันว่า "Pure Water Temple" แปลเป็นไทยได้ว่า วัดธารน้ำใส เป็นวัดใหญ่ของญี่ปุ่นที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกโลก

เจดีย์หน้าวัด


เดินชมวัดในแสงแดดยามเช้า




เมืองเกียวโตมองจากบนวัดธารน้ำใส


วัดนี้อยู่บนยอดเนินเขา ท่ามกลางป่าทางทิศตะวันออกของเกียวโต ตัววัดสร้างอยู่บนหน้าผาสวยงาม อลังการ อย่างน่ามหัศจรรย์

ระเบียงที่สร้างยื่นออกไปจากหน้าผานี้ ค้ำยันไว้ด้วยเสาไม้ต้นใหญ่มหึมา จากระเบียงเหนือหน้าผา ชะโงกมองลงไปจะเห็นศาลาธารน้ำสามสายไหลริน รอคนมาดื่มกินเพื่อความเป็นสิริมงคลและสามารถรักษาโรคร้ายได้

วัดสวยบนระเบียงไม้เหนือหน้าผา





เสาไม้ที่ค้ำระเบียง


ใบไม้สีแดงฉานอร่ามเรือง


ธารน้ำสามสายไหลรินมาจากหลังคา




น้องป๊อบในอารมณ์ขี้เกียจเดิน ขี้เกียจถ่ายรูป



ด้านหนึ่งของวัดเรียกว่า ศาลเจ้าจิชึ เป็นที่ตั้งของก้อนหินแห่งความรัก  

ประกอบด้วยก้อนหินสองก้อนตั้งห่างกัน 18 เมตร  ผู้ที่จะอธิษฐานขอให้ได้พบรักแท้ จะต้องเดินหลับตาจากหินก้อนหนึ่ง ไปยังอีกก้อนหนึ่ง  ให้ตรงทางและตรงก้อนหินพอดี

นั่นแหละค่ะมองเห็นก้อนหินอีกก้อนลิบๆ และหนุ่มๆ ญี่ปุ่นไหมคะ




วันที่ฉันไป มีหนุ่มนักเรียนญี่ปุ่นไปเดินป้วนเปี้ยนกันเยอะมาก ฉันคิดเล่นๆ ว่าถ้าฉันไปเดินอธิษฐานขอให้ได้พบเนื้อคู่ คงจะต้องชนกับพ่อหนุ่มน้อยเหล่านั้นเป็นแน่ แล้วเด็กมันก็คงเป็นลมที่มาชนกับหญิงสาวรุ่นคุณป้า...ฮ่าๆๆๆๆ..สรุปแล้วปล่อยให้เด็กมันเดินกันไปเถอะนะ...ป้าไปเดินเที่ยวตรงอื่นดีกว่า

ว่าแล้วพวกเราก็มุ่งตรงไปยังศาลาธารน้ำสามสายที่ไหลริน มีคนมาเข้าแถวรอดื่มกันมากมาย

ฉันบอกให้ครอบครัวน้องป๊อบเข้าไปก่อน แล้วฉันจะคอยถ่ายรูปให้ ตอนดื่มน้ำ พ่อน้องป๊อบจึงพาน้องป๊อบเข้าไป ส่วนฉันเข้าแถวพร้อมกับแม่น้องป๊อบ





ที่นี่พวกเราดื่มน้ำจากกระบวยโลหะ ที่ผ่านปากคนแล้วคนเล่า แต่เขามีเตาอบไฟฟ้าเพื่อฆ่าเชื้อด้วยระบบ UV ใครดื่มเสร็จก็เสียบกระบวยนี้เข้าไปในช่องเตาอบ หรือถ้าใครไม่อยากไปใช้กระบวยร่วมกับคนอื่น ทางวัดก็มีถ้วยเล็กๆ ขายให้

เตาอบระบบ UV


กล่าวกันว่า สายน้ำสามสายเป็นสัญลักษณ์ของ สติปัญญาแจ่มใส สุขภาพแข็งแรง และ อายุยืนยาว อย่างไรก็ตาม ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า ควรเลือกแค่สองสายเท่านั้น เพราะถ้าเลือกทั้งสามสาย ถือว่าโลภเกินไป และจะทำให้เกิดความโชคร้ายขึ้นแก่ตัวเอง

วัดคิโยมิสึในแสงตะวันนั้นงามอร่ามเรืองนักหนา จนน้องเขยบอกว่า ถ้าไม่มาเสียดายแย่เลย

จากนั้น พวกเราก็นั่งรถเมล์มาลงที่สถานีเกียวโต เพื่อตัดสินใจว่าจะไปไหนกันต่อดี

ฉันบังเอิญได้เจอพี่เนยที่กลับจากตลาดนิชิกิ และท่าทางชอบอกชอบใจกับตลาดนิชิกิมาก เมื่อฉันบอกว่าอยากไปมั่งจัง เธออาสาพาฉันไปตลาดนิชิกิอีกรอบ เพราะมีคนฝากฉันซื้อของบางอย่าง ที่ยังไม่ได้ซื้อให้เขาเลย

ส่วนแม่น้องป๊อบบอกว่า น้องป๊อบขี้เกียจเดิน จะขอนั่งพักอยู่ในห้างอิเซตันที่สถานีเกียวโตก่อน ส่วนพ่อน้องป๊อบคิดการใหญ่ ขอไปโอซาก้าเลย ว่าแล้วเราก็แยกกัน

ฉันกับพี่เนยจึงไปท่องเที่ยวซื้อของกันในตลาดนิชิกิ (Nishiki Ichiba) ซึ่งอยู่ระหว่างย่าน Teramachi กับ Takakuraใกล้ๆกับห้างไดมารู เดินเข้าซอยไป จะเป็นร้านรวงขายของไปตลอดทาง เป็นเหมือนตลาดสดขายอาหารสดๆ เช่น ปลา เนื้อสัตว์  ผักสด ของดอง ของแห้ง ตลาดนิชิกิ จึงได้ชื่อว่าเป็น ครัวของเกียวโต (Kyoto's Kitchen)  

ซื้อของได้แล้ว ก็กลับเข้าโรงแรมนอนกันสบายใจ ด้วยความเมื่อยแข้งเมื่อยขาเป็นกำลัง คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้ว ที่พวกเราจะอยู่ในญี่ปุ่น

เราใกล้จะโบกมือลาญี่ปุ่นกันเต็มที


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 393
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Feb. 2010,17:49 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

25. บทส่งท้าย อำลาญี่ปุ่น


เช้าวันรุ่งขึ้น เราตื่นกันแต่เช้า ครอบครัวน้องป๊อบเรียกแท็กซี่มาพาไปสถานีเกียวโตเพื่อขึ้นรถด่วนต่อไปยังสนามบินคันไซ
ส่วนฉันกับพี่เนยและคนอื่นๆ ยึดหลักประหยัด ลากกระเป๋าเดินไปเองมุ่งสู่สถานีรถไฟ
อากาศยามเช้าเดือนธันวาคม หนาวมิใช่น้อย

เมื่อมาพร้อมกันที่สถานีเกียวโต เราก็ขึ้นรถสาย Haruka Limited Express ไปยังสนามบินคันไซ

การท่องเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นความประทับใจอย่างยิ่งยวดกับป่าไม้เปลี่ยนสี ที่ทำให้ฉันรู้สึกราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์
การเดินทางแบบช่วยเหลือตัวเอง ทำให้การท่องเที่ยวมีรสชาติและสนุกสนานกว่าถูกต้อนขึ้นรถ-ลงรถบัสมากมายนัก

ในการท่องเที่ยว เราได้สัมผัสกับชีวิตแบบญี่ปุ่นกันพอประมาณ ได้นั่งรถไฟ รถเมล์ไปกับคนญี่ปุ่น ได้เที่ยวแบบคนญี่ปุ่น ได้กินอาหารแบบที่คนพื้นบ้านญี่ปุ่นกิน โดยไม่ถูกต้อนไปกินตามภัตตาคารซึ่งอาหารจะถูกปากหรือไม่ถูกก็ยังไม่รู้ (แต่จากประสบการณ์ทั้งร้านอาหารพื้นบ้านและภัตตาคาร อาหารญี่ปุ่นถูกปากฉันทั้งนั้นเลย แฮ่ๆๆ) biggrin.gif

เหตุการณ์ประทับใจ คงเป็นรถไฟ รถเมล์อันแน่นขนัดของญี่ปุ่น มันแน่นจริงๆ แต่ไม่น่ากลัวว่าจะถูกล้วงกระเป๋าเหมือนรถเมล์บ้านเรา

รองลงมา คงเป็นระเบียบวินัยของชาวญี่ปุ่น ทุกอย่างเป็นระบบ เรียนรู้ง่าย และถ้าทำตามระบบนั้นแล้ว ชีวิตก็ สะดวกสบายขึ้นมาก แม้ใครบางคนจะแอบคิดว่า มันช่างเหมือนหุ่นยนต์...

ไหนจะความสะอาดสะอ้าน ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

การบริการของคนญี่ปุ่นก็เรียกว่าชั้นเลิศ บริการด้วยใจและเต็มที่

นี่คือมุมมองของญี่ปุ่นในระยะสั้นๆ แต่ถ้ามุมมองลึกๆ แล้ว ฉันเองก็ไม่ได้สัมผัสอะไรมากมายถึงขนาดนั้น

จึงขออำลาญี่ปุ่นแต่เพียงเท่านี้ ถ้าถามว่า อยากกลับไปญี่ปุ่นอีกไหม ฉันบอกได้เต็มคำว่า อยากกลับไปเที่ยวอีกมาก ...ซาโยนาระ...แจแปน...จนกว่าเราจะพบกันอีก greet.gif



--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
392 คำตอบนับตั้งแต่ 12 Aug. 2005,09:21 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 40 of 40<<3637383940
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com