เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 3<<123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: เคล็ด(ไม่)ลับสำหรับผู้หญิงทุกท่าน, เรื่องสวยๆ งามๆ ของผู้หญิงเค้านะ...< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Apr. 2007,06:50  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

รักษาผิวด้วยกากชา

ชาดอกคาโมมายเป็นที่นิยมใช้เพื่อรักษาผิวเกรียมแดด ใช้เป็นอาหารหรือใช้ดื่ม บางคนก็ชงชาแล้วปล่อยให้เย็น จากนั้นจึงเอาชาทาหน้า หรือบริเวณที่มีอาการผิดปรกติ  ระหว่างนั้นก็นั่งพักผ่อนดื่มชาที่เหลือ

ชาทุกชนิดใช้รักษาผิวให้หายระคายเคืองได้ ชงชาผงสองถุงในน้ำเดือด ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ถุงชาแทนฟองน้ำ นำถุงชาแตะๆหน้า จุ่มถุงชาในน้ำชาทุกๆ 5 นาที ซับหน้าให้แห้ง  ชาราคาถูกมีกรดแทนนิคอยู่เป็นปริมาณมาก  กรดชนิดนี้จะมีเปลือกไม้และพันธุ์ไม้บางชนิด  กรดชนิดนี้ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองตามผิวหนัง  ฉะนั้นยิ่งชาราคาถูกเท่าไรก็ยิ่งใช้รักษาผิวได้ดีมากขึ้นเท่านั้น





สิ่งที่ใช้รักษาผิวคัน


ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามแนะนำวิธีรักษาผิวคัน ดังนี้.-

- บดแอสไพรินให้ละเอียดผสมน้ำแล้วพอกบริเวณที่บวม

- นำน้ำแข็งหรือของเย็นๆทาผิวหนังส่วนที่รู้สึกคัน

- โรยแป้งข้าวโพดตรงบริเวณที่เป็นผื่นแดง

- ใช้แป้งที่ทำจากข้าวโอตผสมน้ำจนข้นหรือผงฟูทาบริเวณผิวหนังที่มีอาการคัน

- ผสมผงที่ทำให้เนื้อนุ่ม(ที่ไม่ได้ใส่รส) กับน้ำจนมีลักษณะเป็นแป้งข้นๆทาบริเวณที่มีแมลงต่อย หรือกัด

- ใช้ยางจากว่านหางจระเข้  หักใบว่านหางจระเข้ให้น้ำไหลออกมาแล้วใช้ทาบริเวณผิวที่คัน  งานวิจัยที่ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยรัฐเท็กซัสในซานอันโตนิโอแสดงว่า ว่านหางจระเข้จะใช้ได้ผลดีถ้าใช้สดๆ นักวิจัยยืนยันว่า น้ำจากว่านหางจระเข้ที่ผ่านกระบวนการผลิตแล้วกลับไม่มีคุณค่าในการรักษา 

- ใช้แป้งฝุ่นโรยตัวเพื่อไม่ให้เป็นผื่นคันในยามที่อากาศร้อน

- ป้องกันรอยผื่นคันที่เกิดจากเครื่องประดับที่เป็นโลหะ  โดยนำสีทาเล็บแบบใส ไม่มีสี เคลือบเครื่องประดับดังกล่าว





เถาไม้พิษ

บางครั้งอาจเกิดผื่นคันโดยที่ไม่ได้ไปแตะต้องเถาไม้ใดๆโดยตรง  บางครั้งแค่สัมผัสกับสิ่งต่างๆที่สัมผัสกับเถาไม้ดังกล่าวมาแล้ว เช่น ล้อจักรยานที่ถีบผ่านเถาไม้ที่ทำให้เกิดอาการคัน สุนัข หรือแมวอาจไปโดนเถาไม้ดังกล่าวมา แล้วเราไปอุ้มหรือสัมผัสเข้าด้วย จะกรณีใดก็ตามรีบล้างน้ำแล้วฟอกสบู่ให้ทั่ว หรืออาบน้ำเลยก็ได้ อย่าลืมทำความสะอาดเล็บด้วย ให้ระมัดระวังทุกอย่าง รวมทั้งเสื้อผ้าที่ถูกเถาไม้ที่ทำให้เกิดอาการคันดังกล่าว  จับสัตว์เลี้ยงอาบน้ำถ้ามันไปถูกเถาไม้พิษดังกล่าว อย่าลืมใส่ถุงมือขณะอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงด้วย

ถ้าถูกเถาไม้ที่ทำให้คันแล้วอาจแก้ไขได้โดย นำผ้าจุ่มน้ำเกลือ(ใช้เกลือหนึ่งช้อนชาผสมน้ำอุ่นประมาณเศษหนึ่งส่วนห้าแกลลอน) หรือใช้กรดบอริคเจือจางทาบริเวณที่คัน น้ำเย็นจัดๆ นม คาลาไมน์ หรือการอาบน้ำอุ่นก็ช่วยได้ถ้าอาการระคายเคืองไม่รุนแรง

โปรดจำไว้ว่า อาการคันเช่นนี้อาจถึงกับทำให้เกิดการอักเสบได้ ถ้ามีอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์






การดูแลอย่างนุ่มนวลช่วยให้ผิวสวย


ถึงแม้จะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้า ก็ควรจะทำความสะอาดและดูแลผิวอย่างถูกต้อง ผู้หญิงมักจะแต่งหน้าหรือล้างหน้าโดยถูแรงๆ ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อของผิวหน้าชอกช้ำและเกิดรอยเหี่ยวย่นก่อนที่จะทันรู้ตัว





หลีกเลี่ยงอากาศร้อนหรือหนาวจัด

การปล่อยให้ผิวถูกแดดร้อนจัดหรืออากาศหนาวจัดเกินไปนั้น จะทำให้เส้นเลือดเสียหาย  ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งในฤดูหนาวเป็นระยะเวลานานๆ ควรป้องกันผิวด้วยน้ำยาให้ความชุ่มชื้น และอย่าลืมทาครีมกันแดด  เพราะแสงแดดในหน้าหนาวก็เป็นอันตรายต่อผิวไม่แพ้แสงแดดในฤดูร้อนเลย เวลาอากาศหนาวๆ ยิ่งจำเป็นต้องทาโลชั่นป้องกันผิวทั้งตัว เครื่องทำความอุ่นภายในอาคารก็ทำให้ผิวของคุณแห้ง นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศและ “อากาศเทียม” บนเครื่องบินก็ทำให้ผิวคุณแห้งผาก  ใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาผิว




การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

การหาครีมหรือน้ำยาให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะกับเราที่สุดนั้นไม่ใช่ของง่าย ยี่ห้อต่างๆยิ่งทำให้สับสน ลองศึกษาเรื่องครีมให้ความชุ่มชื้นต่อไปนี้

ส่วนประกอบของครีมหรือน้ำยาให้ความชุ่มชื้นส่วนใหญ่จะประกอบด้วย น้ำมัน น้ำ และสารที่เติมลงไปเพื่อช่วยให้น้ำและน้ำมันไม่แยกตัวจากกัน ถ้าส่วนประกอบของน้ำมีมากกว่าน้ำมันก็จะเรียกว่าโลชั่น  ถ้ามีน้ำมันมากกว่าน้ำก็จะเรียกว่าครีม  โลชั่นจึงเหมาะสำหรับคนผิวมัน และครีมเหมาะสำหรับคนผิวแห้ง




ครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นผิวหน้าอย่างๆไร?

ครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นจะเก็บความชุ่มชื้นไว้ในชั้นน้ำมันบางๆ ทำให้ผิวไม่แห้งและไม่เหี่ยวย่น

ส่วนประกอบต่างๆที่คุณจะพบได้ในครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นที่มีขายอยู่นั้น ได้แก่ เยลลีปิโตรเลียม และลาโนลิน(เป็นสารให้ความชุ่มชื้นที่ป้องกันผิวได้ดีที่สุด) น้ำมันจากแร่ธาตุยูเรีย กรดสเตียริคหรือกรดแลคติค และสควอลีน(สกัดจากน้ำมันตับปลา)  ยูเรีย กรดแลคติคและสควอลีนเป็นสารที่พบได้ในผิวหนังและเหงื่อของคน ถึงแม้ว่าลาโนลินจะให้ความชุ่มชื้นดีมาก แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิว

เยลลีปิโตรเลียมให้ความชุ่มชื้นได้ดีมาก และใช้ได้กับผิวส่วนใหญ่  ผู้หญิงบางคนจะให้น้ำมันมะกอกทาหน้าขณะอาบน้ำ





น้ำ

ทราบหรือไม่ว่าน้ำเป็นสิ่งที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีที่สุด  น้ำทั้งภายนอกและในตัวเราเป็นประโยชน์ต่อผิวหนังทั้งสิ้น  ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามแนะนำให้ดื่มน้ำวันละห้าถึงหกแก้วเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวจากภายใน  น้ำดื่มก็เป็นน้ำสะอาดธรรมดาๆ

ควรจัดบรรยากาศในบ้านให้มีความชุ่มชื้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คงไม่ถึงกับต้องซื้อเครื่องทำความชื้น อาจทำได้ง่ายๆโดยตั้งน้ำให้ไฟรุมๆไว้บนเตาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง(น่าจะเติมกลิ่นอบเชย หรือบุหงาลงไปให้หอมกรุ่นทั้งบ้าน) หรือหาภาชนะสวยๆตั้งไว้ให้ทั่วบ้าน น้ำที่ใส่ไว้จะได้ระเหยให้ความชุ่มชื้นไปทั่วบ้าน




ปลูกต้นไม้ให้ความชุ่มชื้น

ต้นไม้ใบหญ้าให้ความชุ่มชื้นได้ดี  ต้นไม้ที่ต้องการน้ำมากๆ และโตเร็วนั้นดีที่สุด เช่น เฟิร์น ไผ่ และอื่นๆ รดน้ำและฉีดน้ำเป็นละอองบ่อยๆเพื่อให้ดินชุ่มชื้น การปลูกต้นไม้ใส่กระถางตื้นๆ และโรยกรวดหรือปลูกมอสส์ไว้ข้างบนจะช่วยเก็บความชื้นไว้ได้




ฉีดน้ำต้นไม้และผิวของคุณ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามหลายคนแนะนำว่า  ควรฉีดน้ำใส่หน้าเหมือนกับที่ฉีดน้ำต้นไม้  อาจทำทันทีหลังจากฉีดน้ำให้ต้นไม้แล้วก็ได้ หรืออาจใช้ก้อนหรือแผ่นสำลีชุบน้ำแตะๆหน้าในขณะที่เดินทางก็ควรใช้วิธีดังกล่าว



ผิวแห้งเนื่องจากใช้สบู่ซักล้างหรือผงซักฟอก

การใช้ผงซักฟอกมากเกินไปอาจทำให้ผิวคุณแห้งได้ เนื่องจากผงซักฟอกที่ยังตกค้างอยู่ในเส้นใยของเสื้อผ้า  ในหน้าหนาวควรลดปริมาณผงซักฟอกลงให้เหลือเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่ของคำแนะนำของผู้ผลิต ผงซักฟอกที่เป็นเอนไซม์ ผงฟอกสี และกัดสีให้ขาวนั้นล้วนแต่เป็นต้นเหตุของปัญหาผิวหนัง   ในหน้าร้อนควรล้างคลอรีน และเกลือออกให้หมดทุกครั้งที่ขึ้นจากสระน้ำหรือทะเล



การให้ความชุ่มชื้นขณะอยู่บ้าน

ข้อควรปฏิบัติ

- ทำความสะอาดผิวให้ถูกต้องตามประเภทของผิว

- ใช้ผ้าขนหนู ฟองน้ำ หรือที่เช็ดๆเซลล์เก่าๆให้หลุดไป

- ใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาหน้าทันทีที่ล้างหน้าเสร็จ เพื่อไม่ให้น้ำระเหยแห้งหมด

- จัดการเสริมความชุ่มชื้นเช่นนี้ในเวลากลางวันด้วย

ถ้าได้พยายามปฏิบัติตามคำแนะนำแล้ว แต่ยังมีปัญหาผิวอยู่ก็ควรปรึกษาแพทย์




มีลาสมา

มีลาสมา หมายถึง รอยคล้ำใต้ดวงตา ข้างๆจมูก และบริเวณอื่นๆ เป็นอาการที่มักเกิดขณะตั้งครรภ์ หรือขณะที่รับประทานยาคุมกำเนิด ซึ่งอาจใช้ครีมหรือโลชั่นไฮโดรควิโนนทาให้หายคล้ำได้  มีข้อควรระวังคือ ขณะที่ใช้ครีมนี้จะต้องไม่ให้ผิวโดนแดดเพราะจะทำให้ผิวเสียได้ อย่างไรก็ตามถ้ามีรอยคล้ำๆ หรือเป็นฝ้าเช่นนี้ ก็ต้องระวังไม่ให้โดนแดดเลย เพราะจะยิ่งทำให้มีอาการมากขึ้น




กัดสีผิว


ใช้น้ำมะนาวกัดสีผิว ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิมครั้งกรีกโบราณ โดยหยดน้ำมะนาวไว้บนผิวบริเวณที่ต้องการจะให้สีจางลง ประมาณสิบห้านาที




วิทิลิโก

วิทิลิโก หมายถึง บริเวณที่สีเปลี่ยนไป อาจจะเป็นที่ผิวหนัง หรือผมเป็นหย่อมๆก็ได้ สาเหตุอาจเกิดจาก ขณะที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บ เซลล์ที่ผลิตสารสีไม่ทำงานในบริเวณนั้น ยิ่งถ้าโดนแดดเผา จะเกิดอาการอักเสบ เจ็บป่วย หรือแม้แต่ปัญหาทางด้านอารมณ์ ก็ทำให้เกิดอาการผิวด่าง หรือผมหงอกเฉพาะแห่งได้  คงจะหาสาเหตุที่แน่นอนเกี่ยวกับการที่ผิวเปลี่ยนสีและผมหงอกไม่ได้แต่ก็ยังมีผู้ทำวิจัยเรื่องนี้อยู่

การทำให้ผิวมีสีเหมือนเดิมนั้นก็มีอยู่ แต่ใช้ได้ผลดีกับบางคนเท่านั้น โดยเฉพาะเด็กๆ และผู้ที่มีอายุน้อยที่เพิ่งจะเริ่มมีอาการนี้น้อยกว่าห้าปี  การรักษาผิวด่าง หรือผมหงอก นั้น ใช้เวลามาก ต้องใช้ยาและการกำหนดให้โดนแดดมากน้อยอย่างเคร่งครัด ผู้ที่แพ้แสงแดดก็จะรับการรักษาไม่ได้




การพอกหน้าเป็นเรื่องดีเยี่ยม

การพอกหน้าช่วยให้การหมุนเวียนของโลหิตดีขึ้น ทำให้สีผิวดีขึ้น รวมทั้งยังขจัดน้ำมัน รอยสกปรก และเซลล์ตายออกด้วย พอลอกเครื่องพอกหน้าออก คุณจะต้องให้ความชุ่มชื้นแก่ใบหน้าด้วย เพราะตัวยาพอกหน้าไม่มีสารให้ความชุ่มชื้น

การพอกหน้าหรือนวดหน้านั้น นอกจากจะทำให้ใบหน้าดูดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการพักผ่อนที่ดีอีกด้วย

สถานนวดหน้าต่างๆคิดค่าบริการแพง เราอาจจะทำเองที่บ้านก็ได้ สูตรพอกหน้าต่อไปนี้เหมาะสำหรับผิวหนังแทบทุกประเภท แต่ต้องมั่นใจว่าคุณมีผิวที่สะอาดแล้ว และหลีกเลี่ยงบริเวณรอบๆดวงตา




น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งเป็นสิ่งที่ใช้ล้างหน้าและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังได้ดี ควรทาหน้าด้วยน้ำผึ้ง หลังจากที่ทำความสะอาดและอบไอน้ำแล้ว ทาน้ำผึ้งทิ้งไว้ประมาณสามนาที (บางคนก็ชอบทิ้งไว้ถึงสิบนาที) จนประทั่งรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ จากนั้นค่อยๆใช้นิ้วตบหน้าเบาๆให้ทั่ว ไม่ต้องนวดบริเวณรอบดวงตา  จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น และใช้ผ้าขนหนูเปียกๆเช็ดออกให้สะอาด

น้ำผึ้งทำความสะอาดรูขุมขนบนใบหน้าจนสามารถรู้สึกว่าหน้าตึง และอาจช่วยขจัดรอยสิวเสี้ยนดำๆด้วย น้ำผึ้งช่วยให้หน้าสะอาดและอ่อนนุ่ม มิหนำซ้ำน้ำผึ้งยังหาได้ง่ายๆ

ส่วนผสม   ผสมน้ำผึ้งหนึ่งช้อนชากับน้ำหกช้อนโต๊ะ ใส่เปลือกส้มบดสองช้อนโต๊ะและน้ำส้มสายชูสองช้อนโต๊ะ  ทีนี้คุณก็ได้น้ำยาล้างหน้าที่ใช้ได้กับผิวทุกประเภท

ลองผสมไข่ขาวและไข่แดงหนึ่งฟองกับน้ำผึ้งจนข้นเหนียว  จากนั้นนำส่วนผสมนี้ไปทาหน้า  ปล่อยทิ้งไว้ให้แข็ง  ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นจนเกลี้ยง  จากนั้นใช้น้ำเย็นลูบให้ผิวหน้าสดชื่น




ปรับสีผิว

หั่นมะนาวทั้งลูกและบดให้ละเอียด  ใส่น้ำมันจมูกข้าวสาลีลงไปประมาณครึ่งช้อนชา ใส่น้ำแร่ลงไปอีกครึ่งถ้วย เติมน้ำแข็งลงไปสองก้อน ปั่นในเครื่องปั่นผลไม้  จากนั้นให้ใช้ก้อนสำลีจุ่มๆแล้วทาผิวที่ล้างสะอาดแล้ว



ครีมล้างหน้าที่ทำจากถั่ว 

นำเม็ดอัลมอนด์ผสมกับน้ำวิทช์เฮเซิลจนข้นเหนียว  นำมาทาหน้าแล้วขัดค่อยๆ เว้นบริเวณรอบดวงตา  ทิ้งไว้ประมาณยี่สิบนาที  จากนั้นใช้น้ำอุ่นล้างหน้า  อาจจะดูเลอะเทอะ แต่ก็ช่วยให้ผิวหน้าและรูขุมขนสะอาด



ครีมพอกหน้าจากผลแอปริคอท

ลองครีมพอกหน้าที่น่าดื่มดูบ้าง  นำลูกแอปริคอทแห้งๆใส่ในน้ำเดือด ปิดฝาแล้วทิ้งไว้หนึ่งคืน  จากนั้นนำผลแอปริคอทเข้าเครื่องปั่นพร้อมๆกับองุ่นไม่มีเมล็ดอีกสิบผล ค่อยๆโรยนมผงให้ส่วนผสมข้นขึ้น  นำส่วนผสมนี้ทาให้ทั่วหน้าและคอ  ทิ้งไว้ประมาณสิบสองถึงสิบห้านาที  จากนั้นล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น



ครีมพอกหน้าไข่ขาว

ตีไข่ขาวสองฟองให้ขึ้นแข็ง  ทาให้ทั่วหน้าและคอ ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง ล้างด้วยน้ำเย็น  ไข่ขาวจะทำให้รูขุมขนบนใบหน้ากระชับขึ้น



ครีมพอกหน้าจากนมแมกนีเซีย

ล้างหน้าและคอ  จากนั้นทาด้วยนมแมกนีเซีย  เว้นบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้สิบห้านาที  ทานมแมกนีเซียเพิ่มอีก  แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดออก  ล้างให้สะอาดอีกครั้งด้วยน้ำอุ่น ใช้ก้อนสำลีแตะน้ำมันมะกอกอุ่นๆเช็ดหน้า ทิ้งไว้ห้านาที  และเช็ดน้ำมันส่วนเกินออก  นมแมกนีเซียช่วยรักษารอยแผลหรือตำหนิต่างๆได้ดี  นายแพทย์ผู้หนึ่งเล่าว่า โรงพยาบาลบางแห่งใช้นมแมกนีเซียรักษาแผลคนไข้ที่เกิดจากการนอนท่าเดียวนานๆ



เติมอาหารให้ใบหน้า

หลังจากล้างหน้าให้สะอาดแล้ว ให้พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต นำส่วนผสมนี้ทาให้ทั่วหน้า คอ ไหล่ และมือ  ล้างออกด้วยน้ำเย็น



คอกับคาง

อย่าลืมบริเวณคอและใต้คาง  ผิวบริเวณคอบอบบางและย่นง่ายเท่ากับใบหน้า  ล้างหน้าให้สะอาดและทาผิวให้ชุ่มชื้น เนื่องจากคอไม่มีต่อมน้ำมัน เราจึงยิ่งต้องดูแลรักษา เช่น ทาน้ำยาให้ผิวตึงและสารให้ความชุ่มชื้น



ครีมทาคอ

เราสามารถทำครีมทาคอเองได้  ใส่สารส้มเศษหนึ่งส่วนสี่ช้อนชาลงในขวดครีมล้างหน้าขนาดแปดออนซ์  สารส้มมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อหดตัว  ฉะนั้นอาจใช้ครีมนี้ทาหน้าอกก็ได้

ขณะที่ทาครีมนี้ตามคอ ให้ทาเบาๆ มือวนขึ้น และวนออกไปเรื่อยๆ



ลอกผิว

ใส่เกลือหนึ่งช้อนโต๊ะลงในน้ำร้อน แต่ไม่เดือดหนึ่งถ้วย ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นลงเล็กน้อย แล้วนำไปถูเบาๆตรงรอยเหี่ยวย่นรอบๆปาก คางและคอ อย่าทาบริเวณรอบๆดวงตา



ครีมชั้นยอด

ผสมเนยโกโก้ น้ำมันงาและลาโนลินอย่างละสามช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอกสองช้อนโต๊ะและน้ำมันดอกคำฝอยหนึ่งช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกันแล้วนำขึ้นตั้งไฟ คนส่วนผสมต่างๆให้เข้ากัน เติมกลิ่นคาโมมาย(ถ้าชอบ) เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้วก็ยกลง ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจึงใช้ทาหน้า



ครีมสะระแหน่ทาผิวให้สดชื่น

นำสะระแหน่หนึ่งช้อนโต๊ะกับนมหนึ่งถ้วยขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ อย่าให้เดือด ประมาณห้านาที ปิดไฟ แล้วยกหม้อลงวางไว้ ปิดฝาแล้วทิ้งไว้ให้เย็นประมาณหนึ่งชั่วโมง กรองสะระแหน่ออก เติมน้ำผึ้งสองช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันดี  ฟังดูน่ารับประทาน แต่เอาไปทาหน้าดีกว่า



ผักบำรุงผิว

หั่นแตงกวาเย็นๆให้เป็นแว่นๆ แล้วนำไปวางบนเปลือกตาก่อนที่คุณจะนอนเล่น หรือจะเอามะเขือเทศดิบผลฉ่ำหั่นเป็นแว่น แล้วแปะให้เต็มหน้าก่อนที่จะพักผ่อน  ทิ้งไว้ประมาณสิบห้านาที จะรู้สึกสดชื่นจริงๆ




อบไอน้ำให้ใบหน้า

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าครีมพอกหน้าจะได้ผลดีที่สุดถ้าได้อบไอน้ำเสียก่อน  อาจใช้วิธีง่ายๆก็ได้ คือ รินน้ำร้อนใส่ก่อน โพกผ้าขนหนูให้เหมือนกระโจม แล้วยื่นหน้ารับไอน้ำจากอ่างประมาณไม่เกินห้านาที  หรืออาจจะใช้ผ้าขนหนูจุ่มน้ำร้อนแล้วเช็ดหน้า  ทำแบบนี้อยู่ประมาณห้านาที หรือเอาผ้าขนหนูชื้นๆไปใส่เตาอบไมโครเวฟ ลองแตะดูก่อนจะเช็ดหน้า  ควรระวังอย่าให้ร้อนเกินไป




ผิวจะเป็นผู้บอกเองว่า  เราควรจะปฏิบัติอย่างไร  ถ้าผิวถลอกและแห้ง แสดงว่าคุณถูหน้าแรงเกินไป และวุ่นวายกับหน้ามากเกินไป โดยทั่วๆไปถ้าผิวแห้งควรจะอบไอน้ำแค่สัปดาห์ละครั้ง หรือถ้าผิวแห้งมากๆก็ควรจะอบไอน้ำทุกสองสัปดาห์ก็พอเพียง ผิวมันจะอบไอน้ำได้บ่อยครั้งกว่า ผู้ที่มีผิวผสมอาจอบไอน้ำได้สัปดาห์ละครั้งในบริเวณที่แห้ง ส่วนบริเวณที่มันก็ควรจะอบไอน้ำประมาณสัปดาห์ละสามครั้ง   อย่าลืมว่าต้องใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นผิวทุกครั้งหลังอบไอน้ำ wave.gif

--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Apr. 2007,05:55 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






วิธีการซื้อและเก็บเครื่องสำอาง


ผู้ผลิตกล่าวว่า เมื่อเครื่องสำอางมีปัญหานั่นเป็นเพราะผู้ใช้ๆผิดๆ ตัวอย่างเช่น การปล่อยให้เครื่องสำอางโดนความเย็นจัด  ร้อนจัด หรือแสงสว่างจัดเกินไป ทอนอายุของเครื่องสำอางส่วนใหญ่  เครื่องสำอางที่เปิดแล้วจะดีอยู่ได้หนึ่งปีถ้าผู้ใช้ไม่ทำให้สกปรก  ผู้ผลิตเครื่องสำอางส่วนใหญ่กล่าวว่า เครื่องสำอางไม่ควรเก็บไว้นานเกินสองหรือสามปี แม้จะเก็บอย่างเหมาะสม

ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

- อย่าซื้อเครื่องสำอางที่แกะกล่อง หรือมีร่องรอยว่ามีใครไปแตะต้องแล้ว แม้ว่าราคาจะถูกเพียงใด

- หลังจากเปิดเครื่องสำอาง ถ้าพบว่ามันมีกลิ่นประหลาด แลดูแห้ง หรือแลดูแปลกๆให้เอาไปคืนเสีย

- ให้ใช้เครื่องสำอางเมื่อใบหน้าสะอาด โดยใช้มือที่สะอาด และปิดฝาให้สนิท เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค

- ให้ผสมเครื่องสำอางให้พอใช้ต่อครั้ง  ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าต้องการผสมรองพื้นสองสีเข้าด้วยกัน ให้เทผสมในฝ่ามือในปริมาณที่ต้องใช้เพียงครั้งเดียวแทนที่จะเทจากขวดหนึ่งลงไปผสมในอีกขวดหนึ่ง  อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ควรผสมให้มากกว่าปริมาณที่จะใช้ต่อครั้งก็คือ สีที่ผสมขึ้นใหม่อาจไม่ใช่สี่ต้องการก็ได้  ซึ่งถ้าเป็ฯเช่นนั้นจะกลายว่าเราทำให้รองพื้นสองขวดเสียไป แทนที่จะเป็นแค่อุ้งมือเดียว  แน่นอนถ้าเหลือเครื่องสำอางติดก้นขวดแต่ละขวดเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการปนเปื้อน เพราะคงจะใช้หมดในเวลาอันรวดเร็ว

- เมื่อทดสอบเครื่องสำอางในร้านให้ลองกับฝ่ามือ อย่าลองกับริมฝีปาก หรือตาเป็นอันขาด

- อย่าใช้เครื่องสำอางกับผิวแตกหรือคัน ให้หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณที่แผลแสบหรือผื่นคันที่เกิดจากเส้นเลือดขอด

- อย่าใช้เครื่องสำอางร่วมกัน เพราะอาจเป็นบ่อเกิดของเชื้อแบคทีเรียหลายประเภท ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านกล่าวว่า เป็นไปได้ที่เชื้อเริมสามารถติดต่อกันได้ด้วยการใช้ลิปสติคร่วมกัน  จึงไม่ควรใช้เครื่องสำอางสำหรับทดลองตามร้านกับริมฝีปากหรือเปลือกตา เพราะเท่ากับเป็นการเชื้อเชิญโรคติดเชื้อที่เกิดจากจุลินทรีย์หรือเชื้อไวรัสที่ผู้ทดลองใช้คนอื่นทิ้งไว้ให้
- อย่าเก็บเครื่องสำอางไว้บนขอบหน้าต่าง  บนเครื่องทำความร้อน  หรือทิ้งไว้ในรถยนต์ระหว่างอากาศร้อน  แสงสว่างจากดวงอาทิตย์หรือแหล่งกำเนิดแสงเทียมที่สว่างจัดเกินไป  ความร้อน  หรือความเย็นทำให้เครื่องสำอางเสื่อมได้อย่างรวดเร็ว  มีข้อยกเว้นเพียงครีมหรือโลชั่นที่จะอยู่ได้นานขึ้นหากเก็บไว้ในตู้เย็นระหว่างฤดูร้อน  หลายๆคนชอบเก็บโลชั่นสมานผิว(astringent) หรือโลชั่นชุ่มชื่นผิว(freshener) ไว้ในตู้เย็นเพื่อทำความสดชื่น กระปรี้กระเปร่าให้เป็นพิเศษ

- ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับดวงตามีกฎเฉพาะตัว   ถ้ามีแนวโน้มว่าจะแพ้  ให้เก็บเครื่องสำอางสำหรับดวงตาไว้เพียงแค่สามถึงสี่เดือนเท่านั้น  ยกตัวอย่างเช่น  ถ้าคุณเกิดข่วนแก้วตาขณะใช้มาสคาราโดยบังเอิญ แบคทีเรียจากดวงตาสามารถผ่านเข้าไปในหลอดมาสคารา และทำให้มาสคาราหลอดนั้นปนเปื้อนเชื้อโรคได้  หรือแม้ว่าคุณจะไม่มีวี่แววว่าจะแพ้ พวกมืออาชีพก็ยังแนะนำให้เปลี่ยนมาสคาราใหม่ทุกหกเดือน  เพราะหลอดใส่มาสคาราที่เก่ากว่าหกเดือนอาจมีเชื้อแบคทีเรียได้  จึงอาจทำให้เกิดการติดเชื้อ  ดวงตามีค่าคุ้มกับการเสียเงิน

- น้ำหอมไม่ใช่สิ่งที่อยู่คงทนตลอดกาล  มันสามารถรวมตัวกับออกซิเจน ทำให้สมดุลของน้ำมันและแอลกอฮอล์เปลี่ยนไป และมันยังระเหยได้ด้วย

ถ้าผิวเป็นประเภทแพ้ง่าย ขอให้จำไว้ว่า  ยิ่งมีส่วนประกอบน้อยตัวในเครื่องสำอางก็จะมีสารเคมีที่จะทำให้ผิวระคายเคืองน้อยลง



โคโลญจน์ โลชั่นสมานผิว และน้ำหอมหลังโกนหนวดที่มีน้ำมันของมะกรูด หรือมะนาว หรือส้มสกัดอาจทำให้ผิวไวต่อแสงอาทิตย์ ทำให้เกิดเป็นผื่นหรือพุพอง ซึ่งจะทิ้งรอยด่างบนผิว หลังจากการระคายเคืองหายแล้ว  สารอื่นๆที่ทำให้ระคายเคือง ได้แก่ ควอเตอร์เนียม 15 (quaternium 15) หรือ ฟอร์มัลดีไฮด์(formaldehyde) ซึ่งใช้เป็นสารกันเสียในน้ำหอม สารไอโซโปรเปิล ไมริสเตต(isopropyl myristate) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิวดูดซับสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้มากขึ้น  สารโปรไปลีน กลีคอล(propylene glycol)  อันเป็นสารที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นซึ่งพบได้ในครีมบำรุงผิวให้ชุ่มชื่น(moisturizer)

เครื่องสำอางที่ควรมองหาคือชนิดที่มีขี้ผึ้งไฮโดรฟิลิคยูเอสเอสพี(hydrophilic ointment USSP) ยูเรีย(urea)  และน้ำมันแร่(mineral oil)  สามารถบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไฮโดรฟิลิค โดยเทใส่อุ้งมือเล็กน้อย แล้วเติมน้ำสักสองสามหยดแล้วถู ถ้าของเหลวนั้นหายไปง่ายๆ แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นไฮโดรฟิลิค

โดยทั่วไปยากันบูดจำเป็นต้องเติมในเครื่องสำอางเพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเจริญเติบโตในเครื่องสำอาง และทำให้เครื่องสำอางเสีย ตัวกลางที่ใช้ผสมน้ำและน้ำมันให้เข้ากันเป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์นั้นเป็นครีมและทาง่าย แต่น้ำหอมส่วนใหญ่ สี และสารที่ทำให้ข้น เพียงแต่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีราคาแพงขึ้นเมื่อเติมสิ่งเหล่านี้ลงไป โดยที่จริงๆแล้วไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นเลย


--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Apr. 2007,23:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE





ริมฝีปาก

จากการศึกษาของนักจิตวิทยาพบว่า   คนที่มีริมฝีปากอิ่มเต็มจะแลดูมีความสุขมากกว่าคนที่มีริมฝีปากบาง   ไม่ว่าริมฝีปากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่าเรามีสภาพจิตใจอย่างใด   ถ้าต้องการเปลี่ยนริมฝีปากจากริมฝีปากอิ่มเต็มให้ดูบางลงได้โดยเปลี่ยนเส้นขอบปากเล็กน้อย   แน่นอนต้องไม่แต่งเกินเลยไปจนกลายเป็นปากตัวตลก   ถ้าคิดว่าริมฝีปากหนาเกินไป   ให้เขียนเส้นขอบปากเข้าไปในเส้นริมฝีปากจริง   แต่ถ้าต้องการปากอิ่มเต็มขึ้นให้เขียนเส้นของปากเลยออกมานอกเส้นขอบปากจริง

ถ้าไม่ต้องการเปลี่ยนเส้นขอบปาก   ให้เขียนเส้นริมฝีปากบนเป็นรูปตัวเอ็ม(M)   แล้วจึงเขียนเส้นริมฝีปากล่างจากมุมปากทั้งสองด้านไปกลางริมฝีปาก   หลังจากเขียนเส้นรอบริมฝีปากแล้วจึงทาลิปสติคให้เต็มริมฝีปาก   เพื่อให้ได้ผลดีที่สุดให้ใช้แปรงสำหรับทาริมฝีปาก

สีของลิปสติคโดยปรกติจะต้องเลือกให้เข้ากับสีของเสื้อผ้าที่สวม   ในขณะที่เครื่องสำอางชิ้นอื่นๆจะต้องสัมพันธ์กับบุคลิก

ผู้หญิงส่วนใหญ่มีลิปสติคสีต่างๆ หลายแท่ง   คนส่วนใหญ่ใช้ลิปสติค หรือลิปมันโทนสีแดงได้   แต่มีแนวทั่วไปเกี่ยวกับสีอยู่ว่า  ผู้หญิงผิวขาวควรใช้ลิปสติคโทนสีชมพู   ส่วนผู้หญิงผิวซีดเซียวควรใช้โทนสีลูกท้อ หรือสีน้ำตาล   สารเคมีบนผิวสามารถเปลี่ยนสีลิปสติคที่ทาได้   จึงไม่ควาเลือกสีลิปสติคเพราะเห็นคนอื่นทาแล้วสวย

เพื่อให้แลดูเป็นธรรมชาติ   ควรทาลิปสติคบางๆในแสงเจิดจ้าของกลางวัน หรือแสงจัดจ้าในสำนักงาน   กฎข้อนี้ใช้กับการใช้เครื่องสำอางชนิดอื่นๆด้วยเช่นกัน



เคล็ด (ไม่) ลับบางประการในการทาปาก

- ถ้าลิปสติคที่ทาชอบจางหาย   ให้ลองทารองพื้นและแป้งทาหน้าบนริมฝีปากก่อนทาลิปสติค

- ลิปสติคจะติดทนขึ้นถ้าทาลิปสติคครั้งหนึ่งแล้วซับออกเอาแป้งฝุ่นตบแล้วจึงทาซ้ำ

- ผู้หญิงบางคนชอบทาลิปสติค  ซับออก   แล้วทาลิปมันแบบไม่มีสีทับเพื่อปกป้องสีลิปสติคและยังช่วยให้ลิปสติคติดทนขึ้นด้วย

- ถ้าลิปมันแบบไม่มีสีหรือลิปสติคสีเนื้อใช้ไม่ได้สำหรับคุณ   แต่ก็ไม่อยากทาลิปสติคสีแดงแจ๋   ให้ลองเขียนเส้นรอบปากด้วยดินสอเขียนขอบปากสีแดงลูกเชอรี่  หรือแดงธรรมชาติ  แล้วจึงทาลิปมันไม่มีสี หรือลิปสติคสีเนื้อ   สีจากขอบปากจะสะท้อนผ่านลิปมันเน้นให้เห็นรูปปาก  ด้วยสีแดงเรื่อๆ  เป็นธรรมชาติไม่ใช่ด้วยลิปสติคสีแดงแจ๊ด

- ถ้าไม่ชอบให้เห็นเส้นขอบปากลอยเด่นออกมา  ให้คุณใช้ลิปไลเนอร์(lip liner)สีเดียวกับลิปสติค ให้ลองเขียนเส้นบนฝ่ามือเวลาลองสีที่ร้านเพื่อดูว่าสีที่เลือกจะเข้าคู่กันหรือกลมกลืนกันไหม

- ถ้าต้องการเน้นริมฝีปาก   ให้ลองใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเขียนที่มุมปาก  ตรงมุมปากเท่านั้นจริงๆ   อย่าให้เลยออกมาข้างนอก

- อีกจุดหนึ่งที่จะเน้นได้คือให้แต้มจุดสีขาวตรงกลางริมฝีปาก  หลังจากเขียนเส้นขอบปากด้วยดินสอแล้ว   แล้วจึงทาลิปสติคให้เต็ม

- ถ้าหาอุปกรณ์แต่งหน้าแบบพวกละครละก้อ   ขอแนะนำว่า   คาบูกิ เค้ก (kabuki cake)  สีแดงที่พวกนักแสดงใช้ทารอบๆตา   นำมาใช้ละเลงบนปากได้เช่นกัน   วิธีใช้เหมือนสีน้ำคือ  ให้ใช้กับแปรงเปียกๆสีแดงของคูบูกิ เค้ก  จะติดทนทานตลอดวัน  แม้คุณจะรับประทานอาหาร   สีก็ไม่หลุด

- เนื่องจากสีของลิปสติคประเภทติดทนมักจะด้าน   ถ้าต้องการให้แลดูมันวาว   ให้ทาลิปมันแบบไม่มีสีทับ   ถ้าใช้ลิปมันตัวเดียวโดดๆ สีของลิปมันจะไม่มีความทนเลย

- พยายามอย่าเลียริมฝีปากเพราะจะทำให้ลิปสติคหลุด

- แม้ว่าลิปไลเนอร์จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ทาทั้งริมฝีปาก   แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่พบว่า  ริมฝีปากของเธอติดสีได้ดีขึ้นเมื่อเธอใช้ลิปไลเนอร์ทาด้วย

- อย่าลืมว่าเยลลีปิโตรเลียมนอกจากจะช่วยเพิ่มความมันวาวแล้วยังช่วยรักษาริมฝีปากแห้งแตกด้วย   นอกจากนี้ยังเป็นรองพื้นให้สีลิปสติคที่คุณผสมสีเองได้เป็นอย่างดี




สีที่ใช้ในลิปสติค

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ(National Cancer Institute)  ได้เข้ามาทดสอบสีจำนวนมากมาหลายปีแล้ว   เนื่องจากความห่วงใยของคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา(U.S. Food and Drug Administration) มีการค้นพบว่าสีหลายตัวก่อให้เกิดมะเร็ง   สารที่ก่อให้เกิดมะเร็งซึ่งเรียกกันว่าคาร์ซิโนเจน(carcinogen)  ประกอบด้วยสีแดง  หมายเลข  19, 37, 8 และ 9  ซึ่งใช้ในยาและเครื่องสำอาง(D & C reds ย่อมาจาก drug and cosmetic reds)  สีพวกนี้ถูกสั่งห้ามใช้   สีที่ใช้ในยาและเครื่องสำอางที่ปลอดภัยได้แก่   สีแดงหมายเลข 21  สีส้มหมายเลข 5    จะอย่างไรก็ตาม   ขอให้อ่านฉลากก่อนซื้อด้วยนะคะ  flo_1.gif  wave.gif

--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2007,03:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

นั่นสิ น้องแก้ว พี่น่ะคงกินสีในลิปสติกเข้าไปหลายแล้วละ tongue.gif

ขอบคุณนะคะ สำหรับข้อมูลดีๆที่เอามาแบ่งกันอ่าน พี่พิลชอบพวก ครีมพอกหน้าจากธรรมชาติค่ะ มีอีกไหมคะ ประเภทที่ทำจากมะขาม มะนาวก็น่าสนนะคะ thankssign.gif again.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2007,07:09 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขอบคุณค่ะพี่พิลที่มาเป็นแม่ยก... ตอนนี้แก้วยังไม่มีครีมพอกหน้าซักสูตรเลยค่ะ... แต่ถ้าพี่พิลอยากได้...ไว้คราวหน้า  คราวหลังแก้วจาหามาฝากนะคะkissing.gif  kissing.gif  kissing.gif



ตอนนี้ดูรูปสาวสวยไปก่อนละกันนะคะ  tongue.gif






อิ อิ  smSL06.gif  smSL06.gif  smSL06.gif


โธ่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.... แก้วโหลดรูปผิดอ่ะค่ะ  smSL06.gif ... แก้วว่าแก้ว  มอบดอกไม้สวยๆให้พี่พิลดีกว่าเนาะ  tongue.gif  smSL06.gif






รักพี่พิลที่ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด  kissing.gif

--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 16
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 May 2007,18:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แก้วมีสูตรพอกหน้า+พอกตัว ที่ใช้ส่วนผสมจากมะขามเปียกแล้วล่ะค่ะ   แต่ไม่ทราบที่มาแน่ชัดนะคะ   เป็นสูตรที่ทำง่ายๆค่ะ   แก้วไม่ทราบว่าสูตรนี้ท่านใดเป็นผู้คิดค้นนะคะ   จะอย่างไรก็แล้วแต่... แก้วขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ...

พี่พิลจ๋า.. พี่พิลจ๋า  ได้เวลาแย้วจ้า... มามะ.. มาหม่ำ เอ๊ย... มาเสริมฟามงามกันเหอะจ้ะ  (เผื่อจาสวยใส.. ปิ๊ง  ปิ๊ง แบบแม่นางคนข้างล่างมั่งเนาะ biggrin.gif










ส่วนผสม


1. น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
2. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนชา
3. ขมิ้นผง 1 ช้อนชา
4. มะขามเปียก 1 ก้อน
5. น้ำอุ่น



ขั้นตอนการทำ

นำน้ำอุ่นใส่ถ้วยพอประมาณ
แช่มะขามเปียก 1 ก้อน   หลังจากนั้นทิ้งไว้ 5 นาที เพื่อให้ได้น้ำมะขามเปียกละลายปนมากับน้ำ

จากนั้นนำน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา,   โยเกิรต์รสธรรมชาติ 1 ช้อนชา ,  ขมิ้นผง 1 ช้อนชา    เทลงในถ้วยที่ใส่น้ำมะขามเปียก  

คนให้ได้ที่... แล้วนำมาหม่ำ.. เอ๊ยยย...นำมาพอกหน้า  พอกตัว  ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที  เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดค่ะ




เห็นป่าวคะ.. สูตรนี้ทำง๊าย.. ง่าย... และแก้วก้อขอให้ทุกท่านที่นำสูตรบำรุงผิวนี้ไปใช้มีผิวหน้า+ผิวกาย  สวยใสกันถ้วนหน้านะคะ ..บ๊าย.. บายค่ะbiggrin.gif


--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2007,12:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โอยย กำลังอ่านเพลินๆ มาเจอ"ปาก"และ"ผม"ของจริงเข้าแล้ว ลืมสูตรที่แอบจำไปโม้ดเลย biggrin.gif

น้องแก้วจ๋า  พี่ว่าเอาปากวัวและผมน้องหมานั่นออกไปทีเถอะค่ะ อ่านแล้วหมดอารมณ์อยากสวยเลยจริงๆ laugh1.gif  laugh1.gif

 again.gif cheer.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 May 2007,13:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โธ่ๆๆๆ  พี่แมวเหมียวจ๋า... ลองดูอีกทีซิจ๊ะ... แก้วว่า  ปากน้องวัว กะผมน้องหมานี่น่าร๊ากกกกกกกกกก... น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกก... นะจ๊ะ  นะจ๊ะ  ขอบอก laugh1.gif  laugh1.gif  laugh1.gif


แล้วถ้าเป็นน้องแมวเหมียวตัวเป็นๆแบบเนี้ยล่ะจ๊ะพี่แมวเหมียวจ๋า   อ่านแล้วจาหมดอารมณ์อ๊ะป่าวน๊อออออ?
ask.gif








วันนี้แก้วนำฟอร์เวิร์ดเมล์มาฝากนะคะ... ส่วนความถูกต้องหรือไม่นั้น  แก้วไม่ขอยืนยันค่ะ... แก้วจึงขอเตือนไว้ก่อนดีกว่านะคะ   ว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านแล้วกันเด้ออออออออ  biggrin.gif



ชุดคำถาม   หมวด ความสวยความงาม
>
>
>
>
>
>
>1.
>
>กิน หวาน มากทำให้ผิวเหี่ยว จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ เมื่อร่างกายมีน้ำตาล อยู่ ในกระแสเลือดมากเกินไป
>มันจะไปเกาะติดกับเส้นใยโปรตีนที่อยู่ระหว่างเซลล์ ผิว ทำ
>ให้เกิดภาวะผิวเครียดขึ้น และนำไปสู่อาการแก่ก่อนวัย ผิวหยาบกร้าน และ
>เหี่ยวย่น ในที่สุด
>
>
>2.
>
>การยืนเอาปลาย นิ้ว มือแตะปลายนิ้วเท้าจะทำให้ผิวหน้าดูสดใส จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง โดยการยืนเอาปลายนิ้วมือแตะ ปลาย นิ้วเท้า ก้มตัวต่ำๆค้างไว้นับ 1-30
>แล้วค่อยๆ ยืนขึ้นจะทำให้โลหิต บริเวณหนังศีรษะ
>และใบหน้าหมุนเวียนได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลกระทบให้ผิวหน้าดูสดใส ขึ้น
>
>
>3.
>
>เอาน้ำแข็งถูหน้า ก่อนนอนจะทำให้หายมันได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง แต่แก้ปัญหาหน้ามันได้โดยการ
>ใช้น้ำเมือกว่านหางจระเข้ทาหน้าให้ทั่วใบหน้า ทาแล้วไม่ต้องล้างออก น้ำเมือกจะ
>แห้งไปเองภายใน ๕ - ๑๐ นาที ทำก่อนนอน แค่นี่หน้าก็จะ หาย
>
>
>4.
>
>การสวมเสื้อผ้า หนาๆ เพื่อให้เหงื่อออกเยอะๆ จะทำให้ผอมเร็วจริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง การที่เหงื่อออกเยอะคือ ภาวะ ที่
>ร่างกายโดนความร้อนแล้วระบายความร้อนออกมา ไม่ใช่การเผาผลาญไขมันออกมา เพราะ
>ฉะนั้นพอเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำหนักก็จะเท่า เดิม
>
>
>5.
>
>คนผิวแห้งมีโอกาส เกิดริ้วรอยกว่าคนผิวมัน จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะคนผิวแห้งขาด ซีบัม หรือ สารไขมัน
>ทำให้กลไกลการปกป้องตนเองของผิวหนังทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะ
>ฉะนั้นคนผิวแห้งควรดูแล และทาครีมบำรุงเพื่อความชุ่มชื่นแก่ผิวพิเศษกว่าคนผิว
>มัน
>
>
>6.
>
>การฝึกกลั้นหายใจ สามารถชะลอหน้าแก่ก่อนวัยได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง โดยการหายใจออกทางปากอย่างช้าๆ จนสุดลม แล้วหายใจเข้าทางจมูกอย่างช้าๆ
>ให้เต็มปอด กลั้นไว้ระยะหนึ่ง แล้วจึง หายใจออกอย่างช้าๆ ทำแบบนี้วันละ 2
>ครั้งๆ ละ 20 นาที จะช่วยชะลอผิวแก่ก่อนวัย และรอยคล้ำ ได้
>
>
>7.
>
>การ ร้องไห้ช่วยลดความอ้วนได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง แต่การหัวเราะต่างหากที่ช่วย เผา ผลาญแคลอรีให้หมดไปได้ดีกว่าอยู่เฉยๆ
>ได้มากถึง 20% ซึ่งหากได้หัวเราะวัน ละสัก 10 -15 นาที
>จะช่วยเผาผลาญพลังงานลงได้มาก ถึง 50 แคลอรี
>
>
>8.
>
>กาวตราช้างใช้ รักษาส้นเท้าแตกได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ เมื่อปิดหนังที่แตกด้วย กาวตราช้าง
>สิ่งสกปรกจะเข้าไปในรอยแตกไม่ได้ ผิวจะไม่ ถูกรบกวน จึงมีการซ่อม แซม
>ตนเองขึ้นมา มีการสร้างเซลล์ใหม่ และผลัดเซลล์เก่าออก กาวช้างก็จะหลุดออก ไป
>แต่ ห้ามใช้กับคนที่แพ้กาวตราช้าง
>
>
>9.
>
>การ เต้น รำทำให้ผิวสวยได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ การเต้นรำเพียงวัน ละ 20 นาที ช่วยเผาผลาญแคลอรี
>กระตุ้นระบบการหายใจ และระบบหมุนเวียนโลหิต ทำ ให้เลือดลมเดินทั่วผิว
>ทำให้ผิวสวยมีสุขภาพ ดี
>
>
>10.
>
>การใส่ กระโปรงสั้นในห้องแอร์เป็นประจำทำให้ขาใหญ่ได้ จริง หรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ ช่วงขาส่วนที่อยู่ นอกกระโปรงจะเกิดการสะสมไขมันเป็นพิเศษ
>เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศ โดยเฉพาะ เมื่อ ผิวหนังเจอความหนาวเย็น
>ทำให้เกิดเซลลูไลท์= A
>
>
>
>
>
>
>ชุดคำถาม   หมวด รู้ไว้ใช่ว่า
>
>
>
>
>
>
>1.
>
>การแลบลิ้นให้น้ำลาย ยืดลงพื้น 3 หยด จะแก้เผ็ดได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง อาการเผ็ดเกิดจากสารที่ชื่อ แค ปไซซิน
>ที่อยู่ในพริกเข้าไปจับกับปลายประสาทรับรถที่ลิ้น ร่างกายจะก็จะแสดงปฎิ
>กริยาโดบขับน้ำลายออกมาชะล้างเอาเจ้าสารนี้ออกไป
>
>
>2.
>
>ดูดนมยางของเด็กทารก ตอนนอนจะแก้อาการนอนกรนได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง การคาบหรืออมนายางของเด็กทารก ไว้ในปากจะทำให้ลิ้นในปากอยู่นิ่ง
>ก็จะพลอยให้เนื้อเยื่อของเพดานไม่กระเทือน สั่นไหวขึ้นจึงไม่เกิดอาการกรน
>และไม่นอนอ้าปากอีก ด้วย
>
>
>3.
>
>การสูดกลิ่นตัว ผู้ชาย ทำให้หายเครียดได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะกลิ่นตัวผู้ชายที่เป็นคน รักนั้นมีสาร ฟีโรโมน
>ผสมอยู่โดยเฉพาะในผมและผิวของเขา เมื่อสูดดมแล้วจะช่วยลด
>อาการเครียดและเหนื่อยล้าลงได้
>
>
>4.
>
>แอปเปิ้ลผลิตกระแส ไฟฟ้าได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง ถ้าเสียบแผ่นสังกะสี และแผ่น ทอง แดง
>กรดในแอปเปิ้ลจะทำให้เกิดการแตกตัวของไอออน ทำให้ลูกแอปเปิ้ลเป็น เหมือน
>แบตเตอรี่ ซึ่งผลไม้ชนิดอื่นเช่น มะนาว เกรป ฟรุ๊ต หรือมันฝรั่ง ก็ทำได้ เช่น
>กัน
>
>
>5.
>
>ปัสสาวะ มนุษย์ใช้ทำยาสีฟันในสมัยโบราณ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง โดยแพทย์ชาวโรมันเชื่อว่า ปัสสาวะมนุษย์ มีคุณสมบัติทำให้ฟันขาว
>และแข็งแรง ยาสีฟันในยุคดังกล่าว จึง เป็น น้ำยาบ้วนปากที่ทำจากปัสสาวะมนุษย์
>
>
>6.
>
>วัวกระทิงเกลียดสี แดง จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง เพราะ วัวเป็นสัตว์ตาบอดสี ไม่ สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้
>แต่การที่วัวเมื่อถูกล่อด้วยผ้าแดงเหมือนในสนามสู้วัว แล้วก็พุ่งเข้าใส่นั้น
>เป็นเพราะความรำคาญ และเพราะถูกยั่วยุ มากกว่า
>
>
>7.
>
>เพชรแท้จะ ไม่ติดสีหมึก จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง การทดสอบดูเพชรแท้นั้น ให้ป้าย น้ำหมึกสีดำไปบนเพชร ถ้ามีความลื่นออก
>ไม่ติดอยู่บนเพชร แสดงว่าเป็นเพชรแท้ แต่ ถ้ายังมีจุดดำตรงที่แต้มอยู่
>ก็แสดงว่าเป็นเพชร เทียม
>
>
>8.
>
>การทะเลาะ กันทำให้แผลหายช้า จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ ความเครียดที่เกิดขึ้น ทั้งระหว่าง และหลังจากการทะเลาะกัน
>จะส่งผลให้ร่างกายลดการผลิตโปรตีนเม็ด เลือด ที่มีประโยชน์ต่อการรักษาบาดแผล
>หรือส่วนที่สึกหรอในร่างกายให้น้อยลง ทำ ให้บาดแผลต่างๆ หายช้า
>
>
>9.
>
>แสงแดด อ่อนๆ ช่วยป้องกันโรคซึมเศร้าได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ แสงแดดอ่อนๆ จะช่วยลดการ สร้างฮอร์โมนเมลาโตนิน
>ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ถ้าหากเก็บตัวอยู่
>แต่ในที่มืดจะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้สูงขึ้น และอาจส่งผลให้เกิดการง่วง เหงา ซึม
>เซา ได้
>
>
>10.
>
>การฟัง เพลง ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ การฟังเพลงทำให้สมอง หลั่ง สารเอนดอร์ฟินส์
>ซึ่งเป็นฮอร์โมนสร้างความสุขออกมา ช่วยลดความดันโลหิต และ
>บรรเทาอาการปวดข้อลงได้
>
>
>
>
>
>
>ชุดคำถาม  หมวด กินเพื่อสุขภาพ
>
>
>
>
>
>
>
>1.
>
>กินน้ำมะนาวปั่น สามารถแก้อาการเมาค้างได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง แต่แก้อาการเมาค้างได้โดยการ ดื่มน้ำกล้วยปั่นกับนมและน้ำผึ้ง
>เพราะกล้วยจะทำให้กระเพาะของเราสงบลง ส่วนน้ำ
>ผึ้งจะเป็นตัวช่วยหนุนเสริมปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือดที่หมดไป ในขณะที่นมก็ช่วย
>ปรับระดับของเหลวในร่างกายของเรา ทำให้อาการเมาหายไป ได้
>
>
>2.
>
>เมื่อ เป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะในฝรั่งมีแร่โพแทสเซียม สูง
>เมื่อเวลาเป็นไข้ร่างกายจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น การกินอาหารที่มีโพแทสเซียม สูง
>จะส่งผลให้เกิดอาการชักได้
>
>
>3.
>
>มัน ฝรั่งช่วยลดความดันโลหิตให้ต่ำลงได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะในมันฝรั่งมีสารเคมีที่ เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่ชื่อว่า คูคัวไมน์ส
>มีสรรพคุณในการควบคุมความดันโลหิต ให้ ต่ำลง
>และมันยังรักษาโรคที่ลึกลับที่เรียกว่า โรคนอนหลับ ได้อีก ด้วย
>
>
>4.
>
>ดื่มนม ร้อนก่อนนอนจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้ จริง หรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง แต่การดื่มนมร้อนก่อนนอนจะช่วยให้นอนหลับสบาย ยิ่งขึ้น
>เพราะนมร้อนจะส่งเสริมให้สมองหลั่งสาร
>
>
>5.
>
>การเคี้ยวหมาก ฝรั่งช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>ไม่จริง แต่การเคี่ยวหมากฝรั่งช่วยให้ คน ไข้ผ่าตัดลำไส้ใหญ่หายเร็วขึ้น
>เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งหลังการผ่าตัด เป็น การ
>บริหารให้ลำไส้กลับมาทำงานตามปกติได้เร็วขึ้น คนไข้จะไม่เกิดอาการลำไส้อืด
>ซึ่ง ทำให้ปวดท้อง และท้องอืด หลังจากที่ต้องหยุดทำงานไปพัก หนึ่ง
>
>
>6.
>
>การกินเนยก่อนนอน ทำให้นอนหลับสนิทขึ้น จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะในเนยมี กรดอมิโน ที่มี ชื่อ ว่า ทริปโตพัน
>ซึ่งมีสรรพคุณช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และสะกดให้หลับ ได้ สนิทดีขึ้น
>
>
>7.
>
>กินส้ม ช่วยแก้อาการเซ็งได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง การรับประทานส้มโดยปอกเปลือก เอง จะมีกลิ่นส้มที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
>และวิตามินซีที่ร่างกายได้รับในจำนวน ที่ เพียงพอ
>ช่วยให้สมองหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คลายความเครียดลงได้ดีออกมา ด้วย
>
>
>8.
>
>การกินช็อคโกแล๊ต ช่วยแก้ไอได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ โกโก้ที่ใช้ทำช็อคโกแล๊ต มีสารที่ชื่อว่า ธีโอโบรไมน์
>จะไปออกฤทธิ์ที่เส้นประสาทชื่อ เวกัสเนอร์ฟ ที่ทำ หน้าที่เกี่ยวกับการไอ
>ทำให้สามารถหยุดอาการไอเรื้อรังอย่างได้ ผล
>
>
>9.
>
>การกิน บ๊วยช่วยเพิ่มกำลังได้ จริงหรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ การที่คนเรามีอาการ เหนื่อย อ่อนเพลีย เพราะกรดในเลือดสูง
>ร่างกายไม่สามารถปรับดุลความเป็นด่างได้ ทัน แต่บ๊วยมีความเป็นด่าง Ph 7.35
>ใกล้เคียงกับเลือดคนเรา จึง ช่วย ถ่วงดุลความเป็นด่างได้ และยังมีโปรตีน
>เกลือแร่ และสารอาหารจำเป็นอยู่มาก อีก ด้วย
>
>
>10.
>
>การกิน อาหารมื้อเช้าช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้ จริง หรือ
>
>
>
>
>เฉลย
>
>จริง เพราะ เลือดตอนเช้าจะแข็งตัว ง่ายกว่าปกติ
>จึงมีโอกาสที่หลอดเลือดอุดตันมากขึ้น สารอาหาร ไปเลี้ยงสมองได้ น้อยลง
>สมองจึงค่อยๆ เสื่อม
 biggrin.gif


--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
เก็จแก้ว Search for posts by this member.
กลางเก่ากลางใหม่
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 486
เข้าร่วมเมื่อ: 24 May 2006

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 03 Jun. 2007,08:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วันนี้แก้วมีเคล็ดลับความงามมาฝากค่ะ   ขอเรียนว่า  ไม่ใช่ความงามที่เกิดจากภายนอกนะคะ... เป็นความงามที่เกิดมาจากภายใน   ซึ่งเป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่า  และความงามนี้ยังสามารถสะท้อนออกมาทางกายภาพได้ด้วย  นั่นก็คือ   เมื่อใจสบาย  กายก็จะสบายด้วยเช่นกันค่ะ  flo_1.gif





วิธีทำให้เป็นคนงาม

มนุษย์มักจะสนใจตัวเอง   อยากมีความสุข   ถ้าหากมีความสุขแล้วก็จะเกิดกำลังใจ   ทำงานได้ดีขึ้น   เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการที่จะมีความสุขได้ก็คือ  “การรู้จักยอม”   ถ้าเป็นคนไม่ยอมใครเลยก็คงหาความสุขได้ยาก   อาจจะมีปัญหา หรือศัตรูมากขึ้น   บางคนก็เสียโอกาสดีๆในชีวิตเพราะไม่รู้จักยอมนี่แหละ         นอกจากความสุขแล้ว   มนุษย์ก็อยากเป็นคนสวยงามด้วย   ทำให้นึกถึงธรรมะที่ทำให้งาม   ซึ่งมีอยู่  2  ข้อ

1.ขันติ  :  ความอดทน    คือคนที่รู้จักอดทน   จะไม่แสดงกิริยาของความทุกข์ออกมาให้เห็นประจักษ์   ไม่ว่าจะทุกข์ทางกายหรือทุกข์ใจ   จะไม่บ่น   ไม่แสดงสีหน้า   ไม่แสดงอารมณ์ของความผิดหวัง   ความโกรธ   ความทุกข์   ความอดทนเป็นเรื่องของความรู้สึกจากภายใน   ต้องควบคุมจากภายใน

2.โสรัจจะ  :  ความสงบเสงี่ยม    ซึ่งจะเกิดได้จากการรู้จักพิจารณาสิ่งที่มากระทบกายและใจที่เราไม่ชอบและรู้ว่าถ้าโต้ตอบออกไปด้วยสิ่งที่ไม่ดีนั้น   จะไม่เกิดประโยชน์   แต่จะรู้จักแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆด้วยการใช้ความดี

ใครมีธรรมะทั้ง  2  ข้อนี้เป็นคนงาม   มองดูแล้วมีบุคลิกเป็นผู้ใหญ่   น่าศรัทธา


ที่มา   :   หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายสัปดาห์
              ฉบับที่ 1061   ปีที่ 19


--------------
มนุษย์เล็กๆคนหนึ่งอย่างฉัน    มีใจรักมั่นต่อเธอเท่าฟ้า    จะเอาอะไรอีกไหมขวัญตา    เธอเอาวิญญาฉันก็จะให้.......
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Jun. 2007,21:15 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

น้องแก้วคะ พี่ชอบตรงที่  พูดคุย เสียแคลอรี่ราวๆ 10-20 ต่อสิบนาทีน่ะค่ะ

โห ขนาดเม้าก็เผาผลาญแคลอรีได้นะเนี่ย ฮิๆๆๆๆๆ whisper.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
29 คำตอบนับตั้งแต่ 31 Mar. 2007,23:15 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 3<<123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com