เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 712345>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: แผ่นดินนี้อันเป็นที่รัก, เที่ยวไทยไปทั่ว แล้วแต่สังขารตัวและเงินจะอำนวย< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Feb. 2008,22:51  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คงต้องขออนุญาตคุณคิลิน ท่านเว็บมาสเตอร์เปิดกระทู้ใหม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวอีกสักกระทู้หนึ่ง เพราะกระทู้ มาชวนไปเที่ยวจ้ะ ชักจะเขียนไม่ทันกับอัตราการเดินทางเสียแล้ว

อีกประการหนึ่ง กระทู้นี้คงจะเป็นการท่องเที่ยวในเมืองไทย แผ่นดินอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคนในบ้านหลังนี้ด้วยค่ะ

ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามไกด์สาวๆ แก่ๆ คนนี้ไปเที่ยวอย่างไม่ทอดทิ้งกัน


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Feb. 2008,23:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวนสนประดิพัทธ์และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน....

ความงามของทะเลไทยในวันฟ้าใสๆ และความละมุนละไมของพระราชวังเก่า








สุดสัปดาห์หนึ่ง ได้มีโอกาสไปเที่ยวสวนสนประดิพัทธิ์และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

คณะของฉันจองบ้านพักไว้ที่สวนสนประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นสถานตากอากาศอยู่ในความดูแลของศูนย์การทหารราบ ปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ก่อนถึงที่พัก เราแวะรับประทานอาหารกลางวันกันที่ ร้านสังเวียน ซึ่งขายอาหารประเภทซีฟู้ดริมชายหาด หลังรีสอร์ตหรูสปริงฟิลด์ อาหารรสชาติอร่อย อาหารทะเลสดใหม่ และราคาไม่แพง

ใช้เวลารับประทานอาหารนานไปหน่อย แถมด้วยแวะซื้อของกินอร่อยๆ ตามร้าน ที่ขึ้นชื่อ ตามรายทาง พวกเราจึงเข้าที่พักเสียบ่ายคล้อย


สวนสนประดิพัทธ์ อยู่ห่างจากหัวหินประมาณ 8 กิโลเมตร แยกซ้ายตรง กม.ที่ ๒๔๐ เข้าไป ๕๐๐ เมตร

สวนนี้มีชื่อเต็มว่า "สถานที่ พักฟื้นและพักผ่อนสวนประดิพัทธ์" บริเวณที่พักจะแบ่งออกเป็นสองโซน คือ โซนบ้านพักริมทะเล (บังกะโลว์ เรือนแถว) และ โซนโรงแรมริมทะเล
สำหรับการจองที่พัก ถ้ารับราชการทหารได้ส่วนลด 30 เปอร์เซ็นต์ และถ้ารับราชการอื่นๆ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจได้ส่วนลด 20 เปอร์เซ็นต์ เบอร์โทรศัพท์ที่รับติดต่อการจองที่พัก คือ   (032) 511239-40, 032-536-581-3


พอแดดร่ม แต่ลมยังแรง พวกเราก็ออกไปเล่นน้ำทะเลกัน  จนเย็นย่ำ จึงไปรับประทานอาหารเย็นที่หัวหิน ที่ร้านหัวหิน (โกทิ) บริเวณตลาดโต้รุ่ง เป็นร้านเก่าแก่ของหัวหินที่มีชื่อมานาน


รับประทานอาหารเสร็จ พวกเราไปเดินเล่นกันที่ตลาดโต้รุ่งเพื่อชมบรรยากาศ โอ้โฮ..นักท่องเที่ยวฝาหรั่งเพียบ เดินๆ อยู่ ทำให้ฉันรู้สึกว่า เอ...นี่มันเมืองไทยหรือเปล่าหว่า ทำไมฝรั่งมาตกคลั่กกันอยู่แถวนี้ มากมายไปหมด


ร้านโรตีในตลาด

ฝรั่งกับชายทะเล และอากาศร้อนๆ ดูเหมือนจะเป็นของคู่กัน ชะรอยบ้านเมืองเขาคงจะหนาวขนาด จนต้องเดินทางมาเสาะหาลมร้อน

แล้วเราก็กลับไปนอนพักกันอย่างสบายอารมณ์ หลังจากนั่งคุยกันสักพักหนึ่ง
ฉันได้ห้องพักเป็นห้องเตียงเดี่ยว แต่ต้องนอนจับคู่กับน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่ฉันเตรียมผ้านวมผ้าห่มไปพร้อม เผื่อที่นอนไม่พอ จึงขออาสานอนข้างล่าง

แต่เมื่อเข้าห้องนอน น้องคนนั้นก็ลงไปนอนอยู่กับพื้นแล้ว ฉันเรียกให้เธอขึ้นมานอนบนเตียงแล้วฉันจะนอนข้างล่างเอง เธอก็ไม่ยอม

ฉันก็เลยนอนบนเตียงแบบสบายๆ จนกระทั่ง ดึกสงัด น้องคนนั้นก็ลุกขึ้นมาเปิดไฟสว่างโร่ ฉันก็สะดุ้งตื่นเพราะแสงไฟ แล้วคิดว่าเธอคงจะไปเข้าห้องน้ำ แต่นอนอยู่ครู่หนึ่ง ไฟก็ไม่ดับเสียที เลยลุกขึ้นมาดูก็เห็นน้องคนนั้นก็ยังนอนอยู่ เลยถามว่าลุกขึ้นมาเปิดไฟทำไม

เธอบอกว่าเธอนอนไม่หลับ ฉันจึงบอกให้เธอขึ้นมานอนข้างบน แล้วฉันจะลงไปนอนกับพื้นเอง เธอก็ไม่ยอมอีก แต่ในที่สุดก็บอกว่า ขอขึ้นมานอนบนเตียงด้วยคนได้ไหม

ถึงแม้จะเป็นเตียงเดี่ยว แต่ก็กว้างขนาดคนตัวเล็กๆ สองคนนอนได้ แต่ที่ไม่เรียกเธอแต่แรก เพราะกลัวเธอจะรำคาญเสียงฉันนอนกรน

พอเธอขึ้นมานอนบนเตียงได้สักพัก ฉันก็ชวนเธอคุย เพราะเห็นเธอบอกว่าไม่ง่วง แต่แป๊บเดียวเท่านั้น เธอก็เงียบเสียงไป

พอตื่นเช้าขึ้นมา เธอมาสารภาพว่า เธอไม่กล้านอนบนเตียงคนเดียว เพราะกล้ว เนื่องจากเตียงหันเข้าหาประตู
และพอไปนอนข้างล่างก็ไม่หลับ เพราะกลัวเหมือนกัน

น้องบอกว่า ทุกวันนี้ เธออยู่บ้านคนเดียว เพราะคุณพ่อ คุณแม่เสียหมดแล้ว ปกติ เธออยู่บ้านกับคุณแม่แค่สองคน แต่คุณแม่ก็เสียไปเมื่อสองปีก่อน เธอคงเป็นเด็กค่อนข้างขี้กลัว เลยไม่ยอมขึ้นไปนอนในห้องนอนชั้นบน  แต่ปูที่นอนนอนในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง แล้วเปิดไฟในครัวให้สว่างเรืองๆ ไว้

ฟังน้องเล่าแล้วก็น่าสงสาร...เพื่อนบางคนก็สงสัยว่า ทำไมน้องเขาขี้กลัวจังเลย แม่ของตัวเอง บ้านของตัวเองแท้ๆ ทำไมต้องกลัว..ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

เช้าตรู่ ฉันตื่นขึ้นมาเดินเล่นชายหาด และดูพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า สังเกตดูมีพระสงฆ์ออกมาเดินบิณฑบาตด้วย






ขณะเดียวกันก็มีชายหนุ่มสองคนออกมายืนตกปลาอยู่ริมตลิ่ง ได้ปลาเล็กปลาน้อย ตัวกระจ้อยกระจิด กินก็คงไม่อิ่ม คงตกเอาสนุกเสียมากกว่า แต่ฉันก็สงสารปลา...






หลังรับประทานอาหารเช้า เราเดินทางต่อไปยังพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในเขตชะอำ จังหวัดเพชรบุรี



พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน  แปลให้เข้าใจได้ว่า พระราชวังสวนกวาง



เป็นพระราชวังสร้างในสมัยร.6 เมื่อปี พ.ศ. 2466 ซึ่งพระองค์ทรงร่างแผนผังหรือแบบแปลนด้วยพระองค์เอง และมีนายช่างอิตาลี เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างจนสำเร็จ

มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ใต้ถุนสูง หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม







พระตำหนักต่างๆ แยกกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด โดยมีระเบียงและบันไดเป็นสัดส่วนแต่ละหลัง   และมีทางเดินแบบระเบียง มีลูกกรงและหลังคาคลุมเชื่อมติดต่อถึงกันตลอด



พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ได้ชื่อว่าเป็น "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง” เพราะเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักด์ศจี พระมเหสี ยามทรงพระครรภ์ และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.6  ทรงพระประสงค์อย่างยิ่งที่จะได้พระโอรส แต่พระมเหสีก็ไม่สามารถทรงมีพระประสูติกาลได้  






พระราชนิเวศน์  ประกอบด้วยพระที่นั่งใหญ่ 3 องค์   มีนาม ดังนี้

1.พระที่นั่งสมุทพิมาน เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  เป็นอาคารหลังใหญ่สุด ประกอบด้วยห้องบรรทม ห้องแต่งพระองค์ ห้องทรงพระอักษร  ห้องสรง (บริเวณดังกล่าวมานี้ ห้ามถ่ายรูป) และห้องเสวย เป็นระเบียงโล่งๆ ไม่มีฝา มีแต่เพียงลูกกรงกั้นรอบๆ มีโต๊ะเสวยพระกระยาหาร เครื่องเรือนสไตล์ชิพเพนเดล ตั้งแสดงอยู่ (ถ่ายรูปได้)



2.พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายา และมีเรือนเล็กๆ เป็นที่อยู่ของข้าราชการฝ่ายใน





3.พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเปิดโล่ง ร. 6 ทรงใช้เป็นโรงละครและงานสโมสรในโอกาสต่างๆ ชั้นบนเป็นระเบียงสูง เป็นที่ประทับสำหรับ ร.6 เพื่อทรงทอดพระเนตรละครหรือการแสดง


พระราชนิเวศน์มฤคทายวันก่อสร้างเสร็จ ใน พ.ศ.2466 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน พ.ศ. 2467

เราเดินชมพระราชวังกันอย่างเพลิดเพลินและปลาบปลื้มกับความงามอันทรงคุณค่าอมตะนิรันดร์กาล

แดดยามบ่ายเริงแรงอาบไล้พระราชวัง และชายหาดทรายสีขาวสะอาด ต้นลั่นทมและต้นไม้เก่าแก่ อย่างต้นไทร ต้นก้ามปู หยัดยืนต้นท่ามกลางเปลวแดด
ชวนให้ผู้ไปเยือนเฝ้าใฝ่ถึงคะนึงหาคืนวันเก่าๆ อันสวยงาม

ฉันโบกมือลา สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ด้วยความประทับใจ และเป็นสุขทุกครั้งที่ได้มาเยือน
ด้วยความรู้สึกแห่งรักและหวนหาคืนวันเก่าๆ ที่กลับมาเปี่ยมล้นในหัวใจ

ข้อมูลการเดินทาง

การเดินทางไปสวนสนและพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยทางรถยนต์สะดวกที่สุด เพราะจะแวะไหน แวะได้ตามสบาย

แต่ถ้าไม่มีรถยนต์ สามารถนั่งรถประจำทางไปได้  มีรถโดยสารจากหัวหินไปยังสวนสนทุก 20 นาที โดยเข้าที่ทางแยกจากถนนเพชรเกษม กิโลเมตร 240 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 500 เมตร  

หรือจะไปทางรถไฟก็ได้ มีสถานีรถไฟสวนสนประดิพัทธ์  จอดในบริเวณสวนสนด้วย แต่ต้องเช็คตารางการเดินรถอีกที

ส่วนพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ถ้าไม่มีรถไปคงลำบากหน่อยค่ะ ต้องไปลงที่ชะอำ แล้วเหมารถต่อเข้าไป เลยแยกชะอำไป อยู่ตรงกองบังคับการฝึกพิเศษกองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน หรือ" ค่ายพระรามหก "


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Feb. 2008,11:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ยินดีต้อนรับไกด์สาว(เหลือน้อย)จ้ะ อิอิ flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Feb. 2008,22:44 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โหย วันก่อนลืมขอดูลายมือไกด์สาว  สงสัยเส้นลายมือใกล้ๆข้อมือจะมือเส้นตีนกาเยอะแหงเลย  เลยเดินทางไม่ได้หยุด  หรือไม่ก็ฝ่าเท้ามีไฝเม็ดเบ้อเร่อ  เลยชีพจรลงเท้า อิอิ  laugh1.gif

           พยับเอยพยับหมอกดอกหม่น  คงตามคนชื่อเจ้าสายไปหลายแห่ง  

              อิอิ  จำเขามาอ้ะ  เห็นดอกไม้สีสวยน่ะ   flo_1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Feb. 2008,23:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ พี่ปาเก้ ไกด์สาวเหลือน้อยอย่างว่า อิๆๆๆ

พี่แอ๊ดจ๋า ลองดูมือตัวเองแล้ว ที่ใกล้ๆข้อมือ มีเส้นเยอะแยะอย่างที่พี่แอ๊ดว่าซะด้วย
สงสัยชีพจรพิลจะลงเท้าอยู่เรื่อยๆ นะจ๊ะ

แต่ไม่มีไฝที่เท้าจ้ะ เพราะเจ้าไฝมันดันไปอยู่บนหน้า ฮ่าๆๆๆๆ.....


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Feb. 2008,09:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้าว  จบแล้วเหรอ  กำลังเพลิน ๆ

เอาอีก....


EM111.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Apr. 2008,23:54 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บันทึกวันสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ของพวกเรามาพร้อมกับสายลมร้อนระอุ เพราะมันตรงกับวันที่ 13 เมษายน ซึ่งถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย

บ้านพวกเราอยู่ริมคลอง อีกด้านของคลองจะเป็นถนนเส้นหลักของเมือง ดังนั้น เมื่อถึงสงกรานต์ในแต่ละปี จะมีแผงขายของ มาตั้งร้านขายสินค้ากันเรียงรายไปตามฝั่งคลอง ขายให้กับคนที่มาเล่นน้ำ



แต่ก่อนสงกรานต์ที่บ้านของพวกเรา จะไม่ได้เล่นกันทั้งเมืองอย่างทุกวันนี้ แต่จะไปเล่นกันตามชุมชนใหญ่ๆ เช่น วัดประจำเมือง ศาลากลาง หรือ ตลาดใหญ่

แต่เดี๋ยวนี้ เมื่อถึงวันสงกรานต์ของแต่ละปี จะมีรถปิ๊กอัพหรือรถกระบะ บรรทุกเด็กหนุ่ม เด็กสาว ขับตระเวนไปตามถนนรอบเกาะเมือง แล้วสาดน้ำเข้าใส่กันกับรถคันอื่นอย่างสนุกสนาน หรือบางทีก็สาดน้ำเข้าใส่คนที่อยู่ข้างทาง

ฉันคิดว่า วัฒนธรรมเล่นสงกรานต์แบบนี้ คงจะได้รับมาจากเชียงใหม่ เพราะทางเชียงใหม่ เขาจะใช้รถตระเวนไปแบบนี้ พร้อมกับถังน้ำบนรถเหมือนกัน



ร้อนนัก มาเล่นน้ำคลองกันซะเลย เอ๋...พ่อหนุ่มคนนั้นแกกำลังจะแก้กางเกงนี่นา



ตามข้างทาง สองข้างถนนก็จะเต็มไปด้วยแผงขายของ   ฉันเคยได้สำรวจร้านขายของพวกนี้ ที่มีขายมากที่สุด คงจะได้แก่ แป้งดินสอพองและน้ำอบ รองลงมา ก็คืออาหารจานด่วน ประเภทอาหารกล่อง เช่น ข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกระเพรา และอาหารกินเล่น เช่น ลูกชิ้นปิ้ง  น้ำแข็งไส ไอศกรีม  น้ำดื่ม น้ำอัดลม   และที่ขาดไม่ได้ คือ เครื่องปั๊มน้ำ ที่มาตั้งสูบน้ำจากในคลองขึ้นมาขายคนเล่นสงกรานต์ที่สาดน้ำกันจนหมด ต้องจอดรถซื้อน้ำข้างทาง ที่พ่อค้า แม่ค้าสูบขึ้นมาขายในราคาถังละ 10 บาท

ขอบอกว่า เป็นน้ำคลองล้วน แต่คลองบ้านฉัน น้ำยังใสและสะอาด เพราะเป็นคลองที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำ  น้ำจึงระบายตลอดเวลา  นอกจากนั้น ยังมีแผงขายปืนฉีดน้ำ กระป๋องใบเล็กสำหรับหนุ่มๆ ใช้ละลายดินสอพอง เอาไปประแก้มสาว แล้วก็ยังมีร้านขายน้ำแข็งก้อนๆ แบบโบราณ คือน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ เอาไว้แช่น้ำ แล้วมารดสาดคนให้เย็นจั๊กกะจี้ไปถึงใจ

หลานชายสองคน 13 ขวบ กับ 10 ขวบ ชักชวนกันออกไปเล่นสงกรานต์ที่หน้าบ้าน โดยเดินข้ามสะพานที่ข้ามคลอง ออกไปเล่นที่ฝั่งถนน

โชคดีของหลานๆ ที่มีคนรู้จักกันมาตั้งปั๊มสูบน้ำเพื่อขายน้ำทุกปี ดังนั้น ในแต่ละปี เด็กๆ จึงเสียเงินซื้อแต่แป้งดินสอพองและกระป๋อง ส่วนน้ำได้ฟรี แล้วก็อาศัยเล่นแถวเตนท์ขายน้ำเสียเลย

หลานชายคนโต คือ น้องกอเริ่มเป็นหนุ่ม จึงกระดี้กระด้าที่จะเล่นสงกรานต์มาก ท่าจะชอบไปประแป้งที่แก้มสาวๆ ที่วันนี้ ถือเป็นวันเปิดฟรีให้จับแก้มได้ตามสบาย

ส่วนหลานชายคนเล็ก น้องกาย ยังเป็นเด็ก ใจยังไม่เป็นหนุ่ม แกก็จะได้แต่เอาปืนฉีดน้ำไปไล่ยิงเขาอย่างมันๆ

สังเกตดูพฤติกรรมการเล่นน้ำสงกรานต์ของแต่ละหมู่ละเหล่าแล้วก็ขำๆ
ทำให้ฉันคิดสรรเสริญบรรพบุรุษที่คิดค้นและสืบทอดประเพณีสงกรานต์เสียจริง

คนที่นำประเพณีสงกรานต์มาดัดแปลงให้เป็นเวอร์ชันที่ทันสมัย ก็น่าแปลกใจ จนได้แต่ถามตัวเองว่า “คิดได้ไง”
จากการรดน้ำดำหัวแบบสุภาพเรียบร้อย ค่อยๆ รด ค่อยๆ ริน ที่มือหรือที่หัวไหล่ให้เย็นพอประมาณ แล้วอาจจะมีการรำวงกันในงานฉลองพอหอมปากหอมคอ
ตอนนี้ โลกมันคงร้อนขึ้นมาก
คนจึงสาดน้ำใส่กันเปรี้ยงๆ จนแทบจะเขวี้ยงขันตาม
เท่านั้นยังไม่หนำใจ รถหลายคัน หรือแผงร้านค้าหลายร้าน ก็เปิดเพลงแดนซ์กระจาย พวกหนุ่มๆ สาวๆ ที่ออกมาเล่นน้ำ ก็แดนซ์หรือดิ้นกันระเบิดระเบ้อ
ที่หน้าบ้านพวกเรา ก็มีหนุ่มๆ สาวๆ เต้นกันสนั่น
ฉันดูแล้วก็ขำ อิทธิพลโคโยตี้ท่าจะแรงเหลือเกิน หนุ่มสาวหลายคนจึงวาดลวดลายเต้นแบบรูดเสา หรือที่ข่าวทีวี เรียก เต้นท่ายั่วยวน (แต่จะกวนอะไรของใครนั้น ก็แล้วแต่จะคิด)
ฉันเห็นสาวบางคนใส่เสื้อยกทรงตัวเดียวกับกางเกงขาสั้น เต้นสะบัดอยู่ข้างทาง แต่หลานชายดูแล้ว บอกว่า ไม่ใช่หญิงแท้หรอกป้า
เสียงร้องกรี๊ดๆ หวีดว้ายกระตู้วู้ดังอย่างสม่ำเสมออยู่บนท้องถนน
สาดน้ำกันมากๆ ถนนก็ลื่นๆ พวกที่บิดมอเตอร์ไซค์มาเร็วๆ แรงๆ  เพราะอยากเรียกร้องความสนใจ จึงลงไปนอนแอ้งแม้ง วัดพื้นบนท้องถนน กันเป็นเรื่องปกติทุกวัน ทุกปี
โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก นอกจากขวัญหาย ตกใจหายวูบ มิฉะนั้นแล้ว ยอดคนเจ็บ คนตาย คงพุ่งกระฉูด กันมากกว่านี้
เรื่องกินเหล้า กินเบียร์ สาเหตุหลักของการเจ็บ การตายนั้นไม่ต้องพูดถึง ดูเหมือนจะเป็นของคู่กันกับการเล่นน้ำ

แต่จะว่าไปก็เท่านั้น ฉันก็เห็นว่าพวกเขาก็สนุกสนานกันดี หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ฉายแววเปี่ยมความสุข น่าจะกินทั้งเหล้า เมาทั้งยา เพราะเด็กสาวบางคน ตาเยิ้ม เลื่อนลอย ลงมาเต้นขวางรถ อย่างไม่กลัวจะถูกชน

สงกรานต์แถวบ้านฉันเลยเล่นกันถึงสามวัน คือ 13, 14, 15 ส่วนวันที่ 16 คงเก็บสแปร์เอาไว้เดินทางกลับบ้านกัน
วันที่ 14 เราเลี่ยงพวกเล่นสงกรานต์ ขับรถไปสุพรรณบุรี ไปหาน้องสาวที่นั่น ค้างกันหนึ่งคืนในบ้านกลางทุ่ง ริมหนองน้ำ อากาศเย็นสบาย โปร่งโล่งกว่าในเมืองเยอะเลย
เลยมีรูปพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าทุ่งนาเมืองบรรหารบุรี เอ๊ย สุพรรณบุรีไว้เป็นที่ระลึก



สงกรานต์ปีนี้ก็ผ่านไปอีกปี แบบเงียบๆในบ้านเรา แต่อึกทึกวุ่นวายกันอยู่ข้างนอกบนท้องถนน


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Apr. 2008,22:01 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขยันเที่ยวจริงๆนะเนี่ย    ถึงขนาดต้องเปิดกระทู้ใหม่เพื่อการท่องเที่ยว    แต่ว่าเพื่อแผ่นดินอันเป็นที่รักเช่นนี้น่ายินดีจ้ะ winkthumb.gif

        พี่เลิกเที่ยวในช่วงสงกรานต์เพราะเบื่อที่แต่ละคนเปลี่ยนแปลงการเล่นสงกรานต์ไปอย่างบ้าคลั่ง     เห็นสาวแท้บ้างเทียมบ้างนุ่งกางเกงขาสั้นจู๋    ใส่เสื้อสายเดี่ยวหรือเสื้อชั้นในแล้วออกไปเต้นกันกลางถนน   ohman.gif    แล้วอนาถใจและดูเป็นการทำลายประเพณีสงกรานต์อันดีของไทยเราไป    

         ความจริงเขาน่าจะทำให้ถนนข้าวสารข้าวเหนียวทั้งหลายนั้น     ให้ทุกคนที่เข้าไปเล่นต้องใส่เสื้อลายดอกแบบของไทยๆ      ดูแล้วน่าจะชื่นใจและเป็นการโชว์ประเพณีของไทยเราด้วยเนอะพิล    แต่อย่างว่าละนะ    จะมีใครลงมาทำกันละนิ

      พี่เคยแวะไปเที่ยวสวนสนมาแต่ไม่ได้นอนค้าง     ยังคิดเลยว่าบรรยากาศเขาดูน่าพักดีจัง    ไม่ทันไรพิลก็มาเล่าให้ฟังแล้วรวดเร็วทันใจจริงๆเลย biggrin.gif

       อ่านเรื่องน้องคนนั้นของพิลแล้วน่าเห็นใจจัง    น้องเขานอกจากขี้กลัวแล้วอาจจะมีความเหงาอยู่ด้วย      เป็นสิ่งที่น่าเห็นใจที่สุดที่คนเคยอยู่กันเป็นครอบครัว     ต้องมาคนเดียวแบบนี้  yin-yang.gif    ถึงน้องเขาไม่กลัวแต่การที่ต้องอยู่บ้านที่เคยมีพ่อแม่อยู่ด้วยแบบนี้คนเดียวก็น่าเห็นใจมากจริงๆ     แล้วน้องเขาไม่มีพี่น้องเลยเหรอ   หรือว่ามีครอบครัวแล้วย้ายออกไปกันหมด

       เฮ้อ...ยังไงชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป     แล้วตอนต่อไปจะพาไปเที่ยวไหนจ้ะ   biggrin.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Apr. 2008,23:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

good idea นะพี่ปาเก้ ที่จะให้คนเล่นสงกรานต์ใส่เสื้อลายดอก มันดูเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ หรือแบบตะวันออกดีนะ

ส่วนน้องคนที่ขี้เหงาและขี้กลัวนั้น เขาไม่มีใครเลย เป็นลูกคนเดียว อายุเพิ่งได้สามสิบกลางๆ มั้ง แต่พ่อแม่เสียชีวิตหมดจ้ะ แฟนก็ยังไม่ค่อยมี แกเลยออกจะโดดเดี่ยวจ้ะ บังเอิญว่าขี้กลัวด้วย เลยดูไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ ก็หวังว่าน้องเขาจะหาแฟนดีๆ ได้ในเร็ววัน


ตอนนี้ ขอกระชากอารมณ์พานั่งเครื่องบิน กลับไปญี่ปุ่นอีกทีนะจ๊ะ ลูกทัวร์อย่าเพิ่งเวียนหัวจ้ะ hehe.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Jul. 2008,23:05 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เมืองมณีสีคราม  



ถ้าฉันจะบอกว่า ภูเก็ต คือดินแดนอันแสนงามในความฝันของคนเกือบค่อนโลก ก็คงจะไม่เกินจริงไปนัก

ความงามของภูเก็ตที่เรารู้จักกันดี คือ คำเปรียบเปรยว่า เป็น ไข่มุกแห่งอันดามัน และสรวงสวรรค์บนดิน

ฉันเคยไปภูเก็ตครั้งแรกเมื่อนานมาแล้ว และครั้งที่สองเมื่อสามปีที่ผ่านมากับเลสลีย์เพื่อนรักชาวอังกฤษ

ส่วนครั้งที่สามนี้ ฉันตัดสินใจไปภูเก็ตอีกครั้ง เพราะได้รับการเชิญชวนจากเพื่อนและพี่สาวที่แสนดีอีกท่านหนึ่ง

ฉันเริ่มวิตกขึ้นมารำไร เมื่อคิดว่าจะไปภูเก็ตในหน้าฝน
แต่แล้วก็ตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อได้ตระหนักว่า พี่สาวท่านนั้น เชิญชวนอย่างจริงใจและจริงจัง

แล้วฉันก็เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า หอบขึ้นเครื่องบินราวกับจะหนีตามใครไปในวันเลิกงานวันหนึ่ง

ขณะนั่งรอที่สนามบิน หลายคนพูดคุยกันด้วยสำเนียงทางใต้  ฉันเริ่มรู้สึกตื่นเต้น และภาวนาขออย่าให้ฝนตกขณะการเดินทางให้หวาดเสียวต่อการบินและการแล่นลงจอด

ในที่สุดก็ได้ขึ้นเครื่องบิน เครื่องลำนั้น ค่อนข้างจะเต็ม และมีชาวต่างชาติมากมาย

นี่ละหรือเสน่ห์ของภูเก็ต ขนาดหน้าฝน และมีสายการบินหลายสายจากสองสนามบินให้เลือก เครื่องบินลำที่ฉันนั่ง ก็ยังเต็ม ภูเก็ตมีอะไรดีหนอ

ฉันได้ที่นั่งเรียงกับเด็กหนุ่มอเมริกันอีกสามคนที่หน้าตาหล่อเหลา สูงใหญ่ ล่ำสัน นั่งมองความหล่อของเด็กๆได้ไม่นาน ฉับพลันเครื่องบินก็มาถึงภูเก็ต...ป้าต้องไปก่อนละหลานเอ๋ย

ฉันเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว...นี่ฉันกำลังจะได้พบกับพี่สาวคนนั้นอีกครั้งหนึ่งสิหนอ

รับกระเป๋าเรียบร้อย ออกมาสู่ห้องภายนอก ได้เจอกับพี่วันดีสมใจนึก พี่วันดีมารอรับอยู่พร้อมกับน้องดอกไม้ผู้เป็นลูกสาว

เมื่อขับรถออกมานอกสนามบิน ฝนก็โปรยลงมาในไม่ช้า แต่เราก็ฝ่ามาจนถึงบ้านของพี่วันดีในที่สุด ระหว่างทางพบอุบัติเหตุบนท้องถนนของมอเตอร์ไซค์สองราย

เมื่อถึงบ้าน ฉันเริ่มตื่นเต้นอีกแล้ว...เริ่มคิดถึงแม่...ถ้าแม่รู้  แม่คงคิดว่าฉันเป็นคนแปลกๆ และบ้าบิ่น และมีช่องทางในการคบเพื่อนด้วยวิธีการที่แม่ไม่เข้าใจ

แม่คงไม่เข้าใจว่าทำไมฉันเดินทางไปหาเพื่อนคนหนึ่งถึงบ้าน แล้วให้เขาทำดีท็อกซ์ให้
แม่คงไม่เข้าใจว่าทำไมฉันขึ้นเครื่องบินไปถึงภูเก็ต แล้วไปนอนค้างอ้างแรมกับเพื่อนคนหนึ่ง ที่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นหน้ากันมาแล้วครั้งเดียว

ฮ่าๆ....นึกแล้วฉันก็ขำตัวเอง แล้วก็ตัดสินใจไม่บอกแม่ดีกว่า


เมื่อมาถึงบ้าน พี่วันดีจัดแจงหาที่นอนให้ฉัน แล้วชงชาทิเบตให้ดื่ม จากนั้นก็คุยกันจนตีหนึ่ง

เช้าขึ้นมา ฉันลงไปเดินเล่นชมสวนอันหลากหลายพรรณไม้

เช้าวันนี้ พี่วันดีจัดแจงหาน้ำปั่นสูตรโยเกิร์ต น้ำผึ้ง นมสด มะนาวให้กิน
จากนั้นก็พาไปกินอาหารเช้าเป็นขนมจีนน้ำพริกปนน้ำยา พร้อมด้วยห่อหมกที่ร้านอร่อยของภูเก็ต

แล้วก็เป็นรายการภูเก็ตออนทัวร์

เริ่มจากตัวเมืองภูเก็ต ซึ่งสวยงามด้วยตึกรามบ้านช่อง ห้องแถวแบบโบราณ ตัวเมืองภูเก็ตวันนี้ดูสงบร่มครึ้มด้วยไม้ใหญ่ยืนต้น

ภูเก็ตสำหรับฉัน...เราเหมือนคนแปลกหน้ากันเสมอ แต่ละครั้งแต่ละคราที่มาเยือน ฉันยังได้เห็นภูเก็ตในแง่มุมที่ต่างๆ กันไป ไม่ซ้ำเดิม

ภูเก็ต จึงเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนา ที่ฉันอ่านไม่เคยจบ เพราะยังมีหน้าอื่นๆ ที่ยังเฝ้ารอการอ่านอยู่เสมอ

คราวนี้ ฉันได้ไปชมเกาะสิเหร่ อันเป็นถิ่นพำนักของชาวเล แล้วเราก็ไปหาดป่าตองกัน



ปลาโลมาน่ารักที่ภูเก็ต กระโดดกันใหญ่


อ้าว...ตัวนี้พุ่งลงน้ำ เอ๊ย ลงทรายพอดี


รถแท็กซี่นำเที่ยว สีสันของป่าตอง


สายฝนที่พราวพรู ทำให้เราต้องวิ่งหนีกันขึ้นรถ หลังจากเดินทอดใจอยู่ที่หาดป่าตองได้ไม่นานนัก

จากป่าตอง เรามุ่งต่อไปยังหาดกะรน แวะถ่ายรูปชายหาดสวยๆ เงียบสงบ  พื้นทรายขาวสะอาด

ความงามอันเงียบสงบที่กะรนฟ้าครึ้มแต่ทรายยังขาว


แล้วพี่วันดีและน้องดอกไม้ก็พาฉันไปถึงพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย

ที่นี่ ฉันได้เห็น แหล่งสะสมเปลือกหอยอันงามน่าดูชม เปลือกหอยชนิดต่างๆ เรียงตัวอย่างมีระเบียบ สวยงาม สะดุดตา ด้วยสีสันและลวดลายแปลกๆ ทำให้คนดูอย่างฉันทึ่งในผลงานนิรมิตกรรมของธรรมชาติ

เปลือกหอยรูปหัวใจ  

หอยลายสวย


หอยแต่งตัว


จากนั้น ก็เป็นเวลาอาหารกลางวัน พวกเราไปนั่งรับประทานอาหารกันที่ร้านกันเองริมอ่าวฉลอง ด้วยบรรยากาศเบาๆ สบายๆ ในวันฟ้าครึ้ม

ริมอ่าวฉลองยามบ่าย



เสร็จจากอาหารกลางวัน น้องดอกไม้ต้องไปงานวันเกิดเพื่อน

พี่วันดีจึงชักชวนฉันไปทำสปา เพื่อรอรับน้องดอกไม้กลับบ้าน
บรรยากาศของห้องสปา ดูงดงาม สงบริมห้วงน้ำ ฟ้าใสๆ แดดสวยๆ ชวนให้นึกถึงคำว่า paradise on earth ฉายานามของภูเก็ต
นี่เป็นหนังสืออีกหน้าหนึ่งของภูเก็ตที่ฉันได้อ่าน

แล้วเราก็กลับบ้าน ไปกินแกงส้ม กับแกงขี้เหล็ก ฝีมือของพี่วันดี แนมกับดอกอัญชัน ผักมะหรุย (เขียนอย่างนี้หรือเปล่าคะ) ยอดกระถิน โหระพา สะตอสุก

แล้วก็นั่งคุย กับดูทีวี จนได้เวลานอน

เช้ารุ่งขึ้น เป็นวันที่ฉันจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในตอนบ่าย

พี่วันดีสอนให้ทำโยคะยามเช้า รับแสงแดดรำไรที่ระเบียงหน้าบ้าน
ฉันเริ่มรู้สึกได้ถึงการหายใจอย่างมีคุณภาพ คนเรานี่แหละหนอ...เกิดมาจนแทบจะชั่วชีวิต บางครั้ง ยังไม่รู้จักการหายใจ  สักแต่หายใจเข้าออก แต่ไม่รู้ว่าลมหายใจที่มีคุณภาพนั้นคืออย่างไร

เสร็จแล้ว พี่วันดีก็เลี้ยง  น้ำเต้าหู้ มะละกอ กล้วย  แล้วก็ให้กินข้าวต้มหมู

ก่อนกลับ เราไปกินหมี่สะปำ ที่ร้านป้าเจียร ได้กินของกินภูเก็ตหลากหลายอย่าง เช่น หอยทอด หูแช้ ห่อหมก

นี่ค่ะหูแช้ เป็นเส้นหมี่ทอดกรอบ กินกับไข่ต้มและซอส รสชาติคล้ายน้ำจิ้มไก่


หอยทอดอร่อยเหาะ


หมี่สะปำต้นตำรับที่ภุเก็ต


อาหารทั้งหมดที่เรากิน


ฉันกินจนอิ่ม แล้วก็นึกประหลาดใจกับเมนูพื้นเมืองอันหลากหลายของภูเก็ตที่ไม่เคยได้กินจากที่ไหน

คนภูเก็ตท่าจะใส่ใจเรื่องอาหารการกิน จึงมีเมนูของตัวเอง

อิ่มหนำสำราญ พี่วันดีพาไปแวะซื้อของฝากที่ร้านแม่จู้

ถึงสนามบิน ฉันร่ำลาพี่วันดีด้วยความอาวรณ์ แต่ไม่อยากดึงตัวพี่ไว้นาน เพราะอยากให้พี่วันดีกลับไปหาน้องดอกไม้มากกว่า

ฉันนั่งมองภาพชีวิตที่สนามบินภูเก็ตด้วยความตื่นเต้นอีกตามเคย
คิดถึงครั้งหนึ่ง ที่เคยมานั่งรอเครื่องบินกับเลสลีย์ในยามเช้าตรู่

คิดถึงความรุ่งเรืองของภูเก็ต ซึ่งฉันได้อ่านพบว่า มีที่มาจากคำว่า "ภูเก็จ" อันแปลว่า มณีสีคราม ตามภาษาของชาวทมิฬ และยังมีชื่อว่า แหลม"จังซีลอน" ตามหนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของปโตเลมี เมื่อราว พ.ศ. 700 นอกจากนั้น ภูเก็ตยังเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่ดึงดูดให้ชาวฮอลันดาบุกบั่นมาซื้อถึงเมืองไกล

เมืองมณีสีคราม...คงจะมาจากท้องทะเลงาม ฟ้าใส เมฆขาว  ที่ประดับประดาให้ภูเก็ตเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางจากแดนไกล ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตขอให้ได้มาเยือน

สำหรับฉัน นอกจากภูเก็ตจะคือแก้วมณีก่องเก็จแทรกแซมด้วยไข่มุกสวยใสแล้ว ภูเก็ตยังอิ่มอาบไปด้วยสายใยแห่งมิตรภาพอันซาบซึ้ง  และน้ำใจอันใสเย็นของ "พี่สาวคนหนึ่ง" ที่บุญบันดาลชักพาให้เรามาได้พบและรู้จักกัน

ข้อมูลการเดินทาง

ถ้าไปภูเก็ตทางเครื่องบิน สามารถขึ้นได้ทั้งที่ดอนเมืองและที่สุวรรณภูมิ มีสายการบินหลายสาย เช่น การบินไทยเจ้าเก่า นกแอร์ แอร์เอเชีย และวันทูโก

สำหรับแอรืเอเชียต้องไปขึ้นที่สุวรรณภูมิแห่งเดียวค่ะ

ค่าเครื่องบินอาจถูกแพงต่างกันไปแล้วแต่ละบริการของสายการบิน แต่พี่วันดีบอกว่า จะยังไงการบินไทยก็มั่นคง เชื่อถือได้ที่สุด และทำเวลาได้ดี ขณะที่สายการบินบางสาย ต้องรอคนเต็มจึงจะออก ราวกับรถสองแถว

สำหรับการท่องเที่ยวที่ภูเก็ต ถ้าไม่เช่ารถขับ ก็อาจซื้อทัวร์เที่ยวเป็นวันๆ ประเภทชมเมืองแบบ sightseeing หรืออาจซื้อทัวร์ขึ้นรถลงเรือ ไปเที่ยวตามหมู่เกาะใกล้ๆ เช่น เกาะพีพี เขาพิงกัน

หรืออีกทางหนึ่ง เห็นแท็กซี่แถวป่าตองเขาร้องเรียกนักท่องเที่ยวอยู่ แต่เขาจะรับคนไทยหรือเปล่า ต้องลองถามดูค่ะ

หาดป่าตองดูเหมือนจะเป็นหาดที่คึกคักที่สุด บรรยากาศคล้ายๆกับพัทยา  ฝรั่งคลาคล่ำ แลดูมีชีวิตชีวา ตอนกลางคืน ฝรั่งชอบมาเดินกันมาก แต่ฉันยังไม่เคยมาเดิน


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
69 คำตอบนับตั้งแต่ 26 Feb. 2008,22:51 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 712345>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com