เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 5 of 7<<1234567>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: แผ่นดินนี้อันเป็นที่รัก, เที่ยวไทยไปทั่ว แล้วแต่สังขารตัวและเงินจะอำนวย< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 41
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Jan. 2009,22:27  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ฮ่าๆๆๆ มีนักท่องเที่ยวมะลิง เอ๊ยมะลาว ตามมาเที่ยวแล้ว เกาะเอวพี่ปาเก้ไว้ให้แน่นๆ นะ พี่เขาซิ่งจ้า อย่าเพิ่งเมาหมัดพี่แอ๊ดซะก่อน

ส่วนพี่แมวเหมียวก็กำลังคิดหนัก ว่าคราวนี้จะถูกอุ้ม (แมว) ไปภูเก็ตหาพี่วันดีหรือเปล่า อิๆๆๆๆ

มารับฟังเรื่องเมืองจันท์ 500 ตอนจบกันต่อนะคะ ....อ๊ะๆๆๆ ย้อเย่นค่า....ไม่ถึง 500 หรอก...(อาจจะแค่ 499 ฮ่าๆๆๆ)


จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (4)


ก่อนเราจะขับรถข้ามสะพานที่แหลมสิงห์ ที่ท่านพี่แอ๊ดภูมิใจเสนอ พี่แอ๊ดก็บัญชาการให้พวกเราซื้อปลาหมึกซะก่อน เอาไปนั่งกินที่อ่าวคุ้งกระเบน

ว่าแล้ว พี่ปาเก้ก็ลงไปเจรจาซื้อปลาหมึกย่างที่ตัวใหญ่ ขาวอวบน่ากิน
อิๆๆๆ ฉันตะกละอีกตามเคย ไม่ถ่ายรูป แต่น้องโพเธอมีสติมากกว่า เลยถ่ายรูปไว้ ขอยืมมาลงให้พี่น้องบ้านนี้ดูความน่ากินก่อนนะคะคุณน้อง




อ้าวๆๆ พี่ๆน้องๆ เช็ดน้ำลายก่อนค่ะ ฮิๆๆ แหม ขนาดเคยกินแล้ว ยังอยากกินอีกเลย มีไข่ปลาหมึกแถมด้วยนะ

พอถึงกลางสะพานแหลมสิงห์ พวกเราก็จอดรถถ่ายรูป กินลม ชมวิว และอาบแดดกันกลางสะพาน (กินลมไปก่อนกินปลาหมึก)

พอจะทำได้ค่ะ เพราะไม่ค่อยมีรถวิ่งมากนัก และมีทางเบี่ยงให้จอดรถชมวิวด้วย

แหลมสิงห์ที่เหมือนสิงห์หมอบ



ปากน้ำแหลมสิงห์



สะพานที่ทอดยาวและปากน้ำ



ลอยลำกลางน้ำเชี่ยว



ใกล้เข้ามา



ภูผาและท้องน้ำยามแดดกล้า


ถ่ายรูปตากแดดกันพอประมาณ จนตาหยี ก็ไล่ต้อนกันขึ้นรถ แล้วขับต่อไป ไปออกทางปากน้ำแขมหนู ผ่านอีกสะพาน ที่ทอดตัวข้ามทะเล

สะพานปากน้ำแขมหนูนี้ก็สวยมาก เพราะวิวอีกด้านเป็นป่าเขาสวยงาม แต่สะพานนี้ เราไม่ได้แวะจอดถ่ายรูปค่ะ

เท่านี้ ก็ทำให้ฉันประทับใจเมืองจันท์มาก...อยากจะรำพันว่า...โอ้...เมืองจันท์ ทำไมเธอช่างงามปานฉะนี้หนอ มีของดีๆ อยู่มากมาย

เส้นทางปากน้ำแขมหนู มุ่งไปหาดเจ้าหลาว และคุ้งกระเบน เป็นเส้นทางเลียบทะเลที่สวยงามมาก และสงบเสงี่ยมท่ามกลางธรรมชาติ ของป่าเขาลำเนาไพรและเกลียวคลื่น

พาเอาพวกเราถึงกับหลงเสน่ห์เมืองจันท์

จากนั้น พวกเราก็แวะนั่งเล่นกันที่ชายหาดคุ้งกระเบน พร้อมกับจัดการเจ้าปลาหมึกเสียเกลี้ยงเกลา แถมด้วยมะม่วง ส้ม ฝรั่ง ที่พี่แอ๊ดเอามา

ฉันน่ะ พอได้นั่งก็รากงอก นั่งคุยกับพี่แอ๊ด ไม่ลุกไปถ่ายรูปอะไรเลย ทำไมมันขี้เกียจอย่างนี้ฟะ อ้อ นึกออกแล้ว ...วันนั้น ไม่ค่อยฉะบายนี่เอง...แต่พอเวลากิน มันขยันขันแข็งมากเลย

เชื่อไหมคะ ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวตน ยังไม่เคยไม่สบาย แล้วกินอะไรไม่ลงเลย เป็นไข้แค่ไหน ก็กินได้กินดี

ส่วนสาวน้อยทั้งสอง คือ พี่ปาเก้ กับน้องโพก็ลงไปถ่ายรูประเริงชายหาดกันเป็นที่สนุกสนาน

คุ้งกระเบน


ต้นเตยทะเลขึ้นเป็นดง


ขอเชิญชมรูปอ่าวคุ้งกระเบนของน้องโพกันหน่อยค่ะ

จากนั้น พี่แอ๊ด ก็พาพวกเรากลับบ้านคุณยาย เพราะเห็นว่าฉันไม่ค่อยสบาย สมควรจะไปอาบน้ำเสียก่อนที่จะมืด แล้วจึงค่อยไปกินข้าวเย็น

ว่าแล้ว พี่ท่านก็ให้น้องโพ ขับรถเลี้ยวไปเลี้ยวมา เพื่อที่จะไปบ้านคุณยาย อันเป็นที่พำนักของพวกเรา

พอเลี้ยวเข้าซอย หมูหมาก็เห่ากันเกรียว ในท่ามกลางสรรพเสียงนั้น ฉันได้ยินเสียงพี่ปาเก้ไปทำเสียงเห่าล้อเลียนด้วยเสียงอันดังไม่แพ้น้องหมาเลย

พี่แอ๊ดหันมาพยักเพยิดกับฉัน พวกเราหัวร่อพี่ปาเก้กันใหญ่ พี่แอ๊ดบอกว่า คืนนี้ ลุงขี้เมาที่อยู่หน้าบ้านแล้วชอบส่งเสียงดัง จะต้องจ๋อยแน่ๆ


ฮ่าๆๆๆ นี่คือความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของพี่ปาเก้ ใครจะลอกเลียนแบบก็ไม่ว่าอะไรนะคะ

พอทุกคนอาบน้ำเย็นกันแล้ว ก็มานั่งคุยกับคุณยายเพื่อรอพี่ณิตมารับ เนื่องจากน้องโพไม่ชินทางตอนกลางคืน กลัวเข้าซอยบ้านไม่ถูก

ส่วนพี่ปาเก้ ก็นั่งรำพึงรำพันกับโคมไฟของบ้านคุณยาย ที่บ้านทั้งหลังมีโคมไฟสองดวง หนึ่งดวงในห้องนอนใหญ่ อีกหนึ่งดวงในห้องน้ำ

พี่ปาเก้เธอมีอาการอย่างไร ก็เป็นดังที่เธอเขียนละค่ะ

ในความมืดสลัว อากาศเริ่มหนาวเย็นลง พวกเราเอาของขวัญปีใหม่มาแลกกันเป็นจ้าละหวั่น ท่ามกลางแสงไฟจากโคมดวงเดียว

จากนั้น ท่านพี่ณิตก็ขับรถคันใหญ่มารับพวกเรา  แล้วส่งพี่แอ๊ดไปอาบน้ำที่บ้านในเมือง ส่วนพวกเราก็ไปนั่งรอที่ร้าน "ร่มทองหลาง" อันแสนโรแมนติก

อันความโรแมนติกนี้ไม่เข้าใครออกใคร...และจะแสดงพิษกับใครอย่างไร...รออีกนิดนึงค่ะ....


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 42
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Jan. 2009,15:24 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

อ้าว.....ตามมารออ่านแล้วนะตะเอง........ ICON015.gif

       ตอนนี้ยังเป็นหวัดอยู่เรื่อยๆ    ยังไม่ขึ้นเป็นประเทศ...อิอิอิ

      อากาศก็เปลี่ยนอยู่ได้เรื่อยๆ    เลยพาลไม่ฉะบายอยู่บ่อยๆๆๆ   ให้พี่แอ๊ด กับพิลมาเป็นผู้ขยายความเล่าต่อแล้วกันนิ    ข้อยจะเป็นผู้อ่านก่อนจ้า biggrin.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 43
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Jan. 2009,23:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (5)


ร่มทองหลางเป็นร้านอาหารกึ่งผับอันแสนน่ารัก มีคนนั่งกันเต็มร้านทีเดียว พี่ปาเก้บอกว่า เราได้นั่งโต๊ะเดียวกับครั้งที่เคยมาเมื่อคราวก่อน

พี่ปาเก้กับน้องโพ และพรรคพวกเขาเคยมากันแล้ว ตอนฉันยังอยู่อังกฤษ เขาเอาไปเล่ากันจนฉันอิจฉา ว่าได้ฟังเสียงไวโอลินอันแสนจะโรแมนติกจากท่านพี่ณิต ท่ามกลางหิ่งห้อยวับวามตามต้นไม้

พี่ปาเก้ยังท้าวความหลังกับพี่ณิต ถึงความประทับใจครั้งที่แล้วที่มาเมืองจันท์
ทำเอาพี่ณิตทำหน้างุนงง แล้วเอ่ยถามว่า "นี่คราวก่อน ผมเผลอตัวทำอะไรลงไปเหรอครับ"

มาคราวนี้ มีหรือพี่ปาเก้จะพลาด ในท้ายสุด พี่ณิตก็เจอลูกอ้อนและลูกยอ หลวมตัวมาเล่นไวโอลินให้เราฟัง ที่ใต้ร่มทองหลาง ในสวนยามค่ำ ท่ามกลางแสงไฟวอมแวม  กับพระจันทร์ข้างแรมที่กำลังแต่งแต้มฟ้าเมืองจันท์

ฉันขอเพลง Tosseli's serenade อันเป็นเพลงรักแสนหวาน กล่อมพี่ๆ และน้องโพเสียหน่อย
เสียงไวโอลินนี้ช่างกรีดหัวใจในยามค่ำคืนแรมจันทร์

อาม่าก็มานั่งฟังลูกชายบรรเลงด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
พอพี่ณิต สีเพลงไหน พวกเราก็พากันร้องตามไปด้วย จนในที่สุด พี่ณิตคงจะรำคาญพวกเรา ที่ฟังแบบอยู่ไม่สุข เลยไปตามน้องในร้านท่านหนึ่ง มาช่วยเล่นกีตาร์และร้องเพลงด้วย

ขึ้นต้นเป็น serenade จบลงด้วย Folk songs และเพลงเพื่อชีวิต
สลับกับการเล่าถึงช่วงชีวิต และความผูกพันกับอาม่าเมื่อครั้งนานมาแล้ว
นับเป็นเรื่องเล่าอันงดงามท่ามกลางเงาจันทร์

พี่แอ๊ดและฉันได้รำลึกถึงพี่ตือ... ธีรศักดิ์ อัจจิมานนท์.... ผู้วายชนม์
พวกเรานั่งร้องเพลงลมลวงและกุหลาบสีแดงด้วยความระลึกถึง

ฉันหวนคิดถึง ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ครั้งเป็นนักศึกษาปี 1 นั่งเรียนวิชามนุษย์กับดนตรี เมื่อหมดชั่วโมง ก็มีชายผู้หนึ่งที่นั่งข้างๆ เอ่ยขอยืมสมุดเล็กเชอร์ พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า เพิ่งกลับมาเรียนหนังสือ หลังจากเข้าป่า พร้อมแนะนำว่าตัวเขาชื่ออะไร

ฉันจดจำชื่อพี่ตือได้นับจากนั้น (ที่ต้องจำเพราะกลัวพี่เขาไม่เอาสมุดเล็กเชอร์มาคืน แฮ่ๆๆๆ...)

และภายหลัง เมื่อทราบว่าพี่เขามีฝีไม้ลายมือเรื่องดนตรี ก็เลยคิดว่า พี่เขาคงจะสอบผ่านวิชาดนตรีไปได้อย่างสบายๆ .... ผิดกับฉัน ที่ขี้เกียจอ่านหนังสือมากๆ ผลสอบก็พอผ่านๆ ไปแบบไม่โดดเด่น

ฉันชื่นชมกับงานเพลง ชุดรัตติกาล ที่พี่ตือมีส่วนร่วมมาก และติดตามมาจนชุด กุหลาบสีแดง แต่หลังจากจบปริญญาตรีแล้ว ก็ไม่เคยเจอพี่เขาอีกเลย จนมาทราบจากพี่แอ๊ดในหน้าเว็บว่า พี่ตือเสียชีวิตไปแล้ว...สบายไปแล้วนะพี่นะ...

พอเราร้องเพลงรำลึกถึงพี่ตือเสร็จ พี่ณิตก็บอกว่า วันนี้เอาแค่นี้พอก่อน เพราะขืนรำลึกหมดทุกเพลง เดี๋ยวเที่ยวหน้า ไม่มีใครยอมมาเมืองจันท์อีก ให้กั๊กเอาไว้ เก็บไว้คราวต่อไป

และแล้ว งานเลี้ยงก็เลิกลา พวกเราเดินทางกลับบ้านสวนของคุณยาย ด้วยหัวใจเอิบอิ่ม

พอมาถึงบ้าน ก็เริ่มปูที่หลับ ปัดที่นอน จัดเตรียมพื้นที่  เตียงด้านหนึ่งของมุมห้อง ซึ่งเป็นเตียงใหญ่  พี่ปาเก้จับจองนอนกับพี่แอ๊ด เพราะพี่เขาบอกว่า เขาสองคนไม่นอนกรน
ส่วนตัวฉัน ขอนอนห่างจากคนอื่นๆ ให้มากที่สุด เลยแยกมานอนเตียงเดี่ยวอีกด้านหนึ่งของห้อง

น้องโพผู้แสนจะน่ารัก เสียสละ เอาฟูกลงไปปูนอนกับพื้นห้องด้านที่ฉันนอน

ก่อนนอน น้องโพ เล่าว่า เคยไปนอนค้างกับเพื่อนหลายๆคน แล้วเธอเป็นคนนอนดิ้น พอตกดึก ก็ดิ้นไปทับเพื่อนอีกคนหนึ่ง  เพื่อนคนนั้น ก็เลยฝันว่า ไปเดินเที่ยวป่าแล้วถูกขอนไม้ล้มทับ ตื่นขึ้นมา กลายเป็นท่อนขาน้องโพมาพาดอยู่

ฉันเลยบอกน้องโพ และพี่ทั้งสองว่า คืนนี้ ทุกคน คงจะฝันว่าเข้าป่า แล้วไปเจอเสียงหมีคำราม ฮิๆๆๆๆ คือเสียงกรนของฉันนั่นเอง

ว่าแล้ว เราก็เซย์กู๊ดไนต์ แล้วสามัคคีกันนอน..เอ...ในท่ามกลางความหลับๆ ตื่นๆ....ฉันว่า ฉันก็ได้ยินเสียงกรนลอยมาจากเตียงอีกฟากหนึ่งด้วยนะเนี่ย...อ้าว นึกว่าจะมีหมีแค่ตัวเดียว...ฮี่ๆๆๆ

ตอนนี้ ไม่มีรูปให้ดูค่ะ เพราะมัวแต่ซาบซึ้งและง่วงนอน... rasp.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 44
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Jan. 2009,21:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พิลเล่าได้น่ารักดีนะ  จำเก่งจัง   EM150.gif

        เอาลูกเตยทะเลมาฝาก  ตอนที่เราไปนั่งกินหมึกกันจ้ะ

        

       

        ตอนที่อยู่บนสะพานแหลมสิงห์น่ะ  มีใครบางคนกางแขนต้านลม  ทำท่ายังกะโรส  ยังงั้นแหละ อิอิ   laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 45
pakae Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1105
เข้าร่วมเมื่อ: 14 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Jan. 2009,10:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

laugh1.gif  ฮ่าๆๆๆๆๆ    อ่านแล้วทั้งขำและมีความสุข    เวลาที่เรารำลึกถึงสิ่งที่มีความสุข     เราก็จะอมยิ้มและอิ่มเอมใจในความสุขนั้น     แล้วก็ขำในความบ้าของตัวเองที่ทำไปได้มันทุกอย่าง snaping.gif

          แต่ถึงจะบ้าก็บ้าว่ะ     แต่ถึงจะบ้าก็บ้ารักเธอนะพี่น้อง   อิอิอิอย่าเพิ่งอ๊วกแตกไป     เก็บไว้ไปอ๊วกที่เมืองจันทน์บ้าง smSL07.gif

         พิลเล่าเก่งอยู่แล้วละพี่แอ๊ด     เนี่ยรอน้องพิลกับน้องโพเขาแต่งนิยายพันปีมาให้พวกเราอ่าน    ไม่ได้อ่านสักกะที    สงสัยจะกลายเป็นนิยายหมื่นปีไปหรือเปล่าก็ไม่รู้     น้องๆทั้งสองพวกเรารออ่านชาตินี้นะจ้ะ     ไม่ต้องให้ตามไปอ่านถึงชาติหน้าหรอกนะ ICON015.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 46
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 May 2009,22:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จันทร์แจ่มแรมเจิดหล้า ฟากฟ้า เมืองจันท์ (6...ตอนจบ)



วันเวลาผันผ่านล่วงเลยไป...การเดินทางสู่เมืองจันท์ของพวกเรายังไม่จบเลยค่ะ

มาวันนี้ ขอมาปิดกระทู้จันทร์แจ่มเป็นตอนสุดท้ายนะคะ

ตอนเช้า พวกเราตื่นขึ้นมาอย่างสดใส ด้วยเสียงนกร้องในบ้านสวนของพี่แอ๊ด
พอล้างหน้าล้างตาเสร็จ พวกเราก็ออกไปเดินเล่นย่ำน้ำค้างกลางสวนกัน
พี่แอ๊ดพาพวกเราดูพืชพรรณไม้นานา ทั้งไม้ดอก และไม้ผล เขียวชอุ่ม
ดอกพวงชมพูกำลังออกดอกสวยอร่าม ต้องแสงแดดยามเช้า






ต้นไม้บ้านพี่แอ๊ด









จากนั้น พี่สาวพี่แอ๊ดก็ซื้อข้าวต้มเมืองจันท์มาฝากเรา เป็นข้าวต้มหน้าตาแปลกๆ เพราะมีเครื่องเคราแปลกๆ ใส่มาด้วย
ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก เมื่อลองหม่ำดูก็อร่อยดี





กินแกล้มกับหมูกรอบของน้องโพยิ่งอร่อยใหญ่ (ความจริงน้องโพซื้อหมูกรอบไปฝากคุณยาย แต่พวกเราไปแย่งคุณยาย...อิๆๆ อ๋อ คุณยายท่านให้น่ะค่ะ)
พออิ่มหนำสำราญก็ออกเที่ยวส่งท้ายกันก่อนอำลาเมืองจันท์

พี่แอ๊ดพาพวกเราไปดูเขาพลอยแหวน แล้วบอกว่า เดินขึ้นเขาได้นะ



แต่วันนั้น ยังไม่มีใครท้าประลอง ได้แต่ออกไปยืนถ่ายรูปกันเก้ๆ กังๆ อยู่ไกลๆ พอเจอเจ้าถิ่นหน้ายาวๆ เขี้ยวแหลมขาวมาเห่าไล่ เลยเผ่นหนีหมาสวนกันขึ้นรถดีกว่า

พี่ปาเก้รำพึงรำพันว่าพลอยแหวนช่างเป็นชื่อที่ไพเราะนักหนา....

จากนั้น ก็ไปดูสระแก้ว...สระน้ำที่ถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ใช้เป็นน้ำในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา แต่ตอนเราไป สระแก้วปิดซ่อม เลยเห็นแต่บ่อเขียวๆ ด้วยผ้าคลุม



สวนสละที่สระแก้ว


จุดหมายอีกแห่งหนึ่งของเรา คือ ค่ายเนินวง แล้วไปดูพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี
ลักษณะการจัดแสดงคือ เรือสำเภาลำใหญ่ของคนจีนที่เข้ามาค้าขายแถบทะเลเมืองจันท์แต่ครั้งโบราณ

ดูเพลินและเดินได้เรื่อยๆ มีจุดน่าสนใจน่าดูมากมายหลากหลายอย่าง
เสียดายที่นี่เขาไม่ให้ถ่ายรูปภายใน เลยไม่มีรูปมาแสดงค่ะ



และสุดท้ายของสุดท้าย พวกเราไปชมงานอัญมณีโลกที่จัดแสดง ณ โรงแรมใหญ่กลางเมืองจันท์กัน ได้เห็นของสวยๆ งามๆ สมบัติอันล้ำค่าของเมืองจันท์

ดูแล้ว ฉันก็อดปลาบปลื้มกับความเพียบพร้อมของเมืองจันท์ไม่ได้
คิดดูสิคะ เมืองจันท์อุดมสมบูรณ์ทั้งท้องทะเล ป่าชายเลน ป่าเขาลำเนาไพร น้ำตก เป็นดินแดนประวัติศาสตร์มาแต่ครั้งสงครามกู้ชาติจากพม่า หรือสงครามกับมหาอำนาจอย่างฝรั่งเศส
แล้วยังมีเรือกสวนที่เป็นแหล่งอาหารที่ใครๆ ก็อยากไป เมื่อถึงฤดูกาลเงาะ สละ และทุเรียน มีอุตสาหกรรมหัตถศิลป์เครื่องทอในครัวเรือน แถมยังเป็นแหล่งเศรษฐกิจเพชรพลอยที่ขึ้นชื่อระดับโลก

มีครบแทบทุกอย่างที่เป็นแหล่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยว
อย่างนี้จะไม่ปลื้มใจแทนพี่แอ๊ด...เอ๊ย...คนเมืองจันท์อย่างไรไหว

บ่ายวันนั้น เราโบกมืออำลาพี่แอ๊ด...พร้อมกับสัญญาในใจของใครบางคน ว่าจะหาโอกาสมาเยี่ยมเยียนดินแดนอัญมณีล้ำค่ากันอีก

คืนจันทร์แรมวับแวมแต้มขอบฟ้า
ไร้ดาราเมฆขาวที่พราวสรวง
หากจันทร์แรมแต้มเสี้ยวสกาวดวง
งามโชติช่วงดั่งมณีที่เมืองจันท์...


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 47
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Nov. 2009,23:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จิตวิญญาณแห่งอดีต ที่บ้านริมน้ำคลองบางหลวง


บ่ายวันหยุดที่ท้องฟ้าพยับพโยมเพราะเมฆอุ้มน้ำฝน
ปิ๊กชวนฉันไปยังบ้านริมน้ำ ริมคลองบางหลวง หรือบางกอกใหญ่ ไม่ไกลจากวัดคูหาสวรรค์มากนัก

ปิ๊กบอกว่า “บ้านนี้นะครับ  อาพิล เหมือน hidden Bangkok” จากย่านฝั่งธนที่เราไปนัดหมายตั้งต้น ปิ๊กพาพวกเราขับรถไปตามถนนสิรินทร มุ่งตรงไปยังถนนบรมราชชนนี แล้วเลี้ยวเข้าเพชรเกษม  จากนั้นเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ เข้าซอย Green Inn Hotel ขับเรื่อยมาซอยแคบๆ จนถึงวัดคูหาสวรรค์

เราจอดรถไว้ที่นั่น แล้วต้อนเด็กๆ ลงจากรถ อันได้แก่ น้องเฌอ ลูกชายของปิ๊ก หลานปู่ของพี่อ้วน ผู้เปรียบเสมือนพี่ชายที่แสนดีของฉัน ที่ล่วงลับไปแล้ว
น้องป๊อบ ลูกของแม่ปู น้องสาวของฉัน ที่วันนี้ติดตามเพื่อน คือ น้องเฌอ และป้าพิลไปเที่ยวโดยไม่ห่วงพ่อแม่ตัวเอง


เด็กสองคนกับการผจญภัยในวันหยุด


ปิ๊กบอกว่า  ได้นัดพี่รักษ์ เพื่อนรุ่นพี่ในก๊วนเที่ยวของพี่อ้วนให้มาเจอกันด้วย เพราะตั้งแต่ฉันกลับจากเมืองนอก ยังไม่เคยได้เจอพี่รักษ์อีกเลย


จากลานจอดรถวัดคูหาสวรรค์ คือคลองบางหลวงหรือคลองบางกอกใหญ่ ที่ขวางกั้นอยู่ข้างหน้า เราเดินไปทางขวามือ ผ่านตลาดห้องแถวไม้โบราณ ที่ชวนหวนให้ระลึกถึงวันวาน ครั้งเก่าก่อนขึ้นมาจับใจ

วันนั้น ห้องแถวไม้ปิดสนิทเงียบเหงา

และเมื่อเราเดินมาถึงบ้านหลังสุดท้ายที่สุดห้องแถว ก็ได้พบกับเรือนไม้หลังใหญ่ ไม้กระดานขัดเป็นมัน ระเบียงทางเดินหน้าบ้าน เปิดโล่งออกสู่คลองบางหลวง ฝั่งตรงข้าม คือบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายไปตามลำคลอง

ทางเดินเข้าสู่บ้าน


คลองบางหลวงน้ำขุ่นข้น


สายน้ำขุ่นมัวของคลองบางหลวง ชวนให้ฉันคิดถึง วันเก่าๆ ที่ลำคลองยังใสสะอาด...เปล่าหรอก..ฉันไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง แต่เห็นด้วยจินตนาการที่วิ่งย้อนกลับไปไกลในอดีต

บ้านหลังนี้เป็นบ้านโบราณของตระกูล “รักสำหรวจ” ซึ่งเป็นตระกูลช่างทองมาแต่ต้น และต่อมาได้มีทายาทบางท่านเข้ารับราชการ

บ้านชั้นบน





บ้านสองชั้นเปิดโล่งรับลม


บริเวณที่เป็น หอศิลป์


โมเดลของตัวบ้าน



บริเวณครัวโบราณ

 
ภาพถ่ายและเอกสารเก่าๆ ที่เป็นความทรงจำของบ้าน




ผู้ที่ปลุกชีวิตของบ้านนี้ให้มีจิตวิญญาณอดีตอันงดงามขึ้นมา คือคุณชุมพล อักพันธานนท์ หรือคุณโกะ และเพื่อนๆ สองสามคน อาจเรียกได้ว่า เขาคือศิลปินที่หลงใหลกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมแห่งความหลัง ดังที่ได้ตกแต่งโรงแรมพระนครนอนเล่นให้ขึ้นชื่อลือชาในหมู่นักท่องเที่ยวแรมคืนมาแล้ว

คุณโกะ ได้กล่าวคำเชิญชวนให้มาเยือนบ้านหลังนี้ไว้ว่า อยากให้มาเยือน “กลิ่นอดีต กับชีวิตที่รุ่งเรือง กราบไหว้พระเจดีย์ ที่ให้ทุกอย่างกับข้าพเจ้า และชื่นชมวิถีชีวิตที่งดงาม กับสายน้ำที่ไหลหลับ ทุกวันที่นี่”

สิ่งมหัศจรรย์ ที่จัดเป็น unseen ของบ้านหลังนี้ คือ เจดีย์หลังบ้าน ที่เป็นเจดีย์โบราณของวัดกำแพง ซึ่งอยู่ติดๆ กับบ้าน เพียงเดินข้ามสะพานเล็กๆ ข้ามคลองไปทางฝั่งขวาของบ้าน

จะมีบ้านไหนบ้างไหม ที่มีเจดีย์ตั้งตระหง่านอยู่กลางบ้าน และเป็นเจดีย์ที่เก่าแก่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
เป็นความขลังที่ชวนให้เกรงขามระคนกับความรู้สึกเคารพบูชา







เฌอและป๊อบวิ่งเล่นกันในบ้าน ทั้งชั้นล่างและชั้นบนกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนฉัน ปิ๊ก และพี่รักษ์ นั่งคุยกันถึงชีวิตเก่าๆ และความหลังอันงดงามที่เราเคยมีร่วมกันอย่างอบอุ่นและสุขใจที่ได้หวนคิดถึงวันเก่าๆ


เด็กเลี้ยงปลา


มุมพักผ่อนริมน้ำ




บ้านริมน้ำคลองบางหลวงวันนั้น ดูจะร้างไร้ผู้คน มีเพียงน้องเป้ ผู้ดูแลบ้าน และคอยให้บริการชา กาแฟ และช็อคโกแล็ตร้อนๆ และหาอาหารการกินบางอย่างให้เรากินอย่างมากด้วยน้ำใจไมตรี



บ้านหลังนี้ คุณโกะ จัดแต่งให้เป็นบ้านศิลปิน หรือ Artist house ซึ่งเปรียบเสมือนหอศิลป์ หรือ art gallery เปิดแสดงผลงานของศิลปินที่ปรารถนาจะจำหน่ายเผยแพร่ผลงาน เปิดให้ผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ และบางวันเป็นแหล่งสอนศิลปะให้แก่เด็กๆ ในชุมชน หรือผู้มาเยี่ยมชม

นับเป็นการอนุรักษ์จิตวิญญาณของชุมชนไว้ได้อย่างงดงาม

พายเรือขายโรตี





กลับจากบ้านหลังนั้น ฉันรู้สึกอิ่มไปทั้งใจ...เป็นความอิ่มเอมที่อยู่ในเบื้องลึกอันสุดบรรยายได้ รู้ได้แต่เพียงความสงบและล้ำลึก ซาบซึ้งกับวันคืนเก่าๆ ที่บ้านหลังนี้ได้ผ่านร้อน ผ่านหนาวมาจนถึงมือผู้ที่รู้ค่าจิตวิญญาณของอดีตอย่างแท้จริง


ข้อมูลการเดินทาง
1. เข้าทาง ถ.จรัลสนิทวงศ์ ซอย 3 สุดซอย เดินข้ามสะพานแล้วเดินมาทางซ้ายมือลัดเลาะไปตามเรือนริมน้ำ
2. เข้าทางถนนราชพฤกษ์ เข้าซอย Green Inn Hotel มุ่งสู่วัดคูหาสวรรค์  ฝั่งธน เดินมาทางขวามือของท่าน้ำ จนถึงบ้านหลังสุดท้าย
3. เข้าทางถนนเพชรเกษม 28 มุ่งสู่วัดคูหาสวรรค์ ฝั่งธน
4. เข้าทางถนนเพชรเกษม 20 มุ่งสู่วัดกำแพง
5. หรือมาทางเรือ เข้ามาในคลองบางหลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ แต่ต้องเช่าเหมาลำ เพราะไม่มีเรือโดยสาร


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 48
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Nov. 2009,16:23 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ภาพสุดท้ายเป็นโรตีกรอบน่ากินจัง biggrin.gif

แต่สงสัยว่าผู้บรรยายจะได้แต่ถ่ายรูป(ไม่ได้กินโรตี)

จึงจบลงด้วย"อิ่มไปทั้งใจ"  ไม่ได้บอกว่าอิ่มท้องด้วยหรือไม่ ซึ่งแปลกๆไปจากเดิมอิ อิ  laugh1.gif

บ้านริมน้ำร่มเย็น น่าสบายจังเลยนะคะคุณพิล EM142.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 49
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Nov. 2009,21:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บ้านริมน้ำ ทำให้รู้สึกร่มเย็นเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูกค่ะพี่แมวเหมียว

ส่วนโรตีกรอบ มีหรือที่พิลจะพลาด....เพียงแต่คราวนี้ หลานๆ แย่งกินแทบหมดเลยค่ะ.... biggrin.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 50
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Nov. 2009,22:07 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

หลานๆคงกลัวอาจะอ้วน เลยแย่งกินโรตีเสียหมด   boogie.gif

          บ้านสวยมากๆ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
69 คำตอบนับตั้งแต่ 26 Feb. 2008,22:51 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 5 of 7<<1234567>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com