เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 41234>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: โอ้ดวงจำปา บุปผาเมืองลาว งามดังดวงดาว..., เวียงจันทร์ หลวงพระบาง วังเวียง...< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Mar. 2009,00:58  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

1. โอ้ดวงจำปา บุปผาเมืองลาว งามดังดวงดาว...



รูปจาก ezytrip

ฉันรู้จักเพลงดวงจำปาเป็นครั้งแรกจากบทเพลงชุดรัตติกาล ของวงพันดาว...
ตอนนั้น ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดวงจำปาคือดอกลั่นทม รู้แต่ว่า เพลงนี้ช่างแสนหวานและแสนเหงา

ส่วนดอกลั่นทมนั้น เป็นดอกไม้ในใจฉันมาเนิ่นนาน
จำได้ว่าซาบซึ้งกับความงามของดอกลั่นทมอย่างจริงจัง ตอนที่มีโอกาสได้ไปงานรับน้องมหาวิทยาลัยที่วังตะไคร้
ลานลั่นทมเต็มไปด้วยดอกขาว ใจกลางสีเหลืองอ่อน ทิ้งดอกโรยลงโคนต้นกลาดเกลื่อน เมื่อเก็บมาพิศดู
ดอกไม้ชื่อแสนเศร้านั้นแสนหอม แสนหวาน และแสนสวย

ฉันมาซาบซึ้งกับเพลงดวงจำปาอีกครั้ง เมื่อพี่หงา สุรชัย จันทิมาธรนำมาขับร้องด้วยน้ำเสียงเศร้าเสียดแทงใจ
ดินแดนแห่งดอกดวงจำปาจึงจารึกอยู่ในใจฉันมาเนิ่นนาน

เมื่อประมาณเกือบยี่สิบปีก่อน ฉันเคยได้มีโอกาสไปเที่ยวลาวใต้ สะหวันเขต โดยเข้าผ่านทางช่องเม็กอุบลราชธานี
คราวนั้น เป็นการเที่ยวแบบลุยเขาลำเนาไพร บุกบั่นเข้าไปเพื่อจะไปดูน้ำตกหลี่ผี เซเซด คอนพระเพ็ง
แล้วฉันก็ลืมเรื่องราวของเมืองลาวมาเนิ่นนาน แต่เมืองๆ หนึ่งที่อยู่ในใจของฉันเสมอ คือหลวงพระบาง ที่ฉันมีความรู้สึกอยากไปมาก

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

เคยมีเพื่อนมาชวนเหมือนกัน แต่ตอนนั้น มีเหตุการณ์ไม่สู้ดี เช่น มีการปล้นรถระหว่างทางจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบางบ้าง มีคนไทยเดินทางไปเที่ยว ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางบ้าง
ทำให้ฉันรู้สึกหวาดๆ ไม่อยากไป

แต่มาครั้งนี้ เมื่อพี่เนย พี่ที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันมาชวน ฉันจึงตื่นเต้น
พี่เนยบอกว่า ไปเที่ยวหลวงพระบางกันไหม ไปแบบลุยๆ นะ นั่งรถไฟไปลงหนองคาย แล้วเหมารถตู้ไปต่อหลวงพระบาง พี่วัตแห่งการรถไฟชวนไป เพราะพี่เขาต้องไปเตรียมรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในการเสด็จเปิดสถานีรถไฟแห่งแรกของลาว ณ ท่านาแล้ง

ฉันก็บอกให้พี่เนยชวนคนนั้น คนนี้ พี่เนยปฏิเสธบอกว่า ไม่เอาดีกว่า คนอื่นล้วนแต่คุณนาย คุณหนูกันทั้งนั้น ไปครั้งนี้ เราไปแบบขาลุย เดี๋ยวลำบาก เขาจะบ่นเอา ตกลงก็เลยชวนกันไปได้สี่คนเป็นหญิงล้วน คือพี่เนย ฉัน น้อยหน่า และ อ๋อย ไปสมทบกับหนุ่มน้อยและหนุ่มมากจากการรถไฟอีกสองคน คือ พี่วัตและน้องสอง รวมทั้งสิ้นหกชีวิต

ว่าแล้ว เราก็นัดกันลากกระเป๋า ไปขึ้นรถไฟขบวนรถเร็วกรุงเทพฯ-หนองคาย เวลาสองทุ่มครึ่ง
พวกเราจองที่นั่งบนรถไฟตู้นอน ปรับอากาศชั้นสอง  แบบเตียงล่าง เตียงบน
ฉันขอปีนขึ้นไปนอนเตียงบน เพราะเห็นพี่เนยอาวุโสกว่า เลยให้พี่เขานอนเตียงล่าง
การนอนเตียงบนไม่ค่อยสบายนัก เพราะสภาพค่อนข้างโยนเหมือนนอนบนเปลญวน แถมไม่มีหน้าต่างให้ดูวิวอะไร บางทีรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในกล่องแคบๆ (หรือโลง...อิๆๆ) ดีหน่อย มีผ้าม่านรูดปิดเปิด ไม่งั้นคงจะเป็นโลงดีๆ นี่เอง ฮิๆๆๆ แต่ก็พอกล้อมแกล้มหลับมั่ง ตื่นมั่ง


นี่ละค่ะ ตู้นอนรถไฟไทย


ยามเช้าบนรถไฟ พวกเรายังหน้าสดใส แสดงนิมิตหมายอันดี

การเดินทางบนรถไฟนี้ก็สะดวกสบายอย่างหนึ่ง ถ้าทำใจกับเรื่องความสะอาดได้ ฉันสังเกตดูฝุ่นบนรถค่อนข้างเยอะเหมือนกัน ไหนจะห้องน้ำ ห้องท่า...แต่ก็พอกล้อมแกล้มไปได้ ไม่ถึงกับสกปรกมาก

การเข้าห้องน้ำบนรถไฟก็โยกคลอนดีพิลึก แต่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับฉัน
ห้องน้ำบนรถไฟแบ่งออกเป็นสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นโถนั่ง อีกด้านเป็นโถนั่งยอง
ฉันเลือกโถนั่ง เพราะไม่อยากไปประคองตัวบนโถนั่งยอง ส่วนเวลานั่ง ก็เอากระดาษทิชชูปูให้ทั่ว แล้วก็นั่งไป
มีเรื่องขำขันตอนขากลับ...ออกเดินทางจากหนองคาย ฉันก็เริ่มปวดท้องตุ๊ยตุ่ย
ก็เดินไปเข้าห้องน้ำ  เอากระดาษทิชชูมาบรรจงปูให้เหมาะแก่การนั่ง พอปูเสร็จ กำลังจะนั่งทำธุระ รถไฟก็จอดฉึบ แล้วมีเสียงประกาศว่า

"ที่นี่สถานีกุมภวาปี ท่านผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะลง...."

โอ้ละหนอ ทำไมต้องมาถึงสถานีตอนนี้ด้วยนะ อึก็กำลังจะแตก แต่ยังใช้ห้องน้ำไม่ได้ เขาห้ามใช้ห้องน้ำเมื่อรถจอดที่สถานี เพราะห้องน้ำรถไฟเขาใช้ระบบปล่อยไปตามราง ฮิๆๆๆ ก็ต้องยืนรอกลั้นไว้ จนกระทั่งรถเริ่มเคลื่อนขบวน....

...เอ๋...ยังไม่ถึงหนองคายเลย มาเล่าเรื่องอึเรื่องถ่ายซะแล้ว...
แต่เป็นความขำส่วนตัวของฉันจริงๆ เลยอยากเล่าให้ฟัง

เอาละค่ะ...เราไปหนองคายกันต่อดีกว่า...

เมื่อขึ้นรถไฟ แนะนำตัวกันเรียบร้อย เราก็แยกย้ายกันเข้านอน ตื่นขึ้นมาตอนหกโมงเช้า ก็ยังไม่ถึงหนองคายสักที
ขบวนรถนี้ดีเลย์หรือล่าช้ากว่ากำหนด ตั้งแต่ออกจากหัวลำโพง เพราะในขบวนรถมีผู้ใหญ่ของการรถไฟเดินทางไปเตรียมพิธีรับเสด็จด้วยเช่นกัน

เก้าโมงเช้าก็แล้ว เราก็ยังไม่ถึงหนองคายเลย ทั้งที่ตามตารางเดินรถ น่าจะถึงหนองคายราวๆ แปดโมงครึ่ง

เริ่มหิวแล้วสิ เลยสั่งอาหารเช้าในตู้เสบียงมาหม่ำ พวกเราเลือกสั่ง ไข่ดาว หมูแฮม ไส้กรอก ขนมปังปิ้ง เพราะน่าจะอยู่ท้องทนกว่าข้าวต้มไก่ อาหารเช้าชุดนี้ ราคา 85 บาท

ยามเช้าตรู่ ฉันนั่งดูวิวชนบทสองข้างทาง แล้วปลาบปลื้มใจที่ได้หวนคืนสู่ธรรมชาติอีกครั้งหนึ่ง
ในที่สุด...เราก็มาถึงหนองคายกันจนได้ พี่วัตรีบพาขบวนพวกเรานั่งรถสกายแล็บ (รถสามล้อเครื่อง)มุ่งสู่ชายแดนเพื่อทำใบผ่านทางให้บางคนที่ไม่มีพาสปอร์ต

การเข้าเมืองลาวที่นี่ ทำกันเป็นขบวนการ คือสามล้อสกายแล็บจะเป็นผู้พาลูกค้าจากสถานีรถไฟมาส่งให้ตามร้านต่างๆ ที่ตกลงกันไว้  แล้วได้ค่าจ้างนิดหน่อย เป็นรายหัว จากนั้น พวกเราก็ต้องจ่ายค่ากรอกใบคนเข้าเมืองให้กับร้านเหล่านี้

แม้มีพาสปอร์ตก็ต้องกรอกแบบฟอร์มเข้ามือง แล้วเราก็เสียค่ากรอกให้ร้านที่รับทำ border pass ตรงชายแดน เพราะเราไม่มีแบบฟอร์มคนเข้าเมืองมากรอกเอง

สำหรับ border pass ก็จะยุ่งยากหน่อย เพราะต้องเอาไปให้นายอำเภอของไทยลงนามอนุมัติ เราจึงต้องรออยู่ตรงชายแดนเป็นเวลา 20 นาที

จากนั้น รถสกายแล็บก็พาเราไปส่งที่ด่านของไทย เข้าแถวเช็คพาสปอร์ตออกจากเมืองไทย ละม้ายกับที่สนามบิน

พอออกมาจากด่านไทยได้ คราวนี้ก็ต้องขึ้นรถบัสติดแอร์คนละยี่สิบบาท เพื่อข้ามสะพานมิตรภาพ ไปยังฝั่งลาว


รูปนี้ถ่ายตอนนั่งรถบัส ยังขับฝั่งซ้ายคือฝั่งไทย เห็นธงสีม่วงของสมเด็จพระเทพฯ เป็นระยะๆ

คาดว่า บนรถ พี่น้องไทย-ลาว คงนั่งกันสลอน หน้าตาก็คล้ายๆ กันจนแยกไม่ออกใครลาว ใครไทย
ฉันสังเกตดูเห็นฝรั่งและญี่ปุ่นข้ามไปเที่ยวลาวผ่านทางหนองคายเยอะมากเหมือนกัน

พอถึงด่านลาวก็ลงจากรถ แล้วไปเข้าแถว รอการตรวจเอกสารเข้าลาว เสียค่าผ่านแดน (อีกแล้ว)
เจ้าหน้าที่หนุ่ม ตม. ของลาวก็ตรวจเอกสารไปแล้วก็นั่งดูหนังจากดีวีดีที่ฉายผ่านเครื่องแล็ปท็อปไปด้วย...ท่าทางพี่แกคงจะเบื่อ นั่งตรวจทั้งวี่ทั้งวัน

พอพ้นด่านลาวมาได้ พี่วัตก็ไปติดตามหาคนลาวที่จะมารับ ส่วนพวกเราก็เริ่มกระจุยกระจายเข้าไปเดินในร้าน ดาวเฮืองดิวตี้ฟรีช็อป เริ่มจะช็อบปิ้งกัน ส่วนฉันหวังจะซื้อน้ำ เพราะไม่มีน้ำดื่มติดตัวมา

เอาละค่ะ...ถ้าคนลาวที่มารับมาถึงเมื่อไหร่ เราก็จะได้เข้าไปเที่ยวในดินแดนดวงจำปากันเลย...


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Mar. 2009,10:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขึ้นรถไฟไปเที่ยวน่าสนุกมากเลย   boogie.gif  พอลงจากรถไฟมีกลิ่นรถไฟติดตัวไหม  กลิ่นเหม็นเหล็กๆน่ะ

          พี่ก็สงสัยเหมือนกันว่าห้องน้ำรถไฟเป็นแบบนี้ไม่ผิดหลักสุขลักษณะหรือไงนะ  hehe.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Mar. 2009,12:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ท่าทางจะสนุกซะแล้วสิ  

ทั้งได้นอนม่านรูด  และได้หวนคืนสู่ธรรมชาติ

เอาอีก....
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Mar. 2009,07:26 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตามมาแล้วค่ะ แอ่วลาวกับสาวพิลกริม laugh1.gif

ชอบภาพสุดท้ายค่ะที่สุดค่ะ ศิลป์ดี อิ อิ

เอาอีกๆๆๆค่ะ EM133.gif

สวัสดีค่ะพี่แอ๊ด พี่วันดี และลูกทัวร์ทุกท่าน EM144.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Apr. 2009,17:19 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

2. จากเวียงจันทร์...มุ่งสู่วังเวียง

หลังจากเดินเล่นในร้าน Duty-free กันไม่นาน เราก็กลับมาที่ด่านลาว ในที่สุดก็ได้พบกับหนุ่มวิศวกรลาว ชื่อบุญวิไล ซึ่งตอนแรก ฉันนึกว่าเป็นผู้หญิง เมื่อได้ฟังแต่ชื่อ...

บุญวิไลเป็นวิศวกรลาวที่ประจำอยู่การรถไฟลาว ซึ่งเพิ่งเปิดดำเนินการที่สถานีท่านาแล้งเป็นแห่งแรกและครั้งแรกของประวัติศาสตร์รถไฟลาว เขาเคยมาอบรมอยู่ที่โรงเรียนวิศวกรรถไฟของไทยอยู่ระยะหนึ่ง และสนิทสนมกับหนุ่มๆ จากการรถไฟไทยเป็นอย่างดี จึงยินดีที่ได้พบและอำนวยความสะดวกให้คณะของเรา

บุญวิไลพารถตู้คันที่จะมารับพวกเราไปเที่ยวมาด้วย เขาแนะนำให้เรารู้จักกับ สายเพชร ผู้เป็นโชเฟอร์

จากการคุยกันในระหว่างการเดินทาง สายเพชรเคยเป็นนายทหารลาวระดับนายร้อยมาก่อน  ภายหลังลาออก เนื่องจากประสบความไม่เป็นธรรมบางอย่างในกองทหาร พี่วัตเลยเรียกเขาว่าผู้กอง

น้อยหน่าแอบมากระซิบกับฉันว่า ...ทำไมหนุ่มลาวมีแต่หน้าตาหล่อๆ ทั้งนั้นฟะ..อิๆๆๆ เพื่อนฉัน ห่างสาละมีได้แค่วันสองวัน เริ่มมีสายตามองหาความหล่อของหนุ่มลาวซะแล้ว


หนุ่มลาว หนุ่มไทย ใครหล่อกว่าใครดูกันเอาเอง


หนุ่มสาวลาว-ไทย

จากนั้น เราก็ขึ้นรถตู้กัน พี่วัตบอกบุญวิไลว่า ให้พาพวกเราไปหาอาหารกลางวันกินก่อนเลย เพราะตอนนั้นเกือบบ่ายสองแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันกันเลย

สายเพชรจึงพาพวกเราไปกินร้านเฝอ  เห็นชามเฝอแล้ว ...ขอบอกว่าสู้ตายค่ะ...
เฝอ...คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อของชาวเวียดนาม คล้ายๆก๋วยเตี๋ยวเนื้อบ้านเรา แต่น้ำใสกว่า และไม่มีน้ำตก แถมใส่เครื่องในวัวมาด้วย
รสชาติอร่อยใช้ได้ทีเดียว



จากนั้น บุญวิไลก็พาพวกเราไปแวะเยี่ยมชมสถานีท่านาแล้ง แล้วล้างหน้าล้างตา ที่บ้านพักของเจ้าหน้าที่รถไฟลาว ซึ่งยังใหม่เอี่ยมอ่อง  ตอนนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้นเพียง 14 คน

แดดยามบ่ายร้อนเปรี้ยง จึงขอสมัครใจถ่ายรูปสถานีรถไฟท่านาแล้ง ในระยะไกลจากบ้านพักจะดีกว่า




และแล้ว..การเดินทางท่องเที่ยวในดินแดนดวงจำปาของเราก็เริ่มขึ้น...จุดหมายปลายทางแรก คือเมือง วังเวียง...ชื่อเมืองที่แสนไพเราะและฟังดูอยู่ห่างไปไกลแสนไกล...
สายเพชรขับรถพาพวกเราลัดเลาะไปตามเส้นทาง ผ่านบ้านเรือน หมู่บ้าน เทือกเขาลำเนาไพร ระหว่างทาง เขาทำหน้าที่เป็นไกด์ คอยอธิบายเรื่องราวบนเส้นทางและชี้ชวนให้ดูสถานที่ต่างๆระหว่างการเดินทางไปด้วย พร้อมกับคุยเรื่องปลีกย่อยต่างๆ ในประวัติศาสตร์การปฏิวัติของชนชาติลาวให้ฟัง

ฟังดูแล้ว...ฉันรู้สึกว่า สายเพชรภาคภูมิใจกับความเป็นประเทศชาติ พรรครัฐบาลสังคมนิยม และการปกครองของประเทศเขามาก...เขายังเอาเพลงปฏิวัติยุคใหม่มาเปิดให้พวกเราฟังในรถด้วย...คนร้องเป็นนักร้องหนุ่ม เสียงดี สไตล์เพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตของไทย ร้องเพลงชมความงามและความเจริญ รุ่งเรืองของประเทศลาว เป็นที่น่าประทับใจมาก

เราใช้เส้นทางไปวังเวียง สาย 13 เหนือ (North 13) ผ่านบ้านน้ำหลีก และบ้านท่าเรือ  
ที่บ้านน้ำหลีก สายเพชรชี้ให้พวกเราดูปลีกย่อยน้ำงึม ภาษาลาว ทำให้ฉันมองเห็นภาพได้อย่างง่ายๆ ของสายน้ำสาขา ที่หลั่งไหลมาจากเขื่อนน้ำงึม สถานที่ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ของลาว

ระหว่างทางก่อนถึงบ้านท่าเรือ  ขณะที่รถลัดเลาะมาตามไหล่เขา ก็ได้พบกับอุบัติเหตุอันน่าสลดใจ รถบัสคันหนึ่งมีชาวต่างชาติเต็มคัน จอดอยู่ ที่ข้างถนนเห็นฝรั่งสองสามคนกำลังไปช่วยประคองหญิงกลางคนชาวบ้านผู้หนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่กับท้องถนน ฉันเห็นเลือดไหลนองออกมาจากร่างของเธอ ไม่รู้ว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

เมื่อขับรถผ่านมา สายเพชรคว้าโทรศัพท์มือถือ แล้วโทร.หาเพื่อนที่เป็นตำรวจอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เสียงเขาบอกเพื่อนว่าให้รีบออกมาดู เพราะมี “รถตำคนตาย” นี่ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจกับภาษาลาว ที่เว้ากันซื่อๆ บ้านเราเรียกรถชน...บ้านเขาเรียกรถตำ

ใกล้ถึงวังเวียง อาทิตย์เริ่มอ่อนแสงลงเรื่อยๆ



เรามาถึงวังเวียงเมื่อมืดสนิท มองไม่เห็นทัศนียภาพสองข้างทาง นอกจากแสงไฟเรืองๆ ที่ส่องตามบ้านเรือนร้านค้ายามค่ำ สายเพชรยังอุตส่าห์พาพวกเราเข้าไปดูลานกว้างของวังเวียง ที่เขาเล่าให้ฟังว่า เป็นสนามบินของทหารอเมริกาต่างชาติที่เคยเข้ารุกรานเมืองลาว เมื่อสมัยสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์

สายเพชรพาพวกเราไปหาที่พักแรมคืน ณ วังเวียง ที่รีสอร์ตริมน้ำแห่งหนึ่ง แล้วไปกินข้าวเย็นกันที่ร้านชื่อ นางโบต อาหารที่มีขายรสชาติเป็นอาหารไทยดีๆ นี่เอง ไม่ว่าจะเป็นต้มยำปลาแม่น้ำโขง ผัดวอเตอร์เครส ที่คนลาวเรียกว่าผักน้ำ ปลาทอด หรือว่าจะเป็นกระเพราไก่....

กลับที่พักอีกครั้งในยามราตรี ฉันมองเห็นเมืองวังเวียง ลางเลือนท่ามกลางแสงไฟสลัว ของคลับ บาร์ ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติฝรั่งหนุ่มสาว แต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น  นั่งๆ นอนๆ เอนๆ กับเบาะขนาดใหญ่ ดื่มกินกันอย่างสนุกสนานเมามันกับเมรัยตามวัฒนธรรมของพวกเขา...

ในความรู้สึกของฉัน วังเวียงยามนี้ ราวกับเป็นเมืองของคนบาปที่ต่างมุ่งหมายมารวมตัวกัน เสพย์กินให้ดื่มด่ำ เป็นเมืองในความมืด ท่ามกลางเงาอิทธิพลเร้นลับ...บางข้อมูล บอกว่า ที่วังเวียงแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งของยาเสพย์ติดอีกด้วย

ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่...พรุ่งนี้ เราจะสำรวจวังเวียงกันอีกทีในยามที่ท้องฟ้าแจ้งสว่างรุ่งราง....


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 30 Apr. 2009,19:00 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จ้ะๆ ฟังแล้วเห็นภาพดีนะ รถตำคนตาย  วันก่อนแทนก็มาเล่าให้ฟังว่า มีป้ายเขียนไว้ตามบ้านในประเทศลาวว่า "ระวังหมาร้าย"  อืม ฟังเข้าท่าดีนะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
วันดี Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 1017
เข้าร่วมเมื่อ: 07 Sep. 2002

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 May 2009,12:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คนเมืองนี้ชื่อเพราะกันจัง

เคยรู้จักคนชื่อ  ชมมาลี  มีพี่สาวชื่อ  โสมนภา  มณีดารา...และยังรู้จักคนชื่อ  เพชรสี..  คิดได้ไงไม่รุ  

ดูท่ามิตรภาพไทย-ลาวจะม่วนซื่นโฮแซวเนาะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 May 2009,12:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะ พี่วันดี พี่แอ๊ด

แล้วนี่ไกด์สาวหายไปไหนแล้วคะ

หรือว่าพวกเรามารอจะไปเที่ยวลาว แต่ไกด์สาวกลับไปญี่ปุ่นอีกแล้วมั้งคะ laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 May 2009,22:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีค่ะท่านพี่แอ๊ด พี่วันดี พี่แมวเหมียว

พี่แอ๊ด พิลได้กลิ่นเหม็นเหล็กอย่างพี่ว่า ตอนขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นค่ะ เหม็นจริงๆ เหม็นจนเวียนหัวเลย

ระวังหมาร้าย ของพี่แอ๊ด มองเห็นภาพเลยค่ะ ว่ามันร้ายจริงๆ หุๆๆๆ

พี่วันดีคะ คนลาวชื่อเพราะจริงอย่างว่าค่ะ
ตอนไปญี่ปุ่นก็ไปเจอเด็กหนุ่มลาวบนรถไฟ เขาไปเรียนปริญญาเอกด้านประมง ชื่อ ภูวินค่ะ (แต่เขาจะเขียนพูวิน) ชื่อน่ารักมากๆ เลยนะคะ
แล้วยังมีคุณภูสมิง ที่เป็นนักร้องนั่นก็คนลาวเหมือนกันค่ะ

พี่แมวเหมียวคะ ไกด์สาว(แก่) หนีไปทำงานมาค่ะ Holiday time is over. กลับมามีแต่งานๆๆๆๆๆๆ สุมกองเต็มโต๊ะไปหมดค่ะ ตอนนี้ พอจะทุเลาไปบ้าง ...แต่ดูเรื่องงานของพิลแล้ว...ประมาณว่าจะตกที่นั่ง...ความวัวยังไม่ทัน ความควายก็เข้ามาแทรก...ท่าจะเห็นคนทำอย่างเราเป็นวัว เป็นควายค่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆ.... EM135.gif


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
pilgrim Search for posts by this member.
เก่าสุดๆ
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 2230
เข้าร่วมเมื่อ: 16 Jun. 2005

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 May 2009,22:37 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

3. วังเวียง...สายน้ำ...ขุนเขา และเงาเมฆ


รุ่งเช้าที่วังเวียงฉันตื่นขึ้นมา ด้วยความรู้สึกอยากเห็นหน้าตาเมืองวังเวียงในยามแสงอรุณฉาย จึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เพื่อจะออกไปเดินเล่นหน้ารีสอร์ตที่อยู่ประชิดริมน้ำ

ในค่ำคืนก่อนที่เราเข้าที่พัก รัตติกาลมาเยือน มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ยามเช้า ภาพแรกที่ได้เห็นคือ ภูเขาสูงตระหง่านเป็นเงื้อมแถวสีเทาริมแม่น้ำซอง สมดั่งคำเปรียบเปรยว่า วังเวียงคือ กุ้ยหลินแห่งเมืองลาว
แม่น้ำซองอันแสนสงบยามเช้า มีสะพานไม้ทอดยาวข้ามลำน้ำไปอีกฝั่ง มีรีสอร์ตเรียงรายอยู่ริมน้ำ แต่ไม่แออัดมากนัก

นี่คือภาพอันสงบงามของวังเวียง ...สายน้ำ...ขุนเขาในเงาเมฆ

หน้ารีสอร์ตเป็นชานพักระเบียงริมน้ำซอง



เก้าอี้เหงาใต้เงาเมฆ


ลำน้ำซองอันแสนสงบยามเช้าตรู่




เปลญวณนั่งเล่นใต้เพิงสำหรับนักท่องเที่ยว


ลำน้ำซองกับขุนเขาซึ่งเปรียบเสมือนกุ้ยหลินเมืองลาว






สองสาวกับสะพานไม้ริมน้ำ





ฉันเดินออกมาหน้ารีสอร์ต พบคุณยายท่านหนึ่งนั่งเย็บใบตอง เมื่อเข้าไปเจรจาฟังคุณยายไม่ค่อยรู้เรื่อง เลยเดาเอาว่าคุณยายน่าจะกำลังทำบายศรี แต่ดูผ้าซิ่นที่คุณยายใส่ แม้จะเก่า แต่ลวดลายและสีสันสวยงาม






จากนั้น เมื่อทุกคนพร้อม เราก็ออกเดินทางไปตลาดเช้า ไปกินโจ๊ก กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ ที่รสชาติอร่อยได้ใจ แต่คาดว่า จะอร่อยเพราะผงชูรส ฉันเหลือบมองโถเครื่องปรุงบนโต๊ะ มีกระปุกผงชูรสตั้งวางอยู่ด้วย ...โอแม่เจ้า...ที่นี่เขากินผงชูรสกันดุขนาดนี้เชียวเหรอ....ฉันว่าฉันตาไม่ฝาด เพราะเกล็ดนั้นไม่ใช่น้ำตาลแน่นอน



จะอย่างไรก็แล้วแต่ โจ๊กชามนั้นก็หมดลงอย่างรวดเร็ว

เมืองวังเวียงยามเช้า


พี่วัตบอกให้พวกเราออกเดินทางต่อ ฉันเองก็เพิ่งทราบว่า เราจะไม่ได้สำรวจวังเวียงอย่างที่คิด ไม่ได้ล่องลำน้ำซองอย่างที่ตั้งใจ
แต่เมื่อทัวร์คณะนี้ มีพี่วัตเป็นหัวหน้า เราก็ต้องให้พี่ท่านเป็นคนตัดสินใจ นำพวกเราไปสู่หลวงพระบาง


--------------


All days come from one day.
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
36 คำตอบนับตั้งแต่ 25 Mar. 2009,00:58 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 41234>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com