เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 8<<123456>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: 108พรรณไม้ไทย< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 11
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Apr. 2004,04:09  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การให้น้ำ
          ปกติการให้น้ำต้นไม้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการให้น้ำมากเกินไป น้อยเกินไป หรือให้น้ำไม่ถูกวิธีสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชเหมือนกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับ ชนิดของพรรณพืช สภาพของดิน หรือเครื่องปลูก สภาพแวดล้อม เช่น ในร่ม กลางแจ้ง มีลมพัดผ่านหรือไม่ อุณหภูมิ และฤดูกาล เป็นต้น

          ถ้าพืชได้รับน้ำน้อยเกินไปจะทำให้ใบเหี่ยว เนื่องจากน้ำในดินมีไม่พอให้รากดูดไปเลี้ยงลำต้น ช่วงเวลาใกล้เที่ยงถึงบ่าย 3 โมงเย็น เป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดพืชจะคายน้ำมาก เมื่อคายน้ำมากแล้วรากต้องดูดน้ำมาชดเชยให้กับใบที่เสียน้ำไปกับอากาศ ถ้าชดเชยไม่ทันก็จะทำให้ใบเหี่ยว

          ถ้าน้ำมากจนเต็มช่องว่างทั้งหมดของดิน และไล่อากาศออกทำให้ดินอิ่มตัวจนเกิดน้ำขัง ก็จะไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช เพราะจำทำให้พืชขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการหายใจของราก เราเรียกความชื้นในดินระดับนี้ว่าระดับ Superfluous ถ้าดินมีน้ำขังเพียง 2–3 วัน พืชจะมีอาการเหี่ยวทั้งๆ ที่ไม่ขาดน้ำบางชนิดอาจตายได้ แต่ในทางกลับกันถ้าพืชได้รับน้ำน้อยเกินไปต้นก็เหี่ยวเหมือนกัน วิธีการให้น้ำไม้กระถาง
ควรรดน้ำที่โคนต้น อย่าใช้วิธีฉีดทั้งใบ เพราะจะทำให้พุ่มและใบกระจ่ายล้มได้ และทำให้น้ำกระจายออกนอกกระถาง ทำให้น้ำไม่ถึงระดับราก
ถ้าดินแห้งหดตัวหนีขอบกระถาง ทำให้น้ำไหลลงรูที่ก้นกระถางหมด และไม่ชุ่มถึงระดับราก ควรพรวนดินให้ฟูก่อนแล้งค่อนรดน้ำให้ชุ่ม
ควรใช้น้ำที่ไม่แรง รดช้าๆ จนชุ่ม ไม่ควรฉีดน้ำแรงมาก เพราะจะทำให้น้ำชะหน้าดินออกจากกระถางทำให้รากลอย และแห้งได้
        การรดน้ำที่ดีควรรดน้ำแล้วปล่อยให้ใบแห้งก่อนค่ำ เพื่อป้องกันการเกิดโรคในขณะที่ใบพืชชื้น ควรพิจารณาตามฤดูกาล และความชื้นของดิน

        ไม้กระถางในร่ม ต้องการแสงน้อย เนื่องจากการคายน้ำ การหายใจ การดูดธาตุอาหาร น้อยกว่าไม้กลางแจ้ง การให้น้ำต้องสังเกตความต้องการน้ำของพืชด้วย เช่น สัมผัสดินปลูก ความสดใสของใบ ในขณะที่อากาศแห้ง ถ้าอากาศชื้น-เย็น ควรให้น้ำวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

        ไม้กระถางที่มีใบใหญ่ จำนวนใบมาก ใบและต้นมีลักษณะอวบน้ำ จะต้องการน้ำมากกว่าไม้ใบเล็ก หรือจำนวนใบน้อย ความต้องการน้ำแตกต่างกันตามชนิดของพรรณไม้ ไม้กระถางอายุยืน พุ่มใหญ่ ระบบรากสมบูรณ์ จะต้องการน้ำมากว่าไม้กระถางขนาดเล็ก อายุน้อย หรือระบบรากยังไม่เจริญเต็มที่ และความชื้นของดินมีผลมาจากส่วนผสมของดินปลูกที่แตกต่างกัน ดินที่มีส่วนผสมของอินทรีวัตถุ ปุ๋ยคอกและวัสดุอื่น เช่น อิฐมอญทุบ ทราย จะอุ้มน้ำได้ดีกว่าดินร่วนธรรมดา ดินเหนียวระบายน้ำและอากาศได้ไม่ดี ดินแน่นแข็งตัวง่าย ทำให้ระบบรากเจริญเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร

        ชนิดของกระถางมีส่วนสำคัญในการให้น้ำด้วยเช่นกัน เช่น กระถางดินเผามีรูพรุนทำให้การระเหยน้ำได้ง่าย ทำให้เครื่องปลูกแห้งเร็วกว่ากระถางพลาสติก แก้ว หรือโลหะ ดังนั้นไม้ที่ปลูกในกระถางดินเผาจึงควรให้น้ำบ่อยกว่ากระถางชนิดอื่น

        สภาพแวดล้อมเกี่ยวกับ แสง อุณหภูมิ ความชื้นและลม สิ่งเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับการให้น้ำด้วย เพราะมีส่วนทำให้พืชสูญเสียน้ำจากต้นด้วยการคายน้ำกับระเหยไปจากเครื่องปลูกด้วยเช่นกัน

        ชนิดของพรรณไม้ที่ต่างกันความต้องการน้ำมากน้อยก็แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นจึงมีข้อสังเกตบางประการที่พอจะบอกให้ทราบเกี่ยวกับการให้น้ำแก่พืช โดยดูจากสิ่งต่างๆ ดังนี้

คุ้ยผิวดินในระดับความความลึกประมาณครึ่งนิ้ว หากดินแห้งก็ควรให้น้ำได้แล้ว
สังเกตดูจากสีของผิวดินหน้ากระถาง ถ้าสีของดินจางลงมาก หน้าดินดูแห้งก็ควรให้น้ำได้แล้ว แต่ถ้าสีของดินยังค่อนข้างทึบแสดงว่าดินยังมีความชื้นอยู่ก็ไม่จำเป็นต้องให้น้ำขณะนั้น
ดินในกระเริ่มหดตัวแยกออกจากขอบกระถางแสดงว่าดินแห้ง แต่ลักษณะนี้จะเห็นได้ชัดว่าเครื่องปลูกนี้มีส่วนผสมของดินเหนียวอยู่มาก วิธีแก้จึงควรพรวนดินให้ฟูก่อนรดน้ำ เพื่อให้ดินโปร่งและซับน้ำได้ดีขึ้น
      ควรศึกษาและสังเกตนิสัยความต้องการน้ำของพืช เพราะแต่ละสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นพืชชนิดเดียวกัน ก็อาจจะต้องการที่แตกต่างกัน

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 12
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Apr. 2004,04:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การให้ปุ๋ย

        การใส่ปุ๋ยให้แก่ไม้กระถางควรพิจารณาถึงความอุดมสมบูรณ์ของเครื่องปลูกเป็นหลัก เครื่องปลูกที่มีดินร่วน ใบไม้ผุ และปุ๋ยคอกผสมอยู่ในปริมาณมาก อาจไม่ต้องให้ปุ๋ยเพิ่ม หรืออาจให้บ้างในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนเครื่องปลูกที่มีใบไม้ผุ และปุ๋ยคอกผสมอยู่ในปริมาณน้อยหรือไม่มีเลยก็ควรใส่ปุ๋ยเพิ่มให้เพียงพอต่อความต้องการของพืช

        โดยทั่วไปการใส่ปุ๋ยให้แก่ไม้ประดับกระถางมักใช้ปุ๋ยไนโตรเจน เช่น ยูเรีย (46-0-0) ช่วยเร่งการเจริญเติบโต โดยใส่หลังจากปลูกประมาณ 3–7 วัน และครั้งต่อไปใส่สัปดาห์ละครั้ง เพื่อเร่งให้ต้นไม้สร้างใบ แตกยอด กิ่งก้านได้ดีขึ้น เมื่อให้ปุ๋ยทุกครั้งควรรดน้ำตามเสมอเพราะน้ำจะเป็นตัวละลายให้พืชดูดน้ำไปใช้ได้สะดวก วิธีให้ปุ๋ยยูเรีย อาจจะใช้วิธีหว่านแล้วรดน้ำตามไป หรือละลายปุ๋ยในน้ำแล้วรดก็ได้

        การให้ปุ๋ยไม้กระถางประดับในอาคารควรใส่ปุ๋ยเพียงเล็กน้อย ไม่ควรใส่มากเหมือนไม้กลางแจ้ง เนื่องจากภายในอาคารไม่เหมือนกับสภาพธรรมชาติปกติ จะทำให้พืชยืดลำต้นเร็ว และอ่อนแอไม่ทนต่อโรคแมลง ช่วงการใส่ปุ๋ย ควรใส่ระยะที่นำไม้ออกมาพักฟื้นภายนอกอาคาร ปุ๋ยที่ใช้อาจเป็นปุ๋ยเม็ดสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 โดยใส่ทางดิน ร่วมกับการใช้ปุ๋ยน้ำสูตรไนโตรเจนสูง เช่น 21-13-13 เสริมไปด้วยโดยการฉีดพ่นทางใบสัปดาห์ละครั้ง เมื่อเห็นว่าต้นไม้เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นควรงดปุ๋ยทางใบให้เฉพาะปุ๋ยเม็ดทางดินอย่างเดียว โดยให้ปุ๋ยเคมีทุกๆ 3 เดือน ครั้งละ 1–2 ช้อนชาสำหรับไม้กระถางขนาด 8–12 นิ้ว โดยโรยรอบๆ กระถาง หรือฝังกลบ 2–3 จุด ชิดขอบกระถางปลูก รดน้ำให้ชุ่ม ไม้กระถางในร่มควรให้ปุ๋ยเคมีได้ในช่วงระยะเวลาที่พักไม้หลังจากใช้งานแล้ว ไม่ควรให้ปุ๋ยในระหว่างการตั้งประดับหรือระหว่างการใช้งาน

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 13
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Apr. 2004,04:12 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การดูแลรักษาโดยทั่วไป

        การปลูกเลี้ยงไม้กระถาง มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปฏิบัติดูแลรักษาอย่างดี และสม่ำเสมอ ทั้งนี้เพื่อให้ไม้กระถางมีอายุยืน และคงความสวยงามไว้ได้นาน ไม่ต้องเปลี่ยนกระถาง หรือต้นไม้บ่อยครั้ง การดูแลรักษาโดยทั่วไปจึงควรคำนึงถึงความสำคัญดังต่อไปนี้

ไม่ควรตั้งไม้กระถางในที่ที่มีลมแรงมาก หรือตั้งใกล้ที่มีไอร้อนมาก เช่น อยู่ใกล้เครื่องทำความร้อน ไม้กระถางส่วนมากไม่ชอบให้ลมพัดโกรกมาก หรืออุณหภูมิสูง เพราะจะทำให้พืชมีการระเหยน้ำมากจนต้นไม้นั้นเหี่ยวเฉาตายได้ โดยเฉพาะการใช้ไฟส่องแสงสว่างแรงๆ และใกล้ต้นไม้เกินไปทำให้ต้นไม้ทนความร้อนไม่ไหวทำให้เหี่ยวเฉาตายได้ในที่สุด

การนำไม้กระถางไปใช้งานหรือประดับในที่ต่างๆ จึงต้องคำนึงถึงช่วงเวลาการใช้งานของไม้แต่ละกลุ่มด้วย เช่น ไม้กลางแจ้งจำพวกหมากเหลือง ไทร ไผ่ วาสนา หากนำไปใช้ประดับในร่ม หรือในอาคาร ช่วงเวลาของการใช้งาน 6-8 สัปดาห์ ก็ควรสับเปลี่ยนไม้ชุดใหม่เข้าแทน เพื่อจะได้พักฟื้นไม้ประดับชุดเก่า

ส่วนไม้ในร่มหรือกึ่งร่ม เช่น โมก คล้า อะโกลนีมา เปปเปอโรเมีย ฟิโล เดนดรอน พลูด่าง เฟิร์น รวมทั้งกลุ่มไม้ดอก เช่น กล็อกซีเนีย กล้วยไม้ อาฟริกันไวโอเลท จะอยู่ได้นานกว่า เพราะไม้กลุ่มนี้ต้องการแสงจำกัดอยู่แล้ว อายุการใช้งานอาจจะถึง 8–10 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามอายุการใช้งานของไม้ทั้ง 2 กลุ่มนี้ ถ้ายิ่งใช้งานช่วงเวลาสั้นจะดีกว่าเพราะไม่ทำให้ต้นไม้โทรมหรือช้ำมาก ไม้จะฟื้นตัวเร็วและคงความสวยงามได้นาน ดังนั้นสำหรับไม้ประดับในร่มแล้ว จึงควรเตรียมไม้ประดับไว้หลายชุด เพื่อใช้สับเปลี่ยน

ไม้กระถางที่ใช้ประดับนอกอาคารนั้นสำคัญที่สุดก็คือการให้น้ำสม่ำเสมอ ถ้าขาดน้ำแล้วจะเหี่ยวเฉา ถ้าใช้จานรองก้นกระถางหล่อน้ำเอาไว้ก็อาจจะช่วยได้บ้าง

การดูแลทำความสะอาดใบ ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะใบที่สะอาดคือใบที่แข็งแรง การล้างใบเป็นการล้างเอาฝุ่นละอองออกจากใบ นอกจากจะทำให้ใบสะอาดสวยงามแล้ว ยังทำให้พืชสามารถปรุงอาหารได้ดีขึ้นอีกด้วย วิธีล้างใบควรใช้น้ำสบู่อ่อนๆ จะไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อใบ ไม่ควรใช้ผงหรือน้ำยาซักฟอกประเภทกัดรุนแรงโดยเด็ดขาด

ส่วนโรคที่พบอยู่เสมอได้แก่โรคโคนเน่า มักเกิดกับพืชในระยะที่เป็นต้นกล้ายังตั้งตัวไม่ได้ แสดงอาการใบเหี่ยว เมื่อดูที่โคนต้นระดับผิวดินจะพบรอยเน่า และต้นล้มตายในที่สุด การป้องกันให้พยายามทำให้บริเวณโคนต้นโปร่ง มีการระบายอากาศดี มีแสงแดดส่องถึง และรักษาผิวหน้าดินปลูกอย่าให้ชื้นแฉะเกินไป

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 14
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Apr. 2004,04:13 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

การกำจัดแมลงศัตรูพืช

        การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูเป็นความจำเป็นอีกอย่างหนึ่งในการดูแลรักษาไม้กระถาง เพราะแมลงเป็นศัตรูต่อการเจริญเติบโตของพืช ที่พบมากมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

ประเภทปากกัด ได้แก่ ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อ ด้วง ฯลฯ ทำลายโดยกัดกินใบ ทำให้ต้นไม้ไม้สามารถปรุงอาหารได้ และชะงักการเจริญเติบโต แมลงปากกัดบางชนิดกัดแทะเข้าไปถึงกิ่งก้านหรือลำต้น ทำให้ท่อน้ำท่ออาหารของต้นไม้เสียหาย ถ้าถูกทำลายมากต้นไม้จะเหี่ยวและตายในที่สุด วิธีกำจัดโดยการใช้ยาประเภทถูกตัวตายหรือกินตายฉีดพ่น หากพบจำนวนไม่มากให้จับทำลาย

ประเภทดูดน้ำเลี้ยง ได้แก่ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยจั๊กจั่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน แมงมุมแดง เพลี้ยหอย ฯลฯ ทำลายโดยดูดน้ำเลี้ยงจากใบ แมลงปากดูดบางชนิดยังปล่อยสารพิษให้ต้นไม้ใบสีซีดเหี่ยวแห้ง ใบร่วงก่อนกำหนด ชะงักการเจริญเติบโต และแห้งตายในที่สุด วิธีกำจัดโดยการฉีดยาประเภทถูกตัวตาย

        เนื่องจากการปลูกไม้กระถางประดับเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับคน หากสามารถหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศตรูพืชได้มากเท่าไรหรือไม่ใช้เลยยิ่งดี โดยเฉพาะไม้กระถางที่ใช้ประดับในอาคารบ้านเรือน หากจำเป็นต้องใช้ยากำจัดแมลงควรกระทำอยู่ภายนอกอาคารและหลีกเลี่ยงยาที่มีอันตรายมากๆ มีฤทธิ์ตกค้างนานและมีกลิ่นรุนแรง ก่อนนำพรรณไม้เข้าประดับในอาคารควรงดฉีดยา หรือทิ้งไว้จนหมดกลิ่นและฤทธิ์เสียก่อน สิ่งสำคัญควรเลือกใช้ยาให้ถูกต้องกับแมลงที่ต้องการกำจัด แล้วนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพราะโดยทั่วไปยาฆ่าแมลงมีอันตรายต่อคนอยู่แล้วไม่มากก็น้อย ถ้าใช้ไม่ถูกวิธีอันตรายก็ยิ่งมากขึ้น

การกำจัดโรคพืช

        โรคพืชที่พบบ่อยในไม้กระถางได้แก่ โรคโคนเน่า ลักษณะอาการแสดงออกที่บริเวณโคนต้นระดับผิวดินจะเน่าและต้นจะล้มตายในที่สุด ทางป้องกันหรือลดความเสียหายทำได้โดยการกำจัดวัชพืชและตัดแต่ง ช่วยให้โคนต้นโปร่งมีการระบายอากาศ แสงแดดส่องได้ทั่วถึง และพยายามรดน้ำให้น้อยลง รักษาผิวหน้าดินอย่าให้ชื้นแฉะเกินไป

การกำจัดวัชพืช

        วัชพืชหรือหญ้าต่างๆ ที่ขึ้นอยู่ในเครื่องปลูกจะเป็นตัวแย่งอาหารจากต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ไม่สวย และยังเป็นที่อยู่อาศัยหรือแหล่งสะสมของโรคแมลงบางชนิดด้วย การกำจัดวัชพืชควรทำในขณะที่วัชพืชยังเป็นต้นอ่อนยังไม่ออกดอกติดเมล็ด เพราะเมล็ดแก่อาจหล่นลงในเครื่องปลูกงอกเป็นต้นอ่อนได้ ทำให้ต้องเสียเวลาในการกำจัดต่อไปอีก วิธีการกำจัดวัชพืชอาจใช้วิธีถอนด้วยมือ แซะหรือขุดด้วย พลั่วมือ เสียม หรือจอบ โดยพรวนดินร่วมไปด้วย

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 15
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Apr. 2004,04:15 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

การตัดแต่ง

        การตัดแต่ง ไม้ประดับหลังจากปลูกประดับไปนานๆ ส่วนยอด กิ่งก้าน หรือใบจะยืดยาวเจริญไม่เป็นระเบียบ ขาดความสวยงาม จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่งออกบ้าง เพื่อรักษาทรงพุ่มให้สวยงามยิ่งขึ้น หากมีกิ่งหักเสียหายที่เกิดจากการเคลื่อนย้าย กิ่งมีโรคแมลงเข้าทำลาย หรือกิ่งแห้ง ควรตัดออกให้ดูสวยงามและยังเป็นการรักษาสุขภาพของต้นไม้ให้ดีขึ้นด้วย โดยใช้กรรไกรตัดแต่งหรือมีดคมๆ เพื่อไม่ให้แผลที่ตัดช้ำมากนัก

การใช้ไม้กระถางในการตกแต่ง

        ในการใช้ไม้กระถางในการตกแต่งประดับให้สวยงามทั้งภายในและภายนอกอาคารนั้นอาจจัดได้ 2 ลักษณะด้วยกัน คือ

จัดไม้กระถางประดับเดี่ยว
        คือการใช้ไม้กระถางแยกกันจัดประดับตกแต่ง ซึ่งอาจจะจัดเป็นแถวเป็นแนว หรือใช้เป็นคู่ซ้ายขวาก็ได้ การจัดไม้กระถางประดับแบบนี้เหมาะสำหรับลักษณะของพื้นที่แคบ หรือพื้นที่ที่มีส่วนยาวมากกว่าส่วนกว้าง เช่นสองข้างทางเดิน ตามระเบียงอาคาร หรือตามขอบฝาผนัง หรือริมขอบเขตแนวกำแพง สองข้างทางบันไดขึ้นลง การจัดแบบนี้ไม้เปลืองไม้กระถาง การจัดไม้กระถางประดับลักษณะนี้เน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นสำคัญ หรือถือหลักแนวเส้นตรงมีความสมดุลทั้ง 2 ข้าง และส่วนใหญ่เป็นพรรณไม้ชนิดเดียวกัน

จัดไม้กระถางประดับเป็นกลุ่มหรือเป็นหมู่
        คือการจัดไม้กระถางหลายๆ กระถางรวมกลุ่มเข้าด้วยกันเป็นหมู่เป็นพวก ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นที่ใหญ่ กว้างขวาง เช่น ห้องขนาดใหญ่ ห้องประชุม ถ้าเป็นภายนอกอาคารก็มักจะเป็นลานกลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ เช่น ลานนั่งเล่นตามสวนสาธารณะ ลานตามมุมถนน หรือบางส่วนของถนน ตามมุมอาคารด้านนอก สถานที่ราชการ ในการจัดไม้กระถางประดับเป็นหมู่ หรือเป็นกลุ่มอาจจัดได้ 2 ลักษณะคือ จัดเป็นกลุ่มแบบเรขาคณิต หรือจัดเป็นกลุ่มแบบเส้นตรงหรือเส้นโค้งที่มาบรรจบกันโดยอยู่ในขอบเขตที่แน่นอนเช่น ใช้กระถางที่มีลักษณะสี่เหลี่ยม หกเหลี่ยม ต่อชิดกันเป็นกลุ่มให้มีลักษณะต่างๆ เพื่อให้เข้ากับสภาพของสถานที่

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 16
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 May 2004,05:03 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

bawling.gif  bawling.gif
ต้องขอโทษด้วยคะที่ไม่สามารถนำภาพดอกไม้ต้นไม้มาให้ดูได้ เพราะส่งภาพไม่สำเร็จสักครั้งเลยท้อใจ มีแต่บทความมาให้อ่านกันเท่านั้นเองคะ

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 17
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 05 May 2004,20:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

flower.gif สวัสดีค่ะ คุณอิศรา


กระทู้นี้มีประโยชน์และน่าสนใจสำหรับแมวเหมียวค่ะ

แมวเหมียวเป็นคนหนึ่งที่ชอบปลูกต้นไม้และจัดสวน

ขอบคุณคุณอิศราค่ะ..
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 06 May 2004,20:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณอิศราค่ะ ลองดูอีกทีนะคะ เรื่องรูปคงไม่ยาก คล้ายๆกับ attach file ใน เมล์แหละค่ะ ลองทำอย่างนี้ค่ะ

1. เวลาเราเจอรูปที่ต้องการ ก็คลิกขวาที่เม้าส์ แล้วเลือก save picture as ...แล้วก็ตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษ

2. เมื่อจะโพสต์  ให้กด

3. อ่านดูข้อกำหนด แล้วกดที่ Browse แล้วหารูปที่เรา save ไว้ แล้วกด Upload ถ้ารูปตรงตามข้อกำหนดก็จะปรากฏอยู่ท้ายหน้าอัพโหลดนั้น ถ้าไม่สำเร็จเขาจะบอกว่า ไฟล์ที่คุณส่งเกินข้อกำหนดที่ยอมให้ กรุณาลดขนาดลง หรือเลือกไฟล์ใหม่ เราก็หารูปที่ได้ขนาดมาทำใหม่

4. แล้วก็ copy [ img ]http://thummada.com/php_upload/ชื่อไฟล์+นามสกุล [/img] (ด้านล่าง)มาใส่ในกระทู้ที่เราเขียน แทนที่ ชื่อไฟล์+นามสกุล ด้วยภาพที่เรา อัพโหลดไปแล้ว เช่น

[img ]http://thummada.com/php_upload/patshouse.gif [/img]

ก็จะได้เป็นภาพนี้ค่ะ



     ลองอ่าน การตั้งกระทู้การโพสต์รูป ค่ะ

     คราวนี้ขอให้สำเร็จนะคะคุณอิศรา โอมเพี้ยงๆ จะได้โพสต์อย่างสนุกค่ะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 May 2004,09:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีคะคุณแมวเหมียว คุณadd   ดีใจคะที่กระทู้นี้มีประโยนช์กับเพื่อนๆ จะพยายามนำมาเพิ่มเติมเรื่อยๆคะ laugh1.gif
และต้องขอบคุณคุณadd คะที่มาอธิบายเกี่ยวกับการโพลส์ภาพ ลองทำมาหลายครั้งแล้วคะแต่มันไม่สำเร็จสักที จะลองทำใหม่คะ thankssign.gif

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
 Post Number: 20
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 May 2004,09:22 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ไม้ประดับดูดสารพิษ



         ดร. บี ซี วูฟเวอร์ตัน ( Dr. B.C. Wolverton ) นักวิจัยแห่งสถาบันวิจัยอวกาศนาซ่าได้ทำการวิจัยมาเป็นเวลา 25 ปี จนค้นพบความสามารถ และประสิทธิภาพของไม้ประดับในการกำจัดสารพิษหรือมลภาวะในอากาศได้อย่างดีเยี่ยม และผลการวิจัยนี้ก็ได้เผยแพร่ออกไปทั่วโลก
          ดร. บี ซี วูฟเวอร์ตัน ได้เขียนหนังสือ Eco-Friendly House Plant หรือ ไม้ประดับที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแนะนำไม้ประดับ 50 ชนิด ที่มีความสามารถในการดูดไอพิษจากอากาศไม่ว่าจะเป็นฟอร์มาดิไฮด์ แอมโมเนีย ไซลีน ทูลีน รวมทั้งไอเสียที่เกิดจากมนุษย์ ซึ่งไม้ประดับส่วนใหญ่ที่ ดร. วูฟเวอร์ตันแนะนำเป็นไม้ประดับที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี เป็นไม้ประดับที่สวยงาม ดูแลรักษาง่าย เป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไป เพียงแต่เราไม่เคยได้ล่วงรู้ถึงคุณสมบัติในการดูดสารพิษของไม้ประดับเหล่านี้มาก่อน


| หมากเหลือง | เดหลี | เยอบีร่า | บอสตันเฟิร์น | วาสนาอธิษฐาน | มรกตแดง | สาวน้อยประแป้ง | แววมยุรา | เศรษฐีเรือนใน | ยางอินเดีย |

ที่มา วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 8/2542 กันยายน พ.ศ. 2542

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
73 คำตอบนับตั้งแต่ 05 Apr. 2004,09:28 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 8<<123456>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com