เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 212>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ~บัว...ราชินีแห่งไม้น้ำ~< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Oct. 2004,09:46  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บัว เป็นดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นทั้งตัวแทนและสัญญลักษณ์แห่งความดีงาม เป็นดอกไม้ที่ค่อนข้างสูงส่ง คนนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ทั้งยังเป็นความงามของผู้หญิงอีกด้วย นอกจากนี้ถ้าจะพูดในแง่ของเศรษฐกิจ บัวก็เป็นพืชที่มีราคา เป็นอาหารและเป็นยาได้อีกด้วย

      เมื่อพูดถึงดอกบัว สิ่งแรกที่เรานึกถึงคือการทำบุญ นึกถึงการบูชาพระ เพราะชาวบ้านจะเก็บดอกบัวตูมมาขายให้คนซื้อไปวัด ซื้อไปไหว้พระ 

      
      
      ในทางพุทธศาสนา จะใช้ดอกบัวเป็นสัญญลักษณ์ เช่น เมื่อพระพุทธเจ้าประสูติ ทรงเดินได้ 7 ก้าว โดยมีดอกบัวรองรับ  เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ก็ทรงประทับบนดอกบัว และทรงแบ่งบุคคลออกเป็น 4 จำพวก.....

      เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้แล้ว แต่เนื่องจากพระธรรมที่พระองค์ทรงบรรลุนั้นมีความละเอียดอ่อน สุขุมคัมภีรภาพ ยากต่อบุคคลจะรู้ เข้าใจและปฏิบัติได้ ทรงเกิดความท้อพระทัยว่าจะไม่แสดงธรรมโปรดมหาชน ต่อมาท่านได้ทรงพิจารณาอย่างลึกซึ้ง แล้วทรงเห็นว่าบุคคลในโลกนี้มีหลายจำพวก บางพวกสอนได้ บางพวกสอนไม่ได้ เปรียบเสมือนบัว 4 เหล่า ดังนั้นแล้วจึงดำริที่จะแสดงธรรมเพื่อมวลมนุษยชาติต่อไป บัว 4 เหล่านี้ได้แก่   
     
1.พวกที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้ และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็ว เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที (อุคฆฏิตัญญู)

2.พวกที่มีสติปัญญาปานกลาง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มเติม จะสามารถรู้และเข้าใจได้ในเวลาอันไม่ช้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำซึ่งจะบานในวันถัดไป (วิปัจจิตัญญู)

3.พวกที่มีสติปัญญาน้อย แต่เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมแล้วพิจารณาตามและได้รับการอบรมฝึกฝนเพิ่มอยู่เสมอ มีความขยันหมั่นเพียรไม่ย่อท้อ มีสติมั่นประกอยด้วยศรัทธา ปสาทะ ในที่สุดก็สามารถรู้และเข้าใจได้ในวันหนึ่งข้างหน้า เปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะค่อยๆ โผล่ขึ้นเบ่งบานได้ในวันหนึ่ง (เนยยะ)

4.พวกที่ไร้สติปัญญา และยังเป็นมิจฉาทิฏฐิ แม้ได้ฟังธรรมก็ไม่อาจเข้าใจความหมายหรือรู้ตามได้ ทั้งยังขาดศรัทธาปสาทะ ไร้ซึ่งความเพียร เปรียบเสมือนดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม ยังแต่จะตกเป็นอาหารของเต่าปลา ไม่มีโอกาสโผล่ขึ้นพ้นน้ำเพื่อเบ่งบาน (ปทปรมะ)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Oct. 2004,09:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีสุภาษิตคำพังเพยว่า

       "อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว" ย่อมแสดงให้เห็นว่า ดอกบัวเป็นตัวแทนของความดีงาม

       หรือในบทสวดมนตร์ที่เราคุ้นหู เช่น "หนึ่งในพระทัยท่าน ก็เบิกบานคือดอกบัว" 

       

       ชื่อภาพ "Lotuses" วาดโดย Jack Jou
Savoir-Faire Award: Fabriano/Lascaux/Raphael/Sennelier

       มีนิทานเล่าเรื่องเกี่ยวกับดอกบัวดังนี้

       ขอย้อนกล่าวถึงชายเข็ญใจ ที่ได้ถวายดอกบัวแปดดอกแก่พระมาลัยนั้น ต่อมาเขาล้มป่วยลง และรู้ตัวว่า คราวนี้คงไม่รอดเอื้อมหัตถ์มัจจุราชแน่ๆ พอดีก็ระลึกถึงดอกบัวที่เขาถวายพระเถระขึ้นมาได้ และดูเหมือนเขานึกถึงแต่เรื่องดอกบัวนี้อยู่ จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ ในที่สุด ก็ไปบังเกิดเป็นเทพบุตร ในปราสาท ดอกบัว สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีนางฟ้านางสวรรค์ จำนวนพันหนึ่ง เป็นบริวาร

       เล่ากันว่า ปราสาทดอกบัวของเทพบุตรองค์นี้ สร้างด้วยแก้วเจ็ดประการ สวยงามล้ำเลิศยิ่งนัก โดยเฉพาะภายในปราสาท กระหึ่มด้วยเสียงดนตรีทิพย์ ที่มวลสาวสวรรค์ทั้งหลาย จัดสรรมาบำเรอตลอดเวลา

       ทุกขณะ ไม่ว่าเทพบุตรนั้นจะก้าวเท้าเดินไปไหน แม้กระทั่งในปราสาท ดอกบัวทิพย์จะปรากฏผุดขึ้นมารองรับ เท้าของเขาทุกๆ ก้าว และเหนือสิ่งอื่นใด กลิ่นปากของเทพบุตรองค์นี้ หอมฟุ้งขจรขจายไปทั่วสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ตลอดเวลา ประหนึ่งว่า กลิ่นดอกบังฉะนั้น

       และเพราะกลิ่นหอมหวลนี่เอง ทำให้พวกเทวดาบนสวรรค์ ต่างพากันแปลกใจฉงนฉงานไปตามๆกัน ด้วยไม่ทราบว่า ต้นตอของกลิ่นมาจากที่ไหน จนอดรนทนไม่ไหว จึงพากันเข้าไปทูลพระอินทร์ว่า

       "ขอเดชะ ขณะนี้มีกลิ่นประหลาดกลิ่นหนึ่ง หอมฟุ้งขจรขจายอยู่บนสวรรค์ของเรานี้ พะย่ะค่ะ ข้าพเจ้าเดาเอาว่าคงเป็นกลิ่นดอกบัวอะไร ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไกลนัก และมิหนำซ้ำ ยังหอมอยู่ได้ตลอดวัน จนปวดขมอง พะย่ะค่ะ"

       ฝ่ายพระอินทร์ เจ้าแห่งสวรรค์ เมื่อทรงสดับเช่นนั้น ก็นิ่งคิดอยู่เป็นครู่ ครั้นแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า "คงเป็นกลิ่นดอกบัว ที่เกิดใหม่ตรงโน้นกระมัง?" รับสั่งพลางชี้หัตถ์ไปที่ปราสาทดอกบัว ของเทพบุตรองค์นั้น ซึ่งมองเห็นตระหง่านอยู่เบื้องหน้า "เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เพื่อให้แน่ใจ เราไปดูกันให้ถึงที่ดีกว่า"

       "ไปเมื่อไร พะย่ะค่ะ?" เทวดาพวกนั้นย้อนถาม

       "เดี๋ยวนี้แหละ ชักช้าอยู่ทำไมล่ะ" พระอินทร์รับสั่งพลางเสด็จลุกขึ้นจากที่ประทับ ออกเดินนำหน้าพาเทวดาพวกนั้น ตรงไปยังปราสาทดอกบัวทันที

       ครั้นมาถึงปราสาทดอกบัว องค์อินทร์ก็เสด็จเข้าไปข้างใน พอดีพบเทพบุตรเจ้าของปราสาท จึงรับสั่งทักทายขึ้นว่า

       "เธอใช่ไหม ที่เป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้?"

       "ใช่ พระเจ้าข้า" เทพบุตรดอกบัวทูลตอบ และขณะที่เปิดปากพูด กลิ่นหอมของดอกบัว ยิ่งฟุ้งอบอวลมากขึ้น "พระองค์มีธุระอะไรจะใช้ข้าพเจ้าหรือ พระเจ้าข้า?"

       "เปล่าหรอกเธอ ฉันมาที่นี่ ก็เพื่ออยากคุยกับเธอนิดหน่อยเท่านั้น" พระอินทร์รับสั่งตอบ พร้อมกับสูดเอากลิ่นดอกบัวเข้าไปเต็มที่ จนแทบสำลัก

       "เชิญประทับให้สำราญก่อนเถิด พระเจ้าข้า" เทพบุตรดอกบัวเชิญองค์อินทร์ประทับนั่ง พร้อมกับเทวดาผู้ติดตามด้วย

       "แหม! ปราสาทเธอสวยมาก และยังมีกลิ่นดอกบัวหอมอบอวลอยู่ตลอดเวลาเสียด้วย" พระอินทร์รับสั่งชม หลังจากทรุดองค์ลงประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ตอนที่เธอเป็นมนุษย์ เธอทำบุญอะไรไว้นะ ถึงได้สมบัติอันงดงามขนาดนี้?"

       "ข้าพเจ้าเป็นคนยากคนจน เก็บผักหักฟืนขายเลี้ยงตัวเองกับแม่ พระเจ้าข้า ต่อมาวันหนึ่ง ข้าพเจ้าไปอาบน้ำที่สระแห่งหนึ่ง ได้เก็บดอกบัว 8 ดอก มาถวายพระภิกษุองค์หนึ่ง ครั้นตายจากโลกมนุษย์ จึงได้มาบังเกิดในปราสาทดอกบัวนี้ พระเจ้าข้า"

       "เธอทำบุญเพียงนั้นเองหรือ?" พระอินทร์ย้ำถามอย่างไม่แน่ใจ "ดอกบัว 8 ดอกกับสมบัติอันยิ่งใหญ่มโหฬารช่นนี้ มันเทียบกันไม่ได้เลยนี่นะ เธอ"

       "แต่ข้าพเจ้าทำบุญเพียงแค่นั้นจริงๆ พระเจ้าข้า" เทพบุตรยืนยัน "ส่วนจะเทียบกันได้หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ทราบ"

       "แหม! น่าอัศจรรย์จริง" เทวดาองค์หนึ่งที่ตามเสด็จมาด้วยสอดขึ้น "ทำบุญน้อยแต่ได้ผลมากเช่นนี้ น่าทำเหลือเกิน จริงไหม พะย่ะค่ะ?"

       "จริง แต่ทว่า มนุษย์ปัจจุบันนี้ ไม่ค่อยอยากทำบุญกัน" พระอินทร์ตอบ พลางหันมาทางอุบลเทพบุตรอีก "เออ! แล้วกลิ่นดอกบัวที่ตลบอบอวลไปทั่วภิพลอยู่ขณะนี้ ก็คงจะไปจากปราสาทของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะอานิสงส์การถวายดอกบัวแปดดอกนะซี"

       "พระเจ้าข้า และกลิ่นตลบอยู่ในปราสาทของข้าพเจ้าขณะนี้ ก็ออกไปจากปากของข้าพเจ้านี่แหละ"

       "เมื่อพระอินทร์และเทวดาทั้งหลาย ได้ทราบที่มาของกลิ่น ซึ่งข้องใจสงสัยเป็นหนักหนาแล้วดังนั้น แทนที่จะโมโหโกรธา ตรงเข้าเล่นงานเข้าของกลิ่น กลับยินดีปรีดาและเลื่อมใสในการทำบุญ ด้วยดอกบัว 8 ดอกของเทพบุตรนั้นเป็นที่ยิ่ง และเมื่อเสด็จออกจากปราสาทดอกบัวแล้ว พระองค์ก็ตรงไปยังสระสวรรค์ เก็บดอกอุบลซึ่งชูช่อไสวอยู่ในสระแห่งนั้น มาสักการบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ พร้อมกับพวกเทวดาทั้งหลายทันที และดูเหมือนว่า ตั้งแต่นั้นมา ดอกบัวในสระสวรรค์ถูกเก็บไปบูชาพระจุฬามณีเจดีย์ทุกวัน โดยพระอินทร์บ้าง พวกเทวดาบ้าง จนแทบจะเกลี้ยงสระอยู่รอมร่อ ทั้งนี้เพราะ ทั้งพระอินทร์และพวกเทวดา ต่างก็อยากได้ปราสาทดอกบัว อีกทั้งมีกลิ่นบัวหอมฟุ้งจากปากตลอดเวลา อย่างอุบลเทพบุตรบ้างนั่นเอง

       แต่ยังไงก็ตาม อุบลเทพบตุรยังเสวยสุขสมบัติ อยู่ในปราสาทดอกบัวต่อมา จนกระทั่งบัดนี้ และดูเหมือนว่า จะจุติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต่อเมื่อพระศรีอาริย์ลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้านั่นเอง ซึ่งก็หมายความว่า ตอนนั้น เขาจะไม่พบกับความเข็ญใจไร้ทรัพย์ดังชาติก่อนเลย สมกับที่เขาปรารถนาไว้ต่อหน้าพระมาลัยทุกประการ

       สำหรับพระมาลัยเถระ ผู้เปิดประตูนรกสวรรค์ หลังจากที่ได้เที่ยวโปรดสัตว์ผู้ยากทั้งหลาย รวมทั้งมวลมนุษย์ให้ละชั่ว กระทำความดีต่อมาอีกหลายปี ก็เข้าสู่นิพพานในที่สุดดังนี้แล

   http://www.geocities.com/Tokyo/Towers/9817/malai5.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Oct. 2004,08:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

blush.gif มีเรื่องบัวกระด้งหรือบัววิคตอเรียมั้ยคะพี่แอ๊ด rose.gif

couch.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2004,08:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คงมีค่ะ  น้องแมวจะเอาบัววิคตอเรียปลูกในบึงหลังบ้านหรือ?  คงจะใหญ่ดีนะ  แค่ใบก็เท่ากระด้งแล้วน่ะ   laugh1.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Oct. 2004,20:04 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บัว ถูกค้นพบว่า มีมานานกว่า 3,000-4,000 ปี จากภาพเขียนสี ซากสถาปัตยกรรมโบราณ และยังพบดอกบัวอุบลชาติ หรือบัวสายแห้ง ที่สุสานพระศพของกษัตริย์อียิปต์ บัว เป็นดอกไม้ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต และความเชื่อทางศาสนา และเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของหลายชาติ จึงมักถูกใช้ในพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพราะถือกันว่า เป็นมงคล เป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ และความเบิกบาน

     
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Oct. 2004,08:51 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ในภาษาไทยคำศัพท์ที่มีความหมายว่า "ดอกบัว" มีหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่

       กมล แปลว่า บัวโดยทั่วๆ ไป และยังแปลว่า "ใจ" อีกด้วยโกมล กมลาก็ใช้ กมลาสน์ = กมล(ดอกบัว) + อาสน(ที่นั่ง) หมายถึงผู้มีบัวเป็นที่นั่ง คือ พระพรหม ตำนานฮินดูว่าท่านเกิดจากดอกบัวที่ผุดขึ้นมา จากพระนาภีของพระวิษณุนารายณ์ในขณะบรรทมสินธุ์ (เชิญดูทับหลังของปราสาทเขาพนมรุ้ง)

      กมุท บัวสายดอกสีขาว

      โกมุท บัวแดง โกเมศ ก็เรียก ส่วนโกเมนเป็นพลอยสีแดงดั่งดอกโกมุท
     
     

      จงกลนี มาจากภาษาทมิฬ จง.กาฬนีร. แปลว่าดอกบัวแดง จงกลก็ใช้

      ลินจง เป็นบัวสายพันธุ์หนึ่ง เลนจงก็เรียก

      บงกช มาจาก ปง.ก (โคลนตม) + ช (เกิด) = เกิดจากตม บาทบงกช แปลว่าเท้าที่มีบัวรอง หมายถึงพระพุทธองค์ พระราชา

      สโรช มาจาก สร.ส (สระน้ำ) + ช (เกิด) = เกิดจากสระน้ำ สาโรช ก็ใช้ดังโคลงกระทู้ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นัยว่าศรีปราชญ์เป็นผู้แต่ง ดังนี้

      อุ ไรอะไรนะน้อง  วานแถลง
  สา โรชเรียมยังแคลง    ขุ่นข้อง
  นา ฬิเกฤๅฟักแฟง      นุชห่อ ไว้นา
  รี บ่รีตูมตั้ง          เต่งเต้าเต็มทรวง


      นาฬิเก เป็นภาษาบาลีว่า นาฬิเกร. ใช้เรียกมะพร้าวโดยทั่วๆ ไป แต่ไทยใช้เรียกมะพร้าวพันธุ์หนึ่ง มะพร้าวนาฬิเกมีผลขนาดเล็กสีเหลืองปนส้ม ซึ่งหาดูได้ยากมาก ในบางท้องถิ่นเรียก "มะแพร้ว"
      
      โคลงกระทู้ "อุสานารี" นี้กามาวิจิตรนัก คงไม่ต้องแปลก็ทราบความหมาย กวีไทยชมความงาม ความอุดมสมบูรณ์ของหญิงสาวโดยเทียบกับดอกบัว เช่น บัวนางบ้าง โกสุมปทุมทองบ้าง ช่างละเมียดละไมแลเห็นภาพบรรเจิดยิ่ง

      ส่วนสุภาษิตโลกนิติคำโคลง ก็สอนให้สังเกตรู้ถึง ชาติตระกูลและการอบรมของคน จากกิริยามารยาท เช่นเดียวกับก้านบัวบอกความลึกของท้องน้ำ ดังนี้
  
      ก้านบัวบอกลึกตื้น  ชลธาร
 มารยาทส่อสันดาน      ชาติเชื้อ
 โฉดฉลาดเพราะคำขาน   ควรทราบ 
 หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ   บอกร้ายแสลงดิน


      ดอกบัวตูมมีสัณฐานคล้ายมือที่กำลังไหว้ อันเป็นเอกลักษณ์ของชนชาวสยาม บงกชกร กชกร หรือ กรกช จึงแปลว่า ดอกบัวคือมือ หมายถึงกระพุ่มมือ หรือ การไหว้ จึงนิยมใช้ดอกบัวถวายพระรัตนตรัย เสมือนได้ถวายมือไหว้บูชาทุกค่ำเช้า

http://www.satitpatumwan.com/article/art02.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Oct. 2004,00:38 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

บรรพชนของเราผูกพันอยู่กับสายน้ำ "บัว"ที่เราเห็นในหนองในบึงจึงเข้ามามีส่วนในวิถีชีวิต   เรามักจะมองเห็น หรือ เปรียบเทียบอะไรกับบัว เช่น

บัวบังใบการมองเห็นสิ่งใดไม่กระจ่างชัด เหมือนบัวที่ยังโผล่ปริ่มน้ำถูกใบบังไว้ในบางขณะ

ตัดบัวไม่เหลือใยเป็นการตัดความสัมพันธ์ขั้นเด็ดขาด มาจากการหักสายบัวซึ่งยังต้องมีใยบัวติดมาบ้าง

บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นเป็นการประนีประนอมเพื่อถนอมน้ำใจทุกฝ่าย มาจากการเก็บดอกและสายบัวต้องกระทำอย่างเบามือ

เห็นกงจักรเป็นดอกบัวคือเห็นผิดเป็นชอบ

บัวใต้น้ำ เปรียบเทียบได้กับคนที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

ถอนสายบัว เป็นกิริยาอย่างฝรั่งที่สตรีแสดงการเคารพด้วยการถอยเท้าไปข้างหลังแล้วย่อตัวลง คนรุ่นเก่าบัญญัติศัพท์ด้วยเห็นคล้ายการย่อตัวลงในน้ำเพื่อดึงสายบัวขึ้นมา

บัวลอยเป็นชื่อขนมไทยอย่างหนึ่ง ทำจากแป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นเม็ดกลม ต้มในน้ำกะทิที่ผสมน้ำตาล บางครั้งตอกไข่ใส่ลงไป รวมเรียก "บัวลอยไข่หวาน" หากปั้นเม็ดด้วยแป้งมันสำปะหลังนำไปลวกในน้ำเดือดให้เม็ดใส แล้วมาต้มรวมกับน้ำกะทิ เรียก "บัวแก้ว"
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Oct. 2004,02:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ยังมีอีกบัวนึง คุณแอ๊ดจ๋า... blush.gif

" น้ำใบบัวบก " กินแก้พั้วเสี่ย ic-12.gif
กินแล้วเป็นอาเสี่ย เอ้ยไม่ใช่ กินแก้ช้ำใน  laugh1.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Oct. 2004,23:16 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

hum.gif เอ..บัวกับบัวบกมันคงจะเป็นญาติกันนะเนี่ยะ.. ic-12.gif

       บัว เป็นพืชน้ำชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae จัดเป็นพืชน้ำล้มลุกที่มีอายุหลายปี พบได้ทั่วไปทั้งในเขตร้อน เขตอบอุ่นและเขตหนาว จำแนกถิ่นกำเนิดและการเจริญเติบโตได้ 2 จำพวกคือ

       บัวที่เกิดและเจริญเติบโตในเขตอบอุ่นและเขตหนาว (Subtropical and Temperate Zones) เช่น ยุโรป อเมริกาเหนือ ภาคใต้ของอเมริกาใต้ ตอนเหนือของอินเดีย จีนและออสเตรเลีย  บัวประเภทนี้มีเหง้าสะสมอาหารอยู่ในดิน เมื่อถึงฤดูหนาวผิวหน้าของน้ำเป็นแผ่นน้ำแข็ง จะทิ้งใบและอาศัยอาหารในเหง้าเลี้ยงตัวเอง เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิน้ำแข็งละลายหมดก็จะเจริญแตกหน่อต้นใหม่ และจะเจริญเติบโตออกดอกออกผลหมุนเวียนอยู่เช่นนี้เรื่อยไป เรียกบัวประเภทนี้ว่า Hardy Type หรือ Hardy Waterlily นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้อยู่ในกลุ่ม Castalia Group หรือ อุบลชาติประเภทยืนต้น

       


       บัวที่เกิดและเจริญเติบโตในเขตร้อน (Tropical Zones) เช่น ทวีปเอเซียตอนกลางและตอนใต้ อาฟริกา ออสเตรเลียตอนเหนือ อเมริกากลางและอเมริกาใต้ บัวประเภทนี้กำเนิดและเจริญเติบโตได้ในเขตร้อนเขตเดียว ถ้านำไปปลูกในเขตอบอุ่นหรือเขตหนาว เมื่อเข้าฤดูหนาวผิวหน้าของน้ำเป็นน้ำแข็งทำให้บัวประเภทนี้ต้องตายไป จึงเรียกบัวประเภทนี้ว่า Tropical Type หรือ Tropical Waterlily นักพฤกษศาสตร์จัดให้บัวประเภทนี้อยู่ในกลุ่ม Lotus Group หรือ อุบลชาติประเภทล้มลุก 

       

        http://www.panmai.com/WaterLily/WaterLily.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
อิศรา Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: สมาชิกประจำ
จำนวนโพสต์: 571
เข้าร่วมเมื่อ: 08 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Oct. 2004,13:36 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

http://www.baanjomyut.com/library/lotus/

ไม่สามารถนำรูปดอกบัวมาให้ชมได้นะคะ

จิตรกรรมปริศนาธรรมบนฝาผนังพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร
เขียนขึ้นในสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
เปรียบพระพุทธเจ้าเหมือนดอกบัวใหญ่บานเต็มสระน้ำ
พระธรรมเปรียบดังรสหวานที่เกิดขึ้นจากดอกบัว
พระสงฆ์เปรียบดังหมู่ผึ้งที่เข้าไปบริโภครสหวานนั้น

           ดอกบัว นานาพันธุ์
  
      "บัว" เป็นไม้น้ำที่มีดอกสวยงามทั้งสีสันและรูปร่าง นำมาปลูกประดับในบริเวณบ้าน หรือตัดดอกเพื่อนำมาบูชาพระ และประดับแจกัน ถ้ากล่าวถึงดอกบัว คนโบราณมักจะนึกถึงบัวหลวงและบัวสาย แต่ความจริงบัวที่ปลูกเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ ปัจจุบันมีหลายชนิด ได้แก่ บัวหลวง บัวผัน บัวสาย บัวฝรั่ง จงกลนี และบัวกระดัง เป็นต้น


โคโลลาต้า (Colorata)
เป็นบัวผันพันธุ์พื้นเมืองในทวีปแอฟริกา โดยมี ดร. เสริมลาภ วสุวัต นำมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2522 ก้านใบก้านดอกมีสีเขียว ไม่มีขน ใบค่อนข้างกลมไม่เป็นระเบียบ ดอกดกและทะยอยออก ดอกตูมค่อนข้างป้อม ดอกสีม่วงครามอ่อน กลีบเลี้ยงด้านนอกสีเขียว ด้านในสีครามอ่อนเช่นเดียวกับกลีบดอก เกสรตัวเมีย และก้านชูเกสรตัวผู้มีสีเหลือง ดอกมีกลิ่นหอมหวาน

บัวผัน (Cape water-lilly)
เป็นบัวพื้นเมืองซึ่งแยกได้หลายพันธุ์ แล้วตั้งชื่อตามแหล่งที่ค้นพบ ถิ่นกำเนิดอยู่ที่แอฟริกาใต้ มีดอกค่อนข้างดก ดอกตูมอยู่นานประมาณ 3 วัน ในช่วงเช้าถึงเย็น กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีโคนกว้าง ปลายเรียวแหลม กลีบเลี้ยงนอกสีเขียวมีเส้นสีน้ำตาล เกสรตัวเมียและก้านชูเกสรมีสีเหลือง ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบนม หูใบเปิด ขอบใบจัก เส้นผ่าศูนย์กลาง 25-30 เซนติเมตร
สัตตบงกช (Roseum Plenum)
ดอกมีขนาดใหญ่ กลีบดอกซ้อนกันมาก ดอกตูมมีทรงแป้น บัวหลวงลักษณะนี้เรียกว่า สัตตบงกช บัวหลวงแดง หรือบัวฉัตรแดง ดอกนำไปบูชาพระ ใบนำมาห่อของเช่นเดียวกับบัวหลวงปทุม กลีบชั้นในชาวมาเลเซียนำมาตำพอกแก้โรคซิฟิลิซ ชาวชวาใช้เป็นยาแก้ท้องร่วง ก้านและใบสามารถนำมาทำยาหอม แก้ไข ยาธาตุ ฟอกโลหิต สัตตบงกช นิยมขยายพันธุ์โดยการแยกไหลเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากดอกไม่ค่อยบาน

บัวหลวง (East Indian Lotus)
ดอกมีขนาดใหญ่ ดอกตูมมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายเรียว ดอกรา บัวหลวงลักษณะนี้เรียกได้หลายชื่อ คือ ปทุม ปัทมา โกระณต บัวหลวงชมพู บัวหลวงแดง เป็นต้น ใช้เป็นไม้ตัดดอก เพื่อนำมาบูชาพระ ใบนำมาใช้ห่อของแทนใบตอง ก้านใบในประเทศอินเดียใช้เป็นยาแก้ท้องร่วงได้ หรือนำมาใช้ในงานประดิษฐ์ต่างๆ บัวหลวงมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเซีย เช่น ประเทศจีน อินเดีย และไทย

--------------
ดินจะกลบ                   ลบกาย     วายสังขาร

ไฟจะผลาญ                 เผาซาก    สิ้นสาบสูญ

แต่ความดี                   มีอยู่                 คู่ค้ำคูณ

เหมือนเทิดทูน                        แทนซาก     ที่จากไป
Offline
Top of Page Profile Contact Info WEB 
17 คำตอบนับตั้งแต่ 18 Oct. 2004,09:46 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 212>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com