เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 212>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ~พันธุ์ไม้ในพุทธศาสนา~< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 1
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Mar. 2005,11:45  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ต้นสาละ

       สาละ ชาวอินเดียเรียกว่า ซาล (Sal) เป็นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน ดังนี้

       
       วาดภาพโดย ครูเหม เวชกร

        พระนางสิริมหามายาทรงประสูติพระราชโอรสใต้ต้นไม้สาละ

        พุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายา เมื่อใกล้กำหนดจะให้พระสูติการก็เสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ไป ยังกรุงเทวทหนคร อันเป็นเมืองต้นตระกูลของพระนาง ตามธรรมเนียมพราหมณ์ (ที่การคลอดบุตรฝ่ายหญิง จะต้องกลับไปคลอดที่บ้าน พ่อ-แม่ ของฝ่ายหญิง)เมื่อขบวนเสด็จมาถึงครึ่งทางระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ณ ที่ตรงนั้นเป็นสวนมีชื่อว่า "สวนลุมพินีวัน" เป็นสวนป่าไม้  "สาละ" พระนางได้ทรงหยุดพักอิริยาบท (ปัจจุบันคือตำบล "รุมมินเด" แขวงเปชวาร์ ประเทศเนปาล)  พระนางประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสาละ และขณะนั้นเองก็รู้สึกประชวรพระครรภ์ และได้ประสูติพระสิทธัตถะกุมาร ซึ่งตรงกับวันศุกร์เพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี คำว่าสิทธัตถะแปลว่า "สมปรารถนา"

        เจ้าชายสิทธัตถะพอประสูติจากพระครรภ์ของพระมารดา ก็ทรงพระดำเนินด้วยพระบาทไปได้ ๗ ก้าว พร้อมกับ ทรงยกพระหัตถ์ขวาและเปล่งพระวาจา เบื้องใต้พระบาทมีดอกบัวรองรับ พระวาจาที่ทรงเปล่งออกมานั้นกวีท่านแต่งไว้เป็น ภาษาบาลี แปลถอดใจความเป็นภาษาไทยได้ว่า

        "เราจะเป็นคนเก่งมี่สุดในโลกคนหนึ่ง ซึ่งจะหาผู้ใดเสมอเหมือนไม่มี ชาติที่ เกิดนี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา เราจะไม่ได้เกิดต่อไปในเบื้องหน้าอีกแล้ว"

              อีกตอนหนึ่งก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้  

             เมื่อพระองค์เสวยข้าวมธุปายาสที่บรรจะอยู่ในถาดทองคำของนางสุชาดาแล้ว ได้ทรงอธิษฐานว่า ถ้าพระองค์ได้สำเร็จพระโพธิญาณ ขอให้การลอยถาดทองคำนี้สามารถทวนกระแสน้ำแห่งแม่น้ำเนรัญชลาได้ เมื่อทรงอธิษฐานแล้วได้ทรงลอยถาด ปรากฎว่าถาดทองคำนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ำ จากนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังควงไม้สาละ ตลอดเวลากลางวัน ครั้นเวลาเย็นก็เสด็จไปยังต้นพระศรีมหาโพธิ ประทับนั่งบนบัลลังก์ภายใต้ต้นโพธิ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเวลารุ่งอรุณ ณ วันเพ็ญเดือน ๖

http://www.choosuwan.com/puttha.html
http://rspg.thaigov.net/homklindokmai/budhabot/sala.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 2
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Mar. 2005,07:02 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE


       วาดภาพโดย ครูเหม เวชกร

  พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละ      
      
       สำหรับในช่วงสุดท้ายที่ต้นสาละเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัตินั้น ก็โดยที่พระพุทธองค์ได้เสด็จ ไปถึงยังเมืองกุสินาราของมัลละกษัตริย์ ได้ประทับในบริเวณสาลวโณทยาน ภายใต้ร่มต้นสาละคู่หนึ่ง ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายมาก จึงรับสั่งให้พระอานนท์ ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดที่บรรทมเอนพระวรกาย ลงโดยหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ

        พระพุทธเจ้าตรัสเป็นปัจฉิมโอวาทครั้งสุดท้ายว่า "ภิกษุทั้งหลาย ! บัดนี้เราขอเตือนพวกท่านให้รู้ว่า สิ่งทั้งหลายที่เกิดมาในโลกมีความเสื่อมสลายเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงทำหน้าที่อันเป็นประโยชน์แก่ตนและคนอื่นให้สำเร็จบริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด"

        หลังจากนั้นไม่ได้ตรัสอะไรอีกเลย จนกระทั่งนิพพานในเวลาสุดท้ายของคืนวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือวันเพ็ญวิสาขะ ณ ภายใต้ต้นสาละทั้งคู่ที่ออกดอกบานสะพรั่งเป็นพุทธ

http://www.acs.ac.th/park/shorea.php
http://www.choosuwan.com/puttha.html
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 3
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Mar. 2005,23:46 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ไตรปิฎกเล่มที่ 33 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 25 ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ โกญฑัญญะพุทธวงศ์ กล่าวไว้ว่า พระโกญฑัญญพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 10 เดือนเต็ม จึงตรัสรู้ ณ ควงไม้สาละ เช่นกัน

        ในประเทศไทยได้มีการ นำเอาต้นสาละหรือต้นซาลเข้ามาปลูกหลายครั้ง เท่าที่ทราบก็มีหลวงบุเรศบำรุงการนำมาถวายสมเด็จ พระมหาวีรวงษ์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน โดยทรงปลูกไว้ที่หน้าพระอุโบสถ ๒ ต้น กับได้น้อมเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๑๐ อีก ๒ ต้น ในจำนวนนี้ได้ทรงปลูกไว้ในพระตำหนัก จิตรลดารโหฐาน ๑ ต้น กับทรงมอบให้วิทยาลัยการเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีอีก ๑ ต้น อาจารย์เคี้ยน เอียดแก้ว และอาจารย์เฉลิม มหิทธิกุล ก็ได้นำต้นสาละมาปลูกไว้ในบริเวณคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ที่ค่ายพักนิสิตวนศาสตร์ สวนสักแม่หวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง พระพุทธทาสภิกขุ ก็ได้ปลูกไว้ที่สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสวัสดิ์ นิชรัตน์ ผู้อำนวยการกองบำรุง ก็ได้นำปลูกไว้ในสวนพฤกษศาตร์พุแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งต่างก็มีความเจริญงอกงามดี และคาดว่าคงจะให้ผล เพื่อขยายพันธุ์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้นในเวลาอันควร



http://www.acs.ac.th/park/shorea.php
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 4
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Mar. 2005,20:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE



       ต้นสาละมีถิ่นกำเนิดในอินเดีย มักขึ้นเป็นกลุ่มๆ ตามบริเวณที่ค่อนข้างจะชุ่มชื้น ชาวอินเดียเรียกกันโดยทั่วไปว่า "ซาล"(Sal) เป็นไม้พันธุ์ที่อยู่ในตระกูลยาง มีมากในแถบแคว้นเบงกอล อัสสัม ลุ่มน้ำยมุนา เป็นไม้ยืนต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงราว 10-25 เมตร และสามารถสูงได้ถึง 35 เมตร ไม่ผลัดใบ เป็นไม้ที่มีความสง่างาม ด้วยว่ามีลำต้นตรง เปลือกสีน้ำตาลอมดำ แตกเป็นร่องสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ใบดกหนา รูปไข่ ปลายใบหยักเป็นติ่งแหลมสั้น ผิวใบเป็นมันเกลี้ยง กิ่งอ่อนเกลี้ยง ปลายกิ่งห้อยลู่ลง ดอกจะออกในช่วงต้นฤดูร้อน มีสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่งและง่ามใบ กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่าง ละ 5 กลีบ ผลแข็ง มีปีก 5 ปีก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง



“สาละ” เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึง ใหญ่ไม่ผลัดใบ อยู่ในสกุล (Genus) ไม้สยา (Shorea) วงศ์ (Family) ไม้ยาง(Dipterocarpaceae)
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Shorea robusta Roxb." อยู่ในวงศ์ Dipterocarpaceae


       สาละเป็นไม้เนื้อแข็งที่มีประโยชน์มาก ชาวอินเดียมักนำมาสร้างบ้านเรือน ต่อเรือ ทำเกวียน ทำไม้หมอนรถไฟ ทำสะพาน รวมถึงทำเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น ส่วนเมล็ดนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ และน้ำมันที่ได้จากเมล็ดนำมาทำอาหาร เช่น ทำเนย และใช้เป็นน้ำมันตะเกียง รวมทั้งใช้ทำสบู่ด้วย นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณด้านพืชสมุนไพรด้วย คือ ยาง ใช้เป็นยาสมานแผล ยาห้ามเลือด ใช้แก้โรคผิวหนัง ตุ่มพุพอง โรคซิฟิลิส โกโนเรีย วัณโรค โรคท้องร่วง บิด โรคหูอักเสบ เป็นต้น ผล ใช้แก้โรคท้องเสีย ท้องร่วง เป็นต้น
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 5
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Mar. 2005,22:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คำศัพท์เกี่ยวกับ สาละ

สาละไม้ยืนต้นชนิดหนึ่งของอินเดียพระพุทธเจ้าประสูติและปรินิพพานใต้ร่มไม้สาละ

สาลพฤกษ์  ต้นสาละ

สาลวโนทยาน  สวนป่าไม้สาละ

สาลวัน  ป่าไม้สาละ

http://www.dhammalife.com/dhamma/vocab/vocab33.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Mar. 2005,11:18 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ต้นโพธิ์

    โพธิ (อ่านว่า โพ-ทิ หรือ โพด หรือโพ แล้วแต่กรณี) เป็นคำที่มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต แปลว่า ความตรัสรู้ โพธิพฤกษ์ หรือ ต้นโพธิ์ แปลว่า ต้นไม้แห่งการตรัสรู้ หมายถึง ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าประทับเมื่อเวลาตรัสรู้ โพธิบัลลังก์ หมายถึง ที่ประทับของพระพุทธเจ้าเมื่อเวลาตรัสรู้ บางทีเรียกว่าพุทธบัลลังก์ และรัตนบังลังก์

    

     ณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา (ปัจจุบันอยู่ที่ตำบลพุทธคยา รัฐพิหาร) เมื่อสมเด็จพระมหาสมณโคดมเสวยข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดา นำมาถวายแล้วทรงปูลาดกุสะ (พืชตระกูลตะไคร้หอม แต่บางคนแปลว่าหญ้าคา) ที่โสถิตยพราหมณ์นำมาถวาย ต่างอาสนะหรือบังลังก์ที่ใต้ต้นอัสสัตถพฤกษ์ ประทับ ณ ที่นั้นแล้วทรงอธิษฐานจิตว่า ตราบใดที่ยังไม่ตรัสรู้ จะไม่ยอมลุกจากอาสนะ แม้เลือดเนื้อจะเหือดแห้งไปเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกก็ตามที ทรงบำเพ็ญเพียรครั้งยิ่งใหญ่ จนในที่สุดสามารถพิชิตกองทัพพระยามารได้ (หมายถึง ทรงเอาชนะกิเลสทั้งปวง) ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ) เมื่อวันเพ็ญ เดือน ๖ ดังนั้นบัลลังก์กุสะและต้นโพธิ์ที่ประทับในเวลาตรัสรู้จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในพุทธประวัติ ต่อมาเรียกว่า โพธิบัลลังก์และพระศรีมหาโพธิ์ ตามลำดับ

     


http://www.chula.ac.th/history/bodhi_th.html
http://www.learntripitaka.com/History/Images/D09.jpg
http://www.watkoh.com/ecards/index.php?catSearch=15&limit=6
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Mar. 2005,23:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีคติความเชื่อกันมาว่าในภัทรกัปป์นี้มีพระพุทธเจ้าเสด็จมาตรัสรู้แล้ว ๔ พระองค์ ยังจะมีอีก ๑ พระองค์คือ พระศรีอาริยเมตไตรย แต่ละพระองค์มีต้นไม้ที่ประทับในเวลาตรัสรู้แตกต่างกันคนละชนิด กล่าวคือ

   ไม้ตรัสรู้ของพระกกุสันธพุทธเจ้า คือ ไม้ซึก (สิรีส)     
   พระโกนาคมน์พุทธเจ้าคือ ไม้มะเดื่อ (อุทุมพร)
   พระกัสสปพุทธเจ้า คือไม้โทร (นิโครธ)

      ต้นไม้แต่ละชนิดเหล่านั้นเรียกว่า โพธิพฤกษ์ หรือต้นไม้แห่งการตรัสรู้ทั้งสิ้น ในกาลตรัสรู้ของพระมหาสมณโคดมพุทธเจ้าแห่งตระกูลศากยะพระพุทธองค์ประทับอยู่ใต้ต้นอัสสัตถพฤกษ์ ซึ่งในภาษาไทยมีชื่อเรียกว่าต้นโพ มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Pipal of India


      
      
      เนื่องจากต้นโพ อันเป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดที่กล่าวถึง (อัสสัตถพฤกษ์) มีเสียงของคำใกล้เคียงกับคำว่าต้นโพธิหรือต้นโพธิ์ ซึ่งตามรูปศัพท์แปลว่า ไม้แห่งการตรัสรู้จึงมักอนุโลมใช้ต้นโพธิ์ หมายถึง พันธุ์ไม้จำพวกโพชนิดอื่น ๆ ซึ่งอยู่ในวงศ์ใกล้เคียงกับที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ด้วยเนื่องจากความรำลึกว่าต้นไม้ชนิดนี้เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามนัยแห่งพุทธประวัติ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Mar. 2005,07:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

โพธิ์, โพธิพฤกษ์ ต้นโพธิ์

       ต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าได้ประทับ ณ ภายใต้ร่มเงาในคราวตรัสรู้, ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้และต้นไม้อื่นที่เป็นชนิดเดียวกันนั้น สำหรับพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้แก่ พันธุ์ไม้อัสสัตถะ (ต้นโพ) ต้นที่อยู่ ณ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลคยา;

       ต้นโพธิ์ตรัสรู้ที่เป็นหน่อของต้นเดิมที่คยาได้ปลูกเป็นต้นแรกในสมัยพุทธกาล (ปลูกจากเมล็ด) ที่ประตูวัดพระเชตวัน โดยพระอานนท์เป็นผู้ดำเนินการตามความปรารภของอนาถบิณฑิกเศรษฐีและเรียกชื่อว่าอานันทโพธิ;

       หลังพุทธกาล ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช พระนาง สังฆมิตตาเถรี ได้นำกิ่งด้านขวาของต้นมหาโพธิที่คยานั้นไปมอบแด่พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ทรงปลูกไว้ ณ เมืองอนุราธปุระ ในลังกาทวีป ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน;

       ในประเทศไทย สมัยราชวงศ์จักรี พระสมณทูตไทยในสมัย ร.๒ ได้นำหน่อพระศรีมหาโพธิ์ที่เมืองอนุราธปุระมา ๖ ต้น ใน พ.ศ. ๒๓๕๗ โปรดให้ปลูกไว้ที่เมืองนครศรีธรรมราช ๒ ต้น นอกนั้นปลูกที่วัดมหาธาตุ วัดสุทัศน์ วัดสระเกศและที่เมืองกลันตัน แห่งละ ๑ ต้น;

       ต่อมาในสมัย ร.๕ ประเทศไทยได้พันธุ์ต้นมหาโพธิจากคยาโดยตรงครั้งแรก ได้ปลูกไว้ ณ วัดเบญจมบพิตรและวัดอัษฎาง คนิมิตร

http://www.dhammathai.org/buddhistdic/pan196.php
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Mar. 2005,23:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คตินิยมของการบูชาพระศรีมหาโพธิ์

     ในสมัยพุทธกาล พุทธบริษัทมักจะมีความสงสัยกันเนือง ๆ ว่าหากไม่เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จะยึดบูชาสิ่งใดแทน

     ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่พระอานนท์เมื่อมีชาวสาวัตถีทูลถามเรื่องต้นโพธิ์ (ปรากฏในกลิงคชาดก) ว่า “ดูกรอานนท์ ดีแล้วท่านจงนำไปปลูกเถิด เมื่อท่านนำพื้นต้นมหาโพธิ์มาปลูกไว้แล้วแม้ถึงตถาคตจะเที่ยวจาริกไป ก็จักเป็นประหนึ่งว่าตถาคตอยู่ในเชตวันเนืองนิตย์” ข้อความนี้แสดงว่ามีพุทธวินิจฉัยให้บูชาต้นโพธิ์แทนพระพุทธองค์นับตั้งแต่สมัยพุทธกาลมา

     ต่อมาในเวลาที่พระบรมศาสดาประชวรใกล้จะเสด็จเข้าสู่พระนิพพาน พระอานนท์พุทธอุปัฎฐากได้ทูลถามถึงสิ่งที่พุทธบริษัทจะกราบไหว้แทนองค์ พระพุทธองค์จึงประทานพุทธานุญาตให้มีสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เป็นสถานที่ที่ให้ปลงธรรมสังเวชในเวลาที่คิดอยากเฝ้าแหนพระพุทธองค์ดังนี้

๑. สถานที่ที่ประสูติ ณ ป่าลุมพินี แขวงเมืองกบิลพัสดุ์

๒. สถานที่ที่ตรัสรู้พระโพธิญาณ ณ พฤกษมณฑล แขวงเมืองคยา

๓. สถานที่ที่ประทานปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี

๔. สถานที่ที่เสด็จเข้าสู่พระนิพพาน ณ ตำบลสาลวัน แขวงเมืองกุสินารา

http://www.chula.ac.th/history/bodhi_th.html
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Mar. 2005,23:42 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

ในกาลต่อ ๆ มาได้เกิดมีบริโภคเจดีย์อีกหลายแห่งนอกเหนือจากสังเวชนียสถานดังกล่าวแล้วข้างต้นโดยบรรจุพระอังคารบ้างพุทธบริขารบ้างมีไตรจีวรเป็นต้นไว้ในที่เหล่านั้น

       เมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว บรรดาพุทธบริษัทก็สักการบูชาสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าได้แก่ พระธาตุเจดีย์ซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบ้างก็บูชาพระธรรมเจดีย์ ซึ่งประดิษฐานพระธรรมคำสั่งสอน บ้างก็นำสิ่งของที่ทรงอุปโภคบริโภคไปบรรจุไว้ในเจดีย์เพื่อการบูชา เรียกว่าบริโภคเจดีย์สิ่งอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้เรียกว่าอุทเทสิกเจดีย์ เช่น รอยพระพุทธบาท พระพุทธฉาย พุทธบังลังก์

       พวกที่อยู่ในท้องที่ห่างไกลจากพระพุทธเจดีย์ที่เกิดขึ้นในระยะเริ่มแรกมีความไม่สะดวกในการเดินทาง จึงขอแบ่งสิ่งสำคัญในพระพุทธศาสนาเพื่อไปจัดสร้างพระพุทธเจดีย์ในภูมิลำเนาของตนบ้างหากขอแบ่งพระบรมธาตุไม่ได้ก็ขอสิ่งอื่นไปแทน ดังคำอธิบายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า “พวกที่อยู่ห่างไกลคงอยากให้มีเจดียสถานอยู่ในที่ใกล้ภูมิลำเนาของตนให้ไปบูชาได้ง่ายก็ในบรรดาพระบริโภคเจดีย์ที่พระพุทธเจ้าได้ประทานอนุญาตไว้นั้นอาจ เป็นอสังหาริมวัตถุแบ่งภาคไปประดิษฐาน ณ ที่อื่นได้แต่ต้นโพธิ์ที่พุทธคยาอย่างเดียว อาศัยเหตุนั้นผู้อยู่ห่างไกลเมื่อได้ไปบูชา ณ ที่พระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วจึงเก็บเมล็ดพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์จากต้นเดิมไปเพาะปลูกยังบ้านเมืองที่ตนอยู่ และบูชาเป็นบริโภคเจดีย์ต่อไป”พุทธบริษัทกราบไหว้บูชาต้นพระศรีมหาโพธิ์ด้วยมีพระบรมพุทธานุญาตไว้ว่าบุคคลใดบูชาสถานที่ที่พระตถาคตเจ้าทรงตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญารและมีจิตเลื่อมใสระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย จักเป็นปัจจัยให้บุคคลนั้นถึงสุคติโลกสวรรค์ แม้ในศิลาจารึกหลักที่ ๓ วัดนครชุมกำแพงเพชร (พ.ศ. ๑๙๐๐) ก็ปราฏข้อความในคราวที่พระยาลือไทยราชได้พระศรีมหาโพธิ์มาจากลังกาว่า “ผิผู้ใดได้ไหว้นบกระทำบูชาพระศรีรัตนมหาธาตุและพระศรีมหาโพธิ์นี้ว่าไซร้ มีผลอานิสงสพร่ำเสมอดังได้นบตนพระเป็นเจ้าบ้างแล”
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
16 คำตอบนับตั้งแต่ 13 Mar. 2005,11:45 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 212>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com