เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 3<<123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: ดนตรีเสียงแห่งชีวิต, ..บทสะท้อนความเป็นไปของชีวิต..< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 19
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 04 Nov. 2003,07:08  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มาเล่าเรื่อง บาค ต่ออีกนะคะ

     ตลอดชีวิตของบาคนั้น เขาเป็นคนที่มีนิสัยดึงดัน มีอารมณ์ร้ายบ่อยๆและเข้ากับคนได้ยาก ลูกๆและนักเรียนดนตรีของเขาจะเกรงกลัวเขามาก 

     บาคเป็นคนเคร่งในศาสนา ห้องสมุดของเขาจะเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับเรื่องศาสนา   เขาเป็นที่สนใจในเรื่องเกี่ยวกับความตายยิ่งกว่านักแต่งเพลงคนอื่นๆในยุคเดียวกับเขา 

     บาคมีความเห็นว่า จุดมุ่งหมายของดนตรีควรจะแสดงถึงความรุ่งโรจน์ของพระเป็นเจ้าและฟื้นฟูจิตใจมนุษย์ 

     เพลงสั้นๆที่เป็นที่นิยมกันมากของ Bach อีกเพลงหนึ่ง คือเพลง Jesus, Joy of Man' s Desiring



Gustav Leonhardt ผู้แสดงเป็น Bach ในภาพยนตร์เรื่อง
Diary of Anna Magdalena Bach" (1967)



(ข้อความจากหนังสือ คีตกวี ดนตรีแห่งชีวิต ของ สุรพงษ์ บุนนาค)
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Nov. 2003,08:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผลงานของ Bach อีกชิ้นหนึ่งที่แต่งร่วมกับ Gounod คือเพลง Ave-Maria

Ave-Maria was originally a prelude of Bach's
(1st prelude of Bach's 48)
to which Gounod added the counterpoint.
Arranged in 1859 as this solo song.



Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 21
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Nov. 2003,08:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผลงานที่น่าสนใจอื่นๆของ Bach เช่น

     Toccata and Fugue iin D minor



Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Nov. 2003,08:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผลงานที่น่าสนใจอื่นๆอีก ได้แก่
Brandenburg Concerto No.2 ; No.3 ; No.5

ที่นำมาให้ฟัง คือ

Brandenburg Concerto No.2 1 st movement




Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 11 Nov. 2003,21:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผลงานที่มีชื่อเสียงมากของ Bach อีกชิ้นหนึ่งคือ

Concerto No.3 in D minor For Two Violins







สรุปผลงานของ บาค

     เจ.เอส.บาค เริ่มชีวิตการเป็นนักดนตรีจากการเป็นนักออร์แกน เขามีผลงานทางด้านเพลงบรรเลงไว้อย่างมากมาย เช่น

     Concerto ประมาณ 5-6 เพลง

     ดนตรีประเภทอื่นๆ เช่น Suite , Sonata and Partitar, prelude และ Fugue อีกจำนวนหนึ่ง

     และเพลงสำหรับออร์แกนอีกมากมาย

     สำหรับเพลงบรรเลงของ เจ.เอส.บาคนั้น ต้องยอมรับว่าเพลงของบาคนั้นถือว่ามีความยิ่งใหญ่มาก  เขาสนใจและทุ่มเทกับการดนตรีประเภทบรรเลงมาก จึงได้ประพันธ์เพลงประเภทนี้ไว้อย่างมากมายหลายหลายชนิดด้วยความชำนาญสันทัดจัดเจนยิ่ง

     เจ.เอส.บาค เป็นนักดนตรีประจำโบสถ์ ดังนั้นบาคจึงให้ความสนใจในเพลงที่ใช้ในทางศาสนามาก ได้ศึกษาหาความรู้จากเพลงของนักแต่งเพลงรุ่นก่อน  บาคชอบในความสงบเยือกเย็นของเพลง ในแบบที่ปาเลสตรีนาแต่งไว้ และในเวลาเดียวกันบาคก็นิยมในความจริงต่ออารมณ์ที่เพื่อนนักแต่งเพลงรุ่นเดียวกันแสดงออก บาคจึงนำสิ่งที่ชอบทั้งสองนี้มาผสมผสานและปรากฏว่ากลมกลืนเข้ากันได้เป็นอย่างดียิ่ง ความเป็นอัจฉริยะของตนเองทำให้เพลงมีความสมบูรณ์ในอารมณ์และได้ความหมายลึกซึ้งมากขึ้น   

     สไตล์การแต่งเพลงของ เจ.เอส.บาค เป็นแบบเฉพาะบุคคลเพราะถึงแม้จะได้รับแบบอย่างมาจากชาวอิตาเลียน แต่บาคได้นำมาดัดแปลงขัดเกลาเสียใหม่ให้เข้ากับรสนิยมและทัศนะของเขา

     เจ.เอส.บาคมีความประณีตบรรจงในการแต่งเพลงมากจะมีรายละเอียดในทางดนตรีที่ถือเป็นแบบฉบับที่คีตกวีรุ่นหลังนำมาศึกษาได้เป็นอย่างดี   เพลงของบาคมีความลึกซึ้งในอารมณ์แสดงถึงศรัทธาที่มีอย่างจริงใจต่อศาสนา  ในการแต่งเพลงประเภทบรรเลงบาคจะใช้ออร์แกนได้ดีที่สุด  บาคมีความชำนาญและจัดเจนในด้านอารมณ์ความคิดในแง่มุมต่าง ๆ และสามารถ นำมาประมวลถ่ายทอดความรู้สึกลงในงานดนตรีที่เป็นอมตะของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ผลงานของบาคยืนยงมาทุกยุคทุกสมัยตลอดมา


บางส่วนจาก http://yala.riy.ac.th/~jaran/data/Composer/Bach.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Nov. 2003,04:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

แฮนเดิ้ล (George Frideric Handel,1685-1759)

   

    เขาเป็นชาวเยอรมัน เกิดวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1685 เกิดที่เมืองฮันเล่อะ (Halle) ประเทศเยอรมัน  แฮนเดิ้ลเกิดในตระกูลผู้มีอันจะกิน พ่อเป็นหมอและเป็นช่างตัดผมชื่อ Handel สมัยนั้นใครเป็นอะไรก็มาผ่าตัดที่ร้านตัดผมได้เลย  แม่ของเขาเป็นแม่บ้านที่เพียบพร้อม น่ารักและอ่อนหวาน  ต่อมาฮันเดลมามีชื่อเสียงและมีชีวิตในประเทศอังกฤษ  ภายหลังจึงแปลงสัญชาติเป็นอังกฤษ

   ในสมัยเด็กพ่อหวังให้แฮนเดิ้ลเรียนกฎหมายแต่แฮนเดิ้ลไม่ชอบ แฮนเดิ้ลสนใจดนตรีตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เขาชอบเสียงระฆังที่ดังแว่วมาจากโบสถ์ประจำหมู่บ้านอย่างฝังจิตฝังใจ และชอบเล่นเครื่องดนตรีของเล่นที่ป้าซื้อให้  ครั้งหนึ่งเขาชวนเพื่อนมาเล่นเครื่องดนตรีของเล่นกันคนละชิ้น แล้วแฮนเดื้ลก็พูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า 

   "บัดนี้พวกเรามีวงออร์เคสต้าของพวกเราเองแล้ว"

   ทันทีที่แฮนเดิ้ลให้สัญญาณ เครื่องดนตรีทุกชิ้นก็บรรเลงขึ้นพร้อมกันด้วยเสียงที่ฟังไม่เป็นเพลง เด็กๆพอใจและมีความสุขกันมาก แต่คนที่ไม่พอใจก็คือพ่อของเขาซึ่งกลับมาบ้านพอดี เขาไล่พวกเด็กๆออกจากบ้านไป แล้วเก็บเครื่องดนตรีของเล่นเหล่านั้นใส่ตู้ล็อคกุญแจไว้

    แต่แฮนเดิ้ลก็ไม่ยอมแพ้ เด็กน้อยรบเร้าให้แม่ช่วยย้าย ฮาร์พซีคอร์ดซึ่งเพื่อนคนหนึ่งของครอบครัวยกให้ ไปไว้บนห้องใต้หลังคา ในยามค่ำคืนเขาก็ย่องขึ้นไปเล่นฮาร์พซีคอร์ดนั้น แต่แม้ว่าเขาจะเล่นให้เสียงเบาอย่างไร ผู้คนก็จะได้ยินเสียงเสมอ จนกระทั่งคืนวันหนึ่งขณะที่เขาแอบขึ้นไปเล่นเหมือนเช่นเคย พ่อก็ทนรำคาญไม่ไหวจึงขึ้นไปดุและลากเอาตัวเขาลงมานอน ทำให้แฮนเดิ้ลกลัวและหยุดเล่นไปพักหนึ่ง พอหายกลัวเขาก็กลับมีความตั้งใจที่จะเล่นดนตรีให้ได้

    เมื่อแฮนเดิ้ลอายุได้ 9 ขวบ วันหนึ่งพ่อนั่งรถม้าเข้าไปธุระในเมือง แฮนเดิ้ลก็วิ่งล้มลุกคลุกคลานตามหลังรถม้าไป พ่อทำเป็นไม่เห็นเพราะคิดว่าสักพักเขาจะเลิกวิ่งตามไป  แต่เขาก็ไม่เลิก จนพ่อทนไม่ไหว ตะโกนถามว่า

    "วิ่งตามมาทำไม?" แฮนเดิ้ลตอบด้วยความเหน็ดเหนื่อยว่า
    "ผมขอไปด้วย"

    พ่อจึงใจอ่อนหยุดรถและให้เด็กน้อยไปด้วย เมื่อไปถึงในเมือง เมื่อพ่อมีธุระกับดยุคในเมือง นักออร์แกนของท่านดยุคก็กำลังเล่นเพลงอยู่ในโบสถ์ แฮนเดิ้ลก็เดินตามเสียงเพลงนั้นไปจนถึงโบสถ์ นักดนตรีเห็นเด็กน้อยยืนมองอย่างสนใจก็เรียกไปนั่งใกล้ๆ และยอมให้แฮนเดิ้ลเล่นออร์แกนนั้น พ่อของเขามาธุระที่เมืองนี้หลายวัน แฮนเดิ้ลจึงได้เล่นออร์แกนบ่อยๆ จนกระทั่งวันอาทิตย์หลังพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ท่านดยุคผ่านมาได้เห็นและได้ยิน แฮนเดิ้ลเล่นเพลงเข้าพอดีก็รู้สึกประทับใจมาก ท่านอยากจะสนับสนุนเด็กคนนี้ให้เก่งทางด้านดนตรี ท่านดยุคจึงแนะเชิงบังคับให้พ่อของแฮนเดื้ลจัดการได้เรียนดนตรีกับครูดีๆ

    พ่อของแฮนเดิ้ลจึงจำเป็นต้องจัดการให้ แฮนเดิ้ลได้เรียนดนตรีกับ Friedrich Wilheim Zachau ผู้เป็นนักดนตรีและเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงแห่ง Halle
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Nov. 2003,00:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

วิลเฮล์ม ซาเคา (Friedrich Wilheim Zachow) เป็นนักออร์แกนประจำอยู่ที่ Liebfrauenkirche ในเมืองฮัลเล่อะ นอกจากออร์แกนและฮาร์ปสิคอร์ดแล้วแฮนเดิ้ลยังได้เรียนเทคนิคการเล่นไวโอลิน โอโบ คลาเวียร์ ตลอดจนการประสานเสียงและเคาน์เตอร์พอยท์ (Counterpoint) รวมทั้งแนวการแต่งเพลงเบื้องต้น แต่เครื่องดนตรีที่เขาเล่นได้ดีเป็นพิเศษคือฮาร์พสิคอร์ด 

     

     แต่ไม่ว่า แฮนเดิ้ล จะมีความสามารถในทางดนตรีอย่างไร แต่พ่อของเขาก็ยังต้องการให้ลูกเรียนกฎหมายอยู่เช่นเดิม แฮนเดิ้ลได้ทำตามความประสงค์ของพ่อ แม้ว่าพ่อจะสิ้นชีวิตไปแล้ว เขาก็ยังคงเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัย ฮัลเล่อะ แต่ในภายหลังก็หันมางานทางดนตรีแต่เพียงอย่างเดียว

      งานชิ้นแรกของเขา คือ การเป็นนักเล่นออร์แกนประจำโบสถ์ที่เมือง ฮัลเล่อะ บ้านเกิดของเขา ได้ค่าจ้างราวปีละ 1000 บาท แต่ต่อมาเขาก็ลาออก

      ในปี ค.ศ. 1703 แฮนเดิ้ลเดินทางไปฮัมบวร์กซึ่งเป็นศูนย์กลางทางดนตรีและอุปรากรของเยอรมันอยู่ในขณะนั้น ในราวปี 1705 เขาเขียนอุปรากรเรื่องแรก คือ Almira ซึ่งมีเนื้อร้องเป็นภาษาเยอรมัน 44 ตอน และเป็นภาษาอิตาเลียน 15 ตอน ซึ่งก็ได้รับความนิยม

     
      Arcangelo Corelli
 
      หลังจากนั้น ตั้งแต่ปี 1706-1710 เขาเดินทางไปอยู่อิตาลี และประพันธ์ อิตาเลียนโอเปร่า (Italian Operas) ได้มีโอกาสคลุกคลีและใกล้ชิดกับบุคคลชั้นนำทางดนตรีของอิตาเลียนหลายคน เช่น โดเมนีโค สคาร์แลทตี (Domenico Scarlatti) นักเล่นฮาร์ปสิคอร์ดและอาร์แคนเจโล คอเรลลี (Arcangelo Corelli) นักไวโอลินจากการคลุกคลีใกล้ชิดทำให้แฮนเดิ้ลได้รับอิทธิพลของทำนองเพลงอิตาเลียน
  
     
      Domenico Scarlatti

      มีเรื่องเล่าลือกันว่า แฮนเดิ้ลได้ประลองการเล่น ฮาร์พซิคอร์ด และออร์แกน กับ Domenico Scarlatti ซึ่งเป็นทั้งนักดนตรีและนักแต่งเพลงที่ขึ้นชื่อ  เมื่อประลอง ฮาร์พซิคอร์ดปรากฎว่าเสมอกัน แต่เมื่อประลองออร์แกน ปรากฎว่า แฮนเดิ้ลชนะขาด
      
      หลังกลับจากอิตาลีขณะนั้นฮัลเดลอายุย่าง 25 ปี ได้เดินทางไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการ วงดนตรีของท่านผู้ครองนครแห่งแฮโนเวอร์ (Hanover) แฮนเดิ้ลทำงานอย่างไม่มีความสุข จากนั้นจึงย้ายไปที่กรุงลอนดอนในปี 1710 แฮนเดิ้ลเปิดการแสดงอุปรากรเรื่อง Rinaldo ขึ้นที่โรงละคร Haymarket Theater ปรากฏว่าได้รับการต้อนรับจากชาวลอนดอนอย่างล้นหลาม

      ขณะที่อยู่ในประเทศอังกฤษ ค.ศ. 1711-1715 นั้น เขาเป็นแขกของท่านลอร์ด เบอร์ลิงตัน (Lord Burlington) และพักที่คฤหาสน์ของท่าน พอถึงวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระราชินีแอนน์ (Queen Anne) แฮนเดิ้ลก็ได้เปิดการแสดงดนตรีขึ้นเป็นการเฉลิมฉลองและเพื่อถวายพระพร ต่อมาพระราชินีแอนน์ ทรงโปรดเขามากพระนางได้พระราชทานเงินเป็นเบี้ยเลียงชีพให้แก่เขาปีละ 200 ปอนด์ หลังจากพระราชินีแอนน์เสด็จสวรรคต พระเจ้ายอร์จที่ 1 (King George I of England) ขึ้นครองราชย์แทนพระองค์ทรงโปรดดนตรีมากที่สุดและจ่ายเงินค่าเลี้ยงชีพให้เขาเป็น 2 เท่า หรือ ปีละ 400 ปอนด์
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 26
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 19 Nov. 2003,03:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สาเหตุที่พระเจ้ายอร์จที่ 1 ทรงโปรดปรานแฮนเดิ้ลมากนั้นมีเรื่องเล่าว่า

    ในสมัยนั้นแม่น้ำเทมส์เป็นแม่น้ำเส้นทางแห่งการค้าขาย  และเป็นที่ที่ราชวงศ์อังกฤษนิยมจัดงานชุมนุมขึ้นที่ริมแม่น้ำ ในการประพาสครั้งนั้นนอกจากเรือพระที่นั่งของพระมาหากษัตริย์และพระราชินีแล้ว ก็ยังมีเรือตามเสด็จในขบวนอีกราว 1000 ลำ นับว่าเป็นการเดินทางที่โอ่อ่าครึกครื้นยิ่ง ในครั้งนี้ แฮนเดิ้ลได้แต่งเพลง Water Music ถวาย จึงทำให้พระเจ้ายอร์ชทรงพอพระราชหฤทัยมาก นอกจากเขาจะได้รับรายได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว เขายังได้รับรายได้จากคนอื่นๆด้วย

    

    
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 27
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Nov. 2003,08:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

มีเรื่องเล่าว่า พระเจ้ายอร์ชที่ 1 ทรงเกลียด 3 สิ่งคือ
    1. his mother
    2. his wife
    3. his son

    แฮนเดิ้ลได้เขียนอุปรากรออกแสดงทั้งในอังกฤษและยุโรปรวม 45 เรื่อง  แต่ในการจัดแสดงอุปรากรนั้น แฮนเดิ้ลมักจะประสบกับความยุ่งยากใจเสมอ เช่น คราวหนึ่งเขาตกลงใจให้ ฟรานเซสก้า ดัชโชนี ให้มาแสดงที่อิตาลี นางยื่นเงื่อนไขในการซ้อมอุปรากร เรื่อง Ottone ว่าถ้าแฮนเดิ้ลไม่ยอมให้นางร้องโน้ตเสียงสูงเพิ่มเติมเข้าไปนอกเหนือจากที่แฮนเดิ้ลแต่งแล้ว นางจะไม่ยอมแสดงเด็ดขาด ทั้งสองจึงโต้เถียงกัน แฮนเดิ้ลถึงกับยกนางดัชโชนีชูไปที่หน้าต่าง ทำท่าจะโยนเธอออกไป หลังจากนั้นเธอจึงยอมโดยดี

   

    แต่หลังจากประสบความสำเร็จได้ช่วงหนึ่ง ผู้คนก็เริ่มเสื่อมความนิยมในอุปรากรแบบอิตาเลียน หันมานิยมอุปรากรที่ร้องเป็นภาษาอังกฤษ  บริษัทของแฮนเดิ้ลถึงกับล้มละลาย แม้ว่า แฮนเดิ้ลจะทุ่มทุนลงไปอีก 10,000 ปอนด์ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 28
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Nov. 2003,04:16 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เมื่ออุปรากรแบบอิตาลีเสื่อมความนิยมลง แฮนเดิ้ลจึงหันไปแต่งเพลงแบบ Oratorio ซึ่งเป็นเพลงศาสนาออกมาแทนอุปรากรแบบอิตาลี โดยเขียนขึ้นมาประมาณ 20 เพลง

     เพลง Oratorio Messiah ป็นเพลงที่ขึ้นชื่อของเขา เขียนขึ้นในปี ค.ศ.1741 และได้นำออกแสดงเป็นครั้งแรกเมื่อ 13 เมษายน ค.ศ.1742 ที่เมืองดับลิน นิตยสารรายเดือนชื่อ ฟอล์คเน่อร์ เจอร์นอล ได้กล่าวถึงการแสดงเพลงนี้ว่า 

     "ผู้มาฟังที่ชื่นชมต่างคอยจะกล่าวแสดงความยินดีอย่างยิ่งแก่ผู้ประพันธ์ ความงดงาม ความผ่าเผย และความนุ่มนวลของเพลงนี้ ก่อให้เกิดความยินดีแก่ผู้ฟังด้วยความประทับใจอย่างสูง"

     เพลง Messiah ทำให้คนอังกฤษเกิดความนิยมต่อแฮนเดิ้ลอีก และช่วยให้เขารอดพ้นจากการล้มละลาย ทั้งๆที่เป็นงานเขียนที่ใช้เวลาเพียง 24 วันเท่านั้น

     

     

     เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงได้ฟังก็ทรงเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกประทับใจในท่อน Hallelujah Chorus จนถึงกับลุกขึ้นยืน แล้วนับตั้งแต่นั้นมาก็เป็นธรรมเนียมที่ผู้ฟังจะลุกขึ้นยืนเมื่อถึงตอนนี้
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
29 คำตอบนับตั้งแต่ 08 Jul. 2003,10:23 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 3<<123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com