เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 1 of 3123>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: จากเสียงเพลง...สู่เสียงธรรม, รำพึงรำพัน  ฉันได้อะไรมาบ้าง??< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 6
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Oct. 2003,19:35  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงแม่พิมพ์ของชาติเป็นเพลงอมตะ ที่พูดถึงชีวิตของครูได้อย่างซาบซึ้งและน่าเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง







แม่พิมพ์ของชาติ

คำร้อง – ทำนอง สุเทพ โชคสกุล
ขับร้อง : บันทึกเสียงครั้งแรกเทื่อปี พ.ศ. 2501 โดย วงจันทร์ ไพโรจน์




แสงเรืองๆที่ส่องประเทือง ไปทั่วเมืองไทย
คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่ โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง
เหนื่อยยากอย่างไร ไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง
ครูนั้นยังลำพอง ในเกียรติของตนเสมอมา


ที่ทำงานช่างสุดกันดาร ในป่าพงไพร
ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้ เร่งรุดไปให้ทันเวลา
กลับบ้านไม่ทันบางวันต้องไป อาศัยหลวงตา
ครอบครัวคอยท่าไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน


ถึงโรงเรียนก็เจียนจะสาย จวนได้เวลา
เห็นศิษย์รออยู่พร้อมหน้า ต้องรีบมาทำการสอน
ไม่มีเวลาที่จะได้มาหยุดพอพักผ่อน
โรงเรียนในดงป่าดอน ให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา


ชื่อของครูฟังดูก็รู้ชวนชื่นใจ
งานที่ทำก็ยิ่งใหญ่ สร้างชาติไทยให้วัฒนา
ฐานะของครูใครๆก็รู้ ว่าด้อยหนักหนา
ยังสู้ทนอุตส่าห์ สั่งสอนศิษย์มาเป็นหลายปี


นี่แหละครูที่ให้ความรู้ อยู่รอบเมืองไทย
หวังสิ่งเดียวคือขอให้ เด็กของไทยในผืนธานี
ได้มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชู ไทยให้ผ่องศรี
ครูก็ภูมิใจที่ สมความเหนื่อยยาก ตรากตรำมา...



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 7
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 13 Dec. 2003,07:20 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




โลกนี้คือละคร

 


    โลกนี้นี่ดูยิ่งดูยอกย้อน เปรียบเหมือนละคร ถึงบทเมื่อตอนเร้าใจ บทบาทลีลาแตกต่างกันไป ถึงสูงเพียงใด ต่างจบลงไปเหมือนกัน

    เกิดมาต้องตายร่างกายผุพัง ผู้คนเขาชัง คิดยิ่งระวังไหวหวั่น ต่างเกิดกันมาร่วมโลกเดียวกัน ถือผิวชังพรรณ บ้างเหยียดหยามกันเหลือเกิน

   โลกนี้...คือละคร บทบาทบางตอน ชีวิตยอกย้อนยับเยิน ชีวิตบางคนรุ่งเรืองจำเริญ แสนเพลิน...เหมือนเดินอยู่บนหนทางวิมาน

    โลกนี้นี่ดูยิ่งดูเศร้าใจ ชั่วชีวิตวัย หมุนเปลี่ยนผันไปเหมือนม่าน เปิดฉากเรืองรองผุดผ่องตระการ ครั้นแล้วไม่นาน ปิดม่านเป็นความเศร้าใจ.......................................



เพลงโลกนี้คือละคร เป็นเพลงฟังแล้วเศร้าๆ 
ผมชอบฟังเมื่อสมัยเด็กๆ คู่กับเพลงหรีดรัก
ความตาย ความพลัดพราก ความไม่แน่นอน

ละครไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเพียงเรื่องสมมุติที่แต่งขึ้น
มีสุขมีทุกข์ มีเฮฮามีเศร้าคละเคล้ากันไป
ละครเล่นแล้วก็มีเลิก เพราะที่สุดมันก็เป็นแค่เพียงละครฉากหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องจริง

ยามเยาว์เห็นโลก....... ล้วนแสนสนุก
เป็นหนุ่มสาว...............หลงสุขทุกค่ำเช้า
กลางคนเริ่มเห็น......... ทุกข์สุขคู่กันหนอ
ตกแก่จึงรู้เค้า.............. โลกล้วนอนิจจัง


วันนี้พบว่า โลกนี้ชีวิตนี้ ก็ไม่ต่างกับละคร แต่เป็นละครโรงใหญ่ 
ที่ยังเป็นเรื่องสมมุติอีกอยู่ดี  เพราะเล่นบทนี้แล้วก็ต้องเลิก
เลิกแล้ว ก็ไปเป็นเล่นบทอื่นอีกต่อไป ไม่รู้จบ
สำคัญแต่ว่า เราจะเล่นอย่างไรดีหนอ?

ลูกรัก.....
จงใช้สมมุติ
ยอมรับสมมุติ
เคารพสมมุติ
ให้เกียรติในสมมุติ
ให้ประโยชน์กับสมมุติ
รับประโยชน์จากสมมุติ
สุดท้าย...
จงอย่ายึดติดในสิ่งที่เป็นสมมุติ
นี่คือวิมุติธรรม


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 8
noktalay Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 610
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 14 Dec. 2003,19:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สำหรับนกทะเล เพลงที่ชอบและพยายามนำมาเป็นแนวในการปฏิบัติตอนของตนเอง คือ เพลง ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน ของศิลปินพุ่มพวง ดวงจันทร์ เราลองมาดูเนื้อหาเพลงกันนะคะ
ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน


ขับร้องโดย  พุ่มพวง ดวงจันทร์ 

     อย่าเหิม อย่าเห่อ ทะเยอ ทะยาน อย่าคิด ต้องการ เที่ยวทำตัว เป็นหัวเรือใหญ่ ถึงระบือ มีชื่อก้องฟ้า แล้ว สักครา ต้องล่วงลงได้ อย่าคิดว่าตัวเลิศล้ำ อย่าตามใจตัวเป็นใหญ่พลาดพลั้งร่วงมาเมื่อไหร่ จะไม่มีใคร เอาใจปรนเปรอ
     อย่าอวด อย่าโอ้ ว่าโต หรือดัง หากแม้มีทาง ชื่อเสียงโด่งดัง อย่าได้ เหิมเห่อ คนที่ดัง กว่าเรายังมี คนที่ดี กว่าเรายังเกร่อ อย่าท้าเมื่อเห็นคนล้ม อย่าสมน้ำหน้าคนเซ่อ เคราะห์ร้าย คราวเราเล่าเออ เราอาจจะเจอ กับวามเจ็บใจ คนถึงมี ความชั่วเจ็ดหน ความดีของคน มีน้อย เมื่อไหร่ คนล้มแล้วอาจจะฟื้น คนยืน อาจล้มก็ได้ ใช่ดังแล้วลืมพวกพ้อง เที่ยวมองเห็นคนเป็นไพร่ หากล้มทั้งยืนเมื่อไหร่ จะต้องอับอาย แทบซุกแผ่นดิน
     อย่าเย่อ อย่าหยิ่ง อย่าทำชิงชัง อย่าคิดว่าดัง แล้วไม่เดินจะเหิรเมฆิน ดัง ก็มีแต่คน อุ้มโอ๋ โซแล้วทราม กลับถูก หยามหมิ่น คนดังดนดับอับจน ก็คนเหมือนกันทั้งสิ้น อย่ามัวแบ่งชั้นกั้นถิ่น เราต่างเดินดิน กินข้าว เหมือนกัน
     อย่าเย่อ อย่าหยิ่ง อย่าทำชิงชัง อย่าคิดว่าดัง แล้วไม่เดินจะเหิรเมฆิน ดัง ก็มีแต่คน อุ้มโอ๋ โซแล้วทราม กลับถูก หยามหมิ่น คนดังดนดับอับจน ก็คนเหมือนกัน ทั้งสิ้น อย่ามัวแบ่งชั้นกั้นถิ่น เราต่างเดินดิน กินข้าว เหมือนกัน
------------------------------------------

     ในมุมมองของนกทะเลเพลงนี้เตือนใจให้เรามีสติในการครองตน การคบเพื่อน คะ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 9
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Dec. 2003,01:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีครับ คุณนกทะเล

        แวะเอาทำนองเพลงมาใส่ให้ครับ จะได้สมบูรณ์ขึ้น 
        เพลงนี้ดีน่ะครับอย่าเต็มเลย เหมือนศีลเลย ข้อห้าม ข้อเว้น
        การเตือนตนนี้ดีจังน่ะครับ ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาเตือนมาสอน จะได้ไม่เสียอารมณ์ คนเราไม่ค่อยชอบนัก ที่คนอื่นจะมาสอนมาเตือน ทั้งๆที่ใจลึกๆ ก็ยอมรับนั่นแหละ แต่ทิฐิมากท่ามาก แต่ก็ยังดีอย่างน้อยใจก็ยังยอมรับ ที่แย่ก็คือไม่ยอมรับอะไร  กับอีกประเภทคือจะคอยแต่จับผิดคนอื่นผิดของตนไม่เคยมอง

ตนเตือนตนของตนให้พ้นผิด
ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนจิตตนไม่ได้ใครจะเตือน
ตนแชเชือนใครจะเตือนให้ป่วยการ


ลูกรัก....ดูช่างเป็นเรื่องแปลก
ที่พวกเรา มีหู มีตา เอาไว้สำหรับดูและฟังคนอื่น
ดูเหมือนจะหาได้น้อยมาก ที่จะดูและฟังตัวเอง


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 10
noktalay Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 610
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Dec. 2003,04:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

สวัสดีคะ คุณคิลิน cowbowน้อย

     นกทะเลขอบคุณคะที่มาทำให้เพลงมีชีวิตชีวา เรื่องธรรมะ นกทะเลไม่ได้ศึกษาลึกซื้งอะไร           แล้วจะแวะมาโพสต์อีกคะไว้คุณคิลินคอยมาเสริมทัพให้ข้อคิดด้านธรรมะ แล้วกันนะคะ wavey.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 11
noktalay Search for posts by this member.
เริ่มเก่าแล้ว
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 610
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Sep. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 16 Dec. 2003,19:17 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ในช่วงหนึ่งก็เคยชอบเนื้อหาเพลง ล้มเองลุกเอง ของคุณ ภัสสร บุญยเกียรติ ถ้ามองในแง่ธรรมะ นกทะเลก็คงต้องบอกว่า ตนเป็นที่พึ่งของตนนี้ละดีที่สุด ไม่ว่ายามฟ้าใส หรือยามฟ้าสีบลู ถ้าเรามั่นคงอุปสรรคปัญหาต่างๆ ก็คงผ่านไปได้ในที่สุด
เพลง ล้มเองลุกเอง

ขับร้องโดย .....ภัสสร บุญยเกียรติ


     ตัวคนเดียวอยู่มันคนเดียว จะทุกข์ร้อนร้อนมันแค่ลำพัง ไม่กวนใจให้ใครชิงชัง ว่ารอความหวังลอยลอย มันเจียมตัวใช่จะลองดี ไม่คิดหนีหรืออยู่ไปวันวัน เวลาเราสุขก็มากัน ทุกข์ใจเมื่อใดไม่เห็นใคร เดินคนเดียวล้มคนเดียว ล้มกี่ครั้งก็ยังได้ ใครจะมาล้มลงกับเราบ้างไหม เดินคนเดียวล้มคนเดียว ล้มแล้วลุก ลุกยืนได้ จะมีใครจริงใจ ฉุดเราลุกขึ้นยืน
     ตัวคนเดียวอยู่มันคนเดียว จะทุกข์ร้อนร้อนมันแค่ลำพัง ไม่กวนใจให้ใครชิงชัง ว่ารอความหวังลอยลอย มันเจียมตัวใช่จะลองดี ไม่คิดหนีหรืออยู่ไปวันวัน เวลาเราสุขก็มากัน ทุกข์ใจเมื่อใดไม่เห็นใคร เดินคนเดียวล้มคนเดียว ล้มกี่ครั้งก็ยังได้ ใครจะมาล้มลงกับเราบ้างไหม เดินคนเดียวล้มคนเดียว ล้มแล้วลุก ลุกยืนได้ จะมีใครจริงใจ ฉุดเราลุกขึ้นยืน ล้ม ล้มเองเราก็ต้องลุกเอง ล้ม ล้มเองก็ลุกเอง ล้ม ล้มเองเราก็ต้องลุกเอง ล้ม ล้มเองก็ลุกเอง เดินคนเดียวล้มคนเดียว ล้มกี่ครั้งก็ยังได้ ใครจะมาล้มลงกับเราบ้างไหม เดินคนเดียวล้มคนเดียว ล้มแล้วลุก ลุกยืนได้ จะมีใครจริงใจ ฉุดเราลุกขึ้นยืน ล้ม ล้มเองเราก็ต้องลุกเอง ล้ม ล้มเองก็ลุกเอง ล้ม ล้มเองเราก็ต้องลุกเอง ล้ม ล้มเองก็ลุกเอง.
------------------------------------------------------------
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 12
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Apr. 2004,20:25 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงนี้เป็นเพลงที่ทันสมัยตลอดกาล  เพราะกระดาษที่เขาแทนค่าว่าเป็นเงินนั้น ทำให้คนเราถึงกับต้องหลั่งเลือด ฆ่าฟัน และแย่งชิงมรดก  ทรัพย์สมบัติกันอย่างไร้มนุษยธรรม  โดยตกเป็นทาสของเงินตราอย่างงมงายที่สุด

        เราอยู่ในสังคมทุนนิยม เราก็คงจะปฎิเสธ เงินไม่ได้ เพราะจำเป็นต้องใช้มันอยู่ทุกวัน  แต่จงตระหนักไว้เถิดว่า  เงินเป็นเพียงเครื่องมือชนิดหนึ่งเท่านั้น  เงินไม่ใช่พระเจ้า  จงอย่าตกเป็นทาสของเงิน  จงรู้จักใช้มัน  อย่าให้มันมาใช้เรา








อำนาจเงิน

คำร้อง - ทำนอง พยงค์ มุกดา
ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง
(บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2502 โดยอุดม เขียนเอี่ยม)



 

งุนงง หนักหนาเงินตราเจ้าเอย
ไม่ว่างเว้นเลยทุกวี่วัน
ชมรมเชื่อถือเล่าลือลั่น
งุ่นง่านแต่เงิน งก งงงัน
เสียงซุบซิบกัน ออกแซ่ซ้ำ


..งมงายเงียบเหงาถ้าเราขาดเงิน
กลัดกลุ้มเหลือเกินดังเกิดกรรม
ใครมี ครึกครื้นทุกคืนค่ำ
เจ้าจู่ เจ้าโจม ฝังใจจำ
เนื้อนั้นมันนำ อำนาจ เงิน


**..มีเงินเดินซื้อสินค้าได้
บางคราวเชื่อไหมแม้ใจที่แกร่งเกิน
ยังถูกน้ำเงิน กระหน่ำเสียยับเยิน
โอ้เงิน เอ๋ยเงิน โอ้เงิน เอ๋ยเงิน
อำนาจมันเกินจะเอื้อมอาจ


คนเราเคารพ คบกันที่เงิน
ไม่มีเขาเมิน ดังหมดญาติ
เงินตรานี่หรือ คือกระดาษ
ผู้สร้างขึ้นมา สิอนาถ
หลงใหลเป็นทาส อำนาจเงิน



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 13
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 10 Apr. 2004,23:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลง เย้ยฟ้าท้าดินนี้เป็นเพลงที่ปลุกเร้าให้เรากล้าต่อสู้กับชีวิต  อย่าไปยอมแพ้กับอุปสรรค  เพราะ

ข้ากระทำแต่กรรมดีมีหรือจะกลัว

หากทำดีฟ้าดินต้องคุ้มครองเอย

เหล่านี้เป็นต้น




เย้ยฟ้าท้าดิน

คำร้อง - สัมพันธ์ อุมากูล - ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง มงคล อมาตยกุล
ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง
(บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2499)



 

ฟ้า....หัวเราะเยาะข้า ชะตาหรือ
ดินนั้นถืออภิสิทธิ์ชีวิตข้า
พรหมลิขิตขีดเส้นเกณฑ์ชะตา
ฟ้าอินทร์พรหมยมพญาข้าหรือเกรง


ฟ้าหัวเราะเยาะเย้ยเหวยเหวยฟ้า
พสุธาอย่าครวญว่าข้าข่มเหง
เย้ยทั้งฟ้าท้าทั้งดินสิ้นยำเกรง
หรือใครเก่งเกินข้าฟ้าดินกลัว


ข้าขอลิขิตชีวิตข้าเองไม่เกรงดินฟ้า
อีกพื้นพสุธา พญายมพรหมอินทร์ทั่ว
ข้ากระทำแต่กรรมดีมีหรือจะกลัว
มิใช่ใจชั่วลืมตัวหลงลำพอง


อันสวรรค์อยู่ในอกนรกนั่นหรือ
ข้าก็ถืออยู่ในใจไม่หม่นหมอง
ละการทำชั่วควรหรือจะกลัวนรกมั่นปอง
หากทำดีฟ้าดินต้องคุ้มครองเอย



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 14
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 May 2004,23:59 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงนี้หนูผักกาดขอไว้หลายวันแล้วค่ะ ฟังแล้วย้อนยุคนึกถึงอดีตที่เรียบๆง่ายๆนะคะ

       ที่จริงเพลงนี้ดูเผินๆก็ไม่เห็นว่าจะเกี่ยวข้องกับทางธรรมเลยนะคะ  แต่ที่เอามาโพสต์ในกระทู้นี้  เพราะเห็นว่าเป็นเพลงที่สะท้อนลึกซึ้งถึง.....

        ชีวิตผู้คนยุคก่อนที่อิงแอบอยู่กับธรรมชาติ  มีความงามของ  ดวงเดือน  ทุ่งข้าว  เจ้าทุย  เสียงเพลง....

        ทัศนะของการมองโลกในแง่ดี  เพลงนี้ลีลาท่วงทำนองจะสบาย คึกคัก มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง  ใครที่ร้องเพลงนี้จะรู้สึกสบายใจเป็นอย่างยิ่ง

         ความเรียบง่าย  สมถะ  มีความสุขอย่างธรรมดาๆ ไม่ได้ปรุงแต่ง  อันเป็นวิถีดั้งเดิมของไทยเรา  แต่ภาพอย่างนี้ในปัจจุบันคงหาดูไม่ได้แล้ว  
         







ข้างขึ้นเดือนหงาย

คำร้อง - แก้ว อัจฉริยะกุล
ทำนอง - ชลธี ธารทอง
ขับร้อง  เลิศ ประสมทรัพย์
(บันทึกเสียงครั้งแรกปี พ.ศ. 2492)



ข้างขึ้นเดือนหงาย
เราขี่ควายชมจันทร์
เพลิดเพลินใจฉัน
โคมสวรรค์พราวพราย
ไขว่ห้างนั่งเฉย
เอ้อระเหยลอยชาย
เป่าขลุ่ยเพลงหนังบนหลังควาย
ชื่นพระพายโชยมา

แม้ว่าต้องการ เพื่อนคุย
ฉันมีเจ้าทุยสนทนา
พูดจาตอบถามตามประสา
ลัดเลี้ยวคันนาตามชอบใจ
สุขใจจริงหนอ เราไม่ง้อใครๆ
เจอะนางคนรัก ก็รับไป
เป่าขลุ่ยสอดคล้องนางร้องไป
ขี่ควายชมฟ้าเพลินตาเพลินใจ
จันทร์แจ่มใสเต็มดวง


ข้างขึ้นเดือนหงาย
เราขี่ควายพาควง
แต่หนุ่มชาวเมืองหลวง
พาคู่ควงเปลืองครัน
อยู่กรุงอยู่นา ไอ้มันก็ฟ้าเดียวกัน
ขี่ควายขี่เก๋ง ก็เหมือนกัน
มันก็พระจันทร์ดวงเดียว

เขาว่ารถยนต์สบาย
แต่ฉันว่าแพ้ควายแท้เทียว
อยู่กรุงไปไหนให้หวาดเสียว
ปรู๊ดปร๊าดโครมเดียวเราก็ตาย
ต้นข้าวอ่อนพริ้ว
ชูยอดริ้วเรียงราย
ค่อยชมแช่มช้อย ค่อยเยื้องกราย
ขี่ควายแช่มช้าประสาควาย
อยู่นาสุขแสนเมืองแมนกลายๆ
เดือนก็หงายพอกัน.



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 15
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Jul. 2004,00:45 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เพลงนี้ชื่อเพลงเข้ากับกระทู้นี้เปี๊ยบเลย  เข้าทำนอง กรรมตามสนอง  ใครเคยก่อกรรมไว้อย่างไรก็จะได้รับกรรมแบบนั้นคืน ลองฟังดูค่ะ







กฎแห่งกรรม

คำร้อง - ทำนอง จงรัก จันทร์คณา
ขับร้อง พิทยา บุญญรัตนพันธ์





น่าเห็นใจน่าเห็นใจ
น่าเห็นใจที่ใจเธอต้องเจ็บช้ำ
โดนลมคำรักลวงจนระกำ
โดนถูกเขาทำจนช้ำใครนะทำได้


หากคิดไปถึงครั้งหนึ่ง
รักครั้งหนึ่งซึ่งฉันเคยถูกทำลาย
เธอเป็นคนทำให้ฉันช้ำใจ
ฉันก็ช้ำใจไม่ผิดที่เธอช้ำอยู่


**เหตุการณ์จะผ่านไปฉันยังจำได้
ความอัปยศอดสู
ฉันเคยเรียกเธอให้เธอมาดู
ให้เธอมาดูรอยช้ำเธอกลับหนำใจ


บัดนี้เธอเจอเข้าบ้าง
รู้หรือยังว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน
ยามเรารักเขาเขากลับทำลาย
เขากลับทำลายมันเจ็บใช่ไหมคนดี**



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
22 คำตอบนับตั้งแต่ 16 Apr. 2003,20:06 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 1 of 3123>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com