เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 19 of 143<<161718192021222324252627282930313233343536373839404142434445464748495051525354555657585960616263646566676869707172737475767778798081828384858687888990919293949596979899100101102103104105106107108109110111112113114115116117118119120121122123124125126127128129130131132133134135136137138139140141142143>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: = = เพลง..นี้คือสื่อความหมาย = =, + + มาฟังเพลงกันเถิดให้ชื่นใจ + +< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 187
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Jan. 2003,19:02  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จ้ะๆ ทวีปวร แต่งเพลง ศกุนตลา ได้ไพเราะมาก ถ้าฟังเพลงจริง เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ก็ร้องได้ไพเราะมากด้วย 

    วันนี้ลองฟังเพลง สุริยันต์-จันทรา นะ....








สุริยันต์-จันทรา


บทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 จากเรื่อง วิวาห์พระสมุทร

ทำนอง  สุรพล แสงเอก

ขับร้อง  สุเทพ วงศ์กำแหง





*ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์

ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่

ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ

ไม่เห็นโฉมประโลมใจยิ่งมืดมน


อ้าดวงสุรีย์ศรีของพี่เอย

ขอจงเผยหน้าต่างนางอีกหน

ขอเชิญจันทร์แจ่มกระจ่างกลางสกล

เยี่ยมให้พี่ยลเยือกอุรา



@^@^@^@^@^@
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 188
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Jan. 2003,18:56 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






สีชัง

บทพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6
ทำนอง  สง่า อารัมภีร์
ขับร้อง  ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์




สีชังชังชื่อแล้วอย่าชัง
อย่าโกรธพี่จริงจังจิตข้อง
ตัวไกลจิตก็ยังเนาว์แนบ
เสน่ห์สนิทน้องนิจผู้อาดูร


สีชังชังแต่ชื่อ
เกาะนั้นหรือจะชังใคร
ขอแต่แม่ดวงใจ
อย่าชังชิงพี่จริงจัง


ตัวไกลใจพี่อยู่
เป็นคู่น้องครองยืนยาว
ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง
ตั้งใจติดมิตรสมาน


สีชังชังแต่ชื่อ
เกาะนั้นหรือจะชังใคร
ขอแต่แม่ดวงใจ
อย่าชังชิงพี่จริงจัง


ตัวไกลใจพี่อยู่
เป็นคู่น้องครองยืนยาว
ห่างเจ้าเฝ้าแลหลัง
ตั้งใจติดมิตร..ฮืม..สมาน



~ ^ ~ ^ ~ ^ ~ ^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 189
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Jan. 2003,19:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เอาเพลงหาดผาแดงมาฝากด้วย







หาดผาแดง

คำร้อง-ทำนอง  พรพิรุณ





คลื่นซัดครืนครืนซ่าที่ผาแดง
ภูผาแห่งนิยายสวาทอาถรรพณ์
หาดสวยงามนามผาแดง
ลมพัดแรงรื่นทั้งวัน
ทั้งคืนที่นั่นเหมือนเวียงวัง

ชายทะเลริมเขื่อนหาดผาแดง
ใจฉันสั่นเร้าแรงโลดด้วยความหวัง
ทิวทัศน์งามยามเผลอชม
เพลินภิรมย์ภาพสีชัง
เสียงคลื่นซัดฝั่งดังเสียงพิณ

โอ้หาดสวรรค์ชื่นตา
ใครได้มาซึ้งใจอยู่อาจิณ
เย็นสายลมพรมพริ้วมา
ดังพัดพาโลมไล้ชีวิน
ความเศร้าก็สิ้นสูญไปพลัน

หาดผาแดงนี้คือสถานพักใจ
งามวิไลเหมือนดั่งถิ่นแดนสวรรค์
เพียงครั้งแรกที่ฉันมา
ยังฝันหาทุกคืนวัน
เพราะว่าที่นั่นเหมือนวิมาน

~ ^ ~ ^ ~ ^ ~ ^ ~
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 190
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2003,20:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ผู้ชนะสิบทิศ

   

   เป็นหนังสือนวนิยายที่แต่งโดย ยาขอบ (โชติ แพร่พันธุ์) พิมพ์ครั้งแรกในช่วงปี พ.ศ. 2474-2482 นิยายเรื่องนี้ ดำเนินตามกลวิธีนิยายโบราณ ทุกประการ เนื้อเรื่องอิงพงศาวดารพม่าและไทย และอิงอย่างนิยายทั้งหลาย คือ ไม่ถือภูมิศาสตร์ หรือกาลเวลาอย่างกวดขัน

   เรื่องย่อของผู้ชนะสิบทิศ

   พ่อแม่ของจะเด็ด เป็นคนยากจน ยังชีพด้วยการปาดตาล  ขณะเมื่อยังเป็นทารกในขณะที่พ่อแม่ของจะเด็ดกำลังทำงาน ปีนต้นตาลกันคนละต้น ก็มีงูใหญ่ตัวหนึ่งได้มาขด ล้อมรอบกายจะเด็ดที่กำลังนั่งเล่นอยู่ สองสามีภรรยาเห็นเหตุอัศจรรย์ดังนั้น จึงรีบนำเรื่องนี้ไปเล่า ให้พระราชาคณะรูปหนึ่งฟัง ราชาคณะรูปนั้นได้จับยามผูกดวงชาตาเด็กทารกนั้นดู ก็รู้ว่าเด็กทารกนี้ เป็นผู้มีบุญ จะได้เป็นถึงมหาราช จึงแนะนำให้พากันไปอาศัยอยู่กับภิกษุมังสินธู เจ้าอาวาสวัดกุโสดอ ในเมืองตองอู

   ต่อมาบิดาของจะเด็ดเสียชีวิตลง และนางเลาชีผู้เป็นแม่ ได้มาเป็นแม่นมให้แก่ราชโอรสและราชธิดา เมืองตองอู ทำให้จะเด็ดได้คลุกคลีกับบุคคลในวงศ์กษัตริย์ของเมืองตองอู โดยเฉพาะ มังตรา ราช โอรสเมืองตองอู ผู้มีลิ้นดำ ซึ่งอ่อนเยาว์กว่า

   จะเด็ดจงรักภักดีต่อมังตราเจ้านายเหนือหัวของตนเป็นอันมาก ได้เรียนวิชาการ รวมทั้งเพลงอาวุธ โดยเฉพาะเพลงทวนบนหลังม้า จากพระอาจารย์มังสินธู อดีตนักรบคู่บุญพระเจ้าเมงกะยินโย ผู้ตั้ง เมืองตองอู นอกจากนี้จะเด็ดยังได้เรียนเพลงดาบจาก ตะคะญี นักรบเฒ่าชาวกะเหรี่ยงสหายรักของมังสินธู ซึ่ง มีอาชีพเป็นช่างตีดาบและเป็นครูดาบแห่งหมู่บ้านกะเหรี่ยง และจากหมู่บ้านกะเหรี่ยงนี้เอง จะเด็ดก็ได้สหายร่วมเป็นร่วมตายสามคน คือ

จาเลงกาโบ.......ซึ่งต่อมา ได้เป็น นายกองคชโยธา (ทัพช้าง)
เนงบา.............ซึ่งต่อมา ได้เป็น นายกองปัตตานึก (ทัพเดินเท้า)
สีอ่อง..............ซึ่งต่อมา ได้เป็น นายกองอัศวานึก (ทัพม้า)

เมื่อพระเจ้าเมงกะยินโย (หรือพระเจ้าสิริชัยะสุระ) เสด็จสวรรคตลง มังตรา เยาวกษัตริย์แห่งเมืองตองอู กับจะเด็ดสหายร่วมน้ำนม ก็ได้พยายามแผ่อาณาเขตของเมืองตองอู ไปจนทั่วลุ่มน้ำอิระวดี จนตีได้ เมืองแปร เมืองเมาะตะมะ เมืองหงสาวดี เมืองอังวะ เมืองยะไข่ รวมกันเข้าเป็นอันหนึ่งอัน เดียวกัน แล้วตั้งเมืองหลวงใหม่ขึ้นที่เมืองหงสาวดี สถาปนาพระเจ้ามังตราขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ ทรง พระนามว่า พระเจ้าตะเบงชะเวตี้

    พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ กับ บุเรงนอง (จะเด็ด) ซึ่งเป็นพี่เขย ได้กรีธาทัพ พร้อมไพร่พลโยธา ช้าง ม้า จำนวนมากมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ในสมัยพระมหาจักรพรรดิ จนเกิดสมเด็จพระศรีสุริโยทัย....

    ต่อมาเมื่อพระเจ้าลิ้นดำ ตะเบงชะเวตี้ สิ้นพระชนม์ลง จะเด็ดก็ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นมหากษัตริย์แทน ทรงนามว่าพระเจ้าบุเรงนอง

    จาก http://board.dserver.org/p/piggy/00000278.html
และ http://www.rsu.ac.th/soc/corner19.html



ผู้ชนะสิบทิศ

คำร้อง –ทำนอง  ไสล ไกรเลิศ




ฟ้าลุ่มอิรวดีคืนนี้ มีแต่ดาว
แจ่มแสงแวววาว ฮัม….
เด่นอะคร้าวสว่างไสว
เสียงคลื่นเร้าฤดีคืนนี้ข้าเปลี่ยวใจ
เหน็บหนาวทรวงใน ฮัม….
แปลกไฉนข้าเศร้าวิญญา

ข้ามาทำศึกลำเค็ญ
เหนื่อยแสนยากเย็น ไม่เว้นว่างเปล่า
เพื่อศักดิ์ชาวตองอู
ถึงจะตายจะอยู่ขอเชิดชูมังตรา

ดวงใจข้ามอบจอมขวัญ
มั่นรักต่อกันมิ่งขวัญจันทรา
กุสุมายอดชู้ รักเจ้าเพียงเอ็นดู
ไว้เชิดชูดวงแด...

ไปรบอยู่แห่งไหนใจคนึงถึงเจ้า
เคยเล้าโลมโฉมแม่
ข้ากลับมาเมืองแปร
มองเหลียวแลแสนเปลี่ยวเปล่า

ไม่มีแต่เงาข้าเศร้าอาลัย
หัวใจแทบขาด อนาถใจไม่คลาย

เจ็บใจคนรักโดนรังแก
ข้าจะเผาเมืองแปรให้มันวอดวาย
จะตายให้เขาลือชาย จะให้เขาลือชาย
ว่านามชื่อกู ผู้ชนะสิบทิศ
ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ชนะสิบทิศ ผู้ชนะสิบทิศ
ผู้ ช...นะ...สิบ...ทิศ... ฮัม.......



~~~~~~~~~
  


หมายเหตุ - ภาพนี้เป็นภาพของแม่น้ำอิระวดี ประเทศพม่า
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 191
Yaya Search for posts by this member.
English Tutor
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 783
เข้าร่วมเมื่อ: 02 Jul. 2002

อัตรานิยม: 5
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Jan. 2003,04:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ตอนเป็นเด็กๆ (อีกแระ) ...เคยจำได้ว่าอดหลับอดนอนรอดูผู้ชนะสิบทิศ ..และรู้สึกว่าง่วงมากๆ ค่ะ แต่ก็อยากดูมากๆ เหมือนกัน...วันไหนที่เผลอหลับแล้วตื่นขึ้นมาพบว่าละคร จบไปแล้วรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก ค่ะ...แหะ แหะ ..น้าแอ๊ด ขา..เคยแอบชอบจะเด็ด ...มากๆ เลยค่ะจำไม่ได้แล้วตอนนั้นใครเล่น... inlove.gif แหะ แหะ เป็นคนเจ้าชู้ ที่น่ารักมาก... inlove.gif

--------------
ไม่มีข้อโต้แย้ง....ไม่มีข้อผูกมัด....อิสระ....ความพอใจ
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 192
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 28 Jan. 2003,21:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

น้องหยานี่ดูละครเยอะเหมือนกันนะ วันนี้เอามาฝากอีกเพลงนึง ภาพที่เห็นก็เป็นแม่น้ำอิรวดีอีกเหมือนกันค่ะ
  






บุเรงนองลั่นกลองรบ 


คำร้อง-ทำนอง  ไสล ไกรเลิศ
ขับร้อง        สุเทพ วงศ์กำแหง





...ทุง ยา บา เล
ทุง ยา บา เล
ทุงยาบาเล ทุงยาบาเล
ทุงยาบาเล ทุงยาบาเล

*เป่าปี่ตีฆ้องลั่นกลองศึกรบ
จะพบคนงามด้วยความแค้นใจ
จะหมายชิงชัยกุสุมา
สร้างเวรกรรมไว้เจ็บใจยิ่งหนอ
เจ้าสอพิณยาข้าทนโศกา
ข้าหมายมั่นมาบุกตะเลง

กลองศึกรัวพลันไม่หวั่นเกรง
ฟังคล้ายเพลงชะชะช่า
สะท้านพสุธาแดนฟ้าเมืองแปร
กลองศึกรัวพลันไม่หวั่นเกรง
ฟังคล้ายเพลงชะชะช่า
สะท้านพสุธาแดนฟ้าเมืองแปร

บุเรงนองร้อนรุ่มในดวงแด
ถ้ารักข้าแพ้เป็นตายสู้กัน
เกณฑ์โยธายกมาในเร็ววัน
รับมิ่งขวัญทรามวัยกุสุมา

ทุงยาบาเล ทุงยาบาเล
ทุงยาบาเล ทุงยาบาเล


~^~^~^~^~
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 193
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Feb. 2003,08:35 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขวัญเรียม เป็นเพลงจากนวนิยาย เรื่องแผลเก่าซึ่งแต่งโดย ไม้ เมืองเดิม เป็นเรื่องราวความรักของ หนุ่มสาวแห่งทุ่งบางกะปิ ริมคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2483
    






ขวัญเรียม

คำร้อง-ทำนอง  พรานบูรพ์
ขับร้อง       ชรินทร์ นันทนาคร




เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม
หวนคิดผิดแล้วขมขื่นฝืนใจเจียม
เคยโลมเรียม เลียบฝั่ง
มาแต่หลังยังจำ


คำที่ขวัญเคยพรอดเคยพร่ำ
ถ้วนทุกคำยังเรียกยังร่ำเร่าร้องก้องอยู่
แว่ว แว่ว แจ้ว หู ว่าขวัญชู้ เจ้ายังคอย


*เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญคงหงอย
หวนคิดคิดแล้วยิ่งเศร้า เหงาใจคอย
อกเรียมพลอย นึกหน่าย
คิดถึงสายน้ำนอง


คลองที่เรียมเคยเที่ยวเคยท่อง
เมื่อเราสองต่างว่ายต่างว่องล่องไล่ไม่เว้น
เช้า สาย บ่าย เย็น ขวัญลงเล่นกับเรียม


.-. .-. .-. .-. .-. .-.
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 194
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Feb. 2003,23:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พยายามจะหาเพลงจากวรรณกรรมแต่หาไม่ค่อยจะเจอ พอดีไปเจอเพลง คู่ทาษ เห็นว่าไพเราะดี เลยเอามาฝากกัน คำว่า ทาษ นี้เป็นภาษาโบราณ ความหมายเหมือนกับคำว่า ทาส







คู่ทาษ


คำร้อง   อรุณ หงสวีณะ
ทำนอง  เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง   ดนุพล แก้วกาญจน์




ขอครวญคำข้ามฟ้าลอยมาแด่เธอ
น้ำคำวอน คลั่งเพ้อละเมอจากใจ
รักเราสองสัมพันธ์แต่รักนั้นอยู่ไกล
เฝ้าหลงอาลัยร้องครวญไปฝากหัวใจลอยล่อง

ขอปรานี พี่หวังจงฟังพี่ครวญ
เสียงในใจไห้หวนรัญจวนหม่นหมอง
รักเราเอ๋ย แม้ไกล แต่หัวใจประคอง
พี่หวังใจปองเนื้อนวลทองใฝ่รักปองบูชา

เป็นกะลาให้ถือ แม้เธอคือขอทาน
เป็นบัลลังก์ตระการ แม้เธอเป็นนางพญา
เป็นโลงทอง รองรับแม้ดับชีวา
เป็นวิมานผ่านฟ้าแด่เทพธิดานงคราญ

รักเราเป็นเช่นเหมือนดาวเดือนเด่นตา
แสงเรืองรองส่องฟ้าอาภาเบิกบาน
แม้ชีพสูญลับไป แต่รักไม่แหลกลาญ
ให้สองวิญญาณ สิงสราญ อยู่วิมานดาวเดือน



^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 195
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Feb. 2003,08:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ลิลิตพระลอ

         เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย
     เสียงย่อมยอยศใคร      ทั่วหล้า
     สองเขือพี่หลับไหล      ลืมตื่น ฤาพี่
     สองพี่คิดเองอ้า        อย่าได้ถามเผือ


     ลิลิตพระลอ ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า เป็นยอดของวรรณคดีไทยประเภทลิลิต เพราะเป็นหนังสือที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติแห่งวรรณคดี คือถ้อยคำสำนวนแทบทุกบททุกบาท มีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

     ลิลิตพระลอ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่ง และแต่งในสมัยใด สันนิษฐานว่าอาจแต่งในสมัยอยุธยาตอนต้นในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ หรือไม่ก็ในสมัยพระนารายณ์ แต่งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อถวายพระมหากษัตริย์เพื่อให้เกิดความสำราญพระราชหฤทัย แต่งด้วยลิลิตสุภาพ มีโคลงสุภาพ ร่ายสุภาพและร่ายโบราณ

     เนื้อเรื่องกล่าวถึงเมืองสองเมืองเป็นศัตรูกันคือเมืองสรวงและเมืองสรอง

      เมืองสรวงมีกษัตริย์คือท้าวแมนสรวงมีมเหสีคือนางบุญเหลือ มีโอรสชื่อพระลอ พระลอมีมเหสี ชื่อนางลักษณาวดี เมื่อสิ้นท้าวแมนสรวง พระลอโอรสได้ขึ้นครองราชย์ต่อ

      ส่วนเมืองสรอง มีกษัตริย์ชื่อท้าวพิมพิสาคร ท้าวพิมพิสาครทำสงครามกับเมืองแมนสรวงถูกท้าวแมนสรวงฆ่าตาย ท้าวพิชัยพิษณุกรโอรสได้ขึ้นครองราชย์ต่อ มีมเหสีชื่อ ดาราวดี มีธิดา 2 คนคือพระเพื่อน พระแพง ซึ่งมีสิริโฉมงดงามยิ่งนัก

      ลิลิตพระลอเป็นวรรณคดีที่แปลกกว่าเรื่องอื่นคือ เรื่องนี้จะชมความงามของตัวเอกที่เป็นผู้ชายคือชมโฉมพระลอ กิตติศัพท์ความสง่างามของพระลอเลื่องลือไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนกระทั่งพระเพื่อนพระแพงได้ฟังแล้วถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากได้พระลอเป็นพระสวามี ในที่สุดก็ต้องหาหมอทำเสน่ห์ให้พระลอหลงใหล โดยปู่เจ้าสมิงพรายเป็นผู้ช่วยทำเสน่ห์ให้พระลออยู่เมืองสรวงไม่ได้ ต้องเดินทางไปพบพระเพื่อน พระแพงที่เมืองสรอง โดยปู่เจ้าสมิงพรายเสกสลาให้เป็นไก่ไปล่อพระลอมาพบพระเพื่อนพระแพง มีนางรื่นนางโรยพี่เลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงเป็นผู้ลอบพาพระลอไปที่ตำหนักพระเพื่อนพระแพง

      ต่อมาท้าวพิชัยพิษณุกรทราบเรื่องก็คิดจะจัดพิธีอภิเษกให้ แต่ย่าเลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงยังมีความพยาบาทเมืองสรวง จึงอ้างรับสั่งพระพิชัยพิษณุกรให้ทหารมาล้อมจับพระเพื่อนพระแพง พระลอ และพี่เลี้ยงทั้งสี่ ต่อสู้กันจนกระทั่งพระเพื่อนพระแพง พระลอ และพี่เลี้ยงเสียชีวิต ทั้งหมด ท้าวพิชัยพิษณุกรทราบ ทรงเสียพระทัยมาก จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตพระเจ้าย่าและทหาร และให้จัดการพระศพของสามกษัตริย์อย่างสมเกียรติ และส่งพระราชสารไปยังเมืองสรวงให้ทราบ หลังจากนั้นสองเมืองก็กลับมีไมตรีกัน
      
     

     วรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอเป็นนิยายประจำถิ่นไทยภาคเหนือ เชื่อว่ามีเค้าโครงเรื่องเกิดขึ้นในแคว้นล้านนา ระหว่าง พ.ศ. ๑๖๑๖ - ๑๖๙๓ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในเขตอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ส่วนบริเวณที่ติดกับอำเภอสองคือจังหวัดพะเยา มีทุ่งลอ นักวิชาการเชื่อกันว่าเป็นดินแดนเมืองแมนสรวงของพระลอ เมื่อคิดคำนวณระยะทางในการเดินทัพของพระลอมายังเมืองสรอง ในยุคนั้น ก็ใกล้เคียงสอดคล้องกับที่พรรณนาไว้ในลิลิตพระลอ จึงน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอาณาเขตจังหวัดแพร่ น่าน พะเยา และลำปาง

http://www.school.net.th/library....50.html

http://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=1635








ยอยศพระลอ

คำเกริ่น  ไถง สุวรรณทัต
คำร้อง   พยงค์  มุกดา
ขับร้อง   ชินกร ไกรลาศ




รอยรูปอินทร์หยาดฟ้า
มาอ่าองค์ในหล้าแหล่งให้คนชม
งามสมขุนลอท้าว
น้ำพระทัย ณ หัวเจ้ายิ่งแม่กาหลง

ยามพระทรง คชสาร
ธ ยิ่งหาญ ยิ่งกล้า เกินพระยาสีหราชท้าวกลางศึก
พระบาทเจ้าล้านโลกใครบ่เท่า
พ่อขุนแมน-สรวง

(ลา ลาลาลาลาลา ลา ลาลาลาลาลา)
รูปดังองค์อินทร์หยาดฟ้ามาสู่ดิน
โสภิณดังเดือนดวง
เหนือแผ่นดินแดนสรวง
เหนือปวงหนุ่มใด
(ลาลาลาลาลา ลา ลาลาลาลาลา)

เหล่าอนงค์หลงสวาทยอมเป็นทาสรักบำเรอ
นามขุนลอท้าวเธอทรงสถิตย์ ณ ทรวงใจ
ลุ่มแม่กาหลงเจ้าหรือจะเท่าถึงครึ่ง
แม้น้อยหนึ่งน้ำหทัย
เมื่อทรงคชสาร ธ ยิ่งหาญ ยิ่งกล้า
(ลาลาลาลาลาลา)

ดั่งพระยาสีหราชผู้เป็นใหญ่
(ลาลาลาลาลาลา)
ใช่เพียงศึกรบสยบพระทรงชัย
แม้ในศึกรักพระยังยิ่งใหญ่
(ลาลาลาลาลาลา)

นาถ-อนงค์ ปลงใจใคร่อิงอุ่น
(ลาลาลาลาลาลา)
นับล้านโล-กาล้วนบ่ควรคู่บุญ
ดั่งพ่อขุน (ลา ลา) แมนสรวง เอย...

~^~^~^~^~^~
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 196
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Mar. 2003,07:48 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เพลงรักบังใบ เป็นเพลงเอกเพลงหนึ่งของ รวงทอง ทองลั่นทม ซึ่งแต่งโดย ชอุ่ม ปัญพรรค์ (พี่สาวของอาจินต์ ปัญจพรรค์) นักเขียนนวนิยายรุ่นโบราณที่เขียนเรื่อง สลักจิต ที่นำมาทำละครทีวีหลายครั้งหลายครา








รักบังใบ


คำร้อง  ชอุ่ม ปัญจพพรรค์
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง  รวงทอง ทองลั่นทม




กามเทพหลอกลวง
เสียบศรปักทรวงให้ห่วงหา
ให้รักแล้วไยมาริดรักราาแรมไกล
รักของข้าดังบัวบังใบบังมิให้ใคร
เห็นคร่ำครวญหวนทุกเช้าเย็นตรอมตรม
สุดหักสุดหายหัวใจมิวายระบม
สุดตรอมสุดตรมใจ
ยิ่งคิดให้โหยหา
ต้องบังรักไว้ไม่กล้าบอกใคร

เย็นย่ำสุริยาตะวันจากตาพามืดมิด
โอ้ช่างเหมือนดวงจิตมืดมิดยามรักไกล
น้ำตาตกตามตะวัน
นึกแล้วหวั่นพรั่นใจ
อกเอ๋ยทำฉันใดเล่าเอย
คู่ชื่นเคยเชยรักร้างเลยแรมรา
ยิ่งพาให้หนาวไฉน
ปองรักอย่างบัวบังใบต้องช้ำหัวใจเรื่อยมา


^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
1420 คำตอบนับตั้งแต่ 19 Aug. 2002,22:21 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 19 of 143<<161718192021222324252627282930313233343536373839404142434445464748495051525354555657585960616263646566676869707172737475767778798081828384858687888990919293949596979899100101102103104105106107108109110111112113114115116117118119120121122123124125126127128129130131132133134135136137138139140141142143>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com