เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 20 of 143<<1718192021222324252627282930313233343536373839404142434445464748495051525354555657585960616263646566676869707172737475767778798081828384858687888990919293949596979899100101102103104105106107108109110111112113114115116117118119120121122123124125126127128129130131132133134135136137138139140141142143>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: = = เพลง..นี้คือสื่อความหมาย = =, + + มาฟังเพลงกันเถิดให้ชื่นใจ + +< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 193
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Feb. 2003,08:35  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ขวัญเรียม เป็นเพลงจากนวนิยาย เรื่องแผลเก่าซึ่งแต่งโดย ไม้ เมืองเดิม เป็นเรื่องราวความรักของ หนุ่มสาวแห่งทุ่งบางกะปิ ริมคลองแสนแสบ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2483
    






ขวัญเรียม

คำร้อง-ทำนอง  พรานบูรพ์
ขับร้อง       ชรินทร์ นันทนาคร




เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญของเรียม
หวนคิดผิดแล้วขมขื่นฝืนใจเจียม
เคยโลมเรียม เลียบฝั่ง
มาแต่หลังยังจำ


คำที่ขวัญเคยพรอดเคยพร่ำ
ถ้วนทุกคำยังเรียกยังร่ำเร่าร้องก้องอยู่
แว่ว แว่ว แจ้ว หู ว่าขวัญชู้ เจ้ายังคอย


*เรียมเหลือทนแล้วนั่น ขวัญคงหงอย
หวนคิดคิดแล้วยิ่งเศร้า เหงาใจคอย
อกเรียมพลอย นึกหน่าย
คิดถึงสายน้ำนอง


คลองที่เรียมเคยเที่ยวเคยท่อง
เมื่อเราสองต่างว่ายต่างว่องล่องไล่ไม่เว้น
เช้า สาย บ่าย เย็น ขวัญลงเล่นกับเรียม


.-. .-. .-. .-. .-. .-.
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 194
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Feb. 2003,23:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

พยายามจะหาเพลงจากวรรณกรรมแต่หาไม่ค่อยจะเจอ พอดีไปเจอเพลง คู่ทาษ เห็นว่าไพเราะดี เลยเอามาฝากกัน คำว่า ทาษ นี้เป็นภาษาโบราณ ความหมายเหมือนกับคำว่า ทาส







คู่ทาษ


คำร้อง   อรุณ หงสวีณะ
ทำนอง  เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง   ดนุพล แก้วกาญจน์




ขอครวญคำข้ามฟ้าลอยมาแด่เธอ
น้ำคำวอน คลั่งเพ้อละเมอจากใจ
รักเราสองสัมพันธ์แต่รักนั้นอยู่ไกล
เฝ้าหลงอาลัยร้องครวญไปฝากหัวใจลอยล่อง

ขอปรานี พี่หวังจงฟังพี่ครวญ
เสียงในใจไห้หวนรัญจวนหม่นหมอง
รักเราเอ๋ย แม้ไกล แต่หัวใจประคอง
พี่หวังใจปองเนื้อนวลทองใฝ่รักปองบูชา

เป็นกะลาให้ถือ แม้เธอคือขอทาน
เป็นบัลลังก์ตระการ แม้เธอเป็นนางพญา
เป็นโลงทอง รองรับแม้ดับชีวา
เป็นวิมานผ่านฟ้าแด่เทพธิดานงคราญ

รักเราเป็นเช่นเหมือนดาวเดือนเด่นตา
แสงเรืองรองส่องฟ้าอาภาเบิกบาน
แม้ชีพสูญลับไป แต่รักไม่แหลกลาญ
ให้สองวิญญาณ สิงสราญ อยู่วิมานดาวเดือน



^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 195
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Feb. 2003,08:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ลิลิตพระลอ

         เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย
     เสียงย่อมยอยศใคร      ทั่วหล้า
     สองเขือพี่หลับไหล      ลืมตื่น ฤาพี่
     สองพี่คิดเองอ้า        อย่าได้ถามเผือ


     ลิลิตพระลอ ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสร ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า เป็นยอดของวรรณคดีไทยประเภทลิลิต เพราะเป็นหนังสือที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติแห่งวรรณคดี คือถ้อยคำสำนวนแทบทุกบททุกบาท มีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง

     ลิลิตพระลอ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้แต่ง และแต่งในสมัยใด สันนิษฐานว่าอาจแต่งในสมัยอยุธยาตอนต้นในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ หรือไม่ก็ในสมัยพระนารายณ์ แต่งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อถวายพระมหากษัตริย์เพื่อให้เกิดความสำราญพระราชหฤทัย แต่งด้วยลิลิตสุภาพ มีโคลงสุภาพ ร่ายสุภาพและร่ายโบราณ

     เนื้อเรื่องกล่าวถึงเมืองสองเมืองเป็นศัตรูกันคือเมืองสรวงและเมืองสรอง

      เมืองสรวงมีกษัตริย์คือท้าวแมนสรวงมีมเหสีคือนางบุญเหลือ มีโอรสชื่อพระลอ พระลอมีมเหสี ชื่อนางลักษณาวดี เมื่อสิ้นท้าวแมนสรวง พระลอโอรสได้ขึ้นครองราชย์ต่อ

      ส่วนเมืองสรอง มีกษัตริย์ชื่อท้าวพิมพิสาคร ท้าวพิมพิสาครทำสงครามกับเมืองแมนสรวงถูกท้าวแมนสรวงฆ่าตาย ท้าวพิชัยพิษณุกรโอรสได้ขึ้นครองราชย์ต่อ มีมเหสีชื่อ ดาราวดี มีธิดา 2 คนคือพระเพื่อน พระแพง ซึ่งมีสิริโฉมงดงามยิ่งนัก

      ลิลิตพระลอเป็นวรรณคดีที่แปลกกว่าเรื่องอื่นคือ เรื่องนี้จะชมความงามของตัวเอกที่เป็นผู้ชายคือชมโฉมพระลอ กิตติศัพท์ความสง่างามของพระลอเลื่องลือไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนกระทั่งพระเพื่อนพระแพงได้ฟังแล้วถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากได้พระลอเป็นพระสวามี ในที่สุดก็ต้องหาหมอทำเสน่ห์ให้พระลอหลงใหล โดยปู่เจ้าสมิงพรายเป็นผู้ช่วยทำเสน่ห์ให้พระลออยู่เมืองสรวงไม่ได้ ต้องเดินทางไปพบพระเพื่อน พระแพงที่เมืองสรอง โดยปู่เจ้าสมิงพรายเสกสลาให้เป็นไก่ไปล่อพระลอมาพบพระเพื่อนพระแพง มีนางรื่นนางโรยพี่เลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงเป็นผู้ลอบพาพระลอไปที่ตำหนักพระเพื่อนพระแพง

      ต่อมาท้าวพิชัยพิษณุกรทราบเรื่องก็คิดจะจัดพิธีอภิเษกให้ แต่ย่าเลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงยังมีความพยาบาทเมืองสรวง จึงอ้างรับสั่งพระพิชัยพิษณุกรให้ทหารมาล้อมจับพระเพื่อนพระแพง พระลอ และพี่เลี้ยงทั้งสี่ ต่อสู้กันจนกระทั่งพระเพื่อนพระแพง พระลอ และพี่เลี้ยงเสียชีวิต ทั้งหมด ท้าวพิชัยพิษณุกรทราบ ทรงเสียพระทัยมาก จึงรับสั่งให้ประหารชีวิตพระเจ้าย่าและทหาร และให้จัดการพระศพของสามกษัตริย์อย่างสมเกียรติ และส่งพระราชสารไปยังเมืองสรวงให้ทราบ หลังจากนั้นสองเมืองก็กลับมีไมตรีกัน
      
     

     วรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอเป็นนิยายประจำถิ่นไทยภาคเหนือ เชื่อว่ามีเค้าโครงเรื่องเกิดขึ้นในแคว้นล้านนา ระหว่าง พ.ศ. ๑๖๑๖ - ๑๖๙๓ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในเขตอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ส่วนบริเวณที่ติดกับอำเภอสองคือจังหวัดพะเยา มีทุ่งลอ นักวิชาการเชื่อกันว่าเป็นดินแดนเมืองแมนสรวงของพระลอ เมื่อคิดคำนวณระยะทางในการเดินทัพของพระลอมายังเมืองสรอง ในยุคนั้น ก็ใกล้เคียงสอดคล้องกับที่พรรณนาไว้ในลิลิตพระลอ จึงน่าเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอาณาเขตจังหวัดแพร่ น่าน พะเยา และลำปาง

http://www.school.net.th/library....50.html

http://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=1635








ยอยศพระลอ

คำเกริ่น  ไถง สุวรรณทัต
คำร้อง   พยงค์  มุกดา
ขับร้อง   ชินกร ไกรลาศ




รอยรูปอินทร์หยาดฟ้า
มาอ่าองค์ในหล้าแหล่งให้คนชม
งามสมขุนลอท้าว
น้ำพระทัย ณ หัวเจ้ายิ่งแม่กาหลง

ยามพระทรง คชสาร
ธ ยิ่งหาญ ยิ่งกล้า เกินพระยาสีหราชท้าวกลางศึก
พระบาทเจ้าล้านโลกใครบ่เท่า
พ่อขุนแมน-สรวง

(ลา ลาลาลาลาลา ลา ลาลาลาลาลา)
รูปดังองค์อินทร์หยาดฟ้ามาสู่ดิน
โสภิณดังเดือนดวง
เหนือแผ่นดินแดนสรวง
เหนือปวงหนุ่มใด
(ลาลาลาลาลา ลา ลาลาลาลาลา)

เหล่าอนงค์หลงสวาทยอมเป็นทาสรักบำเรอ
นามขุนลอท้าวเธอทรงสถิตย์ ณ ทรวงใจ
ลุ่มแม่กาหลงเจ้าหรือจะเท่าถึงครึ่ง
แม้น้อยหนึ่งน้ำหทัย
เมื่อทรงคชสาร ธ ยิ่งหาญ ยิ่งกล้า
(ลาลาลาลาลาลา)

ดั่งพระยาสีหราชผู้เป็นใหญ่
(ลาลาลาลาลาลา)
ใช่เพียงศึกรบสยบพระทรงชัย
แม้ในศึกรักพระยังยิ่งใหญ่
(ลาลาลาลาลาลา)

นาถ-อนงค์ ปลงใจใคร่อิงอุ่น
(ลาลาลาลาลาลา)
นับล้านโล-กาล้วนบ่ควรคู่บุญ
ดั่งพ่อขุน (ลา ลา) แมนสรวง เอย...

~^~^~^~^~^~
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 196
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 02 Mar. 2003,07:48 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงรักบังใบ เป็นเพลงเอกเพลงหนึ่งของ รวงทอง ทองลั่นทม ซึ่งแต่งโดย ชอุ่ม ปัญพรรค์ (พี่สาวของอาจินต์ ปัญจพรรค์) นักเขียนนวนิยายรุ่นโบราณที่เขียนเรื่อง สลักจิต ที่นำมาทำละครทีวีหลายครั้งหลายครา








รักบังใบ


คำร้อง  ชอุ่ม ปัญจพพรรค์
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง  รวงทอง ทองลั่นทม




กามเทพหลอกลวง
เสียบศรปักทรวงให้ห่วงหา
ให้รักแล้วไยมาริดรักราาแรมไกล
รักของข้าดังบัวบังใบบังมิให้ใคร
เห็นคร่ำครวญหวนทุกเช้าเย็นตรอมตรม
สุดหักสุดหายหัวใจมิวายระบม
สุดตรอมสุดตรมใจ
ยิ่งคิดให้โหยหา
ต้องบังรักไว้ไม่กล้าบอกใคร

เย็นย่ำสุริยาตะวันจากตาพามืดมิด
โอ้ช่างเหมือนดวงจิตมืดมิดยามรักไกล
น้ำตาตกตามตะวัน
นึกแล้วหวั่นพรั่นใจ
อกเอ๋ยทำฉันใดเล่าเอย
คู่ชื่นเคยเชยรักร้างเลยแรมรา
ยิ่งพาให้หนาวไฉน
ปองรักอย่างบัวบังใบต้องช้ำหัวใจเรื่อยมา


^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 197
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Mar. 2003,01:29 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงที่โด่งดังของรวงทอง ทองลั่นทม เพลงแรกคือ เพลงรักบังใบ และอีกเพลงหนึ่งคือเพลง ขอรักคืน

     คุณรวงทอง ทองลั่นทม เดิมชื่อ เด็กหญิง ทองก้อน มีพื้นกำเนิดเป็นชาวกรุงเก่า เกิดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 8 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2480

      เมื่อพ.ศ. 2539 ก็ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น “ศิลปินแห่งชาติ” สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องเพลงไทยสากล)







ขอรักคืน

ขอรักคืน

คำร้อง สมศักดิ์ เทพานนท์
ทำนอง  เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง  รวงทอง ทองลั่นทม




สุดสวาทขาดลมลอย
โอ้รักยังคงคอยคอยด้วยใจร้อนเร่า
ดวงใจดั่งมีไฟแผดเผา
เขาพรากรักเราต้องอับเฉาร้าวทรวง

ยากนักเหลือที่จะหัก ใจ
ความรักนี่ไฉนเกิดกับใครก็หวง
จนตายก็ยังรักแนบทรวง
ใจรักใจหวงห่วงอาลัยให้รักคืน

ห่วงสวาทขาดจากใจ
ถูกเขาเอาคืนไปหมองหม่นใจไร้ชื่น
ทำไมให้มาแล้วเรียกคืน
มิยั่งมิยืนต้องกล้ำกลืนฝืนตรม

พรากรักควักใจไปจากทรวง
พรากรักที่หวงเจ็บในทรวงขื่นขม
ทรมานด้วยคิดถึงคู่ชมบุญน้อยไม่สม
ต้องตรอมตรมในหัวใจ

ห่วงสวาทขาดคลายคลอน
ปวดร้าวใจรอนรอนฉันต้องนอนร้องไห้
เธอเป็นสุดที่รักจากใจ
แม้ผิดพลั้งไปให้อภัยเสมอมา

โอ้รักใครทำให้พรากกัน
จงรู้ว่าฉันเฝ้าโศกศัลย์ครวญหา
ใจเดียวซื่อตรงและบูชา
ยังรักหนักหนากรุณาขอรักคืน


^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 198
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 07 Mar. 2003,22:26 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงเพราะอีกเพลงหนึ่ง ของ รวงทอง ทองลั่นทม








เสียงกระซิบจากเกลียวคลื่น

คำร้อง  ธาตรี
ทำนอง  เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง รวงทอง ทองลั่นทม




เสียงคลื่นซัดฝั่งมันคลุ้มคลั่งฝังรอยสวาทใจ
มันซุกมันไซร้มันซบทรวงทราย แทรกซึมไม่มีวันวาย
มันเคลิ้มมันคลุกมันเคล้ามิคลายรสทรายรื่นรมย์

เสียงกระซิบแผ่วฟังหวานแว่วพลิ้วตามเกลียวคลื่นมา
เรารักกันหนามาหามาชม คลื่นคอยติดตามเกลียวลม
มาร้อยรอยรักมาพักคลื่นชมภิรมย์เพียงฝั่ง

ฟังซิคลื่นมันละเมอฝากสวาทเหมือนเธอละเมอเพ้อให้ฟัง
เห็นใจฝั่งบ้างหรือยังฝั่งรักจีรังเหมือนคลื่นยืนใจ

เสียงคลื่นซัดฝั่งกระซิบสั่งฝังรักตลอดไป
มันซุบมันซิบกันชื่นใจ มันซบมันหนุนจนอุ่นไอ
กระซิกกระซี้กันเรื่อยไป จะรักกันไว้ตลอดกาล

เสียง….กระซิบกระซิบตลอดกาล
เสียง….กระซิบว่ารักตลอดกาล

^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 199
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 08 Mar. 2003,22:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE








ขวัญใจเจ้าทุย

คำร้อง  สมศักดิ์ เทพานนท์
ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
ขับร้อง รวงทอง ทองลั่นทม




เจ้าทุยอยู่ไหน ได้ยินไหมใครมากู่ กู่
เรียก หาเจ้าอยู่ อยู่ หนใดรีบมา
เจ้าทุยเพื่อนฉัน ออกมาหากันดีกว่า กว่า
อย่า เฉยเลยอย่าอย่า มะมา เร็วไว

เกิดมามีแต่ทุยเป็นเพื่อนกัน
ค่ำเช้าทำงาน ไม่ทิ้งกันไม่หายไป
ข้ามีข้าวและน้ำนำมาให้
อีกทั้งฟางกองใหญ่ อย่าช้าไย อย่าช้าไย

เจ้าทุยเพื่อนจ๋า ออกไปไถนาคงเหนื่อยอ่อน
เหนื่อยนักพักผ่อนก่อน หิวจนอ่อนใจ
ข้าจะอาบน้ำ ป้อนฟางทั้งกำคำใหญ่ ใหญ่
จะสุมไฟกองใหม่ ใหม่ ไว้กันยุงมา

เจ้ามีคุณแก่เรามามากมาย
ถึงแม้เป็นควาย เจ้าเหนือกว่า ดีเสียกว่า
ผู้คนที่เกียจคร้านไม่เข้าท่า
ทุยเอ๋ยเจ้าดีกว่าช่วยไถนาได้ทุกวัน

เจ้าทุยนี่เอ๋ย ข้าเคยเลี้ยงดูมาก่อนเก่า
เมื่อครั้งยังเยาว์เยาว์ ทั้งทุยและฉัน
ข้าเคยขี่หลัง นั่งไปไหนไป ไม่หวาดหวั่น
สุขทุกข์เคยบุกบั่น รู้กันด้วยใจ

เติบโตมาด้วยกันในไร่นา
เคยหากินมาข้าเห็นใจ ข้าเห็นใจ
เจ้าทุยยากจะหาใครเทียมได้
ข้ารักดังดวงใจ ไม่รักใคร ข้ารักทุย



^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 200
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 09 Mar. 2003,22:34 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE








ทุยจ๋าทุย


คำร้อง  เกษม ชื่นประโยชน์
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน
ขับร้อง ชรินทร์ นันทนาคร – รวงทอง ทองลั่นทม




ญ.ทุย จ๋า โอ้ทุยของข้าอย่าหมองหมาง
วอนหายเคืองเรื่องหลังหลัง คลายระคางขุ่นใจ
ช.ลืมท้องนา แล้วหันมาทำไม
ไปชื่นชมเพื่อนใหม่ ซิไยหันหน้ากลับมา

ญ.ทุยเอ๋ย เจ็บพอแล้วเอยอย่าซ้ำซ้ำ
ทุยเอ๋ยทุยข้าช้ำช้ำในน้ำคำหนักหนา
ช.ทุยรู้จำ รวงเอ๋ยทำกับข้า ยังจะมีน้ำหน้า
กลับมาง้อข้าอยู่ใย

ญ.โถ น้ำใจ เพื่อนกระไรใจเบา
โถทุยจะลืมเพื่อนเก่า เก่า เจียวหรือไฉน
ช.ข้าเคยช้ำ
ญ.ก่อนรวงพลั้งทำผิดไป
ช.ข้าเสียน้ำตาเท่าไหร่ ใคร นะใครนำพา

ญ.ทุย เอ๋ย อย่าเคืองนักเลยข้าง้อง้อ
รวงพลั้งไปใคร่ขอขอ งอนง้อทุยสักครา
ช.ทุย ระกำ เคยหลงจำนรรจา เกรงเจ้าสมน้ำหน้า
หน่อยมาหยามข้าให้อาย

ญ.รวงสาบาน ปฏิญาณวาจา มิเลือนเพื่อนทุยของข้ากว่าชีวิตสลาย
ช.แน่จริงนะ
ญ.ไม่ลืมสัญญากลับกลาย
ช.หน่อยเจอพบเกลอเพื่อนใหม่ ใหม่ คร้านไกลบ้านนา

ญ.ทุยจ๋า ก่อนเคยเห็นมาแต่ไหนไหน
ทุยรักรวงบ้างไหมไหม ลองเผยใจบอกมา
ช.ทุยรักรวง ทุยแหนหวงบูชา
ญ.รวงจะไม่หนีหน้า อยู่เป็นขวัญตาของทุย...


^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 201
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Mar. 2003,04:11 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เปลี่ยนบรรยากาศจากเพลงที่หวานหยดย้อย มาเป็นเพลงเพื่อชีวิตบ้างนะคะ เพลงบินหลาที่มีเนื้อร้องทั้ง 2 แบบ

    ถ้าจำไม่ผิด STUV เคยบอกว่า นกบินหลาคือ นกกางเขนดง พี่หวังว่าพี่คงเอารูปนกมาใส่ได้ถูกต้องนะ 








บินหลา

แฮมเมอร์




บินหลาบินมา บินเรื่อยมาเล่นลม
ชื่นชมธรรมชาติอันที่งามสะอาดตา
ต้นยางยืนทะนงอวดทรวดทรงไม่ยอมให้ข่ม
ต้านทานแรงลมไม่เคยพรั่น หวั่นเกรง

บินหลาบินมา บินเรื่อยมาเล่นลม
ชื่นชมธรรมชาติอันที่งามสะอาดตา
สุริยาสาดแสงมาสวยหนักหนาเมื่อเพลาเช้า
สายลมแผ่วเบายามเช้าช่างสุขสม

บินหลาบินมา บินเรื่อยมาเล่นลม
ชื่นชมธรรมชาติอันที่งามสะอาดตา

บินหลาบินมาเกาะต้นยางอันสูงใหญ่
แต่มีพรานไพรใจร้ายคอยจ้องยิง
บินหลาบินมาบินเรื่อยมาเล่นลม
ชื่นชมธรรมชาติอันที่งามสะอาดตา

โธ่เอ๋ยพรานไพรเหตุไฉนใจร้ายจริง
ไม่น่ามายิงบินหลาจนสิ้นใจ
บินหลาบินหลาเคยบินมาเล่นลม
บัดนี้ไม่ชื่นชมเพราะบินหลามาจากไกล

บินหลา บินหลา บินหลา บินหลา
บินหลา บินหลา บินหลา มาจากไกล


  

บินหลากู้เสรี

คำร้อง  วิสา คัญทัพ
ทำนอง กุลศักดิ์ เรืองคงเกียรติ (จิ้น กรรมาชน) 
นำทำนองมาจากเพลงพื้นเมืองภาคใต้
ขับร้อง นิตยา บุญประสิทธิ์


บินหลาบินมา บินลอยมาเล่นลม
ชื่นชมธรรมชาติอันพิลาศสะอาดตา
ต้นยางยืนทะนงอวดทรวดทรงไม่ยอมให้ข่ม
ต้านทานแรงลมไม่เคยพรั่นภัยพาล

บินหลา บินหลา บินลอยมาไปแห่งใด
โพยภัยทุรชาติมาพิฆาตเลือดสาดแดง
หมู่โจรครองเมืองเรืองอำนาจพิฆาตเธอสิ้น
หมู่มารใจทมิฬกินเลือดเรามวลประชา

บินหลา บินหลา บินคืนมากู้เสรี
แผ่นพื้นปฐพีไม่ยอมให้ใครครอบครอง


*บินหลา บินหลา ชาวใต้มารวมพลัง
ด้วยใจมุ่งหวังอธิปไตยของไทยกลับคืน
จับปืนยืนทะนงสู้อาจองมิยอมให้ข่ม
บินหลาเริงลมสู่สังคมอุดมการณ์


 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 202
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Apr. 2003,04:21 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

อากาศร้อนๆ มาฟังเพลง มนต์รักฤดูร้อน กันดีกว่านะคะ








มนต์รักฤดูร้อน

คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ
ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง




ลมฤดูร้อนแห่งเดือนเมษา
ผ่านพัดมาทำให้ร้อนรน
ร้อนเหมือนลมหายใจแรงข้น
พรายพลิ้วมนต์ขอรักมา



ในฤดูร้อนก่อนเคยได้ฝัน
ฝากสัมพันธ์คำมั่นสัญญา
รักร้อนแรงแฝงลมชมหล้า
อนิจจาอ่อนใจ



*ปากคอ คิ้วคาง หว่างทรวง ล่วงล้ำเลย
อกเอ๋ยพี่เชยชมทั่วไป
ดั่งลอยคล้อยชมวิมานฟ้าไกล
กอดกายไว้เคียงไกล้ไม่ยอมห่าง



ในฤดูร้อนแห่งคืนคิมหันต์
ใต้แสงจันทร์งามทั่วทุกทาง
รักร้อนรนหาคนคลอร่าง
ดับร้อนพลางดื่มฝัน


^.^------------------ ^.^
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
1420 คำตอบนับตั้งแต่ 19 Aug. 2002,22:21 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 20 of 143<<1718192021222324252627282930313233343536373839404142434445464748495051525354555657585960616263646566676869707172737475767778798081828384858687888990919293949596979899100101102103104105106107108109110111112113114115116117118119120121122123124125126127128129130131132133134135136137138139140141142143>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com