เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 44 of 143<<404142434445464748>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: = = เพลง..นี้คือสื่อความหมาย = =, + + มาฟังเพลงกันเถิดให้ชื่นใจ + +< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 431
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 22 Jan. 2004,22:30  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




บ้านบนดอย

จรัล มโนเพ็ชร




บ้านข้าอยู่บนดอย เมฆหมอกลอยเต็มฟ้า
อยู่กลางพนา อยู่ตามประสาคนดอย
ข้าบ่รวย บ่จน บ่เป็นคนสำออย
เกิดเป็นคนบนดอย บ่ต้องคอยง้อใคร


บ้านสูอยู่ในเมือง มุงกระเบื้องสีใส
บ้านข้าอยู่กลางไพร มุงด้วยใบตองตึง
สูซอบเพลงฝรั่ง ข้าซอบฟังเสียงซึง
เอ้า ตึงตึงต๊ะติดตึง ข้าดีดซึงก้องป่า


บ้านบนดอย บ่มีแสงสี บ่มีทีวี บ่มีน้ำประปา
บ่มีโฮงหนัง โฮงนวด คลับบาร์ บ่มีโคล่า แฟนต้า เป๊บซี่
บ่มีเนื้อสัน ผัดน้ำมันหอย คนบนดอย ซอบกินข้าวจี่
บ่มีน้ำหอม น้ำปรุงอย่างดี แต่หมู่เฮามี ฮึม มีน้ำใจ๋


ถ้าสูอยากกินข้าว สูต้องไปไถนา
ถ้าสูอยากกินปลา ก็ต้องไปหาในห้วย
ถ้าสูปลูกดอกฝ้าย สูได้ใส่เสื้อสวย
แต่ถ้าสูอยากถูกหวย ก็เสียใจด้วยคน


บ้านบนดอย บ่มีแสงสี บ่มีทีวี บ่มีน้ำประปา
บ่มีโฮงหนัง โฮงนวด คลับบาร์ บ่มีโคล่า แฟนต้า เป๊บซี่
บ่มีเนื้อสัน ผัดน้ำมันหอย คนบนดอย ซอบกินข้าวจี่
บ่มีน้ำหอม น้ำปรุงอย่างดี แต่หมู่เฮามี ฮึม มีน้ำใจ๋




---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 432
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 23 Jan. 2004,20:37 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




ตากับหลาน

จรัล มโนเพ็ชร




ตา เดินจูงมือหลาน ตาเดินผ่าน หน้าฉัน ทุกวัน
ตา เคยมองดูฉัน ยิ้มให้กัน มานานหลายปี
ตามาคอยท่า หน้าโรงเรียน เวียนรอ รับหลานคนดี
ตาเดินช้าช้าคงที่ ดูเหมือนมี ความสุขใจ

ส่วนฉัน ตัวคนเดียว จะเหลียวหาใครใคร
ให้ความสนใจ ใยดีดูแล
มายืน คอยขาย หวานเย็น ไม่เคยเห็น หน้าพ่อและแม่
อยากจะเป็นหลานตา แต่คงแค่ ได้เป็นในฝัน

ตา กำลัง เดินมา ตรงเวลา เท่ากันทุกวัน
ตา จะข้ามไปฟากนั้น แต่รถรา วิ่งกัน วุ่นวาย
ตา มองเห็นหลานชาย ของตา ข้ามมาบนทางม้าลาย
แต่เกิดมี รถบรรทุกทราย มาชน หลานชาย เต็มแรง

กระเด็น ไปทันที เลือดสีแดงแดง
สิ้นใจ เพราะแรง รถคนใจมาร
ตาตะลึง มองดูหลานชาย แล้วโถมกาย เข้ากอดศพหลาน
น้ำตา ไหล ริน ผ่าน ปานว่า จะขาดใจ

สองแขน อุ้มศพหลาน ตาเดินผ่าน หน้าฉัน เลยไป
ตา จะไปทางไหน ฉันอยากไป ร้องไห้ กับตา
แต่ ตาเดินหายลับไปเลย โธ่เอ๋ย ตาเอ๋ยตา
ตั่งแต่วัน นั้นเป็นต้นมา ไม่เคย เห็นหน้า ตาอีกเลย




---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 433
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Jan. 2004,20:10 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

ประวัติ จรัล มโนเพ็ชร

     

     จรัล มโนเพ็ชร บ้านเกิดอยู่อ.เมือง เชียงใหม่ เป็นบุตรคนที่ ๒ จากทั้งหมด ๗ คนของพ่อสิงห์แก้ว มโนเพ็ชร กับ เจ้าต่อมคำ ณ เชียงใหม่ จรัล แต่งงานกับภรรยา และมีลูกชาย ๑ คน ชื่อ ไตรสุรีย์ (ไม้) ซึ่งสืบทอดความเป็นนักดนตรีจากพ่อเช่นกัน

     เนื่องจากมีพี่น้องกันถึง ๗ คน ครอบครัวคุณจรัลจึงต้องช่วยกันทำงาน เมื่อคุณจรัลอายุได้ ๑๓ ปี จบมัธยมต้น ก็เรียนต่อบัญชี เอกบริหารธุรกิจที่ราชมลคลด้วย ประกอบกับเล่นกีตาร์ที่โรงแรมสุรพล เชียงใหม่เพื่อเลี้ยงชีพ ได้ชั่วโมงละ ๖๐ บาท งานดนตรีที่เขาชื่นชอบคือแนวเพลงของ ปีเตอร์ พอล แอนด์ แมรี่, ไซมอน แอนด์ การ์ฟังเกล, เลียวนาร์ด โคเฮน, บ๊อบ ดีแลน และโจน บาเอซ นอกจากนี้ เขายังสนใจในวรรณคดีไทย เช่น ลิลิตพระลอ ควบคู่กับวรรณกรรมแปลของต่างประเทศ

     เมื่ออายุ ๑๗ เรียนจบวุฒิ ปวส. จรัลสอบก.พ. ได้ที่ ๑ เข้าทำงานที่แขวงการทางพะเยา และยังเล่นดนตรีในตอนกลางคืนไปด้วย หลังจากนั้นก็ย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุที่บริษัทไทยฟาร์มมิ่ง จ.ลำพูน ต่อมา จึงทำงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ ๒ ปี จึงออกจากงาน ในปี ๒๕๒๐ เนื่องจากออกอัลบั้มเพลงชุดแรก ซึ่งขณะนั้นจรัล อายุได้ ๒๐ ปี งานเพลงชุดแรกของจรัล ในโฟล์คซองคำเมือง ชุดอมตะ มีงานที่คนไทยรู้จักดีหลายเพลงด้วยกัน อาทิ อุ๊ยคำ น้อยใจยา พี่สาวครับ สาวมอเตอร์ไซต์

     งานภาพยนตร์ที่เล่นเป็นเรื่องแรกคือ "ดอกไม้ร่วงที่แม่ริม" รับบทเป็นพระเอกคู่วัยรุ่น กับสุพรรษา เนื่องภิรมย์ โดยคู่รุ่นใหญ่คือ เนาวรัตน์ วัชรากับคุณสมบัติ เมทะนี งานที่ทำให้ได้รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ แสดงนำชาย คือ บทพระเอกชาวนา ในเรื่อง "ด้วยเกล้า"

     ด้านงานละครทีวีก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จเช่นกัน จากเรื่อง "ขมิ้นกับปูน" ซึ่งจรัลรับบทเป็นท่านเจ้าคุณสูงอายุ ผู้เคร่งครัดประเพณี หรือเรื่อง "มะเมี้ยะ" เมื่อไม่กี่ปีมานี้

     งานละครเวทีเรื่องแรกร่วมกับคณะ ๒๘ เรื่อง "สู่ฝันอันยิ่งใหญ่" ซึ่งจรัล รับบทเป็นดอน กีโฮเต้ นอกจากนี้ จรัลยังได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง จากเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "บุญชูผู้น่ารัก", "บุญชู ๒ น้องใหม่" และ "วิถีคนกล้า" และได้ทำงานเพลงประกอบละครทีวี เรื่อง "อัศจรรย์ใจไทยแลนด์" และ "เสน่ห์บางกอก"

     งานด้านอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านของจรัล คือ การค้นหาเครื่องดนตรีโบราณ เช่น พิณเปี๊ยะ ซึ่งต้องตามหาคนเล่นเป็นพ่ออุ๊ยวัยเกือบ ๘๐ ได้ ๓ คน ด้วยความหวังว่า จะให้ศิลปะดนตรีโบราณยังคงสืบทอดแก่ลูกหลานรุ่นต่อไป

     นับได้ว่า คุณจรัล มโนเพ็ชร เป็นบุคคลที่ได้ถ่ายทอดคุณค่าและปลูกสร้างต้นไม้แห่งวัฒนธรรมล้านนา ให้สังคมได้ประจักษ์ตลอดมา สมกับที่ผลงานชิ้นหนึ่งที่เราทุกคนรู้จักกันดีว่า เป็น "ตำนานโฟล์คซองคำเมือง" ตำนานอันทรงคุณค่านี้สมควรได้รับการถักทอต่อไปสืบลูกสืบหลาน

     จรัล มโนเพ็ชรได้จากไปด้วยอาการหัวใจขาดเลือด เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2544

     บทสัมภาษณ์สุดท้าย จรัล มโนเพ็ชร เนชั่นสุดสัปดาห์ 10-16 กย. 44
     http://www.lannaworld.com/person/jaral.htm
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 434
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 26 Jan. 2004,06:40 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




รอยไถแปร


คำร้อง-ทำนอง สุรพล สมบัติเจริญ
ขับร้อง ก้าน แก้วสุพรรณ
(บันทึกเสียงตรั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2505)





ทุ่งนาแดนนี้ ไม่มีความหมาย
เหลือเพียงกลิ่นโคลนสาบควาย
เห็นซาก คันไถแล้วเศร้า
เห็นนาที่ร้าง นั้นมีแต่ฟาง แทนรวงข้าว
เห็นเคียวที่เกี่ยว เหน็บติดเสา
เล่นเอาใจเรา… สะท้อน ...

ทุ่งนาแดนนี้ ข้าเคยไถทำ
สองมือ ข้าเคย หว่านดำ
ฤดู ฝนพรำ หน้าก่อน
แต่มาปีนี้ ฤดี ข้าแสนจะสะท้อน
เพราะมา ไร้คู่ กอดเคียงหมอน
ทิ้งให้เรานอน ระกำ ...

รอย ไถเอย ข้าเคยไถถาก
เดี๋ยวนี้ เจ้ามา คิดจาก
ฝากให้ เป็นรอย ไถช้ำ
เปลี่ยนรอย ไถใหม่ ทิ้งรอย ไถเก่า ระกำ
อกใคร ใครบ้าง ไม่ช้ำ
เมื่อยาม เห็นรอย ไถแปร ...

**ทุ่งนาแดนนี้ คงร้างไปอีกนาน
ข้าเอง ก็เหลือ จะทาน
เพราะมัน แสนสุด จะแก้
หมดกำลังใจ แล้วเรียมเอ๋ยข้า คงตายแน่
จะไถไปอีก ก็กลัวแพ้
เพราะรอยมันแปร เสียแล้ว เรียมเอย



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 435
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Jan. 2004,19:43 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




น้ำตาลก้นแก้ว

คำร้อง-ทำนอง สุรพล สมบัติเจริญ
ขับร้อง ก้าน แก้วสุพรรณ
(บันทึกเสียงตรั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2503)





แม่ น้ำตาลก้นแก้ว
เขาชิม เจ้าแล้ว จึงตกถึงมือพี่
ถ้าหากเป็นแหวนก็เปรียบดังแม้น เจ้าโดนสวมฟรี
เพชรที่งามหรือจะมี ค่าสูงยิ่งกว่าดรรชนีของนาง


แม่ น้ำตาลก้นแก้ว
เขาชิม เบื่อแล้ว จึงถูกเขาทิ้งขว้าง
สูญสิ้นความสาวแล้วเจ้าจึงรู้ ว่าเดินหลงทาง
พี่ไม่โกรธเจ้าหรอกนาง ยังรักไม่จางรักนางเสมอ


**ถึงพี่ เป็นสองรองคนอื่น
พี่ก็ยังยิ้มชื่น ต้อนรับการกลับของเธอ
ตักพี่ยังว่าง อกพี่ยังอุ่นเสมอ
ตาลจ๋ากลับมาเถิดเธอ พี่หลงละเมอเพ้อเฝ้าใฝ่ฝัน ..


แม่ น้ำตาลก้นแก้ว
เขาชิม เจ้าแล้ว พี่ก็ขอรักมั่น
ถึงจะเหลือเดนเพราะผ่านคนชิม มานานแสนนาน
พี่ก็ยังต้องการ รอรับรสหวานน้ำตาลก้นแก้ว


 


---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 436
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Jan. 2004,08:45 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE








หักใจไม่คิด

คำร้อง  เกษม ชื่นประดิษฐ์
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน
ขับร้อง ชรินทร์ นันทนาคร
(บันทึกเสียงตรั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2502)




ว่าจะ หักใจ ไม่คิด เยื่อใยใฝ่ถึง
แล้วไป ไม่ขอคะนึง เลิก คิดถึง อีกต่อไป
แต่ความหลัง เมื่อครั้ง รักกันใหม่ๆ
หวนคิด คราใด หักใจ ไม่ได้อกเอ๋ย


กลับห่วง ไม่หาย น้องไป หนใดเล่าหนา
ลับเลย ไม่เคยหันหน้า กลับคืนมา หาพี่บ้างเลย
สุขไฉน หม่นใจฉันใดน้องเอย
มิรู้ เจ้าเลย เยื่อใย มิเคยนำพา


คุณงาม ความดี เจ้ามี พี่ซึ้งตรึงใจ
ถึงเจ้าพลั้ง พลาดไป ใช่ลืม น้ำใจแก้วตา
อันลิ้น กับฟันนั้น กระทบกัน ได้หนา
พี่พลั้ง ไปแล้วแก้วตา โปรด อย่าเคือง จงคิด อภัย


**เจ้าอยู่ ใกล้ไกล หนใด จะไปเสาะหา
รับขวัญ ช่วยซับน้ำตา ปลอบกานดา หายข้อง ขุ่นใจ
กลับ เถิดหนา กลับมา สัญญากันใหม่
แค้นพี่ ไปใย อภัยแล้ว ดวงชีวา




---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 437
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 29 Jan. 2004,23:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE




เท่านี้ก็ตรม

คำร้อง ชาลี อินทรวิจิตร
ทำนอง สมาน กาญจนะผลิน
ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง
(บันทึกเสียงตรั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2499)




เท่านี้ก็ตรม หนักหนา
แล้วยังจะมา ใช้ความเย็นชา ฆ่า ฉัน
อก ตรม ขม จิต คิดว่าสักวัน
คิดว่าไม่นาน ฉันคงจะสิ้น


เท่านี้ก็ตรม ไม่หาย
ไหนจะต้องอาย แลัวยังไม่วาย ถวิล
ต้อง ซม ซบ หน้า น้ำตาร่วงริน
ไหลโลมลงดิน เหมือนรินจากใจ


**อย่า เย้ย เยาะ ฉัน
แล้วคงสักวัน เธอ ต้อง ร้อง ไห้
วันนี้ปรีดา พรุ่งนี้ปราชัย
แล้วจะเจ็บใจ โทษ ใคร เล่าเธอ


เท่านี้ก็ตรม เจ็บช้ำ ระกำเท่าใด
ฉันยังอภัย ให้เสมอ
ไม่ เคย นึก โกรธ คิดลงโทษเธอ
แล้วใครเล่าเออ รักเธอเท่าฉัน



---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 438
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2004,00:06 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE






ดาวเหนือ

ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง





ที่ริม ริมฟ้าเขตสรวง
ดาวหมื่นดวงแสนดวงย้อยเป็นยวงใยหล้า
แต่มีดวงเดียวเกาะเกี่ยวปลายฟ้า
เป็นขวัญจิตขวัญตาขวัญชีวาแห่งชาวเรือ


หนึ่งดาวดวงนั้นสดใส
โรจน์เรืองวิไล ณ ปลายใจโลกเหนือ
เหมือนดวงประทีปส่องชีวิตชาวเรือ
ส่องทางมาทุกเมื่อช่วยชาวเรือคัดเรือถูกทาง


ฉันคือกัปตันเรือเร่
ล่องทะเลเร่ชีวิตมาอย่างอ้างว้าง
ไร้คนร่วมคิดเคียงคู่ ไร้คนร่วมรู้เคียงข้าง
หวั่นเกรงเดินหลงทาง พลาดไป


**ถ้ามีเธอนั้นเท่านี้
ก็คงฝันดีพบทางที่สดใส
เพราะตาฉันบอดคราวพลาดรักแรกไป
เฝ้าคอยคอยเมื่อไรจะมีเธอได้ไป ร่วมทาง




---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 439
add Search for posts by this member.
ฅนเก็บกวาดใบไม้
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 4831
เข้าร่วมเมื่อ: 27 Jun. 2002

อัตรานิยม: 4
PostIcon โพสต์เมื่อ: 31 Jan. 2004,20:14 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE







เดียวดาย

คำร้อง ไสล ไกรเลิศ
ทำนอง  สมาน กาญจนะผลิน
ขับร้อง สุเทพ วงศ์กำแหง





ขวัญเอ๋ย...เคยภิรมย์ชิดชื่นสุขสันต์
หลงเพ้อฝันรักมั่นมิทันจะเนิ่น
เธอเมินหมาง
โอ้อ้างว้างอาวรณ์ฤดี
เหมือนโนรีจากคอนหลงรังนอนลืมพี่
เหมือนชีวีเดียวดายเอกา


โอ้..ดึกเดือนคล้อย
เดือนเจ้าจะลอยจากตา
มองนภายังเห็นดาราเรียง ราย


เหลียวหา....จนทิวาโฉมเจ้าแลหาย
หรือรักแล้วแหนงหน่าย
รักเอ๋ยลืมง่ายใยเมินเฉย


โอ้ใจเอ๋ยใจเลยแรมรอน
ฉันยังจำติดตาทุกทิวาคืนก่อน
เหลืออาวรณ์ใจเอยค่ำลง
โอ้ใจสะท้อนจะหลับจะนอนพะวง
ลืมไม่ลงมันเหมือนมีมนต์ดลใจ




---- ---- ---- ---- ---- ----
 

Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 440
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 01 Feb. 2004,10:47 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE

เพลงรอยไถแปรกับน้ำตาลก้นแก้ว ที่สุรพลแต่งให้ก้าน แก้วสุพรรณร้องเพราะดีนะครับ เพลงโปรดในอดีตผมเหมือนกัน  เพลงที่สุรพลแต่งให้คนอื่นร้องแล้วเพราะๆ มีหลายเพลง

เพลงเดียวดาย ฟังแล้วนึกถึงเพลงอีกเพลงนึง ทำนองคล้ายๆกันเลย เพลงของสุรพล สมบัติเจริญ  แต่งเองร้องเอง ชื่อเพลงผู้แพ้รัก เป็นเพลงออกเศร้าๆ

รักเอ๋ย...ดูหรือใยไม่น่าเลยหนอ
หลงรักเขาเฝ้ารอ รักเพิ่งชูช่อกลับพังสลาย
เพียงเจ้าเห็นว่าเขาร่ำรวยซ้ำมีเงินมากมาย
น้องจึงกลายแปรคู่ ดูหรือดูน้ำใจของนาง

เจ้ามาจากจรทิ้งให้พี่นอนฝันค้าง
คอยแม่นางจนฟ้ารุ่งสางด้วยใจซื่อ


น้องเอ๋ย...ลืมแล้วหรือรักเก่าเราสอง
ไหนว่าน้องรักพี่  มิมีเป็นอื่น  ลืมแล้วหรือ..
ส่วนพี่นั้นยังจำไม่ลืม  รักยังคงดูดดื่ม
เพราะพี่เป็นคนซื่อยึดถือรักเป็นอมตะครอง

พี่เป็นผู้แพ้ เพราะพี่ยากจนเงินทอง
จึงสูญน้องเพราะไร้เงินทองเอาไปแต่ง


--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
1420 คำตอบนับตั้งแต่ 19 Aug. 2002,22:21 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 44 of 143<<404142434445464748>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com