เชิญคลิกไปแปลนบ้าน
ขอต้อนรับเพื่อนสมาชิกล่าสุด คุณ......สู่บ้านฅนธรรมดาครับ......สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ยืนยันอีเมล์ อย่าลืมกลับไปที่อีเมล์ที่ใช้สมัคร..คลิกยืนยันกลับมาด้วยน่ะครับ..หรือเมล์กลับมาที่ admin ตามอีเมล์ข้างล่าง หรือที่ KiLiN


» Welcome Guest
[ Log In :: Register ]

1 members are viewing this topic
>Guest

Page 2 of 6<<123456>>

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]

reply to topic new topic new poll
กระทู้: *เพลงธรรมะ*, เสียงของความจริง....เสียงของธรรมชาติ....< ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >
 Post Number: 16
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 27 Nov. 2006,10:52  Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE







มหากรุณาจิตธารณีสูตร

ทำนอง : ไต่ปุ่ยจิว(ธิเบต)


ขอนอบน้อมพระรัตนตรัย 
ปวงข้าไซร้ขอเป็นที่พึ่ง
ซึ่งพร้อมมีพระโพธิสัตว์
อวโลกิเตศวรมหากรุณาจิตธารณี
ประทานความสมบูรณ์สุข 
ไกลอวิขขาพลังบุญผู้มีธรรม
พาโลกพลันสว่างด้วยแสงธรรมค้ำโลกา

ขอนอบน้อมองค์พระผู้เลิศปัญญา
ทรงนำพาให้รู้เท่าทัน
บุญบาป กิเลสทุกข์ทั้งปวง
ความโลภ ความโง่เขลา หลงโกรธ
จงมลายจางหาย เป็นความบริสุทธิ์
ดังเช่นดอกบัวของพระโพธิสัตว์
ทรงนำพา สัตว์โลกหายโง่งมงาย
ซึ่งล้วนเป็นมหากรุณา
ธรรมอันใด ธรรมทรงดำรง
ขอพระองค์ทรงบรรลุธรรม
นำพระนิพพาน สู่แดนพระพุทธภูมิ



---- ----  tinyrose.gif   ---- ----






--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 17
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 15 Dec. 2006,10:36 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE








อิติปิโส

ธีระศักดิ์ อัจจิมานนท์


อิติปิโส ภะคะวา
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะธัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติฯ

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐปุริสปุคคะลา
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุเนยโย
ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระณีโย
อนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ



---- ----  tinyrose.gif  ---- ----





ปัจฉิมวาทะของผู้แต่งเพลงก่อนตาย



จิตนี้สำคัญที่สุด
จริงๆ แล้วเรารู้จักจิตของเราน้อยมาก
พอเราเริ่มเป็นแล้วนี่
ก็ได้ปฎิบัติธรรมอย่างเข้มข้น
แล้วก็ค่อยๆ ค้นพบมัน
มันสามารถที่จะ "ชะลอ" ได้อีกเยอะเหมือนกัน
ก็กลายเป็นประสบการณ์
อันถือว่าเป็นโชคดี
ถ้าไม่เป็นก็จะไม่ รู้
ยิ่งปฎิบัติ ก็จะยิ่งดิ่งลึก
ไม่เหมือนทุกอย่างที่เคยเรียนรู้มา
ไม่กลัวตายไม่กลัวอยู่
อยู่ก็ได้ตายก็ ได้
อยู่ก็อยู่ให้ ดี ทำดีเท่าที่ทำได้

ถ้ายังดีอยู่ ก็จะยังไม่เป็นอย่างนี้

ทุก เช้าตื่นมาพบความเจ็บปวดบางอย่าง
มันจำเป็นต้องมีมุมมองอย่างกล้าหาญ
มีสมาธิ ที่เข้มแข็ง ไม่งั้นเราก็รับมือกับมันไม่ได้

เจ็บเกือบตลอดเวลา
ทำพิษที่ ไหล่ กับข้อมือ
เนื่องจากกดทับของเซลล์มะเร็ง
และหลังผ่าตัดไหล่ติดปวดทั้งตัวปวดตลอด
ปวดจนชิน..... (หัวเราะ)

ที่หัวกลับน้อยลงนะ
เป็นแนวโน้ม
ผ่านได้แน่นอน
.....ไม่รอดก็ม่องเท่ง ....
เรากล้าหาญเสมอ
แค่นี้ก็คุ้มที่เกิดมา
เพื่อนช่วยกันมาก..... เกื้อกูล.....

ทำบุญมาเยอะ... เกื้อกูลจนเรานึกไม่ถึง
ชีวิตมักจะมีสิ่งแปลกๆ
วันดีคืนดี มีพยาบาลมาหาถึงบ้าน มาทำกับข้าว(ชีวจิต)ให้
เป็นเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน
โอ้โฮ...ตลกจริงๆ...

การทำ อาณาปาณสติ นี่ กำหนดลมหายใจ
ไปที่ไหน อยู่ที่ไหน ก็ทำได้
ไม่ได้หมายความว่า เวลาทำต้องนั่งนิ่ง ไม่ได้ทำอะไร
หมายถึงการมีจิตที่เป็นหนึ่ง เหมือนเราทำอะไรสักอย่าง
ที่ Concentrate กับมันมากๆ ระดับหนึ่งจนถึง "ฌาน"
ทางพระเรียก "ฌาน" แปลว่า เจริญปัญญา อะไรทำนองนี้

ถ้าสนใจลองอ่าน พระพุทธทาสดู "คู่มือมนุษย์" ไม่ต้องซีเรียส
อีกหน่อยก็ต้องใช้...(หัวเราะเบาๆ) ....ทุกคน
ทำให้ชีวิตมันเรียกว่า...เต็ม



ที่มา :  http://www.thaiezlife.com/tula/html/speech.html




--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 18
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Dec. 2006,11:42 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE










ปลงกันเสียเถิด


แหงนมองปล่องเมนเห็นสัจจธรรม 
เมื่อควันสีดำพวยพลุ่งจากปล่องออกมา
อนิจจาวัฏสังขารามนุษย์ทุกผู้ที่เกิดมา
หนีไม่พ้นต้องโดนถูกเผา

ขอให้ทุกคนควรคิดคำนึง
ว่าสักวันหนึ่งก็คงถึงคิวของเรา
จะเร็วหรือช้า อายุจะสั้นหรือยาว
ไม่มีสิทธิ์ที่จะเดาเมื่อถึงคราวไม่พ้นต้องตาย

เรามานั้นมีแต่ตัวเปล่าๆ 
ตายแล้วข้าวของเอาไปไม่ได้
อกุศลาธรรมาพระท่านว่าไว้มีเกิดมีดับเวียนว่าย
เกิดแก่เจ็บตายเป็นของธรรมดา

ปลงกันเสียบ้างหันหน้าเข้าหากัน
อย่าเอาชนะคะคานมัวแต่ทะเลาะกันให้เขานินทา
กอบโกยโกงกินมันผิดศีลข้ออทินนา
ข้าวของเงินทองที่ได้มาอีกไม่ช้าก็เสื่อมสลาย











ความตาย...

พระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ




"...ร่างนั้นทอดเหยียดอยู่ในโลงไม้แคบ ๆ ใบหน้าสวยได้รูปดูซีดขาว ดวงตาหลับสนิท ริมฝีปากที่เคยช่างเจรจาคล้ายจะแย้มยิ้ม...
ใครจะคิด ว่าหลังพูดคุยกันเมื่อไม่กี่วันก่อน บัดนี้ 'ความตาย' กลับพรากเธอให้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ..."


หากข้อความข้างต้นอยู่ในหน้าหนังสือ หรือเพียงเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างผิวเผิน ในที่สุดไม่นานนัก เราก็อาจลืม หรือเลือนภาพที่เห็น (และเรื่องราวอันน่าสะเทือนใจ) ได้ในไม่ช้า

ด้วยว่า เรื่องดังกล่าว เราคล้ายไม่เกี่ยวข้อง และปราศจากส่วนได้ส่วนเสียใด ๆ กับการที่
'ตัวละคร' หรือ 'ใครสักคน' จะตายไปจากโลก...

ด้านหนึ่งความตายใกล้ชิดกับเราในฐานะเป็นสิ่งมีชีวิต
อีกด้านหนึ่ง "ความตาย" ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผูกพัน ก็ใช่ว่าจะทำให้รู้สึกหวั่นไหว
มากไปกว่าสิ่งกระทบใจชั่วครู่ยาม


แม้ความตายจะติดตามทุกชีวิต ดั่งผูกยึดไว้ด้วยโยงใยอันไม่สามารถตัดขาด แต่ลึกลงไปในจิตใต้สำนึก อาจมี 'บางสิ่ง' คอยสนับสนุนให้เราปฏิเสธ หรือหลบเลี่ยง 'ความตาย' อยู่ในที

เราจึงต่างดิ้นรนขวนขวายต่อการ "ยังชีพ" ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
แม้ว่าจะเป็นภาระหนัก เหน็ดเหนื่อย หรือเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานก็ตาม

ดูเหมือนว่า "ความสุข" ที่หลายคนปรารถนาอย่างไม่มีสิ้นสุด เมื่อสำรวจลึกลงไปแล้ว ก็คือการหนีห่างจากเงื่อนไขที่นำไปสู่ "ความทุกข์" "ความสูญเสีย" อันมี "ความตาย" เป็นที่สุดนั่นเอง

โดยนัยนี้ ความตาย ดั่งหนึ่งจะอยู่ ณ อีกด้าน หรือตรงกันข้ามกับขั้วของ ความสุข


แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ชีวิต หมายถึง 'ความสุข' กระนั้นหรือ ?

เป็นไปได้หรือไม่ว่า ภายใต้ทุกข์ยากและรันทดท้อในความมีชีวิต มนุษย์ยังเชื่อมั่นอยู่ในที
ว่าตนสามารถแสวงหาความสุขได้ หากตนยังมี "ชีวิต" อยู่ ทั้งยังหวาดหวั่นและไม่มั่นใจต่อ "ความตาย" ว่าถึงที่สุดแล้ว จะนำตนไปสู่ที่ใด

และ เป็นไปได้หรือไม่ว่า นั่นอาจเป็นเพียงแรงจูงใจที่คอยกระตุ้นเร้า เพียงให้เรา "หนีตาย" โดยปราศจากความจริงใด ๆ รองรับ ทำนองที่ว่า เมื่อหมดแรงหนี ก็พบว่าไม่มีสิ่งใดต้องกลัวอีกเลย...


หลายยุคหลายสมัย มนุษย์แสวงหาความจริง ของ ชีวิตและความตาย ผ่านหลายมุมมองและหลากวิธีการ ทั้งวิทยาศาสตร์ ปรัชญา ศาสนา ฯลฯ หรือกระทั่งศิลปะและวรรณกรรม

"ผู้รู้" พร่ำพรรณนา อธิบาย และสรุป สิ่งที่ตน "เชื่อ" และ "ค้นพบ" ครั้งแล้วครั้งเล่า ยุคแล้วยุคเล่า น่าประหลาดที่ ความจริงอันสำคัญและใกล้ชิดกับชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างยิ่งนี้ กลับหาข้อยุติโดยรวมไม่ได้

แต่ละสาขาของ ความรู้ - ความเชื่อ ยังมีความแปลกแยกและแตกต่าง อย่างแทบมิอาจแสวงหาจุดร่วมใด ๆ  ลึกลงไปในแต่ละแขนง กลับมีแง่มุมแยกย่อยออกไปให้ศึกษาและปฏิบัติอย่างนับแนวทางไม่ถ้วนทั่ว

หากคุณเป็นผู้ใคร่ต่อการแสวงหา ชั่วชีวิตหนึ่ง อาจไม่สามารถค้นพบความจริงของการ 'มีอยู่' และ 'จากไป' ได้รอบด้าน ทั้งนี้ มิจำเป็นต้องกล่าวถึง ความ 'ครบถ้วน' ทั้งโดยคุณภาพและปริมาณ

ศาสดาจำนวนมาก จึงชี้ทางอัน
"เพียงพอ" ต่อการเป็น 'มนุษย์' ยิ่งกว่าความ"ครบครัน" อันผู้คนจำนวนมากพากันค้นหา

น่าเสียดาย ที่ส่วนใหญ่"ความคิด"มักมีมากกว่า"ความจริง"และ"ความจริงอันเพียงพอ" มักด้อยรสชาติกว่าความอยากรู้อยากเห็นเสมอ...

บ้างกล่าวถึงความตายว่าเป็นความสูญเสีย บ้างกล่าวว่าเป็นความเปลี่ยนผ่าน บ้างกล่าวว่าตายแล้วเกิด และบ้างก็กล่าวว่า คือ การเดินทางกลับ สู่ดินแดนที่จากมา...

วันแล้ววันเล่า ที่ทัศนะเหล่านั้นวนว่ายอยู่ในวัฏฏะของมนุษย์ ส่งเสียงอยู่ที่นั่นที่นี่ ส่วนนั้นส่วนนี้ของโลก

บ้างกระซิบ บ้างกู่ก้องร้องตะโกน

ขณะคนแล้วคนเล่าตายจากเราไป...
ทั้งที่เป็นญาติ, เพื่อนสนิท, คนรัก หรือกระทั่งคนที่เราเกลียดชัง

ถึงวันนี้และวินาทีนี้ "การเกิด" และ "การตาย" ยังดำรงอยู่ และยังมีผู้ลังเลสงสัยต่อ "ความตาย" อยู่เช่นเดิม

ทั้งที่นับวันเราจะมี "ความรู้" เกี่ยวกับความตายมากขึ้น
และมี "สื่อ" ที่จะนำความรู้เหล่านั้นไปสู่ผู้คนได้มากขึ้น และครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้นทุกที


หรือเพียงมีความรู้ แต่กลับปราศจากปัญญา...

ครั้งหนึ่ง เคยมีคนถามท่านพุทธทาสภิกขุ ว่า ทำอย่างไรจึงจะไม่ต้องตาย
ว่ากันว่า ท่านหัวเราะ หึ ๆ แล้วตอบว่า


"ไม่มีผู้เกิด จะมีผู้ตายได้อย่างไร .."





--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 19
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Dec. 2006,17:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

คุณคิลินคะ เพลงอื่นเปิดฟังได้ แต่เพลง อิติปิโส เปิดไม่ได้ค่ะ flo_1.gif

bowsdown.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 20
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Dec. 2006,19:49 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงอิติปิโส เป็นไฟล์เพลงที่ต่างจากเพลงอื่น
เลยสันนิษฐานว่าอาจจะไม่มีโปรแกรม windows media player หรือเปล่าครับ hum.gif

ลองดาวน์โหลดมาติดตั้งใหม่ที่นี่
Link For Download thumbsup.gif

--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 21
แมวเหมียว Search for posts by this member.
แม่ครัวโจ๊กน้ำใส
Avatar



กลุ่ม: ฅนทำความสะอาด
จำนวนโพสต์: 3991
เข้าร่วมเมื่อ: 23 Oct. 2003

อัตรานิยม: ไม่มี
PostIcon โพสต์เมื่อ: 17 Dec. 2006,22:22 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

จริงๆด้วยค่ะคุณคิลิน แฮ่ะๆ เดิมเคยมีแต่มีใครบางคนเพิ่งเอาออกไปค่ะ

โหลดมาฟังเรียบร้อยแล้ว .ขอบคุณค่ะ bowsdown.gif
thankssign.gif
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 22
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 18 Dec. 2006,10:58 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE














บทปลงสังขาร


มนุษย์เราเอ๋ย  เกิดมาทำไม
นิพพานมีสุข  อยู่ไยมิไป
ตัณหาหน่วงหนัก  หน่วงชักหน่วงไว้
ฉันไปมิได้  ตัณหาผูกพัน
ห่วงนั้นพันผูก  ห่วงลูกห่วงหลาน
ห่วงทรัพย์สินศฤงคาร  สละเสียเถิด
จะได้ไปนิพพาน  ข้ามพ้นภพสาม

ยามหนุ่มสาวน้อย  หน้าตาแช่มช้อย
งามแล้วทุกประการ  แก่เฒ่าหนังยาน
แต่ล้วนเครื่องเหม็น  เอ็นใหญ่เก้าร้อย
เอ็นน้อยเก้าพัน  มันมาทำเข็ญใจ
ให้ร้อนให้เย็น  เมื่อยขบทั้งตัว
ขนคิ้วก็ขาว  นัยน์ตาก็มัว
เส้นผมบนหัว  ดำแล้วกลับหงอก
หน้าตาเว้าวอก  ดูน่าบัดสี

จะลุกก็โอย  จะนั่งก็โอย
เหมือนดอกไม้โรย  ไม่มีเกสร
จะเข้าที่นอน  พึงสอนภาวนา
พระอนิจจัง  พระอนัตตา
เราท่านเกิดมา  รังแต่จะตาย
ผู้ดีเข็ญใจ  ก็ตายเหมือนกัน
เงินทองทั้งนั้น  มิติดตัวไป

ตายไปเป็นผี  ลูกเมียผัวรัก
เขาชักหน้าหนี  เขาเหม็นซากผี
เปื่อยเน่าพุพอง  หมู่ญาติพี่น้อง
เขาหามเอาไป  เขาวางลงไว้
เขานั่งร้องไห้  แล้วกลับคืนมา
อยู่แต่ผู้เดียว  ป่าไม้ชายเขียว
เหลียวไม่เห็นใคร  เห็นแต่ฝูงแร้ง
เห็นแต่ฝูงกา  เห็นแต่ฝูงหมา
ยื้อแย่งกันกิน  ดูน่าสมเพช

กระดูกเราเอ๋ย  เรี่ยรายแผ่นดิน
แร้งกาหมากิน  เอาเป็นอาหาร
เที่ยงคืนสงัด  ตื่นขึ้นมินาน
ไม่เห็นลูกหลาน  พี่น้องเผ่าพันธุ์
เห็นแต่นกเค้า  จับเจ่าเรียงกัน
เห็นแต่นกแสก  ร้องแรกแหกขวัญ
เห็นแต่ฝูงผี  ร้องไห้หากัน

มนุษย์เราเอ๋ย  อย่าหลงนักเลย
ไม่มีแก่นสาร  อุตส่าห์ทำบุญ
ค้ำจุนเอาไว้  จะได้ไปสวรรค์
จะได้ทันพระพุทธเจ้า  ได้เข้าสู่พระนิพพาน

อะหัง วันทามิ สัพพะโส
อะหัง วันทามิ นิพพานะปัจจะโย โหตุ







* จะตายก็ไปคนเดียว จะเกิดก็มาคนเดียว
ความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้งหลาย
ก็เพียงแค่ได้มาพบปะเกี่ยวข้องกันเท่านั้นเอง

* กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป
ชั้นแห่งวัยย่อมละลำดับไป
ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำสุขมาให้

* ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด
สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น

* ถ้าจะเศร้าโศกถึงคนที่ตายไปแล้ว
ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเองด้วย
ที่ตกอยู่ในอำนาจของความตายตลอดเวลา

* ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำแล้ว
ล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้น





--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 23
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 20 Dec. 2006,09:41 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เอาเพลงดอกไม้คุณธรรม อีกเวอร์ชั่นมาให้ฟัง เวอร์ชั่นเสียงเด็กอยู่หน้าแรกครับ







ดอกไม้คุณธรรม





ขอมอบดอกไม้ดอกนี้ ให้แก่ผู้ที่ใฝ่หา
จะอยู่แห่งไหน จะใกล้จะไกลจนสุดขอบฟ้า
ขอมอบธรรมะที่บริสุทธิ์ ดุจกระแสธารา
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้มา

คุณธรรมทอแสง อย่าได้ถอยแรงศรัทธา
เป็นเปลวเทียนที่ไหม้นาน เป็นสายธารที่ชุ่มป่า
คือแผ่นฟ้าคุณธรรม

ขอมอบธรรมะเอาไว้ ให้เป็นเครื่องใช้ชี้นำ
ขจัดสิ่งร้ายมุ่งมั่นต่อไป ให้คลายหมองหม่น
ก้าวต่อไปไม่ให้สิ้นสุด ดุจกระแสธรรม
เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม


เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม

เป็นกำลังใจให้คุณ เป็นกำลังใจให้เธอ 
เป็นสิ่งเสนอให้คุณธรรม



---- ---- tinyrose.gif ---- ----
 


ที่มาของเสียงเพลง : http://www.tamdee.net/music/play.asp?QID=19



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 24
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 24 Dec. 2006,09:47 Skip to the previous post in this topic. Skip to the next post in this topic. Ignore posts   QUOTE

เพลงนี้ถ้าจำไม่ผิด คุณมาลัยเคยมาขอไว้แล้ว แต่คุณชายต้อหาไม่มีจึงยังไม่ได้จัดให้  ก็ถือโอกาสจัดให้ไว้ ณ ที่นี้เลยครับ thumbsup.gif





เสื้อแห่งความสุข

ลานนา คัมมินส์

เกิดเป็นพระราชาอยากได้ก็ได้อย่างใจ
อยากมีแต่สุขไม่ทุกข์ใจแต่หาไม่เจอซักที
ให้โหรช่วยทำนายโหรบอกให้ทำอย่างนี้
ก็ใส่เสื้อของผู้วิเศษที่เค้าไม่มีความทุกข์ใดๆ

ทหารของพระราชาออกตามหาแทบพลิกแผ่นดิน
ไม่พบไม่เจอไม่ได้ยินคนที่ไม่ มีทุกข์ใจ
เสาะหานับแรมปีผู้วิเศษคนนั้นอยู่ไหน
ไม่ว่าจะหญิงจะชายก็ล้วนแต่มีความทุกข์ทุกคน

หาเท่าไรหาไม่เจอเสื้อแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน
จะค้นจะหาเท่าไรก็ยังไม่พบไม่เจอสักที
หาเท่าไรหาไม่เจอคนๆ นั้นเค้าอยู่ที่ใด
คนที่ไม่เคยทุกข์ใจไม่มี

ก่อนตะวันจะลับปลายนาที่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แว่วเสียงถ้อยคำพร่ำรำพึงขอบคุณชีวิตแสนดี
เมื่อหิวก็แค่มีกิน เมื่อหลับก็นอนฝันดี
แค่นี้ก็มีความสุขวันนี้ไม่มีความทุกข์ใดๆ

ทหารของพระราชาเสาะหามาทั้งแผ่นดิน
เพิ่งพบเพิ่งเจอเพิ่งได้ยินคนที่ไม่มีทุกข์ใจ
เหล่าทหารของพระราชาจึงกระแทกประตูเข้าไป
ได้พบเพียงชายยากไร้ไม่มีแม้เสื้อติดกายสักตัว

หาเท่าไรหาไม่เจอเสื้อแห่งความสุขนั้นอยู่ไหน
จะค้นจะหาเท่าไรก็ยังไม่พบไม่เจอสักที
หาเท่าไรหาไม่เจอ ความสุขนั้นมันอยู่ที่ใด
ลืมว่ามันอยู่ที่ใจ... ตรองให้ดี



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----


นิทานเซน
เสื้อแห่งความสุข


ครั้งหนึ่ง พระราชาองค์หนึ่ง ทรงประชวรด้วยความทุกข์ พระองค์ทรงปรารภว่า
ผู้ที่รักษาพระองค์ให้พ้นความทุกข์ได้ จะทรงแบ่งพระราชสมบัติกึ่งหนึ่งให้

บรรดาแพทย์หลวงทั้งหลาย หมดปัญญาที่จะรักษาพระองค์ แต่มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งทูลว่า

มีวิธีเดียว ที่จะทำให้พระราชาทรงหายจากโรงแห่งความทุกข์ได้ ก็คือ
จะต้องนำเสื้อของ ผู้ที่มีความสุขที่สุดในชีวิตมาทรงสวม

พระราชาทรงสั่งให้ ข้าราชบริพารเสาะแสวงหาเสื้อของผู้มีความสุขที่สุดในชีวิต
มาถวายเป็นการด่วน

แต่หลังจากเสาะแสวงหาอยู่เป็นเวลานับปีทั่วพระราชอาณาจักร
บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลาย ก็หาพบไม่ เพราะบางคนร่ำรวยแต่สุขภาพไม่ดี
บางคนสุขภาพดีแต่ยากจน บางคนทั้งร่ำรวยและสุขภาพดี แต่ก็มีความทุกข์อย่างอื่น

จนกระทั่ง วันหนึ่ง บรรดาข้าราชบริพาร ผ่านกระท่อมหลังหนึ่ง
และได้ยินเสียงรำพึงอย่างมีความสุขออกมาว่า

"ทำงานเสร็จแล้ว กินอาหารเรียบร้อยแล้ว
ต่อไปนี้ ข้าจะได้หลับนอนซะที
ข้าเป็นผู้ที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิต…"


บรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายจึงกรูกันเข้าไปในกระท่อม
เพื่อขอเสื้อของชายผู้มีความสุขมากที่สุดในชีวิต
มามอบถวายแด่พระราชา แต่เมื่อทุกคนเข้าไปในกระท่อม เขาก็พบว่า

ชายผู้มีความสุขมากที่สุดในชีวิตนั้น
ยากจนเสียจน ไม่มีแม้แต่เสื้อสวมอยู่บนตัวเขา .....

yin-yang.gif




--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
 Post Number: 25
KiLiN Search for posts by this member.
ฅนธรรมดา
Avatar



กลุ่ม: ภารโรงประจำบ้าน
จำนวนโพสต์: 5091
เข้าร่วมเมื่อ: 12 Jun. 2002

อัตรานิยม: 3
PostIcon โพสต์เมื่อ: 25 Dec. 2006,05:41 Skip to the previous post in this topic.  Ignore posts   QUOTE




ประมวลภาพ(บางส่วน) ของงานปฏิบัติธรรม "อบรมวิถีจิต"
โดย หลวงปู่พุทะอิสระ วัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) 
จัดขึ้น ณ ศูนย์ธรรมชาติบำบัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 9-11 ธันวาคม 2549



หลวงปู่พุทะอิสระ



... ลงจากรถ



...เข้าที่พัก



... ผู้เข้าปฏิบัติธรรม ลงทะเบียน



...ชอบตรงไหนก็จับจองเอาตามสะดวก



... บางส่วนในศาลา



... ขอนอบน้อมครูพระกรรมฐาน หลวงปู่พุทธะอิสระ
                


... คณะพระที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรมด้วย






standby="Musicpost"
type="application/x-oleobject"
height="52" width="300" border="0">
       
 xxx
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
      



ค่ายธรรมนำใจ



ได้มาเข้าค่าย.....สุขใจ..ได้ทั้งปัญญา
รู้สึกสุขชื่นชีวา ...เพราะได้ศึกษาแต่น้อย
หมั่นอ่านหมั่นเขียน...พากเพียรเรียนธรรมเฝ้าคอย
ชีวิตจะไม่เลื่อนลอย...เพราะเราได้โอกาสใจ

..ยิ่งเรียนยิ่งได้.......มั่นใจในคุณความดี
ยามเจ็บไม่ช้ำชีวี.....เรามีความดีชูไว้
บางทีอาจท้อ .....ขอสู้ไม่ยอมหวั่นไหว
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าเพียงใด.....ใจยึดธรรมไว้เรื่อยมา

...บูชา ......คุณธรรมเอาไว้..ในใจ
ตั้งใจ........ทำดีได้ทุกเวลา
ได้โอกาสดี....เข้าค่ายธรรมะล้ำค่า
ขอบคุณพระอาจารย์เมตตา...ประทานธรรมมายาใจ

*** ได้มาเข้าค่าย...สุขใจได้ทั้งปัญญา
พุทธบุตรขอมอบชีวา....มุ่งหน้าสร้างความดีไว้
พวกเราทั้งผอง...ขอร้องอย่าทิ้งธรรมไป
เพราะเป็นที่พึ่งทางใจ...เราจึงสุขได้วันนี้...



---- ----   tinyrose.gif   ---- ----


ที่มาของเพลง : http://www.tamdee.net/music/play.asp?QID=3



--------------
ฟ้า...มีอายุที่ยืนยาว    ดิน...มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่    เหตุเพราะทั้งสองนั้นไซร้   มิได้อยู่เพื่อตนเอง
Offline
Top of Page Profile Contact Info 
54 คำตอบนับตั้งแต่ 20 Nov. 2006,07:41 < ไปกระทู้เก่ากว่า | ไปกระทู้ใหม่กว่า >

[ เกาะติดกระทู้นี้ :: ส่งต่อกระทู้นี้ :: พิมพ์กระทู้นี้ ]


Page 2 of 6<<123456>>
reply to topic new topic new poll



บ้านฅนธรรมดา - ธรรมชาติ เสียงธรรมและเสียงเพลง
E-mail : admin@thummada.com